อดิศร  ชูธง ‘เศรษฐา’ สู่สมรภูมิรบ – ลั่น ‘เพื่อไทย’ ข้าวต้มมัด ‘ก้าวไกล’    

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554101

20 ก.ค. 2566

อดิศร  ชูธง  'เศรษฐา' สู่สมรภูมิรบ - ลั่น 'เพื่อไทย' ข้าวต้มมัด 'ก้าวไกล'    

อดิศร เพียงเกษ  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย การันตี นาทีนี้ มี “เศรษฐา” คนเดียวเท่านั้น ที่ส่งลงสู่สมรภูมิรบชิง “นายกรัฐมนตรี ” ยืนยันแรงหนุนจากกลุ่มสส.อีสาน เป็นเอกภาพ ด้านความสัมพันธ์ ระหว่างพรรคอันดับ 1 ก้าวไกล และ อันดับ 2 เพื่อไทย สุดท้ายต้องจับมือไปด้วยกัน

นายอดิศร เพียงเกษ  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย   เปิดเผยว่า ในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย   ถึงนาทีนี้เชื่อว่าผู้ที่เหมาะสม ก็คือนายเศรษฐา ทวีสิน   แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อไทย ส่วนแนวทางเรื่องเสียงสนับสนุนจากภายนอก ก็ต้องหารือกันอีกครั้งในขั้นตอนหลังจากนี้   ส่วนที่มีการระบุว่าสส.กลุ่มอีสาน ไม่สนับสนุนนายเศรษฐา แต่จะสนับสนุนน.ส.แพทองธาร ชินวัตร    ไม่เป็นความจริง  แม้ว่ากลุ่มสส. ภาคอีสาน  จะคุ้นเคยใกล้ชิดกับน.ส.แพรทองธาร เพราะลงพื้นที่ช่วงที่หาเสียง แต่ทุกคนก็ยืนยันที่จะสนับสนุนแคนดิเดตเพียงคนเดียวก็คือนายเศรษฐา

ขณะเดียวกันที่หลายฝ่ายมองว่า  หากพรรคเพื่อไทยเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือนายเศรษฐา และยังมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ในสมการ จะทำให้จัดตั้งรัฐบาลประสบกับความยุ่งยากนั้น    อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยยังจับมือเหนียวแน่น มัดรวมกับพรรคก้าวไกล และพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมด  8 พรรค  เปรียบเหมือนกอไผ่ที่รวมกันแน่น อาจมีโยกบ้างตามกระแสลม แต่ก็จะยังไม่แยกออกจากกัน 


“สถานการณ์ในขณะนี้ พรรคเพื่อไทยจะต้องมีประชุมร่วมกันภายในก่อน  จึงจะไปประชุมร่วมกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลถึงทิศทาง  เบื้องต้นก็ยังคงยึดหลักและทิศทางเดิม ในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีก็คือคุณเศรษฐา ทวีสิน ไม่เปลี่ยนแปลง แต่แนวทางเรื่องเสียงสนับสนุน ก็ต้องไปพูดคุยกัยอีกครั้งหลังจากนี้  ว่าจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ  ”  นายอดิศร  ระบุ

ชะตากรรมอยู่ในซองนี้ ‘ชูวิทย์’ งัดเอกสาร เตรียมแฉ ‘นายกฯคนถัดไป’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554092

20 ก.ค. 2566

ชะตากรรมอยู่ในซองนี้ 'ชูวิทย์' งัดเอกสาร เตรียมแฉ 'นายกฯคนถัดไป'

‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ งัดเอกสาร เตรียมแฉ สกัด ‘นายกฯคนถัดไป’ ก่อนโหวต 27 ก.ค. ลั่น ชะตากรรมอยู่ในซองนี้ ข้อมูล 100%

ภายหลังการ “โหวตนายกรอบ 2” ชื่อของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ถูกตีตก ไม่สามารถเสนอชื่อซ้ำได้ ซึ่ง รายชื่อ “แคนดิเดตนายกฯ” คนต่อไป ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคที่ได้คะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับ 2 เป็นที่แน่นอนว่า จะเสนอชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” เข้าชิงนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หรือ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร”

“พูดง่ายๆ ชีวิตของ “นายกฯคนถัดไป” อยู่ในซองนี้” เป็นประโยคที่ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” อดีตนักการเมืองชื่อดัง กล่าวเป็นประโยคเปิดในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2566 ของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา จนกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์อีกครั้ง ว่าหมายถึงใคร

     ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ

ในรายการ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ได้งัดซองเอกสารสีน้ำตาล ซึ่งอ้างว่า เป็นข้อมูลของนายกฯคนถัดไป  โดยโชว์เอกสาร อาทิ โฉนดที่ดิน, รายงานการประชุมซื้อที่ดิน ฯลฯ “พูดง่ายๆ ชีวิตของนายกฯคนถัดไป อยู่ในซองนี้” ซึ่งพอพูดเสร็จ สรยุทธ ถึงกับเอ่ยว่า “เขายังไม่เสนอนี่จะแฉแล้วเหรอ”

ชูวิทย์ กล่าวต่อว่า ถ้าคุณจะยอมให้มีนายกฯคนถัดไป ที่มีจรรยาบรรณไม่ถูกต้อง แล้วก็มาประท้วงกันทีหลัง ผมก็เลยต้องออกมาเปิดข้อมูลก่อน เพื่อไม่ให้เกิด “นายกฯคนถัดไป” เพราะหลักฐานค่อนข้างมี 100%

“การที่จะเสนอชื่อได้ พอเสนอแล้วได้เป็น จะมีกระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี เลือกคนนั้นมา คนนี้มา ดังนั้น ถ้าไม่สกัดไว้ตั้งแต่ต้น วันที่ 27 ก.ค. นี้ ก็จะปรากฎว่า มีการโหวต เมื่อมีการโหวตพิธา คุณสมบัติไม่ผ่าน ผมก็มีข้อมูลที่จะสกัดว่า นายกฯคนถัดไป ให้สาธารณชน ให้คนดู แต่จะยังไม่เปิดเผยในตอนนี้”

     ชูวิทย์แฉในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอชูวิทย์แฉในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ

โดยชูวิทย์ ยังได้เขียนแจกแจงโครงสร้างของระบบที่ว่า หาก “นายกฯ คนที่ 30” ของประเทศไทย เป็นนักธุรกิจ แล้วมาเป็นนักการเมือง รูปแบบการทำงานก็จะเป็นแบบ วันหนึ่งคิดกำไร อีกวันหนึ่งทำงานเพื่อประชาชน

“ถ้านายกฯคนถัดไปเป็นนักธุรกิจแล้วมาเป็นนักการเมือง  วันหนึ่งคิดกำไร อีกวันหนึ่งจะทำงานเพื่อประชาชน วันนึงทำงานเพื่อประชาชน วันนึงทำงานเพื่อเอากำไร คุณคิดว่า จะกลับหลังหันได้มั้ย ซึ่งหลักฐานในซองนี้ 100% จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ทำไม่ได้”

     ชูวิทย์แฉในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอชูวิทย์แฉในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ

นายชูวิทย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็จะมีพรรคการเมืองอีกขั้วมาเจรจาขอกระทรวงต่างๆ แล้ว สว.จะเปิดสวิตช์โหวตให้

‘เศรษฐา’ ย้ำหาก ‘เพื่อไทย’ จัดตั้งรัฐบาลต้องไม่แตะ ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554091

20 ก.ค. 2566

'เศรษฐา' ย้ำหาก 'เพื่อไทย' จัดตั้งรัฐบาลต้องไม่แตะ ม.112

‘เศรษฐา’ มอง ‘พิธา’ ไปสุดทางแล้วในทางกฎหมาย ลั่นหาก ‘เพื่อไทย’ เป็นแกนนำต้องไม่แตะ ม.112 ไม่ปิดทางร่วม ‘บิ๊กป้อม’ เพราะ ‘บิ๊กตู่’ ไม่อยู่แล้ว

วันที่ 20 ก.ค.  นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนการประชุมพรรคเพื่อไทยช่วงบ่ายวันนี้ โดยกล่าวว่า วันนี้จะมาคุยกันเรื่องทิศทางการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 ก.ค.นี้ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีการเสนอชื่อตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องขอเข้าประชุมก่อน ส่วนรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยจะมีพรรคก้าวไกลอยู่หรือไม่นั้นต้องให้ตัวแทนคณะเจรจาไปคุย แต่จะเป็นไปในทิศทางไหนคงต้องพูดคุยกัน ปัจจุบันเรามีข้อตกลงร่วมของ 8 พรรคอยู่ ต้องให้เกียรติ 8 พรรคที่ร่วมเจตนารมณ์กันมา ขอเวลานิดหนึ่ง 

นายเศรษฐา กล่าวต่ออีกด้วยว่ารายชื่อที่ถูกเสนอให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย มี 3 ชื่อมีชื่อตนเอง นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร และนายชัยเกษม นิติศิริ คงต้องรอให้คณะกรรมการบริหารพรรคเคาะก่อน ทั้งนี้ยังมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกหลายท่านจากหลายพรรคการเมืองซึ่งมีความพร้อมเหมือนกัน ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลความสัมพันธ์กับ 8 พรรคร่วม จะยังเหนียวแน่นอยู่เพราะยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรไปมากกว่านี้ เชื่อว่าจะมีการเจรจาในเร็ววันนี้ ไม่เย็นวันนี้ก็พรุ่งนี้ คงจะมีแนวทางต่อไป 

ส่วนที่ผ่านมาผลักดันนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีถึงที่สุดแล้วหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ตามที่ฟังดูในทางกฎหมายน่าจะเป็นอย่างนั้น

เมื่อถามต่อว่าการโหวตนายกฯ เมื่อวานกลายเป็นบรรทัดฐานว่าหนึ่งแคนดิเดตสามารถถูกเสนอชื่อได้แค่ครั้งเดียว แล้วการที่จะมีชื่อนายเศรษฐาเป็นผู้ถูกเสนอและยังมีพรรคก้าวไกลเป็นพรรคร่วมอยู่จะส่งผลดีหรือไม่  นายเศรษฐากล่าวว่า การโหวตครั้งเดียวถือเป็นบรรทัดฐานอย่างหนึ่ง การเสนอชื่อครั้งต่อไปต้องคิดให้ดี เจรจาให้เหมาะสม

เมื่อถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะทำอย่างไรให้กฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่เป็นปัญหา นายเศรษฐา กล่าวว่า ชัดเจนว่าหากพรรคจะเสนอนายกฯ ครั้งต่อไป มาตรา112 ต้องไม่อยู่ในการแก้ไขหรือยกเลิกไม่เช่นนั้นจะไม่ได้การสนับสนุนจากพรรคการเมืองและ สว. เป็นเรื่องพื้นฐานทางคณิตศาสตร์นับดูก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้มาตรา 112 ไม่อยู่ในเงื่อนไขการโหวตเลือกนายกฯ และเข้าใจพรรคก้าวไกลมากที่สุด นายเศรษฐากล่าวว่า คงตอบแทนพรรคก้าวไกลไม่ได้ แต่ทางพรรคเพื่อไทยจะต้องมีการพูดคุยกัน หากเราเป็นแกนนำเรื่องนี้จะต้องหยุด

ส่วนแนวโน้มการจะได้เสียงสนับสนุนเพิ่มจากพรรคการเมืองอื่น นายเศรษฐา ระบุว่า ตนเองมองว่า เป็นเรื่องที่ล้ำหน้า เพราะ 8 พรรคปัจจุบันมีเสียงเยอะอยู่แล้ว ต้องพูดคุยอีกครั้งว่าจะตกลงกันอย่างไร หากคณะกรรมการบริหารมีมติอย่างไรตนเองก็จะเห็นไปในทิศทางเดียวกัน 

เมื่อถามจะยกหูเจรจาเพื่อขอเสียงสนับสนุนกับ สว. ด้วยตัวเองหรือไม่ นานเศรษฐา กล่าวว่า สว. 250 เสียงเป็นภาคส่วนสำคัญในการโหวตเลือกนายก ส่วนตัวรู้จัก สว.เพียง 1 – 2 คน เชื่อว่าเราตกลงในหลักการได้ พูดคุยกันรู้เรื่องก็จะได้รับเสียงสนับสนุนที่ดีจาก สว. เราอย่าเพิ่งข้ามขั้นเพราะยังผูกมัดกับ MOU อยู่ และอยู่ระหว่างพูดคุยกับคณะเจรจา

เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรถึงสถานการณ์การบีบให้พรรคเพื่อไทยต้องข้ามขั้ว นายเศรษฐา ตอบว่าหากต้องตอบคำถามนี้ก็ต้องคิดอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นโจทย์ที่ซับซ้อน ต้องให้คณะกรรมการบริหารพรรคและคณะเจรจาเป็นผู้ตัดสินใจ ตนเองในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต้องเตรียมพร้อมเรื่องเศรษฐกิจ มองว่าต้องใจเย็นๆ การเปลี่ยนแปลง ข้ามขั้วหรือเอาพรรคอื่นมาเสริมต้องให้เกียรติผู้ที่ได้รับมอบหมายไปเจรจา ยังมีเวลาอีกหลายวันจนกว่าจะถึงวันที่ 27 ก.ค. ผลการโหวตเมื่อวานน่าผิดหวังแต่ต้องยอมรับและเดินหน้าต่อไป 

สำหรับสูตรที่จะดันพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยจะมีพรรคก้าวไกลไปจนสุดทางหรือไม่นายเศรษฐา ระบุว่า อยู่ที่ว่าสุดทางคืออะไร การที่พรรคก้าวไกลไม่สามารถส่งชื่อนายกรัฐมนตรีได้แล้วคือสุดทางหรือยัง หากสุดทางแล้วต้องพิจารณาว่าพรรคอันดับสองจะได้รับการมอบหมายหรือไม่ อยากให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีเรายังร่วมอุดมการณ์กัน ทั้งเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญที่เป็นเรื่องสำคัญมากกว่า

เมื่อถามย้ำอีกว่า จำเป็นต้องผลักพรรคก้าวไกลออกหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นคณิตศาสตร์เบื้องต้นลองนับดูแล้วกัน อย่าให้ตนเองต้องตอบคำถามนี้เลย 

ส่วน 8 พรรคร่วมจะโหวตนายกรัฐมนตรีไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ขอไม่ก้าวล่วง ให้ไปตกลงกัน ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าจะเห็นด้วยกับการโหวตให้ตนเองหรือไม่ มองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมต้องให้เกียรติพรรคร่วมด้วย

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เงื่อนไขที่ไม่มีลุงยังเหมือนเดิมไหม นายเศรษฐา ตอบว่า เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่อยู่แล้ว ก็คงไม่มีแล้วครับ

เมื่อถามย้ำว่า แล้วลุงป้อมล่ะ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ทราบ ขอให้เป็นไปทีละขั้นตอนดีกว่า

นอกจากนี้มีรายงานว่า ภายหลังจากที่นายเศรษฐาเข้าประชุมกับกรรมการบริหารพรรค นายชัยธวัช ตุลาธนเลขาธิการพรรคก้าวไกล ก็เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรคเพื่อไทย คาดว่าเข้ามาหารือถึงการส่งไม้ต่อให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

‘สส.ก้าวไกล’ สุดกลั้นน้ำตาในสภาฯ ลั่น เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554080

20 ก.ค. 2566

‘สส.ก้าวไกล’ สุดกลั้นน้ำตาในสภาฯ ลั่น เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่

‘สส.ก้าวไกล‘ ตัวตึงภาคเหนือ โพสต์สุดคับแค้น เกือบกลั้นน้ำตาในสภาฯ ไม่ได้ เพื่อน สส.เตือนสติ ’จีนฮึบไว้ๆ ฮึบไว้นะ’ ลั่นนี่ยังไม่ถึงตอนจบ เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่

น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ หรือ จีน สส.เชียงใหม่ เขต 4 พรรคก้าวไกล  สส.ตึวตึงแห่งภาคเหนือ ได้โพสต์ภาพและข้อความบนเฟซบุ๊กว่า กลั้นน้ำตาในวันนี้ไว้ได้ สส.กายที่นั่งข้างหน้าบอก ‘จีนฮึบไว้ๆ ฮึบไว้นะ’ 

ไปม็อบ เจอเพื่อน เจอผู้คน ก็ยังยิ้มได้ แต่เมื่อกลับบ้าน มาดูหน้าจอโทรศัพท์เห็นน้ำตาประชาชน เห็นภาพคนเฒ่าคนแก่ที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าจอทีวี 

‘สส.ก้าวไกล’ สุดกลั้นน้ำตาในสภาฯ ลั่น เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่

คิดและตั้งใจเลยว่าต่อจากนี้ไป คือจะต้องเปลี่ยนน้ำตาของประชาชนมาเป็นแรงผลักดันให้สู้ต่อ และจะเอาความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้คืนกลับมาเป็นความยุติธรรมที่สาสมให้ได้ 

นี่ยังไม่ถึงตอนจบ เพราะเพิ่งเริ่มต้น เพื่อนเดินร่วมทาง ยังมีอีกเยอะ ไม่ต้องห่วงค่ะ เจอกันซีซั่นใหม่ สนุกแน่นอน

#ค.ใคร ทำอะไรไว้ รู้ดีแก่ใจ สักวันดาบนั้นคืนสนอง

ขอบคุณที่มา: เฟซบุ๊ก Phuthita Chaianun – พุธิตา ชัยอนันต์

คำสั่งศาล ไม่น่าห่วง ‘พิธา’ กำลังใจดี ขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554076

20 ก.ค. 2566

คำสั่งศาล ไม่น่าห่วง 'พิธา' กำลังใจดี ขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัว

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กำลังใจดี ขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัว หลังคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. เผย คำสั่งศาล ไม่น่าห่วง รอหารือแกนนำก้าวไกล ก่อนคุยเพื่อไทย

ความเคลื่อนไหวที่พรรคก้าวไกล ช่วงเช้าวันนี้ยังเงียบเหงา ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือ หุ้นitv นั้น ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของนายพิธา หรือมีกำหนดจะเดินทางเข้ามาที่พรรคก้าวไกล

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า วันนี้ นายพิธา ได้ขอปฏิบัติภารกิจส่วนตัวกับครอบครัว และนายพิธา ยังมีกำลังใจดี ซึ่งคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ ถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง 

หลังจากนี้อาจจะมีการหารือในระดับแกนนำพรรคก้าวไกล ก่อนที่จะพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้ และหารือ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลถึงทิศทางการเดินหน้าต่อจะเป็นอย่างไร

โดยแกนนำในคณะเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ของพรรคก้าวไกล ยังเป็นนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งวันนี้ทั้งหมดได้เดินทางไปประชุมที่อาคารรัฐสภา

‘อนุทิน’ เผย เพื่อไทย ยังไม่ติดต่อมา ลั่น ‘ผมเล่นตามกติกา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554071

20 ก.ค. 2566

‘อนุทิน’ เผย เพื่อไทย ยังไม่ติดต่อมา ลั่น ‘ผมเล่นตามกติกา’

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผย เพื่อไทย ยังไม่ติดต่อมา บอกขอให้ถึงวันนั้นก่อนว่าพร้อมนั่งนายกฯหรือไม่ หากพรรคอันดับ2 ถึงทางตัน โยนถาม พท. จำเป็นต้องสลัดก้าวไกลพ้นพรรคร่วมรัฐบาล หรือไม่ ลั่นเล่นตามกติกา

ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง ท่าทีของพรรคต่อการร่วมรัฐบาล ว่า ยังเหมือนเดิม ตามที่พรรคเคยได้ออกแถลงการณ์ไปแล้ว คือไม่สามารถร่วมงานกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไข มาตรา 112 และไม่สนับสนุนให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย พร้อมยืนยันว่า

ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล คงต้องรอให้สถานการณ์เดินต่อไปเรื่อยๆ เพราะฝั่งที่จัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ยังอยู่ด้วยกัน

ส่วนหากพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจะเข้าร่วมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวตนได้ตอบไปแล้ว ส่วนเรื่องนี้จะทำให้เกิดทางตันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ต้องไปถามคนที่กำลังจัดตั้งรัฐบาล เพราะในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ยืนยันอยู่แล้วว่าจะเล่นตามกติกา เป็นพรรคเบอร์ 3 จะมาถามแนวโน้วการจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องไปถามพรรคที่เขากำลังตั้งอยู่

ทั้งนี้ หากถึงทางตัน พรรคเบอร์ 3 เบอร์ 4 นายอนุทิน พร้อมเป็นนายกฯหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ถึงวันนั้นก่อน ส่วนพร้อมเป็นนายกฯหรือไม่ พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยกับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังไม่มีการประสานงานพูดคุยระหว่างพรรคการเมืองกันเลย

ทั้งนี้เมื่อถามว่า การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 เป็นนายเศรษฐา ทวีสิน แต่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย จะทำให้พรรคภูมิใจหนักใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้สื่อข่าวไม่ควรจี้ถามแบบนี้ เพราะพรรคภูมิใจไทย แสดงจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ยินดีจะร่วมงานกับพรรคที่มีการแก้ไขมาตรา 112 และพรรคเราไม่เอาเสียงข้างน้อย ส่วนพรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องสลัดก้าวไกล ให้หลุดจากรัฐบาลหรือไม่นั้น ต้องไปถามพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมีการลงมติ เลือกนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 พรรคภูมิใจไทย จะมีการประชุม สส. ของพรรค 1 วันก่อนจะมีการร่วมรัฐสภา พรรคมีการประชุม สส. เป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ประชุมได้มีมติว่าการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเสนอซ้ำได้ จะส่งผลต่อพรรคภูใจไทยในอนาคตหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ยังไม่ได้มีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคยังไม่ได้แยกทางกัน MOU ยังอยู่เขาจะต้องไปแก้ไขปัญหาตรงนี้ก่อน 


“ผมบอกแล้วว่าจะต้องรักษามารยาท และกติกา ผมยังไม่ได้คิดว่าจะขยับไปในทิศทางไหน ตอนนี้เอาให้ได้นายกฯ ก่อน จึงจะสามารถให้ความเห็นเรื่องรัฐบาลได้” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุ

“อัครเดช” อาสาขอเสียง สส.หนุน “พิธา” หากก้าวไกลถอย 112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554072

20 ก.ค. 2566

"อัครเดช" อาสาขอเสียง สส.หนุน "พิธา" หากก้าวไกลถอย 112

“อัครเดช” ชี้ ก้าวไกล ไม่ถอย ม.112 ทำพลาดโหวตเสียง เลือก พิธา นั่งนายกฯ ระบุพร้อมอาสาขอเสียง สส.หนุน หากก้าวไกลถอย 112


นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวภายหลังที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมาก ไม่ให้เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ในสมัยการประชุมนี้ โดยแนะนำให้พรรคก้าวไกล ยอมทบทวน การดำเนินนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อให้เกิดเป็นสถานการณ์ใหม่ และสามารถเสนอชื่อนายพิธา กลับเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ได้ในสมัยการประชุมถัดไป โดยตนจะอาสา ไปทำความเข้าใจ สส.อีกฝั่ง และพร้อมสนับสนุนพรรคก้าวไกล เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ จึงขอให้พรรคก้าวไกลทบทวนแนวทางดังกล่าว
 นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ


นายอัครเดช ยังมั่นใจด้วยว่า เหตุการณ์การประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ (19 ก.ค.) จะไม่เกิดขึ้น หากพรรคก้าวไกล ยอมถอยมาตรา 112 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่ทำให้นายพิธา ไม่ได้รับการลงมติให้เป็นนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่า พรรคก้าวไกล ยังมีโอกาสเป็นรัฐบาล ด้วยการทบทวนการแก้ไขมาตรา 112 และคิดถึงประชาชนจำนวนมากที่สนับสนุนให้เข้ามาบริหารประเทศ แต่ไม่สนับสนุนให้แก้มาตรา 112 ที่มีผลกระทบต่อสถาบัน

ส่วนแนวทางของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการเสนอนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะเป็นอย่างไรนั้น นายอัครเดช ระบุว่า จะต้องรอพรรคฯ พิจารณา เพื่อมีข้อสรุปเป็นมติพรรคฯ

‘นายกสมาคม อบจ.ฯ’ โอดปชช. เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านไม่สนใจ ล้มล้างกันในสภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554069

20 ก.ค. 2566

‘นายกสมาคม อบจ.ฯ’ โอดปชช. เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านไม่สนใจ ล้มล้างกันในสภาฯ

‘บุญชู จันทร์สุวรรณ’ นายกสมาคม อบจ.ฯ โอด เหมือนล็อกเอาไว้ ไม่สนใจปชช.เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านเสียง ไปล้มล้างกันในสภาฯ แบบนี้ไม่ยุติธรรม ทรยศประชาชน ยอมรับเสียใจมาก ไม่ชอบคนที่ทำให้เป็นแบบนี้

นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย และนายก อบจ.สุพรรณบุรี เปิดใจ หลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ถูกศาลรัฐธรรมนูญหยุปฏิบัติหน้าที่ สส. ปมถือหุ้น itv และทำให้โหวตนายกรอบ2 ล่มว่า ตนเองในฐานะนักการเมืองท้องถิ่น รู้สึกเสียดายและเสียใจ เพราะให้ประชาชนเลือกมาแล้ว แต่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วจะให้ประชาชนเลือกมาทำไม 

“เหมือนกับล็อกเอาไว้ ประชาชนจะเลือกมากี่แสนกี่ล้านไม่สนใจ ไปล้มล้างกันในสภาหมด ตนเองว่าไม่ยุติธรรม สังคมเราหากมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา บ้านเมืองเราไม่พัฒนา มีแต่ถอยหลัง ในฐานะนักการเมืองคนหนึ่ง เสียใจมากและแอนตี้คนที่ทำให้ นายพิธา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมไม่นับถือความคิดของคนเหล่านี้”

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มสมาคมฯ เพราะยังเป็นเรื่องใหม่ และเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น ส่วนจะกระทบต่อเรื่องงบประมาณหรือการผลักดันนโยบายต่างๆ หรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็นว่ามีผลแน่ งบประมาณบริหารโดยคนที่ไม่มีประชาธิปไตย ก็คือการรวมศูนย์ 

‘นายกสมาคม อบจ.ฯ’ โอดปชช. เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านไม่สนใจ ล้มล้างกันในสภาฯ

ทั้งที่เราต้องการกระจายอำนาจ ประเทศชาติจะได้เจริญ ถ้ารวมศูนย์ประเทศชาติก็จะยากจน ดูอย่างประเทศกัมพูชา เมื่อ 30 ปีที่แล้วเกาะกงแทบจะไม่มีตึกให้เห็น

แต่ตนเองไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบว่าเกาะกงมีความเจริญกว่าประเทศไทย เราอย่าคิดว่าประเทศไทยเจริญกว่าเขา ถ้าเรายังมีนักการเมืองแบบนี้อีกไม่ถึง 10 ปี กัมพูชาแซงเราแน่นอน

‘นายกสมาคม อบจ.ฯ’ โอดปชช. เลือก ‘พิธา’ มากี่ล้านไม่สนใจ ล้มล้างกันในสภาฯ

เขากล่าว ย้ำว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ และเชื่อว่านักการเมืองที่โหวตให้ นายพิธา ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ เชื่อว่าเขาเป็นคนทรยศต่อประชาชน

ข่าวโดย วัฒนพล มัจฉา สำนักข่าวเนชั่น จ.สุพรรณบุรี

ส่อง ‘แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30″ เช็กลิสต์ ใครมีสิทธิ เมื่อ ‘พิธา’ ถูกตีตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554065

20 ก.ค. 2566

ส่อง 'แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30" เช็กลิสต์ ใครมีสิทธิ เมื่อ 'พิธา' ถูกตีตก

‘เลือกนายกรัฐมนตรี’ ไม่ง่ายอย่างที่คิด ส่อง ‘แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30″ พรรคการเมือง ใด มีสิทธิเสนอชื่อ เมื่อ ‘พิธา’ ถูกตีตก

จากมติรัฐสภา 395 : 312 เสียง วัน “โหวตนายกรอบ 2” เป็นที่แน่ชัดว่า การเสนอชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ไม่สามารถกระทำได้เพราะเป็นการขัดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ทำให้ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา ให้สมาชิกรัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ได้ ในสมัยประชุมนี้

จากรัฐธรรมนูญ ปี 2560  ระบุไว้ในมาตรา 272 ว่า การเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องใช้ระบบรัฐสภา หมายความว่า เสียงที่มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องมาจาก สส. 500 คน และ สว. 250 คน รวมสมาชิกรัฐสภา 750 คน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการ “เห็นชอบ” จะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ หรือ มากกว่า 376 เสียงขึ้นไป ซึ่ง “พิธา” ถูกตีตกไปตั้งแต่โหวตรอบแรก แม้จะได้รับการเลือกตั้ง สส.เสียงข้างมากก็ตาม

โดยประธานสภา “วันมูหะหมัดนอร์ มะทา” ได้กำหนดวันที่จะมีการ “โหวตนายก” อีกครั้ง ในวันที่ 27 ก.ค. 2566 ซึ่งพรรคการเมืองที่มีสิทธิเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้รัฐสภาเลือกได้นั้น ตามกฎหมายมีข้อกำหนดไว้ว่า จะต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ตามที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และจะต้องเป็นพรรคการเมืองที่มี สส. ในสภาฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร 500 คน หรือเป็นพรรคที่ได้รับเลือกตั้ง สส. 25 คนขึ้นไป

ดังนั้น หลังจากตัด “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกล ที่เป็นพรรคอันดับ 1 ได้รับเลือกตั้ง สส.เข้าสภา 151 คน ออกไป หากจะไล่เรียงตามจำนวน สส. ของแต่ละพรรคการเมือง ที่ได้รับเลือกตั้ง สส.เข้าสภา ก็จะมีผู้มีสิทธิถูกเสนอชื่อเข้าชิง “แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30” ดังต่อไปนี้

  1. พรรคเพื่อไทย มี สส. 141 คน มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน คือ แพทองธาร ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน และ ชัยเกษม นิติสิริ
  2. พรรคภูมิใจไทย มี สส. 71 คน  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนเดียว คือ อนุทิน ชาญวีรกูล
  3. พรรคพลังประชารัฐ มี สส. 40 คน มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนเดียว คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
  4. พรรครวมไทยสร้างชาติ มี สส. 36 คน มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  5. พรรคประชาธิปัตย์ มี สส. 25 คน มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนเดียว คือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

แต่อย่างไรก็ตาม ในการโหวตเลือกนายกฯ ยังคงใช้มาตรา 272 บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ ที่เปิดช่องให้ สว. มีส่วนร่วมด้วย โดยต้องใช้เสียงของ 2 สภาฯ 376 เสียง ซึ่งหากพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังยืนยันตาม MOU ที่ต้องมีก้าวไกล รวมอยู่ด้วย คงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะฝ่าด่าน สว. ไปได้

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

‘นัดชุมชุม’ ‘แยกอโศก’ 23 ก.ค.นี้ บก.ลายจุดปักหมุด 5 โมงเย็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/554066

20 ก.ค. 2566

'นัดชุมชุม' 'แยกอโศก' 23 ก.ค.นี้  บก.ลายจุดปักหมุด 5 โมงเย็น

สมบัติ บุญงามอนงค์ ‘นัดชุมุนม’ ‘แยกอโศก’ 17.00 น. วันที่ 23 ก.ค. นี้ เพราะทนไม่ไหว คำนวณล่วงหน้าไว้ พิธา แพ้เกม สว. แน่

นัดชุมนุมวันที่ 23 ก.ค. 66   สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด  ปักหมุดที่แยกอโศก มีการชี้แจงหลักการที่ต้องออกมาเคลื่อนไหวโดยเสนอแนะให้ ประธานรัฐสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความการทำหน้าที่ ของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ที่ไม่เห็นด้วย กับการโหวตนายกฯ ซึ่งพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแคนดิเดตจากพรรคก้าวไกลที่ชนะการเลือกตั้ง มีสาระสำคัญว่าการกระทำของ สว.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ว่าด้วยเรื่องอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน เพราะหน้าที่ของ สว. ในคำถามพ่วงท้าย มีเพียงแค่การรับรองผู้ที่ถูกเสนอชื่อมาจากสภาผู้แทนราษฏรเท่านั้น

การนัดชุมนุมที่แยกอโศก เกิดจาก สว. อ้างสถานะของตนเองจากคำถามพ่วงท้ายในการลงประชามติ เมื่ออำนาจที่มาจากคำถามพ่วงท้ายเกิดขัดแย้งกับอำนาจประชาชนที่ไปเลือกตั้ง คำถามคือ ระหว่างคำถามพ่วงท้ายฯ กับรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ใครมีศักดิ์ที่สูงกว่ากัน สว. จึงมีสถานะเพียงสิ่งตกค้างจากยุคเผด็จการ คสช. ไม่สามารถแสดงบทบาทเช่นเดียวกับ คสช. ในยุคที่เรืองอำนาจ เป็นแต่เพียงตรายางที่รับรองเสียงจากสภาผู้แทนราษฏรเท่านั้น

การเคลื่อนไหว ครั้งนี้ มีการใช้ เทเลแกรม เป็นช่องทางในการนัดหมายกิจกรรม ภายใต้ชื่อ #พร้อม 

ช่องทางสื่อสารนัดหมานยชุมนุม วันอาทิตย์ี้  ที่23 ก.ค. นี้ ช่องทางสื่อสารนัดหมานยชุมนุม วันอาทิตย์ี้ ที่23 ก.ค. นี้

ก่อนจะนัดชุมนุมที่แยกอโศกสมบัติเคยให้สัมภาษณ์ พิเศษ กับคมชัดลึกถึงสาเหตุที่ต้องออกมาเคลื่อนไหว หลังเก็บตัวเงียบไปนานว่า  

สมบัติ บุญงามอนงค์ หยุดดับไฟป่า มาจุดไฟในเมือง