รวม 5 พรรคตบเท้าแสดงจุดยืน “มีก้าวไกล ไม่มีเรา” จากนโนยบายแก้ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554225

21 ก.ค. 2566

รวม 5 พรรคตบเท้าแสดงจุดยืน "มีก้าวไกล ไม่มีเรา" จากนโนยบายแก้ม.112

5 พรรคการเมืองฝ่ายเสียงข้่างน้อย ประกาศชัดเจนไม่โหวต ‘เพื่อไทย’ หากมี ‘ก้าวไกล’ ร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะไม่ถอยแก้ม.112

แม้สถานการณ์ทางการเมืองได้เปลี่ยนไป “พรรคก้าวไกล” ถอยให้ “พรรคเพื่อไทย” ขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยังคงต้องลุ้นวันที่ 27 ก.ค. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย จะได้รับการโหวตเกินกึ่งหนึ่งของสภาหรือไม่ เนื่องจากพรรคเสียงข้างน้อยและสว.บางส่วน ออกมาแสดงจุดยืน หากยังไม่พรรคก้าวไกลร่วมในสมการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็จะ “ไม่โหวต” ล่าสุดวันนี้วันเดียว พรรคเสียงข้างน้อยต่างออกมาแสดงจุดยืน มีก้าวไกล ไม่มีเรา  
 

พรรคพลังประชารัฐ 

นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในนามของพรรคพลังประชารัฐ ขอแสดงจุดยืนที่จะไม่เข้าร่วมสนับสนุนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย หากพรรคร่วมรัฐบาลยังมีพรรคที่ชื่อก้าวไกลอยู่ร่วมด้วย 

“พรรคพลังประชารัฐได้แถลงการณ์ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่า เราไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 และเราจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพราะพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” นายไผ่ ลิกค์ กล่าว

พรรคชาติไทยพัฒนา
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค.นี้ จะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนา ยินดีสนับสนุนที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย แต่มีเงื่อนไขว่า พรรคเพื่อไทยจะต้องไม่ทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 เช่น พรรคก้าวไกล ที่มีนโยบายชัดเจนในเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนา คือ ไม่แตะต้อง และไม่แก้ไข มาตรา 112

พรรครวมไทยสร้างชาติ 
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ช่วงหนึ่งระบุแนวทางการโหวตนายกฯว่า 
1) เราเห็นความสำคัญของการจัดตั้งรัฐบาล แต่ความมั่นคงของชาติบ้านเมืองและสถาบันหลักทั้งสามของชาติสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด 
2) เรายึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจึงไม่เห็นชอบกับบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ที่ผ่านมาทั้งสองครั้ง เพราะเราไม่เชื่อว่า พรรคก้าวไกลซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่บุคคลดังกล่าวสังกัดอยู่จะมีแนวทางเดียวกับเราอย่างแท้จริง
3) ในการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งต่อไปหากยังมีพรรคก้าวไกลร่วมเป็นรัฐบาลด้วยเราก็จะไม่เห็นชอบกับบุคคลใดจากพรรคใดก็ตามที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ เพราะจากการดำเนินการทางการเมืองที่ผ่านมาของพรรคก้าวไกลทำให้เราไม่เชื่อว่าพรรคดังกล่าวจะเปลี่ยนแนวทางและอุดมการณ์ของพรรคได้ 
4) เราจะไม่ร่วมเป็นรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดก็ตามที่นำพรรคก้าวไกลมาร่วมเป็นรัฐบาลด้วยอย่างเด็ดขาด
เพราะกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา


พรรคประชาธิปัตย์
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พูดชัดไปแล้วว่าเราไม่ได้ปฏิเสธพรรคก้าวไกล แต่เราปฏิเสธแนวทาง นโยบายและแนวความคิด เรื่องแก้มาตรา 112 ดังนั้นตราบใดที่มาตรา 112 ยังอยู่ในกระบวนการ ของพรรคก้าวไกลเราก็รับไม่ได้ สิ่งนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจน ส่วนโอกาสร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ต้องให้ถึงเวลาก่อน ตนยังไม่รู้ ต้องฟังเสียง สส. ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร จะตอบคำถามนี้คงตอบไม่ได้ และบอกไว้เลยว่าใครก็ตามที่เสนอข่าวว่าตนไปติดต่อพรรคการเมืองอื่น ช่วยลงข่าวให้ด้วยว่าเป็นการใส่ร้ายและเป็นการลงข่าวเท็จทั้งหมด

พรรคภูมิใจไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย มีจุดยืนที่ได้แถลงการณ์ และพูดหลายครั้งแล้วว่า เราจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล กับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  ถ้าเราได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทยให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถ้ายังมีพรรคก้าวไกลอยู่ เราเข้าร่วมไม่ได้

“พูดให้ชัดเจน ก็คือ พรรคก้าวไกล พรรคเดียวที่มีนโยบาย เรื่องนี้ และ ไม่มีท่าทีที่จะลดระดับ มีแต่จะเพิ่มความแข็งกร้าวขึ้น ทั้งแกนนำพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า และ ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล มีการผลักดันที่จะให้แก้ไขมาตรา 112  อย่างแข็งกร้าว ไม่รับฟังเสียงทักท้วง คำร้องขอของใครทั้งนั้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า ประเด็นนี้ จะทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ”
 ถ้าเราได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย ให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถ้ายังมีพรรคก้าวไกลอยู่ เราเข้าร่วมไม่ได้

กลั่นจากใจ ‘พิธา’ .. 27 ล้านเสียง ต้องมีความหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554226

21 ก.ค. 2566

กลั่นจากใจ  'พิธา' .. 27 ล้านเสียง ต้องมีความหมาย

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ” พิธา” ใช้พื้นที่ในสื่อสังคมออนไลน์ ทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ในขณะนี้ หลังเผชิญมรสุมทุกทิศทาง ระบุชัดถึงไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่สิ่งที่ต้องไปต่อ คือจัดตั้งรัฐบาลตามเจตนารมณ์ของประชาชน หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของขั้วรัฐบาลเดิม ขออย่าหมดหวัง

นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  แสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน ผ่านคลิปสั้นที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กเพจ  “Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”  ว่า  …. วันนี้ชัดเจนแล้วว่าองคาพยพฝั่งอนุรักษนิยมทั้งหมดไม่ยอมให้เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเอาเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาเป็นเงื่อนไขข้ออ้าง แต่การที่ผมไม่สามารถเป็นนายกฯ ได้ ไม่ได้หมายความว่าความหวังของพวกเราในการเปลี่ยนแปลงประเทศจะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้


.
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การที่ผมได้เป็นนายกฯ แต่คือการจัดตั้งรัฐบาลตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนขั้วพลิกข้าง หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของขั้วรัฐบาลเดิม พิธาเป็นหรือไม่เป็นนายกฯ ไม่สำคัญ พรรคก้าวไกลเป็นหรือไม่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเสียงของประชาชน 27 ล้านเสียงที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้งต้องมีความหมาย


.
พรรคก้าวไกลพร้อมสนับสนุนพรรคอันดับสองคือพรรคเพื่อไทย ในการจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้ได้ ตราบใดที่เรายังจับมือกันแน่น การสืบทอดอำนาจของกลุ่มขั้วอำนาจเดิมจะไม่มีวันสำเร็จ ขอให้ประชาชนอย่าหมดหวัง ประเทศไทยวันนี้เดินมาไกลและจะไม่มีวันถอยกลับ เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาหมุนเวลาพาประเทศกลับสู่อดีตอีกต่อไป

กลั่นจากใจ  'พิธา' .. 27 ล้านเสียง ต้องมีความหมาย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

‘เสรีพิศุทธ์’ ฉีกหน้า ‘ก้าวไกล’ พ้น 8 พรรคร่วมรัฐบาล-ชี้คนหนุ่มต้องเสียสละ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554223

21 ก.ค. 2566

‘เสรีพิศุทธ์’ ฉีกหน้า ‘ก้าวไกล’ พ้น 8 พรรคร่วมรัฐบาล-ชี้คนหนุ่มต้องเสียสละ

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ‘เสรีพิศุทธ์’ ฉีกหน้า ‘ก้าวไกล’ พ้น 8 พรรคร่วมรัฐบาล เปรียบ หากเรือจะล่ม คนหนุ่มต้องเสียสละ ให้ คนแก่ ผู้ หญิง มีเด็ก เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินไปได้

ที่พรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ร่วมแถลง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ว่า หากสว.หรือพรรคอื่นที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลไม่ยอมหากมีพรรคก้าวไกลนั้นตนเห็นว่า ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลอยู่ด้วยกันมาตลอด การจะตัดเยื่อใยเลยก็คงไม่ถูก ดังนั้น พรรคเพื่อไทยต้องรักษาพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกลควรสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ควรจะเป็นเรื่องพรรคก้าวไกลจะตัดสินใจจะทำอย่างไร แม้มีคะแนนอันดับ1

“ถ้าเสียสละ ผมพูดในห้องประชุม 8 พรรค เรืออยู่กลางทะเล เรือมันล่ม มีคนแก่ ผู้หญิง มีเด็กต่างๆ เราคนหนุ่มจะขึ้นเรือเหรอ ต้องให้เด็ก คนแก่ ผู้หญิงขึ้นไปก่อน ไม่ใช่หนุ่มกระโดดขึ้นเรือก่อน ดังนั้นต้องมีผู้เสียสละให้ประชาธิปไตยไปได้ ถ้าไม่เสียสละไปไม่ได้” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแถลงผลประชุมนัดแรก เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2566  ที่พรรคเพื่อไทย 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแถลงผลประชุมนัดแรก เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2566 ที่พรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ ให้ย้อนไปดูเลือกตั้งปี2562 พรรคเพื่อไทยได้คะแนนมากที่สุด แต่พรรคพลังประชารัฐ ก็ยังชิงจัดตั้งรัฐบาลเลย คราวนี้พรรคก้าวไกลได้ที่หนึ่ง พรรคเพื่อไทยได้ที่สอง เพื่อไทยเค้ายังไม่แย่งพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลเลย เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจพรรคเพื่อไทยด้วย เมื่อเขามีโอกาสต้องช่วยเขา ไม่ได้หมายความว่าไม่มีพรรคก้าวไกล มีแต่แต่อย่าโชว์

8 พรรคการเมือง แถลงผลประชุมนัดแรก 8 พรรคการเมือง แถลงผลประชุมนัดแรก

อานนท์ เผยไม่กังวลตร.ถอนประกัน ชี้ปราศรัยปรึกษาศาลตลอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554221

21 ก.ค. 2566

อานนท์ เผยไม่กังวลตร.ถอนประกัน ชี้ปราศรัยปรึกษาศาลตลอด

อานนท์ นำภา เผยกรณีตำรวจจ่อถอนประกัน ไม่มีความกังวล พร้อมชี้แจง ระบุขึ้นเวทีปราศรัยต่อ ปรึกษาเรื่องเนื้อหากับศาลตาลอด เชื่อ 27 ก.ค.นีเมีชุมนุมใหญ่อีก

จากกรณีสถานีตำรวจ สน.ปทุมวัน  ได้ทำหนังสือเพื่อยื่นคำร้องถึงศาล ขอให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 พิจารณาเพิกถอนการประกันตัวของ นายอานนท์ นำภา นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง  และทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำกลุ่มราษฎร   ฐานกระทำผิดเงื่อนไขการขอปล่อยตัวชั่วคราวนั้น
นายอานนท์ นำภา นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง  และทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนนายอานนท์ นำภา นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง และทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน

ล่าสุด นายอานนท์ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหมายเรียกจากศาลและไม่ทราบว่าตำรวจไปยื่นคำร้องด้วยเหตุผลอะไร แต่ตนเองก็ยินดีที่จะทำการพิสูจน์ต่อศาลว่าตนนั้นไม่ได้กระทำผิดเงื่อนไข เพราะการชุมนุมเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพ และได้แจ้งการชุมนุมตามกฎหมาย

ส่วนกิจกรรมคาร์ม็อบ ก็ได้รับการอำนวยความสะดวกจากตำรวจด้วยซ้ำ ส่วนเนื้อหาการปราศรัยก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ยืนยันไม่กังวลว่าจะเป็นการผิดเงื่อนไข เพราะไม่มีเหตุการณ์ใดที่เกิดความวุ่นวาย และเป็นการพูดในข้อเท็จจริงไม่ใส่ร้ายป้ายสี ขณะนี้กำลังรอหมายเรียกจากศาลเพื่อที่จะยื่นคำร้องขอชี้แจงต่อไป

อย่างไรก็ดี นายอานนท์ ได้ยืนยันว่าจะไม่หยุดการขึ้นปราศรัยเพราะในการขึเนปราศรัย ได้มีการปรึกษาศาลก่อนแล้ว ซึ่งถ้าปราศรัยถึงเรื่องรัฐบาล ตามข้อเท็จจริงไม่มีปัญหาอะไร และได้ละเว้นในเรื่องของสถาบันมาโดยตลอด รวมถึงยังมีประเด็นการกล่าวหาว่าตนคุกคาม ส.ว.ยืนยันไม่ได้ข่มขู่ และยังได้ห้ามปรามไม่ให้ผู้คนไปรบกวนด้วย เพราะมองว่าเป็นสถานที่ส่วนตัว

ส่วนในเรื่องของวันที่ 27 ก.ค.นี้ ที่จะมีการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 นายอานนท์เชื่อว่า จะมีการชุมนุมใหญ่ 

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวรู้สึกเห็นด้วยกรณีพรรคก้าวไกลยอมหลีกทางให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ตัวนายกฯ จะต้องเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ไม่มาฟอกขาวให้กับเผด็จการ และยึดนโยบายตามเงื่อนไขร่วมกันใน MOU ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนจะยอมรับได้ เพราะรัฐบาลผสมต้องมีความยืดหยุ่น ขณะเดียวกัน มองว่ายังมีความพยายามจะกีดกันให้พรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน หรือถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไม่ให้มี ส.ส.ในรัฐสภาด้วย

ส่วนการขอเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ เชื่อว่าเพื่อไทยจะยึดเสียง ส.ว.เป็นหลักก่อน หากเพียงพอก็คงไม่ไปหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคอื่นเพิ่ม แต่หากต้องไปขอเสียงเพื่มในช่วงเวลานี้จะเป็นภาระอย่างมาก ขอให้กำลังใจกับพรรคเพื่อไทยด้วย 

มายด์ ภัสราวลี ชี้ต้องสู้เพื่อปกป้องคะแนนเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554218

21 ก.ค. 2566

มายด์ ภัสราวลี ชี้ต้องสู้เพื่อปกป้องคะแนนเสียง

มายด์ ภัสราวลี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อัด ความฝันึงามหวังผ่านการเลือกตั้งถูกพรากไป ระบุต้องแก่รธน.2560 ฉบับใหม่เขียนโดยปชช.

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในกิจกรรมการชุมนุม ที่จัดโดย กลุ่มตะวันฉาย นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองน.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง

ช่วงหนึ่งของการปราศรัย  น.ส.ภัสราวลี ได้กล่าวว่า ทุกคนมีความตั้งใจที่จะไปเลือกคนที่จะนำพาประเทศไป ดูแลอนาคตได้ เราแบกความฝันเข้าไปเลือกตั้งแต่สุดท้ายเราก็ถูก พรากความฝันไปกับนักการเมืองที่คุยกันไม่ลงตัวแล้วก็มีการดัลกัน มีการตกลงกัน โดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของประชาชน แถมเมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ไม่ได้เสร็จเลย เราต้องมารักษาคะแนนเสียงที่เราได้เลือกไป สิ่งที่ทำให้ความฝันของเราห่างไกลออกไปนั่นคือรัฐธรรมนูญปี 2560

เมื่อเราเลือกไปแล้วก็ต้องมีเสียงสว. มาเลือกอีกครั้งหนึ่งทำเหมือนประชาชนไม่มีความรู้ไม่มีความเข้าใจ ยิ่งจัดตั้งรัฐบาลช้ายิ่งทำให้ความฝันความหวังของเราห่างไกลออกไป แม้กิจกรรมการชุมนุมจะจัดตั้งในมหาวิทยาลัยแต่ก็มีคนหลากหลายช่วงวัยที่ออกมาร่วมการชุมนุมเพราะทุกคนคำนึงเสมอว่าไม่ใช่การออกมาเพื่อปกป้องพิทาหรือพระก้าวไกลแต่ทุกคนพร้อมใจกันออกมาเพื่อปกป้องคะแนนเสียงที่ตัวเองได้เลือกตั้งไปแล้ว และความหวังในเรื่องของสวัสดิการต่างๆที่กำลังจะมาถึงแต่ก็ถูกทางไปด้วยเสียง 250 คนที่เรียกตัวเองว่าสว.และพรรคการเมืองอื่นๆที่อยู่นอกเหนือ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 

แล้วเงื่อนไขสำคัญยิ่งจัดตั้งรัฐบาลช้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะยิ่งล่าช้าไปอีกรวมทั้งการแก้ไขยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีก็จะยิ่งล่าช้าตามไปด้วย ซึ่งยุทธศาสตร์ชาตินี้ เป็นสิ่งที่ถูกจัดตั้งจัดสร้างขึ้นมาโดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นจริง

แม้หลายคนจะมองว่ายุทธศาสตร์ชาตินั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชนเป็นเรื่องการจำกัดการใช้ทรัพยากรทุกๆคน 

นอกจากนี้ น.ส.ภัสราวลี ยังได้กล่าวว่าขอให้นักการเมืองหยุดการเล่นเกมทางการเมืองโดยไม่เห็นหัวของประชาชน ต่อให้สามารถมีความเห็นที่ลงตัวกันของนักการเมืองแต่ขัดกับมติของประชาชน มวลชนก็พร้อมที่จะออกมาต่อสู้กันอีกออกมาต่อสู้ของภาคประชาชนในครั้งนี้เพื่อปูทางไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แก้ไขกติกาและเนื้อหาจะต้องเป็นไปตามที่ประชาชนเป็นผู้เขียนเอง. 

‘เพื่อไทย ‘ ผุดสูตรรัฐบาล – 25 ก.ค. ชัด ‘ ก้าวไกล’ อยู่หรือไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554224

21 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย ' ผุดสูตรรัฐบาล  - 25 ก.ค. ชัด ' ก้าวไกล'  อยู่หรือไป

ที่สุดของที่สุด ฟอร์มรัฐบาลรวบรวมเสียง “โหวตนายกรัฐมนตรี ” ภายใต้การถือธงนำของ “เพื่อไทย” หมอชลน่าน นำทีม 8 พรรคร่วมรัฐบาล ประกาศความพร้อม วาง 3 สูตร แนวทางที่หนึ่งดึงเสียงจาก สว. เติมให้พรรคร่วม แนวทางที่สองดึงพรรคอื่นเข้าร่วม และทางเลือกสุดท้าย สลายขั้ว 8 พรรคเดิม

ที่พรรคเพื่อไทย  นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำ 8 พรรคร่วมรัฐบาล
 แถลงผลการหารือถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้หลังจากที่พรรคก้าวไกล ในฐานะแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ได้ส่งมอบภารกิจให้พรรคอันดับที่ 2 คือพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ได้รัฐบาลของฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ในที่ประชุมมีมติ ดังนี้   ในการประชุมรัฐสภา วันที่ 27 ก.ค. ประธานรัฐสภา ได้บรรจุระเบียบวาระในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ประชุมมีมติให้ เพื่อไทย ส่งผู้ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อ 

กระบวนการ  พรรคก้าวไกลจะเป็นผู้เสนอชื่อให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ให้เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชน 27 ล้านเสียงที่เลือกมา ส่วนวิธีการที่จะได้มาซึ่งเสียงสนับสนุน ที่ประชุมได้เสนอแนวทาง ทั้งหมด 3 แนวทาง คือ   1 )  8 พรรคร่วม ซึ่งประกอบด้วย 312 เสียง จะดำเนินการแสวงหาเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา ( สว. )ให้ได้ครบจำนวนที่ต้องเติมให้ถึง 375 เสียง หรือ อีก 63 เสียง โดยอาจจะมีเงื่อนไขที่ สว. ได้ตั้งไว้ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นสิ่งที่ เพื่อไทย จะต้องไปพูดคุย ในกรณีที่ สว. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลดเงื่อนไขในมาตรา 112 ทางพรรคเพื่อไทยจะรับฟัง แล้วนำมาพูดคุยกับพรรคก้าวไกล และในที่ประชุมพรรคร่วมต่อไป

สิทธิขาดทุกอย่างอยู่ที่ “เพื่อไทย”

.

2.) กรณีที่ไม่สามารถหาเสียงสนับสนุนจากสว. ได้เพียงพอ จะให้สิทธิพรรคเพื่อไทย ดำเนินการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่น ตามที่พรรคเพื่อไทยเห็นควร เพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฝ่ายของสภาผู้แทนราษฎร โดยพรรคการเมืองที่จะไปพูดคุยนั้น ที่ประชุมให้เป็นเสรีภาพของพรรคเพื่อไทยในการพิจารณาดำเนินการ    3) แนวทางอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ที่ประชุมได้ให้สิทธิพรรคเพื่อไทย ในการพิจารณาดำเนินการ   ” ส่วนข้อเสนอให้พรรคก้าวไกลพิจารณาลดเพดาน มาตรา 112  ข้อเสนอของที่ประชุมร่วมให้แนวทางว่าพรรคก้าวไกลอยากทราบรายละเอียดถึงการลดเงื่อนไขว่าคืออะไร จึงได้มอบหมายพรรคเพื่อไทย ไปหารือกับสว.เพื่อให้พรรคก้าวไกลนำกลับไปพิจารณา” 


 นพ.ชลน่าน    กล่าวว่า  แนวทางของเพื่อไทย ให้ความสำคัญหลักอยู่ที่เสียงขอ สว. มากกว่า สส. และยังดำเนินตามทางเลือกที่ 1 คือมีเพียง 8 พรรคร่วมรัฐบาล โดยไม่มีพรรคการเมืองอื่น ๆ มาเพิ่มเติม พร้อมหาคะแนนเสียงจาก สว.ควบคู่กันไป และหากมีพรรคการเมืองใด ให้ความเห็นชอบแคนดิเดตของ 8 พรรคร่วม โดยไม่ขอร่วมรัฐบาล จะถือเป็นมิติใหม่ของพรรคการเมือง ทั้งนี้ ยังอยู่ที่การพูดคุย  ” 26  ก.ค.   จะทราบชื่อแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยที่จะเสนอเพียงชื่อเดียว แต่ต้องมีกระบวนการสร้างความมั่นใจก่อนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ว่าแคนดิเดตคนดังกล่าว ต้องได้เสียงสนับสนุนเกิน 375 ขึ้นไป”

นายแพทย์ชลน่าน ยังกล่าวถึง ทางเลือกอื่นๆ  ( แนวทางที่ 3 ) ซึ่งอาจไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งอยู่ในสมการนี้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้รับสิทธิ จากที่ประชุมร่วม ให้ไปดำเนินการและนำกลับมาปรึกษาหารือ และเมื่อถามว่าปัจจัยที่จะทำให้ไปสู่ทางเลือกที่ 3 คืออะไร นายแพทย์ชลน่าน ตอบว่า ก็ต่อเมื่อทางเลือกที่ 1  ( รวมเสียง สว. )  และ  2  ( หาพรรคการเมือง เข้าร่วมไม่สำเร็จ )   โดยกรอบเวลาช้าสุดคือภายในวันที่ 25 ก.ค. ที่จะทราบรายละเอียดของแนวทาง

“เรื่องของการเจรจา กับทางสว.   เป็นภารกิจของคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย  ที่จะเป็นผู้ประสานพูดคุย และในส่วนของส.ส. ผมและแกนนำพรรค ก็จะประสานต่อสายแล้วเดินทางไปพบพูดคุยกับพรรคการเมือง โดยเป็นการส่งเทียบเชิญ   ซึ่งพรรคที่มีแนวโน้มคุยง่ายสุดคือพรรคชาติไทยพัฒนา ก็จะได้ประสานพูดคุยกัน”  นพ. ชลน่าน  กล่าว 

‘ก้าวไกล’ ดีดลูกคิด ‘มีลุง ไม่มีเรา’ – ลด เพดาน ม. 112 รอบทสรุป ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554214

21 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล' ดีดลูกคิด  'มีลุง ไม่มีเรา'  - ลด เพดาน ม. 112 รอบทสรุป 'เพื่อไทย'

เลขาธิการพรรค “ก้าวไกล” ประกาศจุดยืนล่วงหน้า ภายใต้สถานการณ์ที่ “เพื่อไทย” ทำหน้าที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่คิดอะไรมาก และ ไม่ซับซ้อน หลักการหากตั้งรัฐบาลผลลงเอย “มีลุง ไม่มีเรา” ส่วน ม.112 ที่เป็น “สายล่อฟ้า” ประเด็นลดระดับแค่ไหน อย่างไร รอฟังท่าทีจากพรรคแกนนำ

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า  แนวทางของ “ก้าวไกล” ต่อการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย   จุดยืนของพรรคก้าวไกล คือ  “มีลุง ไม่มีเรา” ( พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ,  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา )   ทั้งนี้แนวทางดังกล่าว ทางพรรคก้าวไกล ยังไม่ได้แจ้งต่อพรรคเพื่อไทย 
เพียงแต่เป็นแนวทางที่พรรควางไว้  สำหรับการหารือระหว่าง 8  พรรค  ไม่ได้รู้สึกกดดัน ทั้งนี้เรื่องการพูดคุยกับ สว.เรื่อง ม.112 เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย   ถ้ามีความเป็นรูปธรรมใด ๆ พรรคเพื่อไทยก็จะเป็นผู้รับผิดชอบที่จะมานำเสนอ  

”   หากต้องลดเพดาน ม.112 จริงๆ เพื่อให้ 8 พรรค  ไปรอด ต้องลดระดับไหน  ในนาม “ก้าวไกล”  ผมได้ถามในที่ประชุมเช่นกัน   ขั้นตอนจากนี้พรรคเพื่อไทยจะไปพูดคุยหาเสียงเพิ่ม  ว่าจะมีข้อเสนอแบบไหนอย่างไร แล้วคงนำมาพิจารณากัน ตอนนี้คงยังพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะยังไม่มีความชัดเจน  ย้ำว่าขณะนี้ต้องรอดูว่ามีความเป็นรูปธรรมเป็นแบบไหน ทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบและบทบาทของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าเรื่อง ม.112 หรือเรื่องไหน ๆ พรรคเพื่อไทยก็เป็นเจ้าภาพ และแกนนำในการตัดสินใจ   หากได้ผลอย่างไร ก็จะนำมาคุยกัน”  นายชัยธวัช   กล่าว 

เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554201

21 ก.ค. 2566

เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?

หลังชาวเน็ตแห่แชร์ภาพขณะ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ตัวตึงเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งพรรคก้าวไกล กอดให้กำลังใจ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ภาพนี้ก็กลายเป็นไวรัล เพราะความหล่อเป็นเหตุ ที่ทำให้หลายคนอยากรู้ว่า ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร คือใคร ?

ซึ่งสาเหตุที่ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร  เข้าไปกอดให้กำลังใจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ก็มาจากกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้อง กกต. พิจารณาให้ นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จากเหตุที่มีชื่อถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด มหาชน จำนวน 42,000 หุ้น โดยให้นายพิธาผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้เข้ากล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน

โดยหลังจากทราบมติของศาลรัฐธรรมนูญ นายพิธา ได้ลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุม ซึ่งระหว่างนั้นมีผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ได้ลุกจากที่นั่งของตัวเอง เดินเข้ามาสวมกอดพิธา ซึ่งก็คือ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร คนดังกล่าว ที่ทำให้ชาวเน็ตพากันตามหาว่า ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร  คือใคร?

ซึ่งล่าสุด หลังจาก ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร  ได้รับรู้แล้วว่า ภาพของตัวเองในวันนั้นได้กลายเป็นไวรัลและทำเอาชาวเน็ตตามหาเจ้าตัวกันให้ควั่ก ก็ทำให้ทาง ดร.โจ ชัยวัฒน์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความรู้สึกลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวแล้ว ที่เขาบอกว่า

‘ขอบคุณกำลังใจจากทุกคนนะครับ

ดีใจที่ภาพนี้ทำให้ในวันที่มืดหม่นก็ยังมีรอยยิ้มได้

ผมเชื่อว่าการเติมพลังบวกให้กันย่อมสร้างพลังบวกที่ใหญ่ขึ้น แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง

ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ

ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ’

เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?

สำหรับ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ปัจจุบันอายุ 42 ปี สส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ที่หลายคนเรียกเขาว่าตัวตึงทีมเศรษฐกิจ ที่ประวัติไม่ทำธรรมดา

ด้านการศึกษา


          – ปริญญาเอก, Doctor of Philosophy (Information Science), Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST)

          – ปริญญาโท, Master of Science (Information Science), Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST)

          – ปริญญาตรี, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง), คณะวิศวกรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          – มัธยมศึกษา, โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

ด้านการทำงาน


          – ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นรองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร (ตำแหน่งสุดท้าย) ธนาคารแห่งประเทศไทย (2556-2566)

          – Advisor, Bank for International Settlements (BIS), Innovation Hub (2563-2564)

          – นักวิจัยอาวุโส NEC Corporation, Central Research Labs. (2554-2556)

          – นักวิจัย Japan Advanced Institute of Science and Technology (2551-2554)

          – วิศวกร บริษัท Schlumberger Overseas S.A. (2545)

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เคยให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนมาร่วมงานการเมืองกับพรรคก้าวไกล เคยทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ความรับผิดชอบล่าสุดคือ ทำงานเกี่ยวกับเรื่องการเงินดิจิทัล ดูเรื่องเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง ทำให้เกิดแรงจูงใจขึ้นในช่วงการทำงาน เนื่องจากพบว่า มีกฎหมายหลายอย่างติดขัด ทำให้การดำเนินนโยบายต่าง ๆ ไม่มีประสิทธิภาพพอสมควร จึงตัดสินใจลาออก เพราะรู้สึกอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง อยากเห็นประเทศไปในทางที่ดีขึ้น จึงลองมาทำงานการเมือง

เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?
เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?
เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?
เปิดใจครั้งแรก ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ หลังภาพกอด ‘พิธา’ ทำชาวเน็ตถาม คนนี้ใคร?

‘อนุทิน’ย้ำชัดแนวทางและจุดยืน ของ ภูมิใจไทย ไม่ร่วมงานกับ’ก้าวไกล’เด็ดขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554199

21 ก.ค. 2566

'อนุทิน'ย้ำชัดแนวทางและจุดยืน ของ ภูมิใจไทย ไม่ร่วมงานกับ'ก้าวไกล'เด็ดขาด

อนุทิน เปิดเผยยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย หลังได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงยังไม่ทราบท่าที ยืนยันชัดหากทำงานร่วมกันจะต้องไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ด้วย ชี้ปมมาตรา 112 สร้างความแตกแยกในชาติ

คืบหน้ากรณีพรรคเพื่อไทยได้ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อจากพรรคก้าวไกล ทำให้ความเคลื่อนไหวในวงการการเมืองได้รับความสนใจในทุกๆมิติ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนอีกครั้งว่าจนถึงยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย จึงทำให้ยังไม่ทราบถึงท่าทีของทางพรรคเพื่อไทยว่าจะมีแนวทางหรือวิธีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

อย่างไรก็ดีในอนุทินยังได้ยืนยันย้ำชัดถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยกับสื่อมวลชนว่า 
 เราจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล กับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ซึ่งรวมถึงในกรณีที่ถ้าทางพรรคเพื่อไทยได้ติดต่อพรรคภูมิใจไทยให้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลแต่ถ้ายังมีทั้งก้าวไกลรวมอยู่ด้วยก็ยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมอย่างเด็ดขาด

“พูดให้ชัดเจน ก็คือ พรรคก้าวไกล พรรคเดียวที่มีนโยบาย เรื่องนี้ และ ไม่มีท่าทีที่จะลดระดับ มีแต่จะเพิ่มความแข็งกร้าวขึ้น ทั้งแกนนำพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า และ ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล มีการผลักดันที่จะให้แก้ไขมาตรา 112  อย่างแข็งกร้าว ไม่รับฟังเสียงทักท้วง คำร้องขอของใครทั้งนั้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า ประเด็นนี้ จะทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ” นายอนุทินกล่าว

วราวุธ พร้อมยกมือให้เพื่อไทย เงื่อนไขไม่ร่วมพรรคแก้ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554198

21 ก.ค. 2566

วราวุธ พร้อมยกมือให้เพื่อไทย เงื่อนไขไม่ร่วมพรรคแก้ม.112

วราวุธ ลั่น พร้อมหนุน แคนดิเดตนายกฯ ของ เพื่อไทย ย้ำ ท่าทีของชาติไทยพัฒนา ไม่ร่วมงานพรรคที่แตะต้อง-แก้ไข ม.112

ความคืบหน้าการเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ว่า

วราวุธ พร้อมยกมือให้เพื่อไทย เงื่อนไขไม่ร่วมพรรคแก้ม.112

จากสถานการณ์ล่าสุดทราบว่า ในการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนายินดีสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย

แต่มีเงื่อนไขว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องไม่ทำงานร่วมกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112  เช่นพรรคก้าวไกลที่มีนโยบายชัดเจนในเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนาคือ ไม่แตะต้อง และไม่แก้ไข มาตรา 112 

เมื่อถามว่า ทางพรรคเพื่อไทยมีใครโทรศัพท์มาพูดคุยทาบทามแล้วหรือยัง นายวราวุธ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ยังไม่มี เพียงแต่เราย้ำว่า หากไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 ชาติไทยพัฒนาก็ยินดีสนับสนุน