‘ทิพานัน’ สวมบทองค์รักษ์ ป้อง ‘พล.อ.ประยุทธ์’   แต่งตั้ง-โยกย้ายขรก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555830

11 ส.ค. 2566

'ทิพานัน' สวมบทองค์รักษ์ ป้อง 'พล.อ.ประยุทธ์'   แต่งตั้ง-โยกย้ายขรก.

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ทิพานัน ศิริชนะ เกินจะนิ่งเฉย หลังมีประเด็นมาจากรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม เวชยชัย ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลรักษาการณ์ แต่ไปวุ่นวายกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยองค์รักษ์พิทักษ์นายกฯ เคลียร์ชัด การดำเนินการอยู่บนหลักการความจำเป็น

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   เปิดเผยว่า  การที่นายภูมิธรรม เวชยชัย  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  แสดงความเห็น  โดยระบุถึงรัฐบาลรักษาการ ควรมีมารยาทในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ  เรื่องนี้ขอชี้แจงว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ตระหนักถึงการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ทุกกลไกสามารถขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ อย่างต่อเนื่อง โดยระมัดระวังในการดำเนินการ ให้เป็นไปตามกฎหมายด้วยความรอบคอบและรอบด้าน อะไรทำได้ และอะไรทำไม่ได้  บนหลักการของความจำเป็นเร่งด่วน  ที่สำคัญยึดประโยชน์สูงสุดไม่ใช้การเมืองนำ  เป็นแนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ คำนึงถึง

 เงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (2) กำหนดไว้ว่า ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือ พนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน  ฉะนั้น การแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงในขณะที่ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น  มีแนวทางให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ในการแต่งตั้งปลัดกระทรวงในสังกัด ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในขณะนี้ สามารถเสนอแต่งตั้งปลัดกระทรวงคนใหม่เพื่อมาทำหน้าที่แทนปลัดกระทรวงที่เกษียณอา ยุเสนอเข้ามาให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาได้

แต่สามารถแต่งตั้งได้เฉพาะปลัดกระทรวงที่จะเกษียณเท่านั้น ไม่สามารถแต่งตั้งอธิบดีในกรมต่าง ๆ ที่จะเกษียณอายุราชการ โดยรายชื่อปลัดกระทรวงที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว    จากนั้นจะส่งต่อไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (หรือกกต.) เพื่อพิจารณาให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 169 (2) ต่อไป  ที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต.  ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจ ต่อการทำหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลรักษาการ


“หากมีการเสนอชื่อโยกย้าย ที่เป็นไปตามกฎหมายและผ่านกลไกต่างๆที่ถูกต้อง มายังพล.อ.ประยุทธ์ นั้น ก็จะมีดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตลอดจนมารยาท และธรรมเนียมปฏิบัติ  โดยไม่มีวาระแอบแฝงอื่นใด พยายามระมัดระวังไม่ให้การดำเนินการใด  ๆ หรือละเว้นการดำเนินการ จนกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งการฟื้นฟูประเทศ เพื่อส่งต่อให้กับรัฐบาลชุดใหม่  “น.ส.ทิพานัน กล่าว

‘ภูมิธรรม’ สวนกลับ ‘ทิพานัน’ ยันแค่เตือนโยกย้ายขรก.- ควรรอ ‘รัฐบาลใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555818

11 ส.ค. 2566

'ภูมิธรรม' สวนกลับ 'ทิพานัน' ยันแค่เตือนโยกย้ายขรก.- ควรรอ 'รัฐบาลใหม่'

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ‘อ้วน ภูมิธรรม’ สวนกลับ ‘อ้น ทิพานัน’ ยันแค่เตือน ‘บิ๊กตู่’ รัฐบาลรักษาการ ขออย่าแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ในช่วงนี้ควรรอ ‘รัฐบาลใหม่’ ชี้ในคำแถลงการณ์ของเพื่อไทยประกาศเอาไว้ชัดเจน

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2566 ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  หนึ่งในแกนนำเจรจาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เปิดเผย ถึงกรณีที่ ‘อ้น’ ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรับมนตรี แจกแจงเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศ ว่า ก็เป็นความเห็นของ น.ส.ทิพานัน ตนไม่ได้ว่าอะไร ตนไม่ได้คัดค้านหรือบีบบังคับอะไรทั้งสิ้น

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้ออกคำแถลงโดยมีประเด็นหลักอยู่ 2 เรื่อง คือ

1.ต้องการให้รัฐบาลรักษาการเข้าใจในกฎระเบียบ ข้อบังคับและธรรมเนียมปฏิบัติ

2.เสนอให้ปลัดทุกกระทรวง หากมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น ก็ควรจะรอรับนโยบายรัฐบาลใหม่ซึ่งจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ดังนั้นต้องระมัดระวัง ไม่อนุมัติโครงการใหญ่หรืองบประมาณที่จะเป็นปัญหาในอนาคต รวมทั้งไม่แต่งตั้งข้าราชการด้วย

“ผมไม่ได้ไปสั่งปลัดกระทรวงหรือสั่งใคร ผมเพียงแต่เสนอท่านปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ว่าวันนี้รัฐบาลใหม่กำลังจะมาแล้ว จะต้องมีนโยบายใหม่ที่แถลงต่อสภาฯ ดังนั้นพวกท่านคือหัวขบวนของกลไกใหญ่ ท่านสามารถชะลอเพื่อให้กลไกนั้นสอดรับกับนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ ที่ชอบด้วยเหตุผลและหลักการทางกฎหมาย”
 

และเป็นสิ่งที่น่าสบายใจว่าไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่ง “รัฐบาลใหม่” ก็น่าจะพอใจ ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดไม่ได้อยู่ที่พรรคการเมืองแต่เกิดกับประชาชน ว่านโยบายที่แถลงต่อสภาฯ จะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อประชาชน

เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าการที่พรรคเพื่อไทย ต้องนำพรรคสองลุงเข้ามาร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” เนื่องจากมีความเกี่ยวโยงกับการประชุมสภากลาโหมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ส.ค.2566 นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ตนพูดไม่ได้เฉพาะเจาะจงคนใดหรือที่ไหน สิ่งที่เราร้องขอเป็นการเสนอแนะและเป็นข้อย้ำเตือนเท่านั้น ว่ารัฐบาลรักษาการไม่ควรแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชาราชการในช่วงนี้

ย้อนที่มา ‘นาฬิการัฐสภา’ 10 ปี นาฬิกา หรู เคียงคู่ รัฐสภา ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555810

11 ส.ค. 2566

ย้อนที่มา 'นาฬิการัฐสภา' 10 ปี นาฬิกา หรู เคียงคู่ รัฐสภา ไทย

ย้อนที่มา ‘นาฬิการัฐสภา’ 10 ปี นาฬิกา หรู เคียงคู่ รัฐสภา ไทย หลัง ป.ป.ช. สั่งฟัน ‘สุวิจักขณ์ นาควัชระชัย’ กับพวก 16 ราย จัดซื้อ นาฬิการัฐสภา แพง 15 ล้าน

จากมติ ป.ป.ช. สั่งฟัน ทั้งอาญา และวินัย “สุวิจักขณ์ นาควัชระชัยท์” อดีตเลขาฯ สภา พร้อมพวกรวม 16 ราย ปมจัดซื้อ “นาฬิการัฐสภา” แพง 15 ล้าน หลังจากนาฬิกาแขวนเหล่านี้ ถูกนำมาติดตั้งไว้ทั่วบริเวณรัฐสภา ทั้งภายนอก ภายใน และเกือบจะทุกซอก ของอาคาร ในปี 2556 นับตั้งแต่ “สัปปายะสภาสถาน” กำลังมีการปรับปรุง ย้าย และซ่อมแซม ก่อสร้างใหม่

คมชัดลึก ย้อนที่มา ดราม่า “นาฬิการัฐสภา” ราคาเรือนละ 75,000 บาท จำนวน 200 เรือน ที่สุดท้าย ป.ป.ช. ก็ชี้มูลคดีทุจริต ลงดาบไปในที่สุด

         ย้อนที่มา นาฬิการัฐสภาย้อนที่มา นาฬิการัฐสภา

ย้อนที่มา “นาฬิการัฐสภา”

1. ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ประเด็นฉาว “นาฬิการัฐสภา” เริ่มต้นขึ้น ในปี 2556 เมื่อที่ประชุมสภาฯ นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดซื้อนาฬิกาติดผนังยี่ห้อ Bodet ของอังกฤษ รุ่น Cristalys Date จำนวน 200 เรือน โดยใช้งบประมาณกว่า 15 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาเรือนละ 75,000 บาท

2. หลังจากนั้น เกิดกระแสวิจารณ์ การใช้งบทันที ชาวเน็ตร่วมตรวจสอบราคานาฬิกา จากเว็บไซต์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนพบว่า นาฬิการัฐสภา รุ่นนี้ มีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 16,800-25,000 บาทเท่านั้น แถมมีการแห่แชร์ เพลง “รัฐแค่อ้างนาฬิกา” ล้อเลียนสภาฯ ที่ซื้อนาฬิกาเรือนละ 75,000 บาท โดยดัดแปลงมาจากเพลง “รักไม่ต้องการเวลา” ของหนูนา หนึ่งธิดา โสภณ

  ดราม่า นาฬิการัฐสภาดราม่า นาฬิการัฐสภา

3. ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ก็โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ไม่เห็นเหตุผลใดที่จะต้องซื้อนาฬิกาเรือนละ 75,000 บาท เพื่อเอามาแขวนเหนือประตูห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องสูบบุหรี่ หรือห้องน้ำ นาฬิกาไซโก้ ราคา 1,500 บาท ก็ใช้แขวนได้ เดินตรงเวลาและทนทาน

4. ผ่านไปไม่กี่วัน เสียงหัวเราะดังขึ้นมา เมื่อ “นาฬิการัฐสภา” ที่ถูกนำมาแขวนไปทั่ว อาคารรัฐสภา ก็ตายในเวลาไม่กี่วัน 75,000 คุ้มมั้ย เป็นคำถามกระแทกใจจากหลายคนอีกครั้ง

           ที่มา นาฬิการัฐสภาที่มา นาฬิการัฐสภา

คุณสมบัติ “นาฬิการัฐสภา”

5. ตัวเรือนแสดงยี่ห้อชื่อโบเด็ท นอกจากบอกเวลา ยังบอกวันเดือนปี และอุณหภูมิ ส่วนที่บริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ อาคารรัฐสภา ที่ติดตั้งไว้ทั้งสิ้น 7 เรือน จะเทียบเวลากับประเทศต่างๆ ด้วย

6. นาฬิกายี่ห้อ โบเด็ท มีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง เช่น มีเรือนหลัก และเรือนรอง ปรับเวลาเรือนหลักเพียงเรือนเดียว สามารถเชื่อมถึงเรือนอื่นๆ ได้ทั้งหมด ควบคุมโดยใช้ระบบไร้สาย เป็นต้น

7. เว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหลายเว็บไซต์ ได้แสดงราคาแตกต่างกัน ซึ่งราคาขายที่แพงที่สุด อยู่ที่ ราคาเรือนละ 499 ยูโร หากเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินไทย 41 บาทในขณะนั้น จะอยู่ที่ราคาเรือนละ 20,459 บาท

          นาฬิการัฐสภานาฬิการัฐสภา

เริ่มต้นชี้แจงที่มาดราม่า “นาฬิการัฐสภา”

8. หลังเป็นประเด็นดราม่า นายนุกูล สัญฐิติเสรี รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่โฆษกสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงการจัดซื้อนาฬิกาแขวนผนังจำนวน 200 เรือน มูลค่า 15 ล้านบาท คิดแล้วตกราคาเฉลี่ยเรือนละ 75,000 บาท ว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยงบประมาณ 15 ล้านบาทนี้ ไม่ใช่แค่ค่านาฬิกาเท่านั้น แต่ยังมีค่าอื่นๆ ด้วย

9. การชี้แจงงบประมาณ การจัดซื้อนาฬิกา รัฐสภา แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ค่าจัดซื้อนาฬิกา จำนวน 240 เรือน ราคา 8,000,000 บาท เฉลี่ยแล้วตกเรือนละ 33,333 บาท ส่วนอีก 7,000,000 บาท เป็นค่าระบบสนับสนุนอุปกรณ์ และยืนยันถึงความจำเป็น เหมาะสม ที่ควรจะมี

10. หลังเริ่มมีรายงานความไม่โปร่งใส ในปี 2559 ผู้รับเหมาจากบริษัท อิควิป แมน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญากับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้ามารื้อถอนนาฬิกา ที่ติดตั้ง ทั้งภายใน และภายนอก อาคารรัฐสภา ออกทั้งหมด 240 เรือน เพราะไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ตั้งแต่กลางปี 2558

11. จากนั้นที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) มีมติให้ทางเลขาธิการสภาฯ “สุวิจักขณ์ นาควัชระชัยท์” ทบทวนผลการตรวจสอบความโปร่งใส ในโครงการจัดซื้อนาฬิกาดังกล่าว เนื่องจากส่งผลกระทบภาพลักษณ์ของสภาฯ

12. ดราม่า “นาฬิการัฐสภา” กินเวลายืดเยื้อมานาน 10 ปี ในที่สุด ป.ป.ช. ก็มีมติชี้มูลความผิด นายวัชระชัยย์ หรือสุวิจักขณ์ นาควัชระชัยท์ หรือ นาควัชระชัย อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมพวก 16 ราย กรณีจัดจ้างโครงการปรับปรุงระบบนาฬิการัฐสภา (Clock system) เมื่อปี 2556 โดยมิชอบ จากการไต่สวนพบว่า ติดตั้งโดยจ้างบริษัทเอกชน และมีการแก้ไขคุณสมบัติของนาฬิกา ให้เป็นไปตามที่ต้องการ ซึ่งไม่ตรงกับ TOR

แต่ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ถูกกล่าวหาทุกราย ยังมีสิทธิต่อสู้คดี เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลได้อีก

รวมไทยสร้างชาติ รับถูก ‘เพื่อไทย’ ทาบร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555805

11 ส.ค. 2566

รวมไทยสร้างชาติ รับถูก 'เพื่อไทย' ทาบร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล'

ถูกแกนนำ ‘เพื่อไทย’ ทาบทามร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ รวมไทยสร้างชาติอาจยกพรรค เห็นใจเพื่อไทย เปิดดีลพิเศษเพื่อชาติ

นายธนกร   วังบุญคงชนะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับว่าสนิทและมีกิจกรรมร่วมกับนายสมศักดิ์  เทพสุทิน อดีตรมว.ยุติธรรมและแกนนำพรรคเพื่อไทย และได้คุยกันเรื่องร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ถ้ามาก็ต้องมาทั้งพรรค เพราะการเมือง ควรเป็นอารยธรรมทางการเมืองที่ดี

แม้ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ไม่ควรที่จะมีงูเห่า งูจงอาง อะไรแล้ว จึงส่งสัญญาณให้พรรคทราบ เท่าที่ดูมีสัญญาณที่ดี เชื่อว่าการเมืองใกล้ถึงจุดที่จะจบแล้ว คิดว่าอีกไม่นาน คงจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในเวลาที่เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีเงื่อนไขอะไรในการจะร่วมรัฐบาลเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรี นายธนกร กล่าวว่ารวมไทยสร้างชาติมีการทำงานในสภาของสส.36 คนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เราทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว แม้ว่าวันนี้อาจจะมองว่ามีปัญหาอะไรในพรรคหรือไม่มีการแบ่งเป็นกลุ่มๆ นั้นเพราะมาจากหลากหลาย ความคิดเห็นแตกต่างก็เป็นเรื่องปกติแต่เชื่อว่าคุยกันได้หมด

กรณีที่นายไผ่ ลิกค์ แกนนำพรรคพลังประชารัฐออกมาแถลงข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ จะร่วมโหวตให้กับพรรคเพื่อไทย ไม่ถือเป็นการชิงความได้เปรียบทางการเมืองตัดหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าใจว่ามีการเจรจาหารือกันอยู่แล้วไม่ว่าจะตอบแบบให้หล่อให้สวยยังไงสื่อก็จะทราบดีอยู่แล้ว คงไม่ไปก้าวล่วงของพรรคพลังประชารัฐ 

นายธนกรบอกว่า วันนี้ต้องเห็นใจพรรคเพื่อไทยประกาศสลายขั้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพิเศษนั้น เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่างส่วนตัวมองว่ามันอาจจะถึงเวลาที่สีต่างๆที่หลากหลายความขัดแย้งต่างๆควรจะยุติได้แล้วและไม่ว่าพรรคไหนควรจะร่วมกันบริหารประเทศ

บางพรรคก็เหมาะที่จะเป็นฝ่ายค้านเพราะมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบและจะทำให้การเมืองมีความเข้มข้นมากขึ้นและเป็นระบบการถ่วงดุลประเทศจะได้เดินหน้าไปอย่างมั่นคง

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555803

11 ส.ค. 2566

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม‘ พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ ‘3ป.’- ปธ.วุฒิ ปิดห้องคุย บิ๊กตู่ ปฏิเสธถ่ายรูปร่วม ’พี่น้อง3ป.’ ส่วน บิ๊กป๊อก มอบโมเดลม้าหมุน สื่อความหมาย ให้มีความสุขนิรันดร์-ชัยชนะ 8 ทิศ ขณะ สว.- นักการเมือง-ทหาร-ตำรวจ พาเหรดอวยพรกันเพียบ

วันที่ 11 ส.ค. 2566 ครบรอบวันคลายวันเกิด 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พี่ใหญ่แห่ง ‘บูรพาพยัคฆ์’ ทำให้บรรยากาศที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในวันนี้คราครำไปด้วย มีนายทหาร ตำรวจ นักการเมือง สมาชิกวุฒิสภา(สว.) จากพรรคการเมืองต่างๆ ต่างทยอยเดินทางมาเข้าร่วมอวยพรกันอย่างต่อเนื่อง

โดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาในเวลา 08.00 น. พร้อมนำกระเช้าดอกไม้ และของขวัญมามอบให้ บิ๊กป้อม 

 11 ส.ค. 2566 เบิร์ธเดย์ 78 ปี บิ๊กป้อม พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ 11 ส.ค. 2566 เบิร์ธเดย์ 78 ปี บิ๊กป้อม พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์

ตามด้วย “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำโมเดลม้าหมุน 8 ตัว สีฟ้ามรกต แบบไขลาน มามอบให้ “บิ๊กป้อม” ซึ่งสื่อความหมายว่า “ให้มีความสุขแบบไม่มีที่สิ้นสุด” มามอบให้

บิ๊กตู่ เป็นหนึ่งใน พี่น้อง3ป.บิ๊กตู่ เป็นหนึ่งใน พี่น้อง3ป.

จากนั้น “พี่น้อง 3ป.” ร่วมรับประทานอาหารเช้า และพูดคุยเป็นการส่วนตัวภายในห้องรับรอง ประมาณ 30 นาที ซึ่งในห้องนั้น มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา(ประธานสว.) อยู่ด้วย โดยนายพรเพชร บอกว่า วันนี้เข้ามาอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด พล.อ.ประวิตร เท่านั้น

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางกลับ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามขอให้ถ่ายรูปร่วมกันของ “3ป.” และอวยพรวันเกิด พล.อ.ประวิตร อย่างไรบ้าง แต่พล.อ.ประยุทธ์ ยิ้มและไม่ตอบ

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ พยักหน้ารับว่า โมเดลม้าหมุนที่มอบให้เป็นของขวัญ “สื่อความหมายขอให้มีความสุขแบบไม่มีที่สิ้นสุด”

บิ๊กป๊อก หนึ่งในพี่น้อง3ป.บิ๊กป๊อก หนึ่งในพี่น้อง3ป.

ทั้งนี้มีรายงานว่า อีกความหมายหนึ่งของโมเดลม้าหมุน 8 ตัว สีฟ้ามรกต แบบไขลาน คือ ชัยชนะ 8 ทิศ และเลื่อนหมุนตำแหน่ง

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

สำหรับบรรยากาศที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำพรรคการเมือง และนายทหารเข้ามาอวยพร พล.อ.ประวิตร อย่างต่อเนื่อง อาทิ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาขมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิชัย เตชะอุบล แกนนำพรรคพลังประชารัฐ

ประธาน สว.ประธาน สว.

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีต สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกวุฒิสภา และพล.อ.สนิธชนก สังฆจันทร์

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 10:00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเดินทางมาอวยพร พล.อ.ประวิตร

‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ
‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ
‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ
‘3ป.’ ปิดห้องคุย เบิร์ธเดย์ 78 ปี ‘บิ๊กป้อม’ สว.-ทหาร-ตร. มาอวยพรกันเพียบ

ขณะที่เวลา 11:00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค นำทีมพรรคพลังประชารัฐ มาอวยพร เช่นกัน

‘พรรคเพื่อไทย’ เตือน ‘แต่งตั้งโยกย้าย’ ควรรอรัฐบาลใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555780

11 ส.ค. 2566

'พรรคเพื่อไทย' เตือน 'แต่งตั้งโยกย้าย' ควรรอรัฐบาลใหม่

รองหัวหน้า ‘พรรคเพื่อไทย’ ยกกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติ เตือนรัฐบาลรักษาการ และปลัดกระทรวง ยุติการ ‘แต่งตั้งโยกย้าย’ ข้าราชการ

เฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ของนายภูมิธรรม  เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์บทความเตือนรัฐบาลรักษาการ ไม่กระทำการขัดกฎหมาย ด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ที่จะมีผลต่อการผลักดันนโยบายของรัฐบาลใหม่  จนไม่ตอบสนองการบริหารงานของรัฐบาลได้

ข้อเสนอต่อรัฐบาลรักษาการ รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐบาลรักษาการมีอำนาจหน้าที่อันจำกัดเช่น ห้ามอนุมัติโครงการที่จะสร้างความผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป  ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมถึง พนักงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ เพื่อรอให้รัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มทั้งจากตัวบทกฎหมาย และอาณัติจากประชาชนเข้ามาบริหารตามแนวนโยบายที่ได้ปะกาศไว้กับพี่น้องประชาชน

ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคพื่อไทยภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคพื่อไทย

ดังนั้น รัฐบาลรักษาการควรรักษามารยาทตามธรรมเนียมปฏิบัติ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของบทบาทหน้าที่ตามกฎหมาย ด้วยการยุติการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงทุกตำแหน่ง ที่จะมีผลต่อการผลักดันนโยบายของรัฐบาลใหม่ การกล่าวอ้างว่าจะมีข้าราชการระดับสูงเกษียณอายุราชการเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากยังไม่สิ้นปีงบประมาณ และกลไกระบบราชการยังสามารถดำเนินอยู่ได้

รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำนโยบายของรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศตามที่เสนอไว้ต่อพี่น้องประชาชน เพราะถือเป็นสัญญาประชาคมที่จะต้องเข้ามาเร่งดำเนินการทันที ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน และต้องอาศัยข้าราชการเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายให้ประสบผลสำเร็จ

จึงต้องมีกลไกที่สามารถขจัดอุปสรรค และเร่งทำตามนโยบายให้ลุล่วงโดยเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นหมายถึงการมีข้าราชการอย่างเช่นระดับปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ที่สามารถปฏิบัติงานในการตอบสนองการบริหารงานของรัฐบาลใหม่ เพื่อร่วมสร้างผลสำเร็จต่อทุกนโยบายของรัฐบาลใหมให้สามารถแก้วิกฤตของประเทศและประชาชนได้

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังได้ฝากความคิดเห็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของปลัดกระทรวง ทุกกระทรวง ควรจะต้องชะลอการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ระดับสำคัญ โดยรอรับนโยบายจากรัฐบาลใหม่ เพื่อให้การทำงานร่วมกันกับรัฐบาลใหม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงและสามารถแก้วิกฤตของประเทศ ให้หลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ ที่สั่งสมกันมาโดยเร็ว

หวังว่าท่านจะร่วมกับรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างราบรื่น  

อนุสรณ์  คันปาก แซะ พล.อ.ประยุทธ์ วุ่นแต่งตั้งข้าราชการ – ก้าวไกล ตอก พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555769

10 ส.ค. 2566

อนุสรณ์  คันปาก แซะ พล.อ.ประยุทธ์ วุ่นแต่งตั้งข้าราชการ - ก้าวไกล ตอก พปชร.

สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เปิดศึกฟัด พล.อ.ประยุทธ์ อาศัยจังหวะพรรคเพื่อไทย เดินหน้ารวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ไปเดินเกมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ถามตรง บอกว่าวางมือการเมือง แต่ทำไมไม่ปล่อยวาง ด้านเลขาธิการพรรคก้าวไกล นั่งไม่ติด ชน พลังประชารัฐ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย       เปิดเผยว่า
 ขอฝากไปถึง   พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า  ในขณะที่พรรคเพื่อไทยกำลังเดินหน้ารวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล   พล.อ.ประยุทธ์   ไม่ควรอาศัยสถานการณ์ ในช่วงภาวะสุญญากาศ หาประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง ด้วยการแต่งตั้งปลัดกระทรวง รวมถึงผู้นำเหล่าทัพ ควรปล่อยให้รัฐบาลใหม่ ได้เข้ามาบริหารจัดการเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเพื่อให้สอดรับ กับการผลักดันนโยบายของรัฐบาลใหม่ 

“พล.อ.ประยุทธ์”  เป็นหัวหน้ารัฐบาลรักษาการ ที่ประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้ว อย่าให้ใครตำหนิได้ว่า  “ปากบอกวางมือ แต่ใจคิดวางคน” โดยมารยาท ความชอบธรรมและข้อกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นใดๆเลยที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเตรียมการในการแต่งตั้งปลัดกระทรวง รวมถึงผู้นำเหล่าทัพ   “ในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ พูดอะไรไว้แล้ว   ทำให้จริงสักเรื่อง ในอดีตบอกว่าจะไม่ทำปฏิวัติรัฐประหารก็ทำ บอกว่าวางมือก็ต้องวางมือจริง  ๆ  ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาสไปมากแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ และคณะสืบทอดอำนาจไม่ควรฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤตประเทศ ” นายอนุสรณ์ กล่าว

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล  กล่าวว่า  การที่นายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคพลังประชารัฐ จะโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย โดยพาดพิงว่า ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกล  เคยมาขอคะแนนจากพลังประชารัฐ ให้โหวตให้แคนดิเดนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลเช่นกัน  ยืนยันว่า พรรคก้าวไกลไม่เคยมีการเจรจาขอให้พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนหรือโหวตให้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น และไม่เคยคิดจะร่วมสังฆกรรมกับพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นกลไกสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร จุดยืนนี้ของพรรค ชัดเจนตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ มาจนถึง  ก้าวไกล ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลก็ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ ไม่เคยกลับคำหรือเปลี่ยนจุดยืน 

“ผมขอตั้งคำถามกลับไปยังผู้เผยแพร่ข่าวเท็จนี้ ว่าต้องการอะไร สร้างความชอบธรรมให้กับพรรคใด ในการจะนำพรรคพลังประชารัฐมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ วันนี้ผมกังวลว่าการจัดตั้งรัฐบาล กำลังทำโดยไม่เห็นหัวประชาชน เกรงใจผู้มีอำนาจ เกรงใจทุกคน ยกเว้นประชาชน”   เลขาธิการพรรคก้าวไกล  ระบุ

‘สว.วันชัย’ ส่งสัญญาณ ‘โหวตนายกฯ’ เพื่อไทย ฉลุยแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555759

10 ส.ค. 2566

‘สว.วันชัย’ ส่งสัญญาณ ‘โหวตนายกฯ’ เพื่อไทย ฉลุยแน่

‘วันชัย สอนศิริ’ วุฒิสมาชิกคนดัง ส่งสัญญาณ ‘โหวตนายกฯ’ เพื่อไทยจ่อผ่านฉลุย เหตุ สว.เต็มคาราเบล ย้ำใครรวมเสียงส่วนใหญ่หนุนพรรคนั้นเป็นนายกฯ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า หมดเรื่อง 112 และก้าวไกลไปแล้ว สว.เห็นว่าประเทศไทยต้องเดินหน้า จะชักช้าไม่ได้ เป็นที่ชัดเจนและเสียงดังฟังชัดในหมู่เพื่อน สว.ส่วนใหญ่ว่า “ใครรวมเสียงส่วนใหญ่ได้ จะเลือกคนนั้นพรรคนั้นเป็นนายกฯ” แน่นอน

สัญญาณครั้งนี้ จากทุกสายชัดยิ่งกว่าชัด โหวตนายกฯ ครั้งหน้าจากเพื่อไทยผ่านฉลุย สว.เต็มคาราเบล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เส้นทางการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นการนำ ต้องผ่านด่านแรก นั่นคือ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หรือ นายกฯคนที่30 ของประเทศไทย จนถึงนาทีนี้ พรรคเพื่อไทยยังยืนยันเตรียมจะเสนอ “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยคนที่ 1 เข้าสู่การโหวตนายกฯ ครั้งต่อไปและต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากทีประชุมร่วมรัฐสภา จำนวน 376 เสียง ซึ่งเป็นเสียงจาก สส.-สว. ทั้งหมด 750 เสียง แยกเป็นเสียงจากสส. 500 คน และสว. 250 คน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สามารถรวมเสียงจาก 9 พรรคการเมือง จำนวน 238 เสียง และช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พรรคพลังประชารัฐ ประกาศหนุน โหวตนายกฯ เพื่อไทย ชนิดยกพรรค จำนวน 40 เสียง  ทำให้รวมเสียงได้แล้ว 278 เสียง และหากต้องโหวตนายกฯ ต้องอาศัยเสียงจาก สส.-สว. เพียง 98 เสียงเท่านั้น ก็จะครบ 376 เสียง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากหากสว.เทคะแนนให้

เมื่อ ‘พิธา’ ลั่น ‘ผมอาจจะไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้ใครจะไปรู้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555750

10 ส.ค. 2566

เมื่อ 'พิธา' ลั่น 'ผมอาจจะไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้ใครจะไปรู้'

‘พิธา’ เผย มีโอกาสกลับมา หากใครเสนอชื่อแข่ง สู้ได้เลย มีทางออกแล้วสำหรับปมต้องเลือก รองปธ.สภาฯ-ผู้นำฝ่ายค้าน ลั่นผมอาจไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้ใครจะรู้

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุถึงกรณีการพิจารณารับคำร้องเสนอชื่อนายกฯซ้ำ ของศาลรัฐธรรมนูญว่า ก็ต้องรอดูอีกที หากดูตามข้อบังคับที่ 41 ถ้ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เสนอชื่อตนเองอีก แล้วมีชื่ออีกคนมาประกบคู่ ไม่ต้องรอคำสั่งศาลก็ “สู้ได้เลย” คิดว่าโอกาสที่จะกลับมายังมีอยู่ เพียงแต่ต้องรอเวลาที่เหมาะสม เป็นเรื่องข้อบังคับและกฎหมายที่ต้องรอ ตอนนี้พยายามใช้เวลาให้เต็มที่ ช่วยเป็นกำลังใจให้ สส.หน้าใหม่ และลงหาเสียงที่จังหวัดระยอง 

เมื่อถามว่ายังมีโอกาสใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ถ้ามีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง มารยาททางการเมืองเราส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยไปแล้ว ต้องให้พรรคเพื่อไทยทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เราไม่ควรขัดขวางเขาในกระบวนการ เป็นคนละเรื่องจะโหวตให้หรือไม่โหวตให้ “เรารับฟัง รับฟัง รับฟัง” 

ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่าต้องเลือกตำแหน่งระหว่างผู้นำฝ่ายค้านกับรองประธานสภา ของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายพิธา กล่าวว่า พรรคมีทางออกที่เหมาะสม เพียงแต่รอให้ถึงเวลา เรื่องนี้เราทราบมาตลอด “อาจจะไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้ ใครจะไปรู้”

ด่วน ‘ไผ่ ลิกค์’ ประกาศ ‘พลังประชารัฐ’ หนุน ‘แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย’ ยกพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555744

10 ส.ค. 2566

ด่วน 'ไผ่ ลิกค์' ประกาศ 'พลังประชารัฐ' หนุน 'แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย' ยกพรรค

‘ไผ่ ลิกค์’ สส.กำแพงเพชร ซุ้มผู้กองธรรมนัส ประกาศ 40 สส. ‘พลังประชารัฐ’ หนุน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ยกพรรค เผย ยังไม่ถกเงื่อนไขร่วมจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายไผ่ ลิกค์  สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐว่าขณะนี้ไม่มีการทาบทามจากพรรคเพื่อไทย แต่กลุ่มเราปรึกษาหารือกันว่า ประเทศจำเป็นต้องมีรัฐบาลเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นปัญหาในพื้นที่ ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องได้รับการแก้ไข

“เราจึงเล็งเห็นว่าจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐจะไม่ขาดแม้แต่คนเดียว ถ้าจะมาเราจะมาทั้งพรรค ผมเคยทำงานกับพรรคเพื่อไทยเราเชื่อมั่นว่าจะผ่านวิกฤติทางการ เมืองและวิกฤติเศรษฐกิจไปได้” นายไผ่ ลิกค์ กล่าว

นายไผ่ ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” เพราะคิดว่าเรื่องร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องเล็ก จึงขอให้ผ่านตรงนี้ไปก่อน ส่วนจะมีลุงหรือไม่พรรคก็ยังย้ำจุดยืนว่า “มีลุงไม่มีแล้ง”

เมื่อถามย้ำว่า ที่บอกว่าจะมาทั้งพรรคจะรวม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ด้วยหรือไม่ นายไผ่ ย้ำว่า “เรามาทั้งพรรค”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ จะกลายเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 10 พรรคการเมือง รวม 278 เสียง ถือเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก และเกินจุดเสี่ยงที่กำหนดไว้ 250 เสียง ในทันที

ทั้งนี้ ต้องฝ่าด่านโหวตนายกรัฐมนตรีก่อน โดยต้องรวมเสียงในที่ประชุมร่วมรัฐสภาให้ได้จำนวน 376 เสียง ขณะที่ 10 พรรคการเมืองมีเสียงสนับสนุนอยู่ 278 เสียง ขาดอยู่อีก 96 เสียง ถึงจะผ่านโหวตนายกฯพรรคเพื่อไทยสำเร็จ และเข้าสู่เส้นทางการจัดตั้งรัฐบาลแต่ในเรื่องนี้ต้องรอความชัดเจนจากพรรคร่วมรัฐบาลแถลงยืนยันอีกครั้ง