ล่าชื่อ 5 หมื่นคน หวังครม. ‘ตั้งส.ส.ร.’ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ โดยประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555971

13 ส.ค. 2566

ล่าชื่อ 5 หมื่นคน หวังครม. ‘ตั้งส.ส.ร.’ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ โดยประชาชน

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ ล่ารายชื่อ 5 หมื่นคน หวัง ครม.อนุมัติ ทำประชามติ ‘ตั้ง ส.ส.ร.’ เขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยประชาชน

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566 ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่ามีกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ และภาคีเครือข่ายเปิดแคมเปญ “เขียนใหม่ทั้งฉบับ เลือกตั้ง 100%” เชิญชวนประชาชนเข้าชื่อเสนอทำประชามติต่อคณะรัฐมนตรีใหม่ เพื่อเป็นขั้นแรกไปสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน สลัดทิ้งมรดกคณะรัฐประหารในคราบรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นต้นตอปัญหาทางการเมืองไทยในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ตามกลไก พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ 2564 ต้องการอย่างน้อย 50,000 ชื่อเพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติทำประชามติ โดยใช้คำถามที่ประชาชนกำหนดเอง และคำถามที่เราเสนอคือ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่ารัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

นายนันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากร คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) เปิดเผยว่า ในคำแถลงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยระบุว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีวาระแรก จะเร่งให้ทำประชามติเพื่อขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญจึงเห็นตรงกันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระสำคัญ โดยผ่าน 5 ขั้นตอน ดังนี้

1.การทำประชามติครั้งแรก ตาม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 กำหนดไว้ 3 วิธี ผ่านมติสภา ผ่านมติ ครม. และประชาชนเข้าชื่อเสนอ ครม.

2.สภาฯ ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 โดยกำหนดให้มี สสร.เข้าไป

3.การประชามติ ครั้งที่ 2 ตามมาตรา 256

4.หลังรับรองประชามติผ่านแล้ว ต้องเลือกตั้ง สสร. ซึ่งอาจจะต้องออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สสร. และคาดว่า สสร.จะใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญ 6-9 เดือน

5.ประชามติครั้งที่ 3 รับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ขณะที่ นายรัชพงษ์ แจ่มจิรไชยกุล ไอลอว์ iLaw ระบุว่า ก้าวแรกที่สำคัญคือคำถามในประชามติ เรามีบทเรียนจากการทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ซึ่งมีความซับซ้อน มีคำถามพ่วง ให้อำนาจ สว.เลือกนายกฯ กลายเป็นทางตันของไทยในขณะนี้ สำหรับคำถามที่เราเสนอให้ทำประชามติครั้งนี้คือ “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่ารัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” ซึ่งเจาะจงไปที่กลไกของรัฐสภา ในส่วนของเนื้อหาจะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยไม่มีเงื่อนไข และ สสร.ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ใช่มาจากการแต่งตั้ง

CR: “เขียนใหม่ทั้งฉบับ เลือกตั้ง 100%” คำถามประชามติโดยประชาชน กระดุมเม็ดแรกสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555969

13 ส.ค. 2566

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

พิธา นำทีมฝ่าฝน หาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่เขาชะเมา ระยอง ชูฝ่ายค้านของประชาชนขอคะแนนเลือกว่าที่ผู้สมัครเข้าสภา

อีกหนึ่งพื้นที่ของการต่อสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม แม่ทัพใหญ่ก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นำทีมช่วยหาเสียง  พงศธร ศรเพชรนรินทร์ หรือ ‘โย’ ว่าที่ผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งซ่อม จ.ระยอง เขต 3 ที่วัดน้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมที่ก้าวไกลเคยชนะในศึกเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14พ.ค.ที่ผ่านมา หลังนายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ก้าวไกล ลาออก 

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

แม้สภาพอากาศในพื้นที่จะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ยังมีประชาชนรอฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก โดยการเลือกตั้งซ่อมจะจัดขึ้นในวันที่ 10 ก.ย.ที่จะถึงนี้ 

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

นายพงศธร ว่าที่ผู้สมัคร ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีความสำคัญมาก ไม่ใช่เฉพาะต่อตนหรือพรรคก้าวไกล แต่สำคัญต่อพวกเราทุกคน ตนเชื่อว่าทุกคนรู้สึกอึดอัดขับข้องใจกับสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาล ถ้าเราอึดอัดที่การจัดตั้งรัฐบาลไม่เห็นหัวเราเลย เห็นเสียงประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลประโยชน์และอำนาจของคนบางกลุ่ม การเลือกตั้งซ่อม 10 กันยายนนี้ จะเป็นการส่งเสียงดังๆ ว่าประชาชนคือผู้มีอำนาจสูงสุดตัวจริง

“ตนผูกพันกับเขาชะเมาตั้งแต่กว่า 20 ปีก่อน ได้ลงพื้นที่เห็นการต่อสู้ของประชาชนในการคัดค้านโรงโม่หินที่จะทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้เห็นว่าประเทศนี้บิดเบี้ยว จึงผลักดันให้ตนทำงานการเมืองตั้งแต่เป็นนักศึกษา

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย จนถึงได้ร่วมก่อร่างสร้างพรรคอนาคตใหม่ในภาคตะวันออกและ จ.ระยอง อยู่เบื้องหลังในการสร้างเครือข่าย หาผู้สมัคร ทราบปัญหาของประชาชนในทุกพื้นที่ จึงมีความพร้อมที่จะก้าวออกมาเพื่อทำหน้าที่อย่างไร้รอยต่อ เริ่มงานได้ทันที

มีสื่อมวลชนถามว่ากลัวหรือไม่ เลือกตั้งครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนอาจไปเลือกคนอื่น ผมตอบไปชัดเจนว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่นี่ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเลย ดังนั้น 10 กันยายนฝากช่วยกันยืนยันเจตจำนงของประชาชน” พงศธรกล่าว

จากนั้นนายพิธา ขึ้นปราศรัยว่า คิดถึงบรรยากาศช่วงก่อนเลือกตั้ง เป็นบรรยากาศแห่งความหวังที่พวกเราเคยมีร่วมกัน ก่อนวันที่ 14 พฤษภาคมเราหาเสียงกับพี่น้องชาวระยองว่า ‘มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง’ สามเดือนผ่านไปยังเหมือนเดิม

พิธา ชู ฝ่ายค้านของปชช. เลือกผู้สมัครซ่อมระยองให้ขาดลอย

ก่อนเลือกตั้งพรรคการเมืองอื่นก็พูดเหมือนกัน แต่พอพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจ ตอนนี้กลับบอกว่าจะเก็บลุงไว้ทั้งสองคน พี่น้องประชาชนจะยอมหรือไม่ ดังนั้น ชาวระยองห้ามหมดหวังเด็ดขาด ทุกการเลือกตั้งมีความหมายมาก ต้องไปเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

“พี่น้องไม่ต้องกังวลว่าเลือกพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน รัฐบาลแห่งชาติอะไรนั่นที่เขาพยายามจัดตั้งกันอยู่ จะสู้ฝ่ายค้านของประชาชนได้อย่างไร มีประชาชนอยู่เคียงข้าง ทำงานได้มากกว่าแน่นอน วันที่ 10 กันยายน พาโย พงศธร เข้าสภาฯ เอาให้ถล่มทลายกันไปเลย” หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าว

‘หมออ๋อง ปดิพัทธ์’ โพสต์สั้นๆ แต่ทำคนแห่คอมเมนต์สนั่นยาวๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555967

13 ส.ค. 2566

'หมออ๋อง ปดิพัทธ์' โพสต์สั้นๆ แต่ทำคนแห่คอมเมนต์สนั่นยาวๆ

“หมออ๋อง ปดิพัทธ์” รองประธานสภาคนที่ 1 โพสต์ทวิตสั้นๆ ว่า “ผมไม่ลาออกง่ายๆ หรอกครับ จบนะ” คนแห่รัวหัวใจ และคอมเมนต์สนั่นยาวๆ

“นพ.ปดิพัทธ์ สันติภาดา” หรือ “หมออ๋อง” สส.พิษณุโลก ในฐานะรองประธานสภาคนที่ 1 โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ หลังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสวิพากวิจารณ์ และพูดถึงว่า ตามรัฐธรรมนูญหากพรรคก้าวไกลจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านจะต้องไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ประธาน และรองประธานสภา โดยระบุข้อความสั้นๆ ว่า “ผมไม่ลาออกง่ายๆหรอกครับ จบนะ”

ข้อความจากทวิตเตอร์ของ นพ.ปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ "หมออ๋อง" เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566ข้อความจากทวิตเตอร์ของ นพ.ปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ “หมออ๋อง” เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566

หลังจากโพสต์ของ “หมออ๋อง” ได้เผยแพร่ออกไป ก็มีสมาชิกทวิตเตอร์เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก บางคนแสดงความเห็นว่า เป็นโพสต์ที่ถูกใจที่สุดตั้งแต่ติดตามมา 7 ปี และส่วนใหญ่เป็นการให้กำลังใจอย่าลาออก 

ความเห็นจากสมาชิกทวิตเตอร์ความเห็นจากสมาชิกทวิตเตอร์

ความเห็นจากสมาชิกทวิตเตอร์ ความเห็นจากสมาชิกทวิตเตอร์

‘วิโรจน์’ ปราศรัยเดือดซัด ‘อุ๊งอิ๊ง’ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้ ‘มีลุงไม่มีเรา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555966

13 ส.ค. 2566

'วิโรจน์' ปราศรัยเดือดซัด 'อุ๊งอิ๊ง' ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้ 'มีลุงไม่มีเรา'

“วิโรจน์” ปราศรัยเดือด ยกคำพูดล้อ “อุ๊งอิ๊ง” ปิดสวิตช์ 3 ป. ปิดสวิตช์ สว. แต่สิ่งที่ทำคืออะไร แบบนี้คือด้านสุดๆ เครื่องก๋วยเตี๋ยวรัฐบาล 315 เสียงหน้าตาเหมือนเดิม แค่ย้ายขั้วไปอยู่กับเขา ถามเรียกสลายขั้วได้ไง ขอคนเขาชะเมา 10 ก.ย. นี้ กา “โย พงศธร” “มีลุงไม่มีเรา”

“พรรคก้าวไกล” ลงพื้นที่เขต 3 ระยอง ก่อนเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 10 ก.ย. 2566 เวลา 17. 25 น. วันที่ 13 ส.ค. 2566 “นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร” สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีปราศรัย “เลือกตั้งซ่อมระยอง” ที่ตลาดคลองถม อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ร่วมเปิดตัวผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม “โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์” ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 จ.ระยอง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีปราศรัย "เลือกตั้งซ่อมระยอง" ที่ตลาดคลองถม อ.เขาชะเมา จ.ระยอง เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ขึ้นเวทีปราศรัย “เลือกตั้งซ่อมระยอง” ที่ตลาดคลองถม อ.เขาชะเมา จ.ระยอง เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566

“นายวิโรจน์” ระบุช่วงหนึ่งว่า  รู้หรือไม่ว่าคนไทยทั้งประเทศ อิจฉาคนแกลง อิจฉาคนเขาชะเมาใจจะขาดแล้ว เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา เดิมคนไทยทั้งประเทศตัดสินใจไม่ถูก เพราะพรรคก้าวไกลบอกว่า “มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา” แต่ก็มีอีกพรรคหนึ่งอ้ำๆ อึ้งๆ จนสุดท้ายก็เลยบอกว่า “ปิดสวิตซ์ 3ป. ปิดสวิตซ์ สว.” คนไทยมีเกียรติมีศักดิ์ศรีไปพร้อมๆ กัน 

“ตอนนั้นประชาชนอาจจะลังเลใจ เพราะเป็นพรรคที่ไม่เอาลุงทั้งคู่ เลยอาจจะเลือกใบละพรรค เพราะมี 2 ใบ แต่ตอนนี้ ไม่มีอีกแล้ว เหลือพรรคเดียวที่กล้าประกาศว่า ไม่เอาลุง คือ “พรรคก้าวไกล” พรรคอื่นไปซุกจักกะแร้ลุงหมดแล้ว” “นายวิโรจน์” กล่าว


“นายวิโรจน์” ตั้งคำถามบนเวีปราศัย “เลือกตั้งซ่อมระยอง” ว่า ถามจริงๆ ประชาชนคงได้ยินข่าวมาว่า จะตั้งรัฐบาล 315 เสียง ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งโกรธ เขายังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ มีแค่การออกมาโยนหินถามทางว่า รับได้หรือไม่ได้ จังหวะนี้คงไม่ต้องอายแล้ว ตนคงต้องจุดธูปไปบอกบิดาของตนว่า  “ป๊า ตอนนี้ผมเจอคนหน้าด้านจริงๆ แล้ว พ่อผมก็บอกว่า ต้องหน้าด้านกว่าเท่านั้น ผมก็บอกว่า ไอที่ด้านอยู่นี่มันด้านสุดๆ แล้วนะ” 
   

“นายวิโรจน์” บอกต่ออีกว่า ถ้าพูดว่า “พิเศษ” มันต้องมีเครื่องแปลกๆ ใหม่ๆ แต่ดูรัฐบาล 315 เสียงหน้าตาเหมือนเดิมเลย มีแค่พรรคการเมืองหนึ่ง ย้ายไปอยู่กับพวกมันเท่านั้นเอง แล้วอย่างนี้เรียกสลายขั้วตรงไหน  สลายขั้วมันต้องกระจายกันมั่ว ให้เผด็จการสิงสู่ แต่นี่แค่เปรียบเทียบยังไม่ได้ว่าใคร ก็หวังว่า เขาจะสำนึกได้


“นายวิโรจน์” ปราศัยต่ออีกว่า ตลอด 9 ปี ประชาชนมีความทุกข์ทั้งคอลเซ็นเตอร์ ทุนจีนสีเทา ข้าวของแพง แล้วรัฐบาลใหม่ หน้าตา ครม.แบบเดิม คิดว่ามีใครกำลังอมยิ้ม ก็คงจะเป็นทุนผูกขาด ยังยิ้มอยู่ แล้ว 2 ลุงก็ยิ้มอยู่ด้วย ตนคิดว่า “มีลุงไม่มีเรา” จะมีเพื่อนหลายคนช่วยกันสุดท้ายเหลือก้าวไกลพรรคเดียว และถามอีกว่า รัฐบาลพิเศษอะไรเหมือนเดิมทุกอย่าง นายทุนผูกขาดที่ฮุบสัมปทานพลังงาน กินรวบค่าไฟฟ้า จะลดค่าไฟให้ประชาชน คิดว่า ค้าปลีกค้าส่งจะยอมเปิดให้คนตัวเล็กตัวน้อยลืมตาอ้าปากหรือไม่


“คิดว่าตอนนี้คนไทยทั้งประเทศคงอยากจะกาใหม่ และตอนนี้ “พรรคก้าวไกล” ก็คง 300 เสียงแล้ว ดังนั้น สิทธิของพวกท่านจะได้สิทธิกากบาทใหม่ ที่จะกาก้าวไกลที่กล้าประกาศว่า “มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง” วันที่ 10 ก.ย. 2566 ออกไปกา “โย พงศธร” ผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม เขต 3 จ.ระยอง” “นายวิโรจน์” ขอคะแนนจากการ “เลือกตั้งซ่อมระยอง”

พรรคก้าวไกล เปิดตัวผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม "โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์" ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 จ.ระยองพรรคก้าวไกล เปิดตัวผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม “โย พงศธร ศรเพชรนรินทร์” ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 3 จ.ระยอง

“นายวิโรจน์” ย้ำว่า การ “เลือกตั้งซ่อมระยอง” คือ โอกาสอันดีที่จะส่งสัญญานกับการเมืองแบบนี้ที่พวกเราถูกหักหลัง ให้ผู้มีอำนาจได้รู้ว่า หัวใจประชาชนไม่ได้ทำด้วยเหล็ก แต่ทำด้วยเลือดด้วยเนื้อ เจ็บเป็นแสบเป็น ถึงหัวใจจะเจ็บ แต่สมองเราดี เราจำได้ และเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดวัดใจว่า ประชาชนจะคิดอย่างไร และเชื่อหรือไม่ว่า ถ้ากา “พรรคก้าวไกล” วันนี้ใครกา “พรรคก้าวไกล” เจอชาวบ้านคนไหนถาม ให้บอกไปเลยอย่างมั่นใจ “ก้าวไกล” แต่ถ้ากาอีกพรรคอาจจะเจอเพื่อนล้อได้  และขอให้ชาวเขาชะเมาช่วยบอกทีว่า สัจจะวาจาก้าวไกลไม่เคยเปลี่ยนแปลง “มีลุงไม่มีเรา ไม่เราไม่มีลุง” 

งานเข้า ‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรม ‘จรยุทธ’ สส.ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555959

13 ส.ค. 2566

งานเข้า 'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรม 'จรยุทธ' สส.ก้าวไกล

ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ ร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม ‘จรยุทธ’ สส.ก้าวไกล วิวาทในร้านอาหาร ย่านเอกมัย กรุงเทพฯ ขณะเปิดเกินเวลา

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า ในวันนี้ ได้ส่งคำร้องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนเอาผิดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล(สส.ก้าวไกล) ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หลังร่วมก่อเหตุทะเลาะวิวาทกลางร้านอาหารย่านเอกมัย 12 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร(กทม.) ซึ่งอยู่ในช่วงระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย อันเป็นการสร้างความเสื่อมเสียต่อตำแหน่งหน้าที่เพราะถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงการกระทำดังกล่าว

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า จากกรณีสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้รายงานว่าเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566 เวลา 02.30 น.ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกลางร้านอาหารย่านเอกมัย 12 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ โดยภาพที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดของทางร้าน มีชายลักษณะคล้ายคลึงกับนายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส.กทม.เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม ของพรรคก้าวไกล และกลุ่มของชายวัยกลางคนร่วมรับประทานอาหารอยู่ภายในร้าน ซึ่งต่อมา ทั้ง 2 ฝ่ายได้เกิดมีปากเสียงถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันกลางร้านอาหาร จนคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายเหตุการณ์ยุติลงเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน ต้องเข้าไประงับเหตุ และเชิญตัวไปดำเนินคดีต่อที่สถานีตำรวจ

นายศรีสุวรรณ อธิบายว่า กรณีที่เกิดขึ้น เมื่อตกเป็นข่าว สส.รายดังกล่าวและพวกมีความพยายามที่จะภาคเสธว่ามิได้เป็นผู้ก่อเหตุ หากแต่ถูกกระทำก่อน จึงต้องปกป้องตนเองและเพื่อนหญิง แต่จากหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอที่เผยแพร่กันอย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดียแล้ว ชี้ให้เห็นว่า สส.คนดังกล่าวกับพวกได้กระโดดถีบคู่กรณีผู้ร่วมก่อเหตุทะเลาะวิวาท อันมิอาจถือได้ว่าเป็นการปัดป้อง หรือป้องกันตัวแต่อย่างใด

นายศรีสุวรรณ ย้ำว่า การกระทำของ สส.คนดังกล่าวซึ่งเป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กลับไม่มีอุเบกขาหรือการยับยั้งชั่งใจแต่อย่างใด ผิดวิสัยของการเป็นผู้แทนของประชาชน ที่ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม รวมทั้งเวลาที่เกิดเหตุเป็นเวลากว่าตี 2 เกินไปกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว แต่กลุ่มของ สส.ยังนั่งดื่มกินกันตามปกติ จนนำมาซึ่งการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยของประชาชน กลายเป็นที่ตำหนิติเตียนของสังคมสร้างความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการเป็น สส. ไม่เป็นการประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและฝ่าฝืนจริยธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 ประกอบมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 ข้อ 6, 12, 17, 26 ประกอบข้อ 27 ที่กำหนดห้ามไว้

ด้วยเหตุนี้ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งคลิปวิดีโอที่เกิดเหตุ จัดส่งไปให้ ป.ป.ช.ใช้ประกอบในการไต่สวนเอาผิด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม ตามครรลองของกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคมต่อไป

‘ประชาธิปัตย์’ ยังไม่เคาะ ผู้สมัคร สส. ‘เลือกตั้งซ่อม’ ระยอง เขต3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555958

13 ส.ค. 2566

‘ประชาธิปัตย์’ ยังไม่เคาะ ผู้สมัคร สส.  ‘เลือกตั้งซ่อม’ ระยอง เขต3

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษก ‘ประชาธิปัตย์’ เผยพรรคยังไม่เคาะ ผู้สมัคร สส. ‘เลือกตั้งซ่อม’ ระยอง เขต 3 แต่เชื่อมั่น ปชป.ชนะเลือกตั้งแน่ เผยยังไม่นัดประชุมใหญ่ เลือก ‘หัวหน้า-กก.บห.’ หลังประชุมฯ ล่มมา 2 ครั้ง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงความเคลื่อนไหวในส่วนของปชป.ว่า สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลเป็นภาระหน้าที่ของพรรคแกนนำพรรคฯ ไม่ไปก้าวล่วงว่าจะมีพรรคการเมืองใดเข้าร่วมหรือไม่ร่วม เพราะถือว่าเป็นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของแต่ละพรรคการเมืองย่อมมีเหตุและผลที่แตกต่างกัน และในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีการพูดคุยกันในเรื่องร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด

สส.ปชป.เดินหน้าดันกม.19 ฉบับ

ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ เน้นจุดเริ่มต้นการทำงานเชิงรุกในสภาผู้แทนราษฏรเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด การนำปัญหาไปพูดเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนในสภาเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาคือหน้าที่หลักอันสำคัญ

รวมไปถึงการนำเสนอร่างกฎหมาย ควบคู่ไปกับการผลักดันร่างกฎหมายที่พรรคได้ยื่นต่อสภาชุดที่ผ่านมา 19 ฉบับ ที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในสภาชุดนี้ผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ เช่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ที่มีความจะทำให้คดีทุจริตมีการลดโทษได้ยากขึ้น เป็นมาตรการที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ปชป.มั่นใจชนะเลือกตั้งซ่อมระยอง

ส่วนของการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ยังไม่ได้มีการกำหนดนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการเพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่ แต่อย่างใด แต่ขอย้ำว่าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการยังคงทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ เรื่องเลือกตั้งซ่อมระยองเขต3 ขณะนี้อยู่ในกระบวนการของกฎหมายคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ส่งรายชื่อผู้แสดงเจตจำนงค์หนึ่งเดียวที่มีคุณภาพมีความรู้ความสามารถคือ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ กลับไปรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคในเขต 3 หลังจากนั้นก็จะได้ขอมติส่งผู้สมัครต่อคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป เลือกตั้งซ่อมพรรคจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง เชื่อมั่นในตัวผู้สมัครที่เป็นคนดี มีความรู้ความสามารถ เอาใจใส่ปัญหาของประชาชน มีประสบการณ์เป็นปากเป็นเสียงในสภาผู้แทนราษฏรได้เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดประชุมใหญ่พรรคประชาธิปัตย์เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เคยจัดประชุมมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ครบองค์ประชุม กล่าวคือสมาชิกไม่เข้าร่วมประชุมครบ 250 เสียง ทำให้การประชุมล่มถึง 2 ครั้ง และปัจจุบันอำนาจยังอยู่ในทีมกรรมการบริหารชุดเดิม ที่มี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายเฉชิมชัย ศรีอ่อน นั่งรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เช่นเดิม

โพลเผย ‘อภิสิทธิ์’ เหมาะนั่ง ‘หน.ปชป.’ ไม่เห็นด้วยร่วม ‘รัฐบาลเพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555954

13 ส.ค. 2566

โพลเผย ‘อภิสิทธิ์’ เหมาะนั่ง ‘หน.ปชป.’ ไม่เห็นด้วยร่วม ‘รัฐบาลเพื่อไทย’

ผลสำรวจ นิด้าโพล เผย ประชาชน มอง ‘อภิสิทธิ์’ เหมาะนั่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป ‘ชวน หลีกภัย’ ตามมาอันดับ 2 ‘เอ๋ สุชัชวีร์’ อันดับ 3 ค้านไม่เห็นด้วยร่วม ‘รัฐบาลเพื่อไทย’

วันที่ 13 ส.ค. 2566 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง“เรื่องวุ่นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับเรื่องวุ่นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่มีสิทธิเลือกตั้ง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 58.63 ระบุว่าไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ รองลงมา ร้อยละ 31.91 ระบุว่าเคยเลือกแต่ไม่ได้เลือกในการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค. 2566 ร้อยละ 9.31 ระบุว่าเคยเลือกรวมถึงในการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค. 2566 และร้อยละ 0.15 ระบุว่ายังไม่เคยไปเลือกตั้งเลย

นิดาโพลเผย อภิสิทธิ์ เหมาะนั่น หน.ปชป. แต่ไม่เห็นด้วยร่วมรัฐบาลเพื่อไทย 13 ส.ค. 2566 นิดาโพลเผย อภิสิทธิ์ เหมาะนั่น หน.ปชป. แต่ไม่เห็นด้วยร่วมรัฐบาลเพื่อไทย 13 ส.ค. 2566

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนต่อไป พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 37.48 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับ 2 ร้อยละ 24.43 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย อันดับ 3 ร้อยละ 9.85 ระบุว่าเป็น ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) อันดับ 4 ร้อยละ 4.27 ระบุว่าเป็น น.ส.วทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) อันดับ 5 ร้อยละ 3.05 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อันดับ 6 ร้อยละ 2.90 ระบุว่าเป็น ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อันดับ 7 ร้อยละ 2.67 ระบุว่าเป็น นายอลงกรณ์ พลบุตร อันดับ 8 ร้อยละ 1.76 ระบุว่าเป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อันดับ 9 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น นายนราพัฒน์ แก้วทอง ร้อยละ 1.46 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นายเดชอิศม์ ขาวทอง นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข และนายสาธิต ปิตุเตชะ และร้อยละ 10.53 ระบุว่า ไม่ทราบ ไม่ตอบ ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนหากพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.96 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย รองลงมา ร้อยละ 19.54 ระบุว่า เห็นด้วยมาก ร้อยละ 18.70 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 16.18 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.62 ระบุว่า ไม่ทราบ ไม่ตอบ ไม่สนใจ

‘ดาบชิต’ ยังเชื่อใจ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ มุ่ง ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ให้สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555952

13 ส.ค. 2566

‘ดาบชิต’ ยังเชื่อใจ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ มุ่ง ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ให้สำเร็จ

‘ดาบชิต’ ผู้ประสานกลุ่มคนเสื้อแดง 17 จังหวัดภาคเหนือ ยังเชื่อใจ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ รวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ท่ามกลางกระแสต่อต้าน มุ่งเป้าหมายเข้าไป ‘แก้รัฐธรรม’ ฉบับประชาชนให้สำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2566 พรรคเพื่อไทย ได้รวมเสียงจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้ 315 เสียง ทำให้ต้องได้เสียง สว.เพิ่มเติมเพียง 59 เสียงเพื่อมีเสียงรัฐสภา 374 เสียง หรือเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา โดย มี พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ ร่วมด้วย เพื่อผลักดันแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยได้ ทำให้มีกระแสคัดค้านจากคนเสื้อแดงหลายจังหวัดนั้น

โดยนายหาญศักดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ หรือ ดาบชิต เสื้อแดง ผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดง 17 จังหวัดภาคเหนือ เปิดเผย ถึง การจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทย ว่า ถึงวันนี้ ตนยังเชื่อมือพรรคเพื่อไทย แม้จากมีกระแสต่อต้านจากคนเสื้อแดงหลายจังหวัด เพราะการเร่งจัดตั้งรัฐบาลคือทางออก ดีกว่าปล่อยประเทศติดขัด

เพราะหากไม่มี การจัดตั้งรัฐบาล แล้วเกิดความวุ่นวาย ก็จะเข้าทาง ทหาร เข้ามายึดอำนาจอีก จะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงกว่าเดิม ในเมื่อรัฐธรรมนูญ ล็อคไว้ เราจะพึ่ง สว.ไม่ได้ จึงต้องรวมเสียงให้ได้มากกว่า 376 เสียง ซึ่งการมาของพรรคการเมืองขั้วการเมืองเดิม มีส่วนทำให้ สว.จะโหวตให้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย

ดาบชิต คนเสื้อแดงดาบชิต คนเสื้อแดง

โดยเป้าหมายแรกในการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ คือการแก้ปัญหาปากท้อง และ ทำควบคู่ไปกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางการต่อต้านจากกลุ่มคนเสื้อแดง มาถึงตอนนี้เราต้องยอมรับว่า คนเสื้อเจ็บปวดจากการรวมเสียงของพรรคเพื่อไทย แต่เป้าหมายของพรรคเพื่อไทย จะเอาประชาชน 60 ล้านคนทั่วประเทศมาเป็นตัวประกันไม่ได้ เพราะเป้าหมายของคนเสื้อแดง ที่ออกมาต่อสู้ ก็เพราะอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และยังเชื่อว่า คนที่จะเข้ามาบริหารประเทศจากพรรคเพื่อไทย จะมีวิจารณญาณ ที่จะไม่เอานโยบายที่มีผลกระทบกับประชาชน จากรัฐบาลเดิมมาบริหารแน่นอน

‘ดาบชิต’ ยังเชื่อใจ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ มุ่ง ‘แก้รัฐธรรมนูญ’ให้สำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าวันที่ 22 ส.ค. 2566 จะเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่พรรคเพื่อไทยเสนอ และคาดว่าจะได้รับเสียงโหวตเกินครึ่งของสมาชิกรัฐสภา หากพรรคเพื่อไทยยังไม่เปลี่ยนแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย จนถึงวันนี้ยังเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน เจ้าพ่ออสังหาฯหมื่นล้าน

‘ไทยสร้างไทย’ ย้ำไม่ร่วม ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ดึงพรรค 2 ลุง เข้าร่วมรัฐบาลแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555948

13 ส.ค. 2566

‘ไทยสร้างไทย’ ย้ำไม่ร่วม ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ดึงพรรค 2 ลุง เข้าร่วมรัฐบาลแน่

‘ไทยสร้างไทย’ ย้ำไม่ขอร่วม ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ที่เป็นนั่งร้าน ดึงพรรค 2 ลุง ร่วมรัฐบาลเพื่อสืบทอดอำนาจแน่ ยังหวัง 8 พรรคร่วมฯ เดิม รีเทิร์น เดินหน้าขอเสียงหนุนตั้ง ส.ส.ร.แก้รัฐธรรมนูญ คาดใช้เวลา 1 ปี

นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงทิศทางการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทย โดยยืนยันว่า พรรคไทยสร้างไทย จะไม่เป็นนั่งร้านให้มีการสืบทอดอำนาจด้วยการไม่ร่วมรัฐบาลกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เพราะหากพรรคฯ เริ่มต้นตั้งรัฐบาลด้วยคำโกหก หรือเลี่ยงบาลี อ้างการพูดเฉพาะเพื่อการหาเสียงนั้น ในระยะยาวจะทำให้รัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือ 

“ทางที่ดีที่สุด ควรกลับมาจับมือกับ 8 พรรคการเมืองตาม MOU เดิม และทำตามฉันทามติของประชาชน เพื่อคืนประชาธิปไตยให้ประเทศไทย พร้อมย้ำว่า พรรคไทยสร้างไทย พร้อมทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพชีวิตปากท้องของคนตัวเล็กเพื่อประชาชนไม่ว่าเป็นรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน”

ลุ้น แก้รธน.เสร็จใน 1 ปี

นายตรีรัตน์ ยังย้ำจุดมุ่งหมายของพรรคไทยสร้างไทยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย แต่ไม่แก้ไขหมวด 1 และ 2 ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในรัฐสภาแล้ว

อีกทั้งพรรคไทยสร้างไทย กำลังรวบรวมรายชื่อของประชาชนที่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกประมาณ 30,000 รายชื่อ โดยกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญนี้จะเสร็จสิ้นภายใน 1 ปีครึ่ง จึงขอแรงสนับสนุนจากประชาชน และทุกพรรคการเมืองร่วมกับรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคไทยสร้างไทยเพื่อเป็นทางออกของประเทศไทยให้เร็วที่สุด

‘พรรคเป็นธรรม’ ลั่นไม่สนับสนุน ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ดึง พปชร.-รทสช. ร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555946

13 ส.ค. 2566

‘พรรคเป็นธรรม’ ลั่นไม่สนับสนุน ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ดึง พปชร.-รทสช. ร่วมรัฐบาล

‘พรรคเป็นธรรม’ แสดงจุดยืน ไม่กังวลต้องเป็นฝ่ายค้าน ลั่นไม่สนับสนุน ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ พท.ดึง “พปชร.-รทสช.” ร่วมรัฐบาล พร้อมหลีกทาง ก้าวไกล ชิง เลือกตั้งซ่อมระยอง

นายปีติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงแนวทางของพรรคเป็นธรรม ในการเตรียมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในการประชุมรัฐสภาสัปดาห์หน้า โดยย้ำว่า มติของพรรคเป็นธรรม ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ยังคงเป็นไปตามอุดมการณ์ของพรรคฯ ที่สนับสนุนให้พรรคการเมืองลำดับที่ 1 จัดตั้งรัฐบาล เป็นผู้บริหารประเทศเป็นหลัก แต่หากพรรคการเมืองลำดับที่ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็สามารถรอมชอมให้พรรคการเมืองลำดับที่ 2 ได้ ซึ่งหากผิดจากนี้ พรรคเป็นธรรม จะไม่สนับสนุนแน่นอน 

เขามองว่า การเมืองในปัจจุบัน ที่พรรคเพื่อไทย นำจัดตั้งรัฐบาล และไปรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองลำดับถัดไปมาร่วมรัฐบาล โดยไม่มีพรรคก้าวไกล ที่เป็นพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงลำดับที่ 1 มาร่วมรัฐบาลด้วยนั้น พรรคเป็นธรรมก็ไม่เห็นด้วย และพรรคเป็นธรรม จะไม่ขอร่วมรัฐบาลด้วย

‘พรรคเป็นธรรม’ ลั่นไม่สนับสนุน ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ดึง พปชร.-รทสช. ร่วมรัฐบาล

ส่วนการเลือกตั้งซ่อมระยองเขต3 นั้น เขายืนยันว่า พรรคเป็นธรรม จะไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง เนื่องจาก เป็นการเลือกตั้งซ่อม จึงจำเป็นจะต้องให้เกียรติเจ้าของพื้นที่เดิมคือ พรรคก้าวไกล ส่งผู้สมัคร ดังนั้น ถ้าพรรคก้าวไกล จะส่งพรรคเป็นธรรม จะไม่ส่งแข่งขัน เนื่องจาก ระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเป็นธรรม มีความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ดีระหว่างกัน ดังนั้น จึงควรให้พรรคก้าวไกลรักษาฐานเสียงเดิมไว้

ไม่เลือกนายกฯที่มีพรรคลุงร่วมรัฐบาล

ด้าน นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ในฐานะเลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวย้ำว่า ตนเองในฐานะ 1 เสียงของพรรคเป็นธรรม จะไม่ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีคนใดก็ตาม ที่ในการจัดตั้งรัฐบาลมีพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติเข้าร่วมรัฐบาลด้วย และพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน เนื่องจาก ไม่เห็นด้วยกับการสถาปนาอำนาจรัฐ ที่ผลักเสียงข้างมาก หรือพรรคก้าวไกล ไปเป็นฝ่านค้าน โดยมองว่า เป็นประชาธิปไตยที่บิดเบี้ยว และพรรคเป็นธรรมจะไม่ให้ความร่วมมือ เพื่อรักษาจุดยืนเดิม พร้อมยังคงหวังว่า จะมีการการกลับมาของรัฐบาลที่มีพรรคการเมือง ที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน

นายปีติพงศ์ เต็มเจริญ และนายกัณวีร์ สืบแสง  หัวหน้า-เลขาธิการพรรคเป็นธรรม 13 ส.ค. 2566นายปีติพงศ์ เต็มเจริญ และนายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้า-เลขาธิการพรรคเป็นธรรม 13 ส.ค. 2566

“ผมยังไม่กังวลต่อการทำหน้าที่ฝ่ายค้านด้วย เนื่องจาก ยังสามารถใช้กลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งการตั้งกระทู้ การขอหารือ การเสนอญัตติ และกรรมาธิการ มาติดตามการบริหารงานของรัฐบาล และผลักดัน และสนับสนุนนโยบายของพรรค ทั้งการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้กินอิ่มนอนหลับ มีสันติภาพที่กินได้ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน การกระจายอำนาจ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางทั้งประเทศ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรมเพียงหนึ่งเดียว ระบุ