‘พิธา’ ลั่น ระบบปัจจุบัน ชนะความไว้ใจจากประชาชน ‘I’ll be back’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554011

19 ก.ค. 2566

'พิธา' ลั่น ระบบปัจจุบัน ชนะความไว้ใจจากประชาชน 'I'll be back'

‘พิธา’ โพสต์ IG ลั่น ชัดเจนแล้ว ระบบปัจจุบัน ชนะความไว้ใจจากประชาชน I’ll be back หลัง มติรัฐสภา เสนอชื่อ พิธา ซ้ำไม่ได้

จากมติ “ศาลรัฐธรรมนูญ” 7:2  มีคำสั่งให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จากปมถือหุ้น ITV มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2566

หลังจากนั้น ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อ “โหวตนายกรอบ 2” นายพิธา ได้ยกมือขึ้นขออนุญาตกล่าวกับที่ประชุมรัฐสภาว่า มีเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้น ขอพูดกับท่านประธานว่า รับทราบคำสั่งจะปฏิบัติตามคำสั่งจนกว่ามีคำวินิจฉัยเป็นอื่น

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ล่าสุด พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม pita.ig ระบุว่า “เป็นที่ชัดเจนแล้ว ในระบบปัจจุบัน ชนะความไว้วางใจจากประชาชน ไม่เพียงพอที่จะบริหารประเทศชาติ ต้องขออนุมัติจากวุฒิสภาก่อน เผลอๆ ไม่พอที่จะเสนอชื่อเป็นครั้งที่ 2 ด้วยซ้ำไป”

นอกจากนั้น ในโพสต์ต่อมา ได้โพสต์คลิปในที่ประชุมรัฐสภา “โหวตนายกรอบ 2” ที่เป็นกล่าวอำลาที่ประชุม “ขอใช้โอกาสนี้อำลาท่านประธานจนกว่าเราจะพบกันใหม่ และขอฝากเพื่อน ๆ สมาชิกใช้รัฐสภาดูแลพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าประเทศไทยเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม และถ้าประชาชนชนะมาได้แล้วครึ่งทาง เหลืออีกครึ่งทางถึงแม้ผมไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกคนดูแลประชาชนต่อไป”

พิธา โพสต์อินสตาแกรมพิธา โพสต์อินสตาแกรม

พิธาโพสต์อินสตาแกรมพิธาโพสต์อินสตาแกรม

โดยในโพสต์ พิธา เขียนข้อความว่า I’ll be back ซึ่งมีด้อมส้ม มาแสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่นายพิธาพูดจบ สส.ฝ่ายพรรคก้าวไกล และ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล พร้อมใจกันลุกขึ้นยืน และปรบมือให้นายพิธาดังกึกก้อง ขณะที่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เดินมามอบภาพวาดให้แก่นายพิธาด้วย 

พิธาอำลาที่ประชุมสภาพิธาอำลาที่ประชุมสภา

หวั่นโดนล้อม ‘รัฐสภา’ สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ ‘สส.-สว.’ ทางน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554009

19 ก.ค. 2566

หวั่นโดนล้อม 'รัฐสภา' สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ 'สส.-สว.' ทางน้ำ

“รัฐสภา” หวั่นผู้ชุมนุมปิดล้อม สั่งเสริมโป๊ะ เตรียมทางหนีทีไล่ “สส.-สว.” เตรียมพร้อมอพยพทางน้ำ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

19 ก.ค. 2566  ผู้สื่อข่าวรายงานบริเวณท่าน้ำ ภายในอาคารรัฐสภาฝั่งตึกวุฒิสภา โดยในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ได้มีการเสริมโป๊ะ มาผูกติดกับท่าเรือเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล  หยุดปฎิบัติหน้าที่ สส. ชั่วคราว 

ส่งผลให้มวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจนายพิธา บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาจำนวนมาก จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดประตู ทางเข้าออก บริเวณด้านหน้า โดยบริเวณท่าเรือมีเจ้าที่กองทัพเรือ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำ มาสังเกตการณ์และเตรียมความพร้อม ประจำการ โดยเรือที่จะมารับสมาชิกรัฐสภา จะเป็นเรือขนาดใหญ่ของทางกองทัพเรือ

รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ

โดยบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ติดป้ายว่าเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว ซึ่งคาดว่าจะเป็นทางอพยพของสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากตำรวจรัฐสภาให้ข้อมูลว่า จะปิดทางเข้าออกอาคารรัฐสภาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ

ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีมีเรือจากกรมการขนส่งทหารเรือ (ขส.ทร.) มาจอดที่บริเวณท่าเรือด้านหลังฝั่งตึกวุฒิสภา เพื่อเตรียมความพร้อมการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งที่ 2 ว่า เรือลำดังกล่าว เป็นเรือที่ใช้รับและส่ง พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่เดินทางมาร่วมการประชุม โดยคาดว่า ผบ.ทร. อาจจะใช้เรือในการเดินทางกลับ จึงมีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อน แต่ในช่วงเช้า ผบ.ทร. เดินทางมาด้วยรถยนต์

พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือพล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ

เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกเรือให้ สส. และ สว. เดินทางกลับภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ร.อ.ปกครอง กล่าวว่า ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมไว้ในที่ตั้ง แต่ยังไม่ได้รับคำสั่งแต่อย่างใด ซึ่งหากมีการร้องขอมาก็จะมีเรือที่จะไปรับในทันที

โฆษก ทร.แจง เตรียมเรือ ขส.ทร. จอดเทียบท่าเรือรัฐสภา ไว้รับส่ง ผบ.ทร.โฆษก ทร.แจง เตรียมเรือ ขส.ทร. จอดเทียบท่าเรือรัฐสภา ไว้รับส่ง ผบ.ทร.

สำหรับการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯครั้งที่ 2 ในวันนี้ สมาชิกวุฒิสภาในส่วนเหล่าทัพ เดินทางมาร่วมประชุมด้วยเกือบทั้งหมดยกเว้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ลาการประชุม เนื่องจากเดินทางไปราชการที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีกำหนดการเดินทางไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

‘ธงทอง’ เปิด ‘รัฐธรรมนูญ’ ยัน เสนอชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ ไม่ถือเป็นญัตติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554002

19 ก.ค. 2566

'ธงทอง' เปิด 'รัฐธรรมนูญ' ยัน เสนอชื่อ 'โหวตนายกฯ' ไม่ถือเป็นญัตติ

‘ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ’ ยัน บทบัญญัติ ม.157 ม.272 และบทบัญญัติของข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหมวด 9 ไม่ปรากฏคำว่า ‘ญัตติ’ อยู่ ในการเสนอชื่อโหวตนายกรัฐมนตรี พร้อมกางรัฐธรรมนูญให้ดู-ก่อนโพสต์ข้อความ ‘ยุติ ธรรม’ ลงบนจอพื้นสีดำ

วันที่ 19 ก.ค. 2566 ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐธรรมนูญมีศักดิ์ทางกฎหมายสูงกว่าข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาอย่างแน่นอน

การเสนอชื่อบุคคลเพื่อให้รัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ประกอบมาตรา 272 นอกจากนั้นข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 เอง ในหมวด 9 ว่าด้วยเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ได้แยกเรื่องนี้ออกไว้เป็นการเฉพาะ และกำหนดไว้เป็นการพิเศษว่าการเสนอชื่อดังกล่าวต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถ้าคำนวณจากจำนวนเต็ม 500 ก็จะพบว่าการเสนอชื่อนี้ต้องมีผู้รับรองถึง 50 คน

โปรดสังเกตว่าบทบัญญัติมาตรา 157 และมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญก็ดี บทบัญญัติของข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหมวด 9 ก็ดี ไม่ปรากฏคำว่า“ญัตติ” อยู่ในที่ใด

ในขณะที่การเสนอญัตติทั่วไปตามข้อ 29 แห่งข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 กำหนดว่าต้องมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่าสิบคน จึงเห็นการแยกแยะความแตกต่าง และความสำคัญของ 2 เรื่องนี้ออกจากกันโดยชัดเจนดังนี้
 

จึงเห็นได้ว่า การเสนอชื่อบุคคลเพื่อให้รัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหมวดเก้า ซึ่งกำหนดวิธีการขั้นตอนไว้โดยเฉพาะ ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายใดที่จะนำบทบัญญัติ จากข้อบังคับการประชุมรัฐสภากรณีการเสนอญัตติทั่วไปมาปรับใช้แก่กรณี

นอกจากนี้ ศ.พิเศษธงทอง ยังกล่าวว่า “ผมสอนวิชาสัมมนาการร่างกฎหมายและกระบวนการทางนิติบัญญัติ และวิชาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ในคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2523 มาจนถึงปัจจุบัน รวม 43 ปี เป็นกรรมการกฤษฎีกาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2560 ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องครับ ฮา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือ หุ้นitv ตามที่ กกต. ยื่นคำร้องให้วินิจฉัย มีผลตั้งแต่วันนี้(19 ก.ค. 2566) ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ  ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในบัญชีชื่อ ‘Tongthong Chandransu’ ใจความว่า ‘ยุติ ธรรม’ บนพื้นสีดำ 

เปิดหนังสือศาลสั่ง ‘พิธา’ หยุดหน้าที่ ‘สส.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553990

19 ก.ค. 2566

เปิดหนังสือศาลสั่ง 'พิธา' หยุดหน้าที่ 'สส.'

เปิดรายละเอียด หนังสือศาลสั่ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล หยุดปฎิบัติหน้าที่ ‘สส.’ ทันที

หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมพิจารณา สถานะความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ “พิธา” หรือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82

ว่าสมาชิกภาพ “สส.” ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัท itv จำกัด มหาชน จำนวน 42,000 หุ้น โดยศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า 2 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ผลการพิจารณามีมติรับคำร้องพิจารณาการสิ้นสุดสมาชิกภาพ “สส.” ของ “พิธา” และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ไว้ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. นี้ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

วันที่ 19 ก.ค. 2566 ศาลรัฐธรรมนูญส่งหนังสือแจ้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจชัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

ตามที่ผู้ร้องไต้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องตังกล่าวไว้พิจารณาวินิฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 วรรคสี่ประกอบวรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2561 มาตรา 7 (5) และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนับแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง

2 พรรคฯ รุมชี้ ‘โหวตนายกรอบ2’ เป็นญัตติ- ‘โรม’ เตือนตีความกม.เพี้ยน ชาติพัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553997

19 ก.ค. 2566

2 พรรคฯ รุมชี้ ‘โหวตนายกรอบ2’ เป็นญัตติ- ‘โรม’ เตือนตีความกม.เพี้ยน ชาติพัง

2 พรรคการเมือง รทสช.-พปชร. รุมชี้ ‘โหวตนายกรอบ2’ เป็นญัตติ ลงมติ ‘พิธา’ ซ้ำไม่ได้ – ‘โรม’ เตือนตีความกฎหมายเพี้ยน ทำบ้านเมืองเสียหาย

การประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 หลังการประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมรัฐสภา มีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว

โดยตลอดช่วงเช้า และช่วงบ่ายที่ผ่านมา วันนี้ (19 ก.ค.) ที่ประชุมได้ถกเถียงกันว่า จะสามารถเสนอชื่อนายพิธา ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ได้หรือไม่ ภายหลัง นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ 8 พรรครวมจัดตั้งรัฐบาล ได้เสนอชื่อ “นายพิธา” ให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 2 เพียงรายชื่อเดียว โดยไม่มีพรรคการเมืองอื่นเสนอบุคคลอื่นชื่อท้าชิง

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ชี้แจงย้ำถึงสาเหตุที่ขอให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาการเสนอของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ให้รัฐสภาพิจารณานายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 2 นี้ ถือเป็นญัตติที่รัฐสภา เคยตีตกไปแล้ว และไม่สามารถเสนอซ้ำได้อีกหรือไม่ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เพราะตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 บัญญัติว่า ญัตติใดที่รัฐสภา ตีตกไปแล้ว ไม่สามารถเสนอได้ใหม่ ในสมัยประชุมเดิม 

ซึ่งชื่อนายพิธา ก็ได้ถูกตีตกไปเมื่อวันที่ 13 กรกฎคมที่ผ่านมา เว้นแต่ประธานรัฐสภา จะอนุญาตให้กลับมาพิจารณาใหม่ได้ กรณีเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนไป แต่พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังไม่เห็นว่า จะมีสถานการณ์เปลี่ยนไปที่จะทำให้รัฐสภากลับมาพิจารณาซ้ำ 

ทั้งยังเป็นการเสนอชื่อบุคคลเดิม และเสนอโดย 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเช่นเดิม รวมถึงยังมี สส. และ สว.ที่ไม่เห็นชอบนายพิธา เคยอภิปรายแสดงความห่วงใยต่อการดำเนินนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล และยื่นข้อเสนอให้พรรคก้าวไกล ถอยนโยบายดังกล่าว เพื่อให้ได้รับเสียงสนับสนุน 

แต่นายพิธา ก็ยังคงยืนยันที่จะดำเนินนโยบายดังกล่าว และตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาภายหลังการอภิปราย ก็ไม่ได้มีสัญญาณว่า พรรคก้าวไกล จะยอมถอยนโยบายดังกล่าว 

ดังนั้น สถานการณ์จึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป จึงขอให้ประธานรัฐสภา ชี้ขาดว่า ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ เพราะสถานการณ์ไม่ได้เปลี่ยนไป รวมถึงข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 36 ก็บัญญัติไว้ว่า การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี คือญัตติ แต่การรับรองการเสนอชื่อให้ใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ 136 ประกอบ

ขณะที่ นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ระบุว่า การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมรัฐสภา เป็นญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ซึ่งนายพิธา ไม่ได้รับเสียงความเห็นชอบจากรัฐสภาไปแล้ว และไม่มีเหตุการณ์อื่นเปลี่ยนไป เช่น การประกาศยอมถอยการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือแสดงหลักฐานว่า จะมีสมาชิกรัฐสภาต้องการเปลี่ยนใจในการลงมติ เพื่อให้สถานการณ์เปลี่ยนไป และเมื่อสถานการณ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จึงไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ในสมัยการประชุมนี้ 

และรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้ญัตติให้เสนอซ้ำได้ และมีนัยยะให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ดังนั้น จึงเห็นด้วยว่า การเสนอชื่อนายพิธาถือเป็นญัตติ ที่ตกไปแล้ว ไม่สามารถเสนอซ้ำได้

ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ไม่เห็นด้วยกับการตีความขั้นตอนการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีว่าเป็นญัตติ เพราะเป็นการตีความที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจะกระทบต่อหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ เพราะการเสนอชื่อบุคคล และญัตติ มีความหมายต่างกัน เพราะในการพิจารณาตัวบุคคล เป็นการเสนอเพื่อขอความเห็นชอบบุคล และจะต้องอาศัยหลายปัจจัยมาพิจารณาร่วมกัน

 รวมถึงหากจะไม่ให้มีการเสนอบุคคลซ้ำ กฎหมายก็จะบัญญัติไว้อย่างชัดเจน เช่น การสรรหากรรมการองค์กรอิสระ ดังนั้น การหยิบยกข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 มาตีความการเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นญัตติ ที่ถูกตีตกไปแล้ว ไม่สามารถเสนอซ้ำได้ จึงเป็นการตีความกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง

2 พรรคฯ รุมชี้ ‘โหวตนายกรอบ2’ เป็นญัตติ- ‘โรม’ เตือนตีความกม.เพี้ยน ชาติพัง

เพราะรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติถึงขั้นตอนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ และไม่ได้ห้ามบุคคลที่รัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบเข้าพิจารณาอีก 

ดังนั้น การนำข้อบังคับการประชุม มาขัดขวางการดำเนินการรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการตีความขัดกฎหมายสูงสุดของประเทศ พร้อมมองว่า กระบวนการนี้ เพียงต้องการเตะตัดขานายพิธา และไม่มีทางที่รัฐสภา มีมติไม่เพียงพอที่จะเห็นชอบให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะทำให้นายพิธา เสียสถานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไป 

พร้อมเตือนไปยัง สส. และ สว.ว่า การตีความที่ผิดเพี้ยน จะเป็นบรรทัดฐานที่จะกลับมาสร้างความยากลำบากให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนอื่น ๆ หรือบุคคลอื่น ๆ ในกรณีอื่น ๆ ที่จะสร้างความยุ่งยาก และความเสียหายให้สถาบันอื่น ๆ ของบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกรัฐสภาผลัดเปลี่ยนกันลุกขึ้นอภิปรายตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ว่าเสนอชื่อ’พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในการ ‘โหวตนายกรอบ2’ ได้หรือไม่ ตั้งแต่ช่วงหลังเปิดประชุมรัฐสภา จนถึง เวลา 15.38 น. ยังไร้ข้อยุติ

หน้า ‘รัฐสภา’ มวลชนรอพบ ‘พิธา’ หลังศาล รธน. สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553988

19 ก.ค. 2566

หน้า 'รัฐสภา' มวลชนรอพบ 'พิธา' หลังศาล รธน. สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

บรรยากาศช่วงบ่ายหน้า ‘รัฐสภา’ มวลชนปักหลักรอพบ ‘พิธา’ พร้อมแสดงเชิงสัญลักษณ์ หลังศาล รธน. มีมติสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ ‘หมออ๋อง’ วอนทั้ง 2 ฝ่ายถอย ลดความตึงเครียด

หน้ารัฐสภาฝั่งถนนทหาร บรรยากาศตึงเครียดเป็นระยะ หลังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณารับคำร้อง คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย 

โดยผู้ชุมนุมเมื่อทราบข่าว ต่างมายืนรอกันที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาฝั่งประตูรั้วติดกับวัดแก้วฟ้าจุฬามณีถนนทหาร เพื่อให้กำลังใจนายพิธา

มีบางส่วนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการปาสิ่งเทียมประทัด(กระเทียม) และ ควันสี เพื่อเป็นการแสดงออกพร้อมปราศรัยผ่านโทรโข่งประกาศจุดยืนและเรียกร้องให้นายพิธา ออกมาพบกับมวลชนที่ปักหลักอยู่ข้างนอก

บรรยากาศหน้าอาคารรัฐสภาบรรยากาศหน้าอาคารรัฐสภา

จากนั้นนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 พร้อมด้วยผู้ติดตาม ได้เดินทางมาพบกับมวลชน พร้อมขอให้ถอยกลับไปอยู่ภายในบริเวณศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร(เกียกกาย) ที่ทางกรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ให้ รวมถึงได้รับฟังข้อเสนอและรับปากจะไปรายงานให้นายพิธาทราบ ทำให้มวลชนถอยกลับไป 

ขณะเดียวกัน นายปดิพัทธ์ ได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ถอยกลับที่ตั้งเช่นกัน เพื่อลดการตึงเครียด ไม่อยากให้เกิดการเผชิญหน้ากับมวลชน ในช่วงหนึ่งนายปฏิพัทธ์กล่าวว่า “พี่ถอยออกไปก่อนมองหน้ากันไปมายิ่งทำให้เครียดเปล่า”

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา

สส. 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล ปรบมือให้กำลังใจ ‘พิธา’ – คาดกระบวนการไต่สวน 3 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553995

19 ก.ค. 2566

สส. 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล ปรบมือให้กำลังใจ 'พิธา' - คาดกระบวนการไต่สวน 3  เดือน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเคารพต่อคำสั่ง ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ยุติการทำหน้าที่ ฝากถ้อยคำถึงเพื่อนสส. ขอให้ช่วยดูแลประชาชนต่อไป วงในศาลรัฐธรรมนูญ คาดกระบวนการไต่ส่วนเรื่องนี้ อาจจะใช้ระยะเวลารวม 3 เดือน เผยเสียงข้างมาก เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย

ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังมีเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรับทราบคำสั่งดังกล่าว  จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอื่น พร้อมฝากข้อความถึงประชาชน และอำลาประธานสภาฯ จนกว่าจะพบกันใหม่ และหวังว่า สมาชิกรัฐสภา จะใช้รัฐสภา ดูแลประชาชน  มั่นใจว่า หลังการลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมแล้ว ขอให้ สส. ช่วยกันดูแลประชาชนต่อไป 

จากนั้น นายพิธา ได้ถอดบัตรประจำตัวแสดงตน   วางไว้บนที่นั่งประจำตัวของตนภายในรัฐสภา โดยมี ส.ส.จาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ลุกขึ้นปรบมือเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายพิธา ก่อนที่นายพิธา จะออกจากห้องประชุม   ขณะที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้ขอบคุณนายพิธา ที่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ 

แหล่งข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า   ศาลจะรอเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา    จากนายพิธาภายใน 15 วัน    ตามกรอบที่ได้แจ้งไว้   จากนั้นจะเรียกนายพิธาเข้ามาชี้แจง และเข้าสู่กระบวนการไต่สวน   คาดว่าจะใช้เวลาในกระบวนการไต่สวน 3-4 เดือน  ขณะเดียวกัน   มติ  7ต่อ  2  ที่มีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ 19  ก.ค. ไปจนกว่าวันที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องของกกต. โดยเสียงข้างมากของศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า   ตัวบทกฎหมายระบุไว้ชัดว่ามีเหตุอันควรสงสัย   ตามคำร้องจึงเห็นควรสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว 

ส่วนเสียงข้างน้อย 2  เสียง   เห็นต่างในคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่นั้น   ตุลาการคนหนึ่ง ยังติดใจเรื่องการถือหุ้นดังกล่าวนั้นในตามเอกสาร  บมจ.5   หรือสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น   ระบุในฐานะผู้จัดการมรดกหรือไม่   ขณะที่ตุลาการอีกหนึ่งท่าน  ติดใจว่ากระบวนการควรจะมีความชัดเจนกว่านี้    

เปิด ‘ตุลาการเสียงข้างน้อย’ ค้านสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ‘พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553984

19 ก.ค. 2566

เปิด 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ค้านสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ‘พิธา’

เปิด 2 เสียงข้างน้อย ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ นภดล-บรรจงศักดิ์ ค้านสั่ง หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ‘พิธา’ ปมคดีหุ้น itv

การเมืองถึงจุดพลิกผัน เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 ศาลรัฐธรรมนูญ(รธน.) มีมติเอกฉันท์ รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีกล่าวหา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ว่า สมาชิกภาพของ สส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ พร้อมกับมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียงสั่งให้ ‘พิธา’ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. กรณีการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น itv เป็นกิจการสื่อสารมวลชนหรือไม่

ก่อนหน้านั้น มติ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เสนอ ‘พิธา’ โหวตนายกรอบ2 ในวันที่ 19 ก.ค. 2566 โดยนายสุทิน คลังแสง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยได้รับมอบหมายเป็นผู้เสนอชื่อ ‘พิธา’ เป็นนายกรัฐมนตรีรอบ2

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล

แต่ที่สมาชิกรัฐสภามีการท้วงติงว่าขัดกับข้อบังคับที่ 41 ประธานสภาฯ จึงเปิดให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายฯ ในเรื่องนี้ว่าจะเสนอ ‘พิธา’ อีกครั้งได้หรือไม่ และเป็นวันเดียวกันนั้น เมื่อเวลา 11.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งแขวน ‘พิธา’ ปม หุ้นitv ด้วยมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2

ใครเป็นใครใน  ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ เสียงข้างน้อย

‘คมชัดลึก’ ตรวจสอบพบว่า ในประเด็นคำขอของ กกต. (ผู้ร้อง) ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (7 ต่อ 2) เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องปรากฎเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องอาจก่อให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายและการคัดค้านโต้แย้งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมรัฐสภาและที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยนั้น

เปิด 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ค้านสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ‘พิธา’

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างน้อย 2 คน ดังกล่าว คือ นายนภดล เทพพิทักษ์ และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์


ทำความรู้จัก ‘นภดล เทพพิทักษ์’

  • ประวัติการศึกษา

รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)Master of Arts (International Relations) , Northern Illinois University (Fulbright Scholarship)

  • ตำแหน่งหน้าที่สำคัญในอดีต

ผู้อำนวยการกอง กองเอเชียตะวันออก 2 กรมเอเชียตะวันออก (พ.ศ. 2540)อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ (พ.ศ. 2542)รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก (พ.ศ. 2546)อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา (พ.ศ. 2547)เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร (พ.ศ. 2549)เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน (พ.ศ. 2553)รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (พ.ศ. 2558)เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ (พ.ศ. 2558)

บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ทำความรู้จัก‘บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์’

  • ประวัติการศึกษา

ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

  • ประวัติการรับราชการ

ตุลาการศาลปกครองชั้นต้นตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นตุลาการศาลปกครองสูงสุดตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด

เปิด 9 อรหันต์ ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ 7 : 2 วินิจฉัย ‘พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553983

19 ก.ค. 2566

เปิด 9 อรหันต์ 'ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ' 7 : 2 วินิจฉัย 'พิธา'

ทำความรู้จัก 9 อรหันต์ ประธาน- ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ กับ 2 เสียงข้างน้อย ค้านแขวน ‘พิธา’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

จากมติ 7 : 2 ของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีคำสั่งให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือหุ้น ITV มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2566

จากคำวินิจฉัยของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” คมชัดลึก จะพาไปรู้จัก 9 อรหันต์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ทำหน้าที่พิจารณาแขวน “พิธา” ครั้งนี้

ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

1. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม 

นายวรวิทย์ เกิดวันที่ 1 มี.ค. 2495 ปัจจุบันอายุ 71 ปี จบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นิติศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (กฎหมายมหาชน) เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

ประวัติการทำงาน

  • อัยการ จ.สกลนคร
  • อัยการ จ.อุดรธานี
  • อัยการพิเศษฝ่ายแผนงานฝึกอบรม สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
  • ตุลาการศาลปกครองกลาง
  • รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่
  • อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก
  • ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ศป.) 2 สมัย
  • อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยนเรศวร และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2557 และได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

     วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 2. นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์

นายนครินทร์ เกิดวันที่ 28 ก.ค. 2501 ปัจจุบันอายุ 65 ปี จบการศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต (การเมืองการปกครอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับสอง อักษรศาสตรมหาบัณฑิต (ภาควิชาประวัติศาสตร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย PH.D. (INTERNATIONAL STUDIES) WASEDA UNIVERSITY,ประเทศญี่ปุ่น

ประวัติการทำงาน

  • รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามลำดับ
  • กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2558

   นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 3. นายปัญญา อุชชาชน

นายปัญญา เกิดวันที่ 15 เม.ย. 2499 ปัจจุบันอายุ 67 ปี จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) นิติศาสตรบัณฑิต นิติศาสตร์มหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน)M.A. (Public Administration), Detroit, Michigan, U.S.A. นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Laws) ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Justice Administration)

ประสบการณ์การทำงาน

  • ปลัดอำเภอ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  • เลขานุการผู้ว่าราชการ จ.สกลนคร กระทรวงมหาดไทย
  • เลขานุการผู้ว่าราชการ จ.ราชบุรี กระทรวงมหาดไทย
  • นักวิชาการปกครอง กรมการปกครอง
  • หัวหน้างานอัตรากำลังและบรรจุแต่งตั้ง กรมการปกครอง
  • ผู้ช่วยหัวหน้าภาควิชาพฤติกรรมศาสตร์ วิทยาลัยการปกครอง
  • ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนนักปกครองระดับสูง วิทยาลัยการปกครอง
  • หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยและวิชาการ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • หัวหน้ากลุ่มงานคดี สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีและวิชาการ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ฝ่ายคดีและฝ่ายบริหาร)
  • ที่ปรึกษาด้านวิชาการ (นักวิชาการศาลรัฐธรรมนูญ 11 ชช.)
  • เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (นักบริหารศาลรัฐธรรมนูญ) 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2558

  ปัญญา อุดชาชนปัญญา อุดชาชน

4. นายอุดม สิทธิวอรัชธรรม

นายอุดม เกิดวันที่  22 พ.ย. 2497 ปัจจุบันอายุ 68 ปี จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 28 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์การทำงาน

  • นายทหารพระธรรมนูญ กองทัพเรือ
  • ผู้ช่วยผู้พิพากษา ผู้พิพากษาประจำกระทรวง ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาล จ.ทุ่งสง
  • ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
  • ผู้พิพากษาศาล จ.แม่สอด, ศาล จ.พิษณุโลก และศาล จ.นครสวรรค์
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.นครสวรรค์
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.หลังสวน, ศาล จ.อุทัยธานี และ ศาล จ.กำแพงเพชร
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา
  • ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 6
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ภาค 3
  • ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ภาค 5
  • ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 3
  • รองประธานศาลอุทธรณ์
  • อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1
  • อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้
  • ผู้พิพากษาศาลฎีกา
  • ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
  • ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

      อุดม สิทธิวอรัชธรรมอุดม สิทธิวอรัชธรรม

5. นายวิรุฬห์ แสงเทียน 

นายวิรุฬห์ เกิดวันที่ 27 พ.ย. 2494 ปัจจุบันอายุ 71 ปี จบการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา          

ประวัติการทำงาน

  • ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
  • รองประธานศาลฎีกา
  • ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

     วิรุฬห์ แสงเทียน วิรุฬห์ แสงเทียน 

6. นายจิรนิติ หะวานนท์ 

นายจิรนิติ เกิดวันที่ 14 ก.พ. 2496 จบการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา LL.M. (Master of Law, Harvard University) M.C.L. (Master of Comparative Law, George Washington University) S.J.D. (Doctor of Juridical Science, George Washington University)

ประวัติการทำงาน

  • ผู้พิพากษาศาล จ.ขอนแก่น
  • ผู้อำนวยการกองวิชาการ สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
  • ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่ง
  • เลขานุการศาลฎีกา
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์
  • ประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลอุทธรณ์ภาค 2
  • ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์
  • อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
  • ผู้พิพากษาศาลฎีกา
  • ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
  • ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล และ กรรมการกฤษฎีกา 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

                               จิรนิติ หะวานนท์ จิรนิติ หะวานนท์ 

7. นายนภดล เทพพิทักษ์ 

นายนภดล เกิดวันที่ 3 ธ.ค. 2499 ปัจจุบันอายุ 66 ปี จบการศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) Master of Arts (International Relations) , Northern Illinois University (Fulbright Scholarship)

ประวัติการทำงาน

  • ผู้อำนวยการกอง กองเอเชียตะวันออก 2 กรมเอเชียตะวันออก
  • อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
  • รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก
  • อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา
  • เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร
  • เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน
  • รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
  •  เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ 

ได้รับการโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563

                                  นภดล เทพพิทักษ์ นภดล เทพพิทักษ์ 

8. นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ 

นายบรรจงศักดิ์ เกิดวันที่ 14 ส.ค. 2495 ปัจจุบันอายุ 70 ปี จบการศึกษา ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ประวัติการทำงาน

  • ตุลาการศาลปกครองชั้นต้น
  • ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น
  • ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
  • ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2563

     บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ 

9. นายอุดม รัฐอมฤต 

นายอุดม เกิดวันที่  28 มิ.ย. 2502 ปัจจุบันอายุ 64 ปี จบการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางกฎหมายอาญา (Diplôme Supérieur d’Université) มหาวิทยาลัย Paris II ประเทศฝรั่งเศส ปริญญาโทและปริญญาเอกทางกฎหมายอาญา (Diplôme d’études approfondies et Doctorat en Droit Pénal) มหาวิทยาลัย Nancy II ประเทศฝรั่งเศส

ประวัติการทำงาน

  • รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
  • คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • กรรมการกฤษฎีกา 

ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2566

      อุดม รัฐอมฤต อุดม รัฐอมฤต 

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย 2 คน ที่ค้านคำสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คือ นายนภดล เทพพิทักษ์ และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราช

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัย การพ้นสมาชิกภาพ สส.ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ว่านายธนาธร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชน ส่งผลให้เป็นผู้ลักษณะต้องห้าม ไม่ให้ผู้ถูกร้องใช้สิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง สส. ทำให้สมาชิกภาพ สส.สิ้นสุดลง

ยุบพรรคอนาคตใหม่

วันที่ 21 ก.พ.  2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวน 191.2 ล้านบาท และศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 72 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และมาตรา 92 วรรคสอง ประกอบหนึ่ง (3)

รวมภาพ ‘พิธา’ โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553992

19 ก.ค. 2566

รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้

ประชุมสภา ยังไม่มีข้อยุติ เสนอชื่อ “พิธา” โหวตนายก ครั้งที่ 2 ได้หรือไม่ ด้าน “พิธา” รู้ตัวศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และได้ลุกขึ้นกล่าวต่อประธานสภาก่อนเดินออกจากห้องประชุม ไปชมภาพในขณะนั้นกัน

ขณะที่ประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 2 และกำลังถกเถียงญัตติข้อหารือว่า การเสนอชื่อ “นายพิธา” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ให้ที่ประชุมสภาลงมติให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ อีกครั้ง ทำได้ตามข้อบังคับข้อประชุมรัฐสภา ข้อ 41 หรือไม่ แต่ปรากฏว่า อยู่ๆ “นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ” สว. ขอลุกขึ้นอภิปรายแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ “นายพิธา” หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ถูก สส.พรรคก้าวไกลประท้วง จนมีเหตุวุ่นวาย ทำให้ “นายพรเพชร วิชิตชลชัย” รองประธานรัฐสภา ที่สลับขึ้นมาทำหน้าที่ ได้กล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห ว่าจะถกเถียงกันอีกกี่ครั้ง ตนเพิ่งเข้ามาทำหน้าที่ พร้อมขอให้นั่งลง

“นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร” สส.พรรคก้าวไกล ได้ประท้วงนายกิตติศักดิ์ว่า ในประเด็นคำวินิจฉัยของศาลควรรอหนังสือราชการ อย่าใจร้อนหรือกระเหี้ยนกระหือรือ

ที่ประชุมสภาปรบมือในนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หลังจากประกาศปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566ที่ประชุมสภาปรบมือในนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หลังจากประกาศปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566

ก่อนราวๆ 15.00 น. “นายพิธา” ลุกขึ้นพร้อมกับกระดาษในมือ 1 แผ่น หลังจาก “นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์” สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอญัตติพร้อมเสนออภิปรายว่าไม่สามารถทำได้จบลง โดย “นายพิธา” เอ่ยถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือ “วันนอร์” นั่งประธานสภาพิจารณาในช่วงเวลานั้น ว่า ได้รับเอกสารคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. และจะปฏิบัติตามคำสั่ง จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยเป็นอื่น โอกาสนี้ขออำลาท่านประธานจนกว่าจะพบกันใหม่ จึงขอฝากเพื่อนสมาชิกในการดูแลประชาชน ผมเชื่อว่า ประเทศไทยเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. 2566 

รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น “นายพิธา” ได้เดินออกจากห้องประชุม ทางประตูหลัง โดยชูบัตรประจำตัว สส.และโบกมือ ไปยังด้านหน้าห้องประชุมด้วย หลังจากเกิดประเด็นวิวาทะระหว่างนายวิโรจน์และนายกิตติศักดิ์ “นายพิธา” ได้เดินกลับเข้าห้องประชุม และนั่งในเก้าอี้ประจำของตัวเอง

รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้
รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้
รวมภาพ 'พิธา' โบกมือลาที่ประชุมสภา สภาฯ แสดงอาการแบบนี้