‘พิธา’ ยินดีถอย โหวตนายกฯ รอบ 2 เสียงไม่ถึง เปิดทาง เพื่อไทย สู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553832

17 ก.ค. 2566

'พิธา'  ยินดีถอย  โหวตนายกฯ รอบ 2 เสียงไม่ถึง เปิดทาง เพื่อไทย สู้

หารือ 8 พรรคร่วม ยังให้ความไว้วางใจและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หนุน “พิธา” ลงสู้ “โหวตนายกฯ ” ครั้งที่สอง เจ้าตัวเจตนารมณ์ชัดเจน หากคราวนี้เสียงไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีความหมาย ส่งไม้ต่อให้ “เพื่อไทย” เดินหน้าลุย หัวหน้าพรรคก้าวไกลลั่นขอใช้ทุกนาทีสู้อย่างถึงที่สุด

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี   ให้สัมภาษณ์ว่า    ในการหารือ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล  ที่อาคารไทยซัมมิท   ผลการหารือวันนี้ มีข้อสรุปอยู่ 3 ข้อ คือ
ทั้ง 8 พรรค มีมติส่ง ตน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ “โหวตนายกฯ”   ,   การหารือกันเรื่องการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272   ” ปิดสวิตช์สว. ” ของพรรคก้าวไกล ที่พรรคก้าวไกลเสนอโดยพรรคเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ 7 พรรคร่วม   และ  ข้อบังคับที่41 ของรัฐสภา ที่มีข่าวออกมาว่าวุฒิสภาเตรียมยื่นในวันโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเห็นทางกฎหมายว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ไม่ถือเป็นญัตติ และไม่ได้เกี่ยวกับเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะมองเห็นต่างในเรื่องนี้ ทั้งยังมีการหารือ เรื่องการเตรียมรายละเอียดการเข้าสู่วันที่ 19 ก.ค.ด้วย

สำหรับวันที่ 19  ก.ค.  สมรภูมิแรก  หากคะแนนไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ  ก็พร้อมจะถอยให้กับประเทศชาติ ถอยให้กับพรรคอันดับ 2 ก็คือ พรรคเพื่อไทย ตามเอ็มโอยู  ขณะเดียวกันเรื่อง ม.272  “ปิดสวิตช์สว.” ที่ได้ยื่นเข้าไปแล้ว ซึ่งยังอยู่ภายใน 1 5วัน  เรื่องนี้ย้ำว่าเป็นการดำเนินการของพรรคก้าวไกลเพียงพรรคเดียว   “หากวันที่ 19 ก.ค. มีการตีความในรัฐสภาว่า เข้าข้อบังคับที่ 41 ไม่สามารถเสนอชื่อ ซ้ำได้   วันนี้เราก็มีข้อสรุปการตีความกฎหมายทางฝั่งของเรา ซึ่งพรุ่งนี้จะมีประชุมวิป 3 ฝ่ายอีกครั้ง หากมีโอกาสประชุม วิปก็น่าจะเห็นตรงกัน ญัตติก็คือญัตติ ซึ่งเป็นเรื่องของข้อบังคับ ส่วนการเสนอนายกรัฐมนตรี เป็นคนละหมวดกัน ขอให้รอฟังผลการประชุมวิป3  ฝ่าย ว่าเหตุและผลฝั่งตรงกันข้ามเป็นอย่างไร “

นายพิธา กล่าวว่า  จะใช้เวลาที่เหลืออย่างเต็มที่   การรวมเสียง สว.ในรอบนี้ หลังวันที่ 13 ก.ค. ได้มีการรวมเสียง สว.มากขึ้นเรื่อย ๆ  มีหลายคนที่ไม่มาลงคะแนนในวันนั้น ก็ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกัน   ซึ่งยังมีความเป็นไปได้ว่าจะมาลงคะแนนให้ในรอบนี้   ผู้สื่อข่าวถามว่า  การโหวตครั้งที่ 2  หากตัวเลขไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จะวางมือให้พรรคอันดับ 2  สามารถบอกได้หรือไม่ว่าตัวเลขนั้นจะเป็นเท่าไร นายพิธากล่าวว่า   “หากมองให้เหมาะสม คิดว่าต้องเพิ่มขึ้น 10% จำนวน 324-344 เสียง หรือ 345เสียง จะเป็นในลักษณะแบบนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะกั๊กไว้ ตั้งใจจะเป็นเลขนัยยะสำคัญแต่ไม่ได้คิดในใจ แต่คงจะมีตัวเลขที่ไม่ฝืนสายตาของประชาชน “


ส่วนเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ประเด็นคุณสมบติ   เป็นวันเดียวกันกับวันโหวตนายกรัฐมนตรี  ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ได้ทำให้ความเป็นแคนดิเดตนายกฯหายไป เมื่อเทียบกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จึงไม่กังวลใจแต่อย่างใด  ในช่วงท้ายของการแถลง สื่อมวลชนได้ถาม นายพิธา  ว่าหากเสนอชื่อไม่สำเร็จกี่ครั้ง จะยอมถอยให้กับพรรคเพื่อไทย นายพิธา กล่าวว่า ขอให้ยึดตามที่แถลง ผู้สื่อข่าวถามว่า 2 ครั้งใช่หรือไม่ นายพิธา พยักหน้าแล้ว ชูนิ้ว 2 นิ้ว

‘เพื่อไทย’  หนุน ‘พิธา’ สุดซอย โหวตนายกฯ -เพื่อไทรวมพลัง มั่นใจเกมพลิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553831

17 ก.ค. 2566

'เพื่อไทย'  หนุน 'พิธา' สุดซอย โหวตนายกฯ  -เพื่อไทรวมพลัง  มั่นใจเกมพลิก

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม เวชยชัย   ยืนยัน โหวตนายกฯ ครั้งที่สอง ยังเป็นชื่อของ “พิธา” แห่งพรรคก้าวไกล ให้คำจำกัดความ “หากไหวก็ไปกันต่อ ถ้าไม่ไหวก็ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เหมาะสม  ” เพื่อไทรวมพลัง เชื่อสถานการณ์โหวตรอบสอง จะเปลี่ยนแปลง ทุกพรรคร่วมขอเสียงสว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย   รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หนึ่งในคณะเจรจาที่หารือกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 
เปิดเผยว่า  บรรยกาศการหารือ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล  ต่อการ  “โหวตนายกฯ”  ยังคงให้การสนับสนุนต่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล    เป็นการให้โอกาสที่จะทำงานกันต่อ ทำให้เต็มที่หากไหวก็ไปกันต่อ ถ้าไม่ไหวก็ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เหมาะสม  ส่วนการตีความเรื่องญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ 41 ก็ยังเห็นว่ายังคงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ    

ขณะที่ประเด็นเรื่องมาตรา 272  “ปิดสวิตช์สว. ”  ได้มีการพูดคุยกันในที่ประชุม  ก็ถือว่าให้เป็นสิทธิของพรรคก้าวไกล เป็นพรรคเดียวที่ดำเนินการ   “ประเด็นเรื่องเสียงสว.สนับสนุนนายพิธา หรือโหวตนายกฯ 
ที่ประชุมคุยกันว่าทุกพรรคต้องช่วยกัน ต้องใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจกับทางสมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) ”  นายภูมิธรรม  กล่าว

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี     หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง    กล่าวว่า  การประชุม 8  พรรคร่วม
เป็นไปด้วยดี พรรคร่วมต่างมีความเชื่อมั่นในการเสนอชื่อหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้งในวันที่ 19 ก.ค. โดยเชื่อว่าจะได้เสียง สว.โหวตให้เพิ่มขึ้น เนื่องจาก 8 พรรคร่วมตกลงจะช่วยกันเจรจาผ่านทาง สว.ที่แต่ละพรรครู้จัก   เพื่อขอการสนับสนุน   “ส่วนจะได้เพิ่มกี่เสียง ขอไม่ไปก้าวล่วง ให้เป็นเอกสิทธิ์ของ สว. แต่ส่วนตัวก็อยากขอโอกาสจาก สว. เพราะมองว่ามาตรา 112 ไม่ใช่กฎหมายที่จะแก้ไขได้ง่าย ไม่ใช่จะแก้ได้ใน 1- 2 วัน และ 8 พรรคไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด เป็นเรื่องของพรรคก้าวไกลที่อยากจะแก้ไข ” นายวสวรรธน์   กล่าว  

ทนายคลายทุกข์ เมินสว.ฟ้อง โต้ใช้สิทธิวิจารณ์เจ้าหน้าที่รัฐ ‘บุคคลสาธารณะ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553828

17 ก.ค. 2566

ทนายคลายทุกข์ เมินสว.ฟ้อง  โต้ใช้สิทธิวิจารณ์เจ้าหน้าที่รัฐ 'บุคคลสาธารณะ'

ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เดชา กิตติวิทยานันท์ ” ทนายเดชา” ไม่หวั่นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ สว. โหวตนายกรัฐมนตรี ด้วยการไม่โหวตรับ จนกลายเป็นเรื่องถูกฟ้องร้องหมิ่นประมาท ระบุในฐานะประชาชน มีสิทธิที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ “บุคคลสาธารณะ “

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เปิดเผยว่า    ไม่ได้กังวลต่อการถูกฟ้องร้อง ประเด็นการวิพากษวิจารณ์  การทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อการ โหวตนายกรัฐมนตรี   ที่ไม่โหวตรับ   นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี   หลังมีความเคลื่อนไหวจากทางฝั่งสว. ที่จะฟ้องร้อง  เพราะตนเองในฐานะประชาชน มีสิทธิที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นบุคคลสาธารณะ จึงไม่กังวลกับการดำเนินคดี เพราะที่ผ่านมา ในคดีหมิ่นประมาทศาลฎีกา มีการยกคำร้องเป็นจำนวนมาก เพราะมองว่าเป็นเจตนาบริสุทธิ์ที่ประชาชนสามารถทำได้

อย่างไรก็ตามหากสว. จะเอาเป็นประเด็น สามารถแจ้งความเอาผิดกับประชาชนที่มีความผิดชัดเจนได้ โดยต้องมีหลักฐานชัดเจน และคำด่า ดูถูก เหยียดหยาม จะต้องเข้าข่ายหมิ่นประมาท   “ยืนยันว่าคำต่าง ๆ ที่ได้พูดในไลฟ์สด ยังไม่เข้าข่าย เช่น  ขยะ ขี้โกง หรือ คำที่ผนบอกว่า จงใจจะกลั่นแกล้งนายพิธาจริง หรือไม่ มองว่า การที่ สว. จงใจฟ้องนั้น เพื่อเป็นการปิดปาก และทำให้สังคมเกิดความหวาดกลัว ประกอบกับการให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเช้า ส.ว.มีการใช้ถ้อยคำที่ดูถูกประชาชน เช่นคำว่า โง่ ผมจึงได้ถอดคำพูดการแถลงข่าวทั้งหมด และเตรียมจะฟ้องร้องสว. ที่ร่วมแถลงข่าวทั้งหมด   เช่นกัน” 

เขา กล่าวว่า  การที่ สว. จะฟ้องร้องชาวโซเชียลที่มีการคุกคามทางธุรกิจ และครอบครัว  มองว่า เหตุการณ์เหล่านี้ อาจจะเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา เพื่อให้มองว่าถูกรังแก เรื่องดังกล่าวควรจะต้องมีการตรวจสอบชัดเจนว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งการฟ้องร้องประชาชน ถือว่าเป็นการข่มขู่ และ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ที่จะต้องเดินทางไปขึ้นศาลนอกภูมิลำเนา  สุดท้ายอยากจะฝากไปถึง สว. ว่าให้นึกถึงประชาชนที่เสียภาษี เป็นเงินเดือนให้ 

“สว.เสรี” ยื่นฟ้อง “ทนายเดชา”  – “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” 


ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา  ( สว. )  มอบอำนาจทนายความเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ห  ทนายความ เป็นจำเลย ในความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ละเมิด เรียกค่าเสียหาย      ตามฟ้องโจทก์สรุปว่า เมื่อประมาณปลายเดือนมิ.ย. ถึง ต้นเดือนก.ค. วันใดไม่ปรากฎชัด  เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยจัดรายการผ่านสื่อออนไลน์ในลักษณะใส่ความหมิ่นประมาท โดยมีการบันทึกภาพ เสียง และตัวอักษร และเผยแพร่สู่สื่อสาธารณะและระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่จะทำให้นายเสรี โจทก์ เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูก เกลียดชังจากบุคคลที่สาม     ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ 1313/2566 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 11 ก.ย. เวลา 13.30  น. 

ขณะเดียวกัน  นายเสรี  ยังมอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ละเมิด เรียกค่าเสียหาย      ตามฟ้องโจทก์สรุปว่า เมื่อประมาณวันที่ 9 ก.ค.  เวลากลางวัน จำเลยกระทำการละเมิดต่อนายเสรี โจทก์ โดยการดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มาทะ ประธานรัฐสภา โดยการแถลงข่าวด้วยข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงต่อสื่อมวลชน โดยมิได้เป็นการแสดงความเห็น  หรือข้อความโดยสุจริต
  ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ 1314/2566 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 25 ก.ย.
 เวลา 13.30  น.
 

.

ภาพประกอบจาก facebook  ทนายคลายทุกข์ 

‘กัญจนา’ แจงปมข่าวหลุด ‘เสรีพิศุทธ์’ โทรหา ‘วราวุธ’ ไม่ได้มาจาก ชทพ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553822

17 ก.ค. 2566

‘กัญจนา’ แจงปมข่าวหลุด ‘เสรีพิศุทธ์’ โทรหา ‘วราวุธ’ ไม่ได้มาจาก ชทพ.

กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าชาติไทยพัฒนา แจง ปมข่าวหลุด ‘เสรีพิศุทธ์’ ยกหูหา ‘วราวุธ’ ไม่ได้ออกจาก ชทพ. ย้ำ จุดยืน ไม่แตะ ม.112

ความคืบหน้า หลังจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าช่วงสายวันที่ 16 ก.ค. 2566 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยซึ่งเป็น 1 ใน 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลใหม่ ได้โทรศัพท์มาหาและบอกว่ามีการส่งเทียบเชิญมายังชาติไทยพัฒนาจากพรรคก้าวไกล อยากจะขอให้พิจารณาในการเข้าร่วมรัฐบาล นั้น ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์เฟซบุ๊ก NuNa Silpa-archa ระบุว่า “ว่าจะไม่พูดการเมือง แต่จำเป็นต้องชี้แจง …

กรณีมีข่าวว่า วราวุธ บอกว่า เสรีพิศุทธ์ ทาบทามร่วมรัฐบาลก้าวไกล..

ข่าวเรื่องนี้ไม่ได้ออกจากเราเป็นต้นทาง และขอยํ้าว่าจุดยืนเราชัดเจนเสมอมา คือ ไม่แตะต้อง ม.112

‘กัญจนา’ แจงปมข่าวหลุด ‘เสรีพิศุทธ์’ โทรหา ‘วราวุธ’ ไม่ได้มาจาก ชทพ.

ย้อน 7 ปี ทำประชามติ ‘รัฐธรรมนูญ 2560’ คำถามพ่วง สว. วันนั้นเราเห็นชอบหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553810

17 ก.ค. 2566

ย้อน 7 ปี ทำประชามติ 'รัฐธรรมนูญ 2560' คำถามพ่วง สว. วันนั้นเราเห็นชอบหรือไม่

ย้อนร่องรอยการเมือง 7 ปี กับการทำประชามติ ‘รัฐธรรมนูญ 2560’ คำถามพ่วงอำนาจ สว. โหวตนายก ได้ ยังจำได้ไหม วันนั้นเราเห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ

คนไทยยังจำกันได้หรือไม่ ในวันที่ 7 ส.ค. 2559 เป็นวันออกเสียงประชามติ “รัฐธรรมนูญ 2560” ซึ่งการออกเสียงในวันนั้น เป็นวันที่ให้เราแสดงความคิดว่าเห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย กับร่างรัฐธรรมนูญปี 2560  โดยร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช…. จัดทำโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน หลังจากนั้นจึงมีการจัดทำประชามติเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองในการกำหนดอนาคตของประเทศ  

ส่งผลให้การทำประชามติ “รัฐธรรมนูญ 2560” เป็นการทำประชามติครั้งที่ 2 ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย  โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 19 ส.ค. 2550 แต่ใครจะรู้ว่า การทำประชามติ “รัฐธรรมนูญ 2560” จะกลายเป็นเงื่อนที่ผูกมัดการเมืองไทยให้ติดบ่วงการเมืองแบบเดิมๆ และ สว. มีอำนาจในการโหวตนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ก่อนหน้าที่หน้าที่ โหวตนายก เป็นหน้าที่ของ สส. ที่ประชาชนเลือกเข้ามาทำงานแทนตัวเอง และหากพรรคที่มีจำนวน  สส. เกินครึ่งในสภาก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เลยทันที โดยที่ สว. ไม่ต้องเข้ามามีส่วนในการเลือก โหวตนายก  

ย้อนกลับไปในวันลงประชามติ “รัฐธรรมนูญ 2560” หลายคนคงจะได้ดีว่า เราจะได้รับบัตรมา 1 ใบ คล้ายๆ กับบัตรเลือกตั้งทั่วไปแต่มีช่องว่างเพียง 2 ช่องให้เราทำเครื่องหมายกากบาท ว่า “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ”  ซึ่งรายละเอียดในจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่1 ระบุ บนบัตรว่า “บัตรออกเสียงประชามติ ประเด็นให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ร่างรับธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช….. ทั้งฉบับ”

ส่วนที่ 2 เป็นประเด็น คำถามพ่วง หรือ ประเด็นเพิ่มเติม ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ สว.มีอำนาจในการ โหวตนายก   อย่างมาก โดยประเด็นเพิ่มเติมมีคำถาม ระบุว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดในบทเฉพาะกาลในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตร”  พร้อมกับให้ประชาชนทำเครื่องหมายกาบาทลงในช่องสี่เหลี่ยม “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ”

คำถามประชามติรัฐธรรมนูญปี 2560คำถามประชามติรัฐธรรมนูญปี 2560

หลังจากการลงประชามติ “รัฐธรรมนูญ 2560” เสร็จสิ้นปรากฎว่า มีผู้มีสิทธิออกเสียงประมาณ 50 ล้าน  ผู้มาใช้สิทธิ 29.74 ล้านคน ผลการลงประชามติประเด็นที่ 1 ร่างรัฐธรรมนูญเก็นด้วย 61% ไม่เห็นด้วย 39%    ผลการลงประชามติ ประเด็นที่ 2 ประเด็นคำถามเพิ่มเติม หรือคำถามพ่วง เห็นด้วย 58% ไม่เห็นด้วย 42 % ซึ่งสรุปว่าการทำประชามิติ รัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านความเห็นของประชาชนทั้ง 2 ส่วน หลังจากนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับรองการทำประชามติ และ กรธ. ส่งมองร่างรัฐธรรมนูญแก่รัฐบาลเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าต่อไป  

สิ่งที่การทำประชามติ “รัฐธรรมนูญ 2560”  ทิ้งร่องรอยเอาไว้คือ การมอบอำนาจให้ สว. เข้ามามีบทบาทในการเลือก    นายกรัฐมนตรี และการทำประชามติในปี 2559 ส่งผลให้ผู้ที่อายุครบ 18 ปี หลังจากปี 2560 ไม่มีโอกาสได้แสดงความเห็นว่าพวกเขาเห็นชอบการกับยกร่างกฎหมายสูงสุด และการให้อำนาต สว. เข้ามามีบทบาทแบบนี้หรือไม่  จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาก ว่าการยกร่างรัฐธรรนูญในครั้งนั้นเป็นการวางเส้นทางเพื่อสืบทอดอำนาจขอใครบางคนเอาไว้แล้ว 

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามพ่วง สว. กับ SPRiNGNEWS ไว้ว่า  ปัญหารัฐธรรมนูญปี 2560 ก็คือการออกแบบให้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อสืบทอดอำนาจ  โดยในวันที่ 5 ส.ค. 2559 ก่อนลงประชามติ (รัฐธรรมนูญ ปี 2560) 2 วัน  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี เคยพูดว่า คสช. จะไม่สืบทอดอำนาจ พร้อมกับบอกว่าจะรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้และคำถามพ่วง

ผศ.ดร. ปริญญา ยังได้มีการตีความ คำถามพ่วง ไว้ด้วยว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ในร่างแรก ก็ไม่ได้ระบุให้ สว. เลือกนายกฯ ได้ คือ สว. ที่ คสช. แต่งตั้ง ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ แต่มันมาในคำถามพ่วงที่ว่า ภายใน 5 ปีแรก ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ ให้นายกรัฐมนตรีมาจากที่ประชุมสภา ฟังดูปลอดภัย แต่คำถามที่แท้จริงคือ เห็นด้วยหรือไม่ที่ให้ สว. เลือกนายกฯ เพราะ สส. เลือกนายกฯ อยู่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้เรียกว่า การสืบทอดอำนาจ

ที่มาข้อมูล : เปิดใจ อ.ปริญญา “รัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกใช้เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ”

สำหรับ “รัฐธรรมนูญ 2560” มีการร่างขึ้นในภาวะที่การเมืองไทยค่อนข้างสับสนและวุ่นวาย ภายใต้การรักษาความสงบของ คสช. ที่ทำการรัฐประหารในปี 2557  ก่อนนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ 7 ส.ค. 2559 หลังจากนั้นมีการแก้ไขเนื้อหารวม 4 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง และการบริหารประเทศไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่  6 เม.ย. 2560 

ด่วน ‘เอกสารหลุด’ ศาลรธน.นัด ‘พิธา’ ตรงวัน ‘โหวตนายกฯ’ รอบ2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553812

17 ก.ค. 2566

ด่วน ‘เอกสารหลุด’ ศาลรธน.นัด ‘พิธา’ ตรงวัน ‘โหวตนายกฯ' รอบ2

ด่วน ‘เอกสารหลุด’ ว่อนเน็ต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดถกรับไม่รับคดี ‘พิธา’ 19 ก.ค. นี้ ตรงกับวัน ‘โหวตนายกฯ’ รอบสอง

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์ ‘เอกสารหลุด’ โดยเป็นเอกสารระเบียบวาระการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 21/2566 ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 9 ศาลรัฐธรรมนูญ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ กรุงเทพมหานคร 

โดยระบุว่า ระเบียบวาระที่ 4 ของการประชุม มีวาระเรื่องเสนอเพื่อพิจารณา เรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

นอกจากนั้นยังมีหมายเหตุ ระบุว่า พิจารณาขยายระยะเวลาการเสนอความเห็นของคณะตุลาการคณะที่ 1 ต่อศาล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 31 และพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย หรือไม่

ซึ่งวันดังกล่าวตรงกับวันที่รัฐสภานัดประชุมเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี รอบ 2 หลังจากการโหวตนายกฯ ครั้งแรกในวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายพิธา ได้เสียงสนับสนุนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา

เอกสารหลุด เอกสารหลุด

อย่างไรก็ตามเอกสารหลุก ดังกล่าว ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามาจากศาลรัฐธรรมนูญ จริงหรือไม่

ขณะเดียวกัน 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล มีนัดหมายประชุม 17.00 น.วันนี้ (17 ก.ค. 2566)  เพื่อหาข้อยุติว่าจะเสนอ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในการ โหวตนายกฯ รอบ 2 หรือไม่ ซึ่งสภาจะเปิดประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 19 ก.ค. 2566

‘ก้าวไกล’ ประเมินโหวตนายกฯรอบ2 ก่อนแก้ ม.272 ติงฝ่ายเดียวกันแต่กลับวิจารณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553809

17 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล' ประเมินโหวตนายกฯรอบ2 ก่อนแก้ ม.272 ติงฝ่ายเดียวกันแต่กลับวิจารณ์

‘ณัฐชา’ เผยพรรคร่วมวิจารณ์โรดแมปดัน ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ชี้รอประเมินโหวตรอบ 2 ไม่ผ่านเดินหน้าแก้ ม.272 แต่ยังยืนยันไม่มีสลับขั้วแน่นอน

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ค้านแก้ไข ม.272 และบอกพรรคก้าวไกลทำนอก MOU เนื่องจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ออกมาแถลงถึงการต่อสู้เพื่อจัดตั้งรัฐบาลว่า หากเสียงสนับสนุนครั้งที่ 2 ไม่ผ่าน ก็มี 2 ทาง คือ เสียงเพิ่มขึ้นโดยมีนัยยะสำคัญ ก็จะเสนอชื่อนายพิธา ในครั้งที่ 3 ต่อ แต่หากเสียงเท่าเดิมหรือน้อยลงจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 ตัดอำนาจ สว. โหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไทม์ไลน์ที่สื่อสารให้ประชาชนทราบ 

ส่วนที่พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ม.272 นายณัฐชา กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นพูดคุย และคงต้องหารือกันต่อ ส่วนพรรคฝ่ายค้านในอดีตเคยเห็นพ้องมาแล้วว่า ม.272 มีปัญหา ส่วนใครที่บอกว่า ม.272 มีปัญหาแล้วจะไม่โหวตให้ ก็ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าเพราะอะไร และพรรคก้าวไกลก็ยืนยันมาตลอดว่า กฎหมายนี้มีปัญหาและวันนี้ก็แค่เสนอแก้ตามระบบรัฐสภา

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า วันนี้เพิ่งจะผ่านการโหวตไปเพียงครั้งแรก มีเสียงวุฒิสภามาถึง 13 เสียง มีเสียงพรรคร่วมฯ 8 พรรคผนึกกำลังอย่างเข้มแข็ง เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้เลย การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพรรคก้าวไกลผลักดันประเด็นต่างๆ แต่เป็นเพราะเราหลังพิงพี่น้องประชาชน เราถอยไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว หันหลังไปเจอพี่น้องประชาชนบอกว่าการเลือกนายกฯครั้งที่ 1 ผ่านไปแล้ว พี่น้องประชาชนเฝ้ารอการโหวตเลือกนายกฯครั้งที่ 2 อยู่  ซึ่งกำลังจะถึง แต่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจากพรรคการเมืองฝั่งเดียวกัน จึงมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยอยากให้จบในวงประชุมก่อนที่จะเปิดเผยต่อสาธารณชน นายณัฐชา กล่าวว่า เป็นเพียงสิ่งที่อยากสื่อสารให้ประชาชนเท่านั้น เป็นกระบวนการธรรมดาทั่วไป สามารถเข้าใจได้ตามปกติ แต่หากวันนี้ไม่เปิดแผนภูมิออกมา ประชาชนก็จะเข้าใจไปว่าอาจจะสู้ไป 5 ครั้ง 10 ครั้ง หรือจนกว่า สว.จะหมดวาระ แต่การที่ก้าวไกลออกมาบอก เพื่อย้ำในเส้นทางการต่อสู้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่จะคุยกับประชาชนและ 8 พรรคร่วมก็พูดคุยตกลงกันแบบนี้อยู่แล้ว และในการลง MOU ก่อนเลือกประธานสภา ก็ระบุไว้ว่า เราจะผลักดันนายกฯ ที่ชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อย่างสุดความสามารถ 

ส่วนกรณี นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ระบุว่า หากเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ในการโหวตครั้งที่ 3 แต่ยังมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วยก็จะไม่ยอมโหวตให้ นายณัฐชา มองว่าเป็นความคิดของนายเสรีเพียงคนเดียว ไม่ใช่ของ สว. 250 คน ซึ่ง สว. ก็มีความคิดเห็นหลากหลายที่แสดงออกมาได้ เมื่อผ่านการโหวตครั้งแรกไปแล้ว ก็มี สว.ที่หลังพิงประชาชน โหวตเลือกนายพิธามาแล้ว 13 คน โดยผลเป็นอย่างไรประชาชนได้เห็นแล้ว ส่วนคนที่ไม่ได้โหวต ผลกระทบเป็นอย่างไร ประชาชนก็เห็นแล้วเช่นกัน จึงเชื่อว่าการโหวตในครั้งต่อไป ก็เชื่อว่า สว. มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป

เมื่อเสียงครั้งที่ 2 ยังไม่ออกมา เราจึงยังไม่พูดคุยถึงเสียงครั้งที่ 3 เพราะตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 19 ก.ค. จะเป็นการพูดคุยถึงความแน่วแน่ ในการเสนอชื่อนายพิธาเป็นครั้งที่ 2 และเรายังหวังเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากทั้ง 2 สภา

ส่วนการพูดคุยที่ไม่ลงตัว รวมถึงการไม่เห็นด้วยในการแก้ไข ม.272 จะเป็นสัญญาณการแตกหักระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า การแก้ไข ม.272 จะเกิดขึ้นหลังจากการเลือกนายกฯครั้งที่ 2 วันนี้อยากทุกคนใน 8 พรรคร่วม โฟกัสที่การโหวตนายกฯครั้งที่ 2 ก่อน และให้ช่วยดันหาหนทางดึง 2 สภามาช่วยกันให้โหวตผ่านครั้งที่ 2 ไปได้ แล้วจะไม่มีการพูดคุยเรื่องอื่นๆต่อ 

นายณัฐชา ยืนยัน วันนี้ยังไม่มีสัญญาณสลับขั้วจาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ผนึกกำลังกันเข้มแข็ง ไม่มีทางพลิกไปทางไหนได้เลย หากพลิกต้องพลิกทั้งก้อน 312เสียง รวมถึง 188 คือ เสียงข้างน้อยในสภา และ สว. บางส่วนก็ประกาศงดออกเสียงไปตลอดก็ไม่ได้หมายความว่าจะโหวตให้ฝั่ง 188 เสียง อีกฝ่ายก็ไม่มีความชัดเจนจะให้ใครเป็นนายกฯ

ส่วนเรื่องที่คนวิจารณ์ว่าพรรคก้าวไกลต้องการดึงพรรคเพื่อไทยเอาไว้จากท่าทีของแกนนำ เช่น นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่โพสต์รูปข้าวต้มมัด นายณัฐชา กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ได้เป็นความพยายามของใคร และรูปข้าวต้มมัดก็ไม่ได้เป็นการพูดออกมาจากพรรคใดพรรคหนึ่ง ยืนยันการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามมติของประชาชน

‘ก้าวไกล’ เชื่อ ‘พิธา’ ได้เสียงโหวตเพิ่ม ผลพวง ‘2  สมรภูมิรบ’ – ลั่นเกมไม่ยื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553811

17 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล' เชื่อ 'พิธา' ได้เสียงโหวตเพิ่ม  ผลพวง '2  สมรภูมิรบ' - ลั่นเกมไม่ยื้อ

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล มั่นใจ “โหวตนายกรัฐมนตรี” รอบ 2 “พิธา” ได้เสียงเพิ่มแน่นอน หลังรณรงค์วัดใจ “2 สมรภูมิรบ” ให้ความมั่นใจเปิดศึกครั้งนี้ ใช้ระเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์จบ ส่วนกรณีถึงที่สุดแล้วพลิกสถานการณ์ไม่ได้ ถึงควาวให้ “เพื่อไทย” นำทัพ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล   เปิดเผยว่า  การหารือระหว่างพรรคก้าวไกล กับ 
 พรรคเพื่อไทยในวันนี้ เพื่อหาทางออกการ “โหวตนายกรัฐมนตรี” รอบที่ 2    คาดว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี   โดยเฉพาะในประเด็นที่พรรคเพื่อไทยทักท้วงหรือห่วงใย   ขณะเดียวกันคาดว่าการโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี   หลังออกรณรงค์   “2 สมรภูมิรบ “  จะเปลี่ยนใจสมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) ให้อยู่ข้างประชาชน  ส่วน สว.ที่ ไม่เห็นด้วยให้นายพิธา  เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีทางเลือกในการโหวตแก้ไขมาตรา 272 ถ้ายังไม่เป็นผล ทั้ง 2 สมรภูมิ  ก็จะเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยในการตั้งรัฐบาลต่อไป 

ส่วนไทม์ไลน์ของพรรคก้าวไกล   ขึ้นอยู่กับประธานสภาที่จะบรรจุวาระมาตรา 272 คาดว่าจะเป็นภายในสัปดาห์หน้า เป็นไปตามระเบียบที่จะเข้าสู่ที่ประชุมสภา  กรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272  ” ปิดสวิตช์สว.”  เพราะเห็นว่าเป็นข้อเสนอของพรรคก้าวไกล และเหมือนเป็นการมัดมือชกพรรคเพื่อไทย    ประเด็นนี้ จะมีการพูดคุยปรับความเข้าใจกับพรรคเพื่อไทย แต่ยืนยันว่ามาตรา 272 ไม่ใช่การมัดมือชกใคร แต่คิดว่าควรจะทำภารกิจร่วมกันทั้ง8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล และเมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ไม่ผ่านถึงจะเปิดทางให้กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นไปตามที่ได้แถลงกับประชาชน ยืนยันว่า จะไม่ยืดเยื้อ และจะทราบผลในสัปดาห์หน้า ถ้าผ่าน จะผ่านกระบวนการวาระ 2 และ 3 แล้วเสร็จภายใน 2 ถึง 3  สัปดาห์เท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องที่จะ ยืดเยื้อระยะเวลาไปไกล 

สำหรับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ที่จะต้องใช้สัดส่วน  ฝ่ายค้านร้อยละ 20 นั้น ขั้นตอนนั้นจะอยู่ในการโหวต วาระ3  ที่จะต้องใช้คะแนนเสียงจากฝ่ายค้าน อีกทั้งรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่า เป็นฝ่ายค้าน แต่กำหนดไว้ว่า เป็นพรรคที่ไม่มีรัฐมนตรี ประธานสภา รองประธานสภา ซึ่งพรรคก้าวไกล คำนวณไว้แล้วว่ามีเพียงพอที่จะผ่านเมื่อถึงวาระนั้น   และจะไม่ถอย การแก้ไขมาตรา 112 เพราะเป็นสิ่งที่ทำสัญญากับประชาชนไว้ และมองว่าเรื่องมาตรา 112 เป็นเพียงข้ออ้าง ที่จะไม่โหวตให้นายพิธา การที่จะยอมถอยและ เสียสัจจะ กับประชาชน จึงเลือกที่จะไม่เสียสัจจะ  ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี   อย่างมากไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จัดการได้ และไม่ใช้เวลามากเกินไป   น.ส. ศิริกัญญา  ระบุ

ด่วนที่สุด ‘วราวุธ‘ เผย ’เสรีพิศุทธ์’ ต่อสาย ส่งเทียบเชิญ ‘ตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553805

17 ก.ค. 2566

ด่วนที่สุด 'วราวุธ‘ เผย ’เสรีพิศุทธ์' ต่อสาย ส่งเทียบเชิญ 'ตั้งรัฐบาล'

ด่วนที่สุด ‘วราวุธ‘ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เผย ’เสรีพิศุทธ์’ ต่อสายหาเทียบเชิญจับมือก้าวไกล ‘ตั้งรัฐบาล’ ย้ำ จุดยืนไม่เอาพรรคแก้ ม.112 ชี้ แก้ ม.272 หวั่นสร้างเงื่อนไข แนะรอกลไก สสร. แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับดีกว่า

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงแนวทางการลงมติโหวตนายกรัฐมนตรี รอบ2 ในวันที่ 19 ก.ค. ว่า ทุกครั้งก่อนที่จะมีการลงมติในสภาเกี่ยวกับเรื่องสำคัญ ประเพณีของพรรคคือ จะมีการประชุมล่วงหน้าก่อน 1 ชั่วโมง โดยเวลา 08.30 น. วันที่ 19 ก.ค. จะเชิญ สส. ทั้งหมด 10 คนของพรรค รวมถึง น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือกันถึงแนวทางการลงมติเรื่องดังกล่าว

ส่วนท่าทีของ 8 พรรคร่วม ที่จะเสนอให้มีการโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล รอบ2 นั้น ตนยังสงสัยอยู่ว่าในเมื่อมีญัตติเสนอชื่อนายพิธาไปรอบแรกแล้วยังจะสามารถเสนอรอบสองได้อีกหรือไม่ เพราะตามข้อบังคับการประชุมของสภา หากญัตติใดมีการเสนอแล้ว ลงคะแนนจนเสร็จสิ้นแล้ว ก็ไม่น่าเสนอญัตติเดิมได้อีก จึงเป็นที่สงสัยว่า ในวันที่ 19 ก.ค. ทางพรรคก้าวไกล และ 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล ยังสามารถเสนอญัตติเดิมอีกหรือไม่

แต่พรรคจะงดออกเสียงอีกหรือไม่นั้น ต้องขอดูก่อนว่ายังจะสามารถเสนอญัตติเดิมได้อีกหรือไม่ แล้วจึงจะหารือกันภายในพรรคอีกครั้งหนึ่ง “แต่อาจจะไม่งดออกเสียงแล้ว เพราะถ้าขัดกับแนวทางการทำงานของสภา เราก็ไม่เห็นด้วยที่จะเสนอซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

ถูกเทียบเชิญร่วมตั้งรัฐบาลก้าวไกล

สำหรับช่วงนี้แกนนำพรรคก้าวไกล และ 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลพยายามที่จะพูดคุยให้พรรคหรือ สว.ที่งดออกเสียง เปลี่ยนใจมาสนับสนุนนั้น ก็เป็นไปตามข่าว เพราะเมื่อช่วงสายวันที่ 16 ก.ค. 2566 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยซึ่งเป็น 1 ใน 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลใหม่  ได้โทรศัพท์มาหาตนและบอกว่ามีการส่งเทียบเชิญมายังชาติไทยพัฒนาจากพรรคก้าวไกล อยากจะขอให้พิจารณาในการเข้าร่วมรัฐบาล 

วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

ตนได้บอกไปว่าเรื่องใหญ่เช่นนี้ ตนไม่สามารถตอบรับได้ทันที คงต้องขอนำเข้าหารือในที่ประชุมพรรค และหารือกับ สส.ในพรรคก่อนว่าแนวทางเป็นอย่างไร และได้ยืนยันไปว่าแนวทางของ ชทพ.คือ ไม่แตะต้องเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 และเชิดชู เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ยังเป็นแนวทางหลักของพรรคอยู่

จุดยืน ชทพ.ไม่ร่วมรบ.ที่แก้ ม.112 

พร้อมย้ำว่าถ้าพรรคก้าวไกลยังไม่ยอมถอยเรื่องมาตรา 112 ก็ไม่สามารถร่วมงานกันได้ หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วทำไมตอนแรก พรรคถึงได้งดออกเสียง ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเห็น แต่เราให้เกียรติคนที่เลือกพรรคก้าวไกลเข้ามา และเราให้เกียรติพี่น้องประชาชนที่เลือกทั้งพรรคเล็กและพรรคใหญ่ให้เข้าสภา จึงได้งดออกเสียงไป แต่ถ้าจะมีการดำเนินการอะไรที่ไม่ตรงแนวทางปฏิบัติ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับรัฐสภา นั่นก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะลงคะแนน

ส่วน ถ้ามีการเสนอชื่อนายพิธารอบสอง เป็นไปได้หรือไม่ว่า พรรคชาติไทยพัฒนาจะโหวตสวนไปเลย ในเมื่อรอบแรกได้งดออกเสียงไปแล้ว นายวราวุธ กล่าวว่า ก็มีโอกาสเป็นไปได้ แต่จะต้องหารือกับ สส.ในพรรคก่อน เพราะเราทำอะไรจะต้องไปในแนวทางเดียวกัน ไม่อยากจะปล่อยให้ฟรีโหวต เพราะไม่ได้ต่างคนต่างทำงาน เราทำงานด้วยกันในนามชาติไทยพัฒนา

ไม่หวั่นทัวร์ลง ปชต.เคารพเสียงต่าง

สำหรับกังวลหรือไม่ว่า หากรอบนี้โหวตสวน จะโดนทัวร์ลงเหมือน สว. นายวราวุธ อธิบายว่า เราโดนทัวร์ลงมาเยอะแล้ว และเข้าใจดีว่าการโดนทัวร์ลงนั้นเป็นความคิดเห็นของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ในเมืองไทยความคิดเห็นของแต่ละกลุ่มคนก็หลากหลาย เราต้องเคารพแนวทางที่แตกต่าง นั่นเป็นวิถีของประชาธิปไตย ไม่ใช่จะต้องเห็นเหมือนกันหมด และไม่ใช่ว่าจะบังคับให้ใครคิดแบบเดียวกันหมด

หนุนแก้ รธน.ทั้งฉบับ ยึด ปี40

ทั้งนี้ นายวราวุธ มองว่า พรรคก้าวไกลยื่นเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อปิดสวิตซ์ สว. นั้น ตาม มาตรา 272 ในประโยคแรกระบุว่า ภายใน 5 ปีหลังจากใช้รัฐธรรมนูญจะให้อำนาจ สว.เลือกนายกฯ นั่นสะท้อนให้เห็นว่าอีกไม่นาน วรรคนี้จะหมดความหมายลง เนื่องจากเลยกำหนดเวลาในบทเฉพาะกาลแล้ว

การจะแก้รัฐธรรมนูญในช่วงนี้จะเป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่ ให้เกิดความซับซ้อน และกินเวลาในการโหวตเลือกนายกฯ ฉะนั้น ถ้าจะแก้ไขแค่มาตรา 272 มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับดีกว่า ซึ่ง ชทพ.ยังยึดมั่นนโยบาย ซึ่งคล้ายกับอีกหลายพรรคคือ ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยอาจจะยึดโมเดลของรัฐธรรมนูญปี2540 และเพิ่มเติมปรับปรุงเข้าไปให้เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน แต่ไม่ว่าจะแก้มาตราใดหรือบทใด หัวใจสำคัญของ ชทพ. ต้องไม่มีการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ใดๆ ทั้งสิ้น

ทนายรัชพล เผย พร้อมช่วยผู้ถูก สว.ฟ้องร้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553796

17 ก.ค. 2566

ทนายรัชพล เผย พร้อมช่วยผู้ถูก สว.ฟ้องร้อง

นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง เปิดเผย พร้อมช่วยเหลือ ผู้ถือ สว. ฟ้องร้อง ปมโจมตี ชี้เป็นบุคคลสาธารณะ ถูกวิพาษ์วิจารณ์ได้

จากกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภาพร้อมด้วยส.ว. อีกกว่า 10 คน อาทิ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ นายสมชาย แสวงการ นายกำพล เลิศเกียรติดำรงด์ นายจเด็จ อินทร์สว่าง นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร นายออน กาจกระโทก  และทีมทนายความแถลงข่าว การถูกคุกคาม และได้รับความเสียหายจากสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์และการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทางกฏหมายนั้น 

สว.เตรียมฟ้องคนโจมตีเสียหายสว.เตรียมฟ้องคนโจมตีเสียหาย

ล่าสุด นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ใครถูก สว ฟ้อง ทนายรัชพล ศิริสาคร ยินดีช่วยเหลือ สว. ทำงานกินเงินเดือนของประชาชนดังนั้นการทำงานของ สว. ควรถูกวิพาษ์วิจารณ์ได้ ไม่ใช่เอาแต่กฎหมายมาปิดปากประชาชน เป็น สว. คือการเป็นบุคคลสาธารณะ ถ้ายังไม่เข้าใจบทบาทของตัวเองก็ควรจะลาออกไปทำอย่างอื่น สำหรับประชาชนที่แสดงความคิดเห็น 

นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดังนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความชื่อดัง

ติชมด้วยความเป็นธรรม เป็นเรื่องที่ประชาชนสามารถกระทำได้ ไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย ใครที่โดน สว. ฟ้อง จากการติชมวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ทนายรัชพล ศิริสาคร ยินดีให้ความช่วยเหลือ โทร/ไลน์ 0957563521

ทนายรัชพล เผย พร้อมช่วยผู้ถูก สว.ฟ้องร้อง
ในตอนท้ายข้อความ นายรัชพล ยังระบุไว้อีกว่า ข้อกฎหมายที่ควรรู้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

ทนายรัชพล เผย พร้อมช่วยผู้ถูก สว.ฟ้องร้อง