‘พิธา’ โผล่สภาฯ ให้กำลังใจ สส. อภิปราย เผยยังไม่เคาะโหวตนายกฯ ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555722

10 ส.ค. 2566

'พิธา' โผล่สภาฯ ให้กำลังใจ สส. อภิปราย เผยยังไม่เคาะโหวตนายกฯ 'เพื่อไทย'

‘พิธา’ เข้ารัฐสภา ให้กำลังใจ สส.ก้าวไกล อภิปราย เผยคุย ‘เพื่อไทย’ เพียงรับฟัง ยังไม่เคาะโหวตนายกฯให้หรือไม่ ย้ำยังยึดหลักที่เคยหาเสียงไว้

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น สส. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แทบจะไม่ปรากฎตัวออกสื่ออย่างเป็นทางการ จนกระทั่งวันนี้มีการประชุมสภา 

สื่อมวลชนเจอนายพิธาที่โรงอาหารของอาคารรัฐสภา ทราบว่า เป็นการเดินทางมาให้กำลังใจเพื่อน สส. ในพรรค เนื่องจากวันนี้มีการอภิปรายหลายเรื่อง หากอยู่ที่อื่นการจะให้กำลังใจมันต้องใช้ WIFI เข้ามา แต่มาอยู่ที่นี่ใช้แค่บลูทูธก็ถึง และเมื่อมาถึงสภา จึงได้มาโรงอาหาร เพราะอยากกินไอศกรีมร้านโปรด รวมถึงน้ำมะพร้าวปั่น

ส่วนการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ที่อีกฝ่ายขอเสียงโหวตนายกฯนั้น นายพิธา กล่าวว่า ก็รับฟังกัน อย่างที่ได้พูดกับสื่อสั้นๆ ไปแล้วว่าเป็นการสื่อสารและรับฟังกันทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่านั้น ถ้ามีคำถามก็จะนัดเจอกันเรื่อยๆ 

ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยอยากให้มีการตั้งรัฐบาลแบบสลายขั้ว และโหวตนายกฯ เพื่อปิดสวิตช์ สว. นายพิธา กล่าวว่า ก็ยังรับฟังและตั้งใจฟัง หากฟังแล้วมีคำถามต่อก็จะถามคุณ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กลับไปว่าหมายความว่าอย่างไร ซึ่งตนคิดว่าในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ต้องฟังมากกว่าอย่างอื่น และต้องดูว่าสถานการณ์จะทำอะไรให้มันคลี่คลายไปได้บ้าง มีปัจจัยที่ต้องคิดรอบคอบหลายเรื่อง โดยยึดหลักการเป็นสำคัญและยึดในสิ่งที่เราเคยสัญญสไว้ตอนหาเสียงและต้องฟังประชาชน

ส่วนที่สส.พรรคก้าวไกล สำรวจเสียงประชาชนในโซเชียล สนับสนุนให้โหวตนายกฯของพรรคเพื่อไทย หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่ใช่แค่ในโซเชียล แต่ตนได้ย้ำให้ สส. ลงพื้นที่ด้วย อย่าฟังเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง เพราะผู้แทนราษฎร ก็หมายความว่าคนที่มีอำนาจจริงๆคือ ราษฎร เวลาตัดสินใจอะไรยากๆ ถ้าคิดไม่ออกก็ต้องกลับไปหาประชาชน นำมาประกอบการตัดสินใจ แต่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนวินิจฉัยและพิจารณา 

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ หากไม่มีรัฐบาล จะไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ได้ นายพิธา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องรับฟังและพิจารณา เพราะในช่วง 4 ปีที่ผ่านมามีความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวนมาก แต่ละคนโหวตอะไรไว้ก็เห็นอยู่ ถ้าเราเอาองค์ประกอบของคนที่เคยขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาบอกว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันก็มีความขัดแย้งกันอยู่ จึงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องซักถามพูดคุยกันเพื่อหาความชัดเจน

ลุ้นระทึก ผลสอบ ‘พิธา’ ปมผิด ‘มาตรา 151’ ถึงกกต. แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555728

10 ส.ค. 2566

ลุ้นระทึก ผลสอบ ‘พิธา’  ปมผิด ‘มาตรา 151’ ถึงกกต. แล้ว

อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เผยผลสอบ ‘พิธา’ ปมผิด มาตรา 151 รู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัคร สส.แต่ยังลงรับสมัครเลือกตั้ง66 ถึงสำนักงาน กกต. แล้ว

วันที่ 10 ส.ค.2566 ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ ฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการไต่สวนเอาผิดนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยังลงสมัครตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ทราบว่ามีการส่งเรื่องมาให้กับสำนักงาน

ซึ่งเมื่องานของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนดำเนินการเสร็จแล้วก็จะส่งมายังส่วนกลางที่มี เลขาธิการกกต. และก่อนได้มีการส่งเรื่องมาให้กกต.พิจารณาก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยและคดี ซึ่งทราบว่าขณะนี้เรื่องเคลื่อนที่มาอยู่ที่สำนักงาน กกต. เรียบร้อยแล้ว

มาตรา 151 พ.ร.ป. เลือกตั้ง คืออะไร

‘คมชัดลึก’ ตรวจสอบข้อมูล พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติม 2566 มาตรา 151 หรือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ม.151 ระบุใจความว่า 

“ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่า ตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอม ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อ เพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท 

และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรค 1 เป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย”

มาตรา 151 มาตรา 151

อดีต สส.พรรค ‘ก้าวไกล’ อาจต้องชดใช้’ เลือกตั้งซ่อม’ ‘ระยอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555726

10 ส.ค. 2566

อดีต สส.พรรค 'ก้าวไกล' อาจต้องชดใช้' เลือกตั้งซ่อม' 'ระยอง'

กกต.นัดประชุมกำหนดวัน ‘เลือกตั้งซ่อม’ สส. ‘ระยอง’ เขต 3 วันที่ 11 ส.ค. 2566 จี้ สำนักงานฯเร่งตรวจสอบ อดีตสส. ‘ก้าวไกล’ อาจต้องชดใช้ค่าจัดการเลือกตั้ง

ความคืบหน้าการเตรียมจัดการเลือกตั้งซ่อม สส.เขตเลือกตั้งที่ 3 จ. ระยอง แทนนายนครชัย ขุนณรงค์ สส.พรรคก้าวไกล ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง นาย อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งและวันรับสมัคร ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้

โดยทางสำนักงานจะเสนอให้ประกาศวันเลือกตั้งซ่อมในวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2566 และวันรับสมัครคือ 15-19 สิงหาคม 2566 และขอให้สำนักงานไปพิจารณาการตั้งกรรมการเพื่อเอาผิดตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. กับนายนครชัย อดีตสส.พรรคก้าวไกล ตามอำนาจหน้าที่ ส่วนเรื่องค่าชดใช้ในการจัดการเลือกตั้งก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาด้วย ซึ่งสามารถใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ว่าด้วยการละเมิดมาประกอบการพิจารณา

สำหรับการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้ง นับจากวันที่ปิดรับคำร้องเรียน พบว่ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาทั้งหมด 350 เรื่อง ถือว่าน้อยกว่าปี 2562 ซึ่งมีจำนวน 592 เรื่อง ขณะนี้ได้พิจารณาไปแล้วกว่า 50% โดยระเบียบการสืบสวน ไต่สวนของ กกต.ได้มีการระบุระยะเวลาการพิจารณาคำร้องว่าต้องเสร็จสิ้นถึงขั้นทำคำวินิจฉัยภายใน 1 ปี และเร็วๆ นี้จะออกประกาศระยะเวลาการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้อง ซึ่งระบุไว้ชัดว่าต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่

ซึ่งเรื่องร้องเรียนเลือกตั้งปี 2566 มีหลายประเด็น ส่วนใหญ่ เป็นมาตรา 73 (1) ซึ่งเป็นเรื่องการซื้อเสียง ใส่ร้าย รวมถึงเรื่องหาเสียงหลอกลวง และเรื่องอื่นๆ เช่น ป้ายหาเสียง ซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่ต่างจากที่มีการร้องเรียนเมื่อปี 2562

เลขา ป.ป.ช. แจง สอบ ‘ศักดิ์สยาม’ รุกที่ดินบน ‘เขากระโดง’ ทำตามขั้นตอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555718

10 ส.ค. 2566

เลขา ป.ป.ช. แจง สอบ ‘ศักดิ์สยาม’ รุกที่ดินบน ‘เขากระโดง’ ทำตามขั้นตอน

เลขา ป.ป.ช. แจกแจง สอบ ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ รมว.คมนาคม รุกที่ ‘เขากระโดง’ ทำตามขั้นตอน หลัง สส.ยื่นร้องเพิ่ม-พร้อมตรวจสอบทั้งฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่และด้านจริยธรรม ย้ำ ไม่เกี่ยวช่วงจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ( ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ รมว.คมนาคม เข้าข่ายมีพฤติกรรมผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงกรณีครอบครองที่ดินบน“เขากระโดง” จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ เพื่อประโยชน์ธุรกิจตนเองและเครือญาติ และในฐานะที่นายศักดิ์สยามเป็น รมว.คมนาคม ที่กำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่กลับไม่เร่งรัดให้ รฟท.ฟ้องร้องผู้บุกรุกบนที่ดินเขากระโดงก็ยังเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจากการที่มี สส. ยื่นคำร้องเข้ามาอีก ก็ต้องนำไปประกอบกับเรื่องเดิม

สำหรับแนวทางการตรวจสอบนั้น ต้องพิจารณาว่า เมื่อการรถไฟทราบผลคำพิพากษาได้ นำรายงานต่อรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหรือไม่ และรัฐมนตรีสั่งการต่อเรื่องนี้อย่างไร ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง และยังต้องตรวจสอบไปยังกรมที่ดินว่า ที่ดินที่ประชาชนครอบครองมีการออกเอกสารสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่ และหากกรมที่ดินเป็นผู้ออกก็ต้องประสานกรมที่ดินให้เป็นผู้เพิกถอน เนื่องจากมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช.นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช.

ส่วนจะตรวจสอบ ทั้งฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่และด้านจริยธรรมเลยหรือไม่นั้น เลขา ป.ป.ช. กล่าวว่า เรื่องจริยธรรมต้องไปตรวจสอบว่า วันนี้ยังมีการครอบครองอยู่หรือไม่ หรือมีการให้นอมินีครอบครองแทน หากพบก็เข้าข่ายเพราะ เจ้าตัว ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กระทำผิดกฏหมายแม้จะไม่ใช่การกระทำผิดในตำแหน่งหน้าที่

พร้อมชี้แจงว่าการพิจารณา คดีของนายศักดิ์สยามในช่วงที่อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล ว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ไม่ได้เป็นผู้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเพียงแต่มีผู้มาร้องเพิ่มเติมซึ่ง ป.ป.ช. ดำเนินการเรื่องนี้มาอยู่แล้ว เมื่อมีการร้องใหม่และมีเรื่องเดิมก็ต้องนำไปประกบกัน และยืนยันว่า ป.ป.ช. ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพิจารณาด้วยว่าหรือความต้องการประวิงเวลาหรือไม่ โดยยัง ไม่ได้ชี้ว่าใครถูกใครผิด

‘พรรคเป็นธรรม’ ประกาศขอเป็น ‘ฝ่ายค้านโดดเดี่ยว’ หาก ‘ก้าวไกล’ ยอมโหวตฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555715

10 ส.ค. 2566

'พรรคเป็นธรรม' ประกาศขอเป็น 'ฝ่ายค้านโดดเดี่ยว' หาก 'ก้าวไกล' ยอมโหวตฯ

เลขาฯ ‘พรรคเป็นธรรม’ กัณวีร์ สืบแสง ประกาศ ขอเป็น ฝ่ายค้านโดดเดี่ยว หาก ก้าวไกล ยอมโหวตเพื่อไทยที่มี 2 ลุง เชื่อ จัดตั้งรัฐบาล ยังไม่ตกผลึก ขออย่าอ้างแก้ รธน.แล้วต้องตั้งรัฐบาลโดยเร็ว บอกพรรค 2 ลุง แม้แม่ทัพถอยแล้ว แต่อุดมการณ์ ที่ขัดขวางประชาธิปไตยเต็มใบ ยังคงอยู่

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายกัณวีร์ สืบแสง สส.และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม เปิดเผยถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่มีการเชิญพรรครวมจัดตั้งรัฐบาลเดิมมาร่วมงานแต่ไม่มีพรรคเป็นธรรมร่วมงานด้วย ว่า ยังรู้สึกและยึดมั่น ในอุดมการณ์ ระหว่างกฎระเบียบ และจารีตระบอบประชาธิปไตย เราอยากเห็นการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ไม่อยากให้เป็นการเมืองที่สร้างบรรทัดฐานการเมืองที่บิดเบี้ยว ดังนั้นหากเราจะต้องเปลี่ยนขั้วและไปสนับสนุน พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างน้อยกว่าเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ตนคิดว่าบรรทัดฐานนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกต่อไป

อดีตเคยมีหลายครั้งที่ใช้รัฐบาลเสียงข้างน้อยแต่วันนี้ ณ ตอนนี้ประชาชนคนไทยทุกคนเห็น และควรจะยึดมั่นในอุดมการณ์นี้ ต้องสร้างระบอบประชาธิปไตยอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นจุดยืนเราจึงเหมือนเดิม ถ้ามติมหาชนที่มากที่สุดด้วยเสียงข้างมากให้กับพรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคนั้นก็มีความชอบธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาล

นายกัณวีร์ กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย หลังจากที่เมื่อวานนี้แกนนำพรรคได้ไปหารือ กับพรรคก้าวไกล ซึ่งไม่ได้มีการติดต่อพรรคเป็นธรรม อาจจะเป็นเพราะว่าพรรคเราจุดยืนค่อนข้างที่จะมั่นคง และยังไม่เคยเปลี่ยนไปตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

เมื่อถามย้ำว่าแต่ตอนนี้พรรคเพื่อไทยไปไกลมากแล้วอยากจะฝากอะไรหรือไม่ นายกัณวีร์ กล่าวว่า ตนคิดว่าตอนนี้ยังไม่เสร็จสิ้น ยังไม่ตกผลึกยังมีเวลาอยู่ เมื่อวานผู้บริหารเพื่อไทยก็เข้าไปคุยกับก้าวไกล ซึ่งเป็นสัญญาณและตัวชี้วัดอย่างหนึ่ง ตนยังมองเห็นและยังมีความหวัง ว่ารัฐบาลที่จัดตั้งโดย 8 พรรคแม้ฉีก MOU ไปแล้ว จะปริ้นออกมาใหม่ก็ได้ ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าจะเป็นรัฐบาลของประชาชน

ส่วนกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ เพื่อสลายขั้วไม่ใช่ย้ายขั้ว นายกัณวีร์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้มองว่าการสลายขั้วเป็นการเปลี่ยนขั้วใหม่ เพราะคำว่าสลายขั้วโดยนิยามแล้ว คือการจับกลุ่มก้อนของพรรคการเมือง ที่มีความชอบธรรมถ้าเราทำกฎกติกาตรงนี้จำเป็นที่จะต้องยึดมั่นให้ได้ถ้าเราทำให้มันบิดเบี้ยว

ต่อไป ในอนาคตจะทำอย่างไร ประชาชนจะรู้สึกอย่างไรเลือกตั้งเพื่ออะไร เพราะหากเลือกตั้งแล้วไม่เคารพฉันทามติของประชาชน ต่อไปประชาชนก็บอกว่าไม่ต้องไปเลือกตั้งแล้ว ปล่อยให้จัดการกันเอง

 นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรมนายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยขอเสียงโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยนั้นจุดยืนจะเป็นอย่างไร นายกัณวีร์ ยืนยันว่ายังยึดมั่นจุดยืนเดิมและต้องรอดูว่าสูตรเขาจะเป็นอย่างไร แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ไปอยู่แล้ว และยิ่งถ้าพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามา ซึ่งตอนนี้แนวโน้มจะเป็นอย่างนั้น จำเป็นจะต้องมีอีก 1 พรรคไม่ว่าพรรคใดพรรคนึง เราก็คงไม่สามารถไปได้

อยากเห็นการเมืองแบบตรงไปตรงมา

ส่วนหากมาเป็นรัฐบาลพิเศษไม่ได้มาเป็นสังกัดพรรค แต่มาเป็นกลุ่มการเมือง ตนมองว่ายิ่งแย่ไปใหญ่ เพราะตอนที่หาเสียงในนามพรรค นโยบายของพรรค แต่พอเวลาจะตั้งรัฐบาลบอกเป็นปัจเจกบุคคล แล้วระบอบประชาธิปไตยจะเดินต่อไปได้อย่างไร ซึ่งควรเป็นมติไปกันทั้งพรรค ตนจึงบอกว่าอยากเห็นการเมืองแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่การเมืองที่พยายามที่จะบิดเบี้ยวทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะต่อไปประชาชนจะไม่เชื่อถือระบอบประชาธิปไตย และประชาชนจะไม่เชื่อถือนักการเมือง

ทั้งนี้ พรรคเป็นธรรมแม้มีหนึ่งเสียงก็เนื้อหอมเหมือนกัน มีการทาบทามหรือไม่ ตนขอเป็นคนที่เนื้อไม่หอมก็ได้ตอนนี้ถ้าจะไปร่วมกันอย่างนั้นก็ขอเป็นอย่างนี้ขอแสดงจุดยืนของเรา

ถ้าหากพรรคก้าวไกลยอมโหวตให้พรรคเพื่อไทยพรรคเป็นธรรมจะโหวตให้หรือไม่ นายกัณวีร์ กล่าวว่าตอนนี้ก็อยากจะคุยกับพรรคก้าวไกล ซึ่งเราอยากเห็นสูตรการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย

ยอมเป็น ฝ่ายค้านโดดเดี่ยว หากก้าวไกลโหวตให้กับ 2 ลุง

“สมมุติว่าถ้ามี 2 ลุงคิดว่า ตรงต้นคิดว่าถ้ามีพรรคก้าวไกลก็ไม่สามารถก้าวล่วง และตนก็ไม่สามารถทราบได้ว่าพรรคก้าวไกลจะคิดอย่างไร แต่เป็นตน ถ้ามี 2 ลุงเข้ามาก็จะไม่ไป และคิดว่าพรรคก้าวไกลก็คงไม่ไปเช่นกัน สมมุติว่าถ้าพรรคก้าวไกลจะโหวตให้กับ 2 ลุงด้วย ก็ปล่อยก้าวไกลไปผมก็จะไม่โหวตให้ เป็นฝ่ายค้านคนเดียวก็จะเป็น ไม่กลัว เพราะตอนนี้ก็โดดเดี่ยวในสภาอยู่แล้วนั่งคนเดียวสบายดี ”นายกัณวีร์ กล่าว

รอ 8 เดือน สว.หมดอำนาจ

ส่วนข้อเสนอของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยที่ระบุว่าพรรค 2 ลุง แม่ทัพถอยไปแล้วควรเลี้ยงไพร่พลไว้ นั้นนายกัณวีร์ กล่าวว่า แต่อุดมการณ์ยังคงอยู่ และกลไกที่ขัดขวางระบอบประชาธิปไตยแบบเต็มใบยังคงอยู่ จะเห็นได้จาก 2 พรรคนี้ที่สร้างกลไก สว.ขึ้นมา ทำให้ประชาธิปไตยไม่สามารถเดินต่อไปได้ หากนำมาร่วมกันก็ไม่ทราบว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นการตัดสินใจในตอนนี้คือการรอ จะเหลือ 8 เดือนอยู่แล้ว ทำให้กลไกสว. ระเหิดออกไปก่อน รอเถอะครับ ตนเข้าใจภาคเอกชน และประชาชนที่ลำบาก มา 9 ปีแล้วขออีกนิดนึง เข้าใจความอึดอัดของพี่น้องประชาชน

ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเชื่อว่าทุกพรรคมีแนวคิดอย่างเดียวกัน แต่การจัดตั้งรัฐบาลโดยมีข้ออ้างว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่าไม่ใช่ เพราะจำเป็นว่าต้องดูอำนาจของประชาชนว่าอยู่ตรงไหนจะคืนอำนาจให้ประชาชนได้อย่างไร ดังนั้นรัฐบาลที่ไม่ใช่ของประชาชนก็ไม่สามารถคืนอำนาจให้กับประชาชนได้

ทั้งนี้ในอนาคตมีแผนรวมกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ เพราะอุดมการณ์ก็มีความคล้ายคลึงกัน นายกัณวีร์ กล่าวว่า เราต้องมีหลายผลิตภัณฑ์ ให้ประชาชนเลือก ตอนนี้ โปรดักส์โลโก้ก็ดี

‘อนุพร’ เผยทำไมต้องมี สว. เปรียบเหมือนพี่ๆของ สส. คอยปกป้องชาติและปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555709

10 ส.ค. 2566

'อนุพร' เผยทำไมต้องมี สว. เปรียบเหมือนพี่ๆของ สส. คอยปกป้องชาติและปชช.

‘อนุพร’ เปิดหน้าที่ สว. ทำไมต้องมีตามรธน.ปี 60 ในวิกฤตความขัดแย้ง ต้องเข้ามาแก้ปัญหา เปรียบเหมือนพี่ๆของ สส. 500 คน ที่ช่วยเลือกบุคคลมาบริหารประเทศ แนะ 2 สภา ทำงานแบบ ‘ภราดรภาพ’ หันหน้าคุยกัน

นายอนุพร อรุณรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์กับวิทยุรัฐสภาถึงการมี สว. หรือการบัญญัติมาตรา 272 ไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับนี้ร่างขึ้นมาเพื่อสร้างความสมานฉันท์ จึงมีบทที่สำคัญเรื่องของการปฏิรูปประเทศขึ้นมา เพื่อให้มีความสงบเรียบร้อย สามัคคี ปรองดองและนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนให้สังคมสงบ ประชาชนเป็นสุข 

โดยรัฐธรรมนูญกำหนดการทำงานของสว.ไว้ที่ 5 ปี มีคณะกรรมาธิการอนุกรรมาธิการในการขับเคลื่อนงานด้านต่างๆ แตกต่างกับสว.ในอดีต ที่มีการเสนอแนะกลั่นกรองกฎหมายต่างๆ และให้มีการตรวจสอบ คัดเลือกผู้บริหารระดับสูงขององค์กรอิสระ ตรวจสอบหน่วยงานของภาครัฐ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนด

นายอนุพร ระบุว่า เมื่อเกิดความขัดแย้งแตกแยกกันในสังคม เกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง จึงจำเป็นต้องมีสว. เพื่อมาเป็นคนกลางในการแก้ไขปัญหาทำให้เกิดความมั่นคงทางการเมือง

โดยเปรียบประเทศเป็นเหมือนภาพ ครอบครัวหนึ่ง ที่พ่อมีทรัพย์สมบัติมหาศาล ต้องการที่จะมอบทรัพย์สินให้กับลูกๆ พ่อ คือ ประชาชน พ่อสั่งให้พี่สาวคนโต คือสว. 250 คน คอยดูแลน้องๆที่เป็นสส. 500 คน ซึ่งต้องการให้ทั้งหมดเกิดความรักสามัคคีกัน 

รัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้ สว.พี่ๆทั้ง 250 คน มีส่วนที่จะให้คะแนนน้องๆกลุ่มใดที่รวบรวมคะแนนมาได้แล้ว เสนอคนที่เป็นคนดี มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริตต่อแผ่นดิน ไม่เซาะกร่อนสถาบันหลักของชาติ ไม่เซาะกร่อนงบประมาณ หรือทรัพยากรของชาติ ดังนั้นที่สว. เป็นพี่ใหญ่มีความเป็นห่วงสมบัติของชาติ เป็นห่วงความมั่นคงของชาติ

จึงมีหน้าที่เลือกสรรอยู่ในกระบวนการตามรัฐธรรมนูญปี 60 ให้สามารถลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี และต้องได้เกินกึ่งหนึ่งของทั้งหมดของสภาคือ 376 เสียง 

นายอนุพร อรุณรัตน์นายอนุพร อรุณรัตน์

นายอนุพร ระบุว่า หลักประชาธิปไตย เห็นควรต้องพูดคุยกันอย่างฉันมิตรแบบพี่น้อง ตามหลักภราดรภาพ เพื่อช่วยกันดูแลรักษาสมบัติของชาติ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีความเป็นมิตรมีไมตรีต่อทุกคนและต้องมีความภราดรภาพสูง เข้าไปพูดคุยกับ สว. และพี่ที่เป็น สว. ต้องไม่ทำตัวเป็นนักการเมือง ม่เป็นพรรคการเมือง หรือ ทำตัวเป็นกลุ่มการเมือง แต่มีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของชาติ ผลประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ด้อยโอกาส 

ทั้งนี้ สว. ไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ แต่ก็ไม่มีใครมาโต้แย้งเรื่องที่มาของสว.ได้ เนื่องจากมาตามรัฐธรรมนูญ จากการคัดเลือกหรือสรรหา เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ต่างๆอย่างแท้จริง  

นายอนุพร กล่าวว่า ตนเองมาจาก การเป็นอดีตนายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ที่ได้รับคัดเลือกมา ก่อนจะเข้าสู่ตำแหน่ง ก็ได้ดำเนินการขายและโอนหุ้นต่างๆ เรียบร้อยทั้งหมดก่อน เพื่อให้มีคุณสมบัติที่ครบถ้วนไม่มีลักษณะต้องห้าม ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานของบุคคลที่จะมาทำงานให้กับประเทศชาติ ไม่ว่าในตำแหน่งใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ขณะนี้กำลังดำเนินการเลือกกันอยู่ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม

อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ในมาตรา 272 ให้สว.250 คนมีวาระ 5 ปี มีหน้าที่ ร่วมกันกับน้องสส.อีก 500 คน เห็นชอบนายกรัฐมนตรี จากพรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกเป็นสส. และพรรคการเมือง ที่ได้สส. ไม่น้อยกว่า 25 คน สามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ได้ 3 รายชื่อต่อรัฐสภา ดังนั้นหน้าที่ของสวทุกคนจำเป็นต้องได้รับรู้ทราบถึงคุณสมบัติของบุคคลที่จะถูกเสนอเป็นนายกฯ

มองว่า คนที่จะเป็นนายกฯ ต้องเป็นคนเห็นแก่ประเทศชาติประชาชน เห็นแก่ประโยชน์ของชาติ ป้องกันการเกิดความเสียหาย ไม่สร้างความแตกแยกในแผ่นดิน ต้องเป็นคนเคารพจารีตประเพณี เคารพสถาบันหลักของชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์จะต้องดำรงไว้ ซึ่งตนให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากที่สุด

เพื่อไทย เปิดตัว ‘ชาติไทยพัฒนา’ ร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 9 พรรค 238 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555705

10 ส.ค. 2566

เพื่อไทย เปิดตัว 'ชาติไทยพัฒนา' ร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล' 9 พรรค 238 เสียง

รัฐบาลเพื่อไทยจับมือ 9 พรรคการมืองได้ 238 เสียง หลังเปิดตัว ‘ชาติไทยพัฒนา’ ชูเร่งแก้ 3 วิกฤติชาติ วิกฤตรัฐธรรมนูญ – วิกฤตเศรษฐกิจ – วิกฤตความขัดแย้ง วอนประชาชน สนับสนุนการ ‘จัดตั้งรัฐบาล’

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2566 ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” กับ “พรรคชาติไทยพัฒนา”  โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา โดยเมื่อรวมเสียงจากพรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียงแล้ว จะทำให้พรรคเพื่อไทยรวมเสียงจาก 9 พรรคการเมืองได้ 238 เสียง

สำหรับแถลงการณ์จัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา มีดังนี้ 

1.พรรคเพื่อไทยได้รวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มเติมในวันนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคชาติไทยพัฒนา ขอขอบคุณท่านหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา 

2.สถานการณ์ของประเทศวันนี้ มี 3 วิกฤตสำคัญคือ 

1. วิกฤตรัฐธรรมนูญ 

2.วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน 

3.วิกฤตความขัดแย้งในสังคม

เพื่อไทย เปิดตัว 'ชาติไทยพัฒนา' ร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล' 9 พรรค 238 เสียง

3.พรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา จะจับมือกันคลี่คลายปัญหาของประเทศในครั้งนี้ โดยดึงการมีส่วนร่วมของทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกพรรค ทุกฝ่าย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆ และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศ นำไปสู่การเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วเท่าไรจะยิ่งแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

4.เรายืนยันจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ ดังนั้น การที่จะแก้วิกฤตครั้งนี้ได้ จำเป็นต้องสลายขั้วการเมือง ดึงความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่าย เพื่อนำรัฐธรรมนูญออกจากวิกฤต เพื่อนำประชาชนให้พ้นทุกข์ เพื่อสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ โดยถือเป็น “วาระประเทศ” ที่สำคัญอย่างสูงสุด

5.เราอยากขอวิงวอน ให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ เราจะช่วยกันฝ่าวิฤตเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนทุกคน

ทั้งนี้เราหวังจะเห็นความสามัคคีของทุกฝ่ายในประเทศ ช่วยกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยกลับคืนสู่สถานการณ์ปกติในเร็ววัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้รัฐบาลเพื่อไทยรวมเสียง 9 พรรคได้ 238 เสียง แต่ยังไม่เพียงพอหาก “จัดตั้งรัฐบาล” และจำเป็นต้องผลักดันกฏหมายสำคัญ อย่างน้อยต้งอมีเสียงในสภา 250 เสียงขึ้นไป ไม่รวมกับตำแหน่งรัฐมนตรี

เพื่อไทย เปิดตัว 'ชาติไทยพัฒนา' ร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล' 9 พรรค 238 เสียง
เพื่อไทย เปิดตัว 'ชาติไทยพัฒนา' ร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล' 9 พรรค 238 เสียง

‘โหวตนายกฯ’ ‘เพื่อไทย’ เสียง ‘ก้าวไกล’ ไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555695

10 ส.ค. 2566

'โหวตนายกฯ' 'เพื่อไทย' เสียง 'ก้าวไกล' ไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญ

รองหัวหน้าพรรค ‘เพื่อไทย’ ยืนยันว่า เสียง ‘โหวตนายกฯ’ มีพอไม่ได้ง้อ ‘ก้าวไกล’ ขอให้รอดูวันลงมติ หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า เสียงโหวตนายกฯมีพอ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ไปขอเสียงพรรคก้าวไกลให้ช่วย เพราะไม่มั่นใจเสียงสนับสนุนของ สว. ขอให้รอดูในวันโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งต้องรอหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และกำหนดวันประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้ง โดยให้รอดูผลการโหวตในวันนั้น

ส่วนกรณีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล โพสต์ข้อความตอบโต้นายภูมิธรรม ด้วยข้อความที่ค่อนข้างรุนแรง มีการกระทบกระทั่งกันหรือไม่นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นนานาทัศนะของแต่ละคน เมื่อถามว่า นางอมรัตน์ยังเป็นน้องที่น่ารักอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เหมือนเวลาเราบอกกับเด็กตัวเล็กๆว่าน่ารักน่าชัง 

วันนี้พรรคเพื่อไทย ยังคงเดินหน้า แสวงหา พันธมิตร ในการจัดตั้งรัฐบาล และเป็นคิวในการเจรจาพูดคุยกับ พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งมี วราวุธ ศิลปะอาชา เป็นหัวหน้าพรรค โดยมีจุดยืนชัดเจนเรื่องการไม่แตะต้อง การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าหากพรรคก้าวไกลโหวตให้เพื่อไทย+ภูมิใจไทย คือการโหวตให้นั่งร้านเผด็จการ และจะเป็นจุดจบของพรรคก้าวไกลในฐานะที่เป็นพรรคประชาธิปไตย

เพื่อไทยมาขอเสียงโหวตนายกฯ จากก้าวไกลนั้นเป็นกับดักทำลายก้าวไกลและเป็นแค่ละครฉากนึงเท่านั้น ถ้าก้าวไกลโหวตให้ก็เท่ากับฆ่าตัวตาย แต่ถ้าไม่โหวตให้ เพื่อไทยก็มี ข้ออ้าง ไปผสมพันธ์กับพลังประชารรัฐและรวมไทยสร้างชาติเพื่อตั้งรัฐบาล โดยโทษว่า เป็นความผิดของก้าวไกล ก้าวไกลต้อง ไม่หวั่นไหวต่อคำลวง

คำแถลงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา 
 
• พรรคเพื่อไทยได้รวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มเติมในวันนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคชาติไทยพัฒนา ขอขอบคุณท่านหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
 
• สถานการณ์ของประเทศวันนี้ มี 3 วิกฤตสำคัญคือ 
1. วิกฤตรัฐธรรมนูญ 
2.วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน 
3.วิกฤตความขัดแย้งในสังคม
 
• พรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา จะจับมือกันคลี่คลายปัญหาของประเทศในครั้งนี้ โดยดึงการมีส่วนร่วมของทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกพรรค ทุกฝ่าย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆ และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศ นำไปสู่การเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วเท่าไรจะยิ่งแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น
 
• เรายืนยันจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ ดังนั้น 
การที่จะแก้วิกฤตครั้งนี้ได้ จำเป็นต้องสลายขั้วการเมือง ดึงความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่าย เพื่อนำรัฐธรรมนูญออกจากวิกฤต เพื่อนำประชาชนให้พ้นทุกข์ เพื่อสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ โดยถือเป็น “วาระประเทศ” ที่สำคัญอย่างสูงสุด
 
• เราอยากขอวิงวอน ให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ เราจะช่วยกันฝ่าวิฤตเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนทุกคน
 
เราหวังจะเห็นความสามัคคีของทุกฝ่ายในประเทศ ช่วยกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยกลับคืนสู่สถานการณ์ปกติในเร็ววัน
 
10 สิงหาคม 2566

โปรดเกล้าฯ ‘พระราชกฤษฎีกา’ ให้มีการเลือกตั้ง สส.ระยองเขต 3 แทนตำแหน่งว่าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555681

09 ส.ค. 2566

โปรดเกล้าฯ ‘พระราชกฤษฎีกา’ ให้มีการเลือกตั้ง สส.ระยองเขต 3 แทนตำแหน่งว่าง

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ‘พระราชกฤษฎีกา’ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2566  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ “พระราชกฤษฎีกา” ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ ๓ แทนตำแหน่งที่ว่างพ.ศ. ๒๕๖๖

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๕ วรรคหนึ่ง (๑) และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ ๓ แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. ๒๕๖๖”

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ ๓ แทนตำแหน่งที่ว่าง

มาตรา ๔ ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี

โปรดเกล้าฯ ‘พระราชกฤษฎีกา’ ให้มีการเลือกตั้ง สส.ระยองเขต 3 แทนตำแหน่งว่าง

‘อุ๊งอิ๊ง’ เผยหลังเจรจา ‘พิธา’ แย้มให้รอคำตอบอีกนิด ชี้ไม่ใช่เกมการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555675

09 ส.ค. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ เผยหลังเจรจา ‘พิธา’ แย้มให้รอคำตอบอีกนิด ชี้ไม่ใช่เกมการเมือง

‘อุ๊งอิ๊ง’ เผยหลังเจรจา ‘พิธา’ แย้มให้รอคำตอบอีกนิด ชี้สิ่งที่ทำตอนนี้ไม่ใช่เกมการเมือง แต่กำลังฟอร์ม‘จัดตั้งรัฐบาล’ ที่แข็งแรงให้ได้ ปัด ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’2 พรรคทะเลาะกัน

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2566 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ และ อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ ร่วมเดินจากอาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ไปยังตึกไทยซัมมิท เพื่อเข้าเจรจากับแกนนำพรรคก้าวไกล (ก.ก.) คาดหารือถึงแนวทางการขอเสียงสนับสนุนโหวตเลือกนายกฯ เพื่อฝ่าวิกฤตประเทศ โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 1 ชั่วโมง(1 ช.ม.)

น.ส.แพทองธาร กล่าวภายหลังการพูดคุยว่า วันนี้ได้พูดคุยและรับฟังความเห็นของทั้งเพื่อไทยและก้าวไกล ซึ่งความจริงมาพูดคุยกันมากกว่าว่า ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ไหน เพื่อทำความเข้าใจกัน ส่วนเรื่องของคำตอบ อยากให้รออีกนิด วันนี้ยังไม่พร้อมให้คำตอบใดๆ

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการพูดคุยของ 2 พรรคจะพูดคุยกันเสมอกัน แม้กองเชียร์จะทะเลาะกัน แต่เราทั้ง 2 พรรคไม่เคยทะเลาะกัน โดยคุยกันด้วยเหตุและผล วันนี้ไม่ได้มีอะไรมาก

‘อุ๊งอิ๊ง’ เผยหลังเจรจา ‘พิธา’ แย้มให้รอคำตอบอีกนิด ชี้ไม่ใช่เกมการเมือง

เมื่อถามว่าการพูดคุยของ 2 พรรคมิตรภาพจะมีต่อไปหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การทำงานของเพื่อไทยและก้าวไกลก็เป็นไปได้ด้วยดีอยู่แล้ว แต่มิติการเมืองในสภาพบังคับก็เป็นอย่างที่เห็นกัน จึงต้องหาทางออกร่วมกัน

เมื่อถามว่าการหารือแฮปปี้ทั้ง 2 ฝ่ายหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ที่คุยกันเราทราบถึงเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อไทยมีความตั้งใจจะทำให้สำเร็จ ทั้งเสียงจาก สส.และสว. โดยเพื่อไทยหาเสียงเลือกตั้งแบบเลนด์สไลด์ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นระบบเหมือนเดิม แต่เมื่อเพื่อไทยทำไม่สำเร็จในการเลือกตั้งและก้าวไกลมาเป็นอันดับ 1 ก่อนก้าวไกลจะส่งไม้ต่อมาให้เพื่อไทย สิ่งที่ทำตอนนี้ไม่ใช่เกมการเมือง แต่เรากำลังฟอร์มรัฐบาลที่แข็งแรงให้ได้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และมีสิ่งที่สำคัญรออยู่มากมาย ยังมีประเทศและประชาชนที่เดือดร้อน เศรษฐกิจภาพใหญ่ให้ไปต่อ โดยเป็นสิ่งที่เพื่อไทยโฟกัสมากที่สุด และพยายามจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้แข็งแกร่ง

เมื่อถามว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ฝากอะไรหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เท่าที่เจอกันก็รับฟังและมีความเข้าใจกันหลายจุด ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ เราไม่มีปัญหากัน ตอนนี้เราทำงานและคุยแบบผู้ใหญ่ เพื่อให้ประเทศไปต่อ

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกอย่างได้พูดคุยและให้ไปช่วยกันคิดต่อ โดยมีการคุยกันก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว