สรุปข้อกำหนด ‘ทักษิณกลับไทย’ วันนี้ สื่อ-มวลชน ทะลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556604

22 ส.ค. 2566

สรุปข้อกำหนด 'ทักษิณกลับไทย' วันนี้ สื่อ-มวลชน ทะลัก

สรุปข้อกำหนด ‘ทักษิณกลับไทย’ วันนี้ สื่อมวลชนหลายสำนักรอทำข่าวล้น ขณะที่ มวลชนคนเสื้อแดง รอรับ ‘ทักษิณ’ ทะลัก

สื่อทะลักนับร้อยสำนัก ลงทะเบียนรอทำข่าวสำคัญ ‘ทักษิณกลับไทย’ ซึ่งตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดลงทะเบียน เมื่อวันที่ (22 ส.ค. 2566) เวลา 05.30 น. ที่ผ่านมา โดยสื่อทุกคนที่จะเข้าไปถ่ายภาพ-ทำข่าว ต้องทำการลงทะเบียนเข้าพื้นที่ M-Jet สนามบินดอนเมืองทุกคน 

ทักษิณกลับไทยทักษิณกลับไทย

สำหรับกำหนดการ ‘ทักษิณกลับไทย’ 

  • 06.30 น. เปิดให้สื่อมวลชน+ช่างภาพ ลงทะเบียน-รับบัตร
  • 09.00 น. เครื่องบินส่วนตัวถึงโซนวีไอพี M-jet ดอนเมือง-ขั้นตอน เอกสาร / รับทราบคำสั่งศาล ฯลฯ-ญาติ พบ ไม่เกิน 5-10 นาที / อนุญาตสื่อบันทึกภาพ (มวลชนเข้ารอด้านนอก)
  • นำอดีตนายกรัฐมนตรีไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (สนามหลวง)
  • สุดท้ายที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ทักษิณกลับไทยทักษิณกลับไทย

ขณะที่บริเวณปากทางถนนเทวฤทธิ์พันลึก ซึ่งอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต อีกจุดซึ่งไม่ไกลจากทางเข้า M-JET มี มวลชนเสื้อแดง FC มารอต้อนรับ ‘ทักษิณ’ กันเป็นจำนวนมาก ประเมินด้วยสายตาประมาณ 300 – 350 คน ต่างคนสวมใส่แต่งกายชุดสีแดง บางกลุ่มได้มาปักหลักกลางเต้นนอนกันตั้งแต่เมื่อคืนถึงฝนจะตกลงมากลุ่มมวลชนก็ยังไม่ไปไหนบริเวณรอบๆ ยังมีป้ายที่เขียนต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วย

มวลชนมวลชน

มวลชนมวลชน

‘ก้าวไกล’ มีมติ ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ ไม่เห็นชอบ – ไทยสร้างไทย งดออกเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556601

22 ส.ค. 2566

'ก้าวไกล' มีมติ  'โหวตนายกรัฐมนตรี' ไม่เห็นชอบ - ไทยสร้างไทย งดออกเสียง

มติของพรรค”ก้าวไกล” ต่อการ “โหวตนายกรัฐมนตรี” จากพรรคเพื่อไทย “เศรษฐา” ได้ข้อสรุป ใช้วิธีการโหวต “ไม่เห็นชอบ ” เพื่อสื่อจุดยืน 3 ข้อ ต้านข้ามขั้ว ที่มีพรรค 2 ลุง , ไม่สามารถตระบัดสัตย์ต่อประชาชน และ รัฐบาลข้ามขั้ว ทำลายวาระประชาชน ส่วน “ไทยสร้างไทย” ของดออกเสียง

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า  ในการประชุมร่วมรัฐสภา  วันอังคารที่ 22  โดยมีสาระสำคัญคือ   การลงมติ “โหวตนายกรัฐมนตรี” นายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย   แนวทางของพรรคก้าวไกลมีมติออกมาว่า  จะออกเสียง  “ไม่เห็นชอบ” ต่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล (ผสมข้ามขั้ว) เพื่อแสดงจุดยืนด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ 

1.เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลผสมข้ามขั้วที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ ได้รวมเอาพรรคสืบทอดอำนาจรัฐประหาร ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ และ พรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมรัฐบาลด้วย เท่ากับขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ที่แสดงออกอย่างชัดเจนไปแล้วผ่านการเลือกตั้ง ว่าต้องการพลิกขั้วรัฐบาล ยุติการสืบทอดอำนาจ

2.พรรคก้าวไกลยืนยันว่า การโหวตไม่เห็นชอบให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีผสมข้ามขั้วนั้น  ไม่ได้พิจารณาบนพื้นฐานของคุณสมบัติของตัวแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการตัดสินใจบนจุดยืนทางการเมืองและคำมั่นสัญญาที่พรรคก้าวไกลได้ให้ไว้กับประชาชนคือ  “มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา” ซึ่งพรรคก้าวไกลไม่สามารถตระบัดสัตย์ต่อประชาชนได้

3.พรรคก้าวไกล เห็นว่าการจัดตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้วที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่การลดเงื่อนไขความขัดแย้ง หรือเดินหน้าประเทศไทยต่อโดยมีวาระของประชาชนเป็นตัวตั้ง แต่เป็นการสยบยอมและต่อลมหายใจให้กับระบบการเมืองที่ไม่ยอม  ให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน


“การมีมติแบบนี้ อยู่บนหลักการและจุดยืนที่ให้ไว้กับประชาชนและเคารพผลของการเลือกตั้ง ส่วนการทำงานในสภาไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน เชื่อว่าเมื่อเอาเหตุผล เอาสาระเป็นตัวตั้ง สิ่งใดที่พรรคก้าวไกลเสนอ สมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์กับประชาชน ก็คิดว่าจะสามารถร่วมงานกันได้ และหากอนาคตเราเป็นฝ่ายค้าน แล้วหากรัฐบาลเสนอไม่ว่าจะเป็นกฎหมายหรือวาระอะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนเราก็เห็นชอบด้วยอยู่แล้ว ไม่จำเป็นว่าจะต้องไม่เห็นชอบไปด้วยกันทุกเรื่อง หรือเห็นชอบไปด้วยกันทุกเรื่อง ขึ้นอยู่กับเหตุและผล และหวังว่า หากเห็นว่าร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลที่เสนอไปก่อนหน้านี้ สมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์กับประชาชน ก็จะสามารถได้รับความร่วมมือ”  นายชัยธวัช ระบุ

'ก้าวไกล' มีมติ  'โหวตนายกรัฐมนตรี' ไม่เห็นชอบ - ไทยสร้างไทย งดออกเสียง

มติที่ประชุมสส. พรรคก้าวไกล มีจุดยืน โหวตไม่เห็นชอบนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเสนอชื่อของพรรคเพื่อไทย 

.

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย  เปิดเผยว่า    ในการโหวตนายกรัฐมนตรี วันนี้  (22 )  แนวทางของพรรคไทยสร้างไทย  ซึ่งมีสส. ทั้งแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ รวม 6 คน แนวทางขอพรรคไทยสร้างไทย  ต่อการโหวตนายกรัฐมนตรี คือ  งดออกเสียง ไม่โหวตสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว  ไม่เป็นที่เหยียบยืนให้กับเผด็จการอย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะยุติการสืบทอดอำนาจ

“เรายืนยันว่าจะยึดมั่นในสิ่งที่สัญญาเป็นสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชน ทั้งการไม่เป็นนั่งร้านให้เผด็จการ และผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน รวมทั้งเร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งพรรคขอยืนยันจุดยืนที่เคยประกาศ เป็นสัญญาประชาคม   ขอยืนยันและแสดงความชัดเจนอีกครั้งว่า จะไม่มีการสลับขั้ว-ย้ายฝั่ง “

'ก้าวไกล' มีมติ  'โหวตนายกรัฐมนตรี' ไม่เห็นชอบ - ไทยสร้างไทย งดออกเสียง

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

.

น.อ.อนุดิษฐ์ ยังกล่าวถึง กรณีที่มี กระแสข่าวออกมาว่า พรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พยายามทาบทาม สส.ของพรรคไทยสร้างไทย ให้ไปช่วยสนับสนุนการ โหวตเลือก นายกรัฐมนตรี จากข้อมูลและกระแสข่าวที่ออกมายอมรับว่า ได้รับข้อมูลข่าวสาร ในลักษณะเช่นนั้นจริง สอดคล้องกับคำพูด ของรองหัวหน้าพรรคแกนนำบางคน  ที่เคยให้ข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า อาจมี สส.บางคน จากบางพรรค ยกมือสนับสนุนสวนมติพรรค โดยถือเป็นเอกสิทธิ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเสียมารยาทและเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย

ชม ถ่ายทอดสด ‘โหวตนายกรอบ 3’ ลุ้น ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นนายกฯ คลิกที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556598

22 ส.ค. 2566

ชม ถ่ายทอดสด 'โหวตนายกรอบ 3' ลุ้น 'เศรษฐา ทวีสิน' เป็นนายกฯ คลิกที่นี่

ถ่ายทอดสด ‘โหวตนายกรอบ 3’ กี่โมง เช็กช่องทาง ชมสด ลุ้น ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หรือไม่ คลิกที่นี่

เป็นที่จับตา สำหรับการ “โหวตนายกรอบ 3” ที่จะมีขึ้นในวันนี้ (22 ส.ค. 2566) ภายหลังพรรคเพื่อไทย แถลงการจัดตั้งรัฐบาล 314 เสียง 11 พรรค โดยพรรคเพื่อไทย ส่ง นายเศรษฐา ทวีสิน เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย หลังจากก่อนหน้านี้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” จากพรรคก้าวไกล ไม่สามารถชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ได้สำเร็จ เนื่องจากได้รับคะแนนโหวตจากรัฐสภาไม่เกินครึ่ง

โหวตนายกรอบ 3 ลุ้นเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯคนที่ 30โหวตนายกรอบ 3 ลุ้นเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯคนที่ 30

โหวตนายกรอบ 3 กี่โมง

สำหรับการโหวตนายกรอบ 3 จะเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น. เปิดประชุมสภา โดยรังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล เสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมข้อ 32 (1) เรื่อง ขอให้รัฐสภาทบทวนมติ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. กรณีเสนอชื่อโหวตนายกฯ ซ้ำ รัฐสภาเปิดอภิปรายทั่วไปใช้เวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น สว. 2 ชั่วโมง และ สส.ไม่เกิน 3 ชั่วโมง จากนั้นในเวลา 15.00 น. จะเริ่มโหวตนายกฯ และคาดว่าจะรู้ผลโหวตนายกรอบ 3 เวลาประมาณ 17.30 น.

โดยผู้ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ จำนวน 376 เสียงขึ้นไป หรือเกินครึ่งของคะแนนเสียงทั้งหมดในรัฐสภา

สส.ก้าวไกลงดออกเสียงโหวตนายกฯสส.ก้าวไกลงดออกเสียงโหวตนายกฯ

ช่องทาง ถ่ายทอดสด โหวตนายกรอบ 3

  • การถ่ายทอดสดการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รอบที่ 3 สามารถรับชมได้ทาง ช่องทีวีรัฐสภา
  • เฟซบุ๊ก วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา คลิกที่นี่
  • YouTube รัฐสภา (TPchannel)

       https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FTPchannelFan%2Fvideos%2F1356108981669607%2F&show_text=false&width=560&t=0

ทั้งนี้ วันโหวตนายกฯ รอบ 3 ซึ่งตรงกับวันที่ 22 ส.ค. 2566 ยังเป็นวันเดียวกับที่ทาง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศบินกลับมาประเทศไทยอีกด้วย

‘เศรษฐา’ เปิดใจต้องกลืนเลือดร่วมรัฐบาล 2 ลุง ขอตั้งรัฐบาลเพื่อ ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556591

21 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' เปิดใจต้องกลืนเลือดร่วมรัฐบาล 2 ลุง ขอตั้งรัฐบาลเพื่อ ปชช.

‘เศรษฐา’ เผยจำใจกลืนเลือดตัวเองร่วม 2 ลุง ลั่น ย้ำนโยบายดีๆจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้า ‘เพื่อไทย’ ไม่ได้ถ้าไม่ตั้งรัฐบาล พร้อมระลึกถึงเพื่อนร่วมทางที่ลาออก

วันที่ 21 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน ได้กล่าวเปิดใจในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย โดยกล่าวว่า ตนภูมิใจที่มายืนณ จุดนี้ แล้วตลอดเวลาที่ก้าวมาสู่เวทีการเมือง มาสู่ครอบครัวเพื่อไทย ภายใต้การเชิญของนางสาวแพทองธารได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ตอนเดินเข้ามาก็เดินเข้ามาคนเดียว ซึ่งได้รับการช่วยเหลือประคับประคองอย่างดีจากทุกคนในพรรคเพื่อไทย จึงอยากขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง และยอมรับว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามามีความประมาท และไม่แน่ใจ กังวลอยู่หลายอย่าง แต่ก็มีคนมาช่วยติวเป็นพี่เลี้ยงให้หลายคน โดยเฉพาะนายณัฐวุฒิใสยเกื้อ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่มีส่วนช่วยให้ปราศรัย แล้วให้คำแนะนำเวลาไปพูดคุยกับประชาชนตลอดการลงพื้นที่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แล้ววันนี้ผลการเลือกตั้งออกมาชัดเจน พรรคเพื่อไทยได้ 141 เสียง ซึ่งไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่สิ่งที่เราได้พูดไประวังเลือกตั้งคือความชัดเจน คำพูดเป็นนาย อยู่บนบรรทัดฐานของการแลนสไลด์ ตามที่ตามที่แพทองธาร ได้ย้ำไปเมื่อวานนี้ ว่าจำเป็นต้องกลืนเลือด และพาพรรคเพื่อไทยเดินไปข้างหน้า ต้องช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้เป็นการโกหกประชาชน แต่ขอบอกตามตรงว่า มันคือการยอมรับความจริง 9 ปีที่ผ่านมาที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตกต่ำลงไปมาก วันนี้จึงมีความจำเป็นต้องลืมวาทกรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น 2 ลุง หรือ มีลุงไม่มีเรา วันนี้คณิตศาสตร์ทางการเมืองเป็นตัวบ่งบอกชัดเจนว่า ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง พรุ่งนี้ครบ 100 วันหลังการเลือกตั้ง (14 พ.ค.) ได้คุยและรับฟังปัญหากับ สส. หลายคน แต่โดยอธิบายด้วยใจจริงไปแล้วว่าไม่ได้เสแสร้งกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงความจำเป็นที่ต้องตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยให้เร็วที่สุด

ส่วนการใช้วาทกรรม ในสังคมโซเชียลมีเดียเพื่อด้อยค่าพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวก็เจ็บพอๆ กับทุกคน แต่เราอยู่ในสังคมของความเป็นจริง ยังมีประชาชนอีกหลายคน ที่รอการจัดตั้งรัฐบาล และนโยบายที่ดีของพรรคเพื่อไทยทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย

นายเศรษฐา ยังกล่าวอีกว่า ขอให้ทุกคนอยู่กับความเป็นจริง ต้องรบกวนให้ สส.ทุกคน เวลาไปลงพื้นที่ ไปอธิบายให้ประชาชนเข้าใจในความจำเป็นถึงภารกิจครั้งนี้ไปหล่อหลอมและยกระดับจิตใจให้คนในประเทศนี้เดินไปข้างหน้าให้ได้

พรุ่งนี้ที่รัฐสภาจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ตนเองรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้รับมอบหมาย จากสมาชิก และจะพยายามเต็มที่ให้สู่ความสามารถ จะนำรัฐบาลของประชาชน ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยมาแก้ไขปัญหาด้วยความตั้งใจจริง ไม่ลืมความเหน็ดเหนื่อยที่เคยร่วมต่อสู้กันมา และจะไม่ลืมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางสาวทัศนีย์ บุราณุปกรณ์ และนายชานันท์ ยอดหงษ์ ที่มีความปรารถนาดีกับพรรคเพื่อไทย ไม่ทรยศต่อมิตรภาพที่มีอยู่ และไม่ขว้างหินกลับมาใส่บ้านที่เขาเคยอยู่ แต่การตัดสินใจดังกล่าว เป็นความจำเป็น เพราะเขามีจุดยืน ซึ่งตนเองเชื่อว่าทั้ง 3 คน รวมถึงอีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อในวันนี้ เข้าใจในความจำเป็น ที่ต้องเดินไปทางนี้ ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของเราทุกคน และ รัฐบาลที่หวังว่า จะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ พาประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้ ทำให้ทั้ง 3 คนภาคภูมิใจ ในความเป็นพรรคเพื่อไทย 

สว. กิตติศักดิ์ ปูด สถานการณ์พลิก เสียงสว.มีลุ้นแตะ 100 ส่ง เศรษฐา ขึ้นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556592

21 ส.ค. 2566

สว. กิตติศักดิ์  ปูด สถานการณ์พลิก เสียงสว.มีลุ้นแตะ 100  ส่ง เศรษฐา ขึ้นนายกฯ

สว.กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ รับสภาพสถานการณ์พลิก โหวตนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา” จากพรรคเพื่อไทย มีโอกาสนอนมา เฉพาะเสียงสว.ที่คาดว่าจะเทให้ อาจจะทะลุไปถึง 100 เสียง ผลจาการจัดสรรตำแหน่งในรัฐบาล 11 พรรค ลงตัว เอื้อให้ทางฝั่ง สว. ที่เป็นเครือข่ายภาคการเมืองหันมาเทเสียงสนับสนุน

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.)  เปิดเผยว่า   หลังจากที่ 11 พรรค  ได้แถลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน  ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย   สัญญาณล่าสุดของสว.ชัดเจนแล้วว่า   น่าจะมี สว.เกิน 100 เสียง โหวตนายกรัฐมนตรีให้นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย  เป็นนายกรัฐมนตรี  ในการประชุมร่วมรัฐสภา เป็นที่แน่นอน   โดยปัจจัยส่วนหนึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่พรรคร่วมรัฐบาล สามารถตกลงโควตารัฐมนตรีได้เป็นที่น่าพอใจ   ทำให้การสนับสนุนจากฝั่งสว. ที่มีความสัมพันธ์กับฝ่ายการเมืองคล้อยตามไปด้วย


“ยอมรับว่าเสียหน้าหน้า ที่คิดว่า นายเศรษฐา จะไม่ผ่านเสียงโหวตในการประชุมร่วมรัฐสภา  วันอังคารนี้   แต่ยังยืนยันในหลักการจะไม่โหวตให้นายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะยังข้องใจเรื่องคุณสมบัติความโปร่งใสที่ถูกกล่าวหาเรื่องการเลี่ยงภาษีซื้อขายที่ดินในหลายกรณี   เนื่องจากนายเศรษฐา ยังชี้แจงไม่ชัดเจน    ส่วนการที่สว.ไปโหวตให้ก็ถือเป็นสีสันประชาธิปไตย เพราะการที่จะให้ สว.เห็นพ้องไปในทางเดียวกันทั้งหมดคงไม่ได้  ” นายกิตติศักดิ์ กล่าว

นายอัครเดช​ วงศ์พิทักษ์โรจน์​ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ  ​เปิดเผยว่า  ในการ
ประชุมสส.พรรค​​    หารือถึงสิ่งสำคัญที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี มีความขัดแย้งทางการเมืองของสีเสื้อ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง  เสื้อแดง หรือกลุ่มเสื้อหลากสีต่าง  ๆ วันนี้ถือเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จึงขอเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศสร้างความสามัคคีปรองดอง  เดินหน้าประเทศไทยไปด้วยกัน 

‘ชูวิทย์’ ตอกฝาโลง แฉนอมินีฟอกเงินข้ามชาติเอี่ยวเศรษฐา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556585

21 ส.ค. 2566

'ชูวิทย์' ตอกฝาโลง แฉนอมินีฟอกเงินข้ามชาติเอี่ยวเศรษฐา

จบภารกิจ แฉเพื่อชาติ ‘ชูวิทย์’ เปิดความสัมพันธ์ 2 ตระกูล เชื่อมโยง ‘เศรษฐา’ ฟาด แสนสิริ ใช้นอมินี โยงฟอกเงินต่างชาติ

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง แถลงข่าวแฉเพื่อชาติ EP.3 ซึ่งเป็น EP.สุดท้าย ก่อนวางมือแฉเพื่อชาติ โดยการแถลงครั้งนี้เป็นการแฉพฤติกรรมนิติกรรมอำพราง โยงนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย  

โดยนายชูวิทย์ เปิดการแถลงข่าวด้วยการนำโฉนดที่ดินกลางสุขุมวิท จำนวน 13 ไร่ มูลค่า 10,000 ล้านบาท โฉนดที่ดินดังกล่าวระบุชื่อเด็กชายเศรษฐา ทวีสิน โฉนดนี้ตอนนี้อยู่ในมือของตนเอง ซึ่งนายเศรษฐาพยายามซื้อคืนแต่ตนเองไม่ขายทำให้นายเศรษฐาโกรธ

ทั้งนี้นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า ที่ออกมาแฉนั้นเป็นเรื่องของการคอร์รัปชัน ยืนยันไม่เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินของตนเอง ซึ่งการที่ตนเองถูกโจมตีนั้นไม่เป็นปัญหา เพราะมีเอกสารทุกอย่าง และยินดีไปชี้แจงกับสรรพากร

ชูวิทย์ แฉเพื่อชาติ EP.3 ชูวิทย์ แฉเพื่อชาติ EP.3

นายชูวิทย์ กล่าวในการแถลงข่าวว่า การซื้อขายดินสุขุมวิท 12 เป็นที่ดินเปล่าจำนวน 12 ไร่ เดิมอยู่ในนามบริษัท ศ.  มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 175 ล้านบาท ต้องการขายที่ดินจำนวน 2 ไร่เศษ ซึ่งเจ้าของมีการจำนองไว้กับธนาคาร 1,000 ล้านบาท 

ต่อมาศุกร์วันที่ 11 มี.ค. 59 บริษัทนอมินีแห่งหนึ่งจากซามัว ชื่อ บริษัท C. ปรากฎมีที่ตั้งอยู่ในประเทศฮ่องกง กับนอมินีมุกดาหาร ซึ่งปรากฎชื่อของรปภ. ชื่อโชคชัย เป็นกรรมการผู้มีอำนาจถือหุ้น 51% ร่วมกันซื้อหุ้นจากบริษัทศ. และมีการปลดจำนองธนาคาร 1,000 ล้านบาท โดยมีบริษัท C. ซึ่งเป็นบริษัทต่างด้าว ถือหุ้น 99.99% และมีนายพ. ถือหุ้น 1% แต่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

โดยนายชูวิทย์ อ้างว่าคนที่ดำเนินการที่ชื่อว่าพ. ทั้งเป็นนอมินี เปลี่ยนโครงสร้างหุ้น และทำการขาย ซึ่งเป็นคนของแสนสิริ 

ต่อมาในวันจันทร์ที่ 14 มี.ค. ได้มีการขายที่ดินจำนวน 2 ไร่ ให้กับบริษัทพ. ซึ่งเป็นบริษัทลูกของแสนสิริ โดยในบันทึกกรมที่ดินมีการซื้อขายในราคา 499.46 ล้านบาท หรือตารางวาละ 565,000 บาท แต่แสนสิริได้ลงบันทึกในงบการเงิน และหลังจากซื้อที่ดิน บริษัทดังกล่าวได้นำที่ดินไปจำนองกับธนาคาร โดยมีวงเงินกู้ 2,556 ล้านบาท โดยข้อพิรุธของนายชูวิทย์ คือที่ดินแห่งนี้มีการซื้อในวันจันทร์ที่ 14 มี.ค ทั้งที่ในวันศุกร์ที่ 11มี.ค บริษัทที่ขายที่ดินยังเป็นบริษัทต่างด้าว สามารถขายที่ดินได้อย่างไร ?

ชูวิทย์แฉเพื่อชาติชูวิทย์แฉเพื่อชาติ

นายชูวิทย์ ระบุว่า หลังจากนั้นตนได้ไปตรวจสอบงบการเงินดังกล่าวพบว่า แสนสิริลงบันทึกในงบการเงิน ต้นทุนค่าที่ดิน 1,850 ล้านบาท ทั้งที่ซื้อมาจริงในราคา 499.46 ล้านบาท โดยเป็นการตรวจสอบงบการเงินจากบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก Ernst & Young Corporate Services Limited หรือ EY Office Limited จึงขอถามเงินทอน 675 ล้านบาทว่าหายไปไหน ?

ทั้งนี้นายชูวิทย์ กล่าวว่า ได้มีการส่งคนไปที่ฮ่องกงเพื่อตามไปดูบริษัท C. พบว่าเป็นบริษัทผีไม่มีคนทำงาน มีสภาพไม่แตกต่างจากแฟลต จึงเป็นการตอกย้ำว่า  เป็นบริษัทนอมินีชัดเจน พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการวางแผนคอรัปชั่นผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้นายชูวิทย์ ยังเปิดเผยความสัมพันธ์ที่ของตระกูลเกี่ยวข้องโดยตรงกับแสนสิริ โดยเชื่อมโยงถึง นายเศรษฐา ว่ามีนายพ.มีความเกี่ยวข้องกันทั้งหมด รวมไปถึงบริษัทรปภ. ที่เป็นนอมินี ใช้รูปแบบเดียวกันหมด

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมทุกครั้งที่แสนสิริซื้อที่ดินบริษัทผู้ขายจะมี นอมินี เป็นรปภ. เป็นผู้มีอำนาจในการเซ็นซื้อขาย นั่นก็เพราะมีบริษัทรปภ. แห่งหนึ่งคอยจัดหารปภ. ให้ โดยเป็นบริษัทของขงเบ้ง ซึ่งเป็นคู่เขยของเศรษฐา และลูกสาวของขงเบ้งเป็นผู้ถือหุ้นของแสนสิริ เป็นคนใกล้ชิดนายเศรษฐา  และมีการตั้งข้อสังเกตอีกว่าทำไมทุกครั้งที่แสนสิริซื้อที่ดิน บริษัทที่ขายจะกลายเป็นบริษัทร้าง ? เพราะไม่ส่งงบการเงินติดต่อกัน 5 ปี เนื่องจากไม่จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล 20 % จากการทำกำไรในการขายที่ดินจนเป็นบริษัทร้าง และทำไมทุกครั้งที่แสนสิริซื้อที่ดินผู้มีอำนาจลงนามของผู้ขายผู้ถือหุ้นแค่ 1 หุ้น แต่มีอำนาจควบคุม เซ็นชื่อแทน แม้ว่าผู้ถือหุ้นจะน้อยกว่าคนอื่น เพราะนอมินีที่ลงนามล้วนเป็นบุคคลใกล้ชิดที่ทำงานให้กับนายเบ้ง ทำหน้าที่เพียงลงนามในนิติกรรมแทน ส่วนทำไมทุกครั้งที่แสนสิริขายที่ดินจะมีเงินทอนเสมอ ที่ดินทองหล่อเงินทอน 435 ล้าน ที่ดินสุขุมวิทเงินทอน 675 ล้าน เพราะเป็นเงินที่ได้เร็ว โดยไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเองไปลงทุน แต่ใช้เงินของผู้ถือหุ้นแทน 

ดังนั้น นายเศรษฐา จะอ้างว่าการซื้อขายที่ดินเป็นเรื่องของผู้ขายไม่เกี่ยวกับตนเองไม่เป็นความจริง เพราะนายเศรษฐา เป็นคนที่ตั้งบริษัทนอมินีทั้งหมด ดังนั้นจึงมองว่านายเศรษฐาจะเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้  

นายชูวิทย์ระบุว่าการแฉ ครั้งนี้จะเป็นการแฉครั้งสุดท้ายของตนเอง และได้ส่งข้อมูลทั้งหมดในการแฉทุกครั้งไปให้สส.และสว. ทั้ง 750 คนได้พิจารณาในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค. 66) และหวังว่า นายเศรษฐาจะรับทราบจากจิตสำนึกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ส่วนตัวเชื่อว่าหากนายเศรษฐา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน แต่หากได้ เป็นนายกรัฐมนตรีจริงก็จะอยู่ได้เพียง 3 เดือน และจะต้องเปลี่ยนครม.ใหม่ทั้งหมด เพราะเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับนายเศรษฐาและคนรอบตัว 

ชูวิทย์แฉครั้งสุดท้ายชูวิทย์แฉครั้งสุดท้าย

นายชูวิทย์ ย้ำว่าการกระทำของตนเองมีเจตนาบริสุทธิ์ชัดเจน ส่วนใครที่จะโจมตี นายชูวิทย์บอกว่า ตนไม่ได้เป็นนายก และไม่ใช่นักการเมือง เพราะฉะนั้นตนเองไม่กลัว ซึ่งหลักฐานที่ตนเองนำออกมาแฉจะรับผิดชอบทั้งหมดเพราะเป็นหลักฐานราชการ 

ส่วนการกลับไทยของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) นายชูวิทย์ ระบุว่า มีความเกี่ยวข้องกับการโหวตนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงกลับมาก่อนเวลาโหวตเพราะจะทำให้ตัวเองเป็นตัวประกัน ไม่ใช่คนคุมเกม แต่เชื่อว่านายทักษิณจะไม่ได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำเพราะมีดีลลับ เห็นได้จากการเตรียมโรงพยาบาลตำรวจ และโรงพักตำรวจบางเขนเอาไว้รับรอง  

มติ ‘ภูมิใจไทย’ 71 เสียง พร้อมโหวต ให้ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นั่ง นายกคนที่30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556582

21 ส.ค. 2566

มติ 'ภูมิใจไทย' 71 เสียง พร้อมโหวต ให้ 'เศรษฐา ทวีสิน' นั่ง นายกคนที่30

มติ ‘ภูมิใจไทย’ 71 เสียง พร้อมโหวตให้ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นั่งนายกคนที่30 เผย ยังไม่รู้ 8 เก้าอี้รัฐมนตรี ได้กระทรวงไหน รอ กก.บห.หารือ-คัดคน เหมาะสม

นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษก พรรคภูมิใจไทย(ภท.) แถลงผลการประชุม สส.พรรค ว่า หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคได้มารายงานต่อที่ประชุมถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ 11 พรรคการเมือง โดยได้มีการหารือกัน ซึ่งที่ประชุมพรรคมีมติโหวตสนับสนุน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค. 2566) 

มติพรรคภูมิใจไทย หนุนนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีมติพรรคภูมิใจไทย หนุนนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

“โดย 71 เสียงของพรรคภูมิใจไทย ยืนยันสนับสนุนการจัดรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย”

ส่วนเรื่องโควต้า 8 เก้าอี้รัฐมนตรีนั้น ทางหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ชี้แจงว่าได้รับการจัดสรรมาจำนวน 4 รัฐมนตรีว่าการ และ 4 รัฐมนตรีช่วยว่าการ โดยจากนี้จะเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะไปพูดคุยและหารือต่อไป

ขณะนี้ยังไม่ได้มีการระบุว่าจะได้กระทรวงไหน ต้องรอให้การจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยก่อน จึงมั่นใจว่า บุคลากรทุกคนของพรรคภูมิใจไทยมีคุณภาพ ต้องรอดูว่าจะจัดสรรอย่างไรบ้าง และใครมีความเหมาะสมกับงานด้านไหน

ส่วนโผเก้าอี้รัฐมนตรีที่หลุดมา ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่พรรคภูมิใจไทยจะได้หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ในที่ประชุม

ส่วนเรื่องการเลือกสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อมาร่างรัฐธรรมนูญ นายภราดร กล่าวว่า ตามที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงการณ์ร่วมชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน โดยตั้งใจจะมี ส.ส.ร. โดยหมวดพระมหากษัตริย์จะไม่มีการแตะต้อง ถือเป็นจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว อีกทั้งพรรคเพื่อไทยก็แสดงจุดยืนแล้วว่า ทันทีที่ตั้งรัฐบาลได้ก็จะเดินหน้าทำประชามติก่อน

นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทยนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย

‘เศรษฐา’ ร่ายยาวที่ประชุม เพื่อไทย ลืมอดีต – ขอพาประเทศก้าวไปข้างหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556584

21 ส.ค. 2566

'เศรษฐา' ร่ายยาวที่ประชุม เพื่อไทย ลืมอดีต - ขอพาประเทศก้าวไปข้างหน้า

ประชุมสส.เพื่อไทย นับถอยหลังก่อน “โหวตนายกรัฐมนตรี” แคนดิเตนายกรัฐมนตรี”เศรษฐา” สะท้อนความรู้สึก ดีใจที่ได้ร่วมงานการเมือง ผ่านการเชื้อเชิญ ของ แพทองธาร ชินวัตร มาถึงขั้นนี้จำเป็น ต้องลืมสิ่งที่เคยพูดไว้เพื่อก้าวไปข้างหน้า ลั่นถึงเวลาฟื้นความเป็นอยู่ของประชาชน

ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย โดยมี  นพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว   หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 
 เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.
แพทองธาร ชินวัตร   แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมประชุมด้วย   นายเศรษฐา   ทวีสิน แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย  กล่าวในที่ประชุมว่า ภูมิใจที่มายืน ณ จุดนี้  ตลอดเวลาที่ก้าวมาสู่เวทีการเมือง มาสู่ครอบครัวเพื่อไทย ภายใต้การเชิญของน.ส.แพทองธาร ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น  


เดิมทีเข้าพรรคมาเพียงคนเดียว   ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากทุกคนในพรรคเพื่อไทย  อยากขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง และยอมรับว่าตั้งแต่วันแรกที่เข้ามากังวลอยู่หลายอย่าง แต่ก็มีคนมาช่วยเป็นพี่เลี้ยง    ทั้งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  นายจาตุรนต์ ฉายแสง   ทั้งช่วยแนะนำการปราศรัย  ให้คำแนะนำเวลาไปพูดคุยกับประชาชน ตลอดการลงพื้นที่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

จำเป็นต้องกลืนเลือด – ลืมวาทกรรม  

.

วันนี้ผลการเลือกตั้งออกมาชัดเจน พรรคเพื่อไทยได้ 141 เสียง ซึ่งไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่สิ่งที่ได้พูดไประหว่าง เลือกตั้งคือความชัดเจน คำพูดเป็นนาย  เป็นไปตามที่ น.ส.แพทองธาร ได้ย้ำไปว่า จำเป็นต้องกลืนเลือด และพาพรรคเพื่อไทยเดินไปข้างหน้า ต้องช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้เป็นการโกหกประชาชน   9 ปี ที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตกต่ำลงไปมาก วันนี้จึงมีความจำเป็นต้องลืมวาทกรรมทั้งหลาย

ไม่ว่าจะเป็น 2 ลุง หรือ มีลุงไม่มีเรา วันนี้คณิตศาสตร์ทางการเมืองเป็นตัวบ่งบอกชัดเจนว่า ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง พรุ่งนี้ครบ 100 วัน  หลังการเลือกตั้ง (14 พ.ค.) ได้คุยและรับฟังปัญหากับ สส. หลายคน อธิบายด้วยใจจริงไปแล้วว่าไม่ได้เสแสร้งกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงความจำเป็นที่ต้องตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยให้เร็วที่สุด

ขอสส.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจมวลชน ปมตั้งรัฐบาล


ส่วนการใช้วาทกรรม ในสังคมโซเชียลมีเดียเพื่อด้อยค่าพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวก็เจ็บพอ ๆ กับทุกคน แต่อยู่ในสังคมของความเป็นจริง ยังมีประชาชน ที่รอการจัดตั้งรัฐบาล และนโยบายที่ดีของพรรคเพื่อไทย ทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย   ” ขอให้ทุกคนอยู่กับความเป็นจริง ต้องรบกวนให้ สส.ทุกคน เวลาไปลงพื้นที่ ไปอธิบายให้ประชาชนเข้าใจในความจำเป็นถึงภารกิจครั้งนี้ไปหล่อหลอม และยกระดับจิตใจให้คนในประเทศนี้เดินไปข้างหน้าให้ได้   พรุ่งนี้ที่รัฐสภาจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ผมเองรู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้รับมอบหมาย จากสมาชิก และจะพยายามเต็มที่ให้สุดความสามารถ จะนำรัฐบาลของประชาชน ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยมาแก้ไขปัญหาด้วยความตั้งใจจริง “

'เศรษฐา' ร่ายยาวที่ประชุม เพื่อไทย ลืมอดีต - ขอพาประเทศก้าวไปข้างหน้า

เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย  ระหว่างการประชุมสส.พรรคเพื่อไทย 

เขา กล่าวว่า  ไม่ลืมความเหน็ดเหนื่อยที่เคยร่วมต่อสู้กันมา และจะไม่ลืมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ   ,น.ส.
ทัศนีย์ บุราณุปกรณ์ และ นายชานันท์ ยอดหงษ์ ที่มีความปรารถนาดีกับพรรคเพื่อไทย ไม่ทรยศต่อมิตรภาพที่มีอยู่ และไม่ขว้างหินกลับมาใส่บ้านที่เขาเคยอยู่ แต่การตัดสินใจ( ลาออกจากพรรค )  เป็นความจำเป็น เพราะมีจุดยืน ซึ่งตนเองเชื่อว่าทั้ง 3 คน รวมถึงอีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อในวันนี้ เข้าใจในความจำเป็น ที่ต้องเดินไปทางนี้ ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของทุกคน และ รัฐบาลที่หวังว่า จะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ พาประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้ ทำให้ทั้ง 3 คนภาคภูมิใจ ในความเป็นพรรคเพื่อไทย 

แพทองธาร ขอคืนความกินดี อยู่ดี

.

จากนั้น   น.ส.  แพทองธาร  ชินวัตร  ได้กล่าวในที่ประชุมว่า   วันนี้เป็นวันเกิดที่มีความสุข พรรคเพื่อไทยเหมือนเป็นบ้านอีกหลัง ทุกครั้งที่มีปัญหามีเรื่องไม่สบายใจกลับมาอยู่ ห้อมล้อมกับทุกคน ที่รักและเข้าใจ คือสิ่งที่ดีที่สุด อยากให้ทุกคนมั่นใจ ว่าบ้านหลังนี้ยังคงเป็นบ้านของทุกคนที่มีความเข้าใจกันและกัน ยอมรับในสิ่งที่เห็นต่าง แต่เมื่อกลับมาที่บ้าน ก็ต้อง คุยกันด้วยความเข้าใจ ก้าวไปข้างหน้าให้กำลังใจกันอย่างเข้มแข็ง พร้อมกันนี้อยากขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก รับกระแสกดดันมากมาย ขอให้กำลังใจจากใจจริง และ สส. ทุกคนที่ลงพื้นที่ อธิบายความตั้งใจของตัวเองและพักให้ประชาชนเข้าใจ ว่าประเทศไทยต้องไปต่อ และเพื่อไทย จะทำให้ชีวิตของประชาชนกลับมากินดีอยู่ดีอีกครั้ง
 

“ส่วนในวันพรุ่งนี้ถ้าจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ วันเกิดปีนี้ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกแปลก ลืมว่าเป็นวันเกิดตัวเองหลายครั้ง เพราะวันพรุ่งนี้ จะเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ของชีวิต พร้อมกับถาม สส. ว่ามีใครอยากไปรับ ทักษิณบ้าง โดย สส.หลายคนยกมือ ทั้งนี้ แพทองธารที่กล่าวต่อว่า ต้องขอโทษด้วยเพราะหลายคนจะไปไม่ได้ มีภารกิจโหวตนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสภา วันพรุ่งนี้ และถ้าหากไปแล้วอาจจะไม่มีโอกาสได้พบหรือพูดคุยกับทักษิณเพราะ ทันทีที่มาถึงจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และขอให้ทุกคนทำหน้าที่ในสภาให้เต็มที่ แล้วจะคอยส่งข่าว ให้ทุกๆคนทราบ ขอแค่ส่งกำลังใจให้ตนเองและครอบครัวก็เพียงพอ ขอบคุณที่ทุกคนอดทนกันจนมาถึงทุกวันนี้ และขอให้เดินหน้าต่อ มีกำลังใจเต็มร้อยและเต็มเปี่ยม สู้ด้วยกัน ให้กำลังใจกันและกัน ก้าวไปข้างหน้า พร้อม ๆ กัน  ”  น.ส. แพทองธาร   ระบุ
 

'เศรษฐา' ร่ายยาวที่ประชุม เพื่อไทย ลืมอดีต - ขอพาประเทศก้าวไปข้างหน้า

แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย 

เคาะแล้ว ‘ประชาธิปัตย์’ มีมติ ‘งดออกเสียง’ โหวต ‘เศรษฐา’ นั่ง นายกคนที่30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556578

21 ส.ค. 2566

เคาะแล้ว 'ประชาธิปัตย์' มีมติ 'งดออกเสียง' โหวต 'เศรษฐา' นั่ง นายกคนที่30

ชวน หลีกภัย นำทัพ สส. เข้าร่วมประชุมพร้อมหน้า ก่อน ‘ประชาธิปัตย์’ มีมติ ‘งดออกเสียง’ โหวต ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นั่ง นายกฯ คนที่30

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2566 เวลา 16.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ โฆษกที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส.จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุม สส. ว่า วันนี้ที่ประชุมมี สส.ของพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมหน้า โดยเฉพาะท่านชวน หลีกภัย ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค รวมไปถึง ท่านเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค

เคาะแล้ว 'ประชาธิปัตย์' มีมติ 'งดออกเสียง' โหวต 'เศรษฐา' นั่ง นายกคนที่30

สำหรับการประชุมในวันนี้ ได้พิจารณาวาระการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ส.ค.-24 ส.ค. จากนั้นที่ประชุมนำโดย นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประธาน สส.ของพรรค ได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) ซึ่งจะเป็นการประชุมเพื่อเลือกบุคคลที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
 

ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติ งดออกเสียงโหวตนายกคนที่30ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติ งดออกเสียงโหวตนายกคนที่30

โดยที่ประชุม สส.ประชาธิปัตย์ ได้ถกกันในประเด็นดังกล่าวร่วม 2 ชั่วโมง และที่ประชุมได้รับทราบการแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลที่รัฐสภา โดยมีการรวม 11 พรรคการเมือง ได้เสียง 314 เสียง มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และจะมีการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน ในวันพรุ่งนี้ ทำให้ที่ประชุม สส. ของพรรค ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในประเด็นดังกล่าว

น.ส.สุณัฐชา ยืนยันว่า แม้ที่ประชุมมีความเห็นต่าง แต่ไม่แตกแยก สำหรับการโหวตนายกฯ วันพรุ่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีมติ “งดออกเสียง”

เคาะแล้ว 'ประชาธิปัตย์' มีมติ 'งดออกเสียง' โหวต 'เศรษฐา' นั่ง นายกคนที่30

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมประชุม สส.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมประชุม สส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีสส. 25 คน และเป็นสมาชิกรัฐสภา ต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยในวันพรุ่งนี้(22 ส.ค. 2566)

‘ทักษิณ’ ทวิต ยืนยัน 9 โมงเช้า กลับแผ่นดินไทย ‘อุ๊งอิ๊ง’ เฟิร์ม พรุ่งนี้เจอกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556575

21 ส.ค. 2566

'ทักษิณ' ทวิต ยืนยัน 9 โมงเช้า กลับแผ่นดินไทย 'อุ๊งอิ๊ง' เฟิร์ม พรุ่งนี้เจอกัน

“ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความ ยืนยันเดินทางกลับประเทศไทย พรุ่งนี้ 9 โมงเช้า ขอร่วมอากาศหายใจกับพี่น้องคนไทย

21 ส.ค.2566 สัญญาณการเดินทางกลับประเทศไทยของ อดีตนายกรัฐมนตรี “ทักษิณ ชินวัตร”  หลังจากที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะเดินทางมารับบิดา ที่สนามบินดอนเมือง ในวันที่ 22 ส.ค. 2566

ขณะเดียวกันก็มีการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย  ซึ่งล่าสุด พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ยืนยันว่าได้รับการประสานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค. 2566) โดยขณะนี้รอการยืนยันจำนวนผู้โดยสาร และเที่ยวบิน เท่านั้น 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้รับการประสาน ทักษิณกลับไทยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้รับการประสาน ทักษิณกลับไทย

ล่าสุด นายทักษิณ ชินวัตร ทวิตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว Thaksin Shinawatra โดยระบุข้อความว่า 

“พรุ่งนี้ 9 โมงเช้า ผมขออนุญาตกลับไปอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยและร่วมอากาศหายใจกับพี่น้องคนไทยด้วยคนนะครับ” 

ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความ ผ่านทวิตยืนยันเดินทางกลับไทย วันที่ 22 ส.ค. 2566 ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความ ผ่านทวิตยืนยันเดินทางกลับไทย วันที่ 22 ส.ค. 2566


เช่นเดียวกันกับ น.ส.แพทองธาร หรือ อุ๊งอิ๊ง  ได้โพสต์ข้อความ และภาพตั้งแต่ในอดีตของครอบครัว จนถึงปัจจุบัน ผ่าน อินสตาแกรม Ingshin21 ระบุว่า

“พรุ่งนี้เจอกันนะคะ ลูกจะไปรับพ่อที่สนามบินค่ะ จะนอนหลับมั้ยคืนนี้ 
 

น.ส.แพทองธาร  โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม ยืนยันนายทักษิณ กลับไทยแน่น.ส.แพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม ยืนยันนายทักษิณ กลับไทยแน่

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร โพสต์ภาพในอดีตของตนเองกับบิดาอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร โพสต์ภาพในอดีตของตนเองกับบิดา