‘พิธา’ หารือ ‘GISTDA’ คุยแผนใช้ ดาวเทียมแก้ปัญหา ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553323

11 ก.ค. 2566

'พิธา' หารือ 'GISTDA' คุยแผนใช้ ดาวเทียมแก้ปัญหา ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้ประชาชน

‘พิธา’ หารือ GISTDA ถกแผน 3 ระยะ ใช้ข้อมูลดาวเทียวแก้ปัญหา ดิน น้ำ ลม ไฟ แก้ปัญหาภัยแล้ง ภัยพิบัติ เยียวยาเกษตรกร หากตั้งรัฐบาลสำเร็จ เร่งกำจัดอุปสรรคด้านงบประมาณ-ข้อกฎหมาย

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชวน ภายหลังการเข้าพบผู้บริหารสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) โดยเปิดเผยว่า สาระสำคัญที่ได้หารือกัน คือ หากสามารถตั้งรัฐบาลสำเร็จ ต้องการการส่งเสริม สนับสนุน และใช้ประโยชน์ข้อมูลจาก GISTDA ให้มากขึ้น หลังจากที่เป็นสส.มา4 ปี ได้เห็นงบประมาณของ GISTDA ที่ลดลงเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันกลับได้เห็นประโยชน์ของข้อมูลของ GISTDA หลายครั้ง เช่นตอนน้ำท่วมโคราช น้ำท่วมนครศรีธรรมราช เรื่องภัยพิบัติ ภัยแล้ง และการเยียวเกษตรกรให้ดีขึ้นโดยการใช้ดาวเทียม ซึ่งทำให้เห็นถึงศักยภาพของ GISTDA มาก่อน จึงตั้งใจที่จะใช้ข้อมูล และความรู้ความสามารถของข้าราชการ GISTDA ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาประชาชน โดยวางกรอบในการทำงานเป็น 3 ระยะ คือระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล

ในระยะใกล้ คือ การใข้ข้อมูลมาช่วยในการแก้ปัญหา ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้กับประชาชน เช่น การวัดดัชนี ดิน คุณภาพของดิน การวิเคราะห์ความเสี่ยงภัยแล้ง เรื่องฝุ่น PM ที่สามารถนำข้อมูล GISTDA มาหาค่าที่แม่นยำได้ การทำนายว่า PM2.5 จะมาเมื่อไหร่ ซึ่งดาวเทียมสามารถทำได้ รวมถึงการติดตามเรื่องไฟป่า ซึ่งปัจจุบันมีแอพลิเคชั่น ที่เกี่ยวกับไฟป่า ชื่อ “Bern check” เพื่อเช็กและตรวจสอบการบริหารไฟป่า

พิธา หารือ GISTDA แก้ปัญหาให้ประชาชนพิธา หารือ GISTDA แก้ปัญหาให้ประชาชน

ส่วนระยะกลางมีด้วยกัน 2 เรื่อง คือการทำเรื่องคาร์บอนเครดิต ให้สามารถวัดมูลค่าได้อย่างแม่นยำ โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม

หารือใช้ดาวเทียมแก้ปัญหาให้ประชาชนหารือใช้ดาวเทียมแก้ปัญหาให้ประชาชน

และสุดท้ายเรื่องระยะไกล คือ Space Economy หรือเศรษฐกิจที่จะได้มาจากการกำกับกิจการทางอวกาศ ที่ปัจจุบัยมีมูลค่าทั่วโลกถึง 7.7 ล้านบาท ซึ่งตนได้เห็นศักยภาพของโอกาสในการประกอบดาวเทียมด้วยคนไทยเอง เห็นถึงวิศวกรรมที่เกี่ยวของกับอวกาศในเมืองไทย ที่อาจจะมีการปล่อยดาวเทียมอีก 2 ดวงที่มาจากฝีมือวิศวกรไทย 22 คน ซึ่งเป็นวาระที่หากจัดตั้งรัฐบาล หรือปัญหาของประชาชนที่กำลังใกล้เข้ามา รวมถึง การหาโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ และยังมีเรื่องความมั่นคงของประเทศ การท่องเที่ยว ซึ่งจะพยายามทำให้เป็นจริงได้มนอนาคต ระยะ 4 ปี หรือ 8 ปี ซึ่งยอมรับว่าขณะนี้ ยังมีข้อจำกัดด้ายงบประมาณ และข้อกฎหมายต่างๆ ซึ่งต้องจำกัดอุปสรรคเหล่านี้เพื่อให้ GISTDA สามารถทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

‘ทักษิณ’ กลับบ้านได้แต่ไม่เข้าข่าย ‘House Arrest’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553327

11 ก.ค. 2566

'ทักษิณ' กลับบ้านได้แต่ไม่เข้าข่าย 'House Arrest'

รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ยืนยัน ‘House Arrest’ ต้องรับโทษก่อนตามเงื่อนไข ‘ทักษิณ’ กลับบ้านได้ แต่ไม่เข้าข่ายพักโทษ

นาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ากรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หากจะเดินทางกลับประเทศไทยไม่อยู่ในข่าย House Arrest  เพราะยังไม่ได้รับโทษ ตามเงื่อนไข สำหรับผู้ต้องโทษจำคุก อายุเกินกำหนด 

House Arrest ไม่ต้องจำคุกในเรือนจำ ใช้ได้กับความผิดบางประเภทเท่านั้นคือ

1.ผู้ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน หรืออยู่ระหว่างการเป็นผู้ต้องหา ซึ่งต้องไม่ใช่ศาลตัดสินแล้ว หรือเป็นนักโทษ

2.คนที่ได้รับโทษจำคุกแล้ว และยังเหลือระยะเวลาอีกไม่มาก

3.คนที่ถูกศาลสั่งประหารชีวิต แต่อยู่ระหว่างการเจ็บป่วย ตั้งครรภ์ กลุ่มเหล่านี้สามารถเข้า House Arrest ได้ โดยมีคณะกรรมการของกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้พิจารณา

จากการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรียุติธรรมอาเซียน ร่วมกับรัฐมนตรียุติธรรม G7 ต่างชาติยังแสดงความกังวลในเรื่องของนักโทษล้นคุกในประเทศไทยที่มีจำนวนมาก และกังวลว่าหากโควิด-19 กลับมาระบาดจะเกิดปัญหา อยากให้รัฐบาลไทยช่วยดูแลเรื่องนี้ให้ดี

นอกจาก House Arrest  แล้วรองนายกฯ วิษณุ บอกว่าการแก้ปัญหานักโทษล้นคุก  มีการอภัยโทษบ้าง ปล่อยนักโทษบ้าง ส่วนการกักขังแทนจ่ายค่าปรับนั้น ครม. ให้กฤษฎีกาไปพิจารณาใหม่ โดยใช้วิธีลงโทษอื่นที่ไม่ใช่การกักขัง

ซึ่งอาจจะเป็นการทำงานสาธารณะ เป็นจราจร หรือสอนหนังสือแทนก็ได้ เพราะถ้ากักขังก็จะทำให้เกิดการล้นคุก

‘พิธา’ โพสต์โซเชียล ขอสส. – สว. โหวตรัฐบาลเสียงข้างมาก พาประเทศไทยเดินหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553328

11 ก.ค. 2566

'พิธา'  โพสต์โซเชียล   ขอสส. - สว.  โหวตรัฐบาลเสียงข้างมาก พาประเทศไทยเดินหน้า

นับถอยหลัง “โหวตนายกรัฐมนตรี” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ใช้พื้นที่บนสื่อสังคมออนไลน์ ซัดประเทศไทยอยู่ในการเมืองที่ไม่ปกติ อำนาจที่เป็นตัวแทนของประชาชนถูกล้มล้าง ,ความไม่ปกติอันมีที่มาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ขอสส.-สว. โหวตรัฐบาลเสียงข้างมาก นำประเทศไทยก้าวข้าม .

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 4.33 นาที ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

.

โดยระบุข้อความว่า  “จากพิธาถึงทุกคน ก่อนวันโหวตนายกรัฐมนตรี 13 กรกฎาคมนี้ ให้โอกาสประเทศไทยได้มีรัฐบาลเสียงข้างมากตามเจตจำนงของประชาชน เดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตย คืนความปกติสู่การเมือง”

.

โดยในคลิปนายพิธากล่าวว่า   “สวัสดีประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศทุกท่าน 14 พฤษภาคม 2566 เป็นวันที่เจตจำนงของประชาชนคนไทยแสดงออกอย่างชัดเจน ผ่านบัตรเลือกตั้งเลือกพรรคก้าวไกลมากถึง 14,438,851 เสียง ส่งให้เรากลายเป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎรและมีผู้แทนราษฎร 152 คนนี่คือเสียงที่ดังพร้อมกันทั้งประเทศว่าทุกท่านต้องการประเทศไทยที่ไม่เหมือนเดิม”

.

“ผมและพรรคก้าวไกลได้น้อมรับมติจากประชาชนเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เราได้รวบรวมพรรคการเมือง 8 พรรค หรือ 72% ของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในการเมือง ปกติพวกเรารัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคก้าวไกล คงได้เข้าไปบริหารประเทศแก้ไขปัญหาของประชาชนได้แล้ว แต่จนถึงวันนี้เกือบ 2 เดือน หลังการเลือกตั้ง การโหวตนายกรัฐมนตรีเพิ่งจะมาถึง และเรายังต้องรอการตัดสินใจของ สว. ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนหรือไม่ “

.

“วันนี้ชัดเจนว่าประเทศไทยอยู่ในการเมืองที่ไม่ปกติ อำนาจที่เป็นตัวแทนของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ถูกล้มล้างครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยการรัฐประหาร นิติสงคราม และการยุบพรรค ความไม่ปกตินี้เกิดจากรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งในวันนี้ยังคงอยู่กับเราอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ แต่นี่คือโอกาสของประเทศไทยที่พวกเราจะคืนความปกติกลับสู่การเมืองไทยอีกครั้ง “

.

.

“ให้โอกาสประเทศไทยได้กลับมามีรัฐบาลที่ชอบธรรม เดินหน้าซ่อมแซมแก้ไขประเทศไทยตามที่ประชาชนคาดหวัง ให้โอกาสประเทศไทยกลับสู่ครรลองของการเมืองรัฐสภา ที่ประชาชนเชื่อมั่นและฝากความหวังไว้ได้ ให้โอกาสประเทศไทยได้เดินหน้าไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ค่าแรงที่เป็นธรรม สวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างก้าวหน้าและเป็นธรรม มีนวัตกรรมของตัวเองลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่เห็นคนเท่ากัน โดยมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่กดปราบลิดรอนสิทธิประชาชน   “

.


” การโหวตนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ไม่ใช่การเลือกพิธา ไม่ใช่การเลือกพรรคก้าวไกล แต่คือการเลือกเพื่อยืนยันว่าประเทศไทยต้องเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตยแบบปกติ เช่นเดียวกับประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก คือการเลือกเพื่อยืนยันว่าแม้เราจะยังอยู่กับรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการเมืองที่ไม่ปกติ แต่สมาชิกรัฐสภาทุกคนสามารถร่วมกันใช้เสียงของตัวเอง สานต่อเจตนารมณ์ที่ประชาชนแสดงออกผ่านการเลือกตั้งให้ลุล่วง จัดตั้งรัฐบาลที่เป็นตัวแทนเสียงข้างมากให้สำเร็จ ภารกิจนี้คือภารกิจร่วมกันของเราทุกคน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาผู้ถืออำนาจแทนประชาชนคนไทยทั้งประเทศ “

.

“โอกาสนี้ผมขอสื่อสารไปถึง สส.และ สว. ทุกท่านท่านอาจไม่ชอบแนวทางการเมืองของพวกเราในระบบการเมืองปกติ แต่พวกท่านตรวจสอบผมได้ โจมตีผมได้ โหวตผมออกจากตำแหน่งก็ยังทำได้ แต่การโหวตให้รัฐบาลเสียงข้างมาก คือการให้โอกาสประเทศไทยเดินหน้าในแบบที่ควรจะเป็น “

.

โอกาสนี้ผมขอสื่อสารไปถึงประชาชน เราผ่านวันเลือกตั้งมาแล้ว แต่ภารกิจยังไม่สำเร็จ การเปลี่ยนแปลงประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีรัฐบาลเสียงข้างมากที่จะนำพาประเทศไปสู่ข้างหน้า 

.

“ผมพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน ไม่ว่าท่านจะเลือกพรรคไหน มีความเห็นทางการเมืองอย่างไร มีความปรารถนาถึงสังคมแบบไหน ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่บริหารประเทศ ที่โอบรับความฝันอันหลากหลายของทุกคนได้ หากนี่คือสิ่งที่ท่านอยากเห็น ให้โอกาสประเทศไทยได้เดินไปข้างหน้า โดยการบริหารของรัฐบาลพรรคร่วม 8 พรรค ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ “
.

ขอขอบคุณภาพประกอบจากพรรคก้าวไกล

หัวหน้า’พรรคไทยภักดี’ชนะคดีช่อ ‘พรรณิการ์ วาณิช’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553309

11 ก.ค. 2566

หัวหน้า'พรรคไทยภักดี'ชนะคดีช่อ 'พรรณิการ์ วาณิช'

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้า’พรรคไทยภักดี’ ชนะคดี ‘พรรณิการ์ วาณิช’ ฟ้องหมิ่นประมาท โครงการเมย์เดย์ เมย์เดย์ เรียกค่าเสียหาย 1ล้านบาท

ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หมายเลขดำที่  อ.1853/2563 กรณี พรรณิการ์ วาณิช  แกนนำคณะก้าว ฟ้อง นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ข้อหาหมิ่นประมาท กล่าวหาอมเงินบริจาคโครงการเมย์เดย์ เมย์เดย์ ช่วยเหลือนักร้องช่วงโควิด

โพสต์ของ นพ. วรงค์ มีเนื้อหาว่า #ผมชนะอีกแล้ว
ศาลอุทธรณ์พิพากษา คดีเมย์เดย์เมย์เดย์ ที่พวกยกเลิกม.112(ช่อพรรณิการ์)ฟ้องและเรียกค่าเสียหาย 1ล้านบาท ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้อง เพราะถือว่าผมวิจารณ์ด้วยความสุจริตและเป็นธรรม

ที่สำคัญรายชื่อผู้รับเงิน ที่ต้องการให้เขาแสดง 15รายชื่อ มี11รายชื่อที่ไม่มีในทะเบียนราษฎร์ แต่เขาอ้างว่ารายชื่อการโอนเป็นภาษางกฤษ ทำให้สะกดไม่ตรงกันมีข้อเท็จจริง ที่เราทราบ
ในระหว่างการสืบพยานคือ เขาไม่ได้จ่ายเงินตามที่ประกาศว่า ใครมาก่อนได้ก่อน

นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดีนพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี

คดีนี้ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ฟ้องนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

กรณีที่ นพ.วรงค์เปิดโปงข้อมูลว่าคณะก้าวหน้ามีการอมเงินบริจาคโครงการเมย์เดย์ เมย์เดย์ที่จัดระดมทุนช่วยเหลือนักดนตรีช่วงโควิด-19

เล็ง ‘เปิดพื้นที่ชุมนุม’ รอบรัฐสภารองรับ 13 ก.ค. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553273

10 ก.ค. 2566

เล็ง ‘เปิดพื้นที่ชุมนุม’ รอบรัฐสภารองรับ 13 ก.ค. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

เล็ง ‘เปิดพื้นที่ชุมนุม’ สาธารณะตามระบอบประชาธิปไตยเพิ่มแถวรัฐสภา ในวันที่ 13 ก.ค. 2566 รับมวลชนรอลุ้นโหวตนายกรัฐมนตรี

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการเลือกนายกรัฐมนตรี  ที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 ก.ค. 2566 ว่า ได้มีการประสานความร่วมมือกับทางตำรวจนครบาล โดยอาจประกาศ “พื้นที่ชุมนุม” บริเวณแถวรัฐสภา ซึ่งมีพื้นที่ของกรุงเทพมหานครอยู่ เป็นศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 4-5 ไร่ เพื่อให้เป็นพื้นที่ชุมนุมสาธารณะ 

สำหรับผู้ไปให้กำลังใจหรือผู้ที่จะชุมนุม ให้เป็นจุดแก้มลิงไว้รองรับประชาชนทุกฝ่าย ซึ่งจะทำให้การจัดการบริหารพื้นที่ได้ดีขึ้น และเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย คาดว่าจะสามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 500 – 600 คน อย่างไรก็ตาม จะมีการดูรายละเอียดอีกครั้งก่อนจะมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ 

นอกจากนี้ วันที่ 14 ก.ค. 2566 จะมีการเปิดงาน BMA Expo 2023 ในเวลา 13.00 น. ซึ่งเราจัดอย่างประหยัด ระหว่างวันที่ 14-16 ก.ค. 2566 ธีมงานคือสร้างความหวังให้คนกรุงเทพฯ เชื่อว่าอนาคตกรุงเทพฯจะดีขึ้น โดยจะเล่าเรื่องเทคโนโลยี ตลอดจนแผนต่าง ๆ ใน 9 ด้าน 9 ดี ณ อาคารพิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ (โรงงานผลิตยาสูบ 5) สวนเบญจกิติ หากมีเวลาอยากชวนให้ไปเยี่ยมชมกัน

กกต.เผยที่ประชุมยังไม่มีมติชงศาลรัฐธรรมนูญฟัน ‘พิธา’ ปมถือหุ้นสื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553266

10 ก.ค. 2566

กกต.เผยที่ประชุมยังไม่มีมติชงศาลรัฐธรรมนูญฟัน 'พิธา' ปมถือหุ้นสื่อ

ประธาน กกต.เผย ที่ประชุมยังไม่มีมติชงศาลรัฐธรรมนูญฟัน’พิธา’ ปมหุ้นสื่อ เป็นเพียงการติดตามความคืบหน้า จับตาการประชุมนัดถัดไป

วันที่ 10 ก.ค. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการ​การเลือกตั้ง​ (กกต.)​ กล่าวว่า ว่าที่ประชุมกกต.ยังไม่มีการลงมติกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เป็นเพียงการติดตามความคืบหน้าของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ได้รายงานให้ที่ประชุม กกต.รับทราบ เท่านั้น

ทั้งนี้ มีรายงานว่าที่ประชุม กกต.เริ่มประชุมในเวลา 13.00 น. และเลิกประชุมเวลา 16.00 น. และ จะนัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 11 ก.ค.66 เวลา 10.00 น.  และวันที่ 13 ก.ค.66 เวลา  09.00 น.ต่อไป

‘พิธา’ ขอความเป็นธรรม ชี้แจง กกต. ปมหุ้นสื่อITV ก่อนยื่นศาล รธน. วินิจฉัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553263

10 ก.ค. 2566

'พิธา' ขอความเป็นธรรม ชี้แจง กกต. ปมหุ้นสื่อITV ก่อนยื่นศาล รธน. วินิจฉัย

‘พิธา’ ยังไม่ได้หนังสือจาก กกต. เรียกชี้แจงปมหุ้นสื่อITV ชี้ทุกอย่างเป็นไปตามระบบ ยืนยันภารกิจลงพื้นที่ถี่ ไม่ใช่ปลุกระดมมวลชน แต่แสดงให้เห็น พร้อมเป็นนายกฯของทุกคน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการถือหุ้นสื่อ ITV ว่า ไม่มีความกังวลใจ เพราะเอกสารที่ได้ยื่นไปมีระบบ ระเบียบ ตามขั้นตอนอยู่แล้ว จึงขอความเป็นธรรมจาก กกต. ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีโอกาสได้ชี้แจงและยังไม่ได้หนังสือจาก กกต. 

ส่วนการจับผิดมูลค่านาฬิกาที่แจ้งกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อาจมีมูลค่าราคาต่ำกว่าราคาจริง นายพิธา กล่าวว่า ได้ชี้แจงไปที่ ป.ป.ช แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในปี 62 หรือตอนออกจากสมาชิกปี 66 และตอนเข้ารับตำแหน่งอีกรอบก็ต้องยื่นอีกรอบหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างมีที่มาที่ไป 

เมื่อถามถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 ก.ค. นี้ นายพิธา ระบุ ยังคงมีแนวโน้มที่ดีอยู่และยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องตั้งสมมติฐานอะไร ตนเองจะทำให้เต็มที่กับเวลาที่เหลืออยู่จนถึงวันนั้น หวังว่าจะได้มีโอกาสที่จะได้คืนความปกติให้กับการเมืองตามรัฐบาลเสียงข้างมากที่ผลเลือกตั้งออกมาแล้ว 

ส่วนการลงพื้นที่ถี่ในช่วงนี้ ยืนยันเป็นการเดินสายพบประชาชนไม่ใช่การปลุกระดม แต่เป็นการขอบคุณประชาชนแต่ละพื้นที่ ที่ให้ความไว้วางใจพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 25 ล้านเสียง เพื่อให้ประชาชนได้อุ่นใจว่าตัวเองพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกตนเองก็ตาม

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

‘ทนายอั๋น’ ยื่นสอบ สว.เร่งรัด กกต.ส่งศาลฟัน ‘พิธา’ ปมหุ้นสื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553258

10 ก.ค. 2566

‘ทนายอั๋น’ ยื่นสอบ สว.เร่งรัด กกต.ส่งศาลฟัน ‘พิธา’ ปมหุ้นสื่อ

‘ทนายอั๋น’ ยื่นสอบพฤติกรรม สว. ชี้ กกต.อาจทำผิดกฎหมายหากชงศาลวินิจฉัยปมถือหุ้นสื่อ ลั่นหากเป็นทนาย ‘พิธา’ พร้อมชนทุกคน

วันที่ 10 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของวุฒิสภา กรณีเร่งรัดให้ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ปมถือหุ้นไอทีวี 

โดย ทนายอั๋นกล่าวว่า ขณะนี้ กกต.มีเพียงข้อเท็จจริงจากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายเสรีสุวรรณภานนท์ และนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นคนที่อยู่ตรงข้ามกับนายพิธาทั้งสิ้น เหตุใดกกต.จึงยังกล้าประชุม และส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ ทั้งที่ข้อมูลมีความผิดเพี้ยน เรื่องนี้พี่น้องประชาชนติดตามอยู่ทั่วประเทศ แต่ กกต.ทำผิดขั้นตอน สุ่มเสี่ยงที่จะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  ถ้าตนเองเป็นทนายความของนายพิธา จะจัดการเรียงตัวพร้อมจะชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็น กกต. หรือ ส.ว. ตนเองเป็นตัวแทนของคนที่รักความถูกต้อง และอยากทำให้บ้านเมืองเป็นไปตามครรลองได้ตามอิสระ ตนเองจะสู้ยิบตา หาก กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตนเองก็จะติดตามเพื่อให้ตรวจสอบเรื่องที่ ส.ว. โดดมาเล่นประเด็นนี้ พร้อมฝากถึงนายเสรีออกมาให้สัมภาษณ์เก่งมาก แต่เมื่อท้าให้มาดีเบต นำข้อเท็จจริงมาชี้แจงกลับไม่กล้าทำ 

 ทนายอั๋นกล่าวต่อว่า ความจริงไม่รู้ว่า กกต. จะส่งหรือไม่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะอยู่ในขั้นตอนการประชุมกันอยู่  แต่อย่างไรก็ไม่มีสิทธิจะประชุม เพราะมันไม่มีกฎหมาย ไม่มีระเบียบ ไม่มีอำนาจใด ๆ เปรียบเหมือนละครน้ำเน่าหลังสองทุ่ม  เมื่อครั้งก่อนผมมาขอเข้าพบประธาน กกต. แต่กลับไม่ให้เข้าพบ แต่ให้ ส.ว. เข้าพบ โดยไม่ต้องมีการนัดหมาย ท่านประธาน กกต. อย่านึกว่าตยเองเป็นเทวดา ท่านก็เป็นเพียงแค่ข้าราชการรับใช้ประชาชน

“ผมได้รับข่าววงในมาว่าตอนนี้เสียงของ ส.ว. เพียงพอต่อการโหวตนายพิธา เป็นนายกฯ แล้ว จึงทำให้ กกต.ต้องใช้กลไกศาลรัฐธรรมนูญจัดการ ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าใครโง่กว่ากัน รู้แค่ว่า กกต. โง่กว่า ส.ว.” ทนายอั๋นกล่าว

‘รวมไทยสร้างชาติ’ ตอบชัด ไม่ส่งแคนดิเดตลงชิง ‘โหวตนายกรัฐมนตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553254

10 ก.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ' ตอบชัด ไม่ส่งแคนดิเดตลงชิง 'โหวตนายกรัฐมนตรี'

หัวหน้าพรรค “รวมไทยสร้างชาติ” ตัดจบ จุดยืนพรรค ไมส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนนตรีลงชิง “โหวตนายกรัฐมนตรี” ตระหนักดีถึงการเป็นพรรคเสียงข้างน้อย ส่วนแนวทางการโหวต ประกาศชัด ไม่เอาฝ่ายแก้ไขมาตรา 112 แบ่งแยกการปกครอง ล้มล้างสถาบันครอบครัว ระบบการศึกษา

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)  ใช้พื้นที่ในสื่อสังคมออนไลน์  ชี้แจงถึงการประชุม สส.ของพรรค ในวันพรุ่งนี้   ( อังคารที่ 11 )  โดยได้แจ้งเลขาธิการพรรคให้เสนอที่ประชุมพรรคให้พิจารณามีมติต่อการ “โหวตนายกรัฐมนตรี ”  1) ไม่เสนอแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้งสองคน เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อบ้านเมือง  2 ) ไม่โหวตให้แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ที่มีนโยบายหรือแนวทางการทำงานที่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 การแบ่งแยกการปกครอง การล้มล้างสถาบันครอบครัว ระบบการศึกษา วัฒนธรรมประเพณีที่ดี และสถาบันหลักทั้งสามของชาติ อันมีผลกระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมือง 

ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์​  สาลีรัฐวิภาค​ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ​  ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลสุขุมวิทจากอาการเอ็นหัวไหล่ขาด  ทำให้ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้  ( อังคารที่ 11 )   อนึ่ง สส.รวมไทยสร้างชาติ แบบแบ่งเขต  มี สส. รวม  23  คน  ,  สส.แบบบัญชีรายชื่อ 13  คน  รวมทั้งสิ้น 36  คน  ส่วน แคนดิเคตนายกรัฐมนตรี  พรรครวมไทยสร้างชาติ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค

‘ถ่ายทอดสด’ ลุ้น’โหวตนายก’ฯ 13 ก.ค.นี้ ใช่พิธาหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/553253

10 ก.ค. 2566

'ถ่ายทอดสด' ลุ้น'โหวตนายก'ฯ 13 ก.ค.นี้ ใช่พิธาหรือไม่

เกาะติด’ถ่ายทอดสด’ ลุ้น’โหวตนายก’ฯคนที่ 30 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้นำเสียงข้างมาก จะสมหวังหรือไม่ เกมพลิกอาจต้องไปเป็นฝ่ายค้าน

ประธานรัฐสภา วันมูหะหมัดนอร์ มะทา สั่งบรรจุวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมัยสามัญประจำปี วันพฤหัสบดีที่ 13 ก.ค. 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุ้มชั้น 2 สภาผู้แทนราษฎร  เพื่อโหวตนายกฯ หรือการพิจารณาให้ความเห็นชอบผุ้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 272 

ลิ้งค์ถ่ายทอดสด  โหวตนายกฯ

ถ่ายทอดสดโหวตนายกฯ

ช่องทางรับชม ถ่ายทอดสด ลิงค์ชมสด โหวตนายก

โทรทัศน์รัฐสภา ช่อง10

วิทยุรัฐสภา FM 87.5 MHz พร้อมกัน 14 เครือข่ายทุกภูมิภาค และ AM 1071 KHz

เว็บไซต์ tpchannel.org

Facebook  สถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา