เปิด 9 อรหันต์ ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ 7 : 2 วินิจฉัย ‘พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553983

19 ก.ค. 2566

เปิด 9 อรหันต์ 'ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ' 7 : 2 วินิจฉัย 'พิธา'

ทำความรู้จัก 9 อรหันต์ ประธาน- ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ กับ 2 เสียงข้างน้อย ค้านแขวน ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

จากมติ 7 : 2 ของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีคำสั่งให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือหุ้น ITV มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2566

จากคำวินิจฉัยของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” คมชัดลึก จะพาไปรู้จัก 9 อรหันต์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ทำหน้าที่พิจารณาแขวน “พิธา” ครั้งนี้

ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

1. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม 

นายวรวิทย์ เกิดวันที่ 1 มี.ค. 2495 ปัจจุบันอายุ 71 ปี จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นิติศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (กฎหมายมหาชน) เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

ประวัติการทำงาน

  • อัยการ จ.สกลนคร
  • อัยการ จ.อุดรธานี
  • อัยการพิเศษฝ่ายแผนงานฝึกอบรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
  • ตุลาการศาลปกครองกลาง
  • รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่
  • อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก
  • ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ศป.) 2 สมัย
  • อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยนเรศวร และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2557 และได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

     วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 2. นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์

นายนครินทร์ เกิดวันที่ 28 ก.ค. 2501 ปัจจุบันอายุ 65 ปี จบการศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต (การเมืองการปกครอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับสอง อักษรศาสตรมหาบัณฑิต (ภาควิชาประวัติศาสตร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย PH.D. (INTERNATIONAL STUDIES) WASEDA UNIVERSITY,ประเทศญี่ปุ่น

ประวัติการทำงาน

  • รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามลำดับ
  • กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2558

   นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 3. นายปัญญา อุชชาชน

นายปัญญา เกิดวันที่ 15 เม.ย. 2499 ปัจจุบันอายุ 67 ปี จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) นิติศาสตรบัณฑิต นิติศาสตร์มหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน)M.A. (Public Administration), Detroit, Michigan, U.S.A. นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Laws) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Justice Administration)

ประสบการณ์การทำงาน

  • ปลัดอำเภอ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  • เลขานุการผู้ว่าราชการ จ.สกลนคร กระทรวงมหาดไทย
  • เลขานุการผู้ว่าราชการ จ.ราชบุรี กระทรวงมหาดไทย
  • นักวิชาการปกครอง กรมการปกครอง
  • หัวหน้างานอัตรากำลังและบรรจุแต่งตั้ง กรมการปกครอง
  • ผู้ช่วยหัวหน้าภาควิชาพฤติกรรมศาสตร์ วิทยาลัยการปกครอง
  • ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนนักปกครองระดับสูง วิทยาลัยการปกครอง
  • หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยและวิชาการ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • หัวหน้ากลุ่มงานคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีและวิชาการ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ฝ่ายคดีและฝ่ายบริหาร)
  • ที่ปรึกษาด้านวิชาการ (นักวิชาการศาลรัฐธรรมนูญ 11 ชช.)
  • เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (นักบริหารศาลรัฐธรรมนูญ) 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2558

  ปัญญา อุดชาชนปัญญา อุดชาชน

4. นายอุดม สิทธิวอรัชธรรม

นายอุดม เกิดวันที่  22 พ.ย. 2497 ปัจจุบันอายุ 68 ปี จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 28 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์การทำงาน

  • นายทหารพระธรรมนูญ กองทัพเรือ
  • ผู้ช่วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาล จ.ทุ่งสง
  • ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
  • ผู้พิพากษาศาล จ.แม่สอด, ศาล จ.พิษณุโลก และศาล จ.นครสวรรค์
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.นครสวรรค์
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.หลังสวน, ศาล จ.อุทัยธานี และ ศาล จ.กำแพงเพชร
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา
  • ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 6
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ภาค 3
  • ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ภาค 5
  • ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 3
  • รองประธานศาลอุทธรณ์
  • อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1
  • อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้
  • ผู้พิพากษาศาลฎีกา
  • ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
  • ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

      อุดม สิทธิวอรัชธรรมอุดม สิทธิวอรัชธรรม

5. นายวิรุฬห์ แสงเทียน 

นายวิรุฬห์ เกิดวันที่ 27 พ.ย. 2494 ปัจจุบันอายุ 71 ปี จบการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา          

ประวัติการทำงาน

  • ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
  • รองประธานศาลฎีกา
  • ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

     วิรุฬห์ แสงเทียน วิรุฬห์ แสงเทียน 

6. นายจิรนิติ หะวานนท์ 

นายจิรนิติ เกิดวันที่ 14 ก.พ. 2496 จบการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา LL.M. (Master of Law, Harvard University) M.C.L. (Master of Comparative Law, George Washington University) S.J.D. (Doctor of Juridical Science, George Washington University)

ประวัติการทำงาน

  • ผู้พิพากษาศาล จ.ขอนแก่น
  • ผู้อำนวยการกองวิชาการ สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
  • ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่ง
  • เลขานุการศาลฎีกา
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์
  • ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ภาค 2
  • ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์
  • อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
  • ผู้พิพากษาศาลฎีกา
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
  • ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล และ กรรมการกฤษฎีกา 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

                               จิรนิติ หะวานนท์ จิรนิติ หะวานนท์ 

7. นายนภดล เทพพิทักษ์ 

นายนภดล เกิดวันที่ 3 ธ.ค. 2499 ปัจจุบันอายุ 66 ปี จบการศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) Master of Arts (International Relations) , Northern Illinois University (Fulbright Scholarship)

ประวัติการทำงาน

  • ผู้อำนวยการกอง กองเอเชียตะวันออก 2 กรมเอเชียตะวันออก
  • อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
  • รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก
  • อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา
  • เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร
  • เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน
  • รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
  •  เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ 

ได้รับการโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563

                                  นภดล เทพพิทักษ์ นภดล เทพพิทักษ์ 

8. นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ 

นายบรรจงศักดิ์ เกิดวันที่ 14 ส.ค. 2495 ปัจจุบันอายุ 70 ปี จบการศึกษา ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ประวัติการทำงาน

  • ตุลาการศาลปกครองชั้นต้น
  • ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น
  • ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2563

     บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ 

9. นายอุดม รัฐอมฤต 

นายอุดม เกิดวันที่  28 มิ.ย. 2502 ปัจจุบันอายุ 64 ปี จบการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางกฎหมายอาญา (Diplôme Supérieur d’Université) มหาวิทยาลัย Paris II ประเทศฝรั่งเศส ปริญญาโทและปริญญาเอกทางกฎหมายอาญา (Diplôme d’études approfondies et Doctorat en Droit Pénal) มหาวิทยาลัย Nancy II ประเทศฝรั่งเศส

ประวัติการทำงาน

  • รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
  • คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • กรรมการกฤษฎีกา 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2566

      อุดม รัฐอมฤต อุดม รัฐอมฤต 

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย 2 คน ที่ค้านคำสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คือ นายนภดล เทพพิทักษ์ และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราช

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัย การพ้นสมาชิกภาพ สส.ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ว่านายธนาธร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชน ส่งผลให้เป็นผู้ลักษณะต้องห้าม ไม่ให้ผู้ถูกร้องใช้สิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง สส. ทำให้สมาชิกภาพ สส.สิ้นสุดลง

ยุบพรรคอนาคตใหม่

วันที่ 21 ก.พ.  2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวน 191.2 ล้านบาท และศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 72 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และมาตรา 92 วรรคสอง ประกอบหนึ่ง (3)

รวมภาพ ‘พิธา’ โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553992

19 ก.ค. 2566

รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้

ประชุมสภา ยังไม่มีข้อยุติ เสนอชื่อ “พิธา” โหวตนายก ครั้งที่ 2 ได้หรือไม่ ด้าน “พิธา” รู้ตัวศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และได้ลุกขึ้นกล่าวต่อประธานสภาก่อนเดินออกจากห้องประชุม ไปชมภาพในขณะนั้นกัน

ขณะที่ประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 2 และกำลังถกเถียงญัตติข้อหารือว่า การเสนอชื่อ “นายพิธา” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ให้ที่ประชุมสภาลงมติให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ อีกครั้ง ทำได้ตามข้อบังคับข้อประชุมรัฐสภา ข้อ 41 หรือไม่ แต่ปรากฏว่า อยู่ๆ “นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ” สว. ขอลุกขึ้นอภิปรายแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ “นายพิธา” หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ถูก สส.พรรคก้าวไกลประท้วง จนมีเหตุวุ่นวาย ทำให้ “นายพรเพชร วิชิตชลชัย” รองประธานรัฐสภา ที่สลับขึ้นมาทำหน้าที่ ได้กล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห ว่าจะถกเถียงกันอีกกี่ครั้ง ตนเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ พร้อมขอให้นั่งลง

“นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร” สส.พรรคก้าวไกล ได้ประท้วงนายกิตติศักดิ์ว่า ในประเด็นคำวินิจฉัยของศาลควรรอหนังสือราชการ อย่าใจร้อนหรือกระเหี้ยนกระหือรือ

ที่ประชุมสภาปรบมือในนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หลังจากประกาศปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566ที่ประชุมสภาปรบมือในนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หลังจากประกาศปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566

ก่อนราวๆ 15.00 น. “นายพิธา” ลุกขึ้นพร้อมกับกระดาษในมือ 1 แผ่น หลังจาก “นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์” สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอญัตติพร้อมเสนออภิปรายว่าไม่สามารถทำได้จบลง โดย “นายพิธา” เอ่ยถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือ “วันนอร์” นั่งประธานสภาพิจารณาในช่วงเวลานั้น ว่า ได้รับเอกสารคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. และจะปฏิบัติตามคำสั่ง จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยเป็นอื่น โอกาสนี้ขออำลาท่านประธานจนกว่าจะพบกันใหม่ จึงขอฝากเพื่อนสมาชิกในการดูแลประชาชน ผมเชื่อว่า ประเทศไทยเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. 2566 

รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น “นายพิธา” ได้เดินออกจากห้องประชุม ทางประตูหลัง โดยชูบัตรประจำตัว สส.และโบกมือ ไปยังด้านหน้าห้องประชุมด้วย หลังจากเกิดประเด็นวิวาทะระหว่างนายวิโรจน์และนายกิตติศักดิ์ “นายพิธา” ได้เดินกลับเข้าห้องประชุม และนั่งในเก้าอี้ประจำของตัวเอง

รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้
รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้
รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้

(คลิป) เปิดประวัติ 9 อรหันต์ ศาล รธน. ผู้วินิจฉัยชี้ขาดคดีการเมืองสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553979

19 ก.ค. 2566

(คลิป) เปิดประวัติ 9 อรหันต์ ศาล รธน. ผู้วินิจฉัยชี้ขาดคดีการเมืองสำคัญ

เปิดประวัติ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ-ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 อรหันต์ ผู้วินิจฉัยชี้ขาดคดีการเมืองสำคัญ ล่าสุดมีมติ 7 ต่อ 2 สั่ง ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ติดตามรายละเอียดในคลิป

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 รับคำร้องพิจารณาการสิ้นสุดสมาชิกภาพ สส. ของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรค และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล กรณีถือหุ้นไอทีวี และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ไว้ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. นี้ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญกลายมาเป็นจุดสนใจของคนในสังคมอีกครั้ง และวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก 9 อรหันต์ ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้วินิจฉัยชี้ขาดคดีการเมืองสำคัญ ประกอบด้วย

นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557 และได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 ปัจจุบันอายุ 71 ปี ซึ่งก่อนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดสกลนคร, และอุดรธานี, เคยเป็นอัยการพิเศษฝ่ายแผนงานฝึกอบรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด, ตุลาการศาลปกครองกลาง, รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่, อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก และ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตามลำดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ปัจจุบันอายุ 65 ปี ทั้งนี้ก่อนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามลำดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)


นายปัญญา อุชชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 ปัจจุบันอายุ 67 ปี ก่อนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยผ่านงานบริหารมาหลายระดับ เริ่มจากปลัดอำเภอ เลขาผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งต่างๆในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (นักบริหารศาลรัฐธรรมนูญ) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

นายอุดม สิทธิวอรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 ปัจจุบันอายุ 68 ปี ก่อนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยดำรงตำแหน่งหลากหลายอาชีพแต่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมาย และประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา ตามลำดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

นายวิรุฬห์ แสงเทียน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 จบการศึกษา  ก่อนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา, รองประธานศาลฎีกา และ ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา ตามลำดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก, มหาวชิรมงกุฎ

นายจิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563
 ก่อนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่นก่อนมาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล และ กรรมการกฤษฎีกา ตามลำดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) เหรียญพระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 5

นายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 ก่อนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยดำรงตำแหน่งเป็นอัครราชทูตที่ปรึกษา และ เอกอัครราชทูตหลายประเทศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ก่อนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองชั้นต้น, ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น, ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ตามลำดับ ประวัติรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

 
นายอุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2566 ก่อนดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เคยดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ กรรมการกฤษฎีกา ตามลำดับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดที่ได้รับ- มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

เรืองไกร ขย่มซ้ำ ศาลรัฐธรรมนูญมี คำสั่ง ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นอันจบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553977

19 ก.ค. 2566

เรืองไกร ขย่มซ้ำ ศาลรัฐธรรมนูญมี คำสั่ง 'พิธา' หยุดปฏิบัติหน้าที่ เป็นอันจบ

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้ร้องคุณสมบัติ ” พิธา” จากการถือหุ้นสื่อ ย้ำเมื่อ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีมติสั่งให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หยุดปฏิบัติหน้าที่สส. กระบวนการจากนี้ต้องไปชี้แจงหักล้าง ส่วนผู้ที่จะโหวตนายกรัฐมนตรี ให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล อาจเข้าข่าย ใช้อำนาจขัดต่อหน้าที่

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ  เปิดเผยว่า การที่   ศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. หลังรับคำร้องประเด็นคุณสมบัติ จากการถือหุ้นสื่อไว้พิจารณา  เรื่องนี้เป็นไปตาม ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย  โดยข้อเท็จจริงของคำร้องที่ตนเองยืนยันมาโดยตลอด คือเรื่องของบัญชีผู้ถือหุ้นและวัตถุประสงค์ของบริษัท ซึ่งตามหลักศาลจะต้องให้นายพิธาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เพื่อความเป็นธรรม ทั้งนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.แล้ว นายพิธา ต้องออกจากห้องประชุมรัฐสภา 


ส่วนการเสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ขอเตือนสมาชิกรัฐสภาที่จะโหวตนายกรัฐมนตรีให้นายพิธา ตนเองจะส่งชื่อทั้งหมดร้องต่อ   คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช. )  เพราะมีความเสี่ยงผิดกฏหมายว่าจงใจใช้อำนาจขัดต่อหน้าที่หรือไม่  “มองว่าวันนี้ชื่อของนายพิธา อย่างไรก็ต้องตกไป ไม่สามารถโหวตได้   นายพิธาควรแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการไปต้อสู้คดี มากกว่าการแถลงขอโอกาสอีกครั้ง และเห็นควรเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จำนวน 3 รายชื่อให้รัฐสภาโหวตมากกว่า ”  นายเรืองไกร  ระบุ

‘ก้าวไกล’ ออกแถลงด่วนปม ‘พิธา’ ถูกศาลรธน. สั่งให้หยุดทำหน้าที่ สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553969

19 ก.ค. 2566

‘ก้าวไกล’ ออกแถลงด่วนปม ‘พิธา’ ถูกศาลรธน. สั่งให้หยุดทำหน้าที่ สส.

พรรคก้าวไกล ออกแถลงด่วนประเด็น ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ชั่วคราว ของ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ จากกรณีหุ้นสื่อ ITV ชี้ พิธา ยังสามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่

19 ก.ค. 2566 พรรคก้าวไกลออกแถลงด่วนประเด็นศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ชั่วคราว นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากกรณีหุ้นสื่อ ITV อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมาย พิธา ยังสามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่

ก้าวไกล ระบุเพิ่มเติมว่า แต่สถานการณ์ในที่ประชุมรัฐสภาไม่สู้ดี เนื่องจากมีการถกเถียงกัน ในเรื่องข้อบังคับการประชุมว่าจะสามารถ

เสนอชื่อพิธาให้รัฐสภาพิจารณาอีกครั้งได้หรือไม่ หลังจากไม่ได้รับเสียงเพียงพอในการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 โปรดติดตามสดๆการประชุมรัฐสภา

‘ก้าวไกล’ ออกแถลงด่วนปม ‘พิธา’ ถูกศาลรธน. สั่งให้หยุดทำหน้าที่ สส.

ขอบคุณที่มา: พรรคก้าวไกล – Move Forward Party

‘โหวตนายกรอบ2’ : ‘สุทิน’ ลุ้นตีความ ‘ข้อบังคับที่ 41’ ชงชื่อ ‘พิธา’ ได้หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553961

19 ก.ค. 2566

‘โหวตนายกรอบ2’ : ‘สุทิน’ ลุ้นตีความ ‘ข้อบังคับที่ 41’ ชงชื่อ ‘พิธา’ ได้หรือไม่

‘โหวตนายกรอบ2’ : ‘สุทิน’ ลุ้นตีความ ‘ข้อบังคับที่ 41’ เสนอชื่อ ‘พิธา’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ‘ประธานสภาฯ’ เปิดให้สมาชิกอภิปรายฯ 2 ชม. คาดอาจจะถูกตีตก เหมือนเสนอครั้งแรก- 11.00 น.ศาลรธน. สั่ง ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ชั่วคราว ปมถือครองหุ้นสื่อไอทีวี

วันพุธที่ 19 ก.ค. 2566  มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) โดยมีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร 

โดยการพิจารณาครั้งนี้ ถือเป็นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ประชุมรัฐสภา มีมติไม่เห็นชอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 จะต้องเป็นได้รับเสียงความเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ปัจจุบันมีอยู่ 749 เสียง แบ่งเป็น สส. 500 เสียง สว. 249 เสียง เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา เท่ากับ 375 เสียง

แต่การการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2566 ที่ประชุมรัฐสภามีมติ เห็นชอบ 324 เสียง ไม่ชอบ 182 เสียง งดออกเสียง 199 เสียง ส่งผลให้ นายพิธา ได้รับคะแนนเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา จึงไม่ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย

‘สุทิน’ เสนอ ‘พิธา’ เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ก.ค. 2566 การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานในที่ประชุม โดย นายสุทิน คลังแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกฯคนที่ 30

นายสุทิน คลังแสง เสนอ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯนายสุทิน คลังแสง เสนอ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ

จากนั้น นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ลุกขึ้นประท้วงการเลือกนายกรัฐมนตรี ถือเป็นญัตติ เพราะต้องมีการรับรองการเสนอจาก สส. และ สว. ดังนั้น เมื่อมีการเสนอชื่อ และลงคะแนนแล้ว และถูกรัฐสภาตีตกไปแล้ว จึงไม่ควรนำเสนอนายพิธา กลับมาใหม่

“สุทิน” รับดัน “พิธา” รอบนี้ เหนื่อยกว่ารอบแรก

นายสุทิน คลังแสง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เผยว่าเสนอชื่อ “พิธา” รอบนี้ เหนื่อยกว่ารอบแรก ชี้ มีเรื่องต้องลุ้นผ่านด่านข้อบังคับ 41 ขนาดฝ่ายกฎหมายสภายังเสียงแตก ตีความวุ่น รับความเห็น “อดีต กกต.” เป็นแนวคิดที่ดี ขอเสียงพรรคเล็กพลิกเป็นญัตติใหม่มองโหวตรอบ 2 สู้ที่ข้อบังคับ

“พิธา” ฝาก 4 ประเด็นถึงสว.

เผยในวันนี้ ผมขอวิงวอนว่า หากท่านยึดถือหลักการตามที่ท่านให้เหตุผลตามนี้จริง ไม่ได้กระทำไปด้วยเหตุอื่น โปรดโหวตให้กับนายกรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนของเสียงข้างมากจากประชาชน

ในนานาอารยประเทศไม่มีที่ไหน เลือกตั้งมาเกิน 2 เดือนแต่ยังไม่มีผู้นำ ยันไม่ได้มุ่งมั่นทำลายสถาบัน แนะลงมติตามเสียงประชาชน ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ถือเป็นสิ่งที่มีเกียรติ

“อนุทิน” ย้ำไม่ร่วมรัฐบาลเพื่อไทย หากยังมีก้าวไกล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมร่วมรัฐสภา การเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้ ต้องฟังที่ประชุมว่าจะสามารถเดินหน้าโหวตได้หรือไม่ ซึ่งต้องหารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุป

ส่วนการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลจะเป็นการเสนอญัตติซ้ำหรือไม่นั้น พรรคภูมิใจไทย ขอเดินหน้าทำตามข้อกำหนด และข้อบังคับการประชุม หลักการของพรรคภูมิใจไทยยังยึดมั่นคำเดิม คือไม่แก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112

“พิธา” โพสต์ภาพกอดลูกสาวก่อนเข้าประชุมสภา ลงมติเลือกนายกครั้งที่สอง พร้อมใส่แคปชันระบุขอบคุณครับลูกให้กำลังใจ บอกพ่อจะพยายาม

พร้อมระบุแคปชันว่า

โชคดีค่ะคุณพ่อ ขอบคุณครับคุณลูก พ่อจะพยายาม

อย่างไรก็ตาม ได้มีคนเข้ามาส่งอิโมจิหัวใจสีส้ม พร้อมคอมเมนต์ให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

‘โหวตนายกรอบ2’ : ‘สุทิน’ ลุ้นตีความ ‘ข้อบังคับที่ 41’ ชงชื่อ ‘พิธา’ ได้หรือไม่

“กิตติศักดิ์” เผยจุดยืนสว.โหวตไม่เห็นชอบ

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ว่า จุดยืนเหมือนเดิมทุกอย่างเรามีหน้าที่ตรงนี้เราต้องคำนึกถึงความสำคัญของประเทศชาติเป็นหลัก สว.วันนี้ได้คุยกันเบื้องต้นแล้วว่า สิ่งสำคัญคือจะขอประเทศไทยคืน

“เราไม่ยอมเปลี่ยนประเทศไทย และก็เราจะขอลูกหลานเราคืนลูกหลานเราจะต้องกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของพ่อแม่ วัฒนธรรมประเพณีไทยต้องกลับมา”

“วราวุธ” ชี้ “พิธา” ถูกรัฐสภาตีตกไปแล้วไม่ควรเสนอใหม่

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรตก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา และตามระเบียบการประชุมรัฐสภา การเลือกนายกรัฐมนตรี ถือเป็นญัตติ เพราะต้องมีการรับรองการเสนอจาก สส. และ สว. ดังนั้น เมื่อมีการเสนอชื่อ และลงคะแนนแล้ว และถูกรัฐสภาตีตกไปแล้ว จึงไม่ควรนำเสนอใหม่

“กัณวีร์” ลั่น พรรคเป็นธรรมพร้อมเป็นฝ่ายค้านร่วมก้าวไกล

นายกัณวีร์ สืบแสง สส. บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงความพยายามใช้ข้อบังคับที่ 41 ตีตกญัตติเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์สส. บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกลในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 วันนี้ โดยยืนยันว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด ไม่สามารถนำข้อบังคับมาอยู่เหนือรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นหากมีการเสนอเรื่องนี้ พรรคเป็นธรรมจะใช้ข้อมูลในการอภิปรายตอบโต้

เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เผยพร้อมเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคก้าวไกล หากมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลจริง ยอมรับที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายกังวลการเสนอชื่อ “พิธา” อาจผิดข้อบังคับรัฐสภา แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ พร้อมยืนยันพรรคเป็นธรรมจะยืนฝั่งประชาธิปไตย

สว.จเด็จ ยันไม่โหวต‘พิธา’ นายกฯ

นายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า หากวันนี้สามารถลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้งยืนยันว่าจะโหวตไม่เห็นชอบให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม แต่ส่วนตัวเชื่อว่าวันนี้ไม่สามารถโหวตนายกได้

สว.มณเฑียร ลั่นโหวตหนุน‘พิธา’

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา กล่าวย้ำก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ว่ายังคงยืนยันหลักการเดิม ที่จะต้องให้โอกาสพรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ซึ่งส่วนตัวจะไม่ใช้หลักการอื่น

“วิทยา” ชี้ “พิธา” ถูกรัฐสภาตีตกแล้ว ไม่ควรเสนอใหม่

นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 โดยย้ำว่า การเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นญัตติ และได้ถูกตีตกไปแล้ว ไม่ควรนำเสนอกลับเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภาใหม่ เว้นแต่จะเป็นการเสนอที่มีพฤติการณ์ใหม่ หรือ เหตุการณ์ใหม่ และเมื่อเป็นญัตติ ก็จะต้องดำเนินการภายใต้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา

“สว.สุรเดช” ยันโหวต “พิธา” ยึดหลักการเคารพเสียงประชาชน

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ สว. เผยโหวตนายกรอบ 2 จะยังคงยกมือโหวตให้ “พิธา” ยึดหลักการเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน และอยากจะให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้

“ชูวิทย์” โพสต์บอก เตรียมพลิกขั้ว- มียุบพรรค

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  โพสต์เฟซบุ๊ก บอก ปิดสวิตช์ประชาชน ระบุ MOU เป็นแค่ละคร เตรียมพลิกขั้ว ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ กลับมาแน่ และอาจมียุบพรรคเกิดขึ้น พร้อมบอกด้วยว่าไม่มีดีลลับ เหลือแต่ดีลวงเท่านั้น

อภิปรายฯ ข้อบังคับที่ 41 ลุ้นเสนอ‘พิธา’ได้หรือไม่

บรรยากาศจากในการประรัฐสภา โหวตนายกรอบ 2 เป็นวาระสำคัญครั้งนี้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันจะเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ที่น่าจับตาคือ ความไม่ชัดเจน ว่า จะสามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้หรือไม่ หลังมีผู้ไม่เห็นด้วย โดยมองว่า ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 41 ญัตติใดที่ตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติขึ้นเสนอซ้ำ เว้นแต่ญัตติที่ยังมิได้มีการลงมติ หรือญัตติที่ประธานรัฐสภาจะอนุญาต แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา อาจพิจารณาให้มีการเสนอญัตติดังกล่าวซ้ำได้อีก

ศาลรธน. สั่ง ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ชั่วคราว ปมถือครองหุ้นสื่อไอทีวี

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. “คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ได้มีการการประชุม มีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ การพิจารณา เรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 23/2566) (กค. 5)

“ศาลรัฐธรรมนูญ” ได้มีมติเอกฉันท์ พิจารณารับเรื่องดังกล่าวไว้แล้วและขอให้ “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว  

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553960

19 ก.ค. 2566

ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง 'พิธา' หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือหุ้นสื่อ ตามที่ กกต. ยื่นคำร้องให้วินิจฉัย มีผลตั้งแต่วันนี้

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ ด้วยมติ 7 ต่อ 2หลังจากเห็นว่า เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องปรากฎเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องอาจก่อให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายและการคัดค้านโต้แย้งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมรัฐสภาและที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2566

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่สำคัญและเป็นที่สนใจ ดังนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82ว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง ส่งคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ถูกร้อง เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อสารมวลชนใด ๆ อยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ

เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา101  (6) ประกอบมาตรา98(3)ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องว่างลงนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 วรรคหนึ่ง (2)

ผลการพิจารณา

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ประกอบวรรคหนึ่งและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7(5)จึงสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 54

คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันนี้ คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันนี้

ส่งไม้ต่อ ‘เศรษฐา’ นายกคนที่ 30 ผู้ที่ คสช.เชิญตัวเข้ากองทัพบกปรับทัศนคติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553955

19 ก.ค. 2566

ส่งไม้ต่อ 'เศรษฐา' นายกคนที่ 30  ผู้ที่ คสช.เชิญตัวเข้ากองทัพบกปรับทัศนคติ

สิ้นสุดส่งชื่อ “พิธา” “โหวตนายก” มติไม่เห็นชอบรอบ 2 “ก้าวไกล” ส่งไม้ต่อ “เศรษฐา” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ไปทำความรู้จักกับเสี่ยนิด ชายวัย 60 เจ้าพ่ออสังหาฯ หมื่นล้าน สู่นายกรัฐมนตรี 1 ในผู้ที่ คสช.เชิญตัวเข้ากองทัพบกปรับทัศนคติ

ผลการลงมติที่ประชุมรัฐสภาเสียงข้างมาก 394 เสียง เห็นตรงกัน ชื่อของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” พรรคก้าวไกล ไม่สามารถเสนอเข้ามาโหวตนายกรัฐมนตรีซ้ำได้ ขณะที่เสียง 8 พรรรคร่วม ยังคงเทให้ที่ 312 เสียง เมื่อผลเป็นเช่นนี้ หมายความว่า “พรรคก้าวไกล” หมดสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรี และ “พรรคเพื่อไทย” โดย “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะถูกเสนอชื่อโหวตนายก ตามคำมั่นของพรรคก้าวไกลว่า หากพรรคก้าวไกลไม่ผ่านโหวตนายกครั้งที่ 2 จะถอยให้พรรคเพื่อไทย  “เศรษฐา” เป็นใคร มีวีรกรรมทางการเมืองหรือไม่ ติดตามจากรายงาน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขณะเดินออกจากที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขณะเดินออกจากที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566

“เศรษฐา” มีชื่อเล่นว่า “นิด” คนทั่วไปเรียกกันว่า “เสี่ยนิด” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รวยหมื่นล้าน ประสบการณ์เกือบ 40 ปี นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แสนสิริ เป็นคนสนใจเหตุบ้านการเมือง มักแสดงทัศนะผ่านบัญชีทวิตเตอร์ มีผู้ติดตามกว่า 3.2 แสนคน ความชัดเจนการแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับพฤติการณ์การชุมชนของ กปปส. ปี 2556–2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงได้ออกคำสั่งเรียกให้ “เศรษฐา” ไปรายงานตัวที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ก่อนประกาศยึดอำนาจ 

นายเศรษฐา ทวีสิน ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลนายเศรษฐา ทวีสิน ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล

“เศรษฐา” ยังชื่นชอบกีฬาฟุตบอล เป็นแฟนบอลหงส์แดงลิเวอร์พูล สีแดงจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา ก่อนเลือกตั้งปี 2566 “เศรษฐา” เดินทางไปชมแมสเลสเตอร์ซิตี้ พบกับ เวสแฮมยูไนเต็ด ที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ สหราชอาณาจักร แต่ถูกจับตาเป็นประเด็นร้อนฉ่า เมื่อในสนามนั้นมี “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวพรรคภูมิใจไทย และอยู่ในเฟรมเดียวกัน ก่อนที่ “เศรษฐา” จะชี้แจงว่า ไปชมฟุตบอล

ปลายปี 2565 “เศรษฐา” ประกาศผ่านทวิตเตอร์สั้นๆ ว่า “ผมอยู่เพื่อไทยครับ” สร้างความฮือฮา ก่อนจะอธิบายว่า  นั้นหมายถึง “ผมอยู่เพื่อประเทศไทยนะครับ” แต่ก็ยอมรับว่า ถ้าลงเล่นการเมือง ก็จะอยู่พรรคเพื่อไทยแน่นอน เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ตัดสินว่าจะลงเล่นการเมืองแน่นอนหรือไม่

ข้อความที่นายเศรษฐา ทวีสิน ทวิตเตอร์ เมื่อปลายปี 2565ข้อความที่นายเศรษฐา ทวีสิน ทวิตเตอร์ เมื่อปลายปี 2565

3 เม.ย. 2566 “เศรษฐา” ประกาศลาออกจากประธานแสนสิริ และสวมเสื้อเพื่อไทย ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก่อนจะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย

เส้นทางการทำงานสายธุรกิจเริ่มต้นในวัย 23 ปี ตั้งแต่ปี 2529 ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท P&G ประเทศไทย (จำกัด) กระทั้งสู่ตำแหน่งประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม

นายเศรษฐา ทวีสินนายเศรษฐา ทวีสิน

นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

นอกจาก แสนสิริ แล้ว “เศรษฐา” ยังเป็นเจ้าของบริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน),  บริษัท คิวที ไลฟ์สไตล์ จำกัด, บริษัท สิริพัฒน์ เซเว่น จำกัด, บริษัท สิริพัฒน์ ไฟฟ์ จำกัด, และ 5 บริษัท สุรช จำกัด ทุนจดทะเบียนเกือบ 5,500 ล้าน ผลประกอบการเฉพาะ แสนสิริ ปี 2564 กวาดรายได้ไปเกือบ 30,000 ล้านบาท และกำไรไม่ต่ำ 2,000 ล้านบาท

‘โหวตนายกรอบ 2’ ชลน่าน ยัน ไม่มีแผนสำรอง หาก ‘พิธา’ ได้เสียงไม่ถึงครึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553949

19 ก.ค. 2566

'โหวตนายกรอบ 2' ชลน่าน ยัน ไม่มีแผนสำรอง หาก 'พิธา' ได้เสียงไม่ถึงครึ่ง

‘ชลน่าน’ ย้ำ ไม่มีแผนสำรอง ‘โหวตนายกรอบ 2’ พิธา ได้เสียงไม่ถึงครึ่ง รอ ก้าวไกล แถลงให้ เพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผย ก่อนการประชุมสภา เพื่อ “โหวตนายกรอบ 2” ซึ่งมีการยื่นเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นญัตติซ้ำ ว่า 8 พรรคร่วมได้คุยกันชัดเจนแล้ว มีมติว่า ไม่ใช่ญัตติตามข้อบังคับที่ 41 เชื่อว่ายังเสนอได้ตามเดิม

ส่วนคะแนนโหวตนายพิธารอบนี้ได้เท่าไร ถึงจะเปลี่ยนให้เพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น ก็ไม่ได้คิด แต่ตามถ้อยแถลงของนายพิธา ระบุว่า หากได้มากกว่า 10% ของคะแนนเดิม คือ 356 หรือตีกลมๆ 360 คะแนน เราจะยังสนับสนุนนายพิธาเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นญัตติใด พร้อมย้ำว่า 141 เสียงของพรรคเพื่อไทย จะยังคงเห็นชอบ และไม่ได้มีแผน 2

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน กล่าวถึงกรณีที่วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีการพิจารณาคุณสมบัตินายพิธา ปม “หุ้นไอทีวี” ว่า ทางสมาชิกพรรคก็ได้สอบถามในที่ประชุมเหมือนกัน ว่าจะมีผลต่อการโหวตหรือไม่ ซึ่งตนได้ตอบชัดแล้วว่า ในกรณีถ้าศาลรับคำร้อง ยังไม่มีการวินิจฉัยเป็นที่สุด ก็ถือว่านายพิธา ไม่มีลักษณะต้องห้าม ยังเสนอชื่อ และให้ความเห็นชอบได้

ส่วนกรณี สว.ให้ความมั่นใจว่า จะไม่มีการโหวตนายกรอบ 2 นั้น นพ.ชลน่าน ไม่ขอโต้แย้ง มองว่า เป็นสิทธิของแต่ละคน หากประธานรัฐสภา ให้ญัตติเข้า ก็ยึดถือตามนั้น ถ้าเสียงข้างมากบอกเป็นญัตติซ้ำ ถ้าการวินิจฉัยของสภาเป็นอย่างนั้น ญัตติที่เสนอในวันนี้ ก็ไม่ได้รับการโหวต ก็ต้องยอมรับ แต่ขณะนี้เพื่อไทยยังไม่มีแผน เสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในวันนี้

ส่วนที่ สว. บอกว่า แม้เพื่อไทยจะพลิกมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังมีก้าวไกลอยู่ด้วย ก็จะไม่โหวตให้นั้น นพ.ชลน่าน บอกว่า ตนยังไม่คิดล่วงหน้า เป็นเพียงความคิดเห็นของ สว. บางคน ซึ่งทั้งหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็ได้เพียงแต่รับฟัง

เมื่อถามย้ำว่า พรรคเพื่อไทย สามารถดีลเสียง สว. เองได้ แม้จะมีพรรคก้าวไกลรวมอยู่ด้วยใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน บอกว่า เป็นกระบวนการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องรอข้อเท็จจริง และความเห็นพ้องจาก 8 พรรคร่วม โดยเฉพาะก้าวไกลว่า มีความเห็นอย่างไร ถ้าทำตามที่นายพิธาแถลงไว้ ก็จะตอบได้ว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมหรือไม่ ที่จะหาเสียงกับ สว.

เมื่อถามว่า การเติมเสียงพรรคที่ 9 กับ 10 เข้ามา จำเป็นต้องรู้แน่ชัดก่อนหรือไม่ ว่า พรรคเพื่อไทยหาเสียง สว. ได้เท่าไร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคำถามที่ตอบสื่อไป เพราะถูกถามว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในนาม 8 พรรคร่วมตาม MOU เดิม ที่ให้พรรคอันดับ 2 เป็นแกนนำ จะมีการเปลี่ยนแปลง MOU หรือไม่ ซึ่งที่จริงตนไม่ควรตอบ แต่ว่าด้วยความที่มันตรงไปตรงมา เลยตอบไปว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ใน MOU ที่ทุกอย่างเขียนขึ้นต้นด้วยก้าวไกล ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง และสิทธิของพรรคแกนนำ ก็ต้องไปหารือกับ 8 พรรคร่วมว่า มีสิทธิจะไปหาเสียงเพิ่มได้มากน้อยแค่ไหน หากมีสิทธิ ก็ต้องเปลี่ยน MOU ซึ่งตนก็ตอบในทำนองนี้ ไม่ได้ไปรื้อ MOU ใดๆ พร้อมยอมรับว่า สมมติฐานในการเพิ่มเสียงของพรรคที่ 9 พรรคที่ 10 ก็จำเป็นต้องรู้เสียง สว.ที่แน่ชัดก่อน และขอไม่ตอบประเด็นโอกาสเกิดรัฐบาลข้ามขั้ว ขอให้ข้อเท็จจริงในวันนี้ปรากฏก่อน ไม่มีคำว่า “ถ้า” และไม่มีแผนสำรอง

‘ถ่ายทอดสด’ ลุ้นเสนอชื่อ ‘พิธา’ กลับมา ‘โหวตนายกฯ’ ครั้งที่ 2 ได้หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553936

19 ก.ค. 2566

'ถ่ายทอดสด' ลุ้นเสนอชื่อ 'พิธา' กลับมา 'โหวตนายกฯ' ครั้งที่ 2 ได้หรือไม่

‘ถ่ายทอดสด’ วันนี้ ลุ้น ‘โหวตนายกฯ’ ครั้งที่ 2 มีชื่อ ‘พิธา’ หรือไม่ หลังสองฝ่ายตั้งแง่ ตั้งแต่ขั้นตอนเข้าสู่วาระประชุม

ถ่ายทอดสด ประชุมสภา โหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 เวลา 09.30 น.วันนี้ มีความแตกต่างจากการโหวตนายกฯในรอบแรก เพราะ สว. มีปัญหาว่า การเสนอชื่อพิธา เป็นผู้เข้ารับการพิจารณา จะสามารถกระทำได้อีกครั้งหรือไม่ คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการหาข้อยุตินานพอสมควร

โดยฝ่ายวุฒิสภา หรือ สว. เห็นว่าไม่สามารถทำได้ โดยอ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาว่าการพิจารณาในที่ประชุม ต้องเสนอเป็นญัตติ และหากญัตติใดตกไปจะเสนอญัตติที่มีหลักการเดียวกันในสมัยประชุมนั้นอีกไม่ได้

ขณะที่ฝ่ายพรรคร่วม MOU  เห็นว่า โหวตนายกฯ เป็นการทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปของรัฐสภา

ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563

ก่อนการเสนอชื่อแคนดิเดตเพื่อโหวตนายกฯครั้งที่ 2 จึงต้องหายุติเรื่องนี้ให้ได้ก่อน หากที่ประชุมเห็นว่าวาระโหวตนายกฯ เป็นการพิจารณาญัตติ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ 36  ดังนั้นการเสนอญัตติที่มีหลักการเดิมจะกระทำมิได้ในสมัยประชุมเดียวกัน ตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 41

หากพรรคเพื่อไทย โดยนาย สุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคจะชื่อพิธาอีกครั้ง ต้องเสนอญัตติใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม

หากที่ประชุมเห็นว่า การโหวตนายกฯไม่ใช่การพิจารณาญัตติ ก็ยังมีปัญหาว่าอีกว่าการเสนอชื่อ พิธา กลับมาโหวตอีกครั้งทำได้หรือไม่ เพราะวุฒิสภาก็จะเทียบเคียงว่า การโหวตเลือกผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ของ สว. ก็ไม่สามารถเสนอชื่อผู้ซึ่งไม่ได้รับความเห็นชอบในรอบแรก กลับมาโหวตอีกครั้งได้เช่นกัน

ชมถ่ายทอดสดที่นี่