‘สส.เพื่อไทย’ ลั่นได้ ก.เกษตรฯ ราคา ‘ยางพารา’ สูงขึ้นเหมือนยุค ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555919

12 ส.ค. 2566

'สส.เพื่อไทย' ลั่นได้ ก.เกษตรฯ ราคา 'ยางพารา' สูงขึ้นเหมือนยุค 'ทักษิณ'

‘สส.เพื่อไทย’ ลุยสวนยางพารา พบปัญหา ‘ต้นยาง’ ตายนึ่งระบาดทั่วประเทศ ส่งผลน้ำยาง-รายได้ ลดลง ด้าน ‘วิสุทธิ์ ลั่น ‘ถ้าได้ ก.เกษตรฯ ราคา ‘ยางพารา’ จะขยับขึ้นเหมือนยุค ‘ทักษิณ’ ส่วน ‘สมศักดิ์’ เผยขณะนี้แก้ปัญหาได้ด้วย ‘แคลเซียมคาร์บอเนต’ หวังรัฐบาลใหม่เข้ามาช่วยเหลือจริงจัง

ปัจจุบันชาวเกษตรกรปลูกยางพาราพบปัญหาราคายางพาราตกต่ำและต้นยางตายนึ่งอย่างหนักทั่วประเทศ สส.เพื่อไทย ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาที่อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ พบว่าชาวเกษตรกรอยากให้รัฐบาลใหม่ ช่วยผลักดันและสนับสนุน พร้อมทั้งจัดให้มีการอบรมในเรื่องการเพาะปลูกยางพาราให้มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ส่งเสริมให้ความรู้ในการแก้ปัญหาต่างๆ 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เบื้องต้นการแก้ปัญหา คือ การใช้ “แคลเซียมคาร์บอเนต” สำหรับยางพารา เพื่อแก้ปัญหายางตายนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุ ทำให้น้ำยางมีปริมาณลดลง เพราะทำให้การกรีดยาง ได้น้ำน้อยลง จนทำให้เกษตรกร มีรายได้ตกต่ำ ปัญหานี้ต้องยอมรับว่าเกิดขึ้นในทั่วประเทศแล้ว จากการคาดการณ์การเสียหายน่าจะมากกว่าล้านไร่ 
สาธิตใช้สาร แคลเซียมคาร์บอเนตสาธิตใช้สาร แคลเซียมคาร์บอเนต

สำหรับการใช้แคลเซียมคาร์บอเนต ต้องผสมสาร 0.5 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ซึ่งจะสามารรถช่วยได้ 3 แนวทาง คือ 1.สำหรับแก้ปัญหาหน้ายางตาย ยางเปลือกแห้ง โดยต้องฉีดพ่นรอบต้นเดือนละ 1 ครั้ง 2.สำหรับเพิ่มผลผลิตยางพารา ซึ่งต้องฉีดพ่นหน้ายางที่รอยกรีด หรือ ฉีดเต็มหน้ายาง โดยฉีดได้ 150-300 ต้น เดือนละ 1 ครั้ง จะทำให้เปลือกนิ่ม กรีดง่าย น้ำยางไหลดี รวมถึง DRC.จะสูงขึ้นด้วย และ 3.ปรับค่า PH ของดิน เพื่อแก้ปัญหาดินเป็นกรด โดยฉีดรอบบริเวณทรงพุ่มโคนต้นยางพารา เพื่อให้เป็นปุ๋ย

“จากผลการทดลองใช้ ภายใน 1-3 เดือน พบว่า น้ำยางมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และสามารถทำให้โรคยางตายนึ่งหมดไปได้ ซึ่งเป็นการช่วยให้เกษตรกร กลับมามีรายได้ และได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้ มีการทดลองแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้แล้ว ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคใต้ แต่จะเป็นการช่วยเหลือแบบ CSR ของบริษัทเอกชน ซึ่งก็พบว่า ประสบความสำเร็จ ดังนั้น ผมเชื่อว่า เมื่อรัฐบาลจัดตั้งเสร็จ เรื่องนี้จะถูกนำเสนอ ต่อผู้บริหารของประเทศ และจะเร่งแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาสินค้าเกษตร รวมถึงโรคติดต่อของสัตว์ต่างๆด้วย” นายสมศักดิ์ กล่าว 
 

ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานยุทธศาสตร์การเกษตร พรรคเพื่อไทย เชื่อว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่ ราคายางจะดีขึ้น เพราะนี่คือหนึ่งในนโยบายของพรรคเพื่อไทย ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร รวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาสนับสนุนเกษตรกรและด้านปศุสัตว์ จึงขอให้พี่น้องประชาชนอดทนอีกสักระยะหนึ่ง เพราะเร็วๆนี้ ก็จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี และจะมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว 

“ขอให้พรรคเพื่อไทยนั้น ได้กระทรวงเกษตร ไว้บริหารช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเอง เพราะเชื่อมั่นว่า พรรคเพื่อไทย จะไม่ทอดทิ้งประชาชนในเรื่องนี้ เนื่องจากในสมัยอดีตนายกฯทักษิณ และอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เคยทำราคายางสูงถึงหลักร้อยบาทมาแล้ว” นายวิสุทธิ์ กล่าว

สส.เพื่อไทย ลุยสวนยางพาราสส.เพื่อไทย ลุยสวนยางพารา

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ

พรรคก้าวไกล เคาะ ‘โย พงศธร’ ลงเลือกตั้งซ่อมจ.ระยอง แทน ‘นครชัย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555918

12 ส.ค. 2566

พรรคก้าวไกล เคาะ 'โย พงศธร' ลงเลือกตั้งซ่อมจ.ระยอง แทน 'นครชัย'

พรรคก้าวไกล ส่ง ‘โย พงศธร’ ลงเลือกตั้งซ่อม เขต 3 จ.ระยอง เตรียมเปิดตัวยิ่งใหญ่พรุ่งนี้ 2 จุด หลัง ‘นครชัย’ ลาออกก่อนหน้านี้

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคก้าวไกลมีความชัดเจน ผู้สมัครที่จะลงเลือกตั้งซ่อม เขต 3 จ.ระยอง แล้ว คือ “โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์” หลังนายนครชัย ขุนณรงค์ อดีต สส.ระยอง พรรคก้าวไกลได้ลาออกไป

โดยวันนี้โย พงศธร พร้อมทีมงานลงพื้นที่หาเสียง 9 ชุมนุม  อ.แกลง จ.ระยอง  ถือเป็นวันแรก ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยส่วนใหญ่เข้ามาจับไม้จับมือให้กำลังใจพรรคก้าวไกล พร้อมกับแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้

สำหรับกำหนดเปิดตัว โย พงศธรร อย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ 13 สิงหาคม 2566  จะมีแกนนำพรรคคนสำคัญอย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค, นางสาวเบญจา แสงจันทร์, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พร้อมทั้ง สส.พรรคก้าวไกล จ.ระยอง ทุกคน มาร่วมงานอีกด้วย 

เวลา 13.30น. วัดน้ำเป็น(ใน) อ.เขาชะเมา 
เวลา 17.00น. ตลาดคลองถม อ.แกลง 

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ลงพื้นที่หาเสียงนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ลงพื้นที่หาเสียง

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ หาเสียงนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ หาเสียง

กำหนดการเปิดตัวผู้สมัคร สส.ระยองกำหนดการเปิดตัวผู้สมัคร สส.ระยอง

เล่าละเอียดยิบ กรณี ‘สส.ต้นกล้า’ วิวาท เกิดจากคู่กรณีเมา ทำร้ายทีมงานก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555916

12 ส.ค. 2566

เล่าละเอียดยิบ กรณี 'สส.ต้นกล้า' วิวาท เกิดจากคู่กรณีเมา ทำร้ายทีมงานก่อน

‘เพชร-กรุณพล’ เล่าเหตุการณ์ ‘สส.ต้นกล้า’ ทะเลาะวิวาท เกิดจากคู่กรณีเมา เข้ามาขอถ่ายรูป กระทั่งทำร้ายทีมงานผู้หญิงก่อน คาดไม่ชอบพรรคก้าวไกลเป็นทุนเดิม

เพชรกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณี นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ หรือ สส.ต้นกล้า จากพรรคก้าวไกล ทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร ว่า ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงกับทีมงานพรรคและทีมงานตัวเองเช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป ซึ่งในโต๊ะดังกล่าวมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้าร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ยืนยันไม่ได้มีการข่มขู่ให้ร้านเปิดเกินเวลา

ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ช่วงระหว่างรอพนักงานเข้ามาเก็บโต๊ะ มีชายคู่กรณีเดินเข้ามาในกลุ่มเพื่อขอถ่ายรูปกับกลุ่มของสส. เช่นเดียวกับแฟนคลับปกติ แต่เมื่อเดินออกไปได้ถีบเก้าอี้จนล้มคว่ำ เหมือนคนเมาขาดสติ นายจรยุทธ เดินมาเห็นเหตุการณ์ จึงจับเก้าอี้ตั้งขึ้น และได้เข้ามานั่งข้าง น้องรุ้ง ทีมงานของพรรค 

จากนั้นบุคคลดังกล่าวได้เดินกลับมา ยืนด้านหลังน้องรุ้ง และตั้งใจเอาเข่ากระแทกด้านหลังน้องรุ้งอย่างแรงจนเกือบตกเก้าอี้จากนั้นเอามือมาบีบคอน้องรุ้งจากด้านหลัง จนนายจรยุทธ ต้องหันไปถามน้องรุ้งว่ารู้จักกันหรือไม่ แต่น้องรุ้งปฏิเสธ 

นายจรยุทธจึงเอามือไปจับที่แขนชายคนดังกล่าวขอให้ปล่อยมือจากน้องรุ้ง แต่ชายคนดังกล่าวกลับหันมาตบหน้า นายจรยุทธ ทำให้ นายจรยุทธลุกขึ้นยืนมองหน้า แต่มีคนเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกันในจังหวะนั้น ชายคนดังกล่าวอาศัยกลับเดินเข้ามาต่อยที่หน้าของ นายจรยุทธแบบไม่มีสาเหตุ และลื่นล้มลงไปเอง 

ทำให้ นายจรยุทธและคนที่มาด้วยกัน ใช้เท้าถีบเพื่อตอบโต้จากการที่ถูกทำร้ายร่างกาย จากนั้นการ์ดของทางร้านก็ได้มาแยกทั้งคู่ออกจากกัน และได้มีการนำทั้งคู่ออกมาพูดคุยกันนอกร้าน แต่ด้วยอารมณ์ที่ผ่านการถูกทำร้ายร่างกายมาทั้ง 2 ฝ่ายจึงได้มีการใช้กำลังกันด้านนอกร้านอีกครั้ง การ์ดของร้านจึงได้แยก 

ทั้ง 2 ฝ่ายและทำการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาระงับเหตุและไกล่เกลี่ย ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ติดใจเอาความกันและกัน 

ส่วนสาเหตุของการก่อความวุ่นวายดังกล่าวนั้นยังไม่แน่ชัด แต่มีข้อมูลว่า คู่กรณีอาจไม่ชอบพรรคก้าวไกล ทักเข้าไป แต่ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน

นายการุณ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลตระหนักถึงการเป็นตัวแทนและแบบอย่างของประชาชนทุกคน ทางพรรคและนายจรยุทธ รู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าทางนายจรยุทธจะถูกทำร้ายร่างกายด้วยการถูกตบหน้าและต่อยหน้าก่อน ก็ไม่ควรใช้กำลังตอบโต้กลับ การมีสติและควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่เป็นผู้แทนของประชาชน 

ทางพรรคและนายจรยุทธ ขอน้อมรับคำตำหนิจากสังคมและพร้อมที่เข้าสู่การตรวจสอบ แม้จะไม่มีการแจ้วดำเนินคดีต่อกัน แต่ตามระเบียบของพรรค ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของคณะกรรมการวินัยตามขั้นตอน

งานเข้า ‘สก.วิพุธ’ สั่งสอบร้านย่านเอกมัยเปิดเกินเวลา หลัง สส.ก้าวไกล วิวาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555912

12 ส.ค. 2566

งานเข้า 'สก.วิพุธ' สั่งสอบร้านย่านเอกมัยเปิดเกินเวลา หลัง สส.ก้าวไกล วิวาท

‘สก.วิพุธ’ ยอมรับ ร้านย่านเอกมัย ที่สส.ก้าวไกล ทะเลาะวิวาทกับคู่กรณี เปิดเกินเวลาจริง หลักฐานมัดแน่น เตรียมเชิญเขตวัฒนาเข้าชี้แจง ยืนยันไม่มีนัยยะทางการเมือง แต่เนื่องจากมีชาวบ้านร้องเรียนมา

งานเข้าร้านอาหารย่านเอกมัย สถานที่ที่ สส.พรรคก้าวไกล และ คู่กรณี ทะเลาะวิวาทกัน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดระบุเวลาเกิดเหตุประมาณ 02.30 น. ตามกฎหมายแล้วร้านอาหารหรือสถานบันเทิง จะต้องปิดให้บริการเที่ยงคืน

คมชัดลึกสอบถามไปยัง ส.ก.วิพุธ ศรีวะอุไร รองประธานคณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อยของสภากรุงเทพมหานคร ยอมรับ จากเหตุดังกล่าว ร้านเปิดเกินเวลาจริงๆ ซึ่งถ้าคนไปเที่ยวแถวนั้นก็จะรู้อยู่แล้ว และถ้าลองดูจากในคลิปวงจรปิด ก็เห็นอยู่ว่า เหตุเกิดช่วง 02.30 น. หากบอกว่า ปิดให้บริการแล้ว แต่ก็ไม่ควรที่จะต้องมีคนหรือลูกค้านั่งอยู่ในร้าน ต้องมีแต่พนักงานที่อยู่คอยเก็บร้าน ซึ่งในคลิปเป็นการนั่งดื่มกันต่อก็ชัดเจนด้วยหลักฐาน ดิ้นไม่หลุด หากร้านจะปฏิเสธ
งานเข้า 'สก.วิพุธ' สั่งสอบร้านย่านเอกมัยเปิดเกินเวลา หลัง สส.ก้าวไกล วิวาท

ส่วนสำนักงานเขตวัฒนานั้น ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะในฐานะเจ้าของพื้นที่ ก็ต้องรู้อยู่แล้ว เมื่อมีการร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวน เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมของสำนักงานเขต ต้องลงมาดูแล ไม่ควรเพิกเฉย ส่วนตำรวจในท้องที่เราก็ต้องเรียกมาพูดคุยกัน หากรู้ว่ามีการเปิดเกินเวลาจริง แต่ละเว้น อันนี้ก็ผิดเหมือนกัน 

ส.ก.วิพุธ ยืนยัน การที่เข้าไปตรวจสอบกรณีดังกล่าวไม่มีนัยยะทางการเมือง ต้องแยกประเด็นก่อน สส.ไปเที่ยวก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ที่เขาจะไปเที่ยวกิน ดื่ม เป็นเวลาพักผ่อนของเขา เวลาที่เขาจะปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทก็เป็นการตัดสินใจของเขา ไม่เกี่ยวแต่สิ่งที่เราจะต้องลงไปดู ก็เลยเป็นคำถามว่าทำไมร้านเหล่านี้ถึงเปิดให้บริการ ไม่เกี่ยวเรื่องการเมืองแน่นอน

ส่วนกรณีที่เคยมีประชาชนร้องเรียนร้านดังกล่าวถึงเวลาการปิดร้านและเสียงดังรบกวนนั้น ขณะนี้ได้ส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการปกครองสภาชุดนี้แล้ว แต่เนื่องจากตอนนี้ สภา กทม. เป็นช่วงพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี จึงยังไม่สามารถที่จะประชุมคณะกรรมการสามัญชุดใหญ่และคณะอื่นๆได้ 

แต่เบื้องต้นกำหนดว่า จะนำเรื่องนี้เข้าไปบรรจุเป็นวาระแรกทันที ที่มีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงหลังวันที่ 6 ก.ย. 66 ระหว่างนี้ได้มอบหมายให้ผู้ช่วยเลขานุการของสภา ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานเขตวัฒนา สอบถามข้อเท็จจริงและความคืบหน้าทำไมประชาชนถึงร้องเรียนมา และได้เข้าไปแก้ไขอย่างไรบ้าง เข้าไปคุยกับเจ้าของร้าน หรือส่งจดหมายตักเตือนไปแล้วหรือไม่ 

สำหรับร้านอาหารหรือสถานบันเทิงในพื้นที่ กทม. ยอมรับว่า มีหลายเขต เพราะขณะนี้ปัจจุบันเศรษฐกิจเริ่มกลับมา โควิดเริ่มหายไป ร้านพวกนี้ก็กลับมาเปิดมากขึ้น เพราะฉะนั้นยิ่งเปิดได้นานเท่าไหร่ เขาก็จะดีรายได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจะต้องสอดคล้องกับเวลาไม่ใช่เปิดเกินเวลา รวมถึงร้านพวกนี้บางทีไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่เที่ยว แต่อยู่ใกล้กับสถานที่อาศัยกระทบกับประชาชน

‘รทสช.’ แฉมีกลุ่มหาประโยชน์ทางการเมืองจาก ‘เด็ก’ ขอรับเงินผู้ที่ไม่หวังดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555899

12 ส.ค. 2566

'รทสช.' แฉมีกลุ่มหาประโยชน์ทางการเมืองจาก 'เด็ก' ขอรับเงินผู้ที่ไม่หวังดี

‘รทสช.’ ยื่นหนังสือขอให้ ‘พม.’ ร่าง กม. ป้องกัน ‘เด็ก’ ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง ยกเคสเด็ก 10 ขวบ ขึ้นเวทีปราศรัย ไม่มีการตักเตือน แต่กลับสนับสนุน รวมถึงใช้เป็นข้อออ้างขอรับเงินสนุบสนุนจากผู้ไม่หวังดี

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายณัฐนันท์ กัลป์ยาศิริ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรครวมไทยสร้างชาติ ยื่นหนังสือต่อปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขอให้ตรวจสอบและเพิ่มข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับกฎกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เพื่อป้องกันการนำเด็กไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองในอนาคต

โดยยกเหตุการณ์ที่มีพรรคการเมืองหนึ่งให้เด็กอายุ 10 ขวบ ขึ้นเวทีปราศรัยทางการเมืองในการชุมนุมทางการเมือง มีถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง หรือ hate speech ไม่มีการห้ามปรามหรือแนะนำให้กระทำในสิ่งที่เหมาะสมกับวัย แต่กลับได้รับการสนับสนุน เพราะเป็นแนวทางที่พรรคการเมืองและพวกพ้องของตนเองได้รับผลประโยชน์จากกการกระทำดังกล่าวและเกิดการเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง

นายพงศ์พล กล่าวว่า นอกจากนี้ยังปรากฎพรรคการเมืองคอยยุยงส่งเสริมเด็กให้ละเมิดหรือฝ่าฝืนกฎระเบียบของโรงเรียน ฝ่าฝืนกฎหมายแผ่นดินจนถึงขนาดถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรง และยังถูกนำเรื่องราวการดำเนินคดีมาเผยแพร์ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเพื่อสร้างคะแนนนิยมและความชอบธรรมให้กับพรรคการเมืองของตนเองและพวกพ้อง

โดยปราศจากคำแนะนำให้เด็กประพฤติตนอยู่ในกรอบที่เหมาะสมกับวัยเรียน ซ้ำร้ายยังนำเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางการเมืองโดยใช้เด็กเป็นเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดกระแสสังคมกดดันกับเด็กและเกิดความเสียหายกับเด็กและสังคมอย่างประเมินค่ามิได้

รทสช. ยื่นหนังสือต่อ พม.รทสช. ยื่นหนังสือต่อ พม.

ล่าสุดปรากฎข้อมูลมีกลุ่มบุคคลครอบงำ กดดันให้เด็กกระทำความผิดยุยงส่งเสริมให้เด็กกระทำความผิดต่อกฎหมายแล้วนำกิจกรรมดังกล่าวไป ขอรับเงินทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวจากผู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง ไม่หวังดีต่อเด็ก เข้าข่ายเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก ทำให้หลายภาคส่วนของสังคมเกิดความกังวลว่า พฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อเด็ก ทำให้เด็กต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรง ซึ่งอาจกระทบต่อการเรียน สภาพจิตใจและพัฒนาการของเด็กได้และที่สำคัญเด็กต้องถูกดำเนินคดีโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

นายพงศ์พล กล่าวว่า ไทยเคยลงนาม “อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก” (THE UNITED NATIONS CONVENTION ON THE RIGHTS OF THE CHILD)ไว้กับองค์การสหประชาชาติ เมื่อ พ.ศ. 2538 ซึ่งมีใจความว่า เยาวชนควรได้รับการคุ้มครองจากการแสวงหาผลประโยชน์ในทุกรูปแบบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมายื่นหนังสือถึง พม. 

รทสช. ยื่นหนังสือต่อ พม.รทสช. ยื่นหนังสือต่อ พม.

‘จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์’ แจงแล้ว คลิปเดือด ทะเลาะวิวาท ใครเริ่มก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555896

12 ส.ค. 2566

'จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์' แจงแล้ว คลิปเดือด ทะเลาะวิวาท ใครเริ่มก่อน

‘จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์’ สส. กทม. พรรคก้าวไกล แจงแล้ว คลิปเดือด ทะเลาะวิวาท ใครเริ่มก่อน จี้ สื่อบางสำนึก ลงข่าวให้ถูกต้อง

หลังจากเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ กรณีมีการแชร์คลิป ซึ่งระบุว่าเป็น “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” สส.กทม.เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม ของพรรคก้าวไกล ทะเลาะวิวาทกับชายคนหนึ่ง หลังมีปากเสียงกันในร้านอาหารย่านเอกมัย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566

ล่าสุด “ต้นกล้า จรยุทธ” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด งดให้สัมภาษณ์ เพื่อไม่ให้มีการขยายความ

ต้นกล้า จรยุทธ โพสต์แจงต้นกล้า จรยุทธ โพสต์แจง

นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ หรือ ต้นกล้า สส. กทม. เขต 3 พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ต้นกล้า จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ – TonKla Chorayuth Chaturapornprasit โดยระบุว่า ขอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนให้ทุกคนได้ฟัง

ต้นกล้า จรยุทธ เล่าว่า ในคืนเกิดเหตุ ได้ไปดื่มกินที่ร้านอาหารที่ซอยเอกมัย ซึ่งเป็นร้านที่ไปเป็นประจำ โดยในคืนนั้น มีเพื่อนๆ หลายคนไปร่วมด้วย หลังจากร้านปิด ระหว่างรอทุกคนออกจากร้าน มีชายคนหนึ่ง ได้เข้ามานั่งคุยที่โต๊ะ หลังจากนั้น ได้ลุกขึ้น และถีบเก้าอี้ ก่อนจะเดินออกไปจากโต๊ะ ต่อมาไม่นาน ชายคนดังกล่าวได้เดินกลับมาที่โต๊ะ และเริ่มมีท่าทีคุกคามใส่น้องผู้หญิง จนตัวเขาเองที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยกมือขึ้นเพื่อตักเตือน แต่ถูกสวนกลับด้วยการตบที่หน้าอย่างแรง พอผมลุกขึ้นยืนชายคนดังกล่าวได้ต่อยเข้าที่หน้าผมอีกทีหนึ่ง หลังจากนั้น ผมเลยได้ทำการตอบโต้ตามสัญชาตญาณของวิญญูชนคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายร่างกาย เรื่องราวทั้งหมดจบลงกันในคืนนั้น ไม่มีการดำเนินคดีจากทั้งสองฝ่าย

ต้นกล้า จรยุทธ โพสต์แจงคลิปต้นกล้า จรยุทธ โพสต์แจงคลิป

อย่างไรก็ดี ผมต้องยอมรับว่า การกระทำของผมนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ควรที่จะตอบโต้กลับไป ไม่ควรใช้ความรุนแรง ในกรณีนี้ผมยอมรับผิด ผมต้องขอโทษพี่น้องประชาชนที่ไว้วางใจ และเลือกผมเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร บทเรียนครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญมาก

นายจรยุทธ บอกว่า แต่สิ่งที่สร้างความเข้าใจผิด กรณีสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยที่ไม่ได้ติดต่อมาสอบถาม ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดไปมาก จึงขอให้ทางสำนักข่าว เผยแพร่ข้อเท็จจริงที่ชี้แจงใหม่นี้ด้วย

ต้นกล้า แจงคลิปเดือดต้นกล้า แจงคลิปเดือด

ทั้งนี้ ขอบคุณสื่อมวลชนทุกสำนักที่ติดต่อเข้ามา ผมขอชี้แจงครั้งเดียวในโพสนี้ และจะไม่ขอให้สัมภาษณ์เพื่อขยายความอีก เรื่องนี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องสื่อมวลชนเข้าใจจุดประสงค์ของผม และนำเสนองานของผมที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในอนาคต

จรยุทธ โพสต์ทิ้งท้ายว่า สุดท้ายนี้ผมขอโทษทุกท่านต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากนี้ไปผมจะดำรงตนให้เหมาะสมต่อการเป็นผู้แทนราษฎร

‘อี้ แทนคุณ’ ประณาม ‘สส.ก้าวไกล’ รุมตืบคู่กรณี เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555895

12 ส.ค. 2566

'อี้ แทนคุณ' ประณาม 'สส.ก้าวไกล' รุมตืบคู่กรณี เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม

‘อี้ แทนคุณ’ ประณาม ‘สส.ก้าวไกล’ รุมตืบหนุ่มคู่กรณีกลางร้านอาหาร ถามทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เผยคัดสรรคนด้อยคุณภาพมาเป็น สส. เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม

นายแทนคุณ​ จิตต์​อิสระ ​รักษา​การ​ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ​ พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเข้าพบ ป.ป.ช. เพื่อร้องสอบจริยธรรม ​สส.ก้าวไกล กรณีมีเหตุทะเลาะวิวาทกับคู่กรณีกลางร้านอาหารย่านเอกมัยว่า มีคลิปการก่อเหตุ​ทำร้ายร่างกาย​ประชาชน​ของ สส.กทม. เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม คือ นายจรยุทธ์​ จตุรพรประสิทธิ์​ หรือ ต้นกล้า และอาจมีอดีต สส.คนดัง อย่างนายปิยะบุตร​ แสงกนกกุล ร่วมในที่เกิดเหตุ​โดยไม่ห้ามปรามด้วยหรือไม่

เป็น​การแสดงให้เห็น​ถึงความด้อย​คุณ​ภาพในการคัดสรรคนมาเป็น ​สส.ของพรรคก้าวไกลที่ผลิตซ้ำ เรื่อง​เลวร้าย​ผิดกฎหมาย​ผิดจริยธรรม​อย่างต่อเนื่อง​ ไม่ว่างเว้นความกร่าง ก้าวร้าว​ ที่ทำให้สังคมเอือมระอา 

ทั้งที่กระทำโดยผู้มีตำแหน่ง​ทางการเมือง​และเครือข่ายกลุ่มการเมืองที่เป็นแขนขาในการเคลื่อนไหว​ใช้ความรุนแรง​ในต่างกรรมต่างวาระ ยิ่งสะท้อนภาพความตกต่ำของการเมืองไทยที่เน้นการสร้างภาพ โดยใช้การตลาดนำการเมือง หลอกลวงเชิงนโยบาย​ ประดิษฐ์​วาทกรรมสวยหรูให้ความหวังประชาชน​ว่า เป็น​คนรุ่นใหม่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง​ให้ประเทศไทย​ไม่เหมือนเดิม แต่เนื้อในเน่าเฟะเพิ่มเติมคือ คนเหล่านี้​เต็มไปด้วยการดูถูกดูแคลน​ด้อยค่าผู้อื่นอย่างไร้หลักการเคารพในสิทธิ​เสรีภาพ​ของคนเห็นต่าง 


นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า เมื่อกระทำความผิดและกลับนิ่งเฉย ไม่มีการแสดง​ความรับผิดชอบ​ใดๆต่อสาธารณชน ​เสมือน​หนึ่ง​ประชาชน​เป็นของตาย ไม่ต้องเห็นหัวไม่มีความหมายใดๆ เห็น​ได้ชัดว่า ไม่ได้​มีคุณงามความดีใดๆต่อสังคม ขอเตือนประชาชน​และเยาวชน​ไทยให้ระวังอย่าหลงเชื่อ​ เสพติดและเลียนแบบพฤติ​กรรมความรุนแรง​จากพรรคการเมืองดังกล่าว​เพราะถึงเวลาถูกดำเนินคดี​พวกเขาจะตัดหางปล่อยพวกคุณติดคุกตามลำพังอย่างแน่นอน​

นอกจากนี้ นายแทนคุณ ยังโพสต์ผ่าน เฟซบุ๊ก Tankhun​ Jittitsara​page กล่าวถึงกรณีดังกล่าว บางช่วงระบุว่า การ​ปกป้องผู้หญิง​เป็น​เรื่องดี แต่เป็นการใช้ความรุนแรงและกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ 

“เพราะดูจากคลิปคนเมา (ซึ่งก่อเหตุ​ก่อนและเป็​นคนผิด ได้แตะตัวผู้​หญิงก่อน และผลักหัวส.ส. แต่การที่เขาล้มลงไปแล้วกระทืบซ้ำแบบสองคนรุมกระทืบ ก็ไม่ควรเนอะครับ  แต่อย่างไรก็ดี กรณีนี้ถือว่าต้องให้พื้นที่กับข้อมู​ลอีกด้านครับ รวมทั้งกรณีนำเด็ก​10ขวบปราศรัย​hate speech กับกรณีส.ส.ทำร้ายผู้หญิงก็ผิดครับ แล้วกรณี​นี้ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุเข้าข่ายสมัครใจวิวาทด้วยครับ”

'อี้ แทนคุณ' ประณาม 'สส.ก้าวไกล' รุมตืบคู่กรณี เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม

รู้จัก ‘จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์’ สส. หนุ่ม ไฟแรง พรรคก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555878

12 ส.ค. 2566

รู้จัก 'จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์' สส. หนุ่ม ไฟแรง พรรคก้าวไกล

ทำความรู้จัก ‘จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์’ สส. หนุ่ม ไฟแรง ‘พรรคก้าวไกล’ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น ลูกสหาย จากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519

ตกเป็นข่าว ที่ยังไม่ยืนยันข้อมูล จนกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที บนโลกออนไลน์ หลังมีการแชร์คลิป ซึ่งอ้างว่าเป็น “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” สส.กทม.เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม ของพรรคก้าวไกล ทะเลาะวิวาทกับชายรายหนึ่ง หลังมีปากเสียงกันในร้านอาหารย่านเอกมัย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566

คมชัดลึก พาไปทำความรู้จักกับ สส.หนุ่ม ไฟแรง “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” ของพรรคก้าวไกล ที่เรียกได้ว่ามีดีกรีไม่ธรรมดา ทั้งการศึกษา หน้าตา และ การทำงาน

จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

เปิดประวัติ “จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์”

จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ มีชื่อเล่นว่า ต้นกล้า ปัจจุบันอายุ 33 ปี สส. กทม. เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม นับเป็น สส.หน้าใหม่ ที่ไฟแรง

ประวัติการศึกษา

  • ประถมศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญ สำโรง
  • มัธยมศึกษา โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
  • มัธยมศึกษา University Heights Academy, KY, USA
  • ปริญญาตรี บริหารธุรกิจภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิตภาคกฎหมายมหาชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

ประวัติการทำงาน

  • 2551-2553 บริษัท กัลฟ์ เจพี จำกัด
  • 2553 – ปัจจุบัน บริษัท มีเดีย แรพ จำกัด
  • 2557 – ปัจจุบัน ทนายความอิสระ
  • 2561 – ปัจจุบัน ที่ปรึกษากฎหมายประจำศาลเยาวชนและครอบครัว
  • 2565 – ปัจจุบัน ที่ปรึกษาประจำกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • 2566 – สส.กทม. พรรคก้าวไกล

จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

“จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์” นับเป็นบุคคลที่ต่อสู้เคลื่อนไหว จากเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการพัฒนาการเมือง เพราะเขาเคยเล่าว่า

“เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่ใกล้ชิดกับครอบครัว บิดาเข้าป่าเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย เพื่อเรียกร้องสิทธิประชาธิปไตย ส่วนมารดาถูกจับช่วงสายของวันที่ 6 ต.ค. 2519 ถูกคุมขังอยู่เป็นอาทิตย์จนกว่าจะได้ประกันตัวออกมา หลังจากนั้นคุณแม่ได้เคลื่อนไหวอยู่ในเมือง เพื่อเป็นกำลังสนับสนุน ส่งเงิน ส่งของ ส่งยารักษาโรค ส่งกำลังต่างๆเข้าป่าเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักรบปฏิวัติที่อยู่ในป่า ดังนั้นเหตุการณ์ 6 ตุลาของทุกปีคือการรำลึกถึงการต่อสู้ของทุกคนในครอบครัวที่เคียงข้างกับประชาชนอีกจำนวนมากในช่วงเวลานั้น พวกเราไม่ลืม และการไม่ลืมจะเป็นเหมือนสิ่งกระตุกเตือนสังคมไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำรอยเดิมอีก แต่ในทางกลับกันหากพยายามทำให้สังคมลืม วงจรเดิมๆ ก็กลับมาอีก ไม่ว่าความพยายามสร้างสถานการณ์ขัดแย้งของประชาชนเพื่อเป็นข้ออ้างเพื่อปูทางไปสู่การยึดอำนาจรัฐประหาร หรือเป็นข้ออ้างเพื่อการล้อมปราบประชาชนดังเช่น เหตุการณ์ตากใบ การล้อมปราบคนเสื้อแดง พ.ค. 2553 หรือการสลายการชุมนุม จับกุมคุมตัวนักศึกษาประชาชนที่ออกมาต่อต้านรัฐและชูข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในช่วงที่ผ่านมา”

จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์

“ประเทศที่ผมอยากเห็น อยากเห็นประเทศไทยพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้

อยากเห็นความเท่าเทียมในสังคม อยากเห็นคนทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่มีความเหลื่อมล้ำ อยากเห็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา” 

22 ส.ค. รอ ‘วันนอร์’ ตัดสินใจ กำหนด ‘โหวตนายกฯ’ หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555873

12 ส.ค. 2566

22 ส.ค. รอ 'วันนอร์' ตัดสินใจ กำหนด 'โหวตนายกฯ' หรือไม่

กำหนดวัน ‘โหวตนายกฯ’ 22 ส.ค.นี้หรือไม่ รอประธาน ‘วันนอร์’ ตัดสินใจ หลังเดินทางกลับจากที่ประชุมรัฐสภาอาเซียนในวันนี้

นายพรเพชร วิชิตชลชัย  ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ยอมรับว่า มีการพูดคุยกันเบื้องต้น ว่าจะโหวตนายกฯในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ เป็นการพูดคุยกันจากอินโดนีเซียซึ่งต้องรอนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภากลับจากปฏิบัติภารกิจในวันนี้ก่อน

คาดว่าจะมีการหารือถึงการกำหนดวันประชุมรัฐสภาโหวตนายกฯ เพื่อความชัดเจนอีกครั้ง แต่ไม่ยืนยันว่าจะได้นายกรัฐมนตรีในวันดังกล่าวเลยหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับคนโหวต   

ส่วนการเข้า อวยพรวันเกิดพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในมูลนิธิบ้านป่ารอยต่อเมื่อวานนี้  ไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการเมือง หรือเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี หรือประเด็นอื่นๆ

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าการจัดตั้งรัฐบาลถือเป็นวาระสำคัญของสภาแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ และจะมีการประชุมพรรคเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ข่าวที่ออกมาเป็นเพียงแนวคิดของ สส.บางกลุ่ม แต่จะเป็นทางการก็ต่อเมื่อมีการประชุมพรรค เป็นมติพรรค และแถลงข่าวร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล

ขณะนี้สมาชิกในพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่มีการพูดคุยกันว่าแนวทางการโหวตนายกฯจะเป็นอย่างไร

(คลิป) ‘ดรุพร’ เผยสาเหตุทำไม สว. มีอำนาจเลือกนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555864

11 ส.ค. 2566

(คลิป) 'ดรุพร' เผยสาเหตุทำไม สว. มีอำนาจเลือกนายกฯ

‘ดนุพร’ เผยสาเหตุรัฐธรรมนูญปี 60 เกิดขึ้นเพราะต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม พร้อมทำไมกำหนด สว. เลือกนายกฯได้

นายอนุพร อรุณรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยสาเหตุการบัญญัติมาตรา 272 ไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับนี้ร่างขึ้นมาเพื่อสร้างความสมานฉันท์ เมื่อเกิดความขัดแย้งแตกแยกกันในสังคม เกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง จึงจำเป็นต้องมี สว. เพื่อมาเป็นคนกลางในการแก้ไขปัญหา ทำให้เกิดความมั่นคงทางการเมือง พร้อมกับสาเหตุกำหนดให้ สว. สามารถลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีได้