ปิยบุตร ฟันธง โหวตนายกฯ พิธา ตัน แนะเป็นฝ่ายค้าน – ชูวิทย์ เสนอ เลิกยุ่ง ม. 112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553549

14 ก.ค. 2566

ปิยบุตร ฟันธง โหวตนายกฯ พิธา  ตัน แนะเป็นฝ่ายค้าน - ชูวิทย์  เสนอ เลิกยุ่ง ม. 112

ผลสะเทือน คะแนนโหวตนายกรัฐมนตรี จาก 376 เอาเข้าจริง ” พิธา” ได้เพียง 324 ปิยบุตร แสงกนกกุล วิเคราะห์ เส้นทาง “ก้าวไกล “จากนี้เข้าข่ายลำบาก หากจะกดดัน สว. ให้คล้อยตาม อาจจะต้องใช้มวลชนหลักแสน ส่วนนักวิเคราะห์รายวัน “ชูวิทย์” ย้ำต้องถอยกับเรื่อง ม. 112 หากเดินหน้าต่อ มีแต่ตัน

พื้นที่บนสื่อสังคมออนไลน์ face book  : เฟซบุ๊ก ได้กลายเป็นเครื่องมือในการชี้แนะสถานการณ์ให้กับ พรรคก้าวไหล ในฐานะพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังการประชุมร่วมรัฐสภา ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร  ( สส. ) และสมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) เมื่อวันพฤหัสที่ 13  ก.ค. โดยมีวาระสำคัญ  คือการลงมติ โหวตนายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกล  คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ซึ่งผลการลงมติ นายพิธา ได้รับเสียงสนับสนุน รวม 324  เสียง  แบ่งเป็นเสียงที่มาจาก สส.  311 เสียง , สว.  13  เสียง  จากเป้าหมายที่ต้องการ 376 เสียง  ในขณะที่ตัวเลขของการไม่เห็นชอบอยู่ที่  182 เสียง   มาจากสส. 148 เสียง และสว.  34  เสียง ส่วนการงดออกเสียงอยู่ที่ 119 เสียง  คือเสียงที่มาจาก สส. 40 เสียง  และ สว. 159 เสียง  โดยผลคะแนนที่ออกมาเท่ากับ นายพิธา ยังไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรี  เพราะต้องได้คะแนนเสียงสนับสนุน 375 เสียง 

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นายพิธา ต่อการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30  ที่ต้องพบกับอุปสรรคสำคัญคือการขาดเสียงสนับสนุนที่มาจากฝั่ง สว.  ทำให้ นายปิยบุตร แสงกนกสกุล  เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ใช้พื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ แสดงทัศนะต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายพิธา และพรรคก้าวไกล  โดยเขาระบุว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกล และนายพิธา ไปต่อลำบากก็คือ การเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เป็นเรื่องละเอียดเกินกว่าที่สว. จะให้การยอมรับได้ 

อย่างไรก็ตามโอกาสที่พรรคก้าวไกล และนายพิธา จะทำสำเร็จมีอยู่บ้างภายใต้เงื่อนไข  นั่นคือการเข้าชื่อให้ได้เสียงครึ่งหนึ่ง เพื่อตัดบทบาทสว.ออกไปจากการโหวตนายกรัฐมนตรี และหากแนวทางนี้ ที่คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลา 1  เดือนทำไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวย่อมที่จะเผชิญแรงสกัดกั้นเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่พรรคก้าวไกล ควรพิจารณาก็คือ การถอยจากการเป็นรัฐบาล เพื่อมาทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และรอคอยเวลาอีก 4  ปี ที่จะสร้างฐานเสียงให้มากพอ 

ขณะที่ในมุมของ นายชูวิทย์  กมลวิศิษฎ์   ให้ทัศนะถึงเรื่องนี้ ด้วยคำจำกัดความสั้น ๆ ” ถอยดีกว่า” โดยให้น้ำหนักไปว่า การโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ในสัปดาห์หน้า ยากที่จะเปลี่ยนแปลงใด ๆ หากก้าวไกล ยังคงยึดมั่นกับบางเรื่อง โดยนายชูวิทย์ ระบุว่า  ทางออกของบรรยากาศในขณะนี้  ก้าวไกล   ต้อง “ยอมถอย เรื่อง ม.112 ”  เพราะเป็นการสร้างความแตกแยก และเป็นเงื่อนไขให้ นายพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้การขึ้นเป็นรัฐบาล ไม่จำเป็นที่ต้องยึดเรื่องปฏิรูปสถาบันเป็นหลัก แต่ยังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย  นายชูวิทย์  ยังปักใจเชื่อว่า   14 ล้านเสียง ที่มอบให้กับพรรคก้าวไกล ไม่ได้ต้องการเรื่องปฏิรูปสถาบันมาเป็นเรื่องหลัก

.

ปิยบุตร ฟันธง โหวตนายกฯ พิธา  ตัน แนะเป็นฝ่ายค้าน - ชูวิทย์  เสนอ เลิกยุ่ง ม. 112
ปิยบุตร ฟันธง โหวตนายกฯ พิธา  ตัน แนะเป็นฝ่ายค้าน - ชูวิทย์  เสนอ เลิกยุ่ง ม. 112

เนื้อหาที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ระบุ

แก้ 272 ปิดสวิทช์ ส.ว. หากพวกเขายังไม่ยอมอีก ก็ถอยมาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน 

.

หมายเหตุ – นี่คือความเห็นส่วนบุคคลต่อประเด็นการเมือง สาธารณะ ผมใช้เสรีภาพแสดงความเห็นในฐานะพลเมืองไทย ผมไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับพรรคก้าวไกลและไม่ได้ชี้นำ ครอบงำ สั่งการพรรคก้าวไกล ดังนั้น พวก “นักร้อง” ไม่ต้องไปร้องให้เสียเวลานะครับ 

…

ผมติดตามการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาแต่ละฝักฝ่ายในการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้  เห็นได้อย่างชัดเจนว่า…

.

มีสมาขิกวุฒิสภาจำนวนมาก ทั้งที่ออกหน้ากล้าลงคะแนนไม่เห็นชอบ และทั้งที่ไม่กล้าออกหน้า เลือกงดออกเสียงหรือไม่มาประชุมแทน

.

พวกเขาเหล่านี้ ให้ตายก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจกลับมาลงคะแนนเห็นชอบให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน 

.

หากเราลองฟังเหตุผลของ ส.ว.และ ส.ส.อีกข้างหนึ่ง จำนวนหลายคนที่ได้อภิปรายในวันที่ 13 ก.ค. พวกเขาต่างยืนยันว่า ไม่เห็นชอบให้พิธาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะ พรรคก้าวไกลต้องการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

.

วิทยา แก้วภราดัย 
ชาดา ไทยเศรษฐ์ 
ชัยชนะ เดชเดโช 
คำนูณ สิทธิสมาน
เสรี สุวรรณภานนท์
สมชาย แสวงการ 

.

ต่างก็ยืนยันว่า ติดขัดอยู่เรื่องนี้แหละ วิทยา กับ ชาดา ถึงขนาดบอกว่า ก็รู้อยู่ว่าติดอยู่เรื่องนี้ ทำไมไม่ถอยเสีย ในขณะที่พรรคก้าวไกล ก็ยืนยันว่า นี่คือนโยบายที่ได้รณรงค์หาเสียงกับประชาชนมาแล้ว จำเป็นต้องดำเนินการต่อ แต่ก็เป็นเรื่องของ ส.ส.พรรคก้าวไกลที่จะเสนอร่างเข้าสภา มิใช่เป็นเรื่องของรัฐบาล 

.

เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ย่อมชัดเจนอยู่แล้วว่า ไม่มีทางที่ ส.ส.และ ส.ว.เหล่านี้ จะเปลี่ยนใจได้เลย 

เว้นแต่

มี “ข้อมูลใหม่/สัญญาณใหม่” บังคับให้พวกเขาเปลี่ยนใจ 

หรือ

มีมวลชนอันไพศาลออกมาเรียกร้องกดดัน ส.ว. หลายแสนคน 

หากไม่มีกรณีเหล่านี้เกิดขึ้น ลงคะแนนต่อไปอีกกี่ครั้ง ก็ไม่มีทางที่คนเหล่านี้จะกลับมาเห็นชอบให้พิธา เป็นนายกรัฐมนตรี

.

จริงอยู่… อาจบอกกันว่า ก็ลงมติกันไปเรื่อยๆ รอจนอำนาจ ส.ว.ตามมาตรา 272 หมดลงใน พ.ค.ปีหน้า 

แต่พรรคก้าวไกลจะทนแรงเสียดทาน ลากไปให้ถึงวันนั้นได้หรือ 

ไหนจะมี “คมหอกคมดาบ” ของศาลรัฐธรรมนูญที่รอง้างไว้อยู่อีกหลายคดี

.

หากพรรคก้าวไกล เลือกวิธีเจรจาพรรคอื่นเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อเพิ่มจำนวนเสียง ปัญหา คือ จะมีพรรคใดยอมเข้าร่วม ก็ในเมื่อพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา ต่างประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ร่วมกับพรรคที่จะแก้ 112 

พวกเขาอ้างประเด็น “112” เพื่อปิดล้อมพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกล ก็ไม่มีทางยอมถอยประเด็นนี้

. 

ดังนั้น การแสวงหาคะแนนจากพรรคอื่นก็คงยาก และอาจสายเกินไปที่จะพูดคุยแล้ว

ครั้นพรรคก้าวไกลจะถอย ร่วมเสนอให้แคนดิเดตพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรีแทน และยังร่วมรัฐบาลอยู่ ผมก็ไม่แน่ใจว่า บรรดา ส.ว. จะยอมหรือไม่ เพราะ พวกเขาน่าจะไม่ปรารถนาเห็นพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลเลยด้วยซ้ำ เช่นเดียวกัน ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ฯลฯ ก็คงไม่ยอม เพราะ พวกเขาอยาก “เสียบ” เข้าร่วมรัฐบาลแทนพรรคก้าวไกลมากกว่า ถึงเวลา เขาก็อ้างอีกว่า โหวตให้ไม่ได้ เพราะ รัฐบาลที่กำลังจะตั้งมีพรรคก้าวไกลที่ต้องการเสนอแก้ 112 

…

ผมทราบจาก พริษฐ์ วัชรสินธุ เพื่อน ส.ส.พรรคก้าวไกลว่า เขามีความคิดเตรียมเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อยกเลิกมาตรา 272 โดยทันที และ ส.ส.พรรคก้าวไกล ก็เตรียมเข้าชื่อเสนอร่างแล้ว

.

ผมได้ฟังความเห็นของเขา ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

ร่างแบบนี้ เคยเสนอในสภาชุดที่แล้ว แต่ตกไป ในครั้งนั้น ส.ส.เกือบทุกพรรค และมี ส.ว.หลายคนเห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 272 

.

มาถึงวันนี้… มี ส.ว.พวกที่งดออกเสียง หรือ ไม่มาลงคะแนน หลายคนอ้างว่า ต้องการ “ปิดสวิทช์ ส.ว.” ไม่อยากเข้าร่วมใช้อำนาจตามมาตรา 272 เลือกนายกรัฐมนตรี (แต่เมื่อ 4 ปีก่อน พวกเขากลับขานชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างพร้อมเพรียงกัน) ดังนั้น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของพวกเขา จะได้ไม่ต้องมาลงมติตามมาตรา 272 อีก รัฐสภาจึงควรเร่งดำเนินการยกเลิกมาตรา 272 โดยเร็วที่สุด ผมเชื่อว่าไม่เกิน 4 สัปดาห์ ก็สามารถทำได้เสร็จเรียบร้อย 

.

ส.ส.พรรคก้าวไกล มี 151 คน สามารถเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว 

เสนอเข้าสภา

เร่งบรรจุญัตติเข้า

ส.ส.เห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 272 เกินครึ่งอยู่แล้ว 

ส.ส.จากฝ่ายที่ไม่มีสมาชิกพรรคเป็นประธาน รองประธาน และนายกฯ ก็เห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 272 

ส.ว.จำนวนไม่น้อย ก็เคยลงคะแนนเห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 272 และมี ส.ว.จำนวนมาก ที่ขอ “ปิดสวิทช์ ส.ว.” งดออกเสียง ไม่อยากร่วมโหวตนายกฯ ในวันนี้ 

ดังนั้น พวกเขาเหล่านี้ ย่อมหมดข้ออ้างแล้ว 

.

หาก ส.ว.คนใดรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทนกับการเลือกพิธา ก็ให้มาลงคะแนนยกเลิกมาตรา 272 เสีย เพียงเท่านี้ ส.ว.ก็จะได้ชื่อว่า ร่วมกัน “ปิดสวิทช์ ส.ว.” อย่างแท้จริง 

นี่คือวิธีการต่อสู้แบบเป็นไปได้ 

การลงคะแนนเสนอพิธาไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ทำอะไรอื่นเลย ไม่มีทางที่จะได้คะแนนเพิ่มมากกว่าวันนี้ 

หากพวกเขายังไม่ยอมยกเลิกมาตรา 272 ให้อีก ก็ให้มันรู้ไป 

.

อย่างน้อย พรรคก้าวไกลก็ได้ทำให้ประชาชนเห็นแล้วว่า พยายามต่อสู้อย่างถึงที่สุดแล้ว พยายามปกป้องคะแนนเสียงร่วม 27 ล้านเสียง พยายามแปลงคะแนนเหล่านี้ให้ออกมาเป็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่แล้ว 

แล้วถอยออกมา

ประจานระบบนี้ให้สังคมไทยได้รู้

ให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศได้รู้กันอย่างถ้วนหน้าว่า “พวกเขาจากหลายฝักฝ่าย” รวมหัวกันสกัดกั้นและทำลายพรรคก้าวไกลผู้ทำหน้าที่ยานพาหนะของความหวัง 

.

จงยืดอกอย่างภูมิใจและทระนงองอาจในความเป็น “แกะดำ” ของการเมืองไทย ในวันนี้

แล้วอดทนรณรงค์อย่างต่อเนื่อง 

เส้นแบ่ง “ใหม่/เก่า” และขั้วขัดแย้งในการเมืองไทย ชัดขึ้นกว่าเดิม แหลมคมกว่าเดิม

เมื่อ 14 ล้านยังไม่พอในวันนี้ 

ต้องทำให้ได้ถึง 20 ล้าน 25 ล้านในวันพรุ่ง !!!

——————————————————-

ข้อเขียนของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

.

ถอยดีกว่า

.

วันนี้การโหวตเลือกนายกฯ ได้เห็นแล้วว่าไม่ผิดจากที่ผมพูดไว้

.

แผนสกัดพิธา “มีก้าวไกล ไม่มี ส.ว.”

.

ไม่มีอะไรแปลกใจ แม้ว่าพิธายังยืนยันหลังผลการโหวตแพ้ว่าการต่อสู้ยังไม่จบ “ยอมรับ แต่ไม่ยอมแพ้”

.

โหวตครั้งที่ 2 หากมีโอกาส ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม

.

ก้าวไกลจึงต้องถึงทางเลือกว่า “ยอมถอย เรื่อง ม.112 ดีกว่า” เพราะเป็นการสร้างความแตกแยก และเป็นเงื่อนไขให้พิธาไม่ได้เป็นนายกฯ

.

การขึ้นเป็นรัฐบาล ไม่จำเป็นที่ต้องยึดเรื่องปฏิรูปสถาบันเป็นหลัก มีเรื่องสารพันให้ทำอีกมากมาย

.

ผมมั่นใจว่าใน 14 ล้านเสียง ไม่ได้ต้องการเรื่องปฏิรูปสถาบันมาเป็นเรื่องแรกๆ เสียด้วยซ้ำ

.

ก้าวไกลได้คะแนนเสียงจาก “มีลุง ไม่มีเรา” ปฏิรูปกองทัพ ยุบ กอ.รมน. กฎอัยการศึก ล้มเผด็จการ รวมถึงกฎหมายต่างๆ ที่ทำให้ประเทศไทยติดหล่มมาถึง 9 ปี

.

นี่ต่างหากที่ก้าวไกลต้องปฏิรูป

.

วันนี้ยังมีโอกาสที่ก้าวไกลจะถอย หากไม่ดื้อ และยึดติดกับคะแนนเสียงมวลชนบางส่วน

.

ทุกอย่างมีขึ้นและมีลง คะแนนเสียงไม่ได้อยู่กับก้าวไกลตลอดไป

.

มันไม่ใช่ “การถ่มน้ำลายรดฟ้า” แต่เป็นการถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้าน ทั้งที่มีโอกาสเป็นรัฐบาล

.

ทำงานเพื่อประชาชนไม่ใช่แค่ 14 ล้านเสียง แต่ต้องทำให้คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเลือกก้าวไกลหรือไม่ต่างหาก

.

บทพิสูจน์ของก้าวไกลก่อนจะสายเกินไป เรียนรู้การลำดับว่าอะไรที่สำคัญกับชาติบ้านเมืองก่อน

.

ไม่มีใครทำได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อยังไม่ถึงเวลาต้องทำ

.

ม.112 ไม่ใช่เรื่องเดียวที่ก้าวไกลสัญญาไว้กับประชาชน

.

ประเทศไทยยังมีอีกสารพัดเรื่องให้ทำหากเป็นรัฐบาล ผมรับประกัน

.

ม.112 เรื่องเดียวจะทำให้พิธาไม่ได้ทำเรื่องใหญ่เรื่องอื่นเลย

.

พิธาย้ำเสมอว่า “เป็นผู้นำต้องมีสติ ไม่มุทะลุ รู้จักว่าเวลาไหนควรรุก เวลาไหนควรถอย”

.

การดึงดันแก้ไข ม.112 แม้รู้ว่าปลายทางไม่มีทางผ่าน นอกจากตอบสนองความต้องการของมวลชนกลุ่มหนึ่ง

.

แล้วจะดันทุรังทำไปทำไม ทั้งที่สามารถบอกประชาชนได้ว่า

.

“ก้าวไกลเป็นรัฐบาลผสม ไม่ใช่รัฐบาลพรรคเดียว ไม่มีพรรคร่วมใดเห็นด้วยกับการแก้ไข ม.112 เลยแม้แต่พรรคเดียว”

.

หากต้องการเอา ม.112 มาเป็นเรื่องหลัก ขอให้ครั้งหน้าประชาชนเลือกพรรคก้าวไกลเกินครึ่งไปเลย

.

ผมพูดจากประสบการณ์การเมือง และหาทางประนีประนอมเพื่อให้ก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล

.

ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเอง หรือฐานมวลชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

.

ข้อแนะนำของผม คือ

.

ยอมถอยดีกว่า

.

หากก้าวไกลแสดงให้เห็นว่ายอมถอย ม.112 แล้ว อำนาจเก่ายังไม่ถอย ก็ถึงคราวต้องรุกกลับ

……………………

ปิยบุตร ฟันธง โหวตนายกฯ พิธา  ตัน แนะเป็นฝ่ายค้าน - ชูวิทย์  เสนอ เลิกยุ่ง ม. 112
ปิยบุตร ฟันธง โหวตนายกฯ พิธา  ตัน แนะเป็นฝ่ายค้าน - ชูวิทย์  เสนอ เลิกยุ่ง ม. 112
ปิยบุตร ฟันธง โหวตนายกฯ พิธา  ตัน แนะเป็นฝ่ายค้าน - ชูวิทย์  เสนอ เลิกยุ่ง ม. 112

รังสิมันต์ ปลุกกำลังใจมวลชน ‘ก้าวไกล’ เดินหน้าส่ง ‘พิธา’ ขึ้น นายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553544

13 ก.ค. 2566

รังสิมันต์ ปลุกกำลังใจมวลชน 'ก้าวไกล'  เดินหน้าส่ง 'พิธา' ขึ้น นายกรัฐมนตรี

มาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ “รังสิมันต์ โรม ” สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล  พบปะมวลชนที่มารอปักหลักลุ้นผลการ “โหวตนายกรัฐมนตรี” ให้กับ “พิธา”  ประกาศภารกิจรอบแรกไม่จบไม่เป็นไร ไปตายดาบหน้าลุยกันต่อโหวตรอบสอง มีทางเดียวต้องทำความฝันของทุกคนให้เป็นความจริง 

ที่ศูนย์ราชการเกียกกาย   ภายหลังการประชุมร่วมรัฐสภาเสร็จสิ้นลง โดยผลการโหวตนายกรัฐมนตรี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล ได้เพียง 324  เสียง  ไม่เพียงพอต่อการเป็นนายกรัฐมนตรี  โดยคะแนนเสียงที่ควรจะได้คือ 375   เสียงทั้งนี้นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้เป็นตัวแทนพรรค พบปะกับมวลชน ที่รวมตัวอยู่ที่ ศูนย์ราชการเกียกกาย   

นายรังสิมันต์ กล่าวปราศรัย ว่า แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการผลักดันให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้  แต่ผลที่ออกมาก็ทำให้ได้เห็นว่า สส.พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรค ล้วนสนับสนุนให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ถ้าเป็นระบบปกติ  นายพิธา จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แล้ว แต่รัฐธรรมนูญ กำหนดให้สมาชิกวุฒิภา ( สว. )มาร่วมโหวต  ซึ่งสว.ส่วนใหญ่ไม่ได้สนับสนุนพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็มี สว.บางส่วนที่โหวตให้   อย่างไรก็ตามการโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งต่อไปตั้งใจจะทำให้สำเร็จ  คือทำให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี  ยืนยันว่าจะยังคงสู้ต่อไปเพื่อผลักดันจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ และสส.ทุกคนที่ประชาชนเลือกมาจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

“ขอบคุณอีกครั้ง ที่มาช่วยกันคืนความผิดปกติให้สังคม และวันนี้การเดินทางการต่อสู้ ที่จะทำให้ฝันของพวกเราเป็นจริงได้ ไม่สามารถทำให้จบได้ภายในวันเดียว จึงขอให้ทุกคนเก็บแรง นอนให้พอ กินให้อิ่ม เราจะกลับไปรวมพลัง กลับไปส่งเสียงให้กำลังใจ กับผู้ที่ลงมติ ในการโหวตครั้งที่สอง  ครั้งนี้ตั้งหมุดหมายให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี   พวกเราพรรคก้าวไกล มาส่งให้พี่น้องทุกคนได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย   การกลับบ้านครั้งนี้ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นการปักธงชัยชนะร่วมกัน   ขอให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านเดินทางกันอย่างปลอดภัย”  นายรังสิมันต์ ระบุ

สว. พีระศักดิ์ โหวตหนุน ‘พิธา’ เคารพเสียงส่วนใหญ่ – ทหารแนะ ‘ก้าวไกล’ ถอยบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553543

13 ก.ค. 2566

สว. พีระศักดิ์   โหวตหนุน 'พิธา'  เคารพเสียงส่วนใหญ่ - ทหารแนะ 'ก้าวไกล' ถอยบ้าง

สว.พีระศักดิ์ พอจิต  อธิบายที่มาที่ไป ในการโหวตนkยกรัฐมนตรี หนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล เป็นการเคารพต่เสียงข้างมากที่เลือกมาแบบนี้ ไม่ติดใจมาตรา 112 เพราะหากไม่มีเสียงสส. จากพรรคอื่นเข้าร่วม ทุกอย่างก็จบ ด้าน สว.สายทหาร พล.โอสถ ภาวิไล แนะ “พิธา” ถอยให้เป็น

นายพีระศักดิ์ พอจิต   สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) เปิดเผยการที่โหวตนายกรัฐมนตรี  ให้กับ  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล  เพื่อขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี   มาจากพื้นฐานการโหวตตามหลักการเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร ( สส. ) ไม่มีใครสามารถแทรกแซงตนเองได้  ประเด็นข้อกังวลเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 และ ข้อกล่าวหาในการแบ่งแยกดินแดนที่นายพิธาและพรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหานั้น
มองว่าในการแก้ไขมาตรา 112 เป็นขั้นตอนหลังจากนี้  ไม่เกี่ยวข้องกับการโหวตนายกรัฐมนตรี และเสียงของพรรค ก้าวไกล มี 151 เสียง หากพรรคการเมืองอื่นไม่เห็นชอบด้วย กฎหมายนี้ก็จะไม่ผ่าน


ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องของการแบ่งแยกดินแดนนั้นตนเองเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญไทยบัญญัติชัดเจนว่าราชอาณาจักรไม่สามารถแบ่งแยกได้  “ผมอยากให้คุณพิธา บริหารงาน เพราะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนมาแล้ว  ”   เขา กล่าว

พล.ต.โอสถ ภาวิไล  สมาชิกวุฒิสภา ( สว.)  กล่าวว่า  การที่สว. ส่วนใหญ่ไม่โหวตนายกรัฐมนตรีให้กับนายพิธา   ในหลักการทำงานสว.ต้องพิจารณาหลาย ๆ เรื่อง ไม่ใช่พิจารณาว่าได้ นายพิธา ได้เสียงมาแล้ว เรื่องอื่นไม่พิจารณาไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของสว. ต้องพิจารณาต้องหาสิ่งที่ดีที่สุด

” สว.มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรอง   สิ่งที่สส.เขาพิจารณากันมา แม้กระทั่งสส.ยังไม่เห็นชอบ แล้วทำไมต้องมาลงที่ สว. ซึ่ง ส.ส.มีจำนวน 500 คนก็ไปพูดกันตรง ๆ ทำไมพรรคก้าวไกลไม่มองว่าคนอื่นก็ไม่เห็นด้วย   อยากให้พิจารณาว่าคนส่วนใหญ่ ไม่อยากแก้ไขมาตรา 112 เยอะกว่า คนที่ต้องการแก้ไข    หากนายพิธา กล่าวว่าจะถอย  เรื่อง 112 สว.ก็อาจจะโหวตให้ แต่หากนายพิธา  ยืนยันจุดยืนเดิม ผลก็ไม่น่าจะต่างไปจากครั้งนี้ นายพิธา  ต้องถอยบ้าง ถ้าไม่ถอยเลยจะไปกันได้อย่างไร ” พล.ต.โอสถ  ระบุ

บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553541

13 ก.ค. 2566

บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา

‘บิ๊กบี้’ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. งดร่วม ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา เยี่ยมศูนย์สั่งการฯพื้นที่พักพิงชั่วคราว ผู้หนีภัยความไม่สงบชายแดนตาก

การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งแรก ปรากฏว่ามี สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. รายงานตัวที่รัฐสภา รวม 216 คน บางส่วนติดราชการ ไม่สามารถมาร่วมประชุมรัฐสภาได้ มีจำนวนทั้งสิ้น 43 คนจาก สว.ทั้งหมด 249 คน ทั้งนี้ในจำนวน สว. 43 คนนั้น   รวมถึง ‘บิ๊กบี้’ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)รวมอยู่ด้วย ล่าสุดมีข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ 

วันนี้(13ก.ค. 2566) ‘บิ๊กบี้’ พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. เดินทางตรวจพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ โดยได้เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ณ ฐานปฏิบัติการเสาหินสันเขต อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ในความรับผิดชอบของกองร้อยทหารพรานที่ 3601 กองกำลังนเรศวร ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการลักลอบกระทำสิ่งผิดกฎหมาย ทำลายป่าไม้ และเข้าเมืองผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติ 

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบก มีความห่วงใยในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล ทั้งในภารกิจการลาดตระเวน บูรณาการร่วมกับส่วนราชการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย เน้นย้ำให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความปลอดภัย ควบคู่กับการสานสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา
บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปยังพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวบ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ในความรับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 และกรมทหารราบที่ 17 หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท รับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินการช่วยเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา 

ทั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน และส่วนราชการจังหวัด ในการจัดระเบียบ ดูแลความปลอดภัย การรักษาพยาบาล และการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศแก่ผู้ที่เดินทางข้ามมายังฝั่งไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา จำนวน 8,546 ราย ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว 5 พื้นที่ ใน จ.แม่ฮ่องสอน

บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกเดินทางเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ฐานปฏิบัติการนาป่าแปก กองร้อยทหารราบที่ 713 หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท กองกำลังนเรศวร บริเวณหมู่บ้านรักไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาสูงสลับซับซ้อน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มงวดในการเฝ้าตรวจ และป้องกันชายแดน ควบคู่กับการพัฒนาหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน และได้เดินทางตรวจเยี่ยม ฐานปฏิบัติการบ้านนอแล บริเวณดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ ติดแนวชายแดนไทย-เมียน ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการระดับหมวดของกองร้อยทหารม้าที่ 3 กองบังคับการควบคุมผาดำ หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง

บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา

ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้มีประวัติการสู้รบและมีการอพยพของชนกลุ่มน้อย จากนั้นในปี 2530 ได้มีการจัดตั้งฐานปฏิบัติการขึ้น ปัจจุบันฐานปฏิบัติการนอแลได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และจุดพักแรมภายในฐานปฏิบัติการ มีจุดชมวิวและบรรยากาศทะเลหมอกที่สวยงาม

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้เดินทางไปยังโรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 1 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ในความรับผิดชอบของตำรวจตะเวนชายแดนที่ 502 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับพระราชทานงบประมาณการก่อสร้างจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อมอบถุงยังชีพเพื่อการศึกษา ชุดนักเรียน อุปกรณ์กีฬา และ “จักรยานสานฝันปันสุข” ให้กับนักเรียนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าเมี่ยน

บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา

สำหรับใช้ในการเดินทางมาโรงเรียน รวมทั้งเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” เพื่อสนับสนุนการศึกษา และการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา

การเดินทางเยี่ยมฐานปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาในครั้งนี้ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบก ที่ต้องการมาให้กำลังใจและดูแลกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน ติดตามนโยบายการปรับปรุงฐานปฏิบัติการ ส่งเสริมศักยภาพในภารกิจพิทักษ์ชายแดน และพัฒนาชุมชนชายแดนให้ยั่งยืน 

บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกมีกำหนดการตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม Open House หน่วยฝึกทหารใหม่ ณ กองพันทหารม้าที่ 12 กองพลทหารม้าที่ 1 จ.แพร่ ในวันที่ 14 กรกฎาคม นี้ เพื่อดูแลทหารกองประจำการตามนโยบายครอบครัวเดียวกันของกองทัพบกด้วย

บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา
บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา
บิ๊กบี้’ งดร่วม ‘โหวตนายกฯ’ เหตุ ติดภารกิจ ตรวจชายแดนไทย-เมียนมา

ทำไมขอปิดสวิตช์ จนหมดวาระ ‘หมอพรทิพย์’ เผยเหตุผล หลังงดออกเสียงโหวตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553540

13 ก.ค. 2566

ทำไมขอปิดสวิตช์ จนหมดวาระ ‘หมอพรทิพย์’ เผยเหตุผล หลังงดออกเสียงโหวตนายกฯ

หมอพรทิพย์ โพสต์เหตุผล ทำไมงดออกเสียงโหวตนายกฯ ย้ำจุดยืนตัวเอง ขอปิดสวิตช์จนหมดวาระ ชี้สุดท้าย ก้าวไกล ก็ไม่มีคำอธิบาย ทำไมต้องแก้มาตรา 112

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้โพสต์อินสตาแกรม ระบุถึงกรณีการแก้ไข มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลว่า 

ที่สุดก็ไม่มีคำอธิบายว่าทำไมต้องแก้มาตรา 112 แต่ยิ่งชัดเจนว่า ยืนยันจะแก้ไขแน่นอน ที่สำคัญพรรคต่าง ๆ ที่ทำข้อตกลงร่วมกันก็ยอมให้พรรคก้าวไกลเสนอแก้มาตรา112 ได้ 

การเมืองไทยเป็นเช่นนี้ หมอจึงได้คำตอบว่าปิดสวิตช์ตามหลักการเดิม และปิดตลอดไปจนกว่าจะหมดวาระ

          1. หลักการของประชาธิปไตย คือการเลือกตั้งให้ได้พรรคการเมืองมาบริหารบ้านเมืองให้สังคมมีความยุติธรรมคำนึงเรื่องสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม ความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่การดำเนินการตามนโยบายของพรรคที่ได้เสียงสนับสนุนหรือเสียงข้างมากเป็นหลักแม้นโยบายจะทำลายชาติ

ทำไมขอปิดสวิตช์ จนหมดวาระ ‘หมอพรทิพย์’ เผยเหตุผล หลังงดออกเสียงโหวตนายกฯ

          2. การเลือกตั้งในครั้งนี้มีการกระทำที่ขัดหลักการประชาธิปไตยในประเด็นสำคัญคือ การห้ามผู้สมัครใช้อำนาจผ่านสื่อที่ตัวเองเป็นเจ้าของหรือมีหุ้นเอาเปรียบพรรคอื่น ๆ เพียงแต่กฎหมายไทยไม่ได้แก้ไขให้ทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป การชนะในครั้งนี้คือการใช้สื่อโซเชี่ยล ปลุกระดม ให้ข้อมูลเท็จบ้างจริงบ้าง และให้ใช้สื่อละเมิดผู้อื่นที่เรียกว่าด้อม บูลลี่ ตามด่า รวมทั้งการสร้างอวตารเข้าทำอันตรายในทุกช่องทางสื่อสารส่วนตัว เพราะตัวบทกฎหมายตามไม่ทัน จนกลายเป็นการสร้างความขัดแย้งรุนแรงและแสดงถึงการไม่ยอมรับความเห็นต่าง

          3. รัฐธรรมนูญเป็นบทบัญญัติที่มนุษย์ร่วมกันตกลงเขียนขึ้นไม่ใช่หลักธรรมะ จึงอาจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแล้วแต่มนุษย์จะตกลง และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้มาตามครรลองประชาธิปไตยคือผ่านการลงประชามติ การทำหน้าที่ของส.ว. จึงเป็นไปตามบทบาทที่กำหนด

          4. ประเด็นสำคัญที่ ส.ว. ติดใจคือการขอแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งจากการหาเสียงมีแนวทางที่กระทบสถาบันพระมหากษัตริย์ กลุ่มที่สนับสนุนสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งล้วนแสดงกิริยาให้ร้ายต่อสถาบัน มีการสนับสนุนให้หมิ่นประมาทตั้งแต่สถาบันพระมหาษัตริย์ไปจนถึงประชาชนคนธรรมดา แปลกที่ว่าที่นายก ไม่ตอบ ไม่อธิบาย แต่ตอบว่าต้องรักษาคำพูด ทั้ง ๆชี้แจงว่าเขาเป็นผู้นำที่รู้จักรุกและถอย แต่เรื่องนี้ไม่ตอบไม่อธิบายรายละเอียดใด ๆ และไม่ยอมถอย

          5. สิ่งสำคัญที่สุดคือหน้าที่ของทุกคนรวมทั้ง ส.ว. คือหน้าที่รักษาชาติ หากอ้างประชาธิปไตย อ้างเสียงสนับสนุน14 ล้านเสียงว่าต้องรักษาประชาธิปไตย แต่ชาติจะล่มสลาย คงไม่สามารถปล่อยได้

ทำไมขอปิดสวิตช์ จนหมดวาระ ‘หมอพรทิพย์’ เผยเหตุผล หลังงดออกเสียงโหวตนายกฯ
ทำไมขอปิดสวิตช์ จนหมดวาระ ‘หมอพรทิพย์’ เผยเหตุผล หลังงดออกเสียงโหวตนายกฯ

เช็กชื่อ 43 สว. หนี ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ โดดประชุมร่วมรัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553539

13 ก.ค. 2566

เช็กชื่อ 43 สว. หนี ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ โดดประชุมร่วมรัฐสภา

เช็กชื่อ 43 สมาชิกวุฒิสภา ผู้ทรงเกียรติที่ไม่มาประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อลงมติ ‘โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี’ คนที่ 30 ครั้งแรก พบมี สว.คนดัง ผบ.เหล่าทัพ

วันที่ 13 ก.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลการลงมติ โหวตนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงในเวลา 17.50 น. สรุป นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้รับเสียงสนับสนุน 324 เสียง หรือเห็นชอบ รวม 324 เสียง 

ส่วนผู้ที่ไม่สนับสนุน หรือ ไม่เห็นชอบ มีการออกเสียงรวม 182 เสียง และผู้ที่งดออกเสียง มีด้วยกัน 199 เสียง

ดังนั้น ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งแรก วันพฤหัสที่ 13 ก.ค. 2566 นายพิธา ได้รับเสียงสนับสนุุนไม่ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้คือ 376 เสียง กล่าวคือได้เสียงสนับสนุน 324 ยังห่างอยู่ 52 เสียง 

ทั้งนี้ ในวันนี้(13ก.ค.2566)  มีสว. รายงานตัวที่รัฐสภา รวม 216 คน บางส่วนติดราชการ ไม่สามารถมาร่วมประชุมรัฐสภาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.ที่ไม่มาประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อลงมติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30  หรือโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งแรก มีจำนวนทั้งสิ้น 43 คนจาก สว.ทั้งหมด 249 คน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯคนที่ 30  พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯคนที่ 30

เช็กชื่อ 43 สว. หนี ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’

1.นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา 

2.นายกิตติ วะสีนนท์ 

3.นายเจน นำชัยศรี 

4.นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ 

5.พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

6.พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ 

7.พล.อ.เชวงศักดิ์ ทองสลวย 

8.พล.อ.ดนัย มีชูเวท 

9.น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ 

10.พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์

11.นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม 

12.พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ 

13.พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน 

14.พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ 

15.พล.ร.อ.นพดล โชคระดา

16.พล.อ.นพดล อินทปัญญา 

17.นายบุญมี สุระโคตร 

18.นางเบญจรัตน์ เนียมประดิษฐ์ 

19.พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย 

20.น.ส.ภัทรภร วรามิตร

21.นายภาณุ อุทัยรัตน์ 

22.พล.อ.ปฐมพงศ์ ประถมภัฎ 

23.นายพิทักษ์ ไชยเจริญ 

24.นายประมาณ สว่างญาติ 

25.นางประยูร เหล่าสายเชื้อ

26.พล.ต.ต.ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ 

27.นายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล 

28.พล.อ.วราห์ บุญญะสิทธิ์ 

29.นายวิชัย ทิตตภักดี 

30.พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์

31.พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ 

32.นายสม จาตุศรีพิทักษ์ 

33.นายสมชาย หาญหิรัญ 

34.นายศักดิ์ไทย สุรกิจบวร 

35.พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง

36.นายสำราญ ครรชิต 

37.พล.อ.อ.สุจินต์ แช่มช้อย 

38.นางสุนี จึงวิโรจน์ 

39.นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ 

40.นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์


41.พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรส 

42.นายอุดม วรัญญูรัฐ 

43.นายอุปกิต ปาจรียางกูร

ขอบคุณที่มาข้อมูล: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร

‘พิธา ‘ลั่น ‘ยอมรับไม่ยอมแพ้’ ประกาศสู้ต่อ โหวตนายกรัฐมนตรี รอบ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553538

13 ก.ค. 2566

'พิธา 'ลั่น 'ยอมรับไม่ยอมแพ้'  ประกาศสู้ต่อ โหวตนายกรัฐมนตรี รอบ 2

หัวหน้าพรรคก้าวไกล และผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รับสภาพหลังผลโหวตนายกรัฐมนตรี ออกมาในแบบที่ไม่เป็นใจ กร้าว “ยอมรับแต่ไม่ยอมแพ้” ลั่นสู้ต่อกับการโหวตรอบที่ 2 ขอบคุณไปถึง 13 เสียง สว. ที่ร่วมให้การสนับสนุน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล   หัวหน้าพรรคก้าวไกล  และผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภา  ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่ประชุมรัฐสภา มีมติไม่ให้ความเห็นชอบขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยระบุว่า   ” ยอมรับแต่ไม่ยอมแพ้” และจะหายุทธศาสตร์รวบรวมเสียงเพื่อลงมติเลือกครั้งต่อไปให้ครบ 376 เสียง

การโหวตนายกรัฐมนตรีให้กับตน   เข้าใจกระแสกดดันที่สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) ได้รับ แต่ก็ขอบคุณ สว.  13 เสียงเห็นชอบ  “ผมจะเตรียมใจ เตรียมสมอง และเตรียมแผนในการลงมติครั้งที่ 2  จากผลการลงมติ ก็ยังมีความเชื่อใจพรรคเพื่อไทย ทำงานด้วยร่วมกันด้วยความเชื่อใจ  การที่สว. ไม่ให้ความเห็นชอบ เพราะนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  พรรคก้าวไกล ก็จะไม่ลดกำแพง และจะยังคงดำเนินการนโยบายดังกล่าวต่อ เพราะพรรคก้าวไกล ได้สัญญากับประชาชนไว้ในการเลือกตั้ง ”   นายพิธา ระบุ 

'พิธา 'ลั่น 'ยอมรับไม่ยอมแพ้'  ประกาศสู้ต่อ โหวตนายกรัฐมนตรี รอบ 2

ตำรวจตรึงกำลังอำนวยความสะดวก สว.กลับบ้าน-บางส่วนขึ้นเรือหลังรัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553536

13 ก.ค. 2566

ตำรวจตรึงกำลังอำนวยความสะดวก สว.กลับบ้าน-บางส่วนขึ้นเรือหลังรัฐสภา

บรรยากาศหลัง ‘พิธา’ ชวดนายกฯ พบตำรวจตรึงกำลังอำนวยความสะดวกจัดขบวนส่ง สว. พร้อมจัดเรือพาออกจากพื้นที่รัฐสภา

วันที่ 13 ก.ค. ที่รัฐสภาฯ ภายหลังจากการประชุมร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ สมาชิกวุฒิสภา ในวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยผลปรากฎว่า มีผู้เห็นชอบ 324 เสียง ไม่เห็นชอบ 182 เสียง และงดออกเสียง 199 ทำให้นายพิธาไม่ผ่านความเห็นชอบ

โดยมีรายงานว่า บรรยากาศสำนักงานวุฒิสภา พบว่ามีสมาชิกทยอยเดินทางกลับหลังออกเสียงลงคะแนนทันทีโดยมีตำรวจตรึงกำลังและมีรถมอเตอร์ไซค์ของเจ้าหน้าที่ขับนำรถขบวนรถของ สว.ออกไปเป็นรอบๆ

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเรือโดยสารที่คาดว่าเจ้าหน้าที่จัดสรรไว้อำนวยความสะดวกคอยรับส่ง สว.ออกจากพื้นที่รัฐสภาอีกด้วย

จ่อ ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ รอบ 2 ลุ้น ‘พิธา’ นั่งนายกฯ หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553532

13 ก.ค. 2566

จ่อ ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ รอบ 2 ลุ้น ‘พิธา’ นั่งนายกฯ หรือไม่

ที่ประชุมรัฐสภา สส.-สว.ร่วม ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’ ครั้งแรก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ได้คะแนนไม่ถึง 375 เสียง เตรียมเสนอชื่อครั้งต่อไป 19 ก.ค.66

วันที่ 13 ก.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เข้าร่วมการประชุม ซึ่ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธาน ซึ่งภายหลัง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เพื่อลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว

ทั้งนี้ มี สส. และสว.อภิปรายกันอย่างกว้างขวางต่อเนื่องในเวลาที่กำหนดภาพรวมคือ 6 ชั่วโมง และกำหนดเวลาในการเริ่มลงมติตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป โดยเป็นการลงมติแบบขานชื่อตามตัวอักษร ซึ่งการลงมติครั้งนี้ต้องได้คะแนนเสียง 375 เสียงขึ้นไป นายพิธา จึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา 749 คน เนื่องจากมี สว. 1 คนลาออก ทำให้เหลือสว. 249 คน

จากนั้นในเวลา 15.51 น. วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้กล่าวปิดการอภิปราย แล้วจึงเข้าสู่การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนแบบเปิดเผย คือการขานชื่อสมาชิกรัฐสภาตามตัวอักษร โดยให้โหวตว่า “เห็นชอบหรือ ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง” ขอให้ออกเสียงลงคะแนนในลักษณะนี้ ไม่ควรมีการพูดอะไรเพิ่มเติม ส่วนกรณีเมื่อขานชื่อแล้วไม่อยู่ในที่ประชุม จะให้โหวตต่อท้ายจากการขานชื่อครบทั้งหมดแล้ว

ต่อมาเวลา 15.58 น. ประธานรัฐสภา กดออดแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม โดยที่ประชุมรัฐสภาเริ่มขานชื่อลงมติก่อนกำหนดในเวลา 16.05 น.

เมื่อผ่านเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง ผลการลงมติปรากฏว่า นายพิธา ได้เสียงเห็นด้วย ไม่ถึง 375 เสียง โดยคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเมื่อเวลา 18.19 น. อยู่ที่ 324 เสียง ในจำนวนนี้ปรากฏว่ามีเสียงสว.หนุน 13 เสียง เท่านั้น ทำให้ไม่ผ่านการโหวตนายกรัฐมนตรีในครั้งแรก ซึ่งจะมีการเสนอชื่อ นายพิธา อีกครั้งในวันพุธที่ 19 ก.ค. 2566

เช็กชื่อ ‘สว.’ โหวตเห็นชอบ ‘พิธา’ เป็นนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553530

13 ก.ค. 2566

เช็กชื่อ 'สว.' โหวตเห็นชอบ 'พิธา' เป็นนายกรัฐมนตรี

รวมรายชื่อ ‘สว.’ ชุดพิเศษ ที่ลงมติเห็นชอบ ให้ ‘พิธา’ เป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภา ‘โหวตนายกฯ’ วันที่ 13 ก.ค. 2566

วันนี้(13 ก.ค. 2566) ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญที่สำคัญคือการพิจารณาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272

การประชุมสภาวันนี้เพื่อ “โหวตนายกฯ” คนที่ 30 ของประเทศไทย โดยในที่ประชุมภาในช่วงเช้า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อ “พิธา” หรือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติ ไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ตามมาตรา 160 เป็นนายกรัฐมนนตรีคนที่ 30 แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งหลังจบการ “โหวตนายกฯ” มี “สว.” โหวตเห็นชอบให้ “พิธา” เพียง 13 คน เท่านั้น

รวมรายชื่อ “ส.ว.” ชุดพิเศษ ที่ “โหวตนายกฯ” ลงมติเห็นชอบ ให้ “พิธา” เป็นนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภา 13 คน

1. นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์
2. จรุงวิทย์ ภุมมา
3. เฉลา พวงมาลัย
4. ซากีย์ พิทักษ์คุมพล (ประกาศไว้ล่วงหน้า)
5. ณัฏฐวัฒก์ รอดบางยาง
6. ประภาศรี สุฉันทบุตร (ประกาศไว้ล่วงหน้า)
7. พิศาล มาณวพัฒน์ (ประกาศไว้ล่วงหน้า)
8. พีระศักดิ์ พอจิต (ประกาศไว้ล่วงหน้า)
9. มณเฑียร บุญตัน (ประกาศไว้ล่วงหน้า)
10. วันชัย สอนศิริ (ประกาศไว้ล่วงหน้า)
11. วุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ (ประกาศไว้ล่วงหน้า) 
12.  สุรเดช จิรัฐิติเจริญ
13. อำพล จินดาวัฒนะ

ล่าสุดหลังการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อ “โหวตนายกฯ” คนที่ 30 ของประเทศไทย “พิธา” หรือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย เนื่องจากได้รับคะแนนโหวต 324 เสียง ซึ่งมี “สว.” เห็นชอบเพียง 13 คน ทำให้ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่ง(375) ต้องรอลุ้นวันที่ 19 ก.ค. 2566 อีกครั้ง ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป