เดือด อภิปรายฯ ‘นายกคนที่30’ สว.ถาม ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556634

22 ส.ค. 2566

เดือด อภิปรายฯ ‘นายกคนที่30’ สว.ถาม ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นใคร

‘วันนอร์’ เดือดถูกถามจี้ใจดำ ก่อนสภาจะป่วน ‘โรม’ ยอมถอยญัญติมติรัฐสภา ‘หมอชลน่าน’ เสนอ ‘เศรษฐา’ นั่ง ‘นายกคนที่30’ ไร้คู่แข่ง สส-สว. เรียงหน้าอภิปรายฯ ติง สว.รับแจกกล้วย จี้ถาม เพื่อไทย แจงปมว่าที่นายกฯ เลี่ยงภาษี ทำรัฐเสียรายได้ 500 ล้าน จริงหรือไม่

วันที่ 22 ส.ค. 2566 เมื่อเวลา 10.00 น.การประชุมรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญในการพิจารณาบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3 หรือโหวตนายกรอบ3 แต่ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานรัฐสภา ได้ชี้แจงสาเหตุการสั่งเลื่อนการประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาทบทวนมติรัฐสภา ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ที่ห้ามเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำได้ในสมัยประชุมนี้ว่า เนื่องจาก ในระหว่างนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยมติของรัฐสภาไปแล้ว จึงกังวลว่า หากรัฐสภาเปิดให้มีการพิจารณา ก็อาจจะส่งผลกระทบ และละเมิดต่อกระบวนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงสั่งเลื่อนการประชุมดังกล่าวออกไป และหากในวันนี้ (22 ส.ค.) นายรังสิมันต์ ยังคงติดใจก็สามารถเสนอใหม่ได้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

รังสิมันต์ โรม เสนอญัตติทบทวนมติรัฐสภา

โดย นายรังสิมันต์ โรม ได้ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อขอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาทบทวนมติรัฐสภา ในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ที่ผ่านมา เนื่องจาก มีนักวิชาการด้านกฎหมาย ออกมาแสดงความคิดเห็นว่ามติของรัฐสภาดังกล่าวไม่ถูกต้อง ที่ทำให้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ทั้งที่รัฐธรรมนูญ ไม่ได้กำหนดว่า จะไม่สามารถเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำไม่ได้ และไม่ควรให้การตีความในลักษณะดังกล่าว กลายเป็นบรรทัดฐานในอนาคต พร้อมย้ำว่า การเสนอให้รัฐสภาทบทวนมติรัฐสภานั้น ไม่ใช่ความพยายามของตนเองที่จะทำให้ชื่อของนายพิธา กลับมาเสนอซ้ำในรัฐสภาได้ เพราะพรรคก้าวไกล ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเสนอบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเดิมนั้น ได้แยกย้ายกันไปหมดแล้ว

ขณะที่ ประธานรัฐสภา ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 80 วินิจฉัยไม่รับญัตติด่วนด้วยวาจาที่นายรังสิมันต์ เสนอมาในวันนี้ (22 ส.ค.) เพราะเห็นว่า การใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ประกอบรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้น เป็นไปโดยชอบแล้ว พร้อมชี้แจงว่า ฝ่ายกฎหมาย เห็นว่า ไม่ควรให้มีการทบทวนมติดังกล่าว เนื่องจาก จะทำให้การตัดสินใจของฝ่ายนิติบัญญัติไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งรวมถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย และพร้อมเคารพความเห็นชอบนายรังสิมันต์ และความคิดเห็นของสังคมด้วย

เดือด อภิปรายฯ ‘นายกคนที่30’ สว.ถาม ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นใคร

วันนอร์ ของขึ้น ธีรัจชัย กล่าวหารู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมาก

อย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจประธานรัฐสภา ตีตกญัตติดังกล่าว ทำให้ สส.ของพรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภา เนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีคำวินิจฉัยใด ๆ และมีเพียงคำสั่งไม่รับคำร้องเท่านั้น

โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นประท้วงถึงการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภา ที่ไม่เป็นกลาง และไม่กล้าใช้อำนาจประธานรัฐสภาชี้ขาด และรู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมากของวุฒิสภา และพรรคขั้วรัฐบาลเก่า จนทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ เรียกร้องให้นายธีรัจชัย ถอนคำพูดที่กล่าวหาตนเอง รู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมาก พร้อมยืนยันว่า ตนเองก็ไม่ทราบว่า เสียงข้างมากในการลงมติดังกล่าวจะเป็นไปในทิศทางใด และไม่มีใครประท้วงในที่ประชุมว่า ประธานรัฐสภา จะให้เสียงข้างมากลงมติ ก่อนที่นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์ ให้นายธีรชัยถอนคำพูด มิเช่นนั้น สังคมก็จะเข้าใจตนเองผิดพลาด และขอให้มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง และซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน ก่อนที่นายธีรัจชัย จะยอมถอนคำพูด

โรม ถอนญัตติทบทวนมติรัฐสภา

หลังการปะทะคารมณ์กัน ระหว่างนายวันมูหะมัดนอร์ กับนายธีรัจชัย เสร็จสิ้น นายรังสิมันต์ ได้ลุกขึ้น ขอถอนญัตติด่วนด้วยว่าจาดังกล่าว เพื่อให้รัฐสภา สามารถเดินหน้าเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้การประชุมร่วมของรัฐสภา ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดยจำนวนสมาชิกรัฐสภามี 747 เสียง เนื่องจาก น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร สว.ลาออก 1 คน ,นายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง พรรคก้าวไกล ลาออก และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ที่ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.58 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย บุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 พร้อมยืนยันว่า นายเศรษฐา มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

จากนั้นเป็นการอภิปรายฯ ถึงความเหมาะสม และคุณสมบัติของนายเศรษฐา โดยจะใช้เวลา ไม่เกิน 5 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น สว. 2 ชั่วโมงและสส. 3 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการลงมติไม่เกินเวลา 15.00 น.คาดว่าในเวลา 17.30น.จะเสร็จสิ้นการลงมติง

จี้ เพื่อไทย-เศรษฐา แจงปมเลี่ยงภาษีขายที่ดินทำรัฐเสียรายได้ 500 ล้าน

นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ลุกขึ้นอภิปรายคนแรกถึงคุณสมบัติของ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โดยบอกว่า สว. ต้องเลือกนายเศรษฐา ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยได้มีการเสนอชื่อมาประมาณหนึ่งสัปดาห์กว่าๆ ซึ่งก็พยายามติดตามว่านายเศรษฐาทำอะไร ที่ไหน มีประวัติอย่างไร อีกทั้งได้สอบถามเพื่อนสว. ด้วยกัน ว่ารู้จักนายเศรษฐาหรือไม่ บางคนก็รู้จักว่าเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นเจ้าของหมู่บ้านจัดสรร แต่ตัวตนที่แท้จริงเป็นอย่างไร มีประวัติอย่างไร ส่วนใหญ่ก็ไม่ทราบ และทุกคนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นคนดีหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าไปคลุกคลี จึงเกิดคำถามแรกว่า คนที่จะมาเป็นนายกฯ เรายังไม่รู้จักว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี ทำธุรกิจดีหรือไม่ดี สามารถนำพาประเทศไปได้หรือไม่ เราไม่รู้จักแล้วจะเลือกอย่างไร

เดือด อภิปรายฯ ‘นายกคนที่30’ สว.ถาม ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นใคร

เมื่อถามพรรคพวก สว.ส่วนใหญ่ ก็ไม่รู้จัก และมีคำถามในใจทุกคน เพราะตำแหน่งนี้มีความสำคัญ ประเทศจะเจริญต่อไปได้มันอยู่ที่นายกฯ เพราะหลังจากนี้ต้องไปสร้างทีมบริหารรัฐบาล แล้วเราก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ทางพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ทำเอกสารให้รับทราบว่าเขาเป็นใคร ประวัติเป็นอย่างไร เราพยายามติดตามข่าวจากสื่อก็เจอแต่ด้านลบตลอด เช่น การใช้วิธีเลี่ยงภาษีทำธุรกิจไม่ถูกต้อง ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ผิดจริยธรรม มีเอกสารออกมาเยอะแยะ ก็ไม่รู้ว่าเอกสารที่ยื่นมาถูกต้องหรือไม่ ส่วนบริษัทแสนสิริก็ยื่นเอกสารมาโต้ตอบ แต่ไม่เคยออกมาชี้แจงให้ สว. หรือส่งให้ สว. ทราบ

“เวลา สว. จะเลือกนายกฯ ก็เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุว่าผู้ที่จะถูกเลือก ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง ต้องมีจริยธรรมเป็นเลิศ แต่ขณะนี้นายเศรษฐาถูกโจมตีตลอด ทำการค้าไม่ถูกต้อง เลี่ยงภาษีบ้างอะไรบ้าง เราพยายามหาข้อมูลว่าเป็นจริงหรือไม่ หรือแค่ถูกกล่าวหา หรือเป็นคนดี แต่พวกเราไม่ทราบจริงๆ แล้วจะไปเลือกได้อย่างไร จะเอาประเทศมาเสี่ยง เลือกคนๆ หนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรมาปกครองประเทศ เอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เอาเศรษฐกิจ เอาประเทศชาติ เอาความเจริญมาเป็นประกัน แม้แต่สถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นประกันหรือ ผมฟังแล้วมีความรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง แต่ในฐานะที่เราต้องเลือก ก็ต้องหาข้อมูล เมื่อไปตามเอกสารมาได้หลายชิ้น พบว่านายเศรษฐาถูกกล่าวหาการซื้อที่จากบุคคล 12 คนเพื่อทำธุรกิจ เอกสารที่เขาแอบอ้างขึ้นมาเป็นอย่างไร และนายชูวิทย์ก็มาแฉว่าแบ่งที่ดินเป็น 12 ส่วน เพื่อมาเลี่ยงภาษีในนามคณะบุคคล แต่ถ้าเป็นการเสียภาษีในนามบุคคลแล้วจะเสียภาษีน้อยลง ต้นทุนในการซื้อขายของแสนสิริถูกลง เราก็ไปดูข้อกฎหมาย เรื่องภาษีอากร ขอสรุปว่าคร่าวๆว่ามีการซื้อขายจริงกับแสนสิริกับประไพทรัพย์ ซึ่งมีผู้ถือหุ้น 12 ราย ในที่ดินแปลงเดียว มีการตกลงซื้อขายกว่า 1,500 ล้านบาท ต้องถามว่าเจตนาเพื่ออะไร เพราะถ้าซื้อเป็นรายบุคคล ฐานภาษีจะลดลง ผมก็ติดตามว่าทำให้รัฐเสียหายหรือไม่ เพราะการคำนวณภาษีก็ต่ำลงไปด้วย” นายวิวรรธน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ สว.วิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร อภิปรายฯ นายกคนที่30 อยู่นั้น ปรากฏว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ในที่ประชุม ได้กล่าวเตือนเรื่องการใช้เวลาเกินกำหนด นายวิวรรธน์ จึงบอกว่า ถ้ามันเกินบ้างขาดบ้าง ก็เชื่อว่ามี สว. บางคนจะสละเวลาให้ แต่ไม่เกินเวลาที่กำหนดแน่นอน ขออนุญาตประธานด้วย

นายวิวรรธน์ อภิปรายฯต่อว่า เมื่อตรวจสอบแล้ว 12 คนได้เข้าไปถือหุ้นตามสัดส่วน ซึ่งเป็นเรื่องของตัวบุคคล จากนั้นแสนสิริก็มาซื้อที่ดินแปลงนี้ ซึ่งทางบริษัทมีรายงานการประชุม และคนที่เซ็นในรายงานการประชุมคือนายเศรษฐา ซึ่งตอนนั้นเป็นซีอีโอหรือกรรมการบริษัท ต้องการซื้อที่ 12 คน ซื้อคนละวันกัน เจตนาเพื่ออะไร เพราะเวลาคิดภาษีทีละแปลง ราคาก็น้อยลง จากที่ตกลงซื้อกันในราคากว่า 1,570 ล้านบาท แต่เมื่อแยกแปลงออกไป เสียภาษีเพียง 59 ล้านบาท ซึ่งถ้าแสนสิริตรงไปตรงมา ซื้อที่ดินแปลงทั้งแปลงโดยไม่ได้แยกส่วนแบบนี้ จะเสียภาษีที่ดินอยู่ที่ 580 ล้านบาท เท่ากับหายไป 500 กว่าล้านบาท แทนที่เงินนี้จะเข้าหลวง

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงแบบนี้แล้ว นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเป็นเรื่องการวางแผนภาษีของทางบริษัท ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าการวางแผนภาษีบริษัททำให้รัฐเสียหาย แทนที่จะได้รับภาษี แต่กลับเสียภาษี มันไม่ใช่แล้ว จึงตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นการเลี่ยงภาษีทำให้รัฐเสียหายหรือไม่?

ติง สว.รับแจกกล้วย จริงหรือ?

“เรื่องนี้ชัดเจนมีพยานหลักฐานอยู่ ดังนั้นการเลือกนายกฯ ครั้งนี้ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ประเทศชาติจะเจริญได้ต้องเลือกคนซื่อสัตย์สุจริต มีจริยธรรม ผมเชื่อว่า สว.ทุกคนในที่นี้ มีสิทธิ์เลือก มีจริยธรรมทุกคน ถ้ารู้ข้อเท็จจริงแบบนี้เขาพิจารณาได้ว่าจะเลือกหรือไม่ แล้วอย่าลืมว่าเวลาที่ให้คำปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ในการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพราะผมได้ยินข่าวไม่ดีว่ามีการแจกกล้วยให้สว. ขอพูดตรงๆ ว่าเป็นคนดีๆ ไม่ชอบ อยากจะเป็นลิง อยากจะไปกินกล้วยชาวบ้านเขา ผมว่าผิดคำสาบาน ต่อไปจะโดนลงโทษ” นายวิวรรธน์ กล่าว

สุรทิน ถาม เศรษฐา ทวีสิน เป็นใครมาจากไหน

จากนั้น นายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ อภิปรายคุณสมบัตินายเศรษฐา ทวีสินผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดย ระบุว่า ยังไม่มีความรู้จักนายเศษฐา มากพอ ว่าเป็นใครมาจากไหนมีครอบครัวหรือไม่

เดือด อภิปรายฯ ‘นายกคนที่30’ สว.ถาม ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นใคร

ทั้งนี้ อยากสอบถามเกี่ยวกับเงินดิจิตอล Wallet 5 แสนล้านบาท ว่ามีที่มาอย่างไรเป็นงบประมาณแผ่นดินหรือไม่ แซงสามถึงสี่ปีที่ผ่านมาติดลบจากภาวะเศรษฐกิจซึ่งหากไปยืมเงินก้อนนี้มาอย่างไรหรือว่าจะตกเป็นภาระของลูกหลานในอนาคต รวมถึงปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาหนี้สิน ปัญหาเรื่องที่ดิน เหล่านี้จะแก้ไขปัญหาอย่างไรซึ่งตนอยากจะฟังวิสัยทัศน์หรือให้มาชี้แจงต่อสภาก็ได้

อย่างไรก็ตามตนอยากให้เกิดรัฐบาลโดยเร็ว และอยากได้คำตอบว่านายเศรษฐาจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไรเพื่อ จะได้นำข้อมูลไปชี้แจงและต่อประชาชนให้ได้

‘วราวุธ’ แจงรับ ‘ทักษิณ’ ด้วยตัวเอง ถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของตระกูล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556631

22 ส.ค. 2566

'วราวุธ' แจงรับ 'ทักษิณ' ด้วยตัวเอง ถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของตระกูล

‘วราวุธ’ เผยเดินทางรับ ‘ทักษิณ’ ด้วยตัวเอง 2 ตระกูล ‘ชินวัตร-ศิลปอาชา’ รู้จักกัน เป็นญาติผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพ ดีใจด้วยกลับแผ่นดินเกิดหลังจากไป 17 ปี

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ชี้แจงกรณีเดินทางรับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่เมื่อช่วงเช้าว่า ตนเป็นหนึ่งในคนที่ไปต้อนรับที่สนามบินดอนเมือง ไม่ได้ไปในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง แต่ไปในฐานะที่ครอบครัวชินวัตรรู้จักกับครอบครัวศิลปอาชา ตั้งแต่สมัยคุณพ่อ (บรรหาร ศิลปอาชา)

เชื่อว่าหากคุณพ่อยังอยู่ ก็อยากให้ตนไปรับคุณอากลับบ้าน นายทักษิณถือเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ครอบครัวศิลปอาชาให้ความเคารพ และยังไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้จะมีโอกาสได้พูดคุยกับนายทักษิณหรือไม่

ส่วนการกลับมาในครั้งนี้ มองว่าเป็นการกลับมาของบุคคลท่านหนึ่ง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโหวตนายกรัฐมนตรี 

“การที่ผู้ชายคนหนึ่งได้กลับมาเป็นสิ่งที่ดีกลับมาแผ่นดินเกิดหลังจากจาก 17 ปี จึงขอแสดงความดีใจด้วย และตลอด 17 ปีที่ผ่านมา ก็เห็นแล้ว เท่าที่ดูไม่ว่านายทักษิณจะอยู่ที่ไหนก็ไม่สำคัญ ” นายวราวุธกล่าว 

‘ดิเรกฤทธิ์’ เชื่อ ‘แจกกล้วย สว.’ ไม่เป็นจริง รอฟังอภิปรายก่อนโหวต ‘เศรษฐา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556625

22 ส.ค. 2566

'ดิเรกฤทธิ์' เชื่อ 'แจกกล้วย สว.' ไม่เป็นจริง รอฟังอภิปรายก่อนโหวต 'เศรษฐา'

‘ดิเรกฤทธิ์’ เชื่อกระแส ‘แจกกล้วย สว.’ ไม่เป็นจริง รอฟังอภิปรายก่อนโหวตเลือก ‘เศรษฐา’ ทั้งข้อครหาและการแก้ไข รธน. ทั้งฉบับ

นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิวุฒิสภา กล่าวว่า ส่วนตัวตนให้คะแนนเต็ม 100 กับนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย หากสามารถอธิบายเรื่องคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตให้เป็นที่ประจักษ์ และหากอธิบายถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ที่ให้มีการตั้ง สสร. นั้น จะไม่เป็นปัญหาต่อประเทศ

ซึ่งข้อมูลสุดท้ายก่อนการโหวต คือ การอภิปรายของ สส. และ สว. ที่เป็นผู้แทนจากประชาชน และเป็นผู้ที่มีดุลยพินิจที่จะเสนอข้อมูลให้เราพิจารณาอย่างไร 

ส่วนกระแสข่าวที่มีการ “แจกกล้วย” ให้กับ สว. สูงถึงคนละ 30 ล้านบาท โดยมีการแบ่งจ่ายก่อน 6-7ล้านบาท นั้น นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า ก็เหมือนครั้งก่อน ที่มีเรื่องกล้วยเข้ามาอยู่ในการชี้นำ เพื่อให้ลงคะแนน แต่ตนไม่รู้ว่า การปล่อยข่าวนี้ออกมา ใครจะได้ประโยชน์ 

คนที่จะโหวตนายเศรษฐาอยู่แล้ว แต่ถูกกล่าวหาว่ารับเงิน ก็อาจจะรู้สึกไม่ดี ส่วนตัวไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง หากมีใครไปรับเงิน ก็อาจจะเกิดเป็นความด่างพร้อยของตัวเอง และวงตระกูล 

ส่วนนายเศรษฐาจะผ่านการโหวตหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยบอกแล้ว มีการเฉลยข้อสอบ 314 แถลงข่าวเสนอชื่อนายเศรษฐา ก็ถือว่าได้คะแนน 100 เต็มไปแล้ว

ส่วนวันนี้ ก็จะมาฟังอีก 2 เรื่อง คือ สิ่งที่นายเศรษฐา ถูกกล่าวหาทั้งหมด และเรื่องที่เคยประกาศว่า หากเป็นนายกรัฐมนตรีวันแรก จะให้มติ ครม. ว่าจะให้มีมติเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ​​​​​​ฉบับเก่า จึงอยากให้อธิบายเหตุผลด้วยเช่นกัน เพราะบ้านเมืองไม่ใช่คิดอยากจะทำอะไรก็ทำ ต้องมีเหตุผลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

‘ทักษิณ’ รับโทษ 8 ปี ใน 3 คดี คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556624

22 ส.ค. 2566

'ทักษิณ' รับโทษ 8 ปี ใน 3 คดี คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

‘ทักษิณ’ รับโทษ 8 ปี ใน 3 คดี ปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์-หวยบนดิน-แก้สัมปทานเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป ก่อนคุมตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

22 ส.ค. 2566 หลังจากที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เหยียบแผ่นดินไทย ในรอบ 15 ปี เมื่อถึงสนามบินดองเมือง นายทักษิณ เดินออกมาที่บริเวณด้านหน้าอาคารเอ็มเจ็ต เพื่อถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี 

จากนั้นได้ขึ้นรถไปยัง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม  โดย เจ้าหน้าที่นำตัวนายทักษิณ ไปยืนยันตัวบุคคล และเข้ารับฟังคำพิพากษาโดยย่อในคดีที่นายทักษิณ เป็นจำเลยและยังไม่หมดอายุความพร้อมขอออกหมายขัง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 45 นาที 

ทั้งนี้ นายทักษิณ ต้องรับโทษ 3 คดี 

1. คดีทุจริตปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ ตัดสินเป็นคดีแรกเมื่อ 23 เม.ย. 2562 

-คดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลขแดงที่  อม. 4/2551 ระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทย์ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายทักษิณ ชินวัตร จำเลย

2. คดีหวยบนดิน  ตัดสินเป็นคดีที่ 2 เมื่อ 6 มิ.ย. 2562 

-คดีหมายเลขดำที่  อม. 1/2541 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ระหว่าง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทนโจทย์ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ 1 กับพวกรวม 47 คน จำเลย

3. คดีแก้สัมปทานเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป ตัดสินเป็นคดีที่  3 เมื่อ 30 ก.ค. 2563 

-คดีหมายเลขดำที่ อม. 9/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 ของศาลนี้ ระหว่างอัยการสูงสุด โจทย์ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายทักษิณ จำเลย

นายทักษิณ ชินวัตรนายทักษิณ ชินวัตร

ศาลจึงรับตัวจำเลย หรือจำเลยที่ 1 ในคดีทั้ง 3 คดี ดังกล่าวไว้

1.ศาลได้แจ้งให้จำเลย หรือจำเลยที่ 1 ทราบคำพิพากษาแล้ว โดยคดี คดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลขแดงที่  อม. 4/2551 ลงโทษจำคุก 3 ปี

2.คดีหมายเลขดำที่  อม. 1/2541 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ลงโทษจำคุก 2 ปี

3.คดีหมายเลขดำที่ อม. 9/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 ลงโทษจำคุก 5 ปี 

สำหรับการนับโทษต่อคดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 เเละคดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ได้ให้นับโทษต่อ (คดีที่ 1= 3 ปี , คดีที่ 2 = 2 ปี นับโทษซ้อนกัน ) เเต่ให้นับโทษต่อคดีหมายเลขดำที่ อม. 9/2551  จึงรวมแล้ว จำคุก 3 คดี เป็นระยะเวลา 8 ปี

เมื่อการอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว  จากนั้นให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คุมตัว นายทักษิณ ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ และตรวจร่างกายที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ตามขั้นตอนต่อไป

เปิดภาพครอบครัว ‘ชินวัตร’ พร้อมหน้าสุดอบอุ่นรับ ‘ทักษิณกลับไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556619

22 ส.ค. 2566

เปิดภาพครอบครัว 'ชินวัตร' พร้อมหน้าสุดอบอุ่นรับ 'ทักษิณกลับไทย'

“อุ๊งอิ๊ง” แพธารทอง ชินวัตร โพสต์ภาพสุดอบอุ่นครอบครัว “ชินวัตร” พร้อมหน้าพร้อมตารับ “ทักษิณกลับไทย” พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ทุกคนส่งมาให้

22 ส.ค. 2566  นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  เดินทางกลับถึงประเทศไทย ด้วยเครื่องบินลงที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ในเวลา 08.55 น. จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการตามขั้นตอนอายัดตัว บันทึกการจับกุมเรียบร้อยแล้ว นายทักษิณ เดินออกจากห้องรับรองของ MJETS มากราบพระบรมฉายาลักษณ์หน้าอาคาร MJETS พร้อมโบกมือทักทายประชาชนที่เดินทางมารอต้อนรับ 

ทักษิณ ชินวัตร โบกมือทักทายมวลชนที่มารอรับที่สนามบินดอนเมืองทักษิณ ชินวัตร โบกมือทักทายมวลชนที่มารอรับที่สนามบินดอนเมือง

ล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ภาพครอบครัว “ชินวัตร” พร้อมระบุข้อความว่า

“Welcome back to Thailand daddy ตอนนี้คุณพ่อเดินทางถึงไปประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว และได้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเรียบร้อย ขอบคุณทุกคนที่มารอรับคุณพ่อ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ทุกคนส่งมาให้นะคะ อิ๊งค์และครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งใจมากๆ ค่ะ”.

เปิดภาพครอบครัวชินวัตร ถ่ายภาพพร้อมกันที่ห้องรับรอง เปิดภาพครอบครัวชินวัตร ถ่ายภาพพร้อมกันที่ห้องรับรอง

เปิดภาพครอบครัวชินวัตร ถ่ายภาพพร้อมกันที่ห้องรับรอง เปิดภาพครอบครัวชินวัตร ถ่ายภาพพร้อมกันที่ห้องรับรอง

เปิดภาพครอบครัวชินวัตร ถ่ายภาพพร้อมกันที่ห้องรับรอง เปิดภาพครอบครัวชินวัตร ถ่ายภาพพร้อมกันที่ห้องรับรอง

นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ยังได้โพสต์ภาพ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร อุ้มน้อง Tina บุตรสาวของ นายพานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค)  พร้อมข้อความระบุว่า 

คุณตากับ Tina พร้อมลงสถานที่ MJETS PRIVATE JET TERMINAL ซึ่งเป็นภายหลังจากที่นายทักษิณเดินทางมาถึงประเทศไทย
 

ทักษิณ ชินวัตร อุ้มน้อง Tina ลูกสาว นายพานทองแท้  (โอ๊ค)  ทักษิณ ชินวัตร อุ้มน้อง Tina ลูกสาว นายพานทองแท้ (โอ๊ค)

เปิดภาพนาทีประวัติศาตร์ ‘ทักษิณ’ กลับไทย รอบ 15 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556614

22 ส.ค. 2566

เปิดภาพนาทีประวัติศาตร์ 'ทักษิณ' กลับไทย รอบ 15 ปี

เปิดภาพนาทีประวัติศาตร์ ‘ทักษิณ’ กลับไทย รอบ 15 ปี ที่รอคอย ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง-พระราชินี ก่อนโบกมือทักทายพี่น้องประชาชนเสื้อแดง

22 ส.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเครื่องบิน Gulf stream G650 เครื่องบินส่วนตัวของ “ทักษิณ ชินวัตร” แลนดิ้งสนามบินดอนเมือง หลังทะยานออกจากสนามบิน Seletar ประเทศสิงคโปร์ ในเวลา 07.00 น.

ภายหลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมือง ขั้นแรกภายหลังลงเครื่องบิน ส่วนตัวแล้วเจ้าหน้าที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็จะรับตัวและทำบันทึกการจับกุมต่างๆ ตามขั้นตอนและเอกสาร ขณะที่ในส่วนของกรมราชทัณฑ์จะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนที่หมายศาลเป็นผู้พิจารณาและตัดสิน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมืองนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมือง

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมืองนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมือง

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมืองนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมือง

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมืองนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมือง

หลังจากผ่านขั้นตอนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นายทักษิณ เดินออกมาที่บริเวณด้านหน้าอาคารเอ็มเจ็ต เพื่อถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ที่บริเวณด้านหน้า ซึ่งสื่อมวลชนรอติดตามบันทึกภาพประวัติศาสตร์ในครั้งนี้

โดย  แพทองธาร ชินวัตร  หรือ อุ๊งอิ๊ง, พินทองทา ชินวัตร  หรือเอม และ  พานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค พร้อมคนใกล้ชิด มารอต้อน รับ ซึ่ง นายทักษิณ ได้โบกมือทักทายพี่น้องประชาชนชาวเสื้อ ที่มารอต้อนรับ ท่ามกลางเสียงเสียงตะโกนเรียก ทักษิณ ดังกึกก้อง 

จากนั้น เวลา 09.32 น. นายทักษิณ ได้ขึ้นรถไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทันที

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมืองนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมือง

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมืองนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงดอนเมือง

ชม ถ่ายทอดสด ‘โหวตนายกรอบ 3’ ลุ้น ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นนายกฯ คลิกที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556598

22 ส.ค. 2566

ชม ถ่ายทอดสด 'โหวตนายกรอบ 3' ลุ้น 'เศรษฐา ทวีสิน' เป็นนายกฯ คลิกที่นี่

ถ่ายทอดสด ‘โหวตนายกรอบ 3’ กี่โมง เช็กช่องทาง ชมสด ลุ้น ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หรือไม่ คลิกที่นี่

เป็นที่จับตา สำหรับการ “โหวตนายกรอบ 3” ที่จะมีขึ้นในวันนี้ (22 ส.ค. 2566) ภายหลังพรรคเพื่อไทย แถลงการจัดตั้งรัฐบาล 314 เสียง 11 พรรค โดยพรรคเพื่อไทย ส่ง นายเศรษฐา ทวีสิน เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย หลังจากก่อนหน้านี้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” จากพรรคก้าวไกล ไม่สามารถชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ได้สำเร็จ เนื่องจากได้รับคะแนนโหวตจากรัฐสภาไม่เกินครึ่ง

โหวตนายกรอบ 3 ลุ้นเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯคนที่ 30โหวตนายกรอบ 3 ลุ้นเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯคนที่ 30

โหวตนายกรอบ 3 กี่โมง

สำหรับการโหวตนายกรอบ 3 จะเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น. เปิดประชุมสภา โดยรังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล เสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมข้อ 32 (1) เรื่อง ขอให้รัฐสภาทบทวนมติ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. กรณีเสนอชื่อโหวตนายกฯ ซ้ำ รัฐสภาเปิดอภิปรายทั่วไปใช้เวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น สว. 2 ชั่วโมง และ สส.ไม่เกิน 3 ชั่วโมง จากนั้นในเวลา 15.00 น. จะเริ่มโหวตนายกฯ และคาดว่าจะรู้ผลโหวตนายกรอบ 3 เวลาประมาณ 17.30 น.

โดยผู้ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ จำนวน 376 เสียงขึ้นไป หรือเกินครึ่งของคะแนนเสียงทั้งหมดในรัฐสภา

สส.ก้าวไกลงดออกเสียงโหวตนายกฯสส.ก้าวไกลงดออกเสียงโหวตนายกฯ

ช่องทาง ถ่ายทอดสด โหวตนายกรอบ 3

  • การถ่ายทอดสดการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รอบที่ 3 สามารถรับชมได้ทาง ช่องทีวีรัฐสภา
  • เฟซบุ๊ก วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา คลิกที่นี่
  • YouTube รัฐสภา (TPchannel)

       https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FTPchannelFan%2Fvideos%2F1356108981669607%2F&show_text=false&width=560&t=0

ทั้งนี้ วันโหวตนายกฯ รอบ 3 ซึ่งตรงกับวันที่ 22 ส.ค. 2566 ยังเป็นวันเดียวกับที่ทาง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศบินกลับมาประเทศไทยอีกด้วย

โปรดเกล้า ‘ถอดยศเรียกคืนเครื่องราชฯ’ นายทหาร 13 ราย ประพฤติผิดร้ายแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556612

22 ส.ค. 2566

โปรดเกล้า 'ถอดยศเรียกคืนเครื่องราชฯ' นายทหาร 13 ราย ประพฤติผิดร้ายแรง

ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศ มีพระบรมราชโองการโปรดกล้าฯ ‘ถอดยศเรียกคืนเครื่องราชฯ’ นายทหาร 13 ราย ประพฤติผิดร้ายแรง

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี “ถอดยศเรียกคืนเครื่องราชฯ” นายทหาร ชั้นสัญญาบัตร จำนวน 13 ราย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 15 ส.ค. 2566 เนื่องจากมีการกระทำความผิดร้ายแรง

         ประกาศราชกิจจานุเบกษาประกาศราชกิจจานุเบกษา

โดยประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับดังกล่าว ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศนายทหารสัญญาบัตร จำนวน 13 ราย ออกจากยศทหาร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบระบียบกระทรวงกลาโหม

ว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดำรงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2 และข้อ 4 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่นายทหารสัญญาบัตรทั้ง 13 ราย ได้รับพระราชทานทุกชั้นตราตามข้อ 6 และข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 ดังนี้

              ประกาศราชกิจจานุเบกษาประกาศราชกิจจานุเบกษา

สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย

1. พ.อ. พิสิษฐ์ หรือกฤตนัย หรือ ธีวุฒิ หรือภัทระ อมรวิสัยสรเดช ออกจากยศทหารตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 2561 เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ประหารชีวิต ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด คดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2561 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2 ประเภทที่ 2

สังกัดกองทัพบก

2. พ.ท. กัมพล หรือนพดล เกตุดา ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2565 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา

3. พ.ท.วาทิน ปรุงชัยภูมิ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 2565 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา

4. พ.ต.สมชาย เชียงเกตุ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2565 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญราชการชายแดน เหรียญทองช้างเผือกและเหรียญจักรมาลา

5. ร.อ.ดวงจันทร์ นาใจ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2556 เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ในความผิดเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2556 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

6. ร.อ. ทองเริ่ม แสงนาค ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 2561 เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ฐานฉ้อโกง ปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม คดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2561 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรมาลา

7. ร.ท.กฤตานนท์ หรือ สมชาย สุนทรวงค์ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2562 เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ฐานความผิดต่อเจ้าพนักงานกรรโชกทรัพย์ คดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2562 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเหรียญทองช้างเผือก

8. ร.ท. ณัฐเศรษฐกิจ ศิระมั่งมูล หรือพงษ์ศิริ บัวขาว ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2564 เนื่องจากกระทำความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจำการ และเรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

9. ร.ท.สุกรี อุ่นอ่อน ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 2565 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

10. ร.ท. รุ่งโรจน์ ฤกษ์สังเกตุ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2565 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญราชการชายแดน เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

11. ร.ต. สุรชัย กลิ้งฝอย ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. 2564 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

สังกัดกองทัพเรือ

12. น.ท. ภรเดช อำนวยพร ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. 2565 เนื่องจากกระทำความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจำการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทยและเหรียญจักรมาลา

สังกัดกองทัพอากาศ

13. น.ต. สรคม มะลิอ่อน ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 2566 เนื่องจากกระทำผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย และจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก

            ประกาศราชกิจจานุเบกษาประกาศราชกิจจานุเบกษา

ด่วน ‘ทักษิณ’ เดินทางถึงไทยแล้ว เครื่องลงจอด สนามบินดอนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556610

22 ส.ค. 2566

ด่วน 'ทักษิณ' เดินทางถึงไทยแล้ว เครื่องลงจอด สนามบินดอนเมือง

ด่วน ‘ทักษิณ’ เดินทางถึงประเทษไทยแล้ว เครื่องบินส่วนตัว M-jet ได้ทำการลงจอดที่สนามบินดอนเมืองแล้ว ในเวลา 08.59 น.

รายงานข่าว ‘ทักษิณ’ ได้เดินทางถึงประเทศไทย โดยได้รับการยืนยันล่าสุดว่า เครื่องบินส่วนตัว M-jet ได้ลงจอดที่สนามบินดอนเมืองในเวลา 08.59 น. ท่ามกลางมวลชนที่มารอรับ ‘ทักษิณกลับบ้าน’

ทักษิณทักษิณ

โดยข้อมูลจากไฟล์ตเรดาร์ ได้ระบุว่าเครื่องบินส่วนตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าสู่น่านฟ้าไทย

ภาพเรดาห์เครื่องบินเข้าน่านฟ้าไทยภาพเรดาห์เครื่องบินเข้าน่านฟ้าไทย

ถึงไทยแล้วถึงไทยแล้ว

ถึงไทยถึงไทย

‘ยิ่งลักษณ์’ โพสต์ส่ง ‘ทักษิณกลับไทย’ และแล้ววันที่พี่รอคอยก็มาถึง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/556606

22 ส.ค. 2566

'ยิ่งลักษณ์' โพสต์ส่ง 'ทักษิณกลับไทย' และแล้ววันที่พี่รอคอยก็มาถึง

‘ยิ่งลักษณ์’ โพสต์ส่งพี่ชาย ‘ทักษิณกลับไทย’ และแล้ววันที่พี่รอคอยก็มาถึง ไม่ต้องห่วง จะเข้มแข็ง ดูแลตัวเอง

ใกล้จะถึงเวลาแล้วสำหรับ ‘ทักษิณกลับไทย’ ซึ่งเตรียมจะเดินทางถึง สนามบินดอนเมืองในเวลา 9.00 น. วันนี้ ซึ่งล่าสุดทาง ‘ยิ่งลักษณ์’ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น้องสาว ‘ทักษิณ’ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊ก “และแล้ววันที่พี่รอคอยก็มาถึง” 

ยิ่งลักษณ์ยิ่งลักษณ์

ตลอดเวลา 17 ปี พี่คงจะรู้สึกโดดเดี่ยว เหงา ทุกข์ และคิดถึงบ้านมากแต่พี่ก็ต้องอดทน และน้องเชื่อว่าพี่ก็คงใช้เวลาคิดตัดสินใจอยู่นาน แต่สุดท้ายด้วยความคิดถึงครอบครัวและอยากใช้ชีวิตที่ประเทศบ้านเกิดของเรา น้องก็เคารพในการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของพี่ครั้งนี้ น้องขอเก็บภาพความทรงจำที่ได้ร่วมเดินทางจากดูไบมาส่งพี่ จนถึงเครื่องบินก่อนที่จะกลับเมืองไทย 

น้องขอให้พี่โชคดี เดินทางกลับอย่างปลอดภัย ทุกอย่างราบรื่น และอย่าลืมรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ พี่ไม่ต้องห่วงน้องนะ น้องจะเข้มแข็ง อดทน และจะดูแลตัวเองแม้อยู่ในต่างที่ ต่างบ้าน ต่างเมืองคนเดียว เพราะตลอด 6 ปีที่น้องจากบ้านเกิดมา น้องมีพี่คอยดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็อดใจหายไม่ได้ เพราะนี้คือครั้งแรกที่เราไม่ได้เดินทางไปด้วยกัน 

ยิ่งลักษณ์ยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ยิ่งลักษณ์

อย่างไรก็ตามขอให้วันเวลาที่พี่ตั้งตารอที่จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัววันนั้นมาถึงโดยเร็ว โชคดีนะคะพี่ รักพี่เสมอพี่ชายที่แสนดีของน้องค่ะ

ทักษิณทักษิณ

ยิ่งลักษณ์ยิ่งลักษณ์

ยิ่งลักษณ์ยิ่งลักษณ์