สภาฯ ยืนยัน ‘พิธา’ ยังมีสถานะ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ครบถ้วนสมบูรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554062

20 ก.ค. 2566

สภาฯ ยืนยัน ‘พิธา’ ยังมีสถานะ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ครบถ้วนสมบูรณ์

‘หมออ๋อง’ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ปฏิบัติหน้าที่ ‘ประธานสภาฯ’ เผย สภาฯ รับทราบศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ‘พิธา’ ยุติปฏิบัติหน้าที่ สส.ก้าวไกล ยืนยันยังมีสถานะ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ครบถ้วนสมบูรณ์

ที่รัฐสภา ในการการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1  จากพรรคก้าวไกล ปฏิบัติหน้าที่ ประธานสภาผู้แทนราษฏร ในการประชุมวันนี้ (20 ก.ค.) มีวาระสำคัญในการพิจารณารับทราบรายงานผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินปีงบประมาณ 2564 ขององค์กรอิสระ 3 องค์กรได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และผู้ตรวจการแผ่นดิน

ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายปดิพัทธ์ ได้แจ้งคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ยุติการปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมเป็นต้นไป หลังรับคำร้อง กกต. ให้วินิจฉัยคดีการถือครอง หุ้น ITV ของนายพิธา จึงทำให้องค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้มีทั้งสิ้น 499 คน องค์ประชุมครึ่งหนึ่งอยู่ที่ 250 คน

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมสภา ว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำสั่งให้นายพิธา ยุติการปฏิบัติหน้าที่ สส. แต่ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยใด ๆ

และนายพิธา ยังคงมีสถานะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลครบถ้วนสมบูรณ์ ทุกประการ ซึ่งหากมีโอกาส สส.ก็สามารถเข้าชื่อเสนอนายพิธา ให้รัฐสภาพิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง

สยบข่าวลือ ‘ชลน่าน’ ยัน เพื่อไทย ‘ก้าวไกล’ จับมือกันแน่น รอนัดหารือ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554057

20 ก.ค. 2566

สยบข่าวลือ ‘ชลน่าน’ ยัน เพื่อไทย  ‘ก้าวไกล’ จับมือกันแน่น รอนัดหารือ?

‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ ยืนยัน ‘เพื่อไทย’ ไม่ปล่อยมือ ‘ก้าวไกล’ รอนัดหมายหารือ โหวตนายกรอบ3 เชียร์ยื่นศาลรธน. ตีความมติที่ประชุมรัฐสภา หวั่นเสนอชื่อซ้ำ พท. ตกที่นั่งลำบากหากเป็นแกนนำ ปัดวิจารณ์ เสรีพิศุทธ์ ผลักก.ก.เป็นฝ่ายค้าน

ที่อาคารรัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถึงทิศทาง ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้ว่า เมื่อวานนี้(19 ก.ค.) เราไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบได้ โดยมีผลการวินิจฉัยว่าเป็นญัตติซ้ำ จึงถูกตีตกไป เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น ไปเป็นข้อที่จะผูกมัดต่อไปด้วย 

เพราะคำวินิจฉัยของรัฐสภาเป็นการผูกมัดการใช้ข้อบังคับของตนเอง แต่ข้อบังคับนี้เป็นข้อบังคับเฉพาะ ในรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เท่านั้น ถ้าเราเปลี่ยนไปใช้ข้อบังคับนี้กับรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ผลผูกพันก็จะลดลงไป 

ดังนั้นการเดินหน้าของ 8 พรรคร่วม ก็ต้องเป็นไปตาม MOU ที่ทำร่วมกัน โดยให้สิทธิ์แกนนำคือพรรคก้าวไกลเป็นผู้เริ่มในทุกกระบวนการ

การพูดคุยต่อจากนี้ให้เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลเป็นผู้นัดหมายมา  ซึ่ีงทางเลขาธิการพรรคพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยได้ มีการหารือกันเบื้องต้นแล้ว และจะมีการนัดหมายต่อไป 

“ผมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่ปล่อยมือจากพรรคก้าวไกลขณะนี้ยังอยู่ด้วยกัน’

ส่วนการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ในการโหวตครั้งที่ 3 จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่นั้น ให้ขึ้นอยู่กับการพูดคุยกันที่จะเกิดขึ้นยังไม่สามารถที่จะฟันธงได้ รอเพียงพรรคก้าวไกลนัดหมายมาอาจจะเป็นวันนี้หรือวันพรุ่งนี้

ทั้งนี้ เมื่อรัฐสภามีมติว่าจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำไม่ได้ หากวินิจฉัยว่า การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเป็น ไปตามข้อบังคับที่ 41 ซึ่งก็ยังสามารถใช้ข้อบังคับที่ 41 ในตัวเองได้ เพราะยังมีวรรคท้ายอยู่ ที่ระบุว่า กรณีที่การเปลี่ยนแปลงไปยังสามารถเสนอได้ เช่น การเสนอชื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขึ้นมาใหม่ และมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯขึ้นมาด้วย

ส่วนที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้ โพสต์ Facebook ส่วนตัวแสดงความเห็นไม่พอใจต่อการวินิจฉัยข้อบังคับที่ 41 ที่ทำให้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดูเป็นง่อย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในเรื่องนี้นายบวรศักดิ์ ไม่เห็นชัดเจนเพราะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญและยังให้แนวว่าบุคคลที่เห็นว่าถูกละเมิดสิทธิ์ ก็สามารถใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 243 ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ เป็นสิทธิ์ของบุคคลไม่ใช่สิทธิ์ของ สส. แต่กระบวนการร้อง ต้องร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่รับ ก็สามารถร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้

ยอมรับ ไม่พอใจ การทำหน้าที่ของ‘วันนอร์’ 

สำหรับการวินิจฉัยข้อบังคับที่ 41 มีคน ไม่พอใจในการทำหน้าที่ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา นพ.ชลน่าน ไม่มีใครพอใจ ตนเองก็ไม่พอใจที่มีการวินิจฉัยออกมาแบบนี้ ตนพยายามหาทางออกให้ เมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็ต้องยอมรับไม่มีใครพอใจ 

โดยหลักแล้วเราอยู่ในระบบนี้ ระบบการปกครอง ระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ระบบรัฐสภา ระบบเสียงข้างมากเราต้องยึดถือ แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะคลางแคลงใจไม่พอใจ คือ เสียงข้างมากไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม 

พร้อมยืนยันว่าหลังจากนี้จะมีปัญหาในการทำหน้าที่ในที่ประชุมรัฐสภาอย่างแน่นอน แค่บทเรียนครั้งนี้สามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขได้ เพราะข้อบังคับเกิด สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้กำหนดตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อหมดวาระ สว. วันที่ 11 พ.ค. 2567 ก็มีความชอบที่จะแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 

โดยยกเอาเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี นำเรื่องการเห็นชอบนายกรัฐมนตรีมากำหนดไว้ในสภาผู้แทนราษฎร อะไรที่เป็นข้อจำกัดในข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา ก็สามารถนำไปบัญญัติไว้ในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ชัด

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า มีความเป็นห่วงในเรื่องการเสนอชื่อซ้ำ และยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยตกภาระลำบากหากได้รับโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตามหลักการแกนนำจะต้องไปแสวงหาความมั่นใจว่าก่อนเสนอเสียงจะผ่าน ไม่มีใครที่อยู่ในสมรภูมิที่แพ้แล้วไปรบ เพราะเราจะเสียคนของเราไปด้วย 

ส่วนพรรคก้าวไกลจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ตนเห็นสมควรด้วย อะไรที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถ้าเรามีสิทธิก็ควรจะต้องดำเนินการ 

สำหรับกรณีสว. บางคนระบุว่า ถ้าเพื่อไทยยังจับมือกับพรรคก้าวไกลจะไม่โหวตให้นั้น เราคงไม่รอให้มีมติออกมา กรณีที่เราต้องเสนอถ้ารอมติตรงนั้นก็แพ้อย่างเดียว อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่มีแนวทางในการดำเนินการหาเสียงเพิ่ม เพราะถ้าบอกว่ามีจะหาว่าเราคิดไปก่อน


กำลังเราแค่ 100 ถ้าจะเอาชนะก็ต้องทำให้เต็ม 100 หรืออย่างน้อยต้อง 80-90 ถ้ามีกำลังแค่นี้ไปรบกับเขาก็แพ้ ส่วนสัมการชนะนี้มีก้าวไกลอยู่ด้วยหรือไม่นั้น ไม่ได้กำหนดว่ามีหรือไม่มี แต่ขณะนี้เรายังอยู่ใน 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล

สยบข่าวลือ ‘ชลน่าน’ ยัน เพื่อไทย  ‘ก้าวไกล’ จับมือกันแน่น รอนัดหารือ?

ทั้งนี้ไม่ว่าใครเจอสถานการณ์นี้ต้องคิดหนัก ต้องสร้างความมั่นใจว่าก่อนที่จะไปรบมีโอกาสชนะอย่างไร และยังไม่คิดถึงการข้ามขั้วในการจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนจะขอให้พรรคก้าวไกลลดเพดานม.112 นั้น ผมสงสารพรรคก้าวไกล เมื่อมีการนำประเด็นเหล่านี้มาเป็นเงื่อนไข ขณะนี้ไม่ใช่ม.112 ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยไม่มีความคิดไปก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพของพรรคก้าวไกล

ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เลี่ยงที่จะตอบคำถามถึงกรณี พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ไม่ร่วมโหวตเมื่อวานนี้ ว่าทราบว่าออกไปก่อน เลยไม่ได้โหวต แต่ไม่ได้มีผลอะไร เพราะเป็นคนละประเด็นกับการเห็นชอบนายกรัฐมนตรี รวมถึงประเด็นที่มีการวิจารณ์พรรคก้าวไกลอยากหนักถึงขั้นให้ไปเป็นพรรคฝ่ายค้านนั้น เรื่องดังกล่าวนี้กระบวนการการทำงานร่วมกันความคิดความเห็น เป็นสิทธิเสรีภาพ จะถือเป็นความเห็นรวมไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าอยากให้พรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน ก็เป็นความเห็นท่าน ต้นไม่สามารถวิเคราะห์แทนท่านได้

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่บอกว่า 8 พรรคร่วมติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรกนั้น คงแล้วแต่มุมมอง จะสรุปว่าผิดหรือไม่จะต้องดูข้อเท็จจริง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ดูเป็นเรื่องๆ ไป ความเห็นต่างเป็นสีสันของระบอบประชาธิปไตย 

ทั้งนี้จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ เป็นเพราะ 8 พรรคร่วมฯ แพ้ จึงถูกมองว่าเราติดกระดุมผิด แต่หากเราชนะก็จะมีการมองอีกแบบ เช่นเดียวกัน

วิเคราะห์เกม ‘เพื่อไทย’ ชูปากท้อง หาทางจบให้หล่อ เมื่อ ‘ก้าวไกล’ ถึงทางตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554052

20 ก.ค. 2566

วิเคราะห์เกม 'เพื่อไทย' ชูปากท้อง หาทางจบให้หล่อ เมื่อ 'ก้าวไกล' ถึงทางตัน

วิเคราะห์เกม ‘เพื่อไทย’ กับแนวทางเดินต่อทางการเมือง วาดฝัน ทำให้คนไทย ‘กินอิ่ม นอนหลับลดแรงเสียดทาน’ หลัง ‘ก้าวไกล’ ไม่ได้ไปต่อ

ปิดฉากไปแล้วสำหรับ #นายกพิธา หลังสภาฯ ไม่เห็นชอบให้มีการเสนอชื่อเพื่อเป็นนายกฯ รอบ 2 และ เหมือนละครฉากเดิมแบบ ‘ธนาธร’ กำลังฉายซ้ำ ทำให้สปอตไลท์ฉายไปที่พรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่’อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ลูกสาวคนเล็กของ ‘ทักษิณ’ ออกมาประกาศชัดว่า หากต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะส่ง’เศรษฐา ทวีสิน’ เข้าชิงนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 โดยในวันเดียวกัน แกนนพคนสำคัญอย่าง ‘เสี่ยอ้วน ภูมิธรรม’ และ ‘หมอชลน่าน’ ต่างพูดคีย์เวิร์ดเดียวกันคือคำว่า “ประเทศไทยต้องเดินต่อ” นั่นเป็นการส่งสัญญาณแล้วว่าหลังจากนี้ภารกิจสำคัญของเพื่อไทยคือ การทำทุกวิถีทางเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เพราะ เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

อย่างไรก็ตามเกมในการชูปากท้องเช่นนี้ ก็ลดแรงเสียดทานในสังคมไปได้พอสมควร แม้ว่าบรรดาด้อมจะออกมาวิจารณ์หนักจน #นายกส้มหล่น ขึ้นเทรนทวิตเตอร์อันดับ 1 และหากเราวิเคราะห์มุมมองทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยจริงๆ แนวคิดการชูปากท้องลดแรงเสียดทานก็ถูกสำแดงหลายครั้งผ่านการปราศรัยของ ‘เศรษฐา’ ซึ่งตัวเขาเองก็เคยให้ความเห็นการแก้ปัญหาของคนรุ่นใหม่ในเรื่อง ม.112 โดยระบุไว้ใจความว่า “ถ้าแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาสิทธิเสรีภาพอย่างสมรสเท่าเทียม หรือ สมัครใจเกณฑ์ทหาร จะเชื่อว่าจะทำให้ความรุนแรงของปัญหา ม.112 เบาบางไปได้บ้าง” นี่คือความเชื่อของคนเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ไม่ได้เน้นหนักเรื่องอุดมการณ์ แต่เน้นชูปากท้อง

ส่วนที่ต้องส่ง ‘เศรษฐา’ ชิงนายกฯ คงหนีไม่พ้นก่อนหน้านี้ที่ ‘หญิงอ้อ’ ได้เบรก ‘อุ๊งอิ๊ง’ ไว้ ส่วนอีกเหตุผลคือ’เศรษฐา’ เป็นนักบริหารที่มีชื่อเสียง และจุดยืนของเขาเป็นคนที่ประกาศชัดเจนว่ามีจุดยืนที่ปกป้องสถาบันมาตั้งแต่ต้น รวมถึงเป็นคนใกล้ชิดของ ‘น.ส.ยิ่งลักษณ์’ ทำให้ไว้ใจได้ แม้จะมีความเป็นตัวเองสูงมากก็ตาม แต่แน่นอนว่า สว.และขั้วอนุรักษ์ยอมรับเขาได้แน่นอน 

แต่แน่นอนสิ่งที่จะทำให้ ‘เศรษฐา’ ไปไม่ถึงฝันคงหนีไม่พ้น ‘ก้าวไกล’ ซึ่งมาจนถึงวันนี้ เพราะทั้ง สว.และ สส.ฝั่งขั้วอนุรักษ์นิยมก็ส่งเสียงพร้อมกันว่าถ้ายังมีก้าวไกลร่วมรัฐบาลเพื่อไทย พวกเขาก็คงไม่ร่วมด้วย 

โจทย์ในเกมของเพื่อไทยแยกทางอย่างไรให้หล่อที่สุด และ ผลักก้าวไกลออกอย่างไรให้โดนด่าน้อยที่สุด  แต่จากนาทีนี้คงหนีไม่พ้นการอธิบายว่า  ปากท้องประชาชนสำคัญที่สุดจึงต้องทำทุกทางเพื่อให้เกิดรัฐบาลให้ได้

19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว. – อานนท์ นำภา ขอ ‘เพื่อไทย ‘ อย่าทรยศประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554032

19 ก.ค. 2566

19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.   - อานนท์ นำภา ขอ 'เพื่อไทย ' อย่าทรยศประชาชน

กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์  “19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  จัดโดยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตร “อานนท์ นำภา ”  นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ปราศรัยเรียกร้องไปยัง พรรคเพื่อไทย ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาท ขออย่าทรยศประชาชน

ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม  , กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย , กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และเครือข่ายต่าง ๆ   ได้จัดให้มีกา รวมตัวชุมนุมที่ ตั้งแต่ 17.00น.ที่ผ่านมา    มีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยใช้ชื่อว่า  “19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.”

นายอานนท์ นำภา  ทนายความ ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำม็อบราษฎร  นักเคลื่อนไหวทางการเมือง    กล่าวปราศรัยว่า  สถานการณ์ในขณะนี้ พรรคที่จะหยุดเผด็จการได้คือพรรคเพื่อไทย ดังนั้นขอให้พรรคเพื่อไทยตั้งหลักให้มั่น อย่าทรยศประชาชนเด็ดขาด ” วันนี้ถือเป็นวันแรกที่ลงถนน  หลังจากนี้จะนัดกันให้บ่อยขึ้น เพื่อให้มวลชนจากต่างจังหวัดเข้ามาสมทบที่ถนนราชดำเนิน วันไหนพร้อมจะเดินไปทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน   ขออย่าดูถูกประชาชนเพราะความอดทนมีข้อจำกัด คนที่มารวมกันที่นี่ ก็เพราะข้อจำกัดสิ้นสุดแล้ว เมื่อใดที่คนมารวมกันเป็นแสน  เผด็จการอยู่ไม่ได้แน่นอน”  นายอานนท์  กล่าว

ขณะเดียวกันผู้ชุมนุม   ได้อ่านแถลงการณ์   ระบุ 3  ข้อเรียกร้องต่อ สว.และพรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตย

.

” เนื่องด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรีได้จบสิ้นไป ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า สว.พยายามใช้ทุกวิถีทางในการทำลายความฝันของประชาชน และจตจำนงขอประชาชน “  จึงขอเรียกร้องดังนี้ 

.

1. สว.ต้องไม่ขัดขวางและทำตามเจตจำนงของประชาชน ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง สว.โดยทันที

.
2.พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทั้ง 8 พรรค ต้องธำรงค์ความสามัคคีอย่างเหนียวแน่น จับมือร่วมกันเป็นปึกแผ่น ในการร่วมรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยอย่างมั่นคง

.

3.พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ทั้ง 8 พรรค ต้องยึดมั่นในสัจจะ ในสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ไม่ลดระดับสัญญาทางนโยบายใด ๆ ที่ให้ไว้กับประชาชนแม้แต่ข้อเดียว

.
   

 จากนั้นผู้ชุมนุมได้ ทำการเผาโลงศพเชิงสัญลักษณ์  พร้อมกับจุดพลุ และยุติการชุมนุมในเวลา 22.30น.

19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.   - อานนท์ นำภา ขอ 'เพื่อไทย ' อย่าทรยศประชาชน
19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.   - อานนท์ นำภา ขอ 'เพื่อไทย ' อย่าทรยศประชาชน
19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.   - อานนท์ นำภา ขอ 'เพื่อไทย ' อย่าทรยศประชาชน

กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม  , กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย , กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และเครือข่ายต่าง   จัดให้มีการรวมตัวชุมนุม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  มีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์โดยใช้ชื่อว่า  “19 กรกฎา วันฌาปนกิจ สว.”

.

ข่าว – ภาพ  อโนทัย สกุลทอง  NATION TV

‘จาตุรนต์’ ชี้ มติคว่ำญัตติเสนอชื่อ ‘พิธา’ อาจเห็นนายกฯคนนอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554029

19 ก.ค. 2566

'จาตุรนต์' ชี้ มติคว่ำญัตติเสนอชื่อ 'พิธา' อาจเห็นนายกฯคนนอก

‘จาตุรนต์’ ชี้ มติคว่ำญัตติเสนอชื่อซ้ำ ขัดรัฐธรรมนูญ อาจเห็นนายกฯคนนอก เผยเสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้มาจากประชาชน รอดูท่าที 8 พรรคร่วมเสนอ ‘เพื่อไทย’ หรือไม่

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยหลังประชุมรัฐสภามีมติคว่ำญัตติเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ว่า เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิด ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ การทำแบบนี้เสมือนเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ด้วยลักษณะต้อง “ห้าม” ของผู้ที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำให้แคนดิเดตคนไหนเมื่อได้รับการเสนอชื่อแล้ว ไม่ได้รับการรับรอง ก็จะไม่สามารถเสนอชื่อได้อีกในการประชุมครั้งหน้า เป็นการทำลายบทบัญญัติ มาตรา 272  และมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญปี 60 และทำลายข้อบังคับที่ 136 

นายจาตุรนต์ มองว่า อาจจะทำให้การเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งหน้าประสบปัญหา กลายเป็นทางตันของประเทศ หากครั้งหน้าเสนอแล้วไม่ผ่านก็จะไหลแบบนี้ไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่า เปิดทางให้มีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนนอก แต่ก็ยังมีข้อกำหนดว่าหากเสียงในรัฐสภาไม่ถึง 500 ก็จะไม่สามารถเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนนอกได้ แต่ยอมรับว่ามีข้อกังวล การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีกลายเป็นญัตติที่ถูกตีตกไป จะทำให้เรามาถึงจุดที่หานายกรัฐมนตรีไม่ได้ 1 สมัยการประชุม ซึ่งแน่นอนว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะกำหนดให้สภาเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี 
 

นอกจากนี้ส่วนตัวมองว่า ไม่จำเป็นต้องไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยผลการลงมติในวันนี้ เพราะเชื่อว่ารัฐสภายังคงสามารถแก้ไขปัญหากันเองได้ แต่ถ้าหากเป็นแบบนี้บ่อยๆ ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม จะเป็นผลเสียต่อบ้านเมืองมากกว่า และการโหวตครั้งนี้ทำให้ยืนยันว่า เสียงข้างมากของรัฐสภาส่วนใหญ่นั้น เป็นผู้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้งโดย “คณะรัฐประหาร” เป็นการลงมติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นการแสดงถึงการไม่เคารพเสียงของประชาชน ที่ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ สส. 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงเสียงของประชาชนที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากความต้องการของประชาชน แต่ สว. ก็มาหักล้างไป นี่ถือว่าเป็นการหักล้างเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ด้วย จะนำมาสู่วิกฤตการเมืองในอนาคต 

นายจาตุรนต์ ไม่ให้ความเห็นถึงการเปลี่ยนสูตรจัดตั้งรัฐบาล เพราะขณะนี้แกนนำพรรคยังคงพิจารณาเรื่องนี้อยู่ จากนี้จะมีการหารือภายใน 8 พรรค ส่วนจะมีพรรคอื่นมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วยหรือไม่นั้น ยังต้องรอการหารือภายในพรรคก่อน และจะต้องดูว่าพรรคก้าวไกล จะเป็นคนเสนอเปลี่ยนให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งการหารือนั้นจะเป็นการรวบรัดไปถึงการหาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งที่หารือกันนั้น จะต้องฟังความคิดคิดเห็นทั้ง 7 พรรคด้วย 

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่เพราะหลังเหตุการณ์นี้ ทัวร์ก็มาลงที่พรรคเพื่อไทยทันที นายจาตุรนต์ เลี่ยงตอบคำถามนี้ แต่ได้อธิบายว่าเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภานั้น เป็นเสียงของ สว. ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีฝ่ายไหนบ้าง และก็เป็นเสียงของ สส. อีกฟากฝั่งหนึ่ง และพรรคเพื่อไทยก็ยังคงยึดตามมติของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เหมือนเดิม


ส่วนหลายๆเหตุการณ์จะเป็นชนวนทำให้ประชาชนหมดความอดทนหรือไม่ นายจาตุรนต์ มองว่า น่าจะทำให้ประชาชนผิดหวังต่อการพัฒนาในด้านต่างๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ณขณะนี้ อยากขอให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันตั้งสติ ช่วยกันคิด และไม่ฝืนความรู้สึกของประชาชน และขอให้แสดงออกถึงการเคารพเกียรติของประชาชน ถ้าหากยังมีสติช่วยกันคิด ก็จะสามารถช่วยกันประคับประคองระบบรัฐสภา ให้การเลือกตั้งมีความหมายต่อไป แต่ถ้าทำให้ประชาชนผิดหวังมากๆ ก็จะทำให้เกิดวิกฤตการเมือง อย่างไรก็ตามขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาทางเดินหน้าไปได้ด้วยระบบรัฐสภาและการเลือกตั้ง

ประธานสภาเคาะ 27 ก.ค. ลุยโหวตนายกฯรอบใหม่ – เพื่อไทย ถกส่ง ‘เศรษฐา’ สู่สมรภูมิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554028

19 ก.ค. 2566

ประธานสภาเคาะ 27 ก.ค. ลุยโหวตนายกฯรอบใหม่ - เพื่อไทย  ถกส่ง 'เศรษฐา' สู่สมรภูมิ

 ประธานสภาผู้แทนราษฎร  สรุปหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งต่อไป พฤหัสที่ 27 ก.ค. เกณฑ์การโหวต  ต้องเกิน 374 เสียง จึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรค “เพื่อไทย” ที่กำลังจะมารับบททัพหน้า ส่ง “เศรษฐา” ลงสู่สมรภูมิ แทน” พิธา” แห่ง ก้าวไกล ที่ปราชัย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รับต้องขอเสียงสว.

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร  เปิดเผยว่า   การประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี  ครั้งถัดไปจะมีขึ้นในวันพฤหัสที่ 27 ก.ค. เวลา 09.30   ตามขั้นตอน เมื่อเข้าสู่ระเบียบวาระ  จะมีการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมือง จากนั้นจะเปิดอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ หากไม่มีปัญหาก็จะโหวตตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีการเสนอรายชื่อกี่คน แต่เกณฑ์การโหวต คือได้เกิน 374 เสียง ก็จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี  โดยจะให้อภิปรายเสร็จก่อน 17.00 น. จากนั้นก็จะ  โหวตโดยใช้วิธีเปิดเผยแล้วขานชื่อ   “สำหรับคุณพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดต พรรคก้าวไกล  ตามข้อบังคับที่ 41 ที่มีการลงมติไปแล้วในสมัยประชุมนี้   เท่ากับว่าจะเสนอชื่อคุณพิธาไม่ได้อีกแล้ว ”  ประธานสภา ระบุ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า   การที่ประชุมรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบต่อการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล  เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2  หรือถูกตีตกไป   ในส่วนของพรรคเพื่อไทย  ความเป็นไปได้ต่อการเสนอชื่อ  นายเศรษฐา ทวีสิน  เรื่องนี้ผู้บริหารพรรคเพื่อไทย จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งเท่าที่ตนทราบก็ต้องมีการพูดคุยกับพรรคร่วมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป  ส่วนการรวมเสียงเพื่อสนับสนุน ต้องไปพูดคุยกับสว.   รวมทั้งการกำหนดท่าทีและพูดคุยกับ 8 พรรคร่วม ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป   

‘พิธา’ ฝากไว้  ‘สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพครับพี่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554023

19 ก.ค. 2566

'พิธา' ฝากไว้  'สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพครับพี่'

หัวหน้าพรรคก้าวไกล อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  พิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ  ฝากคำพูดกับ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม   กัณวีร์ สืบแสง  ” สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพครับพี่”  ด้าน รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้ไมตรียังแน่นแฟ้น

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เปิดเผยว่า  ภายหลังจากที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล  ได้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ สส.  ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ  ขณะอยู่ที่รัฐสภา  ได้เข้าไปให้กำลังใจนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งนายพิธา  กล่าวกับตนว่า “สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพครับพี่” 

นายกัณวีร์ ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คด้วยว่า  “ความสง่างามทางการเมืองไทยคือการเคารพเสียงมติมหาชนและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามครรลองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง อย่ายอมแพ้กับขวากหนามที่มันมาขวางกั้น การนำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นจากพันธนาการที่ฉุดรั้งประชาธิปไตยของประเทศไทย อย่าหยุดยั้ง เพราะกฏเกณฑ์ระเบียบที่ถูกสร้างมาเอื้อให้กับอำนาจนิยม ที่จะหยุดการพัฒนาประเทศที่มีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง   ให้กำลังใจ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หยุดปฏิบัติหน้าที่แค่ชั่วคราว แล้วค่อยกลับมาอย่างสง่างามครับ ประชาชนยังต้องการเห็นประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชน” นายกัณวีร์   ระบุ

 นายชูศักดิ์ ศิรินิล   รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า    สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคอันดับ 2  ไม่มีแนวคิดจะผลักพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน  ยืนยันยังจับมือกันเหนียวแน่น และอาจจะต้องไปพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมเสียงให้ได้ 376 เสียงขึ้นไป  รวมไปถึงการขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา ( สว.  ) 

บวรศักดิ์ แนะส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความ มติห้ามเสนอชื่อ พิธา โหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554025

19 ก.ค. 2566

บวรศักดิ์ แนะส่ง 'ศาลรัฐธรรมนูญ' ตีความ มติห้ามเสนอชื่อ พิธา โหวตนายกฯ

อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แนะ ส่งศาลรัรฐธรรมนูญตีความมติรัฐสภา ห้ามเสนอชื่อ พิธา ชิงโหวตนายกฯซ้ำ

ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2558 โพสต์ เฟซบุุ๊ก แนะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ หลังรัฐสภาลงมติ ไม่สามารถเสนอชื่อ พิธา โหวตนายกฯได้อีกในสมัยประชุมนี้ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563 ข้อ 41มีเนื้อหาว่า

เป็นเอาข้อบังคับการประชุมมาทำให้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเป็นง่อย ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญกำหนดการเลือกนายกไว้เป็นการเฉพาะแล้ว น่าสงสารประเทศไทย ผิดหวังสส.คนที่ไปร่วมลงมติห้ามเสนอชื่อซ้ำ แม้คุณจะอยู่ฝ่ายค้านคุณก็ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ต้องทิ้งความเป็นฝ่ายค้าน ทำสิ่งที่ถูกต้อง

แต่การตีความของรัฐสภาไม่เป็นที่สุด คนที่คิดว่าสิทธิของตนถูกกระทบ ไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ว่ามติรัฐสภาซึ่งเป็นการกระทำทางนิติบัญญัติขัดรัฐธรรมนูญได้ตามมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ ถ้าผู้ตรวจการไม่ส่งศาล ผู้นั้นยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้

ส่วนตัวจะรอดูคำร้องว่าการกระทำของรัฐสภาขัดรัฐธรรมนูญ และจะดูว่าศาลรัฐธรรมนูญว่ายังไง
สอนรัฐธรรมนูญมาสามสิบกว่าปีต้องทบทวนแล้วว่าจะสอนต่อไหม?

เลขาฯก้าวไกล เชื่อ ‘พิธา’ กำลังใจยังเต็มร้อย แม้ชวดเป็น ‘นายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554019

19 ก.ค. 2566

เลขาฯก้าวไกล เชื่อ ‘พิธา’ กำลังใจยังเต็มร้อย แม้ชวดเป็น 'นายกฯ'

เลขาธิการพรรคก้าวไกล ‘ชัยธวัช’ เชื่อ ‘พิธา’ กำลังใจยังเต็มร้อย – รอพิจารณาให้สิทธิ์ พรรคอันดับ 2 ‘เพื่อไทย’ แกนนำตั้งรัฐบาล ชี้ได้นายกฯ เร็วดีที่สุด

ภายหลังที่ประชุมสภามีมติ โหวตนายกรอบ2 เสนอ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเสนอซ้ำได้

โดยผลการลงมติที่ประชุมร่วมรัฐสภา เสียงข้างมาก 394 เสียง เห็นตรงกัน ชื่อของ “พิธา” ไม่สามารถเสนอเข้ามาโหวตซ้ำ ภายในสภาได้ ขณะที่เสียง ของ 8 พรรรคร่วม ยังคงเทให้ครบ 312 เสียง

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคก้าวไกล โดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ยังขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยแนวทางการให้สิทธินำจัดตั้งรัฐบาลแก่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมือง ที่มีเสียง สส.มากเป็นพรรคอับดับ2 ภายหลังที่ประชุมรัฐสภา มีมติไม่ให้พิจารณาชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ซ้ำในสมัยประชุมนี้ 

โดยระบุเพียงว่า ยังต้องมีการพูดคุยกันก่อน และเชื่อว่าคงใช้เวลาในการพูดคุยไม่นาน เพราะมองว่า การได้นายกรัฐมนตรีเร็วที่สุด จะดีที่สุด

นายชัยธวัช ระบุว่า มติที่ประชุมรัฐสภาที่ออกมานั้น ไม่ได้เกินกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ และหลังจากนี้ พรรคก้าวไกล จะประชุมหารือกันก่อนที่จะแถลงท่าทีอีกครั้ง

ส่วนกำลังใจของนายพิธา ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งมีคำสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ สส.จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยในคดีการถือครองหุ้นไอทีวีนั้น นายชัยธวัช เชื่อว่า นายพิธา ยังมีกำลังใจที่ดีเต็มร้อย

ส่วนพรรคก้าวไกล จะแก้เกมหลังถูกเดตล็อคทางการเมืองทั้งหมดอย่างไรนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า จะต้องหารือภายในพรรคก่อนว่า จะทำอย่างไรหลังจากนี้ และยังไม่ได้มีการพูดคุยว่า จะไปยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความการลงมติของรัฐสภาดังกล่าวหรือไม่

มติเสียงข้างมากตีตก ‘พิธา’ จอดป้าย วืด เสนอชื่อโหวตนายกฯรอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554012

19 ก.ค. 2566

มติเสียงข้างมากตีตก  'พิธา'  จอดป้าย   วืด  เสนอชื่อโหวตนายกฯรอบ 2

ผลการลงมติที่ประชุมร่วมรัฐสภา เสียงข้างมาก 394 เสียง เห็นตรงกัน ชื่อของ “พิธา” แห่งพรรคก้าวไกล ไม่สามารถเสนอเข้ามาโหวตซ้ำ ภายในสภาได้ ขณะที่เสียง ของ 8 พรรรคร่วม ยังคงเทให้ที่ 312 เสียง

ผลการลงมติในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อเวลา 17.00  น. เสียงของสมาชิกในที่ประชุมทั้ง สส. และ  สว. รวม  จำนวนผู้ลงมติ 715   คน ผลการลงมติของที่ประชุม  เห็นด้วย รวม 394  เสียง ซึ่งหมายถึงการที่ไม่สามารถนำชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  พรรคก้าวไกล  กลับมาสู่การโหวตนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งที่ 2     ส่วนเสียงสนับสนุนที่มีให้นายพิธา ในการบรรจุชื่อเป็นครั้งที่ 2  มี 312  เสียง   จึงเท่ากับว่า  ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ได้อีกต่อไป  อนึ่งมีผู้งดออกเสียง 8  เสียง   และ ไม่ลงคะแนนเสียง 1   เสียง   ทั้งนี้ จำนวน  312 เสียงดัง กล่าว เป็นตัวเลขเดียวกัน เมื่อครั้งที่  สส. ทั้ง 8  พรรค โหวตนายกรัฐมนตรี ให้นายพิธา ครั้งแรก   เมื่อ 13   ก.ค. ที่ผ่านมา 

โครงสร้างการลงคะแนน 

.

จำนวนผู้ลงมติ  715 

เห็นด้วย 394

ไม่เห็นด้วย 312 

งดออกเสียง 8

ไม่ลงคะแนนเสียง  1