‘ชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง’ ร่วมงานอดีต สส.กทม. อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงร.10

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554742

28 ก.ค. 2566

'ชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง' ร่วมงานอดีต สส.กทม. อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงร.10

‘ชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง’ นำทัพเข้าร่วมงานอุปสมบท ‘พลภูมิ-พงศกร’ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงร.10 เผยทดแทนบุญคุณ ศึกษาธรรมะ

เนื่องในโอกาสวันคล้ายเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม. และ นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคเพื่อไทย เข้าพิธีอุปสมบท ถวายเป็นพระราชกุศล ที่วัดคลองครุ (ปัฐวิกรณ์) เขตคันนายาว โดยมีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานในพิธีอุปสมบท 

'ชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง' ร่วมงานอดีต สส.กทม. อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงร.10

ภายในงานมีแกนนำพรรค เช่น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด แกนนำพรรค ตลอดจนสมาชิกพรรคเพื่อไทยและพรรคต่างๆเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีบรรดาผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สก.พรรคเพื่อไทย สก.พรรคก้าวไกล สก.พรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้น เข้าร่วมงาน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเข้าพิธีอุปสมบท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายพลภูมิ ได้รับฉายามหายโส แปลว่า ผู้มียศศักดิ์อันยิ่งใหญ่ ขณะที่ นายพงศกร ได้รับฉายา วรวฑฺฒโน แปลว่า ผู้มีความเจริญอันประเสริฐ 

นายพลภูมิ กล่าวว่า มีความตั้งใจจะบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อทดแทนบุญคุณบิดามารดาและครอบครัว รวมถึง อยากศึกษาธรรมะ หลักคำสอน และฝึกสมาธิ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ เพราะเป็นหนึ่งในข้อปฏิบัติสำคัญของพุทธศาสนา ทั้งนี้ขอผลบุญจงส่งผลให้ทุกท่านและครอบครัวจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ 

เช่นเดียวกับนายพงศกร ที่ระบุว่า ตั้งใจจะบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทดแทนบุญคุณของคุณพ่อ คุณแม่ ตอนนี้จังหวะเหมาะสม จึงตัดสินใจบวช เพื่อศึกษาพระธรรมคำสอน 

'ชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง' ร่วมงานอดีต สส.กทม. อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงร.10
'ชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง' ร่วมงานอดีต สส.กทม. อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลในหลวงร.10

นักวิชาการคาด ‘ก้าวไกล’ อาจไปไกลกว่า ‘ยุบพรรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554720

28 ก.ค. 2566

นักวิชาการคาด 'ก้าวไกล' อาจไปไกลกว่า 'ยุบพรรค'

‘ยุบพรรค’ ยังน้อยไป นักวิชาการประเมิน พรรค ‘ก้าวไกล’ อาจถูกเล่นงาน ถึงขั้นคัดสิทธิ์ ทางการเมือง สส. ทั้งหมดของพรรค

พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่าพรรคก้าวไกลไม่ใช่แค่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล ขอมอง ข้ามช็อตไปยัง worst case scenario สำหรับก้าวไกล ว่าอาจไม่ใช่แค่ถูกยุบพรรค แต่สส.151 คนของก้าวไกลอาจถูกตัดสิทธิ์ด้วย

ความพยายามขัดขวางไม่ให้ก้าวไกลเป็นรัฐบาลปรากฏขึ้นทันทีหลังการเลือกตั้ง ทั้งกลวิธีนอกสภาและในสภา แต่ครั้งนี้ฝ่ายอำมาตย์จะไปไกลถึงขั้นไม่ให้คนกลุ่มนี้ได้มีพื้นที่ในรัฐสภาอีกต่อไป ไม่ว่าจะในฐานะรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ไม่ใช่แค่ยุบพรรค

กรณีที่น่าเป็นห่วงที่สุดของพรรคก้าวไกลอาจไม่ใช่กรณีหุ้น ITV ของคุณพิธา แต่คือกรณีที่อดีตพุทธอิสระร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญว่านโยบายแก้ไขมาตรา 112 ของก้าวไกลเข้าข่ายความพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขหรือไม่ 

ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ามีความเป็นไปได้สูงมากว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินว่าผิดจริง

หากดูแนวทางการตัดสินที่ผ่านมาในกรณีข้อเสนอ 10 ข้อให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่  10 สิงหาคม 2563 ซึ่งมีเรื่องการยกเลิกมาตรา 112 ด้วย ว่ามีเจตนาล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  ก็จะยิ่งที่ให้ความกังวลข้อนี้มีน้ำหนักมากขึ้น

หากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติว่าพรรคก้าวไกลผิดจริง  กกต.ก็จะรับลูกต่อด้วยการยื่นให้ ยุบพรรค และอาจมีข้อเสนอเพิ่ม ให้ตัดสิทธิ์ทางการเมืองของ สส.ทั้ง 151 คนด้วยเหตุผลว่า บุคคลเหล่านี้ล้วนเห็นด้วยและสนับสนุนนโยบายมาตั้งแต่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง พูดอีกอย่างคือ เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับนโยบายนี้ จึงมีความผิดเช่นกัน

อะไรคือเหตุผลที่เครือข่ายอำมาตย์ต้องใช้ยาแรงกับก้าวไกล?

ก็เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา ก้าวไกลได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้ว่าพรรคอนาคตใหม่ได้ถูกยุบพรรค  กรรมการบริหารถูกสิทธิ์ แม้ว่าพรรคจะถูกอภินิหารคะแนนเขย่งของ กกต. แม้ว่าจะเจองูเห่ากินกล้วย จนเหลือ สส. เพียง 53 คน แต่พวกเขาก็สามารถใช้เวทีรัฐสภาสร้างความเสียหายให้กับฝ่ายอำมาตย์ 


– อภิปรายเรื่องงบสถาบันกษัตริย์
– อภิปรายเรื่องตั๋วช้างในวงการตำรวจและอำนาจที่มองไม่เห็น
– อภิปรายสารพัดเรื่องเกี่ยวกับกองทัพ กอ.รมน.
– อภิปรายเรื่องการจับกุมเยาวชนกับมาตรา 112
ฯลฯ

ก้าวไกลทำให้ประชาชนเห็นว่าปัญหาของประเทศนี้เป็นปัญหาระดับโครงสร้าง ไม่ใช่เรื่องของผู้นำไม่กี่คน  ทำให้ประชาชนมีความหวังกับแนวทางรัฐสภา-การเลือกตั้งมากขึ้น   และทำให้พรรคได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างคาดไม่ถึง

ฝ่ายอำมาตย์เห็นแล้วว่าลำพังแค่การยุบพรรค ไม่สามารถหยุดยั้งก้าวไกลได้ดังเช่นที่ผ่านมา  ทั้งนี้ ตั้งแต่รัฐประหาร 2549 เป็นต้นมา ฝ่ายอำมาตย์ใช้สารพัดวิธีเพื่อเล่นงานพรรคการเมืองของฝ่ายทักษิณจนอ่อนเปลี้ย จนพวกเขาจำต้องสยบยอม ไม่แตะต้อง

กลไกอำนาจของฝ่ายอำมาตย์ ไม่ใส่เรื่องเหล่านี้ไว้ในนโยบายหาเสียงของตนเอง  – ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ กองทัพ ศาล  องค์กรไม่อิสระทั้งหลาย พวกเขาเขียนรัฐธรรมนูญ 2550 และ 2560 เพื่อทำให้กลไกรัฐสภาและการเลือกตั้งไม่สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริงอีกต่อไป

ทำให้การเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีกรรม เป็นเพียงเครื่องทรงอันสง่างามของระบอบอำมาตย์เท่านั้น,  เลี้ยงพรรคการเมืองเลว ทำลายพรรคการเมืองดี ข่มขู่ด้วยการยุบพรรค-ตัดสิทธิ์นักการเมือง 

พวกเขาทำแบบเดียวกันกับพรรคอนาคตใหม่ และก็หวังว่าคนของพรรคนี้จะรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวก้มหัวให้กับตน แต่กลับกลายเป็นตรงกันข้าม พรรคก้าวไกลได้ประกาศว่าพวกเขาเตรียมตัวกับเรื่องนี้มาตลอด

หากถูกยุบพรรค พวกเขาก็มีคนที่พร้อมจะก้าวเข้ามารับภารกิจต่อ ส่วนกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าก็สามารถหันไปทำงานผ่านกลุ่มก้าวหน้า หนุนเสริมพรรคได้อีก

ฉะนั้น  พวกเขาจะปล่อยให้ก้าวไกลอีก 151 คนเป็นฝ่ายค้านที่ทรงพลังต่อไปอีกไม่ได้แล้ว  นี่คือ the worst case scenario สำหรับก้าวไกลและประชาชน 

อย่าคิดว่าฝ่ายอำมาตย์จะไม่กล้าทำ หนทางต่อสู้ของพวกเขาเขาเหลือไม่มากแล้ว  และพวกเขาไม่สนใจเรื่องความชอบธรรมนานแล้ว

นัด ‘ประชุมรัฐสภา’ 4 ส.ค. เหมือนรู้คำตอบล่วงหน้า ‘เลือกนายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554718

28 ก.ค. 2566

นัด 'ประชุมรัฐสภา' 4 ส.ค. เหมือนรู้คำตอบล่วงหน้า 'เลือกนายกฯ'

นัด ‘ประชุมรัฐสภา’ โหวต ‘เลือกนายกฯ’ 4 ส.ค. ไม่รอ ศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนรู้ล่วงหน้า ดีลลับ ทักษิณกลับมา จบบริบูรณ์แล้ว

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารประกอบคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านระบบงานคดีรัฐธรรมนูญอิเล็กทรอนิกส์  ลงวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2566 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

กรณีรัฐสภามีมติเรื่องการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่ 2 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการทางธุรการของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเสนอคณะตุลาการพิจารณา มีขั้นตอน 2 วัน แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว จึงมีข่าว ว่าศาลรัฐธรรมนูญ นัดพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องในวันที่ 3 สิงหาคมนี้

หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง มีเรื่องที่จะต้องติดตามต่อไปว่า การเลือกนายกรัฐมนตรี จะถูกชะลอไว้ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยหรือไม่ หรือศาลรัฐธรรมนูญ จะลงมติไม่รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน

โดยให้เหตุผลว่าผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ตามมาตรา 213  ที่มาของ17 สส.พรรคก้าวไกล ยื่นคำร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาวินิจฉัยข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ขัดหรือแย้ง กับรัฐธรรมนูญหรือไม่

ทั้งๆที่ เมื่อย้อนกลับไปดูข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563 ฉบับเดียวกันนี้ เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับข้อบังคับการประชุม ก็ให้อำนาจประธานรัฐสภาใช้ดุลพินิจในการแก้ปัญหาเอาไว้แล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม  

ลงเอยด้วยการโหวตของสมาชิกรัฐสภาว่า การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เป็นญัตติ และ จะเสนอซ้ำกันไม่ได้ ในสมัยประชุมเดียวกัน

การประชุมรัฐสภา ครั้งต่อไป วันมูหะหมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา บอกว่ามีวาระการประชุมที่สำคัญ 2 วาระ คือหนึ่งการโหวตเลือกนายกฯ และ สองการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ซึ่ง หากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวันที่ 3 สิงหาคม รัฐสภาสามารถดำเนินการตามวาระแรกได้


แต่หากรับคำร้องและมีคำสั่งให้ชะลอการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป ก็สามารถหยิบยกวาระที่สองขึ้นมาพิจารณาได้เช่นเดียวกัน  แต่กระนั้น ไม่ว่าจะยกเหตุผลใดขึ้นมา ผู้คนก็ยังไม่วายสงสัยว่า การกำหนดประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 4 สิงหา เพราะรู้คำตอบของศาลรัฐธรรมนูญล่วงหน้า 

เหมือนกับที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยระบุไว้ก่อนหน้าว่าต้นเดือนสิงหาคม การจัดตั้งรัฐบาลผสม จะแล้วเสร็จ

‘ทักษิณ’ ขอบคุณ ‘เสกโลโซ’ ร้องเพลง ‘นานเท่าไรก็รอ’ ให้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554712

28 ก.ค. 2566

'ทักษิณ' ขอบคุณ 'เสกโลโซ' ร้องเพลง 'นานเท่าไรก็รอ' ให้

อดีตนายกฯ ‘ทักษิณ’ ซึ่งประกาศกลับไทย 10 ส.ค. โพสต์ขอบคุณ ‘เสกโลโซ’ ร้องเพลง ‘นานเท่าไรก็รอ’ ให้ ในคอนเสิร์ตแห่งหนึ่ง

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ Thaksin Sinnawatra ซึ่งเป็นบัญชีของ ‘ทักษิณ‘ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ขอบคุณ เสกสรร สุขพิมาย หรือ เสกโลโซ ที่ร้องเพลง นานเท่าไรก็รอ บนเวทีคอนเสิร์ตแห่งหนึ่ง พร้อมประกาศว่าขอมอบให้ อดีตนายกฯทักษิณ  

ทวิตดังกล่าว ใช้แคปชั่นว่า 

“ขอบคุณเสกมากที่ร้องเพลงนานเท่าไรก็รอให้ผม คอนเสิร์ตคราวหน้าถ้าเบิร์ดไม่ว่างเชิญผมแจมได้นะ”

ซึ่งในเนื้อหาคำพูด เสก ระบุว่าคำพูดเขาบนเวทีอาจจะเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ก็ได้

ฟังเสกโลโซ พูดถึงอดีตนายกฯทักษิณ ที่นี่

นายกฯ นำครม.และข้าราชการทุกหมูเหล่าทำบุญ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554697

28 ก.ค. 2566

นายกฯ นำครม.และข้าราชการทุกหมูเหล่าทำบุญ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ

วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ 2566 นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา และข้าราชการทุกหมู่เหล่า ร่วมทำบุญตักบาตร ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2566

โดยมีคณะองคมนตรีและภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หน่วยราชการในพระองค์

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมภริยา หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรในครั้งนี้ด้วย

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงบริเวณท้องสนามหลวง สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายธูปเทียนแพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ให้ศีล พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์

นายกรัฐมนตรีและภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และส่วนราชการในพระองค์ ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป นายกรัฐมนตรีถวายผ้าไตร จำนวน 10 ไตร กรวดน้ำรับพร กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา นำผู้ร่วมพิธีร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 172 รูป เป็นอันเสร็จพิธี แล้วนำถวายสัตย์ปฏิญานเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน โดยกล่าวว่า ข้าพเจ้า..ขอถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่า

จะเป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต และก็เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท มุ่งมั่นแน่วแน่แก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่แผ่นดิน และดำเนินชีวิตโดยยึดมั่นหลักธรรมคำสอนแห่งศาสนา ตามแนวทางพระบรมราโชวาทตลอดไป

ต่อจากนั้นไปลงนามถวายพระพร ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง

เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคมทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

ขณะที่ เวลา 17:00 น.   นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการพระราชพิธีบรรพชิตจีนและญวนถวายพระพร เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ พระราชทานราชสังคหวัตถุ  ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ต่อด้วยการพระราชพิธีเจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง  

เวลา 19.20 น.   นายกรัฐมนตรี และภริยาเป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566  ณ ท้องสนามหลวง

4 ส.ค.รู้กัน พรรคร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ มีใครบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554696

28 ก.ค. 2566

4 ส.ค.รู้กัน พรรคร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล' มีใครบ้าง

ชาติไทยพัฒนาและรวมไทยสร้างชาติ ยังแบ่งรับแบ่งสู้ร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ รอหารือกันวันที่ 4 ส.ค.นี้ก่อนโหวตนายกฯ

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มองว่านายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ฮ่องกง เพื่ออวยพรวันเกิด เพราะสนิทกันมากว่าสามปี ไม่มีเรื่องการเมือง และไม่ได้ไปในนามเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา

สำหรับการประชุมรัฐสภาในวันที่ 4 สิงหาคมเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น ในช่วงเช้าพรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการประชุมพรรค ซึ่งต้องดูว่าพรรคใดจะเสนอใคร มีขั้นตอนอย่างไร ในการจะสนับสนุน งดออกเสียง หรือไม่สนับสนุน

ซึ่งต้องมีทิศทางการทำงาน หรือนโยบาย ทัศนคติไปในแนวทางเดียวกันก็สามารถทำงานร่วมกันได้ต้องดูวันที่ 4 สิงหาคม ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นอย่างไร



นายธนกร วังบุญคงชนะ  รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกระแสดีลตั้งรัฐบาลข้ามประเทศว่า การเมืองก็ต้องว่าไปตามระบบ เชื่อว่าจะได้นายกรัฐมนตรีในเร็ววันนี้ เพราะทุกวันนี้มันรอไม่ได้  จึงไม่มีอะไรที่จะขลุกขลักได้แล้ว

สำหรับจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติชัดเจนว่าถ้ามีพรรคก้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลจะไม่โหวตให้ใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่าถ้ามีพรรคก้าวไกล เราก็จะไม่สนับสนุนเช่นเดิม เพราะมีนโยบายแก้มาตรา 112



ส่วนเจรจากับพรรคเพื่อไทย เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ตัวเองไม่ทราบ ไม่ได้อยู่ในกระบวนการเจรจา

‘ศรีสุวรรณ’  ฝาก ‘ทักษิณ’ เลี้ยงหลาน อย่าป่วนการเมือง -เสื้อแดงโคราช เฮ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554689

27 ก.ค. 2566

'ศรีสุวรรณ'  ฝาก 'ทักษิณ' เลี้ยงหลาน อย่าป่วนการเมือง -เสื้อแดงโคราช เฮ

ผู้นำองค์กร “รักชาติ รักแผ่นดิน” ศรีสุววรณ จรรยา มองความเคลื่อนไหว ” ทักษิณกลับไทย” ขอเพียงรักษาคำพูด ที่ระบุว่าต้องการมาเลี้ยงหลาน อย่ามาวุ่นวายกับการเมือง อายุ 74 ปี ควรปล่อยวาง ด้านตัวแทนเสื้อแดงโคราช เชื่อการกลับบ้านของ “ทักษิณ” สะท้อนว่า เพื่อไทย ตั้งรัฐบาลสำเร็จ

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กร รักชาติ รักแผ่นดิน   เปิดเผยว่า ตามที่  นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก
รัฐมนตรี  กำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันพฤหัสที่  10 ส.ค.  ด้วยอายุของนายทักษิณ ที่มากถึง 74 ปี  กระบวนการทางกฏหมาย จากคดีความผิดต่าง ๆ  คาดว่าการต้องโทษ  จะดำเนินการในช่วงระยะเวลาอันสั้น  ดังนั้นเมื่อได้รับอิสรภาพแล้ว     อยากให้นายทักษิณ อยู่อย่างสงบ  ใช้เวลาอยู่กับการเลี้ยงหลาน อันเป็นสิ่งที่นายทักษิณ พูดอยู่เสมอ   อย่าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง


“ยินดีต้อนรับกลับประเทศ มาแล้วก็ปฏิบัติตามกฎหมาย ตามคำพิพากษา   ผมเชื่อว่า ติดคุกในเมืองไทย ไม่นาน และ กรมราชทัณฑ์มีระเบียบในการลดหย่อนโทษ อายุ  74 ปี ก็อาจเหลือจำคุก แค่ 2 – 3  ปี ขอว่าอย่าเคลื่อนไหวทางการเมือง ถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง กลับมาแล้วก็อยู่อย่างสงบ ”  นายศรีสุวรรณ ระบุ

นายสมโภชน์ ประสาทไทย  แกนนำคนเสื้อแดง  อ.เมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า  การที่นายทักษิณ  ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทย ทำให้คนเสื้อแดงทั่วประเทศดีใจ  ทราบว่า คนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยที่นครราชสีมา จะเดินทางไปต้อนรับที่สนามบินดอนเมืองเป็นจำนวนมาก ในการเดินทางมาประเทศไทย ในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี  ทำให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จอย่างแน่นอน

ชูวิทย์ ปูด ดีลเจรจา เปิดสูตร ตั้งรัฐบาล เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554684

27 ก.ค. 2566

ชูวิทย์   ปูด ดีลเจรจา เปิดสูตร ตั้งรัฐบาล เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ

“ชูวิทย์ ” เปิดภาพที่ระบุว่า เป็นที่มาของดีลลับ สู่การจัดตั้งรัฐบาล และกรุยทางให้ ทักษิณ ชินวัตร กลับไทย ย้ำ การตั้งรัฐบาล จะไปอยู่ในมือ ภูมิใจไทย , เพื่อไทย และ พลังประชารัฐ โดย แคนดิเตนายกรัฐมนตรี จะเป็นการเสนอให้เพื่อไทย รอบแรกวันที่ 3 ส.ค. ไม่ผ่าน แต่จะไปลงตัว 10 ส.ค.

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวในประเด็น “ทำไมทักษิณถึงกลับบ้าน”  ที่โรงแรมเดอะ เดวิส สุขุมวิท 24 กรุงเทพฯ     โดยระบุว่า  ซุปเปอร์ดีล(super deal)   ที่นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้พรรคเพื่อไทย และ นายทักษิน ชินวัตร  เดินทางกลับไทย  เรื่องนี้ มีความเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการ  คือ  25 ก.ค.  เวลา 15.00 น ที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่เมืองเกาลูน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง   ( อธิบายจากภาพ ) ในภาพมีนายทักษิณ ชินวัตร ,นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี,แกนนำพรรคเพื่อไทย,กลุ่มทหาร และกลุ่มนายทุน ที่มาของซุปเปอร์ดีล(super deal)    หรือเหตุผลที่ต้องไปหารือร่วมกันที่ฮ่องกง   เพราะพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนอยู่ตรงกลาง เป็นตัวแปรระหว่าง ฝั่งจัดตั้งรัฐบาล 312 เสียง  ( 8 พรรคร่วม )  และฝั่งรัฐบาลเดิม 188 เสียง การที่นายทักษิณ กลับมาไทย เป็นเงื่อนไขในการปล่อยซุปเปอร์ดีลนี้   และตนมองว่าจากนี้ไป  นายทักษิณ จะมาเป็นคนคุมเกม

ประเด็นที่ต้องให้น้ำหนักก็คือ  การกลับมาของนายทักษิณ เป็นไปได้ทุกเวลา แต่ทำไมถึงกลับมาในช่วงเวลานี้ เพราะตอนนี้ถือเป็นจุดสำคัญ   สูตรจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้ ซุปเปอร์ดีล นี้  ประกอบไปด้วย พรรคเพื่อไทย,พรรคภูมิใจไทย และ พรรคพลังประชารัฐ   “สูตรนี้ผมมั่นใจว่าจะเป็นสูตรที่ทำสำเร็จ แต่ก็ต้องยอมรับว่า สูตรนี้จะเป็นสูตรที่ปล้นประชาชน  การที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ เป็นเจ้าบ้าน สูตรนี้น่าจะสำเร็จ เพราะภูมิใจไทยสามารถเชิญหลายพรรคการเมือง ที่หลากหลายมาพูดคุยได้ อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ แต่อย่างไรก็ตามสูตรนี้ ยืนยันได้ว่า จะไม่มีการรวมกันของ 2 ลุง คือพรรคพลังประชารัฐ และ พรรครวมไทยสร้างชาติอย่างแน่นอน เป็นไปได้ที่สุดคือ มีพรรคพลังประชารัฐ ร่วม 1 พรรคเท่านั้น”

เขา กล่าวว่า    การที่นายทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทย ย่อมสอดคล้องกับประเด็น ซุปเปอร์ดีล  ส่วนประเด็นที่จะต้องรับโทษในหลายคดี  เนื่องจากเป็นบุคคลที่อายุมากกว่า 70 ปี นับว่าเป็นผู้สูงอายุ การที่ผู้สูงอายุเข้าไปในเรือนจำตามหลักการ แม้จะเข้าไป 1 หรือ 2 ชั่วโมง หรือแม้กระทั่ง 1 วัน บุคคลนั้นจะสามารถยื่นขอพระราชทานอภัยโทษได้ เพราะว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องขัง

.

ตั้งข้อสงสัยความโปร่งใสว่าที่นายกรัฐมนตรี
.

นายชูวิทย์   ระบุว่า   นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตซึ่งในหัวข้อนายกรัฐมนตรีคนใหม่นี้ ตนพร้อมที่จะอภิปรายนอกสภา ถึงความซื่อสัตย์ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ต้องเดินหน้าตรวจสอบ
วันนี้ตนสามารถให้ข้อมูลได้ว่า ว่าที่นายกฯ คนดังกล่าว มีบุคคลสำคัญที่เรียกว่า  “ขงเบ้ง” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังคนนี้เป็นที่รู้จักในวงการหุ้น,อสังหาริมทรัพย์ และที่ดิน  “ขงเบ้ง” เป็นคนไร้ร่องรอย แต่เป็นผู้หยั่งรู้ ในวงการหุ้นวงการที่ดิน


สำหรับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3   ไม่มีทางที่จะสำเร็จเปรียบเหมือนการโหวตหลอก โดยแคนดิเดตนายกฯ ที่เพื่อไทยจะเสนอ คือ บุคคลสูงอายุ การโหวตเลือกครั้งที่ 3 ที่ ตนมั่นใจว่า จะไม่สำเร็จส่วนหนึ่งเพราะ นายทักษิณ ยังไม่เดินทางกลับมา   ฉะนั้นหลังจากการกลับมาของ นายทักษิณ ที่ตนมีข้อมูลว่า ขณะนี้พักอยู่ที่ประเทศกัมพูชา หลังวันที่ 10 ส.ค.  จะสามารถโหวตนายกฯ ได้สำเร็จ ซึ่งนายกฯคนนั้นมาจากพรรคเพื่อไทย เป็นชาย รูปร่างสูง และทุกกระบวนการ ทั้งการได้นายกฯ และการตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 15 ส.ค.

“นายทักษิณ กลับมาครั้งนี้ จะอยู่ในสถานะตัวประกัน และผู้คุมเกมที่สามารถระบุได้อย่างนี้ เพราะถ้านายทักษิณกล้ากลับมา นายทักษิณต้องเป็นตัวประกันก่อน  การเมืองคือ รัฐศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ การที่ผมออกมาพูด ถือว่า เป็นโรบินฮู้ด ปกป้องคะแนนเสียงของประชาชน เพราะสูตรซุปเปอร์ดีลนี้เป็นการปล้นเสียงของประชาชน”

เมื่อถามว่าหากพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลถือว่า พรรคเพื่อไทย ยืมมือ ภูมิใจไทย ฉีกข้อตกลงร่วมของ 8 พรรคร่วมฯ หรือไม่ นาย ชูวิทย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่แน่นอนยืมทั้งมือ ยืมทั้งปาก และเมื่อถามว่า สิ่งที่นายทักษิณ จะทำเมื่อกลับมาถึงประเทศไทย คืออะไร นายชูวิทย์ ระบุว่า คุกเข่า พนมมือ และก้มกราบ”

.

ฉายภาพการล่มของ 8 พรรค มาจากโหวตประธานสภาฯ

.

เขา  กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ฝั่งประชาธิปไตย หรือฝั่งที่เรียกตัวเองว่า ประชาธิปไตย ชนะการเลือกตั้ง เมื่อรวมตัวเป็น 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ได้เสียงในสภาไปทั้งหมด 312 คะแนน ส่วนอีกฝ่ายที่เป็นขั้วรัฐบาลเดิม มีเสียงในสภาที่ 188 คะแนนเสียง   ย้อนไปในวันลงนามข้อตกลงร่วมกัน ของ 8 พรรคร่วมฯ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.   คนที่ได้ไปจับมือบนเวทีในงานแถลง  เมื่อลงมาจากเวที ก็มีความเชื่อว่า จะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้จริง การร่วมกันสำหรับ 8 พรรคร่วมฯ ล่มตั้งแต่วันแรก หรือมีความตั้งใจจะให้ล่มตั้งแต่วันแรกแล้ว

สำหรับข้อตกลงร่วมกัน ร้อยร้าวแรกที่เกิดขึ้นสังเกตเห็นมาตั้งแต่การเลือกตั้งประธานสภา ที่สุดท้ายต้องหาคนกลางมาทำข้อสรุปให้จบลง ต่อมาการโหวต นายกรัฐมนตรีรอบแรก ก็ไม่ผ่านสมาชิกวุฒิสภา รอบที่สอง ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จนกระทั่งมีการเลื่อนโหวต  รอบที่ 3 ให้ไปเป็นวันที่ 3 ส.ค. 
ต่อมาเมื่อพรรคเพื่อไทย ได้รับภารกิจจากพรรคก้าวไกลให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้มีการเชิญฝ่าย 188 เสียง ซึ่งเป็นขั้วรัฐบาลเดิม มาพูดคุยหารือ หาแนวทาง แต่ทั้งนี้ในทางการเมือง เพื่อเป็นการแสดงให้สื่อ และประชาชนได้เห็นว่า มีการพูดคุยมีการชักชวนตามมารยาทแล้ว
 

ชูวิทย์   ปูด ดีลเจรจา เปิดสูตร ตั้งรัฐบาล เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ
ชูวิทย์   ปูด ดีลเจรจา เปิดสูตร ตั้งรัฐบาล เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ
ชูวิทย์   ปูด ดีลเจรจา เปิดสูตร ตั้งรัฐบาล เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ
ชูวิทย์   ปูด ดีลเจรจา เปิดสูตร ตั้งรัฐบาล เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวในประเด็น “ทำไมทักษิณถึงกลับบ้าน”  ที่โรงแรมเดอะ เดวิส สุขุมวิท 24 กรุงเทพฯ    โดยระบุว่า การจัดตั้งรัฐบาลจากนี้ไป จะอยู่ในความร่วมมือระหว่าง เพื่อไทย ภูมิใจไทย และ พลังประชารัฐ 

.

ข่าว – ภาพ ทีมข่าว  NATION TV 

‘วิโรจน์’ เตรียมขันน็อต ‘ก้าวไกล’ หลังคนขุดประวัติ ‘ไอซ์ระยอง-พี่ต้น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554660

27 ก.ค. 2566

'วิโรจน์' เตรียมขันน็อต 'ก้าวไกล' หลังคนขุดประวัติ 'ไอซ์ระยอง-พี่ต้น'

‘วิโรจน์’ เผย ทีมกฎหมาย ‘ก้าวไกล’ กำลังตรวจสอบ ปม ‘ไอซ์ระยอง’ ยอมรับต้องปรับปรุงพรรค ส่วนกรณี ‘พี่ต้น’ คนติดตาม ‘พิธา’ มอง ปัจจุบันกลับใจแล้ว ถามกลับ ‘สังคมจะไม่ให้โอกาสเขาเลยหรือ’

กรณีนายนครชัย ขุนณรงค์ หรือ “ไอซ์ระยอง” สส.ระยอง เขต 3 ของพรรคก้าวไกล ถูกเปิดโปงเคยต้องคดีลักทรัพย์ ทำให้ขาดคุณสมบัติ สส. หรือไม่ 

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังดูอยู่ ขอให้เวลาฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร พร้อมตั้งข้อสังเกตในการซ่อมหรือเล็งให้เกิดกับพรรคก้าวไกลเป็นพิเศษหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ปรับปรุงตัวเอง ขันน็อคตัวเองดีที่สุด 

ส่วนกรณีก่อนหน้านี้ขุดประวัติบอดี้การ์ดติดตาม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เคยต้องโทษ และพ้นโทษเมื่อปี2560 ก่อนสมัครเข้าทำงานบริษัทรปภ.เมื่อปี 2562 นั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องยังไม่ได้คุยกัน แต่เมื่อก่อน เจอกันก็ทักทายปกติ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน บางทีก็มีคำถามจากสังคม คนที่เคยต้องโทษอาญาสามารถประกอบอาชีพอื่นใดที่กฎหมายไม่ได้ห้าม สังคมจะไม่ให้โอกาสเขาเลยหรือ ก็เป็นอีกแง่มุมนึงที่ก็มีข้อโต้แย้งเหมือนกัน 

“สุดท้ายคนที่เคยทำผิด กลับเนื้อกลับตัว ปรับมุมมองใหม่แล้ว เขาก็หารายได้ เลี้ยงปากท้อง เลี้ยงครอบครัวเขาผิดอะไร ถ้าเราจะไม่ให้เขาประกอบอาชีพอะไรเลย เท่ากับกำลังบีบให้เขากลับไปสู่ทางเดิม กลับไปสู่วงการสีเทาอีก” 

นายวิโรจน์ มองว่า สังคมก็ต้องให้โอกาสเขา เพราะไม่ได้เป็นการกระทำความผิดหลังจากที่เขาพ้นโทษแล้วไม่ใช่หรอ ไม่ได้กระทำความผิดหลังจากเขาประกอบอาชีพสุจริตแล้วไม่ใช่หรอ หากเขากระทำความผิดระหว่างปฏิบัติหน้าที่ คือ เรื่องใหญ่แต่อันนี้เป็นเรื่องในอดีต 

ทั้งนี้ตามที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ชี้แจง คือ การจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัย เราก็คิดว่าเราจัดจ้างไปแล้ว ก็ไว้วางใจ แต่ก็ต้องเอามาปรับปรุง แต่อย่างไรก็ตาม ยืนยันอาชีพใดๆ ถ้ากฎหมายไม่ได้ห้ามกระทำผิดมาก่อน เขาก็มีโอกาสที่จะกลับเนื้อกลับตัวมาประกอบอาชีพ

ไอซ์ ‘ระยอง’ ลาออก สส. ‘ก้าวไกล’ สัปดาห์หน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554670

27 ก.ค. 2566

ไอซ์ 'ระยอง' ลาออก สส.  'ก้าวไกล' สัปดาห์หน้า

สส. ‘ระยอง’ พรรค ‘ก้าวไกล’ อ้างไม่รู้ โทษจำคุกทำให้ขาดคุณสมบัติ สส. ประกาศขอลาออกในสัปดาห์หน้า เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ตั้งใจ

นครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ระบุว่า ตลอดสองวันที่ผ่านมา มีผู้สอบถามเข้ามามากมายว่าเคยติดคุกจริงหรือไม่ ขออนุญาตเรียบเรียงเรื่องทั้งหมดไว้ตรงนี้ เพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องติดคุก เกิดขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคม 2542 หรือ 24 ปีมาแล้ว ขณะนั้นอายุประมาณ 20 ปี กำลังวัยรุ่น วันนั้นสังสรรค์อยู่กับเพื่อนหลายคนในห้อง มีคนเดินเข้าออกไปมาเรื่อยๆ สังเกตเห็นนาฬิกาผู้หญิงเรือนเล็กๆ เรือนหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะในห้อง ถามว่าของใครก็ไม่มีใครตอบ เลยหยิบมาดูเล่นๆ

ไอซ์ บอกว่าหลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจได้บุกเข้ามาในห้อง จับกุมตัวเขาและเพื่อนอีกคนหนึ่งที่สารภาพว่าเป็นผู้ขโมยนาฬิการาคาประมาณ 1,000 บาทเรือนนั้นมา เมื่อถูกนำตัวไปโรงพัก ตำรวจให้เซ็นเอกสาร โดยบอกว่าเรื่องจะได้จบๆ
มาทราบภายหลังว่าเอกสารที่ได้เซ็นไป คือเอกสารยอมรับสารภาพแม้ว่าเพื่อนจะให้การกับตำรวจไปแล้วว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง สุดท้าย ก็ต้องโทษจำคุก 3 ปี และการรับสารภาพ ทำให้ได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน

หลังพ้นโทษได้ออกมาประกอบอาชีพสุจริตมาโดยตลอด จนกระทั่งตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. เขต 3 ระยอง ในนามพรรคก้าวไกล เพราะเชื่อว่าอดีตไม่ทำให้ขาดคุณสมบัติ เพราะไม่ใช่ฐานความผิดที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ

ไอซ์ ขออภัยพี่น้องประชาชนทุกคนที่เลือกเขาเข้ามาเป็น สส. ระยอง และขอน้อมรับคำวิจารณ์และกระบวนการทางกฎหมายที่จะตามมาหลังจากนี้ทั้งหมด และจะต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุดเพื่อยืนยันว่าไม่ได้จงใจสมัคร สส. พรรคก้าวไกล ทั้งที่รู้ว่าขาดคุณสมบัติ อย่างไรก็ตาม เพื่อความสง่างามในการดำรงตำแหน่ง สส. ขอแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนโดยการลาออกจากตำแหน่งในสัปดาห์หน้า