ครม. เคาะ ‘วันหยุด’ เดือนกรกฎาคม 2566 เพิ่มอีก 1 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554407

25 ก.ค. 2566

ครม. เคาะ 'วันหยุด' เดือนกรกฎาคม 2566 เพิ่มอีก 1 วัน

ที่ประชุม ครม. เคาะ ‘วันหยุด’ เพิ่มอีก 1 วัน ทำให้ เดือนกรกฎาคม 2566 มี วันหยุดยาว 4 วัน ต่อเนื่อง วันหยุด เดือนสิงหาคม รวม 6 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (25 ก.ค. 2566) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระที่น่าสนใจเข้าสู่การประชุม ครม.รักษาการหลายวาระ ได้แก่ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอการกำหนด “วันหยุดราชการกรณีพิเศษ” ประจำปี  2566 เพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

ล่าสุด ที่ประชุม ครม. ได้พิจารณาให้วันที่ 31 ก.ค. 2566 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติม เพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่อง 6 วัน คือตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. 2566 ถึงวันที่ 2 ส.ค. 2566 โดยก่อนหน้านี้ มีบางโรงเรียนที่ได้ประกาศให้วันที่ 31 ก.ค. 2566 เป็นวันหยุดกรณีพิเศษไปแล้ว ทำให้เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2566 มีวันหยุดยาว 4 วัน 

น.ส. รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอกำหนดให้วันจันทร์ที่ 31 ก.ค. 2566 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษอีก 1 วัน ในปี 2566 กรณีหน่วยงานที่มีภารกิจในการให้บริการประชาชน หรือมีความจำเป็นหรือราชการสำคัญ ให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและกระทบต่อการให้บริการประชาชน สำหรับรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และภาคเอกชน ให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงแรงงานพิจารณาความจำเป็นเหมาะสมของการกำหนดให้วันดังกล่าวข้างต้น เป็นวันหยุดให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณี  ทำให้มีวันหยุดราชการยาวต่อเนื่องตั้งแต่ 28 ก.ค. – 2 ส.ค. 2566  ทั้งสิ้น 6 วัน 

นอกจากนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังเห็นชอบให้งดการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ ในสัปดาห์หน้าด้วย

สำหรับภาพรวมวันหยุดราชการ เนื่องจากช่วงปลายเดือน ก.ค.- ต้นเดือนส.ค. 2566 นี้ จะมีวันหยุดราชการหลายวัน และเพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่องกันซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการเดินทางและส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว จึงกำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษในปี 2566 อีก 1 วัน คือวันจันทร์ที่ 31 ก.ค. 2566 นี้ ทำให้ปี 2566 นี้จะมีวันหยุดราชการรวมทั้งสิ้น 20 วัน  

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้ชี้แจงถึงการประกาศวันหยุดราชการพิเศษในครั้งนี้ว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการวันหยุดพิเศษ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภาพรวมวันหยุดราชการประจำปีล่วงหน้า และประกาศให้ประชาชนรับทราบเพื่อการเตรียมตัว ซึ่งได้มีการดำเนินการถึงเดือน มิ.ย.  2566 แล้ว ทั้งนี้ เดิมคาดว่า รัฐบาลใหม่จะเป็นผู้พิจารณาวันหยุดพิเศษช่วงครึ่งปีหลัง นั่นรวมถึง วันที่ 31 ก.ค. แต่ด้วยยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ทำให้รัฐบาลรักษาการ ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในครั้งนี้ 

‘ก้าวไกล’ เห็นแสงสว่าง ผู้ตรวจการแผ่นดินชง ‘ศาลฯ’ วินิจฉัยเสนอโหวตนายกฯซ้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554392

24 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล'  เห็นแสงสว่าง  ผู้ตรวจการแผ่นดินชง 'ศาลฯ' วินิจฉัยเสนอโหวตนายกฯซ้ำ

เลขาธิการพรรค “ก้าวไกล” ออกอาการหายใจได้ทั่วท้อง หลังผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ข้อบังคับที่ 41 ของรัฐสภา เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซ้ำได้หรือไม่ เบื้องต้นมองว่าเป็นผลดีกรณีเพื่อไทย เสนอชื่อไปแล้ว ไม่ต้องกลัวตีตก โหวตซ้ำได้

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า การที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อบังคับที่ 41 ของรัฐสภา ในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซ้ำได้หรือไม่   ในส่วนของพรรคก้าวไกล   มองว่าการที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อบังคับที่ 41 ของรัฐสภา ในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซ้ำได้หรือไม่  น่าจะเป็นผลดีโดยรวม ไม่ใช่เฉพาะกับพรรค ก้าวไกลเท่านั้น   แต่เอื้อกับฝั่ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซ้ำได้  เท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาส  ที่จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซ้ำกันได้อีก  และสามารถที่จะได้รวบรวมเสียงเพิ่มขึ้น ไม่จำเป็นต้องครั้งเดียวและต้องเปลี่ยนตัวเลย 

ก่อนหน้านี้ก็มีความกังวล   เช่น ถ้าเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหลักของพรรคเพื่อไทย แล้วครั้งเดียวไม่ผ่าน จะหมดโอกาสอีกหรือไม่ จนอาจจะเป็นเหตุผลที่จะบอกว่า จำเป็นจะต้องดึงพรรคนั้นพรรคนี้เข้ามาร่วม   เพื่อให้มั่นใจ  ตรงนี้อาจจะไม่จำเป็นอีกแล้ว หากมีการปลดล็อกออกไป  ส่วนประเด็นที่ว่าแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จะย้ายจากพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นพรรคก้าวไกล ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้  แต่ตนพูดโดยรวมว่าแม้เป็นแคนดิเดตฯของพรรคเพื่อไทยก็จะเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องติดล็อกตรงนี้

ส่วนประเด็นต่อเนื่องคือความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน มีการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาในการชะลอการโหวตนายกรัฐมนตรีออกไปด้วย จนกว่าศาลฯจะมีคำวินิจฉัย โดยในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ค.) คาดว่าในการประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล  จะมีการหยิบยกเรื่องนี้มาหารือกัน แล้ววันพุธ (26 ก.ค.) จะมีการประชุมวิป 3 ฝ่าย ที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา จะเรียกตัวแทนของทุกฝ่ายมาหารือกัน โดยคาดว่าจะเป็นวันเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญ   รับเรื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินมาพิจารณา

‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’ ผู้ยื่น ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความมติรัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554385

24 ก.ค. 2566

'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' ผู้ยื่น 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ตีความมติรัฐสภา

ทำความรู้จัก ‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’ อีกหนึ่งช่องทางส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความมติรัฐสภากรณีเสนอชื่อ พิธา เป็นนายกฯ

ผู้ตรวจการแผ่นดินปัจจุบัน ประกอบด้วยนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต เป็นประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน    รองศาสตราจารย์ อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน  และนายทรงศักดิ์ สายเชื้อ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน 

ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 230 ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหน้าที่เสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคําสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใดๆ บรรดาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม แก่ประชาชน หรือเป็นภาระแก่ประชาชนโดยไม่จําเป็นหรือเกินสมควรแก่เหตุ

แสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจาก การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอํานาจตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ขจัดหรือระงับความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมนั้น

เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ตามหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ

ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ดําเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินตาม  โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบเพื่อพิจารณาสั่งการ ตามที่เห็นสมควรต่อไป 

หากเป็นกรณีที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดําเนินการต่อไป

โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้ เมื่อเห็นว่ามีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่อง พร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

กฎ คําสั่ง หรือการกระทําอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหา เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง และให้ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง

‘จตุพร ‘ ซัด ‘เพื่อไทย’ วางตัวเป็นผู้ชายพาหญิงเข้าโรงแรม -ปากแข็งไม่มีอะไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554380

24 ก.ค. 2566

'จตุพร ' ซัด 'เพื่อไทย'  วางตัวเป็นผู้ชายพาหญิงเข้าโรงแรม -ปากแข็งไม่มีอะไร

แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน จตุพร  พรหมพันธ์ ร่วมขย่มพรรค “เพื่อไทย” หลังสร้างปรากฏการณ์ ตบหน้ากระชากความรู้สึกเหล่าคนรักเพื่อไทย จากการกลับลำเชิญซีกการเมืองคนละขั้ว ทั้ง พลังประชารัฐ , รวมไทยสร้างชาติ , ภูมิใจไทย เข้ามาร่วมเจรจา ระบุหน้ามืดยอมทำทุกอย่างแม้ผิดสัจจะ

นายจตุพร  พรหมพันธ์  แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน  กล่าวในรายการ ” ประเทศไทยต้องมาก่อน”   รายการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง เผยแพร่ทางช่องยูทูป PEACE TV และทางเฟซบุ๊ก   “Jatuporn Prompan – จตุพร พรหมพันธุ์”   โดยระบุว่า แม้ว่าพรรค “เพื่อไทย” จะประสบความสำเร็จ ต่อการจัดตั้งรัฐบาล  ด้วยการดึงพรรคการเมืองทั้งพลังประชารัฐ  , รวมไทยสร้างชาติ  หรือแม้แต่  ภูมิใจไทย เข้าร่วม  และบีบ ก้าวไกลออก แต่ก็ขอพยากรณ์ว่าเส้นทางของพรรคเพื่อไทย นับจากนี้คือการเตรียมเผชิญกับแรงกระแทกในทุกรูปแบบทุกมิติ

 ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทะลุวัง ที่ไปรวมตัว ณ ที่ทำการพรรค “เพื่อไทย” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  และสาดแป้ง เข้าใส่ เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่พบกับความสงบสุขอีกต่อไป  
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทะลุวัง จะปลุกให้กลุ่มอื่น ๆ ออกมาเคลื่อนไหวกดดันพรรคเพื่อไทย และเชื่อว่าจะทำให้เส้นทางของพรรคเพื่อไทย ต่อการเป็นรัฐบาลไม่ราบรื่นอย่างแน่นอน   ปัญหาของเรื่องนี้อยู่ที่การไม่รักษาคำพูด และต้องการที่จะเอาอำนาจนั้นมาอยู่กับตัวเอง ทั้งที่ในเวทีหาเสียงก่อนเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ก็ประกาศชัดเจนไม่เอา พลังประชารัฐ ไม่เอา  รวมไทยสร้างชาติ  ประกาศที่จะสู้กับ ภูมิใจไทย   จนกลายเป็นที่มาของคำว่า “ไล่หนู ตีงูเห่า”

พรรคเพื่อไทย ไม่ควรที่จะทำให้ทุกฝ่ายลุกฮือ ด้วยการที่จะไปดึงพรรคการเมืองที่อยู่คนละขั้ว ให้เข้ามาสนับสนุนเพียงเพราะต้องการที่จะเป็นรัฐบาลให้ได้  เวทีการหารือกับทั้ง 3 พรรค ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ไม่มีความจำเป็นเลย เพราะพรรคการเมืองเหล่านี้ ต่างก็ประกาศจุดยืนอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วว่าไม่เอาพรรคก้าวไกล แต่การที่เพื่อไทย ไปเปิดวงเจรจาเป็นการแสดงให้เห็นว่าเพื่อไทย ต้องการที่จะเป็นรัฐบาลให้ได้ ทำทุกวิถีทาง ทั้งที่ก่อนหน้านี้  นายเศรษฐา ทวีสิน , น.ส.แพทองธาร ชินวัตร , นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เคยประกาศไว้แล้วว่า จะไม่ร่วมกับทั้งสองพรรค 

“เวลาที่คุณต้องการได้คะแนนเสียงประชาชน คุณประกาศจุดยืนเสียงดังฟังชัด ได้ยินกันทั่ว ประจักษ์ชัด การพูดใดแล้วไม่ทำตาม เป็นคนก็เสียคน เป็นหมาก็เสียหมา  การได้อำนาจต้องตรงไป ตรงมากับประชาชน “

เขา กล่าวว่า  สิ่งที่พรรคเพื่อไทย ชวนพรรคการเมือง ทั้งพลังประชารัฐ , รวมไทยสร้างชาติ , ภูมิใจไทย  มาหารือ แล้วอธิบายกับสังคมว่าไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ฟังอย่างไรก็ไม่ขึ้น เหมือนพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ชาย  แล้วพาผู้หญิงเข้าโรงแรม และบอกกับสังคมชวนมาปรึกษาหารือกัน  ความเป็นพรรคคือการที่ต้องเคารพประชาชน  มีเกียรติ มีสัจจะ ที่ต้องรักษาไว้  ขอเตือนว่า หากพรรคเพื่อไทย คิดว่าใช้วิธิการนี้ จัดตั้งรัฐบาลได้  แต่ในการบริหารจะไม่ราบรื่น ทุกวันนี้คนตื่นรู้ทางการเมือง คงไม่ยอมให้พรรคการเมืองที่เอาคะแนนเสียงไป ใช้วิธิการแบบนี้เพียงเพื่อต้องการขึ้นสู่อำนาจ 

“วันอังคารนี้คุณเศรษฐา กำลังเจอการตรวจสอบครั้งใหญ่จากคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์   ก็หวังจะหาเหตุผลมาหักล้าง แต่ผมขอเตือนไว้ก่อนว่า เพื่อไทย อย่ามั่นใจว่าทุกอย่างจะราบรื่น คนที่อยู่นอกประเทศ จะยังไม่ได้กลับ ส่วนคนที่อยู่ในประเทศ อาจจะถูกไล่ให้ไปอยู่ต่างประเทศ” นายจตุพร ระบุ   

(คลิป) อารมณ์ดี ‘ลุงตู่’ อวยพรให้ตั้งรัฐบาลได้ ด้าน พท. เดินหน้าหาเสียงเพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554373

24 ก.ค. 2566

(คลิป) อารมณ์ดี 'ลุงตู่' อวยพรให้ตั้งรัฐบาลได้ ด้าน พท. เดินหน้าหาเสียงเพิ่ม

‘ลุงตู่’ อารมณ์ดี อวยพรอยากให้การจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อย ชี้การเมืองให้เป็นเรื่องของสภา ในขณะที่ 8 พรรคร่วมยังตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ก่อนพรรคก้าวไกลส่งไม้ต่อเพื่อไทยเป็นแกนนำ และเดินเกมเชิญพรรคตรงข้ามหารือ

การจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคร่วม ที่ตอนนี้พรรค ก้าวไกล ส่งไม้ต่อให้พรรคอันดับ 2 อย่างเพื่อไทยเป็นแกนนำจัด ตั้งรัฐบาล ที่เพื่อไทยกำลังเดินหน้าคุยกับพรรคการเมืองอื่นทั้งภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ โดยทั้ง 4 พรรคยื่นคำตอบมีก้าวไกล ไม่มีเรา เรียกว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเรียบร้อยหรือไม่นั้นต้องดูการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งที่ 3 ในวันที่ 27 ก.ค. ซึ่งก็ต้องมาจับตาดูว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะออกมาในสูตรไหน จะยังมีก้าวไกลหรือไม่ ต้องรอท่าทีเพื่อไทยเข้าหารือก้าวไกลในวันที่ 25 ก.ค. ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางเข้าปฏิบัติงานในทำเนียบรัฐบาลอย่าง อารมณ์ดี อวยพรอยากให้การจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อย ขอทุกคนดูแลบ้านเมืองให้อยู่ในความสงบ ทุกอย่างกำลังฟื้นตัว ชี้การเมืองปล่อยให้เป็นเรื่องของสภา

‘สว.วันชัย’ แนะ เลื่อนวัน ‘โหวตนายกรอบ3′ หาก ‘เพื่อไทย’ ไม่พร้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554370

24 ก.ค. 2566

‘สว.วันชัย’ แนะ เลื่อนวัน ‘โหวตนายกรอบ3' หาก 'เพื่อไทย' ไม่พร้อม

‘สว.วันชัย‘ แนะ เลื่อนวัน ‘โหวตนายกรอบ3’ หากพรรคแกนนำ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ไม่พร้อม สว. ส่วนใหญ่ไม่ขัดข้อง ย้ำจุดยืนไม่เปลี่ยนหนุนพรรครวมเสียงข้างมากเป็นนายกฯ ชี้เป็นฝ่ายค้านมีประโยชน์มากทำให้บ้านเมืองโปร่งใส

การเมืองไทยฝุ่นตลบ เมื่อขั้วอำนาจเก่า ชิงธงนำประกาศจุดยืน #มีก้าวไกลไม่มีเรา ทำให้พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตกที่นั่งลำบาก ครั้นจะสลัดพรรคก้าวไกลพ้น 8 พรรคร่วม MOU เสี่ยงเจอกลุ่มทะลุวังถล่มอีกรอบ ครั้นจะหวังเสียงจากวุฒิสมาชิก หรือ สว.ก็ไม่มั่นใจ ในการ ‘โหวตนายกรอบ3’ ในวันที่ 27 ก.ค. 2566 นี้ จะได้เสียงเกิน 376 หรือไม่ นั้น

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือ เลขานุการวิปวุฒิสภา เปิดเผยว่าสว.ยังไม่ได้รับการประสานงานอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทย ที่มอบหมาย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นคณะพูดคุยกับสว. แต่เชื่อว่าจะมีการประสานงานแบบส่วนตัว หรือเป็นกลุ่ม เพื่อขอการสนับสนุน เพราะพรรคเพื่อไทยก็รู้จักกับ สว. ผ่านการทำงานการเมืองอยู่บ้าง และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย จะรับทราบผลการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 ก.ค. และ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดยืนของ สว. แล้ว และจะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจต่อไป

จุดยืนหนุนเสียงข้างมากเป็นนายกฯ

ส่วนจุดยืนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภา วันที่ 27 ก.ค.นี้ จะยังคงลงมติให้ความเห็นชอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายวันชัย ย้ำว่า พรรคใดที่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรได้ ตนก็พร้อมจะลงมติสนับสนุนให้ เพราะจุดยืนของตนเองไม่เคยเปลี่ยนแปลง

หนุนเลื่อนโหวตนายกรอบ3

นายวันชัย กล่าวถึงกรณีที่มีความเห็น ให้เลื่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 3 ในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ออกไปก่อน ว่า หากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีความพร้อม และประเมินได้ว่าสามารถรวบรวมเสียงรัฐสภาได้เกิน 375 เสียง ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนการประชุมออกไป เป็นเพียงพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยังไม่มั่นใจ ก็สามารถขอเลื่อนออกไปก่อนได้ เพราะหากมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแล้ว รัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบจะเสียภาพลักษณ์ และประชาชนก็จะไม่มีความเชื่อมั่น

พร้อมยอมรับด้วยว่า กรรมาธิการบางคณะของวุฒิสภา ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะในคณะกรรมาธิการการเมืองของวุฒิสภา ที่เห็นว่าหากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีความพร้อม ก็สามารถประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้ทันที แต่หากไม่พร้อมและต้องการจะเลื่อน สว.ก็ไม่ขัดข้อง

เชียร์จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ 

ส่วนกรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็น ให้วุฒิสภาชุดนี้หมดวาระแล้วจึงค่อยเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น นายวันชัย เห็นว่า เป็นเพียงการเสียดสี หรือประชดประชันที่เกิดขึ้น แต่บ้านเมืองไม่สามารถรอได้ และเชื่อว่า ความสามารถของพรรคเพื่อไทย น่าจะสามารถประสานเสียงทุกภาคส่วนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ และสว. ก็มีความหวังที่จะเห็นรัฐบาลจัดตั้งสำเร็จ และไม่ต้องการเป็นตัวถ่วงทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า

ชี้หน้าที่ฝ่ายค้านทำให้บ้านเมืองโปร่งใส

นายวันชัย กล่าวถึงกรณีที่หากพรรคก้าวไกลต้องไปเป็นฝ่ายค้าน จะทำให้เกิดการชุมนุมทางการเมืองขึ้นอีกหรือไม่ว่า ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่รัฐบาลจะต้องจัดการบริหารบ้านเมืองให้ปกติให้ได้

“ฝ่ายที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จะต้องไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งก็สามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ มีส่วนช่วยในการบริหารบ้านเมือง ให้เรียบร้อย โปร่งใส” นายวันชัย ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ ‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน’ มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ขาดเสนอชื่อ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกรอบได้หรือไม่ พร้อมขอให้ออกมาตรการชะลอ ‘โหวตนายกรอบ3’ ออกไปก่อน

‘ชลน่าน’ เผยยังไม่ได้ข้อสรุปหลังหารือ สว. โยน ‘วันนอร์’ เคาะวันโหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554367

24 ก.ค. 2566

'ชลน่าน' เผยยังไม่ได้ข้อสรุปหลังหารือ สว. โยน 'วันนอร์' เคาะวันโหวตนายกฯ

‘ชลน่าน’ แย้มยังไม่ได้ข้อสรุปหลังเจรจา สว. ยังคงเดินหน้าหารือต่อไป พร้อมโยน ‘ประธานสภาฯ’ พิจารณาเลื่อนวันโหวตนายกฯ

วันที่ 24 ก.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับแกนนำพรรคว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปการหารือร่วมกับสมาชิกวุฒิสภา ให้สนับสนุนเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 ก.ค.นี้ เนื่องจากเป็นการหารือรายบุคคล หลังจากนี้คงเดินหน้าพูดคุยต่อไป 

เมื่อถามว่า จะติดปัญหาเรื่องกรอบเวลาหรือไม่เพราะพรุ่งนี้ (25 ก.ค.) จะต้องประชุมร่วมกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว นพ.ชลน่าน เผยว่า ไม่เป็นปัญหา จะนำผลที่คุยเบื้องต้นแจ้งต่อที่ประชุมเท่านั้น 

ส่วนกรณีการเสนอเลื่อนประชุมรัฐสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ออกไปก่อน นพ.ชลน่านกล่าวว่าเบื้องต้นได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภาว่าขอเลื่อนการประชุม 3 ฝ่ายออก ไปเป็นวันที่ 26 ก.ค. ส่วนจะเสนอเลื่อนประชุมออกไปหรือไม่ ตามขั้นตอนประธานรัฐสภาต้องแจ้งกับสมาชิกล่วงหน้า 3 วัน เว้นแต่เป็นกรณีเร่งด่วนสามารถ แจ้งเลื่อนล่วงหน้าได้ภายใน 1 วัน แต่ก็ยังตอบไม่ได้ว่า ยังจะเสนอเลื่อนการประชุมได้อีกหรือไม่ทุกอย่างเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา หากพิจารณาแล้วสถานการณ์ไม่เหมาะ ไม่ควร ก็อาจจะมีข้อพิจารณา 

มติที่ประชุม สส.ก้าวไกล ประกาศไม่เอาพรรค 2 ลุง ต้นเหตุ ‘รัฐประหาร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554359

24 ก.ค. 2566

มติที่ประชุม สส.ก้าวไกล ประกาศไม่เอาพรรค 2 ลุง ต้นเหตุ 'รัฐประหาร'

สส.พรรคก้าวไกล มีมติไม่ร่วมรัฐบาล รทสช.-พปชร. ลั่น ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ หัวหอกหลักยึดอำนาจ ทำรัฐประหาร เผย ‘เลือกตั้ง66’ ปชช. ชี้ชัดต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล

ในที่ประชุม สส.พรรคก้าวไกล มีข้อสรุปว่า จับไม่ร่วมรัฐบาล ที่มีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” (รทสช.) ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

1.เป็นที่แน่ชัดว่าพรรคพลังประชารัฐมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และพรรครวมไทยสร้างชาติมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งสองเป็นหัวหอกหลักในการยึดอำนาจทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซ้ำยังมีกระบวนการสืบทอดอำนาจตนเองผ่านรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วยกลไกและองค์กรสถาบันทางการเมืองต่างๆ จนถึงปัจจุบัน

2.พรรคก้าวไกลมีจุดยืนชัดเจนต่อประเด็นการสืบทอดอำนาจ และประกาศตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2565 ว่า จะไม่จับมือกับพรรคการเมืองที่สืบทอดอำนาจ และได้ประกาศย้ำต่อประชาชนในทุกรายการ ทุกเวทีหาเสียงเลือกตั้ง

3.ผลการเลือกตั้งเมื่อ 14 พฤษภาคม เป็นการประกาศเจตจำนงของประชาชนที่ชัดเจนว่า ต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ด้วยการลงคะแนนเสียงเลือกพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยจนชนะเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 เมื่อรวมกันได้ 8 พรรคการเมืองที่มีแนวทางยุติการสืบทอดอำนาจ ได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรถึง 312 จาก 500 ที่นั่ง และมีคะแนนดิบสูงถึง 27 ล้านเสียง ไม่มีอะไรชัดเจนไปกว่านี้ว่าประชาชนต้องการพลิกขั้วเปลี่ยนข้างรัฐบาล ดังนั้น เป้าหมายสูงสุดของเราในฐานะพรรคอันดับ 1 คือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้สำเร็จเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเดิม

4.แม้กลไก สว. ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.จะสกัดขัดขวาง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ทำให้พรรคก้าวไกลไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่เรายืนยันว่าสิ่งสำคัญในวันนี้ ไม่ใช่พิธาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือก้าวไกลเป็นรัฐบาล แต่คือการจัดตั้งรัฐบาลที่ประกอบด้วย 8 พรรคตามมติประชาชน พรรคก้าวไกลจึงเปิดทางให้พรรคอันดับสองคือพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เดินหน้าหาเสียงสนับสนุนตามที่ปรากฎเป็นข่าว

5.แม้การจัดตั้งรัฐบาลให้ได้โดยเร็วที่สุด จะมีความสำคัญต่อการเดินหน้าแก้ไขปัญหาของประชาชน แต่เราเห็นว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน ซึ่งสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้ง จะนำไปสู่วิกฤติศรัทธาของประชาชนต่อระบอบประชาธิปไตย จนอาจยากต่อการเรียกกลับคืน

6.พรรคก้าวไกล จึงขอยืนยันสัจจะที่ให้ต่อประชาชน เราไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่สืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคร่วมไทยสร้างชาติ และจะพยายามอย่างถึงที่สุดในการผนึก 8 พรรคการเมืองที่สะท้อนเสียงของประชาชนกว่า 27 ล้านเสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน พาประเทศไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย อันมีอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

สส.พรรคก้าวไกลประชุมสส.พรรคก้าวไกลประชุม

ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติปมยื่นชื่อ พิธา ซ้ำไม่เป็นไปตามกม. ยื่นศาล รธน.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554364

24 ก.ค. 2566

ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติปมยื่นชื่อ พิธา ซ้ำไม่เป็นไปตามกม. ยื่นศาล รธน.

ผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลวินิจฉัย ปม กรณีเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ ซ้ำไม่ได้ ชี้ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่งศาลรธนใ วินิจฉัย

จากกรณีมีการร้องเรียนโดยสมาชิกรัฐสภาและประชาชนจำนวน 11 คำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญพุทธศักราช 2560 มาตรา 213 ในกรณีการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมาในเรื่องของการลงมติวินิจฉัยว่าการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายก

ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติปมยื่นชื่อ พิธา ซ้ำไม่เป็นไปตามกม. ยื่นศาล รธน.

รัฐมนตรีถือเป็นญัตติซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาพ.ศ 2563 ข้อ 4 1

โดยกำหนดว่าญัตติใดที่ตกไปแล้วห้ามนำยุติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกันเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนจึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น

ล่าสุด พ.ต.ท. กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้แถลงข่าวถึงผลการประชุมว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ประชุมปรึกษาหารือและเห็นชอบร่วมกัน โดยพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน โดยเห็นว่า รัฐสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นหนึ่งในสามของอำนาจอธิปไตย รัฐสภาจึงถือเป็นหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ หากการกระทำของรัฐสภาละเมิดสิทธิเสรีภาพ ย่อมถูกตรวจสอบได้โดยศาลรัฐธรรมนูญและการกระทำของ “รัฐสภา”

ในการลงมติวินิจฉัยว่าการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีถือเป็น “ญัตติ” ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 นั้น เป็นการนำข้อบังคับการประชุมไปทำให้กระบวนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้กำหนดเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไว้เป็นการเฉพาะแล้วตาม มาตรา 159 ประกอบ มาตรา 272 การกระทำของรัฐสภาดังกล่าวจึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
การกระทำของรัฐสภาในการลงมติวินิจฉัยดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ร้องเรียนโดยตรง 

โดยผู้ร้องเรียนเป็นสมาชิกรัฐสภาและประชาชนผู้ทรงสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ตามหมวด 3 ว่าสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย หากการกระทำของรัฐสภาดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ การกระทำดังกล่าวย่อมเป็นอันใช้ไม่ได้ และมีผลเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน นอกจากนี้ ปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการกระทำของรัฐสภาดังกล่าวยังคงมีอยู่และมิได้รับการวินิจฉัยให้เป็นที่ยุติย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนทั่วไป ซึ่งอยู่ภายใต้การใช้อำนาจของรัฐโดยรัฐสภา ผู้ร้องเรียนรวมถึงประชาชนทั่วไปจึงได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้

คำร้องเรียนส่วนหนึ่ง ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุติการเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีข้อวินิจฉัยในเรื่องนี้ออกมา ซึ่งเป็นคำขอเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อน
การวินิจฉัย ซึ่ง ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากแก่การเยียวยาในภายหลัง และเป็นคำขอที่อยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ จึงได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รัฐสภารอการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญมีข้อวินิจฉัยในเรื่องนี้ออกมา 

ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช  2560 ประกอบ มาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา
ของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 ทั้งนี้การยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะกระทำภายใน 1-2 วันหลังจากนี้

‘ชลน่าน’ แบะท่าเลื่อน ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ ขอ ‘ประธานรัฐสภา’ ฟันธง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554362

24 ก.ค. 2566

'ชลน่าน'    แบะท่าเลื่อน  'โหวตนายกรัฐมนตรี' ขอ 'ประธานรัฐสภา' ฟันธง

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชลน่าน ศรีแก้ว มองประเด็นการเลื่อนประชุมรัฐสภา โดยมีเรื่องสำคัญคือ “โหวตนายกรัฐมนตรี” เป็นอำนาจในการชี้ขาดที่ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา ด้านท่าทีของ สว. สุรเดช จิรัติเจริญ ที่เคยโหวตให้กับ พิธา” ยืนยันพร้อมโหวตซ้ำ ให้กับพรรคเสียงข้างมาก

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  ความเป็นไปได้ ต่อการส่วนการเสนอเลื่อนประชุมรัฐสภาในวันพฤหัสที่ 27 ก.ค. นี้ ออกไปก่อน  โดยมีวาระสำคัญคือการ  “โหวตนายกรัฐมนตรี”   ข้อมูลที่ได้รับในขณะนี้   ได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภาว่าขอเลื่อนการประชุม 3 ฝ่าย จากวันที่ 25 
เลื่อนไปเป็นวันที่ 26 ก.ค.    ส่วนความเป็นไปได้ที่จะเลื่อนการประชุมรัฐสภา คือเลื่อนจากกำหนดเดิมวันที่ 27  ก.ค. ตามขั้นตอนประธานรัฐสภาต้องแจ้งกับสมาชิกล่วงหน้า 3 วัน เว้นแต่เป็นกรณีเร่งด่วนสามารถ แจ้งเลื่อนล่วงหน้าได้ภายใน 1 วัน ทุกอย่างเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา หากพิจารณาแล้วสถานการณ์มีเหตุที่สมควร ก็อาจจะมีข้อตัดสินใจดังกล่าว 


นายสุรเดช จิรัติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา  ( สว. )ที่เคยโหวตเลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ติดต่อมาพูดคุย ส่วนกระแสข่าวว่าจะเลื่อนวันประชุมรัฐสภาออกไปยังไม่ทราบ   จุดยืนการ  “โหวตนายกรัฐมนตรี” ยังคงเหมือนเดิม   คือให้เสียงกับพรรคที่รวบรวมเสียงข้างมาก