แจกกล้วย ‘โหวตนายกฯ’ มีความมุ่งหมาย เพื่อทำลาย’พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553389

12 ก.ค. 2566

แจกกล้วย 'โหวตนายกฯ' มีความมุ่งหมาย เพื่อทำลาย'พิธา'

รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าข่าวแจกกล้วย ‘โหวตนายกฯ’ ของ สว. มีความมุ่งหมาย เพื่อทำลาย ‘พิธา’ แต่ยอมรับว่ามีการล็อบบี้

ข่าวที่วุฒิสภาหรือ สว.ออกมาเปิดเผยมีการแจกผลประโยชน์ เพื่อแลกกับการโหวตนายกฯ นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบกระแสข่าวดังกล่าว แต่ก็เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อสกัดหรือสนับสนุนบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นการสร้างกระแสข่าวขึ้นมา เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ พิธา ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยอมรับว่า มีการล็อบบี้ หรือมีความพยายามโน้มน้าว เพื่อขอคะแนนเสียงจริง

ส่วนการเกิดกระแสข่าวดังกล่าวจะทำให้สมาชิกวุฒิสภาเปลี่ยนใจในการโหวตนายกฯหรือไม่นั้น หากจะมีให้ผลประโยชน์กัน ก็น่าจะมีทั้งสส. และสว. ซึ่งก็จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อประชาชน แต่หากไม่ได้มีการแจกผลประโยชน์ ผู้ที่สร้างกระแสข่าวก็ไม่ควรทำเพราะจะทำให้เสื่อมเสียทั้งระบบ

ส่วนการที่ สว.ออกมาตั้งเงื่อนไขหากนายพิธา ไม่ได้รับความเห็นชอบในการเป็นนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกในครั้งแรกแล้วจะไม่สามารถเสนอชื่อต่อที่ประชุมได้อีกหรือไม่นั้น ขณะนี้ ยังมีความคิดเห็นในเรื่องนี้หลากหลาย และมั่นใจว่า ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ที่ประชุมรัฐสภา จะหยิบยกเรื่องดังกล่าว ขึ้นมาอภิปราย และเชื่อว่า จะได้ข้อยุติ

การประชุมร่วมกับคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา หรือ วิป สว.และตัวแทนพรรคการเมือง ประธานรัฐสภา ระบุว่า หากจะมีการหารือในเรื่องดังกล่าว ก็จะต้องรอให้การลงมติในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้เสร็จสิ้นก่อน และควรให้ประธานรัฐสภา เป็นผู้พิจารณา และตัดสินใจ พร้อมยังหวังว่า ในการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกฯ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

‘โหวตนายกฯ’วันพรุ่งนี้ มีขั้นตอนอย่างไร เช็กได้ที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553164

12 ก.ค. 2566

'โหวตนายกฯ'วันพรุ่งนี้ มีขั้นตอนอย่างไร เช็กได้ที่นี่

‘โหวตนายกฯ’13 ก.ค. นี้ มีขั้นตอนอย่างไร ใครมีคุณสมบัติถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เข้าสู่ที่ประชุมร่วม’รัฐสภา’บ้าง

บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญมาตร 272 กำหนดให้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนโหวตนายกฯ มาตรา159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือ 376 เสียง

สำหรับรายชื่อนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่เสนอไว้ตอนสมัครรับเลือกตั้ง สส. โดยพรรคการเมืองที่จะเสนอรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ในขั้นตอนโหวตนายกฯ ได้ต้องมี สส. ไม่น้อยกว่า 5 % หรือ  25 คน

ซึ่งประกอบไปด้วย พิธาจากพรรคก้าวไกล  เศรษฐา, แพทองธาร ,ชัยเกษม จากพรรคเพื่อไทย อนุทินจากพรรคภูมิใจไทย  พล.อ.ประวิตรจากพรรคพลังประชารัฐ  พล.อ.ประยุทธ์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และ จุรินทร์จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้วเมื่อวานนี้


หากที่ประชุมรัฐสภา ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรี จากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองได้ ให้สมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน จํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา

ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 (นายกฯคนนอก)ได้

ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ทั้งสองสภา ให้ยกเว้นได้ จึงกลับไป เริ่มดําเนินการ ตามขั้นตอนโหวตนายกฯใหม่  

โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้  นายกฯคนที่ 30 ของไทย จึงอาจพลิกจาก พิธา เป็นคนอื่นได้
 

โดยการเลือกนายกรัฐมนตรี จะใช้วิธีขานชื่อลงคะแนนโดยเปิดเปิดเผย ส่วนจะเริ่มจากสส.ก่อน หรือดำเนินการพร้อมกับ สว.ก็ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมรัฐสภา จะหารือกัน 

‘พิธา’ ปราศรัยสมุทรปราการสุดคึก – เปรียบ พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานวันสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553371

11 ก.ค. 2566

'พิธา' ปราศรัยสมุทรปราการสุดคึก - เปรียบ พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานวันสุดท้าย

‘พิธา’ นำ ปราศรัย ขอบคุณชาวสมุทรปราการ เลือกสส. ยกจังหวัดเบ็ดเสร็จ 8 ที่นั่ง งานนี้ นายกรัฐมนตรี “พล.อ.ประยุทธ์” ถูกเปรียบเปรยทำงานเป็นวันสุดท้าย ประกาศถึงยุคของประชาชน ย้ำความมั่นใจมาคราวหน้า จะมาในฐานะนายกรัฐมนตรี มองไกลถึงการจัดประชุมครม.สัญจร

ที่ตลาดนัดเรือบิน   ต.บางปลา  อ.บางพลี  จ. สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล โดย  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  ได้ขึ้นเวทีปราศรัยขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนพรรคด้วย การเลือกสส. ก้าวไกล  ครบทุกเขต รวม  8  เขต  นายพิธา กล่าวปราศรัยว่า  “ยุคสมัยของประชาชนมาถึงแล้ว วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำงานวันสุดท้ายแล้ว   สมุทรปราการจะเป็นเวทีสุดท้ายที่ผมขึ้นเวทีในฐานะ สส. ครั้งหน้าจะมาในฐานะนายกรัฐมนตรี “

นายพิธา กล่าว ยุคสมัยกำลังจะเปลี่ยนไปเป็นของประชาชน  ขอปรบมือให้กับคนสมุทรปราการ  ย้ำว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มาปราศรัยในฐานะสส. ครั้งหน้าจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาประชาชน 
“ถึงเวลาคืนโอกาสให้กับประเทศไทย คืนความปกติให้กับการเมืองไทย ในขณะที่เราเฉลิมฉลองกันแบบนี้ ใช้เวลาร่วมกันในการปราศรัยครั้งสุดท้าย หลายท่านคงมีความกระวนกระวายใจไม่น้อย เพราะก่อนที่จะเป็นนายกฯ  เลือกมาตั้งสองเดือนแล้วยังมีปราการด่านต่า งๆ  แต่ปราการที่สมุทรปราการได้ทลายลงแล้ว ต่อไปมีแต่อนาคตเท่านั้น ขอให้ สส. ทั้ง 8 คน 8 เขต รวมถึงวุฒิสภาที่มาจากจังหวัดสมุทรปราการตรงอยู่ข้างอนาคตและปล่อยให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าเสียที”

เขา  กล่าวว่า  เมื่อวันนั้นมาถึง วันที่ได้กลับมาที่สมุทรปราการอีกครั้ง ในการขึ้นเวทีพบปะประชาชน ซึ่งอาจจะเป็น ครม. สัญจรที่สมุทรปราการก็เป็นไปได้   จะมาร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ให้มีไฟไหม้  ช่วยกันแก้ไขปัญหาสาธารณสุข ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการศึกษา 

หลังจบการปราศรัย นายพิธาได้เซลฟี่กับคนที่มาร่วมฟังปราศรัย ขณะที่แฟนคลับ เปิดไฟฉายแฟลชจากโทรศัพท์มือถือ เป็นทะเลดาว จากนั้นนายพิธาได้พูดคุยกับแฟนคลับ ซึ่งเป็นผู้พิการ 3 คนที่นั่งวีลแชร์มานั่งรอด้านหลังเวทีใกล้กับจุดจอดรถของนายพิธา ซึ่งนายพิธาได้รับขนม ถ่ายรูปกับแฟนคลับทั้ง 3 คน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ

อดีตเลขาฯ กสทช. ‘ฐากร ตัณฑสิทธิ์’ ขึ้น สส. บัญชีรายชื่อ แทน คุณหญิงสุดารัตน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553367

11 ก.ค. 2566

อดีตเลขาฯ กสทช. 'ฐากร ตัณฑสิทธิ์'  ขึ้น สส. บัญชีรายชื่อ แทน คุณหญิงสุดารัตน์

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ “ฐากร ตัณฑสิทธิ์” สส. บัญชีรายชื่อของพรรคไทยสร้างไทย ลำดับที่ 2 ขึ้นมาเป็นสส. แทนที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ที่ประสงค์ลาออกจากตำแหน่งสส. เพื่อไปทำงานการเมืองให้กับพรรค โดย สส.ล่าสุดของไทยสร้างไทย เคยผ่านบทบาทในฐานะเลขาธิการ กสทช.

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( สส. )แทนตำแหน่งที่ว่าง  ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566 ซึ่งได้ประกาศให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทยสร้างไทย ลำดับที่ 1  ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้น

บัดนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105(2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไป ในบัญชีรายชื่อของพรรคไทยสร้างไทย เลื่อนขึ้นมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน คือ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อของพรรคไทยสร้างไทย ลำดับที่ 2

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า   ขณะนี้ได้ลาออกจากการทำหน้าที่สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย  โดยบทบาทจากนี้ไป คือการเข้ามาทำงานเพื่อสร้างพรรคไทยสร้างไทยให้เป็นสถาบันการเมือง

เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา   คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ลงนามแต่งตั้ง นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ  พรรคไทยสร้างไทย โดยระบุถึง  นายฐากร ว่า   เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ด้านการสื่อสารและการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศไทย โดยจะเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างรากฐานที่มั่นคง

รวมทั้งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศให้ เป็นไปตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล ตามแนวทางของพรรคไทยสร้างไทย  ซึ่งมีเป้าหมาย ดูแลประชาชน ตั้งแต่เกิดจนแก่ การสร้างโอกาสให้กับคนทุกรุ่น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้มีส่วนร่วม จากแนวนโยบาย และมาตรการของพรรคไทยสร้างไทย ที่มุ่งส่งเสริมให้เกิดการค้าการลงทุน เกิดธุรกิจสตาร์ตอัพที่เป็นของประชาชนไทยในระดับชุมชน ภูมิภาค และประเทศชาติ สู่การพัฒนาต่อยอดไปในระดับโลก ให้สามารถแข่งขัน ในเวทีระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ นายฐากร ในวัย  63 ปี  ยังดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย

อนุทิน ซึ้งร่วมงาน ‘ประยุทธ์’ – รวมไทยสร้างชาติ สดุดี ได้ 36 สส.เพราะลุงตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553365

11 ก.ค. 2566

อนุทิน ซึ้งร่วมงาน 'ประยุทธ์' - รวมไทยสร้างชาติ สดุดี ได้ 36 สส.เพราะลุงตู่

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับไม่มีสัญญาณใด ๆ มาก่อน ที่เป็นการบ่งชี้ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จะวางมือทางการเมือง ประทับใจร่วมงานกันมาตลอด 4 ปี แสดงออกถึงการเป็นผู้นำที่ทุ่มเท เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ   ย้ำ 36 สส. ของพรรค เป็นหนี้บุญคุณ “ลุงตู่” ที่วางรากฐานไว้ให้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศวางมือทางการเมือง  ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยการลาออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติ  โดยระบุว่า  ในการพบกันที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้    ( อังคารที่  11 )  พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้มีท่าทีอะไรเลย ที่จะเป็นการบ่งบอกถึงการตัดสินใจดังกล่าว   และในการประชุมคณะรัฐมนตรีทุกอย่างก็ดูปกติ

“ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ ตามภารกิจทุกอย่างตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นมา ท่านให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งผมก็รู้สึกใจหาย ที่ท่านวางมือทางการเมือง เพราะเป็นคนรู้จักกัน  ยืนยันว่าการร่วมงานกันตลอด 4 ปี ท่านเป็นผู้นำที่ทุ่มเท  ทุ่มเททำงานอย่างหนัก คำนึงถึงประโยชน์ประเทศ บ้านเมือง และสถาบันหลักของชาติ รวมถึงให้เกียรติในการทำงานซึ่งกันและกัน”  นายอนุทิน  ระบุ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ  กล่าวว่า  พล.อ.ประยุทธ์  ต้องการวางมือทางการเมือง ในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ  ขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์  เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญ มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนภารกิจ การเมืองก่อนการเลือกตั้ง และได้ร่วมวางรากฐานที่มั่นคงให้กับพรรค ซึ่งจะเป็นต้นทุนสำคัญในการขับเคลื่อนงานการเมืองต่อไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสส. ทั้งหมด 36 ที่นั่ง หรือเสียงโหวตจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ   ล้วนเป็นต้นทุนที่  พล.อ. ประยุทธ์ ได้ให้ไว้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ 

” ผมอยากให้ท่านได้พัก เพราะในขณะที่เป็นนายกรัฐมนตรี  ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกำลัง จนถึงวินาทีสุดท้าย จนกว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้าปฏิญาณตน ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด จากนี้ไปหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะได้พักผ่อนบ้าง ” เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ  ระบุ

พิสูจน์ ‘นราพัฒน์’ ลงชิงหัวหน้า ปชป. ไม่หวังยึดอำนาจบารมี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553366

11 ก.ค. 2566

พิสูจน์ 'นราพัฒน์' ลงชิงหัวหน้า ปชป. ไม่หวังยึดอำนาจบารมี

‘นราพัฒน์’ เผยสาเหตุ หากเป็นหัวหน้าพรรค ‘ประชาธิปัตย์’ ขอเพียง 1-2 ปี พิสูจน์ไม่หวังยึดอำนาจบารมี ยืนยันเด็กทุกคน ทำงานเพื่อพรรคมา 20 ปี เชื่อไม่กระทบ 13 ก.ค. 25 สส. มีเอกสิทธิ์ในตัว

นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 1 ในแคนดิเดตชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ยอมรับ มีผู้ใหญ่หลายคนชักชวน แต่ขอสงวนชื่อไว้ ยืนยันไม่ใช่เด็กใคร เป็นเด็กของทุกคน เพราะอยู่กับประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2544 ทำงานให้พรรคมาตลอด 20 กว่าปีแล้ว และยึดพรรคเป็นหลักมากกว่าตัวบุคคล 


ส่วนเหตุผลหากได้เป็นหัวหน้าพรรค ทำไมถึงเข้ามาบริหารเพียง 1-2 ปี และให้ กรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้ง นายนราพัฒน์ ระบุว่า อยากแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ตนไม่ได้มาเพื่อที่จะมาแย่งชิงอำนาจหรือเป็นคนที่จะต้องมีบทบาทในพรรค แต่ตนเห็นปัญหา ยากหาทางออก ดังนั้นแสดงเจตนารมณ์อยู่ 1-2 ปี และให้ทุกคนพิจารณา จะได้ไม่มีการระแวงว่า จะเข้ามายึดอำนาจหรือบารมี ซึ่งหากทำได้ดี 2 ปี ไม่แน่ ตนก็อาจจะได้รับการสนับสนุนต่ออีกสมัยหนึ่งก็ได้ อยากให้ทุกคนสบายใจว่าตั้งใจจริงและจะเป็นกลาง เพื่อทำให้ทุกคนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและมาร่วมกันเขียนกฎกติการะเบียบที่ทุกฝ่ายยอมรับด้วย 

สำหรับเหตุผลลงชิงผู้นำทัพสีฟ้า เพราะต้องการสนับสนุนให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งมีผู้ใหญ่มาทาบทาม อยากจะให้มาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างและข้อบังคับ รวมถึงคนที่จะสามารถเชื่อมโยงพูดคุยกับคนในพรรคได้ ช่วยกันระดมความคิดจัดคนให้ทันสมัยสามารถที่จะลุกขึ้นมาเป็นทางเลือกให้พี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ ส่วนจะรีแบรนด์พรรคอย่างไรนั้น ต้องผ่านการเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคก่อน แต่หากตนได้เป็นหัวหน้าพรรคก็จะต้องตั้งคณะหลายฝ่าย ทั้งผู้อาวุโสปูชนียบุคคลของพรรค รวมทั้งคนในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ที่มีแนวความคิดใหม่ๆ

นายนราพัฒน์ กล่าวว่า ตนอยากให้เห็นว่า เป็นพรรคที่เปิดสำหรับคนที่ทุกรุ่นทุกวัย ประชาธิปัตย์มีจุดแข็งในเรื่องของประชาธิปไตยสูง เป็นสถาบันทางการเมือง เพียงแต่เราต้องสื่อสารชัดเจนว่า พรรคประชาธิปัตย์พัฒนาประเทศได้ และสามารถสร้างความก้าวหน้าทางการเมืองได้ ซึ่งการที่ยังไม่ได้ตัวหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ ไม่มีผลกระทบกับวันที่ 13 ก.ค. วันโหวตเลือกนายกฯ เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. 25 คนอยู่แล้ว เพียงแต่กฎเกณฑ์ของพรรคก็จะต้องมีการประชุมร่วมกันกับกรรมการบริหารพรรค เพื่อแสดงความคิดเห็นและกำหนดทิศทางไปตามมติ 


เมื่อถามถึงความมั่นใจจะได้รับการสนับสนุนโหวตเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายนราพัฒน์ กล่าวว่า อยู่ที่สมาชิก ตอบยาก ประชาธิปัตย์องค์ประชุมค่อนข้างหลากหลายก็เป็นสิทธิ์ ที่จะเลือกใคร และยังมีข้อกำหนดด้วยให้แสดงวิสัยทัศน์คนละไม่เกิน 7 นาที เชื่อว่าวันนั้นคงตัดสินใจกันอีกครั้ง  

‘ก้าวไกล’ ตามองดาว แต่ขาสั่น หวั่น ‘พิธา’ ไปไม่ถึงฝัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553362

11 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล' ตามองดาว แต่ขาสั่น หวั่น 'พิธา' ไปไม่ถึงฝัน

จับสังเกตุ ‘ก้าวไกล’ ลั่นวาจามั่นใจได้เสียง สว.ครบ โหวตชนะม้วนเดียวจบ แต่หลังม่านในพรรคร่วมไม่เคยพูดเรื่องจำนวนที่แท้ดีลจบจริงหรือแค่ปั่นราคา?

นับถอยหลังอีก 2 วันสู่วันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่าง ‘ก้าวไกล’ งัดทุกกลยุทธ์ไม่ว่าจะเป็น เดินสายปลุกความหวังมวลชนและการเปิดพื้นที่ให้ประชาชาร่วมติดตามมติการโหวตนายกฯที่บริเวณสภาฯ การเดินสายเจรจาหาแนวร่วมกับทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและกลุ่ม สว. กลยุทธ์เหล่านี้ล้วนนำไปสู่จุดหมายเดียวคือส่ง ‘พิธา’ ถึงเก้าอี้นายกฯ

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายได้นั่นคือเสียง สว.เพราะการโหวตนายกฯครั้งนี้ต้องอาศัยเสียงกึ่งหนึ่งของสองสภาฯรวมกันคือ 376 เสียง ซึ่งปัจจุบันหากนับ 8 พรรคแนวร่วมรัฐบาล คือ 312 เสียง ยังขาดอีก 64 เสียง จนเมื่อช่วงวัน ที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ว่าที่ขุนคลังก้าวไกลในฐานะรองหัวหน้าพรรคได้กล่าวยืนยันกับสื่อว่า ได้เสียง สว.ครบ 64 เสียงแล้วและเชื่อว่า ‘พิธา’ จะโหวตผ่านแบบม้วนเดียวจบ

รวมถึงล่าสุดวันนี้ทั้งนายพิธา และ ชัยธวัช ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามั่นใจว่าจะโหวตผ่านในครั้งเดียว แต่ไม่ขอพูดเรื่องจำนวนตัวเลข ขอให้รอดูวันที่ 13 ก.ค.นี้ โดยเฉพาะ ‘ชัยธวัช’ ที่ออกมาเปิดเผยว่า ตอนนี้ภายใน สว.มีการกดดันค่อนข้างมาก ทำให้หลายคนไม่สามารถแสดงจุดยืนได้ ซึ่งเจ้าตัวได้ยินกระแสว่ามีถึงขั้นแบล็กเมล์และเสนอผลประโยชน์เลยด้วยซ้ำ 

อย่างไรก็ตาม เรื่องจำนวน สว.ที่จะโหวตให้ ‘พิธา’ คงเป็นความลับสุดยอดแม้กระทั่งพรรคร่วมเองก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ เพราะในวันนี้ ‘ชลน่าน’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาเปิดเผยหลังประชุม 8 พรรคร่วม ระบุว่าในที่ประชุมมีการพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน แต่ ‘ชัยธวัช’ ไม่ได้แจ้งในที่ประชุมเป็นตัวเลข บอกแค่ว่าจะพยายาม ย่อมหมายความว่าลึกๆ แล้ว ‘ก้าวไกล’ เองก็ยังคงไม่มั่นใจว่าจะส่ง ‘พิธา’ ได้ถึงฝันไหม เพราะหากมั่นใจจริงๆ ที่ผ่านมา ‘ก้าวไกล’ คงไม่เดินเกมรุกปลุกมวลชนด้อมส้มเข้ากดดัน สว.ขนาดนี้ เพราะต้องยอมรับ สว.เองก็เป็นกลไกหนึ่งของกลุ่มขั้วอำนาจเดิมซึ่งกลุ่มขั้วอำนาจเดิมจะวางมือหรือไม่คงต้องติดตามต่อ 13 ก.ค.นี้

‘รวมไทยสร้างชาติ’ แจง ‘พล.อ.ประยุทธ์ ‘วางมือ ตัดจบรัฐบาลเสียงข้างน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553358

11 ก.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ' แจง  'พล.อ.ประยุทธ์ 'วางมือ   ตัดจบรัฐบาลเสียงข้างน้อย

หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกโรงขยายความชนวนที่ทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ตัดสินใจวางมือทางการเมือง นอกจากจะไม่ได้รับโอกาสให้สานงานต่อ ทั้งที่ทำมาตลอด 8 ปี คือการถูกเชื่อมโยงว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้ง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ดังนั้นจึงตัดสินใจขอจบเรื่อง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊ก  แสดงทัศนะ หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศวางมือทางการเมือง มีเนื้อหาระบุว่า  เงื่อนไขส่วนหนึ่งที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ หันหลังให้กับการเมือง คือไม่ต้องการถูกเชื่อมโยงกับประเด็น การจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย 

ข้อความที่หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติระบุถึง “พล.อ.ประยุทธ์ “

.

กราบเรียนเพื่อนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติและพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ

.

ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หารือกับผมเกี่ยวกับเส้นทางการเมืองของท่านว่า ท่านไม่มีความประสงค์จะแสวงหาอำนาจทางการเมืองเพื่อประโยชน์อะไรส่วนตัวเลย ท่านเพียงอยากขอโอกาสสานงานต่อในสิ่งที่ท่านมุ่งหวังตั้งใจ แต่เมื่อไม่มีโอกาสนั้นและตัวท่านเองเห็นว่าท่านถูกโยงเป็นประเด็นให้พรรคถูกวิพากษ์วิจารณ์

ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษของท่าน ที่เกรงใจคนอื่นอยู่เสมอ ท่านเกรงว่าจะทำให้พรรคมีปัญหา อีกทั้งมีการพยายามสร้างเรื่อง ว่าท่านพยายามจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยทำให้เสียภาพทั้งตัวท่านและพรรค

ดังนั้น เพื่อยุติปัญหาทั้งหมดท่านจึงเห็นว่าการวางมือทางการเมืองของท่านเป็นหนทางที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามท่านยังจะยืนเคียงข้างพวกเราและพรรคเราตลอดไป

เพื่อนสมาชิกพรรคและพี่น้องประชาชนที่รักทุกท่านครับ วันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติได้รับปลูกฝังบ่มเพาะจากการสนับสนุนของท่านทำให้เรามี ส.ส.เข้าไปทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินถึง 36 คน

ผมมั่นใจว่า พวกเราทั้ง 36 คน จะเป็นเมล็ดพันธุ์ของคนที่เข้ามาทำงานเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนและเราจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้รับการสนับสนุนให้มั่นคงและมีจำนวนมากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป ทุกอย่างเดินหน้าได้ด้วยกำลังใจและความเชื่อมั่นเสมอ 
ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ   เนื้อความระบุ

‘โหวตนายกฯ’ 13 ก.ค. ห่วง ‘สว.’ ขวาง ‘พิธา’ เข้าทำเนียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553355

11 ก.ค. 2566

'โหวตนายกฯ' 13 ก.ค. ห่วง 'สว.' ขวาง 'พิธา' เข้าทำเนียบ

คาดการได้ไม่ยาก หาก ‘พิธา’ แห้วจากการ’โหวตนายกฯ’ โดยกลุ่ม ‘สว.’ เชื่อว่าจะมีการชุมนุมในหัวเมืองที่มีมหาวิทยาลัย เพราะไม่พอใจจำนวนมาก

อานนท์ นำภา ทนายจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนฯมองว่าสถานการณ์การเมือง หลากหลายและคนมีช่องทางในการแสดงออกมากขึ้น สมัยก่อนถ้าเลือกตั้งเสร็จก็เสร็จเลย นักการเมืองจะไปทำอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้ประชาชน เฝ้าจับตามองโดยเฉพาะการโหวตนายกฯ ที่มีสว.เป็นตัวแปรในการเลือก พิธา

การชุมนุมโหวตนายกฯวันที่ 13 ก.ค.2566 ไม่คิดว่าจะมีอะไรรุนแรง คนอาจจะคิดว่าไปกดดันให้สว.เลือก พิธา  แต่เขาไปเพื่อสนับสนุน ส่งเสียงเชียร์มากกว่า ดูจากรูปแบบเป็นม็อบออร์แกนนิค ไม่มีการจัดตั้งเวทีอะไรใหญ่โต  และมีข้อดีอย่างหนึ่งคือ

รัฐเปลี่ยนจากเผด็จการมาเป็นประชาธิปไตย ท่าทีต่อผู้ชุมนุมก็เปลี่ยนไป มีการจัดเตรียมสถานที่ อำนวยความสะดวก ไม่ใช่เอาลวดหนามมาขวางยั่วยุ

แต่ถ้าผลการลงคะแนนโหวตนายกฯวันนั้น พิธาถูกสว.ขวางไม่ได้เป็นนายกฯนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ไม่ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงมาประเมิน แน่นอนว่าคนจะไม่พอใจ แต่ต้องมาดูว่าในแง่ปริมาณความไม่พอใจมันมากน้อยแค่ไหน

ดูจากผลการเลือกตั้งและการเดินสายขอบคุณ ประชาชนของพิธาและพรรคก้าวไกล ก็คาดการได้ว่า ถ้าไม่ได้ขึ้นมา คนจะโกรธแค้นขนาดไหน เดาว่าจังหวัดใหญ่ๆ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัย มีการชุมนุมแน่นอน เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น

ทนายอานนท์ บอกอีกว่า หากเป็นระบอบรัฐสภาปกติ  การรวมเสียงข้างมากได้เกินครึ่งของสภาขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องโหวตนายกฯ พิธาสามารถจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าได้แล้ว แต่ด้วยกติกาที่บิดเบี้ยว เอาสว.มาเกี่ยวกับเลือกนายกรัฐมนตรีทำให้มีปัญหา

กติกา คือเสียงข้างมาก มารยาทคือให้พรรคอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลก่อน  ยิ่งดูคะแนนเลือกตั้งกว่า 70 % เป็นฝ่ายประชาธิปไตย เมื่อระบบ ระบอบ มีปัญหา ประชาชนก็มีสิทธิ เสรีภาพที่จะออกไปส่งเสียง ได้รับการรับรองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ และถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 

ถ้าเป็นการชุมนุมที่สงบ เห็นต่างก็ออกมาแสดงความเห็นได้ แต่ต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดการปะทะกัน เพราะมือที่สามที่ต้องการอยู่ในอำนาจต่อ รออยู่

‘คุณหญิงสุดารัตน์’ ลาสส.บัญชีรายชื่อ – เดินงาน ‘ไทยสร้างไทย ‘ นอกสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553352

11 ก.ค. 2566

'คุณหญิงสุดารัตน์' ลาสส.บัญชีรายชื่อ  - เดินงาน 'ไทยสร้างไทย ' นอกสภา

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย “คุณหญิงสุดารัตน์” เข้ารายงานตัว เป็นสส. แบบบัญชีรายชื่อในช่วงสั้น ล่าสุดประกาศลาออกจากการเป็น สส. เพื่อมาทำงานการเมืองให้กับพรรคอย่างเต็มตัว ย้ำ 32 ปี บนเส้นทางการเมือง ถึงเวลาสร้างพรรค “ไทยสร้างไทย” ให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ไทยสร้างไทย ระบุข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า   ขณะนี้ได้ลาออกจากการทำหน้าที่สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย  โดยบทบาทจากนี้ไป คือการเข้ามาทำงานเพื่อสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมือง ภูมิใจที่มีสส. ได้รับเลือกรวม 6  ที่นั่ง  “ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า ดิฉันได้แจ้งลาออกจากการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคไทยสร้างไทยแล้ว ตามที่ได้ประกาศในวันที่เข้าสภาครั้งเเรก และจะเลื่อนลำดับผู้สมัครของพรรคท่านถัด ๆ ไป ขึ้นมาแทนตามลำดับ เพื่อให้มีโอกาสทำงาน แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน”

“การตัดสินใจในครั้งนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ที่ดิฉันที่ได้ประกาศไปตั้งแต่เมื่อก่อตั้งพรรคในวันแรกนั่นคือ ขอเป็น  “เสาเข็ม” ลงหลักปักฐานตั้งพรรคให้สำเร็จ และเป็น  “สะพาน” เชื่อมโยงคนทุกวัยเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ทำให้พรรค “ไทยสร้างไทย” เป็นสถาบันทางการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง “

” #พรรคไทยสร้างไทย ยังเป็นพรรคน้องใหม่ และเรามีเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะสร้างพรรคของประชาชน จึงมีงานอีกมากมาย ในการวางรากฐานพรรค ดิฉันจึงขออาสาไปทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชน อย่างเต็มที่ เต็มกำลังเช่นเดิม เพื่อสร้างพรรคไทยสร้างไทยให้เข้มแข็ง และเป็นเครื่องมือในการทำงานที่ดีที่สุดให้กับประชาชน”

ดิฉันเป็น ส.ส. สมัยแรกในปี 2535 จนถึงปัจจุบันรวม 6 สมัย ผ่านตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งในกระทรวงคมนาคม มหาดไทย สาธารณสุข และเกษตร จนถึงวันนี้ ทำงานการเมืองมามากกว่า 32 ปี เป็นมาแล้วหลายตำแหน่งสำคัญๆ  ความตั้งใจของดิฉันในวันนี้   คือการสร้างพรรคไทยสร้างไทยให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน ซึ่งก็ปรากฏว่าเราได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ส่ง ส.ส. ของเราเข้าสู่สภาฯ 6 คน เป็นความซาบซึ้งในพระคุณของพี่น้อง ที่เราจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ให้พี่น้องผิดหวัง

ขอยืนยันถึงจุดยืนของ #พรรคไทยสร้างไทย ที่จะโหวตให้พรรคที่มีเสียงเป็นอันดับหนึ่ง ตามครรลองประชาธิปไตย #พิธา แคนดิเดตจากพรรคก้าวไกลเป็น #นายกคนที่30 และจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้สำเร็จ  พร้อมกันนี้ ยังขอเรียกร้องไปยัง ส.ว. ทั้ง 250 ท่าน ให้ยึดหลักการประชาธิปไตย ไม่ฝืนเจตจำนงของประชาชน ซึ่งมีแต่จะนำพาประเทศไปสู่หล่มความขัดแย้งครั้งใหม