ขอดูหน้างาน ‘ธรรมนัส’ กั๊กตอบ ท่าทีพปชร. ‘โหวตนายกฯ’ ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553923

18 ก.ค. 2566

ขอดูหน้างาน 'ธรรมนัส' กั๊กตอบ ท่าทีพปชร. 'โหวตนายกฯ' ก้าวไกล

‘ธรรมนัส’ กั๊กตอบ ท่าทีพปชร. โหวตเลือกนายกฯ รอบ 2 อธิบาย ‘ขอดูหน้างานพรุ่งนี้’ เชื่อญัตติตกปิดประชุมสภาทันที มองชงชื่อ ‘บิ๊กป้อม’ นั่ง นายกฯ ยังไม่ถึงเวลา ลั่นหากก้าวไกลวืด ต้องมีมารยาท ให้เพื่อไทย-ภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาลก่อน

ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ภายหลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางออกจากที่ทำการพรรคทันที โดยไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ที่ถามถึงจะมีการเสนอชื่อพล.อ.ประวิตร ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ในการโหวตเลือกนายกฯ รอบ2 รวมถึงทิศทางของพรรคการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่19 ก.ค.นี้

เชื่อหากโหวตนายกฯ รอบ 2 ตก ปิดประชุมสภาทันที

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานประสานงาน สส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงทิศทาง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ของพปชร. ว่า ต้องดูหน้างาน ส่วนตัวมองว่า การเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขัดกับข้อบังคับที่ 41 ที่ไม่ให้เสนอญัตติซ้ำหรือไม่ว่า ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ เนื่องจากไม่มีข้อสรุปแน่นอน ฉะนั้นจะต้องขอดูหน้างานก่อน และพรุ่งนี้จะมีการประชุมสส.ก่อนในช่วงเช้า

ส่วนมองว่าการเสนอชื่อนายกฯ ญัตติควรตกไป ไม่ควรเสนอชื่อซ้ำหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า ในวันพรุ่งนี้เช้าจะมีการพูดคุยกัน

ทั้งนี้หากเป็นชื่อของนายพิธา จุดยืนจะยังคงเป็นเหมือนเดิมใช่หรือไม่นั้น ขอดูหน้างาน แต่ถ้าหากวันที่ 19 ก.ค. ญัตติโหวตนายกฯ รอบ2  นายพิธาตกไป ตนเชื่อว่าคงจะปิดการประชุมสภาฯ ทันที

ทั้งนี้  ที่ประชุมพปชร.ไม่ได้พูดถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการพูดถึงนโยบายของพรรคในอนาคตมากกว่า รวมถึงการหารือเรื่องพื้นที่ของ สส. และการเตรียมอภิปรายของ สส. ในสภาฯ และส่วนใหญ่เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ที่เราจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร เพราะเราจะต้องมีการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งจะมีขึ้นแน่นอนในอนาคต

เมื่อถามว่าเป็นการเตรียมเพื่อไปเป็นรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยถึงประเด็นนี้ และปฏิเสธว่าพรรคเพื่อไทยได้มีการติดต่อมาหรือไม่ และยังไม่ถึงเวลา ขอให้ประเด็นการโหวตเลือกนายกฯในวันพรุ่งนี้ผ่านไปก่อน

ส่วนตัวคิดว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ก็ดีหมด เราคิดว่าเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาว่าจะแสดงความเห็นอย่างไร ถ้าเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน พรรคพลังประชารัฐจะทำงานง่ายขึ้นหรือไม่นั้น พรรคเรามีแนวทางชัดเจน คือก้าวข้ามความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นยังเหมือนเดิม ไม่ว่าคนใดจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หากไม่มีประเด็นสำคัญที่เราเคยมีจุดยืนไว้ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

และตนเชื่อว่าไม่มีวันที่ 19 ก.ค.ไม่น่าจะมีคนอื่นนอกจากนายพิธา ซึ่งการจะโหวตอย่างไรนั้น พรรคพลังประชารัฐก็ต้องเป็นไปตามมติของที่ประชุม

ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีพรรคก้าวไกล ร่วมรัฐบาลด้วย พรรคพลังประชารัฐจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐเรามีสมาชิกเพียง 40 คน ดังนั้นการกำหนดทิศทางการเมืองเราจะเดินไปพร้อมกัน และขอฉันทามติจากคณะกรรมการ และ สส. เพราะฉะนั้นจะพูดตรงนี้ไม่ได้ และยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐ เราไม่จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยอย่างเด็ดขาดขอยืนยัน

“ผมและหัวหน้าพรรคยืนยันชัดเจน ว่าการจะตัดสินใจทางการเมืองเราต้องมีมารยาท ดังนั้นหลังจากที่พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้แล้ว ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทย ขอยืนยันชัดเจนว่าเราจะไม่เสนอชื่อหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ เสียงข้างน้อยเด็ดขาด เราไม่ทำรัฐบาลเสียงข้างน้อย ”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ทั้งนี้  ยังไม่ถึงเวลาของพรรคพลังประชารัฐ ต้องรอก่อน ต้องให้พรรคเพื่อไทยก่อน อย่าพึ่งคิดไกลไปขนาดนั้น เอาพรุ่งนี้ให้ผ่านไปก่อน

พร้อมยืนยันหลักการเดิมที่พรรคลำดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะเป็นพรรคอันดับที่สองถ้าไม่ได้ ก็เป็นพรรคอันดับที่สามคือพรรคภูมิใจไทยเพราะ โดยมารยาททางการเมืองก็ควรที่จะเป็นมาอย่างนั้น

สำหรับการโหวตนายกฯ ควรที่จะเร็วที่สุดถ้าหลังจากวันที่ 19 ก.ค.ถ้ามีอะไรชัดเจนแล้ว สัปดาห์ต่อไปก็ควรจะจบได้แล้ว

ทั้งนี้ หากนายพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี  จะเกิดคงามวุ่นวายหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เชื่อว่าบ้านเราเมืองเราถึงจุดหนึ่ง คนไทยก็จะกลับมารักกัน จากประสบการณ์ทางการเมืองตนเชื่ออย่างนั้น พวกเราไปคิดกันเองเราอย่าพึ่งไปวิตกกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น

“ทุกอย่างต่อดูหน้างานก่อน ไปพูดตอนนี้ไม่ดี สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมตอนนี้ยังพูดคุยกันปกติ ส่วนการโหวตนายกฯ จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องของเหตุและผล” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘เพื่อไทย’ ใจเป็นหนึ่งส่ง ‘พิธา’ ลุยสมรภูมิรบ โหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553921

18 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย' ใจเป็นหนึ่งส่ง 'พิธา' ลุยสมรภูมิรบ โหวตนายกฯ

พรรคเพื่อไทย ไม่มีแตกแถว เปิดทางหนุน “พิธา” แห่ง “ก้าวไกล” เข้าสู่สมรภูมิรบ “โหวตนายกรัฐมนตรี” มอบหมาย สส. บัญชีรายชื่อ สุทิน คลังแสง ทำหน้าที่เสนอชื่อหัวหน้าพรรคก้าวไกล ต่อที่ประชุม ส่วนกรณีพรรคอันดับ 1 ไปต่อไม่ได้ ทันทีที่แถลงวางมือ เพื่อไทย พร้อมลุยทันที

ที่พรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายภูมิธรรม เวชยชัย 
รองหัวหน้าพรรค และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  เลขาธิการพรรค  ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทย  ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คน และ สส. เข้าร่วมประชุม โดยนายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการเสนอชื่อหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการโหวตนายกรัฐมนตรี   วันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.) โดยมอบหมายให้  นายสุทิน คลังแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  เป็นผู้เสนอ

 ที่ประชุมยังมีมติเห็นค้าน หากมีสมาชิกรัฐสภา เสนอญัตติมาพิจารณา และให้มีการลงคะแนน ว่า ญัตติการเสนอชื่อนายพิธา เป็นญัตติซ้ำ และต้องตกไปเพราะเห็นว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 272 และ สส. ทั้ง 141 เสียงของพรรค ยินดีที่จะขานชื่อ นายพิธา เป็นบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีต่อที่ประชุม แต่หากที่ประชุมมีมติ ว่า ญัตติดังกล่าวต้องตกไป ไม่สามารถโหวตต่อได้ ประธานรัฐสภาจะปิดประชุม เพื่อไปนัดหมายวันโหวตนายกรัฐมนตรีในครั้งต่อไป แต่หากที่ประชุมมีมติ ว่า ญัตติดังกล่าวต้องตกไป ไม่สามารถโหวตต่อได้ ประธานรัฐสภาจะปิดประชุม เพื่อไปนัดหมายวันโหวตนายกรัฐมนตรีในครั้งต่อไป 


โดยหลังจากนี้จะต้องรอดูพรรคแกนนำพรรคอันดับ 1 ว่า จะดำเนินการอย่างไร เช่น หากแถลงยินดีให้พรรคอันดับ 2 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะดำเนินการ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เตรียมการอะไร ขอให้รอมติในวันพรุ่งนี้ว่าจะออกมาอย่างไรก่อน และวันนี้ในแจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบ แต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ยอมรับในชั้นเตรียมการบางสิ่งบางอย่างเป็นการภายใน  ได้ปรึกษาหารือกันไว้เท่านั้น แต่ยังไม่มีมติออกมา

‘ชัยธวัช’ ต่อสาย ‘เฉลิมชัย’ จริง หวังถามท่าทีโหวตเลือกนายกฯรอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553881

18 ก.ค. 2566

'ชัยธวัช' ต่อสาย 'เฉลิมชัย' จริง หวังถามท่าทีโหวตเลือกนายกฯรอบ 2

‘ชัยธวัช’ ยอมรับต่อสาย ‘เฉลิมชัย’ จริง หวังถามท่าทีโหวตเลือกนายกฯรอบ2 แต่ไม่ใช่รวมเสียงพรรคร่วม เผยหาก ‘พิธา’ เสียงโหวตน้อยพร้อมหลีกทางให้ ‘เพื่อไทย’

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยอมรับโทรหานาย เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์จริง แต่นายเฉลิมชัยไม่ได้รับสาย ส่วนที่โทรไปเพื่อสอบถามท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ หลังเกิดกระแสข่าว จะมีการเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจากเสียงข้างน้อย ซึ่งไม่ใช่การรวมเสียงกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 

สำหรับการโหวตเลือกนายกฯรอบ 2 ในวันพรุ่งนี้ (19ก.ค.) หากไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ได้ พรรคก้าวไกลจะให้สิทธิการจัดตั้งรัฐบาลแก่พรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่นั้น นายชัยธวัช ระบุว่า 8 พรรคร่วมฯ ยังไม่ได้มีการหารือกันในประเด็นดังกล่าว แต่พรรคก้าวไกล มุ่งมั่นที่จะจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ หากมีการลงมติครั้งที่ 2 ไปแล้ว แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

และการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ไม่สามารถบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมได้ทันการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 หรือพรรคก้าวไกลไม่มีโอกาสแล้วจริง ๆ พรรคก้าวไกลก็ต้องเปิดโอกาส ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ด้วยการเสนอชื่อนายดรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย

 แต่หากมติที่พรรคก้าวไกลได้รับเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ พรรคก้าวไกลก็จะยังคงเดินหน้าต่อในการลงมติครั้งที่ 3 เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคร่วมฯ สำเร็จ 

วงถก ‘ก้าวไกล’  เดินหน้าส่ง ‘พิธา’  โหวตนายกฯ รอบ 2 -ปชป. รอมติที่ประชุมสส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553917

18 ก.ค. 2566

วงถก 'ก้าวไกล'  เดินหน้าส่ง 'พิธา'  โหวตนายกฯ รอบ 2 -ปชป.  รอมติที่ประชุมสส.

ประชุมสส.พรรคก้าวไกล โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ร่วมด้วย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค , และ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ไม่มีทางเป็นอื่น เดินหน้าเสนอชื่อ ” พิธา” สู่สมรภูมิรบ โหวตนายกรัฐมนตรี รอบสอง ด้านปชป. นัด 25 สส. ประชุม ก่อนมีท่าทีโหวต

ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล   ,นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค , และ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ประชุมร่วมกับ สส.ก้าวไกล  โดยมีสาระสำคัญคือ  ชี้แจงผลการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ซึ่งที่ประชุมได้ย้ำถึงแนวปฏิบัติในการประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้  ( 19 ) เพื่อลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการยืนยัน ว่าพรรคก้าวไกลจะเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาเป็นครั้งที่ 2 

การกำหนดตัวบุคคลของพรรคก้าวไกล ที่จะอภิปราย รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงาน กสทช. และกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งจะมีขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 20   ก.ค.  นอกจากนี้จะขอมติจากที่ประชุม สส. เสนอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้

ปชป. รอมติที่ประชุมสส.ชี้ขาดท่าทีโหวตนายกฯ

.

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 และประธาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฏรวันพุธที่ 19 ก.ค.   สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 25 คน จะประชุมหารือที่ห้องประชุมกรรมาธิการ 409  เพื่อกำหนดแนวทางในการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่าจะงดออกเสียงหรือไม่เห็นชอบ หากมีการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี   สำหรับกระแสข่าวที่ว่าเลขาธิการพรรคก้าวไกล ติดต่อแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์  เพื่อขอเสียงโหวตนายพิธา ยืนยันว่า สส.ทั้ง 25 คน ไม่มีใครรับทราบ หรือได้รับการประสานงานเรื่องดังกล่าว ส่วนจะโหวตนายกรัฐมนตรีในแนวทางใด จะต้องรอมติในที่ประชุม สส.

รู้จัก ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เจ้าพ่ออสังหาฯ อู้ฟู่หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553915

18 ก.ค. 2566

รู้จัก 'แคนดิเดตนายกฯ' ชื่อ 'เศรษฐา ทวีสิน' เจ้าพ่ออสังหาฯ อู้ฟู่หมื่นล้าน

ฝุ่นทางการเมืองยังตลบอบอวล แต่ถ้า ‘พิธา’ วืดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อย่างเป็นทางการ สปอตไลต์จะส่องไปยังแคนดิเดตนายกฯ จาก ‘พรรคเพื่อไทย’ และ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ในวัย 60 ปี ที่กำลังเป็นเต็งหามเพราะจะถูกเสนอชื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาโหวตก้าวขึ้นผู้นำประเทศ รอลุ้น 19 ก.ค.นี้

สปอตไลต์การเมืองส่งไปที่เจ้าพ่ออสังหาฯ รวยอู้ฟู่หมื่นล้าน “เศรษฐา ทวีสิน” หลังจาก “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ส่งสัญญาณชัดว่าถ้า “พิธา” ไม่ได้ไปต่อ “พรรคเพื่อไทย” จะเสนอชื่อ “เศรษฐา” เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 30 ซึ่งต้องรอลุ้นว่าการประชุมรัฐสภา 19 ก.ค.นี้ ขั้นตอนการโหวตนายกฯ จะออกมารูปแบบไหน

เศรษฐา ทวีสิน ภาพ: เฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน - Srettha Thavisinเศรษฐา ทวีสิน ภาพ: เฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน – Srettha Thavisin

ก่อนนี้ “เศรษฐา ทวีสิน” เคยปล่อยวาทะเด็ดโต้ประเด็นสลับขั้ว ต่อคำถามโอกาสที่ “เพื่อไทย” จะหันไปจับมือกับพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ว่า “เลอะเทอะ” ถามกี่ครั้งก็จะตอบว่า “เลอะเทอะ” คำอธิบายนี้มีความหมายในตัวว่า ไม่มีเหตุผลใดที่พรรคเพื่อไทยจะทำอย่างนั้น แต่สถานการณ์ ณ เวลานี้ดูเหมือนแคนดิเดตนายกฯ อาจต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ 

ภายหลังตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองในนามเพื่อไทย “เศรษฐา” แสดงความเชื่อมั่นต่อเป้าหมายมาโดยตลอด โดยเขาเคยอธิบายด้วยความมั่นใจก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 13 พ.ค. 2566 ว่า เขามาเพราะ “Getting some” แปลความได้ว่า “ถ้าไม่แน่ใจ (ว่าจะได้เป็น…) คงไม่มา” ซึ่งคงหมายถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เมื่อสถานการณ์การเมืองค่อยๆ งวด และบีบให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตจาก “ก้าวไกล” เดินออกจากเกม และท้ายที่สุดอาจไปจบที่ฝ่ายค้าน ชื่อของ “เศรษฐา ทวีสิน” ก็ถูกโฟกัสมากขึ้น โดยเขาย้ำว่าถ้ามติพรรคเห็นชอบก็พร้อมทำหน้าที่นายกฯ ในรัฐบาลชุดใหม่

ล่าสุดภาพฉากทัศน์รัฐบาลชุดใหม่แจ่มชัดมากขึ้นเมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ ของ “เพื่อไทย” อีกคน ออกมายืนยันว่า หากการโหวตนายกฯ (พิธา) รอบ 2 ไม่ผ่าน “เพื่อไทย” ก็จะเสนอชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” ชิงเก้าอี้นายกฯ คนที่ 30 ฉะนั้นถ้าไม่ “พิธา” ก็ “เศรษฐา” นี่แหละที่มีโอกาสจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 

เศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisinเศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisin

สำหรับ “เศรษฐา ทวีสิน” มีชื่อเล่น “นิด” เกิด 15 ก.พ. 2506 เป็นบุตรคนเดียวของ ร.อ.อำนวย ทวีสิน กับ ชดช้อย จูตระกูล เขาจบปริญญาโท ด้านการเงินจาก Claremont Graduate School สหรัฐอเมริกา และตำแหน่งล่าสุดก่อนลาออกมาเล่นการเมืองคือ ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

เศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisinเศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisin

คู่ชีวิตของ “เศรษฐา” คือ “หมออ้อม” พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ “น้อบ” ณภัทร ทวีสิน, “แน้บ” วรัตม์ ทวีสิน และ “นุ้บ” ชนัญดา ทวีสิน หลังจบปริญญาโท เมื่อปี 2529 เศรษฐาเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เป็นเวลา 4 ปี จากนั้นก็ย้ายไปทำงานที่ บริษัท แสนสำราญ ของ อภิชาติ จูตระกูล ที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แสนสิริ และเศรษฐาก็ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

จุดยืนทางการเมืองของ “เศรษฐา” ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น เขาเลือกข้างทักษิณ และพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะกับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งทำธุรกิจอสังหาฯ ด้วยกัน โดยที่ครั้งหนึ่งเคยตกเป็นข่าวฮือฮาทางการเมือง

“เศรษฐา” ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ระหว่างเปิดตัวพรีเซลโครงการแสนสิริ ที่สยามพารากอน เมื่อ 17 ก.พ. 2555 โดยยอมรับว่า ได้พบยิ่งลักษณ์ ที่ชั้น 7 โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์จริง แต่เป็นการเข้าพบกันหลายคนเป็นกลุ่ม 6-7 คน และได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง หลายประเด็น ทั้งเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง เรื่องเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย การเงิน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากกว่า…ผมอยากให้ทุกฝ่ายให้เกียรติท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเป็นสุภาพสตรีด้วย และเป็นนายกฯ ของประเทศ ส่วนเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามที่ท่านนายกฯ ให้ข่าวไปแล้ว” (ที่มา: https://www.posttoday.com/politics/138518)

ก่อนจะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว “เศรษฐา” ประกาศว่าได้สมัครเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวและถัดมาเดือน มี.ค. 2566 พรรคเพื่อไทยก็แต่งตั้งเขาเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวของพรรค หรือเป็นที่ปรึกษาให้กับ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร 

หลังจากนั้นเขาได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Srettha Thavisin ขอโอนหุ้นแสนสิริ 661,002,734 หุ้น หรือ 4.44% คิดมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ให้แก่ “ชนัญดา ทวีสิน” ซึ่งเป็นลูกสาว ก่อนลงเล่นการเมือง

“เศรษฐา ทวีสิน” ในวัย 60 ที่กระโจนเข้าสู่การเมืองนั้นไม่ธรรมดา เพราะผลประกอบการของอาณาจักรแสนสิริประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยในปี 2565 แสนสิริมียอดขายสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท โตขึ้นเกือบ 50% จากปี 2564 ทำให้มีรายได้รวมทั้งสิ้น 34,983 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสูงถึง 4,280 ล้านบาท

นอกจากบทบาทนักธุรกิจอสังหาฯ ที่เก่งและโดดเด่นแล้ว ไลฟ์สไตล์ “เศรษฐา” เป็นที่รู้กันดีว่าเขาเป็นผู้ชายที่หลงใหลกีฬาลูกหนังอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นคนบ้าบอล โดยปัจจุบันยังปลีกเวลาลงสนามลับแข้งกับเพื่อนฝูงอยู่สม่ำเสมอ และยังสร้าง “แสนสิริอะคาเดมี่” เพื่อฝึกทักษะการเป็นนักฟุตบอลที่ดีให้กับเยาวชนอีกด้วย

นอกจากนั้นแล้วใครที่ได้มีโอกาสเจอะเจอ “เศรษฐา” ตัวเป็นๆ มักจะเห็นสัญญลักษณ์สีแดงตามตัวเขาด้วยเสมอ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเขาชื่นชมลีลาของขุนพลหงส์แดงลิเวอร์พูล สีแดงจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเศรษฐา ตั้งแต่เคสมือถือยันถุงเท้าที่สวมใส่ ฯลฯ 

‘เศรษฐา’ เดินยิ้มเข้าพรรคปัดให้สัมภาษณ์ถูกเสนอชิงนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553900

18 ก.ค. 2566

'เศรษฐา' เดินยิ้มเข้าพรรคปัดให้สัมภาษณ์ถูกเสนอชิงนายกฯ

‘เสี่ยนิด’ ยิ้มร่าเข้าพรรค หลัง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ปูดเตรียมส่งชิงนายกฯ หาก ‘พิธา’ ชวดรอบ 2 ย้ำต้องผ่านความเห็นชอบจาก กก.บห.ก่อน

วันที่ 18 ก.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พท. โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประเด็นที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. ได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงเช้าว่า หากพรรค พท.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยระหว่างที่จะเดินขึ้นลิฟต์ น.ส.แพทองธารได้ยืนรอทักทายนายเศรษฐาที่บริเวณหน้าห้องแถลงข่าวด้วย

เมื่อถามว่า ทำไมวันนี้จึงไม่ให้สัมภาษณ์ นายเศรษฐากล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “น.ส.แพทองธาร ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว”

เมื่อถามต่อว่า เป็นเพราะได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีหรือไม่ จึงไม่ให้สัมภาษณ์ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่เกี่ยวหรอกครับ ยังมีขั้นตอนของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อีก และเรื่องปากท้องก็สำคัญอยู่ครับ”

ส่วนที่ น.ส.แพทองธารประกาศชัดเจนว่าจะเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐากล่าวว่า “ครับคุณอิ๊งต้องไปบอก กก.บห.”

เมื่อถามย้ำว่า หากเสนอชื่อเช่นนี้ ส่วนตัวโอเคหรือไม่ นายเศรษฐาไม่ตอบคำถามได้แต่ยิ้ม แล้วตัดบท ชวนน.ส.แพทองธารไปประชุมบนตึกทันที

ชัดเจน ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่เสนอชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ แข่ง ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553891

18 ก.ค. 2566

ชัดเจน ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่เสนอชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ แข่ง ‘ก้าวไกล’

มั่นคง ชัดเจน ตรงไปตรงมา ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ประกาศจุดยืน ไม่เอา รัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่แก้ ม.112 ‘พีระพันธุ์’ ย้ำชัด รทสช. ไม่เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 คนแข่ง ‘ก้าวไกล’

โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รอบ 2 พรุ่งนี้(19 ก.ค. 2566) ชัดเจน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเสนอคนเดิม คือ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 หลังโหวตนายกฯรอบแรกเมื่อ 13 ก.ค.2566 แล้วได้เสียงเพียง 324 ขาดอยู่อีก 52 เสียงก็จะผ่าน

ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากพรรคการเมืองในรัฐบาลชุดเดิมก่อนการเลือกตั้ง 2566

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืนของพรรคในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า “ผมขออนุญาตเรียนยืนยันแนวทางและนโบายของ รทสช. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่า ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม คือ

1.ไม่เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ รทสช. ทั้งสองคน เรายืนยันว่าเราไม่เห็นด้วยกับแนวทางการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่จะทำให้เกิดผลเสียหายต่อบ้านเมือง

2. เราจะไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายหรือแนวทางการทำงานที่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 การแบ่งแยกการปกครอง การล้มล้างสถาบันครอบครัว ระบบการศึกษา วัฒนธรรมประเพณีที่ดี และสถาบันหลักทั้งสามของชาติ อันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมือง

รทสช. มั่นคง ชัดเจน ตรงไปตรงมา เหมือนเดิมครับ

คุณหญิงพรทิพย์ ตอบตรง แบน ‘โหวตนายกฯ” พิธา – ปม ก้าวไกล สุดซอย แก้ ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553894

18 ก.ค. 2566

คุณหญิงพรทิพย์ ตอบตรง แบน 'โหวตนายกฯ'' พิธา - ปม ก้าวไกล สุดซอย แก้ ม.112

“คุณหญิงพรทิพย์ ” ย้ำจุดยืน “โหวตนายกรัฐมนตรี” วันพรุ่งนี้ จุดยืนชัด ไม่สามารถโหวตให้กับ “พิธา” แห่ง ก้าวไกล เนื่องจากวุ่นวายและเดินหน้าอยู่กับ ม. 112 แทนที่จะเอาปัญหาปากท้องประชาชนเป็นวาระแรก สรุปปิดสวิตช์สว. งดออกเสียง ยอมรับเห็นตรงกันเพียงเรื่องเดียว ปิดสวิตช์ สว.

คุณหญิงพรทิพย์  โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ( สว. )  เปิดเผยว่า  การเสนอชื่อ  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล โหวตนายกรัฐมนตรี  วันพรุ่งนี้ ( 19)  ตนยึดหลักการเดิม คือปิดสวิตช์ตัวเอง   เห็นด้วยในหลักการว่ สว. ไม่ควรมีอำนาจในการโหวตนายกฯ และแนวทางดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่สส.อยากให้เป็น    หากจะโหวตให้พรรคก้าวไกล ควรนำเรื่อง การแก้ไข  ม.112 ออก เพราะไม่ใช่เรื่องปากท้องประชาชน  ถ้าเอาออกตนก็ยินดี   ยืนยันว่าข้อกังวลต่อก้าวไกลมีเรื่องเดียว  คือ ม.112   ดังนั้นจึงขอยึดหลักการเดิมไม่ออกเสียงให้ 

คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า  นายพิธา ได้ทำให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร   ปัญหาปากท้องประชาชน ไม่ใช่สิ่งเขาเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เป็นเรื่อง ม. 112   ทั้งนี้หากมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ที่มาจากพรรคเพื่อไทย   ก็ยังคงยืนยันว่าปิดสวิตช์ตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ยืนยันในหลักการเดิม คือไม่โหวตให้  อย่างไรก็ดีสิ่งเห็นด้วยกับการที่พรรคก้าวไกลคือ การยื่นเสนอแก้ไขมาตรา 272  หรือ ปิดสวิตช์สว.   คุณหญิงพรทิพย์   ระบุ

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์  สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) กล่าวถึง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ (19ก.ค.) ว่า มีเกณฑ์ในการตัดสินใจ โดยจะต้องเลือกคนดี คนเก่ง ในส่วนของคนเก่งต้องดูในด้านคุณวุฒิ ความรู้ ความสามารถ ประกอบกิจการอะไรสำเร็จแค่ไหน  คนดี   ต้องเป็นคนที่ประพฤติปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบของกฎหมาย กรอบของศาสนาที่สอนให้ทุกคนเป็นคนดี ปฏิบัติตัวประพฤติปฎิบัติตัวอยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงา  จะนำ 3 ข้อนี้มาดูว่าใครที่จะเหมาะสม มีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อ   จึงจะเลือก  ส่วนล้มล้างขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม เช่น สถาบัน ที่คนไทยให้ความเคารพนับถือตนก็ไม่เอา ดังนั้นการเสนอชื่อนายพิธาลิ้ม เจริญรัตน์ ครั้งที่ 2 ก็ต้องดูตามหลักนิยามที่ตนว่าไว้  หากมีคนอื่นเสนอชื่อแข่งก็ต้องพิจารณาตามหลักดังกล่าวข้างต้นเช่นเดียวกัน 

“เรื่องเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลยังจับมือร่วมรัฐบาลนั้น ผมไม่สนใจเพราะเป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง แต่ตอนนี้ต้องดูที่ตัวบุคคล ”  เขา  กล่าว 

ชัชชาติ ไม่ป้องลูกชาย ‘แสนปิติ’ โพสต์การเมือง ถือว่า ‘เป็นบทเรียน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553880

18 ก.ค. 2566

ชัชชาติ ไม่ป้องลูกชาย ‘แสนปิติ’ โพสต์การเมือง ถือว่า 'เป็นบทเรียน'

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ไม่ป้องลูกชาย ‘แสนปิติ’ หลังโพสต์วิจารณ์การเมืองฟาด ‘ก้าวไกล’ ลั่นอ้างเด็กไม่ได้ ถือ ‘เป็นบทเรียน’ ทำอะไรต้องรับผิดชอบ

#แสนปิติ ติดเทรนทวิตเตอร์นานข้ามวัน หลัง ‘แสนปิติ สิทธิพันธุ์’ หรือ แสนดี ลูกชายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(ผู้ว่าฯกทม.) ที่ได้ออกมาโพสต์วิจารณ์เดือดฟาดพรรคก้าวไกล แม้ในเวลาต่อมา แสนปิติ ได้โพสต์ขอโทษตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ได้มีการสัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์กับ ชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม.ถึงประเด็นที่ลูกชายออกมาโพสต์ผ่านไอจีสตอรี่ที่พูดถึงพรรคก้าวไกล จนกลายเป็นประเด็นว่าใช้คำที่รุนแรง ซึ่ง นายชัชชาติ ได้เปิดเผยว่า

“เห็นโพสต์ลูกตอนเย็นๆ เมื่อวานนี้มา มีคนส่งมา แสนดีโพสต์แรง ผมก็ไปคุยกับเขาบอกแสนดีว่าใจเย็นๆ อย่าไปโพสต์เรื่องการเมืองเลย ยังไงพ่อก็สนับสนุนยูนะ ผมไม่อยากให้อ้างว่ายังเด็ก เพราะอายุ 23 ปีแล้ว ผมก็ไม่เห็นด้วยกับทุกอย่างที่เขาพูด มองว่าสามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ แต่ว่าอยากให้เขาโพสต์เชิงสร้างสรรค์มากกว่า หรือไม่ใช้คำที่รุนแรง เพราะบางคำที่เขาใช้อาจจะแรงเกินไป ต่อไปจะคุยกับเขาให้มากขึ้น ที่ผ่านมาอาจไม่ได้คุยกันมากช่วงนี้”

ชัชชาติ ไม่ป้องลูกชาย ‘แสนปิติ’ โพสต์การเมือง ถือว่า 'เป็นบทเรียน'

ได้บทเรียน ‘ทั้งพ่อทั้งลูก’

นายชัชชาติ ยังระบุอีกว่า “ส่วนที่เขาออกมาโพสต์ขอโทษ เขาก็โพสต์เอง เราไม่ได้บอกให้โพสต์ บอกแค่ว่าว่าทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบ เมื่อเช้าก็นั่งรอเจอเขา ไม่ได้ออกไปวิ่ง ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญทั้งพ่อทั้งลูก เขาบอกว่า ‘เสียใจในสิ่งที่โพสต์ไป’ เราค่อยๆคุยกัน ทุกอย่างเป็นบทเรียน ความเห็นแสดงได้แต่อย่าไปพูดไม่ดีกับคนอื่น คำบางทีมันแรงไปหน่อย

ชัชชาติ-แสนปิติ สองพ่อลูกชัชชาติ-แสนปิติ สองพ่อลูก

เมื่อถามว่าเมื่อคืน แสนดีนอนหลับไหม นายชัชชาติกล่าวว่า เมื่อคืนผมก็เข้าไปดู เขาก็นอนหลับ นอนกอดโทรศัพท์ คงฟังคอมเมนท์จนมึน ยังดีเขาอ่านไทยไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอนนี้ได้บทเรียนทั้งพ่อทั้งลูก ตนเองก็มีส่วนที่ผิดที่ไม่คุยกับเขาให้ชัดเจน ต้องขอโทษในจุดนี้ตนบกพร่องไป”

แสนปิติ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ในศึกเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566แสนปิติ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ในศึกเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566

‘เพื่อไทย’ รักษามารยาทรอ ‘ก้าวไกล ‘โยนผ้า – ลุยทัพหน้าตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553882

18 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย'  รักษามารยาทรอ 'ก้าวไกล 'โยนผ้า  - ลุยทัพหน้าตั้งรัฐบาล

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยอมรับ การจะพูดถึง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากฝั่ง “เพื่อไทย” ไม่ว่าจะเป็น “แพทองธาร” หรือ ” เศรษฐา” ต้องระมัดระวัง ให้เกียรติกับ “ก้าวไกล” และ “พิธา” ที่ยังอยู่ในฐานะพรรคหลัก แต่หากฝั่งพรรคก้าวไกล จบไม่ได้ และมีการประกาศส่งไม้ต่อ ถึงเวลานั้นรุกเต็มสูบ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า แนวคิดของ  น.ส. แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย   ที่ระบุว่า  พรรคเพื่อไทยจะมีการเสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี    หากพรรคก้าวไกล  ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้   การกล่าวถึงชื่อนายเศรษฐา  เป็นเพียง ความเห็นของน.ส.แพทองธาร ซึ่งเรื่องดังกล่าว ยังต้องนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย อีกครั้ง ซึ่งจะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ ( 18 )   


 อย่างไรก็ตามการกล่าวถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากทางฝั่งเพื่อไทย  ไม่ว่าจะเป็น  น.ส.แพทองธาร  หรือ  นายเศรษฐา   ต้องระมัดระวัง รักษามารยาท  ต้องรอผลโหวตนายกรัฐมนตรี  จากพรรคก้าวไกล ที่เสนอนายพิธา   ลิ้มเจริญรัตน์   ในวันพรุ่งนี้ ( 19 )  ซึ่งกระบวนการแห่งความชอบธรรมจะเกิดขึ้น ต้องรอให้มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน พรรคเพื่อไทยถึงจะมีความชอบธรรมในการดำเนินการทุกอย่างได้

” ในกระบวนการวันพรุ่งนี้   หากญัตติในการเสนอชื่อนายพิธา ถูกตีตกหรือไม่ผ่าน  ตามขั้นตอน 8 พรรค ร่วม จะต้องมีการนัดประชุมใหม่   ส่วนกรณีคะแนนเสียงของนายพิธา ที่มีนัยสำคัญ  ว่าจะไปต่อหรือไม่ ( รอบ 3  ) ที่ประชุมระหว่าง 2 พรรค  ( ก้าวไกล –  เพื่อไทย ) มีการหารือร่วมว่า คะแนนเสียงเพิ่ม  ต้องมีมากกว่า 10 เปอร์เซนต์  หากคิดแบบเร็ว  ๆ ตามที่นายพิธาบอกไว้จะต้องได้ 356 เสียง หรือ 360 เสียง    ส่วนหากคะแนนเสียงไม่ถึง พรรคเพื่อไทย  จะรอให้พรรคก้าวไกลเป็นผู้ประกาศ  จากนั้นจึงจะเป็นขั้นตอนของพรรคเพื่อไทย ที่จะดำเนินการ ” 

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า    หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลายเรื่องอาจจะต้องเปลี่ยนแปลง เช่น ข้อตกลงใน MOU เดิมลงนามไว้ 8 พรรค เนื้อหาสาระจะต้องมีการเปลี่ยน แต่ก็ยังคำนึงถึงเนื้อหาเดิมอยู่ โดยไม่ได้ยกเลิก และสิทธิในการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะต้องพูดคุยใน 8 พรรค เช่นการเติมเสียงพรรคที่ 9 และพรรคที่ 10 และกระบวนการหาเสียงกับสว. ก็ต้องใช้เวลา ซึ่งหากประธานสภามีการนัดประชุมเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี ในสัปดาห์ถัดไปพรรคเพื่อไทยก็พร้อม 

“กรณีที่สว.บอกว่า เมื่อมีพรรคก้าวไกล อย่างไรก็ไม่โหวตให้   เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงสถานการณ์สมมติ กระบวนการการได้มาของเสียง 375 เสียง จะต้องขึ้นอยู่บนพื้นฐาน 8 พรรคร่วม มีความคิดเห็นอย่างไร และสิทธิของเพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำมีสิทธิมากขนาดไหน และสิ่งที่ต้องฟัง คือ ความเป็นไปได้ของสว.ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร และเงื่อนไขอย่างไรที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณา ”   นพ.ชลน่าน  ระบุ