เลขาฯก้าวไกล เชื่อ ‘พิธา’ กำลังใจยังเต็มร้อย แม้ชวดเป็น ‘นายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554019

19 ก.ค. 2566

เลขาฯก้าวไกล เชื่อ ‘พิธา’ กำลังใจยังเต็มร้อย แม้ชวดเป็น 'นายกฯ'

เลขาธิการพรรคก้าวไกล ‘ชัยธวัช’ เชื่อ ‘พิธา’ กำลังใจยังเต็มร้อย – รอพิจารณาให้สิทธิ์ พรรคอันดับ 2 ‘เพื่อไทย’ แกนนำตั้งรัฐบาล ชี้ได้นายกฯ เร็วดีที่สุด

ภายหลังที่ประชุมสภามีมติ โหวตนายกรอบ2 เสนอ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเสนอซ้ำได้

โดยผลการลงมติที่ประชุมร่วมรัฐสภา เสียงข้างมาก 394 เสียง เห็นตรงกัน ชื่อของ “พิธา” ไม่สามารถเสนอเข้ามาโหวตซ้ำ ภายในสภาได้ ขณะที่เสียง ของ 8 พรรรคร่วม ยังคงเทให้ครบ 312 เสียง

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคก้าวไกล โดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ยังขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยแนวทางการให้สิทธินำจัดตั้งรัฐบาลแก่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมือง ที่มีเสียง สส.มากเป็นพรรคอับดับ2 ภายหลังที่ประชุมรัฐสภา มีมติไม่ให้พิจารณาชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ซ้ำในสมัยประชุมนี้ 

โดยระบุเพียงว่า ยังต้องมีการพูดคุยกันก่อน และเชื่อว่าคงใช้เวลาในการพูดคุยไม่นาน เพราะมองว่า การได้นายกรัฐมนตรีเร็วที่สุด จะดีที่สุด

นายชัยธวัช ระบุว่า มติที่ประชุมรัฐสภาที่ออกมานั้น ไม่ได้เกินกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ และหลังจากนี้ พรรคก้าวไกล จะประชุมหารือกันก่อนที่จะแถลงท่าทีอีกครั้ง

ส่วนกำลังใจของนายพิธา ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งมีคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ สส.จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยในคดีการถือครองหุ้นไอทีวีนั้น นายชัยธวัช เชื่อว่า นายพิธา ยังมีกำลังใจที่ดีเต็มร้อย

ส่วนพรรคก้าวไกล จะแก้เกมหลังถูกเดตล็อคทางการเมืองทั้งหมดอย่างไรนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า จะต้องหารือภายในพรรคก่อนว่า จะทำอย่างไรหลังจากนี้ และยังไม่ได้มีการพูดคุยว่า จะไปยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความการลงมติของรัฐสภาดังกล่าวหรือไม่

มติเสียงข้างมากตีตก ‘พิธา’ จอดป้าย วืด เสนอชื่อโหวตนายกฯรอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554012

19 ก.ค. 2566

มติเสียงข้างมากตีตก  'พิธา'  จอดป้าย   วืด  เสนอชื่อโหวตนายกฯรอบ 2

ผลการลงมติที่ประชุมร่วมรัฐสภา เสียงข้างมาก 394 เสียง เห็นตรงกัน ชื่อของ “พิธา” แห่งพรรคก้าวไกล ไม่สามารถเสนอเข้ามาโหวตซ้ำ ภายในสภาได้ ขณะที่เสียง ของ 8 พรรรคร่วม ยังคงเทให้ที่ 312 เสียง

ผลการลงมติในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อเวลา 17.00  น. เสียงของสมาชิกในที่ประชุมทั้ง สส. และ  สว. รวม  จำนวนผู้ลงมติ 715   คน ผลการลงมติของที่ประชุม  เห็นด้วย รวม 394  เสียง ซึ่งหมายถึงการที่ไม่สามารถนำชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  พรรคก้าวไกล  กลับมาสู่การโหวตนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 2     ส่วนเสียงสนับสนุนที่มีให้นายพิธา ในการบรรจุชื่อเป็นครั้งที่ 2  มี 312  เสียง   จึงเท่ากับว่า  ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ได้อีกต่อไป  อนึ่งมีผู้งดออกเสียง 8  เสียง   และ ไม่ลงคะแนนเสียง 1   เสียง   ทั้งนี้ จำนวน  312 เสียงดัง กล่าว เป็นตัวเลขเดียวกัน เมื่อครั้งที่  สส. ทั้ง 8  พรรค โหวตนายกรัฐมนตรี ให้นายพิธา ครั้งแรก   เมื่อ 13   ก.ค. ที่ผ่านมา 

โครงสร้างการลงคะแนน 

.

จำนวนผู้ลงมติ  715 

เห็นด้วย 394

ไม่เห็นด้วย 312 

งดออกเสียง 8

ไม่ลงคะแนนเสียง  1

‘พิธา’ ลั่น ระบบปัจจุบัน ชนะความไว้ใจจากประชาชน ‘I’ll be back’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554011

19 ก.ค. 2566

'พิธา' ลั่น ระบบปัจจุบัน ชนะความไว้ใจจากประชาชน 'I'll be back'

‘พิธา’ โพสต์ IG ลั่น ชัดเจนแล้ว ระบบปัจจุบัน ชนะความไว้ใจจากประชาชน I’ll be back หลัง มติรัฐสภา เสนอชื่อ พิธา ซ้ำไม่ได้

จากมติ “ศาลรัฐธรรมนูญ” 7:2  มีคำสั่งให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จากปมถือหุ้น ITV มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2566

หลังจากนั้น ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อ “โหวตนายกรอบ 2” นายพิธา ได้ยกมือขึ้นขออนุญาตกล่าวกับที่ประชุมรัฐสภาว่า มีเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้น ขอพูดกับท่านประธานว่า รับทราบคำสั่งจะปฏิบัติตามคำสั่งจนกว่ามีคำวินิจฉัยเป็นอื่น

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ล่าสุด พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม pita.ig ระบุว่า “เป็นที่ชัดเจนแล้ว ในระบบปัจจุบัน ชนะความไว้วางใจจากประชาชน ไม่เพียงพอที่จะบริหารประเทศชาติ ต้องขออนุมัติจากวุฒิสภาก่อน เผลอๆ ไม่พอที่จะเสนอชื่อเป็นครั้งที่ 2 ด้วยซ้ำไป”

นอกจากนั้น ในโพสต์ต่อมา ได้โพสต์คลิปในที่ประชุมรัฐสภา “โหวตนายกรอบ 2” ที่เป็นกล่าวอำลาที่ประชุม “ขอใช้โอกาสนี้อำลาท่านประธานจนกว่าเราจะพบกันใหม่ และขอฝากเพื่อน ๆ สมาชิกใช้รัฐสภาดูแลพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าประเทศไทยเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม และถ้าประชาชนชนะมาได้แล้วครึ่งทาง เหลืออีกครึ่งทางถึงแม้ผมไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกคนดูแลประชาชนต่อไป”

พิธา โพสต์อินสตาแกรมพิธา โพสต์อินสตาแกรม

พิธาโพสต์อินสตาแกรมพิธาโพสต์อินสตาแกรม

โดยในโพสต์ พิธา เขียนข้อความว่า I’ll be back ซึ่งมีด้อมส้ม มาแสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่นายพิธาพูดจบ สส.ฝ่ายพรรคก้าวไกล และ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล พร้อมใจกันลุกขึ้นยืน และปรบมือให้นายพิธาดังกึกก้อง ขณะที่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เดินมามอบภาพวาดให้แก่นายพิธาด้วย 

พิธาอำลาที่ประชุมสภาพิธาอำลาที่ประชุมสภา

หวั่นโดนล้อม ‘รัฐสภา’ สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ ‘สส.-สว.’ ทางน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554009

19 ก.ค. 2566

หวั่นโดนล้อม 'รัฐสภา' สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ 'สส.-สว.' ทางน้ำ

“รัฐสภา” หวั่นผู้ชุมนุมปิดล้อม สั่งเสริมโป๊ะ เตรียมทางหนีทีไล่ “สส.-สว.” เตรียมพร้อมอพยพทางน้ำ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

19 ก.ค. 2566  ผู้สื่อข่าวรายงานบริเวณท่าน้ำ ภายในอาคารรัฐสภาฝั่งตึกวุฒิสภา โดยในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ได้มีการเสริมโป๊ะ มาผูกติดกับท่าเรือเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล  หยุดปฎิบัติหน้าที่ สส. ชั่วคราว 

ส่งผลให้มวลชนที่เดินทางมาให้กำลังใจนายพิธา บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาจำนวนมาก จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดประตู ทางเข้าออก บริเวณด้านหน้า โดยบริเวณท่าเรือมีเจ้าที่กองทัพเรือ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำ มาสังเกตการณ์และเตรียมความพร้อม ประจำการ โดยเรือที่จะมารับสมาชิกรัฐสภา จะเป็นเรือขนาดใหญ่ของทางกองทัพเรือ

รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ

โดยบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ติดป้ายว่าเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว ซึ่งคาดว่าจะเป็นทางอพยพของสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากตำรวจรัฐสภาให้ข้อมูลว่า จะปิดทางเข้าออกอาคารรัฐสภาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ รัฐสภา สั่งเสริมโป๊ะ เผื่อฉุกเฉินต้องอพยพ สส.-สว.ทางน้ำ

ขณะเดียวกัน พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีมีเรือจากกรมการขนส่งทหารเรือ (ขส.ทร.) มาจอดที่บริเวณท่าเรือด้านหลังฝั่งตึกวุฒิสภา เพื่อเตรียมความพร้อมการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งที่ 2 ว่า เรือลำดังกล่าว เป็นเรือที่ใช้รับและส่ง พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่เดินทางมาร่วมการประชุม โดยคาดว่า ผบ.ทร. อาจจะใช้เรือในการเดินทางกลับ จึงมีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อน แต่ในช่วงเช้า ผบ.ทร. เดินทางมาด้วยรถยนต์

พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือพล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ

เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกเรือให้ สส. และ สว. เดินทางกลับภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ร.อ.ปกครอง กล่าวว่า ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมไว้ในที่ตั้ง แต่ยังไม่ได้รับคำสั่งแต่อย่างใด ซึ่งหากมีการร้องขอมาก็จะมีเรือที่จะไปรับในทันที

โฆษก ทร.แจง เตรียมเรือ ขส.ทร. จอดเทียบท่าเรือรัฐสภา ไว้รับส่ง ผบ.ทร.โฆษก ทร.แจง เตรียมเรือ ขส.ทร. จอดเทียบท่าเรือรัฐสภา ไว้รับส่ง ผบ.ทร.

สำหรับการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯครั้งที่ 2 ในวันนี้ สมาชิกวุฒิสภาในส่วนเหล่าทัพ เดินทางมาร่วมประชุมด้วยเกือบทั้งหมดยกเว้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ลาการประชุม เนื่องจากเดินทางไปราชการที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีกำหนดการเดินทางไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

‘ธงทอง’ เปิด ‘รัฐธรรมนูญ’ ยัน เสนอชื่อ ‘โหวตนายกฯ’ ไม่ถือเป็นญัตติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554002

19 ก.ค. 2566

'ธงทอง' เปิด 'รัฐธรรมนูญ' ยัน เสนอชื่อ 'โหวตนายกฯ' ไม่ถือเป็นญัตติ

‘ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ’ ยัน บทบัญญัติ ม.157 ม.272 และบทบัญญัติของข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหมวด 9 ไม่ปรากฏคำว่า ‘ญัตติ’ อยู่ ในการเสนอชื่อโหวตนายกรัฐมนตรี พร้อมกางรัฐธรรมนูญให้ดู-ก่อนโพสต์ข้อความ ‘ยุติ ธรรม’ ลงบนจอพื้นสีดำ

วันที่ 19 ก.ค. 2566 ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐธรรมนูญมีศักดิ์ทางกฎหมายสูงกว่าข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาอย่างแน่นอน

การเสนอชื่อบุคคลเพื่อให้รัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ประกอบมาตรา 272 นอกจากนั้นข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 เอง ในหมวด 9 ว่าด้วยเรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ได้แยกเรื่องนี้ออกไว้เป็นการเฉพาะ และกำหนดไว้เป็นการพิเศษว่าการเสนอชื่อดังกล่าวต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถ้าคำนวณจากจำนวนเต็ม 500 ก็จะพบว่าการเสนอชื่อนี้ต้องมีผู้รับรองถึง 50 คน

โปรดสังเกตว่าบทบัญญัติมาตรา 157 และมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญก็ดี บทบัญญัติของข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหมวด 9 ก็ดี ไม่ปรากฏคำว่า“ญัตติ” อยู่ในที่ใด

ในขณะที่การเสนอญัตติทั่วไปตามข้อ 29 แห่งข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 กำหนดว่าต้องมีสมาชิกรัฐสภารับรองไม่น้อยกว่าสิบคน จึงเห็นการแยกแยะความแตกต่าง และความสำคัญของ 2 เรื่องนี้ออกจากกันโดยชัดเจนดังนี้
 

จึงเห็นได้ว่า การเสนอชื่อบุคคลเพื่อให้รัฐสภามีมติให้ความเห็นชอบเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหมวดเก้า ซึ่งกำหนดวิธีการขั้นตอนไว้โดยเฉพาะ ไม่มีเหตุผลทางกฎหมายใดที่จะนำบทบัญญัติ จากข้อบังคับการประชุมรัฐสภากรณีการเสนอญัตติทั่วไปมาปรับใช้แก่กรณี

นอกจากนี้ ศ.พิเศษธงทอง ยังกล่าวว่า “ผมสอนวิชาสัมมนาการร่างกฎหมายและกระบวนการทางนิติบัญญัติ และวิชาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ในคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2523 มาจนถึงปัจจุบัน รวม 43 ปี เป็นกรรมการกฤษฎีกาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2560 ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องครับ ฮา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือ หุ้นitv ตามที่ กกต. ยื่นคำร้องให้วินิจฉัย มีผลตั้งแต่วันนี้(19 ก.ค. 2566) ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ  ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในบัญชีชื่อ ‘Tongthong Chandransu’ ใจความว่า ‘ยุติ ธรรม’ บนพื้นสีดำ 

เปิดหนังสือศาลสั่ง ‘พิธา’ หยุดหน้าที่ ‘สส.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553990

19 ก.ค. 2566

เปิดหนังสือศาลสั่ง 'พิธา' หยุดหน้าที่ 'สส.'

เปิดรายละเอียด หนังสือศาลสั่ง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล หยุดปฎิบัติหน้าที่ ‘สส.’ ทันที

หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมพิจารณา สถานะความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ “พิธา” หรือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82

ว่าสมาชิกภาพ “สส.” ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัท itv จำกัด มหาชน จำนวน 42,000 หุ้น โดยศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการพิจารณานานกว่า 2 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ผลการพิจารณามีมติรับคำร้องพิจารณาการสิ้นสุดสมาชิกภาพ “สส.” ของ “พิธา” และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ไว้ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. นี้ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

วันที่ 19 ก.ค. 2566 ศาลรัฐธรรมนูญส่งหนังสือแจ้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจชัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

ตามที่ผู้ร้องไต้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องตังกล่าวไว้พิจารณาวินิฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 วรรคสี่ประกอบวรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2561 มาตรา 7 (5) และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนับแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง

2 พรรคฯ รุมชี้ ‘โหวตนายกรอบ2’ เป็นญัตติ- ‘โรม’ เตือนตีความกม.เพี้ยน ชาติพัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553997

19 ก.ค. 2566

2 พรรคฯ รุมชี้ ‘โหวตนายกรอบ2’ เป็นญัตติ- ‘โรม’ เตือนตีความกม.เพี้ยน ชาติพัง

2 พรรคการเมือง รทสช.-พปชร. รุมชี้ ‘โหวตนายกรอบ2’ เป็นญัตติ ลงมติ ‘พิธา’ ซ้ำไม่ได้ – ‘โรม’ เตือนตีความกฎหมายเพี้ยน ทำบ้านเมืองเสียหาย

การประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 หลังการประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมรัฐสภา มีมติไม่ให้ความเห็นชอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว

โดยตลอดช่วงเช้า และช่วงบ่ายที่ผ่านมา วันนี้ (19 ก.ค.) ที่ประชุมได้ถกเถียงกันว่า จะสามารถเสนอชื่อนายพิธา ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ได้หรือไม่ ภายหลัง นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ 8 พรรครวมจัดตั้งรัฐบาล ได้เสนอชื่อ “นายพิธา” ให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 2 เพียงรายชื่อเดียว โดยไม่มีพรรคการเมืองอื่นเสนอบุคคลอื่นชื่อท้าชิง

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ชี้แจงย้ำถึงสาเหตุที่ขอให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาการเสนอของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ให้รัฐสภาพิจารณานายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 2 นี้ ถือเป็นญัตติที่รัฐสภา เคยตีตกไปแล้ว และไม่สามารถเสนอซ้ำได้อีกหรือไม่ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เพราะตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 บัญญัติว่า ญัตติใดที่รัฐสภา ตีตกไปแล้ว ไม่สามารถเสนอได้ใหม่ ในสมัยประชุมเดิม 

ซึ่งชื่อนายพิธา ก็ได้ถูกตีตกไปเมื่อวันที่ 13 กรกฎคมที่ผ่านมา เว้นแต่ประธานรัฐสภา จะอนุญาตให้กลับมาพิจารณาใหม่ได้ กรณีเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนไป แต่พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังไม่เห็นว่า จะมีสถานการณ์เปลี่ยนไปที่จะทำให้รัฐสภากลับมาพิจารณาซ้ำ 

ทั้งยังเป็นการเสนอชื่อบุคคลเดิม และเสนอโดย 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเช่นเดิม รวมถึงยังมี สส. และ สว.ที่ไม่เห็นชอบนายพิธา เคยอภิปรายแสดงความห่วงใยต่อการดำเนินนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล และยื่นข้อเสนอให้พรรคก้าวไกล ถอยนโยบายดังกล่าว เพื่อให้ได้รับเสียงสนับสนุน 

แต่นายพิธา ก็ยังคงยืนยันที่จะดำเนินนโยบายดังกล่าว และตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาภายหลังการอภิปราย ก็ไม่ได้มีสัญญาณว่า พรรคก้าวไกล จะยอมถอยนโยบายดังกล่าว 

ดังนั้น สถานการณ์จึงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป จึงขอให้ประธานรัฐสภา ชี้ขาดว่า ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ เพราะสถานการณ์ไม่ได้เปลี่ยนไป รวมถึงข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 36 ก็บัญญัติไว้ว่า การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี คือญัตติ แต่การรับรองการเสนอชื่อให้ใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ 136 ประกอบ

ขณะที่ นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ระบุว่า การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมรัฐสภา เป็นญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ซึ่งนายพิธา ไม่ได้รับเสียงความเห็นชอบจากรัฐสภาไปแล้ว และไม่มีเหตุการณ์อื่นเปลี่ยนไป เช่น การประกาศยอมถอยการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือแสดงหลักฐานว่า จะมีสมาชิกรัฐสภาต้องการเปลี่ยนใจในการลงมติ เพื่อให้สถานการณ์เปลี่ยนไป และเมื่อสถานการณ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จึงไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ในสมัยการประชุมนี้ 

และรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้ญัตติให้เสนอซ้ำได้ และมีนัยยะให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ดังนั้น จึงเห็นด้วยว่า การเสนอชื่อนายพิธาถือเป็นญัตติ ที่ตกไปแล้ว ไม่สามารถเสนอซ้ำได้

ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ไม่เห็นด้วยกับการตีความขั้นตอนการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีว่าเป็นญัตติ เพราะเป็นการตีความที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจะกระทบต่อหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ เพราะการเสนอชื่อบุคคล และญัตติ มีความหมายต่างกัน เพราะในการพิจารณาตัวบุคคล เป็นการเสนอเพื่อขอความเห็นชอบบุคล และจะต้องอาศัยหลายปัจจัยมาพิจารณาร่วมกัน

 รวมถึงหากจะไม่ให้มีการเสนอบุคคลซ้ำ กฎหมายก็จะบัญญัติไว้อย่างชัดเจน เช่น การสรรหากรรมการองค์กรอิสระ ดังนั้น การหยิบยกข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 มาตีความการเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นญัตติ ที่ถูกตีตกไปแล้ว ไม่สามารถเสนอซ้ำได้ จึงเป็นการตีความกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง

2 พรรคฯ รุมชี้ ‘โหวตนายกรอบ2’ เป็นญัตติ- ‘โรม’ เตือนตีความกม.เพี้ยน ชาติพัง

เพราะรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติถึงขั้นตอนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไว้ และไม่ได้ห้ามบุคคลที่รัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบเข้าพิจารณาอีก 

ดังนั้น การนำข้อบังคับการประชุม มาขัดขวางการดำเนินการรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการตีความขัดกฎหมายสูงสุดของประเทศ พร้อมมองว่า กระบวนการนี้ เพียงต้องการเตะตัดขานายพิธา และไม่มีทางที่รัฐสภา มีมติไม่เพียงพอที่จะเห็นชอบให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะทำให้นายพิธา เสียสถานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไป 

พร้อมเตือนไปยัง สส. และ สว.ว่า การตีความที่ผิดเพี้ยน จะเป็นบรรทัดฐานที่จะกลับมาสร้างความยากลำบากให้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนอื่น ๆ หรือบุคคลอื่น ๆ ในกรณีอื่น ๆ ที่จะสร้างความยุ่งยาก และความเสียหายให้สถาบันอื่น ๆ ของบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกรัฐสภาผลัดเปลี่ยนกันลุกขึ้นอภิปรายตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ว่าเสนอชื่อ’พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในการ ‘โหวตนายกรอบ2’ ได้หรือไม่ ตั้งแต่ช่วงหลังเปิดประชุมรัฐสภา จนถึง เวลา 15.38 น. ยังไร้ข้อยุติ

หน้า ‘รัฐสภา’ มวลชนรอพบ ‘พิธา’ หลังศาล รธน. สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553988

19 ก.ค. 2566

หน้า 'รัฐสภา' มวลชนรอพบ 'พิธา' หลังศาล รธน. สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.

บรรยากาศช่วงบ่ายหน้า ‘รัฐสภา’ มวลชนปักหลักรอพบ ‘พิธา’ พร้อมแสดงเชิงสัญลักษณ์ หลังศาล รธน. มีมติสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ ‘หมออ๋อง’ วอนทั้ง 2 ฝ่ายถอย ลดความตึงเครียด

หน้ารัฐสภาฝั่งถนนทหาร บรรยากาศตึงเครียดเป็นระยะ หลังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณารับคำร้อง คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย 

โดยผู้ชุมนุมเมื่อทราบข่าว ต่างมายืนรอกันที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาฝั่งประตูรั้วติดกับวัดแก้วฟ้าจุฬามณีถนนทหาร เพื่อให้กำลังใจนายพิธา

มีบางส่วนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการปาสิ่งเทียมประทัด(กระเทียม) และ ควันสี เพื่อเป็นการแสดงออกพร้อมปราศรัยผ่านโทรโข่งประกาศจุดยืนและเรียกร้องให้นายพิธา ออกมาพบกับมวลชนที่ปักหลักอยู่ข้างนอก

บรรยากาศหน้าอาคารรัฐสภาบรรยากาศหน้าอาคารรัฐสภา

จากนั้นนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 พร้อมด้วยผู้ติดตาม ได้เดินทางมาพบกับมวลชน พร้อมขอให้ถอยกลับไปอยู่ภายในบริเวณศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร(เกียกกาย) ที่ทางกรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ให้ รวมถึงได้รับฟังข้อเสนอและรับปากจะไปรายงานให้นายพิธาทราบ ทำให้มวลชนถอยกลับไป 

ขณะเดียวกัน นายปดิพัทธ์ ได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ถอยกลับที่ตั้งเช่นกัน เพื่อลดการตึงเครียด ไม่อยากให้เกิดการเผชิญหน้ากับมวลชน ในช่วงหนึ่งนายปฏิพัทธ์กล่าวว่า “พี่ถอยออกไปก่อนมองหน้ากันไปมายิ่งทำให้เครียดเปล่า”

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา

สส. 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล ปรบมือให้กำลังใจ ‘พิธา’ – คาดกระบวนการไต่สวน 3 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553995

19 ก.ค. 2566

สส. 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล ปรบมือให้กำลังใจ 'พิธา' - คาดกระบวนการไต่สวน 3  เดือน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเคารพต่อคำสั่ง ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ยุติการทำหน้าที่ ฝากถ้อยคำถึงเพื่อนสส. ขอให้ช่วยดูแลประชาชนต่อไป วงในศาลรัฐธรรมนูญ คาดกระบวนการไต่ส่วนเรื่องนี้ อาจจะใช้ระยะเวลารวม 3 เดือน เผยเสียงข้างมาก เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย

ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังมีเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรับทราบคำสั่งดังกล่าว  จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอื่น พร้อมฝากข้อความถึงประชาชน และอำลาประธานสภาฯ จนกว่าจะพบกันใหม่ และหวังว่า สมาชิกรัฐสภา จะใช้รัฐสภา ดูแลประชาชน  มั่นใจว่า หลังการลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมแล้ว ขอให้ สส. ช่วยกันดูแลประชาชนต่อไป 

จากนั้น นายพิธา ได้ถอดบัตรประจำตัวแสดงตน   วางไว้บนที่นั่งประจำตัวของตนภายในรัฐสภา โดยมี ส.ส.จาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ลุกขึ้นปรบมือเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนายพิธา ก่อนที่นายพิธา จะออกจากห้องประชุม   ขณะที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้ขอบคุณนายพิธา ที่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ 

แหล่งข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า   ศาลจะรอเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา    จากนายพิธาภายใน 15 วัน    ตามกรอบที่ได้แจ้งไว้   จากนั้นจะเรียกนายพิธาเข้ามาชี้แจง และเข้าสู่กระบวนการไต่สวน   คาดว่าจะใช้เวลาในกระบวนการไต่สวน 3-4 เดือน  ขณะเดียวกัน   มติ  7ต่อ  2  ที่มีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ 19  ก.ค. ไปจนกว่าวันที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องของกกต. โดยเสียงข้างมากของศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า   ตัวบทกฎหมายระบุไว้ชัดว่ามีเหตุอันควรสงสัย   ตามคำร้องจึงเห็นควรสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว 

ส่วนเสียงข้างน้อย 2  เสียง   เห็นต่างในคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่นั้น   ตุลาการคนหนึ่ง ยังติดใจเรื่องการถือหุ้นดังกล่าวนั้นในตามเอกสาร  บมจ.5   หรือสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น   ระบุในฐานะผู้จัดการมรดกหรือไม่   ขณะที่ตุลาการอีกหนึ่งท่าน  ติดใจว่ากระบวนการควรจะมีความชัดเจนกว่านี้    

เปิด ‘ตุลาการเสียงข้างน้อย’ ค้านสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ‘พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553984

19 ก.ค. 2566

เปิด 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ค้านสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ‘พิธา’

เปิด 2 เสียงข้างน้อย ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ นภดล-บรรจงศักดิ์ ค้านสั่ง หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ‘พิธา’ ปมคดีหุ้น itv

การเมืองถึงจุดพลิกผัน เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 ศาลรัฐธรรมนูญ(รธน.) มีมติเอกฉันท์ รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีกล่าวหา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ว่า สมาชิกภาพของ สส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ พร้อมกับมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียงสั่งให้ ‘พิธา’ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. กรณีการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น itv เป็นกิจการสื่อสารมวลชนหรือไม่

ก่อนหน้านั้น มติ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เสนอ ‘พิธา’ โหวตนายกรอบ2 ในวันที่ 19 ก.ค. 2566 โดยนายสุทิน คลังแสง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยได้รับมอบหมายเป็นผู้เสนอชื่อ ‘พิธา’ เป็นนายกรัฐมนตรีรอบ2

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล

แต่ที่สมาชิกรัฐสภามีการท้วงติงว่าขัดกับข้อบังคับที่ 41 ประธานสภาฯ จึงเปิดให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายฯ ในเรื่องนี้ว่าจะเสนอ ‘พิธา’ อีกครั้งได้หรือไม่ และเป็นวันเดียวกันนั้น เมื่อเวลา 11.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งแขวน ‘พิธา’ ปม หุ้นitv ด้วยมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2

ใครเป็นใครใน  ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ เสียงข้างน้อย

‘คมชัดลึก’ ตรวจสอบพบว่า ในประเด็นคำขอของ กกต. (ผู้ร้อง) ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (7 ต่อ 2) เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องปรากฎเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้อง ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้องอาจก่อให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายและการคัดค้านโต้แย้งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมรัฐสภาและที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยนั้น

เปิด 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ค้านสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ‘พิธา’

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสียงข้างน้อย 2 คน ดังกล่าว คือ นายนภดล เทพพิทักษ์ และนายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์


ทำความรู้จัก ‘นภดล เทพพิทักษ์’

  • ประวัติการศึกษา

รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)Master of Arts (International Relations) , Northern Illinois University (Fulbright Scholarship)

  • ตำแหน่งหน้าที่สำคัญในอดีต

ผู้อำนวยการกอง กองเอเชียตะวันออก 2 กรมเอเชียตะวันออก (พ.ศ. 2540)อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ (พ.ศ. 2542)รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก (พ.ศ. 2546)อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา (พ.ศ. 2547)เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร (พ.ศ. 2549)เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน (พ.ศ. 2553)รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (พ.ศ. 2558)เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ (พ.ศ. 2558)

บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ทำความรู้จัก‘บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์’

  • ประวัติการศึกษา

ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

  • ประวัติการรับราชการ

ตุลาการศาลปกครองชั้นต้นตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้นตุลาการศาลปกครองสูงสุดตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด