สว.สมชาย ห่วงงานแต่ง ‘เพื่อไทย ‘ล่ม แนะเจ้าบ่าวขอเลื่อน ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554316

24 ก.ค. 2566

สว.สมชาย ห่วงงานแต่ง 'เพื่อไทย 'ล่ม แนะเจ้าบ่าวขอเลื่อน 'โหวตนายกรัฐมนตรี'

สว.สมชาย แสวงการ หนึ่งในหัวหอกที่ต้านพรรค “ก้าวไกล” เสนอไปถึงพรรค “เพื่อไทย”  ที่ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เปรียบการโหวตนายกรัฐมนตรี เป็นเหมือนงานแต่ง สว. เป็นเพียงแขกรับเชิญ แนะให้พรรคที่มีเสียงเป็นอันดับสอง ไปคุยกันให้ลงตัวก่อนว่าจะแต่งกับใคร

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(  สว. ) เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือ วิปวุฒิสภา  เปิดเผยว่า  ความเคลื่อนไหวที่มาจากทางพรรค “เพื่อไทย” ที่กำลังเจรจาขอเสียงสนับสนุนจากสว. รองรับการ “โหวตนายกรัฐมนตรี”  ซึ่งประธานรัฐสภากำหนดการประชุมรัฐสภา ไว้ในวันพฤหัสที่ 27  ก.ค.  เพื่อลงมติ จากสถานการณ์ในขณะนี้ที่พรรคเพื่อไทย ยังไม่สามารถหาความลงตัวต่อการเจรจาขอเสียงจากพรรคการเมือง  หรือ สส.  จึงเห็นว่าในเมื่อฝ่ายการเมือง คือพรรคเพื่อไทย ในเมื่อยังไม่พร้อมในเรื่องนี้  ก็ควรทำเรื่องเสนอเลื่อนการประชุมรัฐสภาออกไปก่อน โดยเห็นว่าช่วงต้นเดือนส.ค. น่าจะเหมาะสม 

การที่พรรค “เพื่อไทย” แสดงความจำนงว่าต้องการที่จะขอเสียงจากสว.   เห็นว่าพรรคเพื่อไทย ไม่จำเป็นต้องติดต่อมา   เพราะหากเปรียบเทียบการจัดต้ั้งรัฐบาลเป็นเหมือนงานมงคลสมรส ( งานแต่ง) สว.เป็นเพียงแขกรับเชิญ ดังนั้นจึงขอให้เจ้าบ่าวซึ่งก็คือ พรรคเพื่อไทย ไปตกลงให้ได้ว่า จะแต่งงานกับใคร 
“กรณีที่หลายพรรคการเมือง ตั้งเงื่อนไขรัฐบาลจะต้องไม่มีพรรคก้าวไกล และยังอาจต้องอาศัยเสียงจาก สว.ด้วย  หวังว่าพรรคการเมืองจะไม่ใช้เสียงสว. เพราะ สว.ไม่อยากเป็นผู้ที่ไปโหวตคว่ำ และในท้ายที่สุดสว.กลายเป็นแพะ เหมือนเจ้าบ่าวไม่เป็นสุภาพบุรุษ ไม่พร้อมแต่งงานกับเจ้าสาวที่ชื่อพรรคก้าวไกลแล้ว เจ้าบ่าวเพื่อไทยกลับมาให้ สว.บอกเลิกแทน ดังนั้น จึงเสนอว่า หากพรรคเพื่อไทย ไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งแต่ง ควรไปตกลงกันให้เรียบร้อยก่อน”  นายสมชาย ระบุ 

‘พิธา’ พลิกเกม ‘นายกฯนอกสภา’ เกาะติดพื้นที่ ทำงานรับใช้ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554309

23 ก.ค. 2566

‘พิธา’ พลิกเกม ‘นายกฯนอกสภา’ เกาะติดพื้นที่ ทำงานรับใช้ประชาชน

‘พิธา’ ลุยเมืองจันทน์เปิดเวทีหาแนวทางแก้ปัญหาภัยแล้ง-ที่ดิน-ราคาผลไม้ เดินหน้าทำงานต่อไม่รอแล้วนะ ลั่น ขอเป็น ‘พิธา พบประชาชน’ เกาะติดพื้นที่ เป็นลมใต้ปีกสส. รับใช้ประชาชน-รอลุ้นกลับเข้าสภาอีกครั้ง เชื่อมั่น 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ไม่ทำประชาชนผิดหวัง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังคงเดินสายพบปะและขอบคุณประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้(23 ก.ค.) อยู่ที่ จ.จันทบุรี เปิดเวทีพบปะขอบคุณประชาชนทั้งที่ อ.โป่งน้ำร้อน อ.เมืองจันทบุรี และเปิดเวทีรับฟังปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนที่ อ.แก่งหางแมว โดยมีประชาชนมารอพบ นายพิธาอย่างเนืองแน่น พร้อมส่งเสียงให้กำลังใจในทุกพื้นที่ที่เดินทางไป

ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายพิธา กล่าวว่า แม้ตลอดเดือนที่ผ่านมาการเมืองจะยังไม่มีความชัดเจน แต่ปัญหาของประชาชนรอไม่ได้ ตนเองขอยืนยันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตนเองและพรรคก้าวไกลไม่ถอยแน่นอน แม้ไม่ให้ตนเองเข้าสภาฯ หรือทำเนียบรัฐบาล ตนเองก็จะทำงานอยู่กับประชาชนแบบวันนี้ ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นที่น่าเสียดายที่ตนเองและพรรคก้าวไกลยังไม่มีโอกาสเข้าไปแก้ปัญหาให้ชาวจันทบุรีทุกคน

โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง ที่กำลังจะส่งผลกระทบถึงพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนลำไย ทุเรียน มังคุด ฯลฯ แต่แม้ไม่มีอำนาจรัฐ ตนก็จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน ให้กับชาวจันทบุรีกว่า 140,000 คนที่มอบความไว้วางใจให้พรรคก้าวไกล จะให้ตนเองหันหลังให้ประชาชนคงไม่ได้

นายพิธา กล่าวต่อว่า จะเดือนหน้า ปีหน้า หรือปีต่อๆ ไป ตนเองยังคงหาทางแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาประมง ราคาผลไม้ ที่ดิน การค้าชายแดน ช้างป่า ฯลฯ ให้พี่น้องชาวจันทบุรีให้ได้ และมาถึงภาคตะวันออก มาถึงจันทบุรีวันนี้ก็ต้องพูดถึงทุเรียน ซึ่งวันนี้จะส่งออกไปประเทศจีนอย่างเดียวคงไม่พอแล้ว ต้องส่งออกไปสิงคโปร์ ไต้หวัน สเปน และฝั่งยุโรปให้มากขึ้น ชาวจันทบุรีจะได้ลืมตาอ้าปากได้

‘พิธา’ พลิกเกม ‘นายกฯนอกสภา’ เกาะติดพื้นที่ ทำงานรับใช้ประชาชน
‘พิธา’ พลิกเกม ‘นายกฯนอกสภา’ เกาะติดพื้นที่ ทำงานรับใช้ประชาชน

นายพิธา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน หรือผลไม้อื่นๆ เราต้องแก้ปัญหาทั้งด้านอุปทานและอุปสงค์ ในฝั่งของรายรับ เราต้องสร้างมูลค่าสินค้าการเกษตร หนึ่งในนั้นคือเรื่องสุราก้าวหน้า ราคาผลไม้ถูกลงเมื่อไรก็เอามาทำเป็นเหล้า ถ้าแพงก็ส่งออกต่างประเทศ ส่วนฝั่งของรายจ่าย ทั้งราคาปุ๋ย น้ำ ค่าเช่าที่ดิน นี่คือโจทย์ที่ต้องแก้ให้ได้ในอนาคต เช่น จันทบุรี-ตราด เป็นพื้นที่ที่ฝนตกเยอะที่สุดในประเทศไทย แต่ระบบชลประทานครอบคลุมเพียงแค่ 10% นั่นแปลว่าต่อให้สินค้าการเกษตรราคาสูง แต่ต้นทุนน้ำก็สูงตามไปด้วย

นายพิธา กล่าวต่อไปว่า วันนี้ความหวังยังมีอยู่ พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรคยังคงเดินหน้า แม้ตนเองจะไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกต่อไป แต่ทั้ง 8 พรรคยังคงเดินหน้า และตนเองเชื่อว่าแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง เมื่อจัดตั้งสำเร็จเมื่อไร ปัญหาภัยแล้ง น้ำประปา ที่ดิน ช้างป่า จะได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลที่ประชาชนเลือกและให้ความหวังไว้แน่นอน

“ระหว่างรอกลับเข้าสภาอีกครั้ง ผมขอเกาะติดพื้นที่ ขอให้เป็นพิธา พบประชาชนไปทั่วประเทศ และขอให้ความชอบธรรม ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ต่างๆ ที่ผมมี ผมขอปวารณาตนให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขอเป็นลมใต้ปีกให้กับ สส.เก่า และ สส.ใหม่ รับใช้จ.จันทบุรีที่ผมรัก ให้ 3 สส.รับใช้ประชาชนที่ผมรัก รับใช้คนรุ่นใหม่ที่ผมรัก รับใช้คนรุ่นใหญ่ที่ผมรักด้วยเช่นกัน”นายพิธากล่าว

จากนั้น นายพิธา ได้ถ่ายรูป จับมือรับกำลังใจจากประชาชนที่มาให้กำลังใจ แม้ฝนจะตกตลอดทั้งวันก็ตาม

‘พิธา’ พลิกเกม ‘นายกฯนอกสภา’ เกาะติดพื้นที่ ทำงานรับใช้ประชาชน
‘พิธา’ พลิกเกม ‘นายกฯนอกสภา’ เกาะติดพื้นที่ ทำงานรับใช้ประชาชน

มีก้าวไกลไม่มีเรา ‘พลังประชารัฐ’ แถลงจุดยืน ไม่ร่วมรัฐบาล แก้ มาตรา 112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554308

23 ก.ค. 2566

มีก้าวไกลไม่มีเรา ‘พลังประชารัฐ’ แถลงจุดยืน ไม่ร่วมรัฐบาล แก้ มาตรา 112

สันติ-ธรรมนัส นำทีม ‘พลังประชารัฐ’ แถลงผลหารือเพื่อไทย ร่วมหาทางออกแก้วิกฤติประเทศ ย้ำจุดยืนไม่หนุน ‘ก้าวไกล’ มีนโยบายแก้ มาตรา 112 ย้ำ เป็นเรื่องที่พรรครับไม่ได้

ที่พรรคพลังประชารัฐ เมื่อเวลา18.00 น. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ,ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พปชร. และ นายไผ่ ลิคก์ สส.กำแพงเพชร พปชร. ร่วมแถลงข่าวภายหลังได้รับเชิญจากพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคพลังประชารัฐ มีจุดยืนอย่างชัดเจนในการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้

โดยนายสันติ กล่าวว่า ขณะนี้มีความจำเป็นต้องแก้ปัญหาบ้านเมือง นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งมา 2 เดือนกว่ายังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ทำให้มีอุปสรรค ต่อการบริหารบ้านเมือง และประเทศ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาหลายด้านตามมา ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงต่างๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสเสนอจุดยืนของพรรค

ทั้งนี้ขอขอบคุณพรรคเพื่อไทย ที่ได้ร่วมหารือถึงแนวทางของพรรค ซึ่งพรรคยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพื่อให้ชาติมีความมั่นคง ประชาชนกินดีอยู่ดี เดินหน้าไปตามหลักประชาธิปไตย

มีก้าวไกลไม่มีเรา ‘พลังประชารัฐ’ แถลงจุดยืน ไม่ร่วมรัฐบาล แก้ มาตรา 112

พรรคมีเจตจำนงแน่วแน่ ที่จะไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีแนวคิดแก้ไข มาตรา 112 ได้มีการยืนยันกับพรรคเพื่อไทยว่า เป็นหลักสำคัญ ที่เราจะปฎิเสธหากมีพรรคก้าวไกลที่มีนโยบายและมีแนวคิด แก้ ม. 112 เป็นเรื่องที่พรรค รับไม่ได้

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า พลังประชารัฐ มีนโยบาย และอุดมการณ์ ไม่เหมือนบางพรรค หากได้ร่วมรัฐบาล ก็มองเห็นว่าจะเป็นปัญหา ซึ่งหากต้องร่วมงานบางพรรคที่มีอุดมการณ์ แตกต่างกันเราไม่ร่วมด้วย ซึ่งหลักการของพรรคชัดเจน ที่ให้ความสำคัญ ในจุดยืนของพรรค คือ ก้าวข้าม ความขัดแย้ง โดยมีเงื่อนไขใดบ้าง ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรค ได้วางหลักการอย่างชัดเจนไว้แล้ว และพรรคจะไม่เสนอพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หากเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่ำกว่า 250 เสียง หรือกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา  และประธานประสานงาน สส.พรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และประธานประสานงาน สส.พรรคพลังประชารัฐ

‘วราวุธ’ ย้ำจุดยืนหลังคุย ‘เพื่อไทย’ ไม่ร่วมงานพรรคมีทัศนคติแก้ 112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554303

23 ก.ค. 2566

'วราวุธ' ย้ำจุดยืนหลังคุย 'เพื่อไทย' ไม่ร่วมงานพรรคมีทัศนคติแก้ 112

‘วราวุธ’ แถลงย้ำจุดยืนหลังคุย ‘เพื่อไทย’ เผยแตะ ม.112 ไม่ร่วมงานพรรคที่มีทัศนคติแก้ 112 พร้อมโหวตให้หากไม่มี ‘ก้าวไกล’

ภายหลังการหารือกับพรรคเพื่อไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ย้ำจุดยืนเดิมตั้งแต่มีการก่อตั้งพรรค ก่อนที่จะทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะมิติใด แนวทางและนโยบายต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ การทำงานเพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ สถาบันอันเป็นที่รักของประชาชนคนไทยทุกคน ดังนั้นเราไม่แตะต้อง ไม่แก้ไข ไม่ยกเลิก ม.112 ซึ่งหากพรรคที่มีทัศนคติเชิงบวก ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ แต่หากมีแนวคิดต่างกัน ก็แยกย้ายกันทำงาน

นายวราวุธ ยืนยัน วันนี้ไม่ได้คุยเรื่องจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเรื่องการแนวทาง หาทางออกและแก้ไขวิกฤติให้กับประเทศ ซึ่งเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาทำงานด้วยกันมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรค มีทิศทางที่คล้ายกัน พูดคุยกันได้ พร้อมยกมือสนับสนุนให้พรรคที่มีแนวทางตรงกัน

ส่วนหากพรรคก้าวไกลลดเพดาน ม. 112 ตนก็เคยพูดไปแล้ว หากมีทัศนคติพวกนี้ เราไม่เข้าร่วม 

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล หากไม่มีพรรคก้าวไกล พร้อมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีมห้พรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายวราวุธ ระบุว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง 

จากกระแสพรรคเพื่อไทยหารือกับหลายพรรค เพื่อผลักดันพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน นายวราวุธ กล่าวว่า การทำงานร่วมกันจะต้องมีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกันหากมีพรรคที่มีแนวคิดไม่ตรงกันก็คงไปไม่รอด นี่คือสาเหตุที่เราไม่เคยออกจากจุดยืน และเคยพูดไปแล้วว่า พร้อมเป็นฝ่ายค้าน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายวราวุธสวมเข็มขัดสีแดง จึงถามว่า ตั้งใจใส่เข็มขัดแดงมาเลยหรือเปล่า นายวราวุธ ตอบว่า เราชอบใส่ปกติอยู่แล้ว ใส่มานานแล้ว และยังบอกด้วยว่า ได้ชิมเมนู ช็อคมิ้นต์แล้ว อร่อยดีต่อใจ แต่ไม่ดีต่อสุขภาพเพราะทั้งหวานและมัน ต้องชม เพราะทราบมาว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย เป็นคนคิดสูตรนี้ขึ้นมา แนะนำว่าเมื่อกินแล้วต้องไปวิ่งออกกำลังกายต่อ

‘เพื่อไทย’ แถลง หารือพรรคอื่น ยังไม่ถึง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ลั่นไม่ลืมคำพูด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554304

23 ก.ค. 2566

‘เพื่อไทย’ แถลง หารือพรรคอื่น ยังไม่ถึง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ลั่นไม่ลืมคำพูด

‘ชลน่าน’ แถลงเชิญพรรคการเมืองคุย ยังไม่ถึง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ลั่นทำตามมติ 8 พรรคร่วมฯ สวนกลับ ‘พิธา’ เพื่อไทยไม่มีลับลมคมในกับเพื่อน ลั่นไม่ลืมคำพูดตัวเองลาออกหากจับมือพรรค 2 ลุง ขณะที่กลุ่มทะลุวัง ป่วน สาดแป้ง-เทมินต์ช็อก ทำวงแถลง ‘พปชร.’ แตกกระเจิง

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกันแถลงข่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หลังจากพรรคเพื่อไทยได้รับมอบภารกิจจากพรรคก้าวไกลและ 8 พรรคร่วมในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหาเสียงผู้สนับสนุนจากรัฐสภาเพิ่มทั้ง สส. และสว.

ขณะนี้พรรคเพื่อไทยมีคณะทำงานในการหาเสียง สว. และพรรคการเมืองอื่นที่มี สส.ซึ่งการพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ และข้อมูลเรื่องจุดยืนแต่ละพรรคจากสื่อ ถือเป็นข้อมูลนำเข้าที่เราต้องนำมารพิจารณาสอบถามมาพูดคุยข้อเท็จจริงระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค ต้องขอบคุณพรรคชาติไทยพัฒนา ที่นำโดยนายวราวุธ ที่ให้เกียรติกับพรรคเพื่อไทยอย่างยินดี และขอย้ำว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำคือ แนวทางที่ 8 พรรคร่วมได้มอบหมายภารกิจให้เรา ไม่ได้เป็นการเชิญมาเพื่อ‘จัดตั้งรัฐบาล’ แต่หารือว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ดำเนินการตรงนี้ภายใต้เงื่อนไของ 8 พรรคร่วมฯ ข้อพิจารณาทั้งหมด คำตอบที่เราได้จะเข้าสู่การพิจารณาของ 8 พรรคร่วมฯ เราจะนำสิ่งเหล่านี้ไปคุยกัน 8 พรรคร่วมฯ เห็นอย่างไร อยู่ตรงนั้นมากกว่า ไม่ใช่การผลัก

เมื่อถามถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะเอาอย่างไรกันแน่ เป็นการยืมปากให้พรรคอื่นๆ มาบีบให้พรรคก้าวไกลไม่อยู่ในสมการของการจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตอบได้ง่าย พรรคเพื่อไทยทำงานเปิดเผย ไม่มีลับลมคมในกับเพื่อนเรา เมื่อส่งมอบภารกิจให้เรา เราทำตามมติของ 8 พรรคร่วมฯ ฉะนั้น ทุกสิ่งที่พูดตรงนี้เป็นกระบวนการ ถ้าถามว่าพรรคเพื่อไทยเอาอย่างไรแน่ ก็ต้องหลังจากที่เราทำงานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ได้รับคำตอบจากพรรค และ สว.ตอบเราชัดเจน เราจะเอาความเห็นเหล่านี้เข้าสู่ 8 พรรคร่วมฯ คำตอบจะอยู่ตรงนั้น

‘เพื่อไทย’ แถลง หารือพรรคอื่น ยังไม่ถึง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ลั่นไม่ลืมคำพูด
‘เพื่อไทย’ แถลง หารือพรรคอื่น ยังไม่ถึง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ลั่นไม่ลืมคำพูด

เมื่อถามว่า มี สว.เสนอให้เลื่อนโหวตนายกฯไปก่อน เพราะอยากให้พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนก่อนว่าจะร่วมอยู่กับพรรคก้าวไกลต่อหรือไม่ และจึงค่อยมาโหวต นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การโหวตนายกฯเป็นการประชุมร่วมสภา มี 3 ฝ่าย ต้องหารือว่ามีความจำเป็นต้องเลื่อนหรือไม่ เหตุผลเลื่อนเพราะอะไร อยู่ตรงนั้นมากกว่า

เมื่อถามถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่าพรรคเพื่อไทยไม่ควรนำเอาพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐเข้ามาร่วม นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ความเห็นของสส.ในสื่อนั้นเป็นเสรีภาพของแต่ละคน เราเองไมได้ปิดกั้น ถ้าปิดกั้นไม่ออกมาแบบนี้แน่ ถามจะดำเนินการอย่างไร เราจะดูว่ามีผลกระทบอย่างไร ถ้าเป็นเชิงบวกก็ดี ถ้าลบก็ต้องมาพูดคุยกัน

อย่างไรก็ตาม เป้าหมาย 8 พรรคร่วมฯ อยู่ที่เสียงสมาชิกรัฐสภา 375 เสียง ถ้า 8 พรรคร่วมฯ ปัดตกข้อเสนอของ สส. และสว.ที่เรามาหารือ 8 พรรคร่วมก็จะกอดกัน โดยมีเสียงอย่างมาก 324 เสียงเป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณาร่วมกันว่าจะได้375 เสียงได้อย่างไรถ้า 8 พรรคร่วมยังอยู่แล้วได้ 375 เสียงก็จบ

เมื่อถามว่า น.ต.ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ออกมาระบุถึง นพ.ชลน่านเคยบอกจะออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หากไปร่วมกับพรรคสองลุง นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตนเองจำที่เคยพูดได้ตลอด ยิ่งขณะนี้เผยแพร่ในโซเชียลเยอะมากยิ่งจำได้ดี และเหตุการณ์ขณะนั้นคือเหตุการณ์จริง ไม่ปฏิเสธ แต่ถามว่าจะมีเหตุการณ์ข้างหน้า รอให้สถานการณ์จริงมันเกิด แล้วจะพิจารณาต่อ และจะตอบคำถามแน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีพรรคก้าวไกลตั้งข้อสังเกตพรรคเพื่อไทยทำข้ามขั้นตอนของ 8 พรรคร่วม นพ.ชลน่าน กล่าวว่าต้องถามว่าพรรคก้าวไกลที่พูดคือ พูดในนามอะไร ในนามสมาชิก หรือตัวแทน หรือในนามกรรมการบริหารที่เจรจาร่วมกับเรา มันมีก้าวไกลหลายมุม ต้องให้ชัดตรงนี้ เพราะเราเองชัดเจนว่าคณะเจรจาพรรคก้าวไกล ที่มีเลขาธิการพรรคและรองหัวหน้าพรรค ได้กำหนดแนวทางมา3ข้อ และการที่เราเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาไม่ได้พูดคุยจัดตั้งรัฐบาล เป็นเพียงการสอบถาม แนวคิดต่างๆ ในการที่จะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เป็นการทำงานคู่ขนานทั้ง สส.และสว. เพราะเวลามันน้อย

“อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม 8 พรรค มีการหยิบยกชื่อพรรคการเมืองต่างๆ เข้ามาพูดคุย เราก็เสนอกันในที่ประชุม บางคนยังแย้งชื่อพรรคการเมืองบางพรรคว่าเขาลำบากใจ แต่อย่างไรก็ต้องพูดคุย เพราะเป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทยในการดำเนินการ ที่ประชุมพูดอย่างนั้น มีบันทึกการประชุม ดังนั้น เราต้องดูว่าพรรคก้าวไกลที่พูดเป็นเพียงสมาชิกหรือคนที่มีอำนาจตัดสินใจ” นพ.ชลน่าน ระบุ

กลุ่มทะลุวัง ป่วน‘เพื่อไทย’สาดแป้ง-เทมินต์ช็อก ทำวงแถลง‘พปชร.’แตกกระเจิง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันเดียวกันนั้น เมื่อเวลา 16.30 น. ที่พรรคเพื่อไทยระหว่างแกนนำพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ปรากฎว่า เกดเหตุชุลมุนขึ้น เมื่อมวลชนกลุ่มทะลุวัง พร้อมด้วยกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งเดินทางมาที่หน้าทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยในการเชิญพรรคพลังประชารัฐมาพูดคุยแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลเพราะมองว่าเป็นการทรยศและไม่เคารพเสียงประชาชน พร้อมส่งเสียงตะโกนเป็นระยะ ว่าไม่เห็นด้วยกับพรรคการเมืองที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ และเป็นพรรคทหารจำแลง อีกทั้งยังเรียกร้องให้นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยลาออกตามที่เคยประกาศไว้ก่อนการเลือกตั้งว่าหากมีการ จับมือกับพรรคพลังประชารัฐจะลาออกจากหัวหน้าพรรคทันที

ขณะนี้ เดียวกันได้นำแป้ง-เทมินต์ช็อก มาสาดบริเวณหน้าลิฟท์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ แกนนำพรรคเพื่อไทยและพรรคประชารัฐลงมา ภายหลังการหารือเสร็จสิ้นและเตรียมที่จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยแป้งที่สาดลงพื้นฟุ้งโดนบรรดาสื่อมวลชนช่างภาพที่มาเกาะติดการพูดคุยหารือในวันนี้ 

วงถกร่วมแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ที่พรรคเพื่อไทยวงถกร่วมแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ที่พรรคเพื่อไทย

กลุ่มทะลุวังกลุ่มทะลุวัง

โดยเจ้าหน้าที่ของทางพรรคเพื่อไทยพยายามที่จะสกัด แต่ไม่สามารถต้านแรงของแกนนำกลุ่มนี้ได้ ยังพยายามวิ่งกรูเพื่อที่จะเข้าประชิดตัวแกนนำ

กลุ่มทะลุงวังป่วนวงถกพรรคพลังประชารัฐ ที่พรรคเพื่อไทย ต้องยุติการแถลงข่าวกลุ่มทะลุงวังป่วนวงถกพรรคพลังประชารัฐ ที่พรรคเพื่อไทย ต้องยุติการแถลงข่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่พรรคเพื่อไทย แจ้งต่อสื่อมวลชนว่าต้องยกเลิก การแถลงข่าวร่วมกันระหว่าง พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทย ขณะที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ได้ทยอยขึ้นรถออกไปทางด้านหลังที่ทำการพรรคเพื่อไทยทันที และคาดว่า แกนนำของแต่ละพรรคจะแยกกันแถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐต่อไป

‘พิธา’ ประกาศจุดยืน หากมี ‘พรรคลุง’ ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ‘ก้าวไกล’ ถอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554299

23 ก.ค. 2566

‘พิธา’ ประกาศจุดยืน หากมี ‘พรรคลุง’ ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ‘ก้าวไกล’ ถอย

‘พิธา’ ประกาศจุดยืน หากพรรคทหารจำแลง ร่วมรัฐบาล ‘ก้าวไกล’ ไม่สามารถอยู่ด้วยได้ ยันเชื่อใจเพื่อไทย ย้ำ ‘สัจจะ’ สำคัญกว่า ‘เสียสละ’ มั่นใจปมถือหุ้นสื่อไม่ผิด พร้อมที่จะรุกได้ถอยเป็น เพื่อให้สามารถ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ให้สำเร็จ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากปราศรัยขอบคุณประชาชน จ.จันทบุรี ว่าตอนนี้กำลังใจยังดีอยู่ตั้งใจที่จะทำงานต่อ ต่อไปนี้ตั้งใจว่าจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ในช่วงเวลาแบบนี้ในการลงพื้นที่ เป็นโค้ชให้กับสส.เขต ว่าอะไรที่เป็นปัญหาเร่งด่วน ให้เขาได้ทำงานในสภา ให้ไปหารือในข้อกฎหมาย ตั้งใจว่าไม่อะไรที่ไม่ต้องมีมวลชนเยอะ และได้ใกล้ชิดกับประชาขนมากขึ้นจริงๆ มากกว่า

เมื่อถามว่า มีความพยายามให้พรรคก้าวไกลเสียสละจากการเป็นพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายพิธา ระบุว่า คิดว่าตอนนี้คุณค่าที่สำคัญ ก็คือที่ ‘สัจจะ ไม่ใช่เสียสละ’ คือสัจจะที่เคยให้สัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ตามที่เขาคาดหวัง ถ้าเรารักษาสัจจะที่ให้กับประชาชนไว้ ก็ไม่มีใครต้องเสียสละเพราะเป็นไปตามกฎกติกาที่มันมีอยู่ตามครรลองการเมืองปกติ 

เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าให้เสียสละ เหมือนเอาคะแนน 14 ล้านเสียงไปเทกระจาด และทำให้ประชาชนผิดหวัง ผมว่าถึงตอนนั้นต้องยึดสัจจะให้มั่นและยึดหลักการให้มั่น มากกว่าการที่มองว่าใครควรจะเสียสละหรือไม่เสียสละ แต่เอาหลักการปกติที่ควรจะเป็นเป็นตัวตั้ง

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเชิญพรรคพลังประชารัฐ และ พรรคร่วมไทยสร้างชาติ  หรือ พรรคลุง มาพูดคุยถือเป็นการทำตามมติ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น นายพิธา ระบุว่า คงต้องรอทางพรรคเพื่อไทยกลับมาพูดคุยกับวง 8 พรรคอย่างเป็นทางการ แต่เท่าที่ฟังเป็นการเชิญแล้วแต่ละพรรคก็มีความคิดเห็นของแต่ละพรรค ตอนนี้ตนก็รอเพื่อไทยเป็นคนพูด และยังยืนยัน ด้วยว่า MOU 8 พรรคยังอยู่เหมือนเดิม และยังเชื่อใจพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม นายพิธา ระบุว่า ถ้าพรรคลุง หรือ พรรคทหารจำแลง เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถ้าเป็นการเชิญเข้ามาร่วมรัฐบาลจริงๆ ก้าวไกลอยู่ด้วยไม่ได้จริงๆ ในสมการนั้น ถ้าเชิญมาร่วมรัฐบาลจริงๆ จะไม่มีก้าวไกล แต่ ณ ปัจจุบัน พูดให้ชัด เป็นการเชิญมาเพื่อพูดคุย ยังไม่ได้เชิญมาร่วมรัฐบาล ต้องรอฟังจากพรรคเพื่อไทยก่อนว่าตกลงแล้วมันยังไงกันแน่ และฟังจากปากของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ตัดสินใจจากหน้าข่าว หรือการฟังสัมภาษณ์เพียงสั้นๆ แต่ต้องการฟังเหตุผลยาวๆ

นายพิธา ระบุว่า ถึงเวลานี้ต้องฟังรายละเอียด ให้เกียรติพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล  ก้าวไกลไม่ได้รู้สึกว่าถูกกดดัน อะไรถ้า 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาลจับกันไว้ให้แน่น ใครก็มาบีบเราไม่ได้ และถ้าหนักแน่นและยังยืนยันในหลักการ ค่อยๆ ทำให้คนเข้ามาร่วมกับเราได้มากขึ้น ใช้หลักการ ใช้ความต้องการของประชาชน อย่าให้เขามาดันเรา เราต้องดึงพวกเขา และจัดตั้งรัฐบาลตามที่มันควรจะเป็นได้จริงๆ และยังเชื่อใจพรรคเพื่อไทยว่าจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะยึดวิถีทางในการทำทุกวิถีทางในการยึดสัจจะที่เคยให้ไว้กับประชาชน และทำให้เดินหน้าไปได้

ส่วนปมคดีถือหุ้นสื่อนั้น นายพิธา อธิบายว่า ยืนยันในความบริสุทธิ์ ทั้ง 2 คดีไม่น่ามีปัญหาอะไร และจนถึงวันนี้ไม่คิดว่าเดินเกมผิด เพราะตั้งใจที่จะทำงาน รุกได้ถอยเป็น เพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ แน่นอนว่าอาจจะมีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ก็ไม่ได้เกินคาดที่เราได้คาดคิดไว้ และจะขอเดินหน้าทำงานต่อไป

‘ชลน่าน’ ยอมรับ ทัวร์ลง เชิญ พรรคลุง ร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554294

23 ก.ค. 2566

‘ชลน่าน’ ยอมรับ ทัวร์ลง เชิญ พรรคลุง ร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’

สวนกระแสสังคม ‘ชลน่าน’ ยอมรับ ทัวร์ลง เชิญ พรรคลุง ร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ พร้อมชี้แจง-รับฟังเสียงวิจารณ์สังคม เผย ‘เพื่อไทย’ จ่อส่ง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เจรจา สว.เป็นรายบุคคล เพื่อเป็นการให้เกียรติวุฒิสมาชิกด้วย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผย ถึงการไปหารือร่วมกับสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤต และทางออกของประเทศร่วมกันหลังจากนี้ว่า จะมีคณะเจรจา ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าทีมไปพูดคุยกับ สว.เป็นลักษณะตัวบุคคล ไม่สามารถคุยแบบหมู่คณะได้ เนื่องจากต้องให้เกียรติ สว. ด้วย

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  ออกปากถึงนาทีนี้ยังไม่กังวลต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ถึงการเชิญพรรคการเมืองต่าง ๆ มาพูดคุย โดยเฉพาะพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ หรือเรียกว่า พรรคลุง เพราะเป็นสิทธิของประชาชนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ 

แต่พรรคเพื่อไทย ก็พร้อมชี้แจง และไม่ได้มองเป็นการกดดัน และเป็นข้อมูลที่พรรคเพื่อไทย จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาการดำเนินการต่าง ๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล

ปลอดประสพ เตือน เสรีพิศุทธ์ ปมให้ ก้าวไกล เสียสละ เหมือนไล่ต่อหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554296

23 ก.ค. 2566

ปลอดประสพ เตือน เสรีพิศุทธ์ ปมให้ ก้าวไกล เสียสละ เหมือนไล่ต่อหน้า

ปลอดประสพ แกนนำพรรคเพื่อไทย แนะนำ บิ๊กตู่ เสรีพิศุทธ์ หน.เสรีรวมไทย ได้รับเกียรติจากพรรคอันดับ 1 ไม่ควรพูดเหมือนไล่ต่อหน้า


จากกรณีสถานการณ์การเมืองร้อนแรง หลัง พรรคก้าวไกล ส่งไม้ต่อการจัดตั้งรัฐบาลให้กับ พรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองลำดับที่ 2 ใน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล และในช่วงการแถลงข่าว ของ 8 พรรคร่วม มีการแสดงความเห็นของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โดยได้กล่าวว่า ขอให้ก้าวไกลเสียสละไปเป็นฝ่ายค้าน และทำให้ตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง 

การแถลงข่าว 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทยการแถลงข่าว 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทย

ด้าน นายปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเห็นในกรณีของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่า ผมไม่ได้ตั้งใจจะชี้ประเด็นทางการเมือง แต่ผมอยากจะเน้นเรื่องคุณธรรมและมารยาทแบบไทยๆ หรือแบบสุภาพบุรุษที่พวกเราได้เคยรับการอบรมมาแต่เด็ก ในฐานะที่ผมกับท่านรู้จักกันดี ผมอยากแนะนำให้ท่านพูดเรื่องนี้ใหม่อีกสักครั้ง ท่านคงจะหลุดปากออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะโดยประวัติแล้ว ท่านเป็นผู้ที่เสียสละแม้แต่ชีวิตก็เคยมอบให้กับประเทศชาติมาแล้ว
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไท


นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า การพูดใส่หน้า ท่านก็ถูกวิจารณ์อีกเหมือนกัน ท่านมีเสียงเพียงเสียงเดียว ได้รับเกียรติเชื้อเชิญจากพรรคก้าวไกลซึ่งมีถึง 151 เสียงและเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ท่านกลับไปพูดเหมือนไล่เขาต่อหน้าเลย มันน่าจะไม่ค่อยเหมาะสม

นายปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย

“การตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา ในการประกาศนโยบายที่สำคัญเขาจะใช้เฉพาะพรรคที่มีเสียงมากๆเท่านั้น พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยมีเสียงรวมกันถึง 291 เสียง หากเขาไม่เชิญพรรคอื่นขึ้นมานั่งเลยก็แทบจะทำได้ ขณะที่ท่านพูดเรื่องนี้ ผมสังเกตเห็นผู้ใหญ่ของหลายพรรคแสดงความตกใจ มีหลายคนแสดงสัญลักษณ์ขอให้ท่านหยุดพูด พยายามดึงท่านลงไปด้วยซ้ำ กรุณาเถอะครับ เขากำลังใช้ความสามัคคีปรองดองสร้างรัฐบาลเพื่อทำงาน ไม่ใช่การใช้วิธีการแบ่งแยกเลือกข้างเพียงเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้ประโยชน์เท่านั้น” นายปลอดประสพ  กล่าว 

จาตุรนต์ ชี้ จับมือ พปชร.-รทสช. ส่อไม่มีประโยชน์ ชี้ชัดสืบทอดเผด็จการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554292

23 ก.ค. 2566

จาตุรนต์ ชี้ จับมือ พปชร.-รทสช. ส่อไม่มีประโยชน์ ชี้ชัดสืบทอดเผด็จการ

จาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำเพื่อไทย ระบุ การเชิญ พลังประชารัฐ – รวมไทยสร้างชาติ ไม่ใช่ผลดี ชี้ประชาชนต้องการให้มีรัฐบาลประชาธิปไตย ที่ยอมรับของประชาชน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ทวิตข้อความ หลังมีการพูดคุยในการจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้การนำของเพื่อไทย ใจความระบุว่า  “การหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ โดยหลักการก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ แต่การหารือกับพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ (ถ้าจะทำ) เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่อาจมีประโยชน์ได้เลย
ยิ่งถ้าจะพัฒนาไปถึงขั้นร่วมรัฐบาลกับสองพรรคนี้ ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรแม้แต่จะคิด เนื่องจากพรรคการเมืองส่วนใหญ่ใน 8 พรรค ต่างก็ได้ประกาศไว้อย่างชัดเจนในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งว่าจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับสองพรรคนี้

จาตุรนต์ ฉายแสงจาตุรนต์ ฉายแสง

มาถึงวันนี้จะอ้างว่าเหตุการณ์เปลี่ยนไปก็ไม่เป็นเหตุเป็นผล สองพรรคนี้คือเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจเผด็จการมาแต่ต้นและยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ประชาชนปฏิเสธสองพรรคนี้อย่างชัดเจนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และประชาชนต้องการให้มีรัฐบาลประชาธิปไตย รัฐบาลอันเป็นที่ยอมรับของประชาชน”

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย และ พรรคพลังประชารัฐ จะมีการนัดพูดคุยกันในวันนี้ ที่ตึกทำการพรรคเพื่อไทย เวลา 16.00 น.

อย่าไปอิน ‘ชูวิทย์’ เปรียบ ‘การเมือง’ ก็แค่ ‘ละครลิง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554289

23 ก.ค. 2566

อย่าไปอิน ‘ชูวิทย์’ เปรียบ ‘การเมือง’ ก็แค่ ‘ละครลิง’

‘ชูวิทย์’ เตือนอย่าไปอิน เปรียบการเมือง ก็แค่ ‘ละครลิง’ ยก ‘อนุทิน’ อยู่เป็น แอบอิงผู้มีอำนาจ รอจังหวะรับเทียบเชิญ สำเร็จเพราะ อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้

การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 2566 เข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาล เป็นที่จับตามองเมื่อพรรคก้าวไกล ส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุด เพื่อไทยส่งเทียบเชิญพรรคการเมืองขั้วอำนาจเก่า อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมพูดคุย ถึงแนวทางในการจับมือตั้งรัฐบาล จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก นั้น

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้นักการเมืองที่จะประสบความสำเร็จได้ต้อง 

“อยู่ให้เป็น”

ไม่ทำตัวให้ผู้มีอำนาจหมั่นไส้ อยู่ในจุดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ หามิตร ไม่สร้างศัตรู ไม่เป็นคนใจร้อนอีโก้สูง ไม่มองข้ามหัวพรรคพวก เมื่อเป็นลูกน้องก็ต้องเอาใจนาย เมื่อเป็นนายต้องรู้ใจคนใกล้ชิด

“เย็นให้พอ”

ยังไม่ถึงเวลาต้องไม่แสดงออกว่ากระสันอยากได้อำนาจตำแหน่ง ต้องใจเย็น มีความอดทนสูง

“รอให้ได้”

นานเท่าไหร่ก็จะรอ รีบร้อนไปไม่ดี หากโอกาสที่ดีกว่ามาจะทำอะไรไม่ได้ สายไปเสียแล้ว จึงต้องรอจังหวะให้ดี

นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

อยู่เป็น แอบอิงผู้มีอำนาจ

เย็นพอ ไม่ผลีผลาม

รอได้ ท้ายสุดจังหวะเทียบเชิญให้ร่วมรัฐบาลก็มาถึง

หลังเลือกตั้งเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล หมอชลน่านจำใจยอมกลืนเลือดมานั่งเจรจาต่อรองกับนายอนุทิน

เขาถึงบอกว่า “ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวรในการเมือง”

นักการเมืองจะต้องพูดอะไรออกได้สองทาง ไม่ปิดทางเดินตัวเอง

เมื่อวันหนึ่งเพื่อไทยบอกก้าวไกลว่า “จะรักกันตลอดไป”

แต่ท้ายสุดแล้วเห็นท่าจะไปไม่รอด ก็ต้องทิ้งเพื่อนไว้เอาตัวเองรอด

เพื่อไทยกับภูมิใจไทยนั้นมีประวัติยาวนาน อนุทินเคยอยู่พรรคไทยรักไทยมาก่อน ที่ต่อมาเปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทยและบุคคลสำคัญ คือ นายเนวิน ที่เอ่ยคำว่า “มันจบแล้วครับนาย” เมื่อถึงเวลาแยกทางกับทักษิณ

ความแค้นมีแน่ แต่เมื่อถึงเวลาสานประโยชน์ นักการเมืองจำต้องลืมเรื่องในอดีต และจับมือกันไปแสดงบทบาทให้ประชาชนเห็น

นี่คือละครการเมืองโรงใหญ่ ที่ประชาชนเป็นคนดู และนักการเมืองมาแสดงละครให้เราดู

คิดเสียว่ามันคือละครฉากหนึ่งเท่านั้นเอง อย่าไปจริงจังเชื่อถืออะไรเลยครับ

เหมือนเราดู “ละครลิง” อย่าไปคิดว่าลิงแสดงเหมือนคนเลยดูเป็นคน

ลิงยังไงก็คือลิง แม้ว่าจะแสดงเหมือนยังไง ความจริงก็คือลิง ไม่ใช่คน

อย่าไปอิน ‘ชูวิทย์’ เปรียบ ‘การเมือง’ ก็แค่ ‘ละครลิง’

ขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์