‘ชวน-อภิสิทธิ์’ แท็กทีมแกนนำ ‘ประชาธิปัตย์’ ลุยหาเสียงช่วย ‘หมอบัญญัติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557570

01 ก.ย. 2566

‘ชวน-อภิสิทธิ์’ แท็กทีมแกนนำ ‘ประชาธิปัตย์’ ลุยหาเสียงช่วย ‘หมอบัญญัติ’

‘ชวน-อภิสิทธิ์-สาธิต-องอาจ’ แท็กทีมสมาชิกพรรค ลุยหาเสียงช่วย ‘หมอบัญญัติ’ เบอร์ 2 ขอคะแนนเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 วันที่ 10 กันยายนนี้

นับถอยหลังใกล้วันเลือกตั้งซ่อมระยองเขต3 ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมงานพรรคฯ ได้เดินทางลงพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง เพื่อช่วย “หมอบัญญัติ” หรือ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ระยองเขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยแบ่งเป็น 2 สาย นายชวน และนพ.บัญญัติ เดินทางไปที่โรงพยาบาลแกลง เข้าพบชาวบ้าน พร้อมพูดคุยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล

แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นรถแห่ลุยหาเสียงช่วย หมอบัญญัติแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นรถแห่ลุยหาเสียงช่วย หมอบัญญัติ

ส่วนนายอภิสิทธิ์ และนายสาธิต ปิตุเตชะ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เข้าพบชาวบ้านที่ชุมชนโพธ์เงิน โพธ์ทอง และพบกลุ่มเยาวชนที่สนามกีฬากลางแกลง โชว์ลีลายิงประตูเอาใจเยาวชนเหล่านักเตะและประชาชน ซึ่งต่างก็ชื่นชอบ พากันมาให้กำลังใจและขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก

‘ชวน-อภิสิทธิ์’ แท็กทีมแกนนำ ‘ประชาธิปัตย์’ ลุยหาเสียงช่วย ‘หมอบัญญัติ’

นายอภิสิทธ์ บอกว่า เท่าที่ลงพื้นอำเภอแกลงวันนี้ ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ เงื่อนไขไม่เหมือนการเลือกตั้งทั่วไป เพราะไม่มีพรรครัฐบาลในปัจจุบันลงสมัครแข่งขัน เพราะฉะนั้นเงื่อนไขของการเป็นรัฐบาลฝ่ายค้านไม่มี แต่เรามั่นใจในตัวผู้สมัครของเราที่เป็นอดีต สส. ได้พิสูจน์ผ่านระยะเวลายาวนาน ว่าเป็นนักการเมืองน้ำดี ซื่อสัตย์ มีคุณภาพ เป็นคนในพื้นที่ 

‘ชวน-อภิสิทธิ์’ แท็กทีมแกนนำ ‘ประชาธิปัตย์’ ลุยหาเสียงช่วย ‘หมอบัญญัติ’

และแม้ว่าคะแนนจะเป็นรองก็ไม่มีความกังวล เพราะผู้สมัครและทีมงาน ตลอดจนทีมผู้บริหารประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจขอแรงสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ อยากให้ได้นักการเมืองคุณภาพกลับคืนสู่สภาฯ วันที่ 10 กันยายน 2566 นี้จึงขอประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิ์ เพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของอำนาจ ที่จะกำหนดอนาคตของบ้านเมือง

‘ชวน-อภิสิทธิ์’ แท็กทีมแกนนำ ‘ประชาธิปัตย์’ ลุยหาเสียงช่วย ‘หมอบัญญัติ’
‘ชวน-อภิสิทธิ์’ แท็กทีมแกนนำ ‘ประชาธิปัตย์’ ลุยหาเสียงช่วย ‘หมอบัญญัติ’

ทั้งนี้นายชวนและนายอภิสิทธ์ พร้อมทีมงาน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ตลาดกำนันหมู ตำบลซำฆ้อ อำดภแเขาชะเมา และที่หน้าตลาดอำเภอแกลงด้วย

‘ชวน-อภิสิทธิ์’ แท็กทีมแกนนำ ‘ประชาธิปัตย์’ ลุยหาเสียงช่วย ‘หมอบัญญัติ’

อัจฉรา-ภัทราพร วิเศษศรี สำนักข่าวเนชั่น จ.ระยอง

‘ผู้ประกอบการ’ ระบาย 8 ปี อดทนสารพัดปัญหาด้านประมง ปลื้ม ‘เศรษฐา’ คนแรกที่มา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557568

01 ก.ย. 2566

'ผู้ประกอบการ' ระบาย 8 ปี อดทนสารพัดปัญหาด้านประมง ปลื้ม 'เศรษฐา' คนแรกที่มา

‘ผู้ประกอบการ’ เผย 8 ปี ทุกข์หนักกับการจัดระเบียบประมง ปรับหนัก แรงงานต่างด้าวเป็นต่อ สุดปลื้ม ‘เศรษฐา’ นายกฯคนแรกที่มา

นายสมพร สมุทรโสภากุล อุปนายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงครามและที่ปรึกษาสหกรณ์ประมงแม่กลอง เปิดเผยผลกระทบต่อการจัดระเบียบประมง หลังไทยจากได้ใบเหลือง iuu โดย 8 ปีที่ผ่านมา จำนวนเรือจากเดิมมี 20,000 กว่าลำ ในอ่าวไทย ปัจจุบันเหลือ 7,000 กว่าลำ เพราะการจัดระเบียบที่ค่อนข้างเข้มงวด ผิดเล็กน้อย แรงงานก็โดนปรับคนละ 400,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะผิดเรื่องเอกสาร แรงงานต่างด้าว 1 คน ต้องใช้เอกสารเยอะมาก ทั้งของกรมเจ้าท่า กรมประมง กรมจัดหางาน เป็นต้น

หากไม่ผ่านนิดเดียว ก็โดนแล้ว ทำให้พี่น้องชาวประมงเกิดความท้อว่า เป็นกฎหมายที่รุนแรง ถ้าพลาดไปหมดตัวได้เลย ทุกวันนี้จะเห็นว่า ชาวประมงอยากจะขายเรือ  มีการแจ้งไปยังภาครัฐแล้ว 1,700 กว่าลำ ให้รัฐมาซื้อเรือ 

สำหรับแรงงานนั้น ทุกวันนี้ภาคประมงขาดแคลนมาก ทำให้เกิดการแย่งแรงงาน ทำให้แรงงานต่างด้าวได้ใจ เพราะมีกฎหมายคุ้มครอง ซึ่งมองว่ามากเกินไป เพราะแรงงานเกิดการต่อรองนายจ้าง วันไหนได้ปลาเยอะ ก็ไม่อยากทำงาน ทิ้งสมองนอน ซึ่งนายจ้างไม่มีตัวเลือกต้องทนขมขื่น เราเป็นรองแรงงานต่างด้าว บางครั้งลูกน้องสั่ง “ลูกพี่เอาเรือเข้าฝั่งเถอะ เหนื่อย ได้ปลาเยอะแล้ว” ทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่อยากทำธุรกิจประมง เพราะปัญหาที่มีเข้ามาค่อนข้างมาก 

นายสมพร กล่าวถึงการลงพื้นที่ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีว่า เป็นนายกฯคนแรก ลงพื้นที่ตั้งแต่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง ตนทำงานให้กับสมาคมมา 20 กว่าปีและทำประมงเองมา 40 กว่าปี ไม่เคยเห็น และพอแต่งตั้งแล้ว ก็ลงมาฟังปัญหาพี่น้องชาวประมงทันที เหมือนจุดประกายให้มีความหวัง รู้สึกมีความหวังมากขึ้น

'ผู้ประกอบการ' ระบาย 8 ปี อดทนสารพัดปัญหาด้านประมง ปลื้ม 'เศรษฐา' คนแรกที่มา
'ผู้ประกอบการ' ระบาย 8 ปี อดทนสารพัดปัญหาด้านประมง ปลื้ม 'เศรษฐา' คนแรกที่มา
'ผู้ประกอบการ' ระบาย 8 ปี อดทนสารพัดปัญหาด้านประมง ปลื้ม 'เศรษฐา' คนแรกที่มา

นายกฯ ร่วมยินดีลดโทษ นักโทษเด็ดขาดชาย ‘ทักษิณ’- ทนายความเตือนอย่าโต้แย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557564

01 ก.ย. 2566

นายกฯ ร่วมยินดีลดโทษ นักโทษเด็ดขาดชาย 'ทักษิณ'- ทนายความเตือนอย่าโต้แย้ง

นายกรัฐมนตรี  ร่วมแสดงความยินดีกับครอบครัวชินวัตร จากราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษนักโทษเด็ดขาดชาย “ทักษิณ” ชินวัตร    เหลือโทษจำคุก 1 ปี ด้านทนายความอดีตนายกรัฐมนตรี วอนสังคมอย่าโต้แย้ง เข้าข่ายละเมิดพระราชอำนาจ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี   เปิดเผยว่า ตามที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร    เหลือโทษจำคุก 1 ปี เหตุทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ  ทราบเรื่องแล้ว ขอยินดีกับครอบครัวชินวัตร  และครอบครัวก็น่าจะสบายใจขึ้น   ทราบว่าผู้ป่วยมีอาการความดันสูง  น่าเป็นห่วง และหวังว่าหลังจากนี้จะมีกำลังใจดีขึ้น
 

 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ  อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเมตตา  เรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนที่กรมราชทัณฑ์จะต้องนำไปดำเนินการต่อไปหลังจากนี้ต้องขอร้องประชาชนคนไทยที่ไม่สมควรที่จะวิพากษ์วิจารณ์ หรืออาจมาโต้เเย้งคัดค้านใด เพราะอาจจะเป็นก้าวล่วงหรือละเมิดพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์

ในส่วนคดีที่ยังค้างพิจารณาอยู่ไม่ว่าจะเป็นชั้นสอบสวนหรือชั้นศาล ทางทนายความก็จะดำเนินการในฐานะของจำเลยหรือผู้ถูกกล่าวหาตามสิทธิ ของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เรื่องใดในชั้นสอบสวน ก็จะร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ เนื่องจากต้องให้โอกาสผู้ต้องหาต่อสู้คดีอาญา อย่างเต็มที่  ส่วนคดีที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาล หากมีคดีที่สามารถถอนฟ้องหรือยอมความได้ ก็ต้องดำเนินการเพื่อหาข้อยุติตามกฎหมายต่อไป

รองนายกฯ ตอบสื่อขอให้ก้าวข้าม ‘ตัดผม ‘นักโทษเด็ดขาดชาย ‘ทักษิณ ‘

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557558

01 ก.ย. 2566

รองนายกฯ ตอบสื่อขอให้ก้าวข้าม 'ตัดผม 'นักโทษเด็ดขาดชาย 'ทักษิณ '

รักษาการรองนายกฯ ระบุปัญหาการ”ตัดผม” ของนักโทษ กรณีนักโทษเด็ดขาดชาย “ทักษิณ” อยากให้มองข้ามเรื่องนี้ ย้ำมีจริงที่นักโทษบางรายได้รับการผ่อนพัน แจงสิ่งที่ชี้ชัดคือการทำงานเมื่ออยู่ในสภาพการเป็นนักโทษ ด้าน สว.สมชาย ชี้เมื่ออาการดีขึ้น ควรส่งไปรักษาที่รพ.ราชทัณฑ์

นายวิษณุ เครืองาม รักษาการรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  การเข้ารักษาตัวของนักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร ที่โรงพยาบาลตำรวจ ถือเป็นการถูกจำคุก อยู่ในกำหนดระยะเวลาต้องโทษ เพราะอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปเฝ้า 4   นาย  และ  มีระเบียบการเข้าเยี่ยม   ซึ่งโรงพยาบาลตำรวจไม่มีสิทธิกำหนด  ส่วนเรื่องตัดผมและการแต่งกาย กรมราชทัณฑ์เป็นผู้กำหนด   เรื่องการ
 ตัดผมเห็นว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องการตัดผม เพราะในกรมราชทัณฑ์นักโทษบางราย ได้รับการผ่อนผัน เรื่องใหญ่คือเรื่องของการทำงาน เมื่ออยู่ในเรือนจำ นักโทษทุกคนพยายามทำงาน ซึ่งนายทักษิณก็อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เหล่านี้ 

“กรณีของนายทักษิณ ยังไม่มีอภิสิทธิ์อะไร เพราะเป็นสิทธิที่นักโทษจะพึงมี หากป่วยจริง ไม่ใช่อภิสิทธิ์ คนที่เป็นนักโทษและถูกส่งไปที่โรงพยาบาล มีจำนวนมาก ส่วนจะป่วยจริงหรือไม่จริงไม่ทราบ อยู่ที่หมอ และในฐานะที่ใกล้จะพ้นตำแหน่งเเล้ว  ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว ขอให้ไปถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ ” นายวิษณุ ระบุ
 

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ( สว.) กล่าวว่า  อาการเจ็บป่วยของ นักโทษเด็ดขายชาย ทักษิณ ชินวัตร  ควรได้รับการรักษา  แต่เมื่อหายดีในระดับที่สามารถส่งตัวกลับมาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์​ได้ ก็ควรดำเนินการ เพราะการกลับมารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เชื่อว่า ประชาชนจะสามารถยอมรับได้ เพราะถือว่า นายทักษิณ ได้กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง

‘เศรษฐา-ธรรมนัส’ ลุยแม่กลอง แก้ปัญหาประมงไทย ลั่นเป็น ‘รัฐบาลประชาชน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557554

01 ก.ย. 2566

'เศรษฐา-ธรรมนัส' ลุยแม่กลอง แก้ปัญหาประมงไทย ลั่นเป็น 'รัฐบาลประชาชน'

‘เศรษฐา-ธรรมนัส’ รับฟังปัญหาชาวประมง จ.สมุครสงคราม ‘สมาคมการประมง’ โอด เดือดร้อนมา 8 ปี ถูกปรับไปแล้วไม่น้อยกว่า 1,000 ล้าน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายปานปรีย์ พหิทธานุกร คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ท่าเทียบเรือ โรงน้ำแข็งศิริไพโรจน์ จ.สมุทรสงคราม เพื่อพูดคุยถึงผลกระทบจากประกาศของ IUU และแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการธุรกิจประมง และชาวประมงกว่า 22 จังหวัดติดทะเล 

นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ปัญหาของการประมงทะเลของไทยในปัจจุบัน มีหลายส่วน ประกอบด้วย 
1.ปัญหาในด้านทรัพยากรสัตว์น้ำในน่านน้ำไทย ที่ไม่ยั่งยืนขาดองค์ความรู้ในการจัดการ ขาดนโยบาย คน และการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากขาดการศึกษา สำรวจ และวิจัย ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ
2.ปัญหาของชาวประมงทุกกลุ่ม(พื้นบ้าน, พาณิชย์และนอกน่านน้ำ) ที่ถูกบังคับใช้กฎหมาย(พ.ร.ก.ประมง และกฎหมายอื่นๆ)ที่ไม่เป็นธรรมมีโทษสูง ผู้บังคับใช้กฎหมาย(ทุกหน่วยงาน)ใช้อคติ, ขาดแคลนแรงงาน ต้องนำเข้าแรงงานต่างด้าว ทำให้เรือจอดขาดรายได้ ล้มละลาย กว่า 10,000 ลำ 

'เศรษฐา-ธรรมนัส' ลุยแม่กลอง แก้ปัญหาประมงไทย ลั่นเป็น 'รัฐบาลประชาชน'

3.ปัญหาของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ขาดแคลนวัตถุดิบ ต้องนำเข้าปีละกว่า 1,000,000 ตัน, ผู้ประกอบการรายเล็กต้องเลิกกิจการ เนื่องจากไม่สามารถแข่งขันได้
4.ปัญหาของผู้บริโภค ขาดแคลนอาหารโปรตีน ที่มีคุณภาพและปริมาณต้องนำเข้าปีละกว่า 500,000 ตัน 
5.ปัญหาการบริหารจัดการด้านการประมงทะเล ขาดหน่วยงาน คน และองค์ความรู้ เฉพาะทางในการจัดการทรัพยากรประมงและการใช้ประโยชน์ที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีผู้บริหารที่มีพื้นความรู้ทางการประมงน้ำจืดมาบริหารกิจการทางทะเลมานานกว่า 30 ปี จนนำไปสู่การได้รับใบเหลืองจาก EU จนทำให้ชาวประมงได้รับผลกระทบเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสมาตลอด 8 ปี

โดยเฉพาะการใช้ดุลพินิจ และใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม และทั้งที่ชาวประมงไม่ได้ตั้งใจกระทำความผิด แต่เกิดความคลาดเคลื่อนของเทคโนโลยีจากสัญญาณดาวเทียม หรือ ความสับสนของชื่อลูกเรือประมง เป็นต้น หรือ บางครั้งไม่ได้กระทำความผิด แต่ถูกกล่าวหา จับชาวประมงเป็นเหยื่อ เพื่อให้ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ชาวประมงเจอแบบนี้มาโดยตลอด ทำให้ชาวประมงต้องเจ๊งหมดตัวจำนวนมาก โดยโทษที่ชาวประมงถูกปรับไปแล้วไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นการใช้กฎหมายปล้นประชาชน

'เศรษฐา-ธรรมนัส' ลุยแม่กลอง แก้ปัญหาประมงไทย ลั่นเป็น 'รัฐบาลประชาชน'

ขณะที่นายเศรษฐากล่าวหลังฟังปัญหาของชาวประมงว่า ตนได้เห็นแววตาของชาวประมงที่พบปัญหา รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ให้ความสำคัญต่อปัญหาหลายเรื่อง และนายปลอดประสพ ก็มีทางออกไว้แล้ว ไม่ใช่เพียงเฉพาะการประมงเท่านั้น อะไรที่อยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีจะต้องตั้งคณะกรรมการ มอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นหัวหน้า และเชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุย อาจทำไม่ได้ทั้งหมดในครั้งเดียวแต่ขอให้มั่นใจในรัฐบาลเพื่อไทยจะทยอยทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ 


ส่วนการแก้ไข พ.ร.บ.แรงงานต่างด้าว จะต้องปรึกษาว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นวาระที่ต้องพูดคุยกันทุกฝ่าย 

ส่วนปัญหาในเรื่องน่านน้ำของอินโดนีเซียนั้น ไม่มีการแย่งกันทำงาน เพราะอินโดนีเซียก็มีทรัพยากร ไทยมีความรู้ความสามารถและบุคลากร ถ้าสามารถร่วมงานกันได้ จะเกิดผลประโยชน์ที่น่าจะลงตัว  

ทั้งนี้ไทยเดิมมีการส่งออกสินค้าทางทะเล 3.5 แสนล้านบาท แต่ผ่านมาแล้ว 8-9 ปี ต้องนำเข้า 1.5 แสนล้านบาทต่อปี​ แต่ไม่ขอมองปัญหาเก่า ขอเดินหน้าแก้ไขปัญหา อย่าไปว่าใครเลยดีกว่า และมั่นใจว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาของชาวประมงหลังถูกตีตกไป จะสามารถแก้ไขปัญหาได้บ้าง โดยมอบหมาย ร.อ.ธรรมนัสรับผิดชอบ

ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงนั้น เป็นนโยบายของทุกพรรค ต้องระมัดระวังในการปรับขึ้น เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายกับทุกภาคส่วน แต่ก็มีความจำเป็น เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งจะเน้นเพิ่มรายได้ หากทำได้ก็จะสามารถเพิ่มค่าแรงให้ได้ จะพิจารณาก่อนว่าจะขึ้นอะไรอย่างไร​ หากพร้อมก็จะทำทันที​ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นปีหน้า โดยขอหารือกับพรรคร่วมอีกครั้งหนึ่งก่อน​

“การทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของตน เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องร่วมกันกับพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย​และเชื่อว่า​รัฐมนตรีทุกคน​ เป็นห่วงปัญหาปากท้องของประชาชน​ และมีความปรารถนาดี ขอแค่โอกาส” นายเศรษฐากล่าว 

'เศรษฐา-ธรรมนัส' ลุยแม่กลอง แก้ปัญหาประมงไทย ลั่นเป็น 'รัฐบาลประชาชน'

ด่วน ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘พระราชทานอภัยโทษ’ อดีตนายกฯ ‘ทักษิณ’ เหลือจำคุก 1 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557555

01 ก.ย. 2566

ด่วน ราชกิจจาฯ ประกาศ 'พระราชทานอภัยโทษ' อดีตนายกฯ 'ทักษิณ' เหลือจำคุก 1 ปี

เว็บไชต์ “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ประกาศ “พระราชทานอภัยโทษ”อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร” เหลือจำคุก 1 ปี หลังกลับมาไทยได้ 10 วัน

1 ก.ย. 2566  เว็บไชต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษ มีข้อความดังนี้ 
 

ตามที่ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร ยื่นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษา จำนวน ๓ คดีคดีที่ ๑ คดีหมายเลขแดง ที่ อม. ๔/๒๕๕๑ ความผิดต่อหน้าที่ราชการ กำหนดโทษจำคุก ๓ ปี คดีที่ ๒ คดีหมายเลขแดง ที่ อม. ๑๐/๒๕๕๒ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ กำหนดโทษจำคุก ๒ ปี ซึ่งคดีที่ ๑ กับคดีที่ ๒ นับโทษซ้อนกันรวมกำหนดโทษจำคุก ๓ ปี และคดีที่ ๓ คดีหมายเลขแดง ที่ อม. ๕/๒๕๕๑ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมกำหนดโทษจำคุก ๕ ปี รวมกำหนดโทษจำคุก ๘ ปี รับโทษมาแล้ว ๑๐ วัน เหลือโทษจำคุก ๗ ปี ๑๑ เดือน ๒๐ วัน อยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ความว่าเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อถูกดำเนินคดีและศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกดังกล่าวด้วยความเคารพในกระบวนการยุติธรรม ยอมรับผิดในการกระทำ มีความสำนึกในความผิด จึงขอรับโทษตามคำพิพากษาขณะนี้อายุมาก มีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยต้องเข้ารักษาพยาบาลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นั้น

ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว จึงพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร เหลือโทษจำคุกต่อไป อีก ๑ ปี ตามกำหนดโทษตามคำพิพากษาเพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคมและประชาชน สืบไป

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ 
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ราชกิจจาฯแพร่ประกาศพระราชทานอภัยโทษ ทักษิณ ชินวัตร ราชกิจจาฯแพร่ประกาศพระราชทานอภัยโทษ ทักษิณ ชินวัตร

‘หมอหนุ่ย’ ลาออก นายกอบจ.กาญจนบุรี จ่อนั่ง ‘รมช.คมนาคม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557552

01 ก.ย. 2566

‘หมอหนุ่ย’ ลาออก นายกอบจ.กาญจนบุรี จ่อนั่ง ‘รมช.คมนาคม’

‘หมอหนุ่ย’ สุรพงษ์ ปิยะโชติ ลาออก จากนายกอบจ.กาญจนบุรี จ่อนั่ง ‘รมช.คมนาคม’ ด้าน กกต.เมืองกาญจน์ เตรียมจัดเลือกตั้ง นายก อบจ. แทนกำหนดเปิดรับสมัคร 11-15 ก.ย. เลือกตั้ง 22 ต.ค. 66

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 1 ก.ย. 2566 หลังจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้จัดโผครม.เศรษฐา 1 หรือ จัดสรรโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการ ของแต่ละกระทรวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ช่วงเช้าวันนี้(1 ก.ย.2566)

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

โดยมีชื่อนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือ “หมอหนุ่ย” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี(นายก อบจ.กาญจนบุรี) ได้รับโควต้าให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม(รมช.คมนาคม)  โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม(รมว.คมนาคม)

เมื่อนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ต้องไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก็จะต้องลาออกจากตำแหน่ง นายก อบจ.กาญจนบุรี และล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือ “หมอหนุ่ย” ได้เข้าพบ ร.ท.ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หนังสือลาออก ของหมอหนุ่ย หนังสือลาออก ของหมอหนุ่ย

หมอหนุ่ย หรือ สุรพงษ์ ปิยะโชติ ว่าที่ รมช.คมนาคม หมอหนุ่ย หรือ สุรพงษ์ ปิยะโชติ ว่าที่ รมช.คมนาคม

ขณะที่ นายศรัณยู อาทิตยศรัณยากร ผู้อำนวยการกกต.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า กกต.กาญจนบุรี และ อบจ.กาญจนบุรี พร้อมจัดการเลือกตั้ง นายก อบจ.กาญจนบุรี แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา กกต.กาญจนบุรี ได้ประชุมร่วมกับ ปลัด อบจ.กาญจนบุรี ผอ.กกต.ท้องถิ่นประจำ อบจ.กาญจนบุรี และคณะเพื่อเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้ง นายก อบจ.กาญจนบุรี แทนตำแหน่งที่ว่าง กรณีที่นายก อบจ.กจ.จะลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับชาติ ในวันที่ 30 สิงหาคม 2566

22 ต.ค. เลือกตั้งนายก อบจ.กาญจนบุรี

สำหรับวันเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง แทนตำแหน่งนายก อบจ.กาญจนบุรี ที่ว่าลง กกต.กาญจนบุรี ได้กำหนดเปิดสมัครรับเลือกตั้งขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 ก.ย. 2566 รวม 5 วัน โดยใช้ห้องประชุม อบจ.กาญจนบุรี เป็นสถานที่เปิดรับสมัคร ส่วนวันเลือกตั้งได้กำหนดเอาไว้ในวันที่ 22 ต.ค. 2566 

‘ไผ่ ลิกค์’ สส.พลังประชารัฐ ประกาศ จะทวงเงิน 200 ล้าน คืนประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557551

01 ก.ย. 2566

'ไผ่ ลิกค์' สส.พลังประชารัฐ ประกาศ จะทวงเงิน 200 ล้าน คืนประชาชน

‘ไผ่ ลิกค์’ กก.บห.พลังประชารัฐ ประกาศ จะทวงเงินฝากของประชาชนคืนมา หลัง นายก อบต. มีเอี่ยวธนาคารในพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนหนักแเสียหายกว่า 200 ล้านบาท

นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร และกรรมการบริหาร พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เปิดเผยว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากนาย ยุทธภูมิ แก้วเข้ม ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้าน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ที่ได้รับความเสียหายกว่า 1,000 ราย

โดยมีชาวบ้านจํานวนมากได้นำเงินไปฝากที่ธนาคารหมู่บ้าน ชื่อ ธนาคารนาบัว ธนาคารโคกเนินทอง ธนาคารบ้านน้ำล้อม และธนาคารอื่นๆ อีกหลายธนาคาร แล้วไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ซึ่งทุกธนาคารมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่านหนึ่งเป็นประธาน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เริ่มมีการฝากเงินกับทางธนาคารมาหลายปี

ปัจจุบันชาวบ้านไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ โดยธนาคารให้เหตุผลว่าไม่มีทั้งๆที่มีการฝากเงินอยู่ตลอด โดยชาวบ้านมีหลักฐานเป็นสมุดบัญชีที่ทางธนาคารออกให้ และมีหลักฐานสลิปการโอนฝากบางส่วนด้วย รวมแล้วมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ดำเนินการแจ้งความลงบันทึกประจำวัน กับทางสถานี สภ.นครไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆนั้น

“ทันทีที่ผมได้ทราบเรื่องจึงได้ประสานงานไปยัง พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับบัญชาการภาค 6 และท่านให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ผมต้องขอขอบคุณด้วย ซึ่งผมทราบดีว่า เงินเหล่านี้ที่พี่น้องประชาชนนำเอาไปฝากมาจากน้ำพักน้ำแรงของทุกคน 

ตอนนี้ชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนที่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ บางครอบครัวต้องการนำเงินมาใช้ในการเกษตรก็ไม่สามารถทำได้ จนต้องไปหากู้ ทำให้เป็นหนี้สินเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อเอาเงินของพี่น้องคืนมาให้ได้” นายไผ่ ลิกค์ กล่าว

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ ‘ครม.เศรษฐา 1’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557545

01 ก.ย. 2566

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ ‘ครม.เศรษฐา 1’ แล้ว

สำนักเลขาธิการรัฐมนตรี นำรายชื่อ ‘ครม.เศรษฐา 1’ ขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ ช่วงเช้าวันนี้ (1ก.ย.)

วันที่ 1 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หรือ “ครม.เศรษฐา 1” ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วเมื่อช่วงเช้าของวันนี้(1 ก.ย.2566) 

หลังจากก่อนหน้านี้ มีการส่งรายชื่อ ว่าที่รัฐมนตรี บางราย ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจสอบประวัติ และคุณสมบัติ 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

‘เศรษฐา’ ย้ำ ‘พักหนี้เกษตรกร’ ทำควบคู่ ‘เพิ่มรายได้’ มอบ ธ.ก.ส.ดูแลแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557536

01 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ย้ำ 'พักหนี้เกษตรกร' ทำควบคู่ 'เพิ่มรายได้' มอบ ธ.ก.ส.ดูแลแล้ว

‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ย้ำ ‘พักหนี้เกษตรกร ทำควบคู่กับการ ‘เพิ่มรายได้’ มอบหมาย ธ.ก.ส.เร่งพิจารณาขั้นตอนและงบประมาณ เตรียมพิจารณามาตรการ ดูแล หนี้สินครู-ตำรวจ-ผู้ประสบวิกฤตโควิด ไปพร้อมกัน

วันที่ 1 กันยายน 2566 ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการ “พักหนี้เกษตรกร” ว่า เรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน ของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ซึ่งกำลังพิจารณารายละเอียดว่าจะพักหนี้เกษตรกรจำนวนเท่าไร นานเท่าไร และ อย่างไร แต่จะมีการพักทั้งต้นและดอก 

'เศรษฐา' ย้ำ 'พักหนี้เกษตรกร' ทำควบคู่ 'เพิ่มรายได้' มอบ ธ.ก.ส.ดูแลแล้ว
'เศรษฐา' ย้ำ 'พักหนี้เกษตรกร' ทำควบคู่ 'เพิ่มรายได้' มอบ ธ.ก.ส.ดูแลแล้ว

“หลักการคือเราต้องการให้พี่น้องเกษตรกรมีเวลาไปพื้นฟูตัวเอง ไปทำมาหากินโดยไม่ต้องพะวงกับเรื่องหนี้สิน จะได้มีขวัญและกำลังใจในการรายได้ ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะทำได้ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ขณะนี้ได้ให้ ธ.ก.ส. ไปดูเรื่องของขั้นตอนต่างๆ โดยประสานงานใกล้ชิดกับกระทรวงการคลัง”

'เศรษฐา' ย้ำ 'พักหนี้เกษตรกร' ทำควบคู่ 'เพิ่มรายได้' มอบ ธ.ก.ส.ดูแลแล้ว
'เศรษฐา' ย้ำ 'พักหนี้เกษตรกร' ทำควบคู่ 'เพิ่มรายได้' มอบ ธ.ก.ส.ดูแลแล้ว
'เศรษฐา' ย้ำ 'พักหนี้เกษตรกร' ทำควบคู่ 'เพิ่มรายได้' มอบ ธ.ก.ส.ดูแลแล้ว

โดยเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2566 ได้พูดคุยกับทางสถาบันจัดอับดับหนี้ ซึ่งดูแลหนี้สินทั้งหมดของพี่น้องประชาชน ดังนั้นเราจึงไม่ได้ดูแลแค่พี่น้องเกษตรกร แต่ยังจะดูแลครู ตำรวจและผู้ที่ประสบภัยพิบัติในช่วงโควิด (หมวด 21) ที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษด้วย

ดังนั้นจึงขอเวลาในการพิจารณา แต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะดูแลให้ครบทุกภาคส่วนเพื่อให้คนไทยทุกคนที่ประสบปัญหาได้มีขวัญและกำลังใจกลับมาทำงานอีกครั้ง

“การลดหนี้ชั่วคราวเป็นการบรรเทาความทุกข์ เป็นการฟื้นฟูจิตใจให้มีขวัญและกำลังใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดการเพิ่มรายได้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นนโยบายของพรรคเพื่อไทยคือเราจะพยายามเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งก็ต้องเร่งทำ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกฯ- ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่รมว.เกษตรนายกฯ- ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่รมว.เกษตร