‘ไทยสร้างไทย’ ชูธง โหวตนายกฯ ‘พิธา’ – รวมไทยสร้างชาติ ลั่นจองเวร ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553934

18 ก.ค. 2566

'ไทยสร้างไทย' ชูธง โหวตนายกฯ  'พิธา' -  รวมไทยสร้างชาติ ลั่นจองเวร ก้าวไกล

พรรคไทยสร้างไทย ประกาศความพร้อมเดินหน้า โหวตนายกฯให้ “พิธา”แห่งพรรคก้าวไกล พร้อมเป็นแนวร่วมขับเคลื่อนการ “ปิดสวิตช์สว.” ด้าน “รวมไทยสร้างชาติ” ประกาศ โรดแมปล่วงหน้า หาก เพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาล โดยมี ก้าวไกล ร่วม รับประกันได้เลย ไม่มีทางโหวตให้เด็ดขาด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า  ในการโหวตนายกรัฐมนตรี 
วันพุธที่ 19  ก.ค.  “พรรคไทยสร้างไทย” พร้อมจะออกเสียงลงคะแนนสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมติของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นอกจากนี้พรรคไทยสร้างไทย พร้อมสนับสนุนการแก้ไข บทเฉพาะกาล รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 272 เพื่อปิดสวิตช์สว. ไม่ให้สามารถลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพื่อเคารพต่อเสียงของประชาชนที่ได้เลือกมา 

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี   โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ​ เปิดเผยว่าที่ประชุมพรรคที่มีนายพีระพันธุ์​ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค   เป็นประธานได้มีการหารือ ถึงเรื่องญัตติการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่มีการโหวตนายพิธา​ ลิ้มเจริญรัตน์​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  ถือว่าเป็นญัตติที่ตกไปแล้ว ซึ่งข้อบังคับเป็นไปตามข้อบังคับ ประชุมสภาข้อที่ 41 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ถ้าญัตติใดตกไปไม่สามารถนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้ ดังนั้นในการประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ ถ้ายังมีการเสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีอีก พรรครวมไทยสร้างชาติถือว่ายังเป็นสถานการณ์เดิม โดยพรรคได้มอบหมายให้นายวิทยา​ แก้วภราดัย​ รองหัวหน้าพรรค​ ในฐานะประธานวิป พร้อมด้วยนายเอกนัฏ​ พร้อมพันธุ์​ เลขาธิการพรรค และตน เป็นผู้อภิปรายชี้แจง​ ถึงเหตุผลที่ไม่สามารถนำญัตติเดิมขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง

“หากที่ประชุมสภาฯได้มีมติให้ญัตติเดิมตกไป​ พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับ​ 2 เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี​ ในแง่จุดยืนพรรครวมไทยสร้างชาติ ถ้าหากในขั้วยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ร่วม  ก็จะไม่โหวตให้กับพรรคเพื่อไทย เพราะ ถือเป็นจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะไม่โหวตให้​ เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติมีแนวทางที่ชัดเจนในการปกป้อง​ 3 สถาบันหลัก​ ชาติ​ ศาสนา​ และพระมหากษัตริย์”  เขา กล่าว

‘ชัยชนะ’ แนะ ‘ก้าวไกล’ ถอน ‘มาตรา 112’ ชี้่มีคนเดือดร้อนทั้งประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553929

18 ก.ค. 2566

‘ชัยชนะ’ แนะ ‘ก้าวไกล’ ถอน 'มาตรา 112' ชี้่มีคนเดือดร้อนทั้งประเทศ

‘ชัยชนะ แนะ ‘ก้าวไกล’ ถอนความต้องการแก้ไข มาตรา 112 ออกไปก่อน พร้อมช่วยหยุดยั้งบรรดาผู้สนับสนุนฯ หยุดคุกคามคนอื่น ชี้ที่ ‘ก้าวไกล’ ชนะในการเลือกตั้ง คือนโยบายค่าแรง 450 บาท เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท เงินอุดหนุนเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน ดังนั้นควรทำก่อน

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนในการโหวตนายกรัฐมนตรี ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ (19 กรกฎาคม) ว่า ตนและทาง ปชป.จะมีการดำเนินการประชุมอย่างเร่งด่วน หากมีสถานการณ์เฉพาะหน้าที่สำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม ทางพรรคประชาธิปัตย์ ขอย้ำว่า จุดยืนของพรรคฯ ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ก็คือ 

พรรคที่เสนอแคนดิเดตนายกฯ จะต้องไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ต่อมา พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อย จะมีอายุสั้น และที่สำคัญพรุ่งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเรื่องคุณสมบัตินายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว
 

ทางพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีสิทธิอันชอบธรรมในการพิจารณาว่า ใครที่ควรจะเป็นนายกรัฐมนตรี ตามเงื่อนไขและจุดยืนของพรรคข้างต้นเพราะฉะนั้น ตนอยากฝากไปยังพรรคก้าวไกล ช่วยดำเนินการที่จะหยุดยั้งการกระทำของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคฯ ในการโพสต์ข้อความหรือการแสดงออกในข่มขู่ คุกคาม หรือแอนตี้คนที่ไม่เห็นด้วย กับการแสดงออกที่ไม่เป็นไปตามที่ผู้สนับสนุนต้องการ 

เพราะหากกลุ่มคนเหล่านี้ ยึดมั่นกฎ กติกา มารยาท และแนวทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริงแล้ว จะต้องยอมรับในสิ่งที่สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจ และนำไปแก้ไขให้ถูกต้อง ไม่ใช่มาดึงดันให้คนอื่นเห็นด้วยตามที่ตัวเองต้องการ

รวมทั้ง ตนเห็นว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกล ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่ไม่ใช่การแก้ไขมาตรา 112 แต่เป็นนโยบายค่าแรง 450 บาท เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท เงินอุดหนุนเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน ดังนั้น ตนอยากให้พรรคก้าวไกล ทำ 3 นโยบายนี้ให้สำเร็จก่อน เพราะประชาชนต่างคาดหวังให้พรรคก้าวไกลดำเนินการมากกว่าการไปแก้ไขกฎหมายที่คนไม่กี่คนได้ประโยชน์ แต่มีคนเดือดร้อนกันทั้งประเทศด้วย

ขอดูหน้างาน ‘ธรรมนัส’ กั๊กตอบ ท่าทีพปชร. ‘โหวตนายกฯ’ ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553923

18 ก.ค. 2566

ขอดูหน้างาน 'ธรรมนัส' กั๊กตอบ ท่าทีพปชร. 'โหวตนายกฯ' ก้าวไกล

‘ธรรมนัส’ กั๊กตอบ ท่าทีพปชร. โหวตเลือกนายกฯ รอบ 2 อธิบาย ‘ขอดูหน้างานพรุ่งนี้’ เชื่อญัตติตกปิดประชุมสภาทันที มองชงชื่อ ‘บิ๊กป้อม’ นั่ง นายกฯ ยังไม่ถึงเวลา ลั่นหากก้าวไกลวืด ต้องมีมารยาท ให้เพื่อไทย-ภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาลก่อน

ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ภายหลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางออกจากที่ทำการพรรคทันที โดยไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน ที่ถามถึงจะมีการเสนอชื่อพล.อ.ประวิตร ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ในการโหวตเลือกนายกฯ รอบ2 รวมถึงทิศทางของพรรคการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่19 ก.ค.นี้

เชื่อหากโหวตนายกฯ รอบ 2 ตก ปิดประชุมสภาทันที

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานประสานงาน สส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงทิศทาง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ของพปชร. ว่า ต้องดูหน้างาน ส่วนตัวมองว่า การเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขัดกับข้อบังคับที่ 41 ที่ไม่ให้เสนอญัตติซ้ำหรือไม่ว่า ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ เนื่องจากไม่มีข้อสรุปแน่นอน ฉะนั้นจะต้องขอดูหน้างานก่อน และพรุ่งนี้จะมีการประชุมสส.ก่อนในช่วงเช้า

ส่วนมองว่าการเสนอชื่อนายกฯ ญัตติควรตกไป ไม่ควรเสนอชื่อซ้ำหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่า ในวันพรุ่งนี้เช้าจะมีการพูดคุยกัน

ทั้งนี้หากเป็นชื่อของนายพิธา จุดยืนจะยังคงเป็นเหมือนเดิมใช่หรือไม่นั้น ขอดูหน้างาน แต่ถ้าหากวันที่ 19 ก.ค. ญัตติโหวตนายกฯ รอบ2  นายพิธาตกไป ตนเชื่อว่าคงจะปิดการประชุมสภาฯ ทันที

ทั้งนี้  ที่ประชุมพปชร.ไม่ได้พูดถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการพูดถึงนโยบายของพรรคในอนาคตมากกว่า รวมถึงการหารือเรื่องพื้นที่ของ สส. และการเตรียมอภิปรายของ สส. ในสภาฯ และส่วนใหญ่เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ที่เราจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร เพราะเราจะต้องมีการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งจะมีขึ้นแน่นอนในอนาคต

เมื่อถามว่าเป็นการเตรียมเพื่อไปเป็นรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยถึงประเด็นนี้ และปฏิเสธว่าพรรคเพื่อไทยได้มีการติดต่อมาหรือไม่ และยังไม่ถึงเวลา ขอให้ประเด็นการโหวตเลือกนายกฯในวันพรุ่งนี้ผ่านไปก่อน

ส่วนตัวคิดว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ก็ดีหมด เราคิดว่าเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาว่าจะแสดงความเห็นอย่างไร ถ้าเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน พรรคพลังประชารัฐจะทำงานง่ายขึ้นหรือไม่นั้น พรรคเรามีแนวทางชัดเจน คือก้าวข้ามความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นยังเหมือนเดิม ไม่ว่าคนใดจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หากไม่มีประเด็นสำคัญที่เราเคยมีจุดยืนไว้ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

และตนเชื่อว่าไม่มีวันที่ 19 ก.ค.ไม่น่าจะมีคนอื่นนอกจากนายพิธา ซึ่งการจะโหวตอย่างไรนั้น พรรคพลังประชารัฐก็ต้องเป็นไปตามมติของที่ประชุม

ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีพรรคก้าวไกล ร่วมรัฐบาลด้วย พรรคพลังประชารัฐจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐเรามีสมาชิกเพียง 40 คน ดังนั้นการกำหนดทิศทางการเมืองเราจะเดินไปพร้อมกัน และขอฉันทามติจากคณะกรรมการ และ สส. เพราะฉะนั้นจะพูดตรงนี้ไม่ได้ และยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐ เราไม่จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยอย่างเด็ดขาดขอยืนยัน

“ผมและหัวหน้าพรรคยืนยันชัดเจน ว่าการจะตัดสินใจทางการเมืองเราต้องมีมารยาท ดังนั้นหลังจากที่พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้แล้ว ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทย ขอยืนยันชัดเจนว่าเราจะไม่เสนอชื่อหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกฯ เสียงข้างน้อยเด็ดขาด เราไม่ทำรัฐบาลเสียงข้างน้อย ”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ทั้งนี้  ยังไม่ถึงเวลาของพรรคพลังประชารัฐ ต้องรอก่อน ต้องให้พรรคเพื่อไทยก่อน อย่าพึ่งคิดไกลไปขนาดนั้น เอาพรุ่งนี้ให้ผ่านไปก่อน

พร้อมยืนยันหลักการเดิมที่พรรคลำดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะเป็นพรรคอันดับที่สองถ้าไม่ได้ ก็เป็นพรรคอันดับที่สามคือพรรคภูมิใจไทยเพราะ โดยมารยาททางการเมืองก็ควรที่จะเป็นมาอย่างนั้น

สำหรับการโหวตนายกฯ ควรที่จะเร็วที่สุดถ้าหลังจากวันที่ 19 ก.ค.ถ้ามีอะไรชัดเจนแล้ว สัปดาห์ต่อไปก็ควรจะจบได้แล้ว

ทั้งนี้ หากนายพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี  จะเกิดคงามวุ่นวายหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เชื่อว่าบ้านเราเมืองเราถึงจุดหนึ่ง คนไทยก็จะกลับมารักกัน จากประสบการณ์ทางการเมืองตนเชื่ออย่างนั้น พวกเราไปคิดกันเองเราอย่าพึ่งไปวิตกกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น

“ทุกอย่างต่อดูหน้างานก่อน ไปพูดตอนนี้ไม่ดี สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมตอนนี้ยังพูดคุยกันปกติ ส่วนการโหวตนายกฯ จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องของเหตุและผล” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘เพื่อไทย’ ใจเป็นหนึ่งส่ง ‘พิธา’ ลุยสมรภูมิรบ โหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553921

18 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย' ใจเป็นหนึ่งส่ง 'พิธา' ลุยสมรภูมิรบ โหวตนายกฯ

พรรคเพื่อไทย ไม่มีแตกแถว เปิดทางหนุน “พิธา” แห่ง “ก้าวไกล” เข้าสู่สมรภูมิรบ “โหวตนายกรัฐมนตรี” มอบหมาย สส. บัญชีรายชื่อ สุทิน คลังแสง ทำหน้าที่เสนอชื่อหัวหน้าพรรคก้าวไกล ต่อที่ประชุม ส่วนกรณีพรรคอันดับ 1 ไปต่อไม่ได้ ทันทีที่แถลงวางมือ เพื่อไทย พร้อมลุยทันที

ที่พรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายภูมิธรรม เวชยชัย 
รองหัวหน้าพรรค และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  เลขาธิการพรรค  ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทย  ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คน และ สส. เข้าร่วมประชุม โดยนายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการเสนอชื่อหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการโหวตนายกรัฐมนตรี   วันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.) โดยมอบหมายให้  นายสุทิน คลังแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  เป็นผู้เสนอ

 ที่ประชุมยังมีมติเห็นค้าน หากมีสมาชิกรัฐสภา เสนอญัตติมาพิจารณา และให้มีการลงคะแนน ว่า ญัตติการเสนอชื่อนายพิธา เป็นญัตติซ้ำ และต้องตกไปเพราะเห็นว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 272 และ สส. ทั้ง 141 เสียงของพรรค ยินดีที่จะขานชื่อ นายพิธา เป็นบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีต่อที่ประชุม แต่หากที่ประชุมมีมติ ว่า ญัตติดังกล่าวต้องตกไป ไม่สามารถโหวตต่อได้ ประธานรัฐสภาจะปิดประชุม เพื่อไปนัดหมายวันโหวตนายกรัฐมนตรีในครั้งต่อไป แต่หากที่ประชุมมีมติ ว่า ญัตติดังกล่าวต้องตกไป ไม่สามารถโหวตต่อได้ ประธานรัฐสภาจะปิดประชุม เพื่อไปนัดหมายวันโหวตนายกรัฐมนตรีในครั้งต่อไป 


โดยหลังจากนี้จะต้องรอดูพรรคแกนนำพรรคอันดับ 1 ว่า จะดำเนินการอย่างไร เช่น หากแถลงยินดีให้พรรคอันดับ 2 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะดำเนินการ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เตรียมการอะไร ขอให้รอมติในวันพรุ่งนี้ว่าจะออกมาอย่างไรก่อน และวันนี้ในแจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบ แต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ยอมรับในชั้นเตรียมการบางสิ่งบางอย่างเป็นการภายใน  ได้ปรึกษาหารือกันไว้เท่านั้น แต่ยังไม่มีมติออกมา

‘ชัยธวัช’ ต่อสาย ‘เฉลิมชัย’ จริง หวังถามท่าทีโหวตเลือกนายกฯรอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553881

18 ก.ค. 2566

'ชัยธวัช' ต่อสาย 'เฉลิมชัย' จริง หวังถามท่าทีโหวตเลือกนายกฯรอบ 2

‘ชัยธวัช’ ยอมรับต่อสาย ‘เฉลิมชัย’ จริง หวังถามท่าทีโหวตเลือกนายกฯรอบ2 แต่ไม่ใช่รวมเสียงพรรคร่วม เผยหาก ‘พิธา’ เสียงโหวตน้อยพร้อมหลีกทางให้ ‘เพื่อไทย’

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยอมรับโทรหานาย เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์จริง แต่นายเฉลิมชัยไม่ได้รับสาย ส่วนที่โทรไปเพื่อสอบถามท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ หลังเกิดกระแสข่าว จะมีการเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจากเสียงข้างน้อย ซึ่งไม่ใช่การรวมเสียงกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 

สำหรับการโหวตเลือกนายกฯรอบ 2 ในวันพรุ่งนี้ (19ก.ค.) หากไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ได้ พรรคก้าวไกลจะให้สิทธิการจัดตั้งรัฐบาลแก่พรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่นั้น นายชัยธวัช ระบุว่า 8 พรรคร่วมฯ ยังไม่ได้มีการหารือกันในประเด็นดังกล่าว แต่พรรคก้าวไกล มุ่งมั่นที่จะจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ หากมีการลงมติครั้งที่ 2 ไปแล้ว แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

และการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ไม่สามารถบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมได้ทันการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 หรือพรรคก้าวไกลไม่มีโอกาสแล้วจริง ๆ พรรคก้าวไกลก็ต้องเปิดโอกาส ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ด้วยการเสนอชื่อนายดรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย

 แต่หากมติที่พรรคก้าวไกลได้รับเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ พรรคก้าวไกลก็จะยังคงเดินหน้าต่อในการลงมติครั้งที่ 3 เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคร่วมฯ สำเร็จ 

วงถก ‘ก้าวไกล’  เดินหน้าส่ง ‘พิธา’  โหวตนายกฯ รอบ 2 -ปชป. รอมติที่ประชุมสส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553917

18 ก.ค. 2566

วงถก 'ก้าวไกล'  เดินหน้าส่ง 'พิธา'  โหวตนายกฯ รอบ 2 -ปชป.  รอมติที่ประชุมสส.

ประชุมสส.พรรคก้าวไกล โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ร่วมด้วย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค , และ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ไม่มีทางเป็นอื่น เดินหน้าเสนอชื่อ ” พิธา” สู่สมรภูมิรบ โหวตนายกรัฐมนตรี รอบสอง ด้านปชป. นัด 25 สส. ประชุม ก่อนมีท่าทีโหวต

ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล   ,นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค , และ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ประชุมร่วมกับ สส.ก้าวไกล  โดยมีสาระสำคัญคือ  ชี้แจงผลการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ซึ่งที่ประชุมได้ย้ำถึงแนวปฏิบัติในการประชุมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้  ( 19 ) เพื่อลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการยืนยัน ว่าพรรคก้าวไกลจะเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาเป็นครั้งที่ 2 

การกำหนดตัวบุคคลของพรรคก้าวไกล ที่จะอภิปราย รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงาน กสทช. และกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ซึ่งจะมีขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 20   ก.ค.  นอกจากนี้จะขอมติจากที่ประชุม สส. เสนอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้

ปชป. รอมติที่ประชุมสส.ชี้ขาดท่าทีโหวตนายกฯ

.

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 และประธาน สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฏรวันพุธที่ 19 ก.ค.   สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 25 คน จะประชุมหารือที่ห้องประชุมกรรมาธิการ 409  เพื่อกำหนดแนวทางในการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่าจะงดออกเสียงหรือไม่เห็นชอบ หากมีการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี   สำหรับกระแสข่าวที่ว่าเลขาธิการพรรคก้าวไกล ติดต่อแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์  เพื่อขอเสียงโหวตนายพิธา ยืนยันว่า สส.ทั้ง 25 คน ไม่มีใครรับทราบ หรือได้รับการประสานงานเรื่องดังกล่าว ส่วนจะโหวตนายกรัฐมนตรีในแนวทางใด จะต้องรอมติในที่ประชุม สส.

รู้จัก ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เจ้าพ่ออสังหาฯ อู้ฟู่หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553915

18 ก.ค. 2566

รู้จัก 'แคนดิเดตนายกฯ' ชื่อ 'เศรษฐา ทวีสิน' เจ้าพ่ออสังหาฯ อู้ฟู่หมื่นล้าน

ฝุ่นทางการเมืองยังตลบอบอวล แต่ถ้า ‘พิธา’ วืดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อย่างเป็นทางการ สปอตไลต์จะส่องไปยังแคนดิเดตนายกฯ จาก ‘พรรคเพื่อไทย’ และ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ในวัย 60 ปี ที่กำลังเป็นเต็งหามเพราะจะถูกเสนอชื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาโหวตก้าวขึ้นผู้นำประเทศ รอลุ้น 19 ก.ค.นี้

สปอตไลต์การเมืองส่งไปที่เจ้าพ่ออสังหาฯ รวยอู้ฟู่หมื่นล้าน “เศรษฐา ทวีสิน” หลังจาก “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ส่งสัญญาณชัดว่าถ้า “พิธา” ไม่ได้ไปต่อ “พรรคเพื่อไทย” จะเสนอชื่อ “เศรษฐา” เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 30 ซึ่งต้องรอลุ้นว่าการประชุมรัฐสภา 19 ก.ค.นี้ ขั้นตอนการโหวตนายกฯ จะออกมารูปแบบไหน

เศรษฐา ทวีสิน ภาพ: เฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน - Srettha Thavisinเศรษฐา ทวีสิน ภาพ: เฟซบุ๊ก เศรษฐา ทวีสิน – Srettha Thavisin

ก่อนนี้ “เศรษฐา ทวีสิน” เคยปล่อยวาทะเด็ดโต้ประเด็นสลับขั้ว ต่อคำถามโอกาสที่ “เพื่อไทย” จะหันไปจับมือกับพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ว่า “เลอะเทอะ” ถามกี่ครั้งก็จะตอบว่า “เลอะเทอะ” คำอธิบายนี้มีความหมายในตัวว่า ไม่มีเหตุผลใดที่พรรคเพื่อไทยจะทำอย่างนั้น แต่สถานการณ์ ณ เวลานี้ดูเหมือนแคนดิเดตนายกฯ อาจต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ 

ภายหลังตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองในนามเพื่อไทย “เศรษฐา” แสดงความเชื่อมั่นต่อเป้าหมายมาโดยตลอด โดยเขาเคยอธิบายด้วยความมั่นใจก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 13 พ.ค. 2566 ว่า เขามาเพราะ “Getting some” แปลความได้ว่า “ถ้าไม่แน่ใจ (ว่าจะได้เป็น…) คงไม่มา” ซึ่งคงหมายถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เมื่อสถานการณ์การเมืองค่อยๆ งวด และบีบให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตจาก “ก้าวไกล” เดินออกจากเกม และท้ายที่สุดอาจไปจบที่ฝ่ายค้าน ชื่อของ “เศรษฐา ทวีสิน” ก็ถูกโฟกัสมากขึ้น โดยเขาย้ำว่าถ้ามติพรรคเห็นชอบก็พร้อมทำหน้าที่นายกฯ ในรัฐบาลชุดใหม่

ล่าสุดภาพฉากทัศน์รัฐบาลชุดใหม่แจ่มชัดมากขึ้นเมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ ของ “เพื่อไทย” อีกคน ออกมายืนยันว่า หากการโหวตนายกฯ (พิธา) รอบ 2 ไม่ผ่าน “เพื่อไทย” ก็จะเสนอชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” ชิงเก้าอี้นายกฯ คนที่ 30 ฉะนั้นถ้าไม่ “พิธา” ก็ “เศรษฐา” นี่แหละที่มีโอกาสจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 

เศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisinเศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisin

สำหรับ “เศรษฐา ทวีสิน” มีชื่อเล่น “นิด” เกิด 15 ก.พ. 2506 เป็นบุตรคนเดียวของ ร.อ.อำนวย ทวีสิน กับ ชดช้อย จูตระกูล เขาจบปริญญาโท ด้านการเงินจาก Claremont Graduate School สหรัฐอเมริกา และตำแหน่งล่าสุดก่อนลาออกมาเล่นการเมืองคือ ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

เศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisinเศรษฐา ทวีสิน และครอบครัว ภาพ: เฟซบุ๊ก DrPakpilai Thavisin

คู่ชีวิตของ “เศรษฐา” คือ “หมออ้อม” พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ “น้อบ” ณภัทร ทวีสิน, “แน้บ” วรัตม์ ทวีสิน และ “นุ้บ” ชนัญดา ทวีสิน หลังจบปริญญาโท เมื่อปี 2529 เศรษฐาเข้าทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เป็นเวลา 4 ปี จากนั้นก็ย้ายไปทำงานที่ บริษัท แสนสำราญ ของ อภิชาติ จูตระกูล ที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แสนสิริ และเศรษฐาก็ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

จุดยืนทางการเมืองของ “เศรษฐา” ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น เขาเลือกข้างทักษิณ และพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะกับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งทำธุรกิจอสังหาฯ ด้วยกัน โดยที่ครั้งหนึ่งเคยตกเป็นข่าวฮือฮาทางการเมือง

“เศรษฐา” ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ระหว่างเปิดตัวพรีเซลโครงการแสนสิริ ที่สยามพารากอน เมื่อ 17 ก.พ. 2555 โดยยอมรับว่า ได้พบยิ่งลักษณ์ ที่ชั้น 7 โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์จริง แต่เป็นการเข้าพบกันหลายคนเป็นกลุ่ม 6-7 คน และได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง หลายประเด็น ทั้งเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง เรื่องเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย การเงิน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมากกว่า…ผมอยากให้ทุกฝ่ายให้เกียรติท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเป็นสุภาพสตรีด้วย และเป็นนายกฯ ของประเทศ ส่วนเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามที่ท่านนายกฯ ให้ข่าวไปแล้ว” (ที่มา: https://www.posttoday.com/politics/138518)

ก่อนจะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว “เศรษฐา” ประกาศว่าได้สมัครเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวและถัดมาเดือน มี.ค. 2566 พรรคเพื่อไทยก็แต่งตั้งเขาเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวของพรรค หรือเป็นที่ปรึกษาให้กับ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร 

หลังจากนั้นเขาได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Srettha Thavisin ขอโอนหุ้นแสนสิริ 661,002,734 หุ้น หรือ 4.44% คิดมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท ให้แก่ “ชนัญดา ทวีสิน” ซึ่งเป็นลูกสาว ก่อนลงเล่นการเมือง

“เศรษฐา ทวีสิน” ในวัย 60 ที่กระโจนเข้าสู่การเมืองนั้นไม่ธรรมดา เพราะผลประกอบการของอาณาจักรแสนสิริประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยในปี 2565 แสนสิริมียอดขายสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท โตขึ้นเกือบ 50% จากปี 2564 ทำให้มีรายได้รวมทั้งสิ้น 34,983 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสูงถึง 4,280 ล้านบาท

นอกจากบทบาทนักธุรกิจอสังหาฯ ที่เก่งและโดดเด่นแล้ว ไลฟ์สไตล์ “เศรษฐา” เป็นที่รู้กันดีว่าเขาเป็นผู้ชายที่หลงใหลกีฬาลูกหนังอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นคนบ้าบอล โดยปัจจุบันยังปลีกเวลาลงสนามลับแข้งกับเพื่อนฝูงอยู่สม่ำเสมอ และยังสร้าง “แสนสิริอะคาเดมี่” เพื่อฝึกทักษะการเป็นนักฟุตบอลที่ดีให้กับเยาวชนอีกด้วย

นอกจากนั้นแล้วใครที่ได้มีโอกาสเจอะเจอ “เศรษฐา” ตัวเป็นๆ มักจะเห็นสัญญลักษณ์สีแดงตามตัวเขาด้วยเสมอ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเขาชื่นชมลีลาของขุนพลหงส์แดงลิเวอร์พูล สีแดงจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเศรษฐา ตั้งแต่เคสมือถือยันถุงเท้าที่สวมใส่ ฯลฯ 

‘เศรษฐา’ เดินยิ้มเข้าพรรคปัดให้สัมภาษณ์ถูกเสนอชิงนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553900

18 ก.ค. 2566

'เศรษฐา' เดินยิ้มเข้าพรรคปัดให้สัมภาษณ์ถูกเสนอชิงนายกฯ

‘เสี่ยนิด’ ยิ้มร่าเข้าพรรค หลัง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ปูดเตรียมส่งชิงนายกฯ หาก ‘พิธา’ ชวดรอบ 2 ย้ำต้องผ่านความเห็นชอบจาก กก.บห.ก่อน

วันที่ 18 ก.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พท. โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประเด็นที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. ได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงเช้าว่า หากพรรค พท.ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยระหว่างที่จะเดินขึ้นลิฟต์ น.ส.แพทองธารได้ยืนรอทักทายนายเศรษฐาที่บริเวณหน้าห้องแถลงข่าวด้วย

เมื่อถามว่า ทำไมวันนี้จึงไม่ให้สัมภาษณ์ นายเศรษฐากล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “น.ส.แพทองธาร ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว”

เมื่อถามต่อว่า เป็นเพราะได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีหรือไม่ จึงไม่ให้สัมภาษณ์ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่เกี่ยวหรอกครับ ยังมีขั้นตอนของกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อีก และเรื่องปากท้องก็สำคัญอยู่ครับ”

ส่วนที่ น.ส.แพทองธารประกาศชัดเจนว่าจะเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐากล่าวว่า “ครับคุณอิ๊งต้องไปบอก กก.บห.”

เมื่อถามย้ำว่า หากเสนอชื่อเช่นนี้ ส่วนตัวโอเคหรือไม่ นายเศรษฐาไม่ตอบคำถามได้แต่ยิ้ม แล้วตัดบท ชวนน.ส.แพทองธารไปประชุมบนตึกทันที

ชัดเจน ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่เสนอชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ แข่ง ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553891

18 ก.ค. 2566

ชัดเจน ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ไม่เสนอชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ แข่ง ‘ก้าวไกล’

มั่นคง ชัดเจน ตรงไปตรงมา ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ประกาศจุดยืน ไม่เอา รัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่แก้ ม.112 ‘พีระพันธุ์’ ย้ำชัด รทสช. ไม่เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 คนแข่ง ‘ก้าวไกล’

โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รอบ 2 พรุ่งนี้(19 ก.ค. 2566) ชัดเจน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเสนอคนเดิม คือ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 หลังโหวตนายกฯรอบแรกเมื่อ 13 ก.ค.2566 แล้วได้เสียงเพียง 324 ขาดอยู่อีก 52 เสียงก็จะผ่าน

ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากพรรคการเมืองในรัฐบาลชุดเดิมก่อนการเลือกตั้ง 2566

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืนของพรรคในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า “ผมขออนุญาตเรียนยืนยันแนวทางและนโบายของ รทสช. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่า ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม คือ

1.ไม่เสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ รทสช. ทั้งสองคน เรายืนยันว่าเราไม่เห็นด้วยกับแนวทางการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่จะทำให้เกิดผลเสียหายต่อบ้านเมือง

2. เราจะไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายหรือแนวทางการทำงานที่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 การแบ่งแยกการปกครอง การล้มล้างสถาบันครอบครัว ระบบการศึกษา วัฒนธรรมประเพณีที่ดี และสถาบันหลักทั้งสามของชาติ อันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมือง

รทสช. มั่นคง ชัดเจน ตรงไปตรงมา เหมือนเดิมครับ

คุณหญิงพรทิพย์ ตอบตรง แบน ‘โหวตนายกฯ” พิธา – ปม ก้าวไกล สุดซอย แก้ ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553894

18 ก.ค. 2566

คุณหญิงพรทิพย์ ตอบตรง แบน 'โหวตนายกฯ'' พิธา - ปม ก้าวไกล สุดซอย แก้ ม.112

“คุณหญิงพรทิพย์ ” ย้ำจุดยืน “โหวตนายกรัฐมนตรี” วันพรุ่งนี้ จุดยืนชัด ไม่สามารถโหวตให้กับ “พิธา” แห่ง ก้าวไกล เนื่องจากวุ่นวายและเดินหน้าอยู่กับ ม. 112 แทนที่จะเอาปัญหาปากท้องประชาชนเป็นวาระแรก สรุปปิดสวิตช์สว. งดออกเสียง ยอมรับเห็นตรงกันเพียงเรื่องเดียว ปิดสวิตช์ สว.

คุณหญิงพรทิพย์  โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ( สว. )  เปิดเผยว่า  การเสนอชื่อ  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล โหวตนายกรัฐมนตรี  วันพรุ่งนี้ ( 19)  ตนยึดหลักการเดิม คือปิดสวิตช์ตัวเอง   เห็นด้วยในหลักการว่ สว. ไม่ควรมีอำนาจในการโหวตนายกฯ และแนวทางดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่สส.อยากให้เป็น    หากจะโหวตให้พรรคก้าวไกล ควรนำเรื่อง การแก้ไข  ม.112 ออก เพราะไม่ใช่เรื่องปากท้องประชาชน  ถ้าเอาออกตนก็ยินดี   ยืนยันว่าข้อกังวลต่อก้าวไกลมีเรื่องเดียว  คือ ม.112   ดังนั้นจึงขอยึดหลักการเดิมไม่ออกเสียงให้ 

คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า  นายพิธา ได้ทำให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร   ปัญหาปากท้องประชาชน ไม่ใช่สิ่งเขาเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เป็นเรื่อง ม. 112   ทั้งนี้หากมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ที่มาจากพรรคเพื่อไทย   ก็ยังคงยืนยันว่าปิดสวิตช์ตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ยืนยันในหลักการเดิม คือไม่โหวตให้  อย่างไรก็ดีสิ่งเห็นด้วยกับการที่พรรคก้าวไกลคือ การยื่นเสนอแก้ไขมาตรา 272  หรือ ปิดสวิตช์สว.   คุณหญิงพรทิพย์   ระบุ

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์  สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) กล่าวถึง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ (19ก.ค.) ว่า มีเกณฑ์ในการตัดสินใจ โดยจะต้องเลือกคนดี คนเก่ง ในส่วนของคนเก่งต้องดูในด้านคุณวุฒิ ความรู้ ความสามารถ ประกอบกิจการอะไรสำเร็จแค่ไหน  คนดี   ต้องเป็นคนที่ประพฤติปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบของกฎหมาย กรอบของศาสนาที่สอนให้ทุกคนเป็นคนดี ปฏิบัติตัวประพฤติปฎิบัติตัวอยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงา  จะนำ 3 ข้อนี้มาดูว่าใครที่จะเหมาะสม มีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อ   จึงจะเลือก  ส่วนล้มล้างขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม เช่น สถาบัน ที่คนไทยให้ความเคารพนับถือตนก็ไม่เอา ดังนั้นการเสนอชื่อนายพิธาลิ้ม เจริญรัตน์ ครั้งที่ 2 ก็ต้องดูตามหลักนิยามที่ตนว่าไว้  หากมีคนอื่นเสนอชื่อแข่งก็ต้องพิจารณาตามหลักดังกล่าวข้างต้นเช่นเดียวกัน 

“เรื่องเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลยังจับมือร่วมรัฐบาลนั้น ผมไม่สนใจเพราะเป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง แต่ตอนนี้ต้องดูที่ตัวบุคคล ”  เขา  กล่าว