‘พิธา’ สงสัย กกต. เร่งคดี หุ้น itv เร็วสุดในประวัติศาสตร์ แกล้งผม จ่ายสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553450

12 ก.ค. 2566

'พิธา' สงสัย กกต. เร่งคดี หุ้น itv เร็วสุดในประวัติศาสตร์ แกล้งผม จ่ายสูง

‘พิธา’ ตอบปม หุ้นสื่อ สงสัย กกต. เร่งคดี เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ มีเวลา 1 วัน ก่อน โหวตนายก ลั่น แกล้งผม มีราคาจ่ายที่สูง

ภายหลัง คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.)​ มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ สส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ( 3 )ประกอบมาตรา 101 ( 6 )หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครอง “หุ้น ITV” จำนวน 42,000 หุ้น

นายพิธา ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมเดินหน้าตามปกติไม่มีปัญหาอะไร และไม่ได้กังวลว่าจะถูกนำไปเป็นข้ออ้างในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของ สส. และ สว.ในวันพรุ่งนี้ เพราะ สว.หลายคน ได้ออกมาบอกแล้วว่า ไม่น่าเป็นเรื่องที่จะต้องมาพิจารณา เกี่ยวกับเรื่องคดี หรือนโยบาย เพราะมีหน้าที่ตามหลักการ และเป็นนักการเมืองของประชาชน ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอยู่แล้ว รวมถึงสื่อมวลชนและประชาชนด้วย จึงคิดว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร

“ปัญหาคือว่า ไม่รู้จะตั้งรับหรือตอบอย่างไร เพราะผมไม่ได้มีโอกาสที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องเลย และใช้เวลาพิจารณาเรื่องของผม 32 วัน น่าจะใช้เวลาน้อยที่สุเในประวัติศาสตร์ เมื่อเทียบกับรัฐมนตรี 4-5 ท่าน สมัยก่อนตอน คสช.ก็ใช้เวลาอยู่กว่า 300 วัน แต่ของผมใช้เวลา 32 วัน แล้วยื่นศาลรัฐธรรมนูญ 1 วัน ก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสชี้แจง และผมก็ไม่ทราบว่า กกต.สงสัยผมในประเด็นไหนเกี่ยวกับเรื่อง หุ้น ITV และมากกว่านั้น คือเรื่องที่ประชาชนสงสัย และการทำงานของสื่อมวลชน โดยเฉพาะช่อง 3 ที่ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับรายงานการประชุมไม่ตรงกัน ซึ่งยังไม่มีโอกาสได้ถามและชี้แจง หากเรียกผมเข้าไปชี้แจงตามกระบวนการ กกต. ก็คงจะสิ้นความสงสัย ไม่เป็นปัญหาให้เกิดเดตล็อกอย่างนี้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย” นายพิธา กล่าว

ส่วนจะเป็นการกลั่งแกล้งทางการเมืองอย่างชัดเจนหรือไม่นั้น นายพิธา กล่าวว่า หวังว่าจะไม่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง จนทำให้นำไปสู่การชุมนุมในขณะนี้ เพราะการกลั่นแกล้งตนเพียงคนเดียว มีราคาจ่ายที่ต้องจ่ายสูง กับระบบกลไกในการบริหารราชการ และบริหารประเทศ และหลักเกณฑ์ที่เป็นบรรทัดฐานของนักการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย หากจะสกัดกั้นผมเพียงคนเดียว หรือพรรคก้าวไกลโดยที่ไม่ให้เข้า แต่เป็นเรื่องเสียงของประชาชนที่ออกไปเลือกตั้งในช่วง 2เดือนที่ผ่านมา ก็เป็นความหวังของเขา

นอกจากนี้ นายพิธา ยังขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ หลังจากทราบว่าถูก กกต.ส่งคำร้องเรียนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย รวมถึงประชาชน ทั้งที่เป็นข่าว และส่งข้อความมา โดยยืนยันว่า ยังสติมี กำลังใจมี และหากศาลเปิดให้ชี้แจงไต่สวน ก็พร้อมทุกกระบวนการ

มติพรรคเพื่อไทย ก่อนโหวตเลือกนายกฯพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553448

12 ก.ค. 2566

มติพรรคเพื่อไทย ก่อนโหวตเลือกนายกฯพรุ่งนี้

‘นพ.ชลน่าน’ จะเป็นผู้เสนอ ‘พิธา’ ด้วยตัวเอง ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีมติเป็นเอกฉันท์และพร้อมเปิดหน้าโหวตนายกฯ

พรรคเพื่อไทยประชุม สส. เพื่อกำหนดทิศทางโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (13ก.ค.) โดยถูกจับตามองว่าจะเป็นอย่างไร หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล กรณีการถือหุ้นITV  

โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์จะโหวตนายพิธาเป็นนายกฯ พร้อมที่จะขานชื่ออย่างเปิดเผย และนพ.ชลน่านจะเป็นผู้เสนอชื่อนายพิธาด้วยตัวเอง รวมถึงจะมีสมาชิกที่จะอภิปรายสนับสนุนนายพิธาเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร รอพิจารณากันอีกครั้ง 

นพ.ชลน่าน ยอมรับ ที่ประชุมหยิบยกประเด็นข้อห่วงใยข้อกังวลโดยเฉพาะข้อเสนอ การลงมติให้คนที่ไม่มีคุณสมบัติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยฝ่ายกฎหมายได้ให้ความเห็นต่อที่ประชุมแล้ว และมั่นใจว่าการลงมติในวันพรุ่งนี้เป็นการเห็นชอบด้วยกฎหมาย ตราบใดที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิขฉัย เชื่อว่า นายพิธา ยังมีคุณสมบัติครบถ้วน จึงได้ให้ความมั่นใจกับ สส. แล้วไป 

มติพรรคเพื่อไทย ก่อนโหวตเลือกนายกฯพรุ่งนี้ประชุมสส.พรรคเพื่อไทยประชุมสส.พรรคเพื่อไทย

‘พิธา’มีเสียว คำร้อง’หุ้นไอทีวี’ จาก’กกต.’ ถึงมือ’ศาลรัฐธรรมนูญ’แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553436

12 ก.ค. 2566

'พิธา'มีเสียว คำร้อง'หุ้นไอทีวี' จาก'กกต.' ถึงมือ'ศาลรัฐธรรมนูญ'แล้ว

สำนักเลขาฯ’ศาลรัฐธรรมนูญ’ รับคำร้อง’หุ้นไอทีวี’ ของ’พิธา’ ลิ้มเจริญรัตน์ จาก’กกต.’ไว้แล้ว เตรียมส่งตุลาการฟันธงรับไว้พิจารณาหรือไม่

หน่วยงานธุรการศาลรัฐธรรมนูญ มีเวลาไม่เกินสองวัน เสนอให้ศาลฯพิจารณารับหรือไม่รับคำร้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.คดีหุ้นไอทีวี ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล ไว้พิจารณาหรือไม่ โดยอาจตั้งตุลาการ 3 ท่านเป็นผู้พิจารณา หรือ จะพิจารณาในที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ ภายในกำหนดระยะเวลา 5 วัน

ศาลรัฐธรรมนูญส่งเอกสารเผยแพร่ข่าว โดยระบุว่า เวลา 15.15 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. (ผู้ร้อง) ยื่นคําร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพฯนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรณีถือครองหุ้นไอทีวี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

ซึ่งสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญลงรับคําร้องในทางธุรการแล้ว จะได้นําเสนอคําร้องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 49  

ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำสั่งรับคำร้องที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2

ที่เสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่…พ.ศ…เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่

เอกสารประชาสัมพันธุ์ศาลรัฐธรรมนูญเอกสารประชาสัมพันธุ์ศาลรัฐธรรมนูญ

สำหรับวันนี้ สำนักงานกกต. นำโดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก และพ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการกกต. และเจ้าหน้าที่นำเอกสารหลักฐานมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อข้อให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพส.ส.ของนายพิธา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) หรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้น

รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย โดยได้นำเอกสารมายื่นในเวลาประมาณ 13.00 น. และใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ นานเกือบ 3 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

ม็อบพรึ่บหลายจังหวัด ไม่พอใจ ‘กกต.’ ส่ง ‘พิธา’ให้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553420

12 ก.ค. 2566

ม็อบพรึ่บหลายจังหวัด ไม่พอใจ 'กกต.' ส่ง 'พิธา'ให้ 'ศาลรัฐธรรมนูญ'

ไม่พอใจ ‘กกต.’ ส่ง’ศาลรัฐธรรมนูญ’ วินิจฉัย หุ้นไอทีวี ‘พิธา’ ลิ้มเจริญรัตน์ ม็อบพรึ่บหลายจังหวัด นัดหมายกันเย็นนี้

ผลพวงจากการที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความคุณสมบัติ สส. ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล ก่อนโหวตนายกฯ เพียง 1 วัน นอกจากจะมีการนัดชุมนุมที่หน้าหอศิลป์ กทม.แล้ว ในต่างจังหวัดก็มีการขยับนัดหมายชุมนุมหลายพื้นที่เช่นเดียวกัน

  • กลุ่มประชาคมมอชอ เชียงใหม่ โพสต์ข้อความเกียมรองเท้าผ้าใบ หมวก ร่ม เสื้อกันฝนให้พร้อมรอฟังสัญญาณ
     
  • ข้อความของกลุ่มพิราบขาว ลำปาง มีเนื้อหาว่า วันนี้ ! ชาวลำปางพบกันเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานห้าแยกหอนาฬิกา
     
  • กลุ่มคบเพลิง อุบลราชธานี เชิญชวนทุกท่านรวมตัวกัน หน้าคณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลฯ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง กกต.ให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หยุดปฏิบัติหน้าที่และส่งศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน#ม็อบมออุบล #ปราศรัยด่าเท่านั้น 18.00 น. วันนี้
     
  • Surin Movement จังหวัดสุรินทร์ : เย็นนี้มาร่วมแสดงพลังไม่เห็นด้วยกับ กกต. ที่มีมติยื่น #ศาลรัฐธรรมนูญ ให้ #พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ! เวลา 16.00 น.ณ อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญศาลากลางหลังเก่า
     
  • KoratMovement จังหวัดนครราชสีมา นัดหมายเวลา 16.30 น. วันนี้ ลานย่าโม ร่วมออกมาแสดงจุดยืนปักหลักสู้เคียงข้างประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ ไม่มีแกนนำ เอาป้ายที่อยากสื่อสารบอกสังคมมาด้วย ว่าเราชาวโคราช ต้องการประชาธิปไตย

นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความว่า ค่อยๆ เอาชนะในกติกาเขาคือมุ่งมั่นเป็นรัฐบาลให้ได้ก่อน แก้รธน.บิดเบี้ยวให้ได้ก่อน ประชาชนไม่หูเบาสนับสนุนรปห.ไล่รัฐบาลจากการเลือกตั้งให้ได้ก่อน ทำตามนี้ให้ได้ก่อน ให้ปชช มีโอกาสท้องอิ่มก่อน

ถ้าคิดว่า มันเหลี่ยมจัดเอาชนะเราด้วยกฎของมันอีกละ  ต้องลงถนน ควรถามตัวเองว่ามีกำลังอะไรในมือ เอาอะไรไปชนะ ลำพังอารมณ์โกรธแค้นของมหาชนเอาชนะได้จริงไหม การต่อสู้ในถนนเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็น หลัก บางทีเมื่อใช้กำลังเราอาจได้ทุบคนที่เราโกรธสักครั้ง แต่ในที่สุดเขาซึ่งยังมีอำนาจและอาวุธพร้อมสรรพ น่าจะทำให้เราโดนรุมทุบและหนีญญ่าย พ่ายจะแจ มากกว่า

‘ชัชชาติ’ ออกประกาศ ให้ศูนย์ราชการเกียกกาย รองรับผู้ชุมนุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553409

12 ก.ค. 2566

'ชัชชาติ' ออกประกาศ ให้ศูนย์ราชการเกียกกาย รองรับผู้ชุมนุม

‘ชัชชาติ’ ออกประกาศ ให้ศูนย์ราชการเกียกกาย รองรับผู้ชุมนุม 1,000 คน ระหว่างวันที่ 12-21 ก.ค. ลั่นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

วันที่ 12 ก.ค. 2566 “ชัชชาติ” หรือ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่ากทม.) บอกถึงการออกประกาศจัดให้มีสถานที่เพื่อใช้ในการชุมนุมสาธารณะ ตาม พรบ.ชุมนุมสาธารณะ ของกรุงเทพมหานคร ว่า กทม. ได้ออกประกาศไปเมื่อวานนี้แล้วว่าให้ใช้พื้นที่ตรงศูนย์ราชการเกียกกาย บริเวณถนนด้านหน้า และจากการที่ตำรวจประเมินพื้นที่ก็จะรองรับได้เกือบๆ 1,000 คน ถ้าใครจะมาพักผ่อน มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันก็เชิญได้ 


ส่วนกรณีที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ประสานให้ กทม. หาพื้นที่รองรับกว่า 10,000-20,000 คนนั้น มองว่าค่อนข้างยาก แต่ก็คงต้องไปหาดูว่าจะมีที่ไหนบ้างเพราะเดิมเคยมีประกาศเมื่อปีที่แล้ว 7-8 ที่มาแล้ว

สำหรับการออกประกาศของกรุงเทพมหานคร เรื่องจัดให้มีสถานที่เพื่อใช้ในการชุมนุมสาธารณะ ตาม พรบ.ชุมนุมสาธารณะ โดยกำหนดให้บริเวณพื้นที่ถนน 1 ช่องจราจร และทางเท้าภายในศูนย์ราชการเกียกกาย ฝั่งสนามเด็กเล่น พื้นที่ประมาณ 710ตารางเมตร รองรับผู้ชุมนุมประมาณ 100-200 คน

ประกาศ กรุงเทพมหานครประกาศ กรุงเทพมหานคร

ประกาศ กรุงเทพมหานครประกาศ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ผู้จัดการชุมนุมจะต้องแจ้งการใช้ สถานที่ต่อสำนักงานเขตพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะทราบ และมีเวลาเตรียมการเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้พื้นที่ให้กับผู้เข้าร่วมการชุมนุมตามความเหมาะสม หากไม่สามารถแจ้งได้ตามกำหนดเวลา ก็จะต้องแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุม และจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ตาม พรบ.ชุมนุมสาธารณะ โดยประกาศฉบับนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 12-21 ก.ค.

ประกาศ กรุงเทพมหานครประกาศ กรุงเทพมหานคร

ด่วน ‘นัดชุมนุม’ หน้าหอศิลป์ โต้ ‘กกต.’ส่งคดี’หุ้นitv ให้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553414

12 ก.ค. 2566

ด่วน 'นัดชุมนุม' หน้าหอศิลป์ โต้ 'กกต.'ส่งคดี'หุ้นitv  ให้ 'ศาลรัฐธรรมนูญ'

อานนท์ นำภา ชวนด้อมส้ม ‘นัดชุมนุม’ หน้าหอศิลป์ ทันที เย็นวันนี้ หลัง ‘กกต.’ ส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคดี ‘หุ้นไอทีวี’ ของพิธา

การส่งสำนวนคดีหุ้นไอทีวี ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจาก กองเชียร์พิธา และพรรคก้าวไกลในทันที เพราะมีการนัดชุมนุม แสดงจุดยืนต่อองค์กรอิสระ ที่หน้าหอศิลป์ กทม. ในเวลา 18.00 น. วันนี้ โดยอานนท์ นำภา ทนายอาสาฯและแกนนำด้อมส้ม เขียนด้วยลามือโพสต์ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย 

เนื้อหาในข้อความเชิญชวนของอานนท์ นำภา  ระบุว่า การต่อสู้ปลายทางไม่รู้ว่าแพ้หรือชนะ แต่การถูกหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ครั้งแล้ว ครั้งเล่า เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ การตอบโต้ต่ออำนาจที่คอยทำลายประชาธิปไตย มีความจำเป็นต้องก่อเกิด  ไม่ว่าบทสรุป จะเป็นอย่างไร ให้ทุกคนรู้ว่า การต่อสู้ได้เริ่มต้นแล้ว นัดชุมนุม  วันนี้ 18.00 น. เจอกันหน้าหอศิลป์กทม. พร้อมกระดาษและปากกา ส่งข้อความถึง กกต. และสว. 

จดหมายเชิญชวน ชุมนุม เย็นวันนี้ จดหมายเชิญชวน ชุมนุม เย็นวันนี้

‘ก้าวไกล’ ขู่ ‘กกต.’ ส่งคดี ‘หุ้นไอทีวี’ ให้ศาลรัฐธรรมนูญอาจผิดมาตรา157

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553403

12 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล' ขู่ 'กกต.' ส่งคดี 'หุ้นไอทีวี' ให้ศาลรัฐธรรมนูญอาจผิดมาตรา157

คดี’หุ้นไอทีวี’บานปลายอีก ‘ก้าวไกล’ งัดระเบียบ’กกต.’ขู่ ส่งคดีให้ศาลรัฐธรรมนูญโดยยังไม่ได้เปิดโอกาสให้พิธา ชี้แจงอาจผิดมาตรา157

แถลงการณ์พรรคก้าวไกล มีเนื้อหาว่า ข้ออ้างของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีหุ้นไอทีวีเป็นไปตามระเบียบสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัยชี้ขาดฯ แล้ว เห็นว่า กกต. สิ่งที่ประธาน กกต. กล่าวนั้น ไม่ถูกต้อง ด้วยเหตุผลดังนี้

คดีหุ้นไอทีวี ไม่อาจนำกรณีตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 5/2563 (คดีเงินกู้ยุบพรรคอนาคตใหม่) มาเทียบเคียงกับข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ ข้อเท็จจริงในคดีหุ้นไอทีวี เป็นคดีการเสนอคำร้องตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 82 ประกอบมาตรา 101 (6)

และมาตรา 98 (3) มิใช่เป็นการนำบทบัญญัติมาตรา 92 และมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ข้อ 54 วรรคหนึ่ง และข้อ 55 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่คดี

กกต.จึงไม่อาจนำแนวทางการตีความของศาลรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนไม่จำต้องแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกร้องก่อนแต่อย่างใดในคดีดังกล่าวมาใช้บังคับแก่เรื่องนี้ได้

ในคดีตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นกรณีที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. มีมติว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล แล้วนำเสนอต่อ กกต. แต่ปรากฏว่า กกต. ไม่เห็นพ้องด้วย กรณีจึงไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด

ส่วนข้อเท็จจริงในคดีหุ้นไอทีวี ถ้าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. มีความเห็นว่าข้อเท็จจริงมีมูลตามคำร้อง ย่อมมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อ 54 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 (แก้ไขเพิ่มเติม 2563) ต่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้ครบถ้วนเสียก่อนที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนจะทำรายงานการสืบสวนตามข้อ 59 แห่งระเบียบดังกล่าว เสนอต่อเลขาธิการ กกต. และ กกต. ต่อไป

​เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 (และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม) กำหนดกระบวนการขั้นตอนรองรับอย่างชัดเจนตั้งแต่การยื่นคำร้อง การตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน และการวินิจฉัยของ กกต.

ด้วยเหตุนี้ เมื่อ กกต. ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวมาโดยตลอด ในกรณีที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนพิจารณาแล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานสนับสนุนพอฟังได้ว่า

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ย่อมต้องดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามระเบียบฯ ข้อ 54 และเปิดโอกาสให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชี้แจงข้อกล่าวหาตามข้อ 57 และข้อ 58 แห่งระเบียบฉบับเดียวกัน

​อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น การที่ กกต. จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 82 กกต. จะต้องปฏิบัติตามระเบียบให้ครบถ้วนดังที่กล่าวไปเสียก่อน

การที่ กกต. จะเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอ้างว่า เห็นว่ามีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และไม่เปิดโอกาสให้มีการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเป็นเพียงการตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น

จึงไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดไว้ กรณีจึงเท่ากับว่า กกต. ปฏิบัติตามระเบียบแต่เพียงบางส่วน และจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ตนได้ตราขึ้น

กกต. มีมติส่งศาล รธน. ฟัน ‘พิธา’ พ้น สส.-ขอให้สั่งยุติปฎิบัติหน้าที่ชั่วคราว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553391

12 ก.ค. 2566

กกต. มีมติส่งศาล รธน. ฟัน 'พิธา' พ้น สส.-ขอให้สั่งยุติปฎิบัติหน้าที่ชั่วคราว

มีรายงานจาก กกต. มีมติส่งศาล รธน. วินิจฉัย ‘พิธา’ พ้น สส. ปมถือหุ้นสื่อITV พร้อมขอให้ศาลสั่งยุติปฎิบัติหน้าที่ชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ สส. ของ นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3)ประกอบมาตรา 101 (6) หรือไม่ จากเหตุมีชื่อ “ถือหุ้นสื่อ ITV” จำนวน 42,000 หุ้น 

นอกจากนี้ยังมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาสั่งให้นายพิธายุติปฏิบัติหน้าที่ สส. ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย หลังใช้เวลา 3 วัน รับฟังและพิจารณาผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของสำนักงาน กกต. แล้วเห็นว่า “มีข้อมูลพยานหลักฐานเพียงพอให้เชื่อว่า มีเหตุตามที่มีการยื่นคำร้องจริง” 

โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ได้ลงนามในคำร้องและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานฯ นำไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญทันที

ซึ่งเป็นที่น่าจับตากันต่อว่า วันนี้การประชุมของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประจำสัปดาห์ ใน เวลา 13:00 น. จะมีการนำประเด็นร้อนดังกล่าวเข้าที่ประชุมหรือไม่ 

แจกกล้วย ‘โหวตนายกฯ’ มีความมุ่งหมาย เพื่อทำลาย’พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553389

12 ก.ค. 2566

แจกกล้วย 'โหวตนายกฯ' มีความมุ่งหมาย เพื่อทำลาย'พิธา'

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าข่าวแจกกล้วย ‘โหวตนายกฯ’ ของ สว. มีความมุ่งหมาย เพื่อทำลาย ‘พิธา’ แต่ยอมรับว่ามีการล็อบบี้

ข่าวที่วุฒิสภาหรือ สว.ออกมาเปิดเผยมีการแจกผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการโหวตนายกฯ นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบกระแสข่าวดังกล่าว แต่ก็เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อสกัดหรือสนับสนุนบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นการสร้างกระแสข่าวขึ้นมา เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ พิธา ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยอมรับว่า มีการล็อบบี้ หรือมีความพยายามโน้มน้าว เพื่อขอคะแนนเสียงจริง

ส่วนการเกิดกระแสข่าวดังกล่าวจะทำให้สมาชิกวุฒิสภาเปลี่ยนใจในการโหวตนายกฯหรือไม่นั้น หากจะมีให้ผลประโยชน์กัน ก็น่าจะมีทั้งสส. และสว. ซึ่งก็จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อประชาชน แต่หากไม่ได้มีการแจกผลประโยชน์ ผู้ที่สร้างกระแสข่าวก็ไม่ควรทำเพราะจะทำให้เสื่อมเสียทั้งระบบ

ส่วนการที่ สว.ออกมาตั้งเงื่อนไขหากนายพิธา ไม่ได้รับความเห็นชอบในการเป็นนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกในครั้งแรกแล้วจะไม่สามารถเสนอชื่อต่อที่ประชุมได้อีกหรือไม่นั้น ขณะนี้ ยังมีความคิดเห็นในเรื่องนี้หลากหลาย และมั่นใจว่า ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ที่ประชุมรัฐสภา จะหยิบยกเรื่องดังกล่าว ขึ้นมาอภิปราย และเชื่อว่า จะได้ข้อยุติ

การประชุมร่วมกับคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา หรือ วิป สว.และตัวแทนพรรคการเมือง ประธานรัฐสภา ระบุว่า หากจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าว ก็จะต้องรอให้การลงมติในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้เสร็จสิ้นก่อน และควรให้ประธานรัฐสภา เป็นผู้พิจารณา และตัดสินใจ พร้อมยังหวังว่า ในการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกฯ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

‘โหวตนายกฯ’วันพรุ่งนี้ มีขั้นตอนอย่างไร เช็กได้ที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553164

12 ก.ค. 2566

'โหวตนายกฯ'วันพรุ่งนี้ มีขั้นตอนอย่างไร เช็กได้ที่นี่

‘โหวตนายกฯ’13 ก.ค. นี้ มีขั้นตอนอย่างไร ใครมีคุณสมบัติถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เข้าสู่ที่ประชุมร่วม’รัฐสภา’บ้าง

บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญมาตร 272 กำหนดให้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนโหวตนายกฯ มาตรา159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือ 376 เสียง

สำหรับรายชื่อนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่เสนอไว้ตอนสมัครรับเลือกตั้ง สส. โดยพรรคการเมืองที่จะเสนอรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ในขั้นตอนโหวตนายกฯ ได้ต้องมี สส. ไม่น้อยกว่า 5 % หรือ  25 คน

ซึ่งประกอบไปด้วย พิธาจากพรรคก้าวไกล  เศรษฐา, แพทองธาร ,ชัยเกษม จากพรรคเพื่อไทย อนุทินจากพรรคภูมิใจไทย  พล.อ.ประวิตรจากพรรคพลังประชารัฐ  พล.อ.ประยุทธ์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และ จุรินทร์จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้วเมื่อวานนี้


หากที่ประชุมรัฐสภา ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรี จากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองได้ ให้สมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน จํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา

ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 (นายกฯคนนอก)ได้

ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ทั้งสองสภา ให้ยกเว้นได้ จึงกลับไป เริ่มดําเนินการ ตามขั้นตอนโหวตนายกฯใหม่  

โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้  นายกฯคนที่ 30 ของไทย จึงอาจพลิกจาก พิธา เป็นคนอื่นได้
 

โดยการเลือกนายกรัฐมนตรี จะใช้วิธีขานชื่อลงคะแนนโดยเปิดเปิดเผย ส่วนจะเริ่มจากสส.ก่อน หรือดำเนินการพร้อมกับ สว.ก็ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมรัฐสภา จะหารือกัน