นำ ‘ครม’ .เข้าเฝ้า 5 ก.ย. นี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ ไม่กังวลทำงานกับทุกคนได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557613

02 ก.ย. 2566

นำ 'ครม' .เข้าเฝ้า 5 ก.ย. นี้ 'นายกรัฐมนตรี' ไม่กังวลทำงานกับทุกคนได้

‘นายกรัฐมนตรี’ มั่นใจม่มีปัญหาการบริหารงาน เตรียมนำ ‘ครม.’ เข้าเฝ้า 5 ก.ย. นี้ ก่อนจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในสัปดาห์ถัดไป

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง กล่าวถึงขั้นตอนภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี เข้าบริหารราชการแผ่นดินว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีกำหนดเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณรับตำแหน่ง ในวันอังคารที่ 5 กันยายนนี้ เวลา 17.00 น. และจะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 11-12 กันยายนนี้

แต่อาจจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ในวันที่ 6 กันยายนนี้ เพื่อเตรียมการหารือ และสรุปนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ที่ขณะนี้ ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว และเมื่อการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น ก็จะเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก

นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่รู้สึกหนักใจใด ๆ ก่อนการเข้าบริหารราชการแผ่นดินร่วมกับ 11 พรรคร่วมรัฐบาล และเข้าใจว่า ทุกพรรคการเมือง และรัฐมนตรีทุกคนตระหนักถึงปัญหาเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไข จึงไม่กังวลเพราะได้พูดคุยกับรัฐมนตรีหลาย ๆ คนมาแล้ว 

ส่วนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 78 หรือ UN General Assembly: UNGA 78 ที่จะจัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18 ถึง 26 กันยายนนี้ โดยจะออกเดินทางในวันที่ 18 กันยายน มีรัฐมนตรีหลายคนร่วมเดินทางไปด้วย อาทิ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการกำหนดวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า เลขาธิการคณะรัฐมนตรี  แจ้งความประสงค์ให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เข้าแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 11 กันยายนนี้  เพราะต้องจัดส่งเอกสารนโยบายของรัฐบาลมายังรัฐสภา ในวันที่ 4 กันยายน

และการนัดประชุมรัฐสภา ประธานรัฐสภายังจะต้องออกหนังสือแจ้ง สส. และ สว. ล่วงหน้า 3 วัน โดยได้นัดประชุม คณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา ประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อม ในวันที่ 7 กันยายนนี้ เวลา 14.00 น

‘พิธา’ ฝากครม. ‘เศรษฐา’ รักษาสัจจะ ที่เคยหาเสียงไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557608

02 ก.ย. 2566

'พิธา' ฝากครม. 'เศรษฐา' รักษาสัจจะ ที่เคยหาเสียงไว้

ทำไม่ได้อย่างอ้างพรรคร่วม ‘พิธา’ ฝากครม. ‘เศรษฐา’ ปฏิบัติตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนก่อนเกิดวิกฤติศรัทธา

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ฝากครม.ใหม่ฝากไว้รักษาสัจจะตามที่หาเสียงกับพี่น้องประชาชนไว้  เสนอนโยบายอย่างไรบ้างก็ต้องทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ เพราะไม่อย่างนั้น วิกฤติศรัทธาจะเกิดขึ้น  สัญญาประชาคมที่แต่ละพรรคการเมืองทำร่วมกันไว้แล้ว ไม่น่าจะเป็นข้ออ้างได้ว่าเป็นพรรคร่วมแล้วทำไม่ได้

เปรียบเทียบกับตอนที่พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล เราเอา MOU มาเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เลือกพรรคแต่เลือกภารกิจ ดังนั้น น่าจะคุยกันได้แล้วว่าจะทำอะไรไม่ทำอะไร ไม่อย่างนั้น จะใช้เป็นข้ออ้างในทุกครั้งไปว่าพรรคร่วมทำไม่ได้

ส่วนฝ่ายค้าน ก็จะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ที่มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เข้มข้น ในขณะเดียวกันก็จะยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งอย่างแน่นอน

ขณะที่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 ระบุว่าต้องเป็นหัวหน้าพรรคเสียงที่มีมากที่สุดของฝ่ายค้าน แต่ปัญหาคือถูกสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่ ไม่สามารถรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านได้ 
อาจต้องใช้เวลา 4-6 เดือน เป็นโอกาสที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่1   อย่างที่หวังไว้

เปิดตัวที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โชกโชนในแวดวง ‘ทหาร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557353

02 ก.ย. 2566

เปิดตัวที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โชกโชนในแวดวง 'ทหาร'

ถูกปรามาส ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ‘กลาโหม’ แต่ที่ปรึกษา ‘สุทิน คลังแสง’ ล้วนมากประสบการณ์ทาง ‘ทหาร’

แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สุทิน คลังแสง จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เรื่องความเหมาะสมในการทำหน้าที่ จากอดีตครู สู่กระทรวงคชสีห์ จะมีความสามารถพอหรือไม่  แต่หากพลิกดูรายชื่อ ที่ปรึกษา ซึ่งเจ้าตัวบอกผู้สื่อข่าวไว้ ดูแล้วไม่ธรรมดา  เพราะมีทั้งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตปลัดกระทรวงฯ และ อดีตแคนดิเดตผู้บัญชาการทหารอากาศและอดีตแม่ทัพภาค 4

สุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหมสุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหม

โดยเมื่อวานนี้ได้เข้าพบ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ซึ่งเคยรับราชการทหาร สังกัดกองทัพบก เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหาร เป็นผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเพชรบุรี เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นตำแหน่งสุดท้าย

รมว.กลาโหม พบพลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษารมว.กลาโหม พบพลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษา

พล.อ.ธรรมรักษ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร ถึงปี พ.ศ. 2550 ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549

เคยถูกศาลอาญาสั่งจำคุก 3 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญา ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ในความผิดฐานเป็นผู้ใช้เจ้าพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ต่อมาคดีได้ถูกยกฟ้องเนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานใดๆที่แสดงว่าพลเอกธรรมรักษ์มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆและศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบและถึงที่สุดแล้ว
 

นอกจากนี้ ยังมีพล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นบุคคลที่ ทักษิณ ชินวัตร ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่นั้น วางตัวจะให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ ด้วยเหตุว่าเป็นเพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหารด้วยกันมา แต่ทว่าหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 

มีการปรับเปลี่ยนสายการบังคับบัญชาในกองทัพใหม่ ทำให้นายทหารรุ่นเตรียมทหาร 10 หลายคนต้องหลุดจากตำแหน่งคุมกำลังพล ในส่วนของ พลอากาศเอกสุกำพล ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ ในปี พ.ศ. 2550 และปรับเปลี่ยนเป็นจเรทหารทั่วไป ในปี พ.ศ. 2551

เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554 กระทั่งเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555 ได้ปรับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเป็นผู้ดำเนินการถอดยศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนเป็นเหตุให้นำไปสู่การยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของนายอภิสิทธิ์ 

พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรีเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 จบ ตท.9 – จปร.20 รุ่นเดียวกับ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีต ปธ.ที่ปรึกษากองทัพบก พล.อ.สุรพันธ์ พุ่มแก้ว อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. เป็นต้น ในฝั่งตำรวจที่จบ ตท.9 คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เริ่มต้นชีวิตราชการที่ ร.1 พัน 2 รอ. ก่อนลงไปอยู่ภาคใต้ ตั้งแต่เหตุการณ์ปราบกบฏ 26 มี.ค. 2520 เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 จนเกิดเหตุการณ์ที่ตากใบ ซึ่งในขณะนั้น พล.อ.ประวิตร เป็น ผบ.ทบ. ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ชีวิตราชการของ พล.อ.พิศาล ต้องพลิกผันจากเหตุการณ์ตากใบ

โดนเด้งเข้ากรุไม่ได้คุมกำลัง ไปช่วยราชการที่ บก.ทบ. จากนั้นไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในอัตราพลเอก ก่อนเกษียณฯ

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก จบ เตรียมทหาร 14 นายร้อย จปร. รุ่น 25 เริ่มต้นชีวิตราชการ ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ก่อนจะมาเติบโตสายอำนวยการ-ยุทธการเป็นอาจารย์ วิชาข่าวกรอง ร.ร.เสนาธิการทหารบก และข้ามมาเติบโตเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม

หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 มีคำสั่งโดนย้ายไปประจำสำนักนายกฯ ก่อนมาเป็น ปธ.คณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บทบาทสำคัญช่วงก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร 2557 เขานำผู้นำเหล่าทัพเข้าอวยพรวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะเป็น ผบ.ทบ. 21 มี.ค. 2557 ก่อนรัฐประหาร 2 เดือน เพื่อรักษาบรรยากาศ

มีเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร14 เช่นพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตรมช.กลาโหม / ผบ.ทบ.  พล.อ.ธีรชัย นาควานิช อดีตผบ.ทบ.  พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และพล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

‘จุ๊บจิ๊บ ธนพร’ หญิงข้างกาย ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ รมว.เกษตรฯ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557600

02 ก.ย. 2566

'จุ๊บจิ๊บ ธนพร' หญิงข้างกาย 'ธรรมนัส พรหมเผ่า' รมว.เกษตรฯ คนใหม่

เปิดโปรไฟล์ หญิงข้างกาย ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนใหม่ ‘จุ๊บจิ๊บ ธนพร’ ดีกรี นางสาวไทย

เป็นที่ชัดเจนแล้ว “ครม.เศรษฐา 1” มีชื่อของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” หรือ ผู้กองธรรมนัส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนใหม่ แต่อีกคนที่มองข้ามไปไม่ได้ คือ ผู้หญิงข้างกายของ ผู้กองธรรมนัส “จุ๊บจิ๊บ ธนพร” ผู้มีดีกรีความสวยการันตีถึงตำแหน่งนางสาวไทย และก้าวเข้าสู่การเป็นข้าราชการการเมือง เดินเคียงคู่ไปกับ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” เธอเป็นใคร

จุ๊บจิ๊บ ธนพรจุ๊บจิ๊บ ธนพร

“จุ๊บจิ๊บ ธนพร” หรือ ธนพร ศรีวิราช เกิดวันที่ 5 ธ.ค. 2537 ปัจจุบันอายุ 29 ปี นอกจากความสวยแล้ว เธอยังมีความเก่งเพียบพร้อม และมีดีกรีการศึกษาไม่ธรรมดา เธอจบระดับปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์ สาขาการแพทย์แผนจีน จากมหาวิทยาลัยพะเยา และจบปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ชื่อของ “จุ๊บจิ๊บ ธนพร” เป็นที่รู้จักในสังคมครั้งแรกในปี 2555 จากการคว้ารางวัลรองอันดับ 2 มิสทีนไทยแลนด์ จากนั้นในปี 2559 เธอได้เข้าประกวดนางสาวไทย และสามารถคว้าตำแหน่งนางสาวไทยคนที่ 50 ในปี 2559 พ่วงรางวัลพิเศษ ป๊อปปูล่าร์โหวต และ นางงามยิ้มสวยมีเสน่ห์ ซึ่งหลังจากที่คว้ามงกุฎนางสาวไทย เธอได้ปฏิบัติภารกิจจนครบวาระ

จุ๊บจิ๊บ ธนพรจุ๊บจิ๊บ ธนพร

แต่ที่สร้างความฮือฮา ให้ชื่อของ “จุ๊บจิ๊บ ธนพร” ดังกระฉ่อนเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อเธอเป็นสาวข้างกาย “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ที่อายุห่างกันถึง 30 ปี แต่เธอก็ฝ่าด่านเสียงร่ำลือ โดยเมื่อต้นปี 2561 เธอก็เข้าพิธีหมั้นกับ “ผู้กองธรรมนัส” จนถึงปัจจุบัน และมีลูกชาย “น้องอิ่มบุญ” เป็นโซ่ทองคล้องใจ ซึ่งที่ผ่านมา จะเห็นว่า เธอมักจะติดตามสามี ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจตามสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

จุ๊บจิ๊บ ธนพร-ธรรมนัส พรหมเผ่า-ลูกชายจุ๊บจิ๊บ ธนพร-ธรรมนัส พรหมเผ่า-ลูกชาย

วันที่ 10 พ.ย. 2563 ชื่อของ “จุ๊บจิ๊บ ธนพร” ก็กลับมาเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง เมื่อที่ประชุม ครม. มีมติแต่งตั้งเธอเป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ

เมื่อครั้ง ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สินของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. พะเยา พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 (ป.ป.ช.เปิดเผย เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2562) ร.อ.ธรรมนัส หรือนายธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่า มีทรัพย์สินรวม 644,921,184.97 บาท นางอริสรา พรหมเผ่า คู่สมรส มีทรัพย์สิน 189,952,776.99 บาท บุตรไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวม 31,148,049 บาท (เฉพาะสิทธิและสัมปทาน)

และ คู่สมรสอีกคน ซึ่งอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา ชื่อ น.ส.ธนพร ศรีวิราช  หรือจุ๊บจิ๊บ มีทรัพย์สิน 63,684,291.72 บาทหนี้สิน 5,900,000 บาท ทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 57,784,291.72 บาท ทรัพย์สินสำคัญของจุ๊บจิ๊บคือ มงกุฏเพชร จากการประกวดนางสาวไทย กระเป๋าแบรนด์เนม และรถ Porsche

จุ๊บจิ๊บ ธนพรจุ๊บจิ๊บ ธนพร

ข้อมูลจากสำนักข่าวอิศรา  ระบุว่า “จุ๊บจิ๊บ ธนพร” ถือหุ้น และ หรือเป็นกรรมการอย่างน้อย 2 บริษัท คือ

  1. 1.บริษัท ซิกเนเจอร์สยาม จำกัด ประกอบกิจการบริหารจัดการและดูแลตลาด จดทะเบียนวันที่ 27 ก.ย. 2561 ทุน 5 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 278/32 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ถือ 10,000 หุ้น จากจำนวนทั้งหมด 30,000 หุ้น
  2. บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 23 เม.ย. 2561 มีชื่อ น.ส.ธนพร ถือหุ้น จำนวน 52,489,125 หุ้น ขณะที่นายธรรมนัส พรหมเผ่า ถือ 425,934,500 หุ้น บริษัทนี้ธุรกิจด้านสื่อและบันเทิง เคยตกเป็นข่าวพัวพันกรณีความไม่ชอบมาพากล บิทคอยน์ กับนักธุรกิจชาวฟินแลนด์ ในปลายปี 2561 ปีเดียวกับที่ ทั้ง 2 สามีภรรยาถือหุ้น

ธรรมนัส-ธนพรธรรมนัส-ธนพร

ขอบคุณภาพ : Tanaporn Srivirach, ข้อมูลบางส่วน สำนักข่าวอิศรา

‘พิชิต ชื่นบาน’ กับที่มาฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ตระกูลชินวัตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557242

02 ก.ย. 2566

'พิชิต ชื่นบาน' กับที่มาฉายา 'ทนายถุงขนม' ของ ตระกูลชินวัตร

เปิดที่มาฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ทนายความ ผู้อยู่เคียงข้าง ตระกูลชินวัตร สู่เก้าอี้ (ว่าที่) รมต.ใหม่

จู่ๆ ก็มีชื่อโผล่ “โผ ครม.” เศรษฐา วินาทีสุดท้าย สำหรับ “พิชิต ชื่นบาน” เจ้าของฉายา “ทนายถุงขนม” นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หากคนวงในต่างรู้ดี ว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ “พิชิต” ได้รับความไว้วางใจจาก “ครอบครัวชินวัตร” ให้เป็นทีมทนายความสู้คดีดังที่ปรากฎไปทั่วประเทศ รวมทั้งตัวนายกฯ “เศรษฐา” เอง ก็คอนเฟิร์มว่า ชื่อของ “พิชิต ชื่นบาน” อยู่ในโผมาตั้งแต่แรก

พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

“พิชิต ชื่นบาน” หัวหน้าทีมกฎหมายตระกูลชินวัตร ดีกรีการศึกษาเรียกว่าไม่ธรรมดา เพราะเขาจบการศึกษา ในระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สาขากฎหมายมหาชน เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 34 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา จบปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขาจึงมีดีกรีเป็นดอกเตอร์

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี พิชิต ชื่นบาน ทำงานเป็นทนายความ และที่ปรึกษากฎหมาย ก่อนกระโดดลงเล่นการเมือง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พรรคไทยรักษาชาติ

พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

ที่มาฉายา “ทนายถุงขนม”

ด้วยความที่ “พิชิต ชื่นบาน” เป็นทีมทนายความของครอบครัว “ชินวัตร” สู้คดีดังที่ปรากฎไปทั่วประเทศ แต่คดีที่ยังจำได้ จนเป็นที่มาให้ได้รับฉายาว่า “ทนายถุงขนม” คือกรณีที่เขาหิ้วถุงขนม ใส่เงินสด 2 ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นจำเลย และศาลมีคำสั่งจำคุก พิชิต ชื่นบาน 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล

จากนั้น สภาทนายความ มีมติเสียงข้างมาก 9 ต่อ 3 เสียง ให้ลงโทษหนักสุด ลบชื่อ พิชิต ชื่นบาน ออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ จนทำให้เขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความได้เป็นเวลา 5 ปี

จากนั้นไม่นาน พิชิต ชื่นบาน จึงลงสนามการเมือง ได้เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และมีบทบาทอย่างแข็งขันในการสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม

      พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

ต่อมาในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากเขาจะมีบทบาทในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยแล้ว เขายังทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ สู้คดีจำนำข้าว ให้กับ ยิ่งลักษณ์ ด้วย

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี ตามนัยแห่ง รัฐธรรมนูญมาตรา 160  

  1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี
  3. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
  4. มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
  5. ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  6. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98
  7. ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษเว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
  8. ไม่เป็นผู้เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187 มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันแต่งตั้ง

ทั้งนี้ เมื่อดูคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามแล้ว “พิชิต ชื่นบาน” อาจมีคุณสมบัติ ไม่ตรงกับลักษณะต้องห้ามความเป็นรัฐมนตรี ที่รัฐธรรมนูญ กำหนดหรือไม่

‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557121

02 ก.ย. 2566

'พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ' จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา 'ตระกูลชิดชอบ' สยายปีก

เปิดเส้นทาง ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ ติดโผ ครม. เศรษฐา จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก

ครม.เศรษฐา มีชื่อของ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. หนึ่งใน “ตระกูลชิดชอบ” ติดอยู่ในโผเสมา 1 คุมกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นธรรมดาของคนนามสกุล “ชิดชอบ” ย่อมจะได้รับการจับตามองจากสังคม ทุกย่างก้าว เพราะเขามีศักดิ์เป็นลูกของ “ชัย ชิดชอบ” และเป็นน้องชายของ “เนวิน และเป็นพี่ชายของ ศักดิ์สยาม”

ตระกูลชิดชอบตระกูลชิดชอบ

ครั้งหนึ่ง ปู่ชัย เคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่ง เมื่อนักข่าวถามว่า “อยากให้ลูกคนไหน เป็น สส.บ้าง” ปู่ชัยตอบว่า “ไม่มีแล้ว ไม่มีใครเป็นแล้ว เนวิน เขาก็ไม่เป็น สส.แล้ว มีแต่ใครจะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็เป็นแล้ว ส่วนอีกคน พล.ต.ท.เพิ่มพูล (ยศในขณะนั้น) ก็เป็นนายพล เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ใครจะรู้ว่า นายพลตำรวจ ที่พ่อเคยบอกไว้ว่า ไม่น่าจะมีใครแล้ว กลับปรากฎชื่อติดโผ ครม.เศรษฐา ในฐานะ (ว่าที่) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูเหมือนว่า ไม่น่าจะมีความเกี่ยวพันกันเลยแม้แต่น้อย

หากจะไล่เรียงประวัติ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” จบการศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับราชการตำรวจ ตั้งแต่ปี 2527 ที่สำนักงานเลขานุการ กรมตำรวจ ขณะที่พี่ชาย-เนวิน ชิดชอบ ได้เป็น สจ.บุรีรัมย์ ช่วงที่เนวิน บารมีเบ่งบาน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ

  • ยุครัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 2 จต. (จเรตำรวจ)
  • ยุครัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง กทม. (ตม.)
  • ยุค “ยิ่งลักษณ์ ชินวัฒน์” ถูกเด้งจาก ตม.ไปเป็นอำนวยการจเรตำรวจ 
  • ยุค “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นจเรตำรวจ (สบ.8) ก่อนขยับมารับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฤดูกาลโยกย้าย 2562
  • พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2564

พล.ต.อ.เพิ่มพูน มีประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อครั้งคดี “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ที่อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะ พล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นผู้ลงนามแทน ผบ.ตร. ในการไม่เห็นแย้ง สรุปเป็นอันคดียุติ และเขาเป็นคนเดียวที่รอดพ้นข้อครหา หลังมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบ 

ครั้งนั้น “พล.ต.อ.เพิ่มพูน” ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีในการไม่เห็นแย้งว่า “ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทำตามปกติ ไม่มีอะไรเลย”

เนวิน ชิดชอบเนวิน ชิดชอบ

เส้นทางการเมือง ตระกูลชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีกการเมือง ถึงแม้ว่า เนวิน ชิดชอบ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจน 2 ของตระกูล จะยุติบทบาท และหันไปลุยการบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่วน ศักดิ์สยาม ก็ถูกศาลสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรี จากปมซุกหุ้น ก่อนหน้านี้ ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของเนวิน กลายมาเป็นเจน 3 ของ ตระกูลชิดชอบ ที่กระโดดลงเล่นการเมือง สานต่อปู่ และ พ่อ ได้เป็น สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย แถมคราแรก มีชื่อติด “โผ ครม.” เก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แต่ด้วยอายุไม่ถึงเกณฑ์การเป็นรัฐมนตรี ชื่อของ เพิ่มพูน เลยปรากฎแทน

ศักดิ์สยาม ชิดชอบศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ เริ่มเข้ามาสู่การเมือง ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2512 รุ่นแรกก็คือชัย ชิดชอบ มาถึงเจเนอเรชั่น 2 คือ เนวิน, ศักดิ์สยาม และ ไชยชนก ชิดชอบนับเป็นเจเนอเรชั่น 3 รวมทั้ง เมื่อ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นั่นหมายความว่า ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก สนามการเมือง ไปง่ายๆ แน่นอน

รู้จัก ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557595

02 ก.ย. 2566

รู้จัก 'พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก

เปิดประวัติ ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก ใน ‘ครม.เศรษฐา 1’ จากนักธุรกิจ เดินตามรอยการเมือง สานต่อพ่อ

มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า “ครม.เศรษฐา 1” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งชื่อที่ปรากฎนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ คุม กระทรวงอุตสาหกรรม คือ สส.ปุ้ย “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” เรียกได้ว่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก ของประเทศไทย “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” เป็นใคร ทำไมเธอถึงเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้คุมกระทรวงอุตสาหกรรม คมชัดลึก รวบรวมประวัติ เส้นทางการเมืองของ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

เปิดประวัติ “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล”

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล มีชื่อเล่นว่า ปุ้ย หรือในแวดวงการเมือง เรียกเธอว่า สส.ปุ้ย เกิดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2522 ปัจจุบันอายุ 44 ปี เป็นบุตรสาวของ มาโนชญ์ วิชัยกุล กับ สำรวย วิชัยกุล จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช และโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาเคมีอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สมรสกับนิติรักษ์ ดาวลอย มีบุตร 2 คน

เส้นทางการเมือง

ก่อนจะลงสนามการเมือง พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ทำธุรกิจ บริษัท วอเตอร์เทสท์ จำกัด ต่อมาจึงลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช แทนบิดา ซึ่งวางมือทางการเมือง ในการเลือกตั้ง สส. ปี 2550

ต่อมาในการเลือกตั้ง สส. ปี 2554 เธอได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และได้รับเลือกเป็น สส.อีกสมัย กระทั่งในปี 2562 เธอก็ยังคงลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งปี 2562 และได้รับเลือกเป็น สส.สมัยที่ 3 และเธอยังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 ต่อมาในปี 2563 มีข่าวว่าเธอจะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่เธอก็ปฏิเสธ

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่ม กปปส. กระทั่งวันที่ 14 ก.พ. 2566 พิมพ์ภัทราได้สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ต่อมาเธอลงสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดเดิม ในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ได้รับเลือกตั้งก่อนหน้านั้น และได้รับการเลือกตั้ง โดยเธอเป็น สส. ของรวมไทยสร้างชาติ เพียงคนเดียวใน จ.นครศรีธรรมราช

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โดยแจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 79.70 ล้านบาท อาทิ เงินลงทุน 4 รายการ มูลค่ารวม 14.71 ล้านบาท ที่ดิน 11 แปลง มูลค่ารวม 27.17 ล้านบาท ทรัพย์สินที่น่าสนใจมี พระบูชาและพระเครื่อง ประเมินค่ามิได้ และมีเครื่องประดับ หลายรายการ

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

การฟอร์มทีมรัฐบาล เศรษฐา 1 ชื่อของ “พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล” มีชื่ออยู่ในโผ ครม. เศรษฐา นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มาตั้งแต่แรก จนในที่สุด เธอก็ได้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการไปครอง และนับเป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรก ที่คุมกระทรวงอุตสาหกรรม

ย้อนที่มา ‘บ้านหลวง’ ทำไม บิ๊กตู่ อยากอยู่ต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552059

02 ก.ย. 2566

ย้อนที่มา 'บ้านหลวง' ทำไม บิ๊กตู่ อยากอยู่ต่อ

เมื่อ ‘บิ๊กตู่’ ขออยู่ต่อ ย้อนที่มา ‘บ้านหลวง’ ใน ‘ร.1 รอ.’ ขึ้นชื่อว่าเป็น รังของบูรพาพยัคฆ์ ทำไมถึงไม่อยากย้ายออก

“บ้านหลวง” กลายเป็นประเด็นเมื่อครั้ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใกล้จะหมดวาระ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี นอกจากต้องเก็บข้าวของออกจากทำเนียบรัฐบาลแล้ว ทางพรรคเพื่อไทย ก็ยังออกมาจี้ให้ย้ายออกจากบ้านพักรับรอง ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หรือ ที่รู้จักในนาม ร.1 รอ. ซึ่งเป็นบ้านพักรับรอง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ อาศัยอยู่มานานเกินกว่า 10 ปี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังยืนยันว่า จะขออยู่บ้านหลวงต่อ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ก่อนหน้านี้ “บ้านหลวง” เคยเป็นประเด็นมาแล้ว หลังมีการร้องเรียนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงหรือไม่ จากเหตุยังพักอาศัยในบ้านพักรับรองของกองทัพบก หลังจากเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. แต่สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีคำวินิจฉัยเมื่อปี 2563 ด้วยมติเอกฉันท์ 9-0 เสียงว่า บิ๊กตู่ สามารถอยู่บ้านพักรับรองของกองทัพบกได้ ไม่ผิด คมชัดลึก ย้อนที่มาบ้านหลวง ทำไม บิ๊กตู่ ขออยู่ต่อ

ย้อนรอย “บ้านหลวง”

1. “บ้านหลวง” เป็นบ้านพักรับรอง ของกองทัพบก ที่อยู่ภายใน ร.1 รอ. จัดให้ข้าราชการประจำการสังกัดกองทัพบก ที่มีชั้นยศพล.อ., เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพบก ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กองทัพบก และเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกมาแล้ว อยู่อาศัย โดยไม่ต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่ง “บิ๊กตู่” อยู่ในเงื่อนไขนั้น และอยู่มานานร่วม 10 ปี

2. จากเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อ นั่นหมายความว่า นายกรัฐมนตรี ที่เป็น “พลเรือน” จึงไม่ได้สิทธินี้ อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้

3. บ้านหลวงเป็นประเด็น ในปี 2563 ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่พรรคเพื่อไทย จี้ถาม ทำไมยังอาศัยอยู่ในบ้านหลวง โดยไม่ต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งที่เกษียณอายุราชการ จากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ตั้งแต่ปี 2557 พร้อมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 บ้านหลวงบ้านหลวง

4. แต่สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัย เมื่อปี 2563 ด้วยมติเอกฉันท์ 9-0 เสียงว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารถอยู่บ้านหลวงได้ ไม่ผิดแต่อย่างใด ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของกองทัพบก ว่าด้วยการเข้าพักอาศัยในบ้านพักรับรองกองทัพบก ที่ระบุถึงผู้มีสิทธิเข้าพักอาศัยในบ้านพักรับรองกองทัพบกไว้อย่างชัดเจน

  • ต้องเป็นข้าราชการประจำการสังกัดกองทัพบก ที่มีชั้นยศ พล.อ.
  • เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพบก ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กองทัพบก
  • เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกมาแล้ว

5. นอกจากนั้น ยังชี้ว่า รัฐพึงจัดสรรที่พำนักให้ผู้นำประเทศ เพื่อ “สร้างความพร้อมทั้งสุขภาพกายและจิตใจในการปฏิบัติภารกิจในการบริหารประเทศล้วนเป็นประโยชน์ส่วนรวม”

ที่มา “บ้านหลวง” รังของบูรพาพยัคฆ์

6. บ้านหลังนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีการออกแบบเอง คุมงานเอง บนเนื้อที่เกือบ 2 ไร่ เป็นบ้านพักหลังใหญ่ ปลูกต้นไม้สูง เพื่อบังสายตาผู้คน และยังมีทหารรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

7. ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “บ้านหลวง” แห่งนี้ ล้วนมีนักการเมือง เป็นอาคันตุกะ และเป็นที่ประชุมลับมาตลอดในช่วงวิกฤตเรื่อยมา โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ระหว่างสู้ศึกกับคนเสื้อแดง ที่กลายเป็นแขกขาประจำ ไม่นับรวมนักการเมืองอีกหลายคน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ “บ้านหลวงบิ๊กตู่” กลายเป็นวอร์รูมปฏิบัติการลับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา

8. ในหนังสือ ลับ ลวง พราง 5 ศึกชิงอำนาจ ผ่าแผนปฏิวัติเลือด ตีพิมพ์เมื่อเดือน เม.ย. 2555 ของ วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร ระบุว่า “ร.1 รอ.” ถือเป็นจุดศูนย์ดุลสำคัญของฝ่ายกองทัพ เพราะเป็นที่พักของ 3 ป. “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิต วงษ์สุวรรณ และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น “รังของบูรพาพยัคฆ์”

เมื่อพ้นตำแหน่งนายกฯ ขออยู่บ้านหลวงต่อ

9. ปี 2566 ”วันนี้ผมอยู่เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย บ้านผมก็มี แต่มันไม่ปลอดภัย” เป็นประโยคที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถูกถามถึงการอยู่ต่อในบ้านหลวง โดยยืนยันว่า เป็นเรื่องของกติกาเดิม ถ้าวันหน้าจะแก้ไขก็ต้องไปแก้กฎกระทรวง มันเป็นระเบียบของกองทัพบกอยู่แล้ว ดังนั้น การที่จะดูแลผู้บังคับบัญชามันเป็นกติกาเดิม แต่ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ผมก็พร้อมออก

10. สรุปง่ายๆ ก็คือ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะพ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ก็ยังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านหลวง ใน “ร.1 รอ.” ได้ตามระเบียบของกองทัพบก ไม่ผิดกฎหมายอะไร เพราะไม่มีระเบียบข้อไหน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากบ้านพักได้ ยกเว้นจะออกจากบ้านหลวงด้วยตัวเอง

11. กรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกมองว่า ไม่ต่างกับกรณีที่เคยให้สิทธิกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในการอยู่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ มานานกว่า 40 ปี

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ‘โปรดเกล้าฯ’ ครม. ‘เศรษฐา’ 1 แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557593

02 ก.ย. 2566

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ 'โปรดเกล้าฯ' ครม. 'เศรษฐา' 1 แล้ว

‘โปรดเกล้าฯ’ครม. ‘เศรษฐา’ 1 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว สุทิน นั่งกลาโหม พิมพ์ภัทราว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตามโผ

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2566แล้ว นั้น

บัดนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

  • นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรองนายกรัฐมนตรี
  • นายปานปรีย์ พหิทธานุกร เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  • นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • นายสุทิน คลังแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อีกตำแหน่งหนึ่ง
  • นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายจักรพงษ์ แสงมณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  • นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายไชยา พรหมา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายอนุชา นาคาศัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นางมนพร เจริญศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นายเกรียง กัลป์ตินันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  • พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
  • นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนนี้เป็นต้นไป

ราชกิจานุเบกษา ประกาศโปรคเกล้าฯ ตรม.เศรษฐา1ราชกิจานุเบกษา ประกาศโปรคเกล้าฯ ตรม.เศรษฐา1ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ 'โปรดเกล้าฯ' ครม. 'เศรษฐา' 1 แล้วราชกิจจานุเบกษา ประกาศ 'โปรดเกล้าฯ' ครม. 'เศรษฐา' 1 แล้ว

‘พิชิต ชื่นบาน’ ถอนตัวไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี – ขอรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557582

01 ก.ย. 2566

'พิชิต ชื่นบาน' ถอนตัวไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี - ขอรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาปชช.

“พิชิต ชื่นบาน” เจ้าของฉายา “ทนายถุงขนม” ในอดีต ประกาศไม่ขอรับตำแหน่ง ในคณะรัฐมนตรี ภายใต้พรรคเพื่อไทย ” ครม.เศรษฐา 1″ ระบุเรื่องคุณสมบัติที่ถูกติติงนั้น แท้จริงแล้วคุณสมบัติผ่าน แตที่ตัดใจถอนตัว เพราะอยากให้รัฐบาลได้เดินหน้ากับภารกิจต่าง ๆ

นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า   ได้ตัดสินใจไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้  จากที่ชื่อในคณะรฐมนตรี  ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ขอขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยที่ให้โอกาส และเห็นความสำคัญของ  ส่วนที่มีกระแสรวมถึงข้อกังขาเรื่องคุณสมบัติของจน ในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   ขอยืนยันว่าคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องทุกประการ ไม่ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามใดๆ ทั้งสิ้น  แต่เพื่อให้ประเทศชาติ และรัฐบาลเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้โดยเร็ว เนื่องจากยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นเรื่อง จึงขอไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้ 

ก่อนหน้านี้  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะสงสัยว่า  นายพิชิต ชื่นบาน   ซึ่งถูกระบุว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในโควต้าพรรคเพื่อไทย จะขาดคุณสมบัติ  กล่าวคือ   นายพิชิต ชื่นบาน เคยโทษจำคุก 6 เดือน เมื่อปี 2551  ทำให้มีข้ออ้างว่านับถึงปัจจุบันเลย 10 ปีแล้ว สามารถมาเป็นรัฐมนตรีได้    แท้จริงเป็นเรื่องที่อาจเข้าใจผิด เพราะเคยถูกจำคุก 10 ปี มาแล้วมีคุณสมบัตินั้น  เป็นคุณสมบัติของ สส. ตามมาตรา 98(7) ของรัฐธรรมนูญ



แต่กรณีเป็นรัฐมนตรีนั้นต้องดูที่ มาตรา 160(7) ซึ่งไม่ได้ระบุเวลา  เว้นแต่ประมาท ลหุโทษ หรือเรื่องหมิ่นประมาท  กรณีละเมิดศาล นำถุงขนมใส่เงิน 2 ล้านบาท มาให้เจ้าหน้าที่ธุรการศาล  ศาลลงโทษจำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา  ไม่ใช่ลหุโทษ (โทษไม่ถึง 1 เดือน) แน่นอน  จากข้อมูลดังกล่าว  จึงเชื่อว่านายพิชิต ชื่นบาน  จะไม่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้  ความเห็นที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร   แสดงทัศนะ เอาไว้