‘อนุชา บูรพชัยศรี’ ขยับขึ้น สส.’รวมไทยสร้างชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552526

01 ก.ค. 2566

'อนุชา บูรพชัยศรี' ขยับขึ้น สส.'รวมไทยสร้างชาติ'

พรรค’รวมไทยสร้างชาติ’ ได้ ‘อนุชา บูรพชัยศรี’ เป็น สส.แทน พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่สละตำแหน่ง แต่ยังทำหน้าที่หัวหน้าพรรค

อนุชา บูรพชัยศรี ขยับเป็นสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ แทน พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคที่ขอสละตำแหน่ง และจะทำงานในตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเพียงหน้าที่เดียว จนกว่าจะพ้นตำแหน่ง

ทวิตเตอร์ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ @akanat_promphan สส.บัญชีรายและชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ทวิตข้อความ  ระบุ ถึงการสละตำแหน่ง สส.ของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า

นายพีระพันธุ์ เป็นคนรอบคอบ ตัดสินใจดีแล้วที่จะช่วยงานนายกฯ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนสส.ที่จะขยับขึ้นมา คือ นายอนุชา  บูรพชัยศรี

พรรครวมไทยสร้างชาติ เพิ่งแต่งตั้งโฆษกพรรคคนใหม่และ รองโฆษกพรรคอีก 3 คน ประกอบด้วย นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เป็นโฆษกพรรค ส่วนทีมรองโฆษกพรรคเป็นอดีตผู้สมัครส.ส.ของพรรค ประกอบด้วย

นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี หรือ เนเน่ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ หรือ ลอรี่ และ 3.นายชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา มีทีมที่ปรึกษา 3 คนประกอบด้วย นาย เอกณัฏ นาย ธนกร และนายศรัณย์วุฒิ

‘พิธา’ รอคำตอบ ‘เพื่อไทย’ เชื่อ 2 ก.ค. ได้ข้อยุติ ‘ประธานสภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552525

01 ก.ค. 2566

'พิธา' รอคำตอบ 'เพื่อไทย' เชื่อ 2 ก.ค. ได้ข้อยุติ 'ประธานสภาฯ'

‘พิธา’ รอคำตอบ ‘เพื่อไทย’ ตัดสินใจ ‘ประธานสภาฯ’ เชื่อ 2 ก.ค. ได้ข้อยุติ ไม่ลากเกม แม้อีกฝ่ายเรียกประชุมบริหารพรรคอีกวัน ยอมรับต้องใช้ สติ-สมาธิ เพื่อผลตามคาดหวัง

ความคืบหน้า “ประธานสภาฯ” ที่ยังไม่ได้ข้อยุติว่าเป็นของ พรรคก้าวไกล หรือ พรรคเพื่อไทย

ล่าสุดนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกลยังยืนยันในหลักการ จุดนี้พรรคได้เสนอแคนดิเดตประธานสภาฯ ไปแล้ว เชื่อวันที่ 2 ก.ค. จะได้ข้อยุติที่ดี

ขณะนี้รอความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยตัดสินใจอย่างเป็นทางการ และยังคงเชื่อใจพรรคเพื่อไทยแม้จะมีการประชุม กรรมการบริหารและ สส. ในวันที่ 3 ก.ค. มองว่าไม่ได้เป็นการลากเกม

นายพิธาย้ำอีกครั้ง รอคำตอบจากพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการ แม้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสข่าวมากมาย อ้างอิง “แหล่งข่าว” อาจทำให้ประชาชนสับสนได้ 

ส่วนการโหวตเลือกประธานสภาฯ ที่มีการลงคะแนนลับจะเกิดความพลิกผันทางการเมืองหรือไม่ นายพิธา มองว่า ยังไม่ถึงวันโหวต รอให้ถึงวันนั้นก่อนน่าจะได้เห็นภาพ เชื่อความเป็นเอกภาพของ 8 พรรคร่วมยังมีอยู่ จะต้องมีการคุยกันภายในพรรคและระหว่างพรรคที่อาจจะต้องใช้เวลา แต่ไม่ได้มองไปถึงผลการโหวตว่า อาจไม่ใช่บุคคลที่มีการตกลงกัน ตอนนี้พยายามใช้สมาธิ ใช้เวลา ให้ผลเป็นอย่างที่คาดหวังไว้

กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศลดบทบาททางการเมือง นายพิธาไม่ขอแสดงความเห็น เนื่องจากยังไม่เห็นในรายละเอียดข่าว แต่หยิบยกว่า พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลมีคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล จะมีแผนเรื่องกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้จะมาพูดคุยกับผู้ประกอบการ หลังตัวเลขการท่องเที่ยวหายไป 40

ลุ้นเลือก’ประธานสภา’ นัดเปิด’ประชุมสภา’ 4 ก.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552511

01 ก.ค. 2566

ลุ้นเลือก'ประธานสภา' นัดเปิด'ประชุมสภา' 4 ก.ค.นี้

เพื่อไทย ก้าวไกล ยังตกลงกันไม่ได้เรื่อง’ประธานสภา’ สุดท้ายอาจต้องโหวตในที่’ประชุมสภา’ 4 ก.ค.นี้ ด้วยการลงคะแนนลับ

นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทย มีประธานสภาผู้แทนราษฎรมา 26 คนแล้ว  ล่าสุด คือ นาย ชวน หลีกภัย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งมา สองครั้ง ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2529  ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2529  ถึงวันที่ 29 เมษายน 2531

ครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2566

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 Zสมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ถูกกำหนดไว้ในวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เวลา 09.30 น.มีวาระที่สำคัญ คือการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขั้นตอนการเลือกประธานสภาขั้นตอนการเลือกประธานสภา

ตามข้อบังคับการประชุมสภา พ.ศ. 2562 ข้อที่ 6 มีใจความสำคัญ คือ หากมีการเสนอชื่อประธานสภาฯในที่ประชุมเพียงคนเดียว ไม่ต้องมีการลงคะแนน แต่หาก มีการเสนอชื่อมากกว่า 1 คน ต้องมีการลงคะแนนลับ เพื่อเลือกประธานสภา โดยใช้เสียงข้างมาก

ในการเลือกตั้งปี 2566 มีพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จองตำแหน่งประธานสภาไว้สองพรรคคือ พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ซึ่งจะเสนอ ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก เป็นแคนดิเดต ในที่ประชุมสภา

ขณะพรรคเพื่อไทย ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ แต่นาย สุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภา สองสมัย กลายเป็นตัวเต็ง ด้วยความที่เคยอยู่มาหลายพรรคการเมือง เป็นผู้แทนมา  9 สมัย มีเพื่อนฝูงมากมายในสภา  ทั้งสองพรรคยังไม่บรรลุข้อตกลงว่าจะยกตำแหน่งประธานสภาให้ใคร

(คลิป) ‘ลุงศักดิ์’ คู่อริ ‘ศรีสุวรรณ’ ฝากถึงคนขับรถ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552498

30 มิ.ย. 2566

(คลิป) 'ลุงศักดิ์' คู่อริ 'ศรีสุวรรณ' ฝากถึงคนขับรถ

‘ลุงศักดิ์’ คู่อริ ‘ศรีสุวรรณ’ ฝากถึงคนขับรถ ขอให้ลบรูปภาพในโทรศัพท์ หลังถูกแอบถ่าย ลั่น ‘ไม่ลบ เจอกันที่ไหน ผมให้เรื่อง’

ชุลมุนกลาง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อนายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล หรือ ลุงศักดิ์ อ้างว่า ถูกคนขับรถของนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน แอบถ่ายภาพขณะนั่งฟังนายศรีสุวรรณให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังมายื่นเรื่องเอาผิด 5 นักการเมือง 3 พรรค หนุนหลัง “แบ่งแยกดินแดน”

โดยลุงศักดิ์อ้างว่า ตนเองมารอ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ที่จะมายื่นหนังสือต่อกกต.ขอให้ปัดตกหุ้นสื่อITVของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เท่านั้น แต่ตนมาถึงก่อนประจวบกันนายศรีสุวรรณมาพอดี

ลุงศักดิ์ เล่าว่า ต่อให้อยู่ที่ไหน ก็จะถามว่าลบภาพหรือยัง หากลบแล้วก็โอเค ซึ่งตนจะถามแน่ ตายไปเป็นวิญาณก็จะถามว่าลบหรือยัง เพราะวันนี้ตนมาพบทนายอั๋นเท่านั้น และให้สัญญากับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ราชการแล้วว่าจะไม่ละลานใคร แต่คนขับรถของนายศรีสุวรรณก็มาถ่ายรูปตน ที่นั่งห่างออกไป 25 เมตร ตนจึงบอกให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ แต่คนขับรถเดินหนีไป ตนไม่ต้องการมีเรื่อง แต่เค้ามีสิทธิ์อะไรมาถ่ายรูป


“ถ้าลบ ก็จบ ไม่งั้นเจอกันที่ไหน ผมให้เรื่อง ให้เรื่องต้องลงมือ คนที่ถ่ายรูปผม ต่อยแน่นอน เจอหน้าที่ไหน ผมกระทืบเลย และจะไปมอบตัวด้วย นั่งห่าง 25 เมตร แต่มาถ่ายรูปทำไม” ลุงศักดิ์กล่าว เพิ่มเติม คลิก

‘พีระพันธ์’ โพสต์ซึ้ง จะอยู่เคียงข้าง ‘บิ๊กตู่’ จนวินาทีสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552493

30 มิ.ย. 2566

‘พีระพันธ์’ โพสต์ซึ้ง จะอยู่เคียงข้าง ‘บิ๊กตู่’ จนวินาทีสุดท้าย

‘พีระพันธุ์’ โพสต์ซึ้ง ถึง ‘บิ๊กตู่’ ‘ผมไม่มีวันทิ้งคนดี ที่ตั้งใจทำงาน เพื่อชาติบ้านเมือง ที่รักชาติบ้าน และสถาบันหลักของชาติยิ่งชีวิต’ พร้อมระบุ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยเป็นนักการเมือง แต่กลับทำหน้าที่ ได้ดีกว่านักการเมืองที่รู้จักมามากกว่า 30 ปี

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยย้ำว่า จะอยู่เคียงข้างพล.อ.ประยุทธ์ จนวินาทีสุดท้าย ตามคำยืนยันที่ได้เคยประกาศไว้ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 66 พร้อมระบุ “บิ๊กตู่” ไม่เคยเป็นนักการเมือง แต่กลับทำหน้าที่ได้ดีกว่านักการเมือง ที่ตนรู้จักมามากกว่า 30 ปี

วันนี้และตลอดไป ผมเคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 66 ว่าผมไม่มีวันทิ้ง “ลุงตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และจะทำหน้าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีจนวินาทีสุดท้ายของท่านในการทำงานและการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของคนไทยและประเทศไทย วันนี้ 30 มิ.ย. 66 เป็นวันที่ผมยืนยันในคำประกาศของผม

ผมไม่มีวันทิ้งคนดีที่ตั้งใจทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ที่รักชาติบ้านเมืองและสถาบันหลักของชาติยิ่งชีวิต อย่าง “ลุงตู่” พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้

ท่านไม่เคยเป็นนักการเมือง ไม่เคยยุ่งเกี่ยวการเมือง ไม่เคยมีประสบการณ์การเมือง แต่เมื่อต้องมารับผิดชอบบ้านเมือง ท่านกลับทำหน้าที่ผู้นำประเทศ ดูแลบ้านเมืองและประชาชนได้ดีกว่านักการเมืองทุกคนที่ผมเห็นและรู้จักมากว่า 30 ปี

พูดได้ว่าช่วง 8 ปี ภายใต้การนำของท่านประเทศไทยพลิกโฉมไปสู่ความเจริญแบบก้าวกระโดด มีการวางรากฐานทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อรองรับอนาคต ชาติให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนทุกด้าน แม้จะยังไม่จบครบถ้วนแต่ก็คืบหน้าไปมาก

พล.อ.ประยุทธ์ และ ดร.พีระพันธ์พล.อ.ประยุทธ์ และ ดร.พีระพันธ์

‘พีระพันธ์’ โพสต์ซึ้ง จะอยู่เคียงข้าง ‘บิ๊กตู่’ จนวินาทีสุดท้าย

ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างแท้จริงที่มีโอกาสรู้จัก มีโอกาสใกล้ชิด และมีโอกาสทำงานกับท่าน ยิ่งในเวลาเช่นนี้ผมยิ่งต้องอยู่กับท่านจนวินาทีสุดท้าย

สำหรับผม ไม่ว่าท่านจะอยู่ในสถานะใด ท่านก็คือท่านคนเดิมและสถานะเดิมเสมอ…ตลอดไป… ไม่เปลี่ยนแปลง

กราบขอบพระคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้ผมและพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างมากมาย ผมตื้นตันใจอย่างยิ่งครับ ไม่ต้องกังวลนะครับ พรรครวมไทยสร้างชาติมี สส. มือเก๋าที่มีประสบการณ์สูงหลายคนที่สามารถดูแลงานในสภาฯ ได้ไม่น้อยไปกว่าผม รวมทั้ง สส. ใหม่ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีหัวใจเดียวกัน จึงไม่เป็นปัญหาอุปสรรคใดในการทำงานของพรรคในสภาฯ

‘พีระพันธ์’ โพสต์ซึ้ง จะอยู่เคียงข้าง ‘บิ๊กตู่’ จนวินาทีสุดท้าย

ในฐานะหัวหน้าพรรคผมไม่ได้หายไปไหน ผมยังคงทำหน้าที่กองหนุนและดูแลการทำงานของพรรค ของ สส. และของสมาชิกพรรคให้ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติของเราต่อไปขอบคุณครับ

‘พีระพันธ์’ โพสต์ซึ้ง จะอยู่เคียงข้าง ‘บิ๊กตู่’ จนวินาทีสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตจากการโพสต์ของนายพีระพันธ์ุ ว่าแบ่งได้เป็น 2 ประเด็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะวางมือทางการเมืองหรือไม่ เพราะเป็นช่วงใกล้โหวตลับเลือกประธานสภา และโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย 

‘พีระพันธ์’ โพสต์ซึ้ง จะอยู่เคียงข้าง ‘บิ๊กตู่’ จนวินาทีสุดท้าย

ขณะที่ ตัวนายพีระพันธ์ุเองต้องจับตาว่า จะลาออกจากตำแหน่ง ‘เลขาธิการนายกรัฐมนตรี’ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)หรือไม่ เนื่องจากยังไม่ได้ไปรายงานตัวต่อสภาฯ แต่ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่านายพีระพันธ์จะเดินทางไปรายงานตัวสส. ต่อสภาในวันอาทิตย์ที่ 2 ก.ค. 2566 นี้

‘พิธา’ เปรยมาพิษณุโลก เมืองสองแคว แก้เคล็ด -ขอกำลังใจเป็นนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552494

30 มิ.ย. 2566

'พิธา' เปรยมาพิษณุโลก เมืองสองแคว แก้เคล็ด -ขอกำลังใจเป็นนายกรัฐมนตรี

หัวหน้าพรรคก้าวไกล  และแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี “พิธา” ปราศรัยกับชาวพิษณุโลก ยอมรับสถานการณ์ในการจัตตั้งรัฐบาล มาถึงทาง 2 แพร่ง ทั้งต่อนายกรัฐมนตรี และ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอกำลังใจจากประชาชน ส่งขึ้นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

ที่บริเวณเวทีสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ   อ.เมือง จ.พิษณุโลก  นายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล  และแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี  ได้กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า   ขณะนี้สถานการณ์ของการร่วมจัดตั้งรัฐบาล กำลังก้าวไปสู่การเปิดสภา และเลือกประธานรัฐสภา เหมือนเป็นทางสองแพร่ง แต่มาที่พิษณุโลก หรือเมืองสองแคว ก็มาแก้เคล็ด เพราะบนเวทีแห่งนี้ก็มี 2 แคนดิเดต นั่นก็คือ แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตประธานสภาผู้แทนราษฏร  วันนี้จึงมาขอกำลังใจจากประชาชนพิษณุโลก เพื่อขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย และเปรียบตัวเองเหมือนดั่งนกที่อยู่บนกิ่งไม้  นกไม่ได้กลัวกิ่งไม้จะหัก เพราะมันไม่ได้เชื่อในกิ่งไม้  แต่มันเชื่อว่ามันมีปีกต่างหาก  


 
ในขณะที่ นายปดิพัทธ์  สันติภาดา  แคนดิเนต ประธานสภากล่าวว่า หากได้รับความไว้วางใจและขึ้นเป็นประธาน สภาด้วยอายุเพียง 42 ปี  ก็จะเปลี่ยนสภาที่มีแต่ผู้ทรงเกียรติ ให้เป็นสภาของประชาชน ไม่ต้องเรียกว่าท่านประธาน แต่ขอให้เรียกเหมือนเดิม จะเป็นประธานสภาที่ไปไหมมาไหนไม่มีรถนำขบวน และจะใช้งบประมาณในการประชุมสภาให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพที่สุด 

.

ขอขอบคุณภาพ จาก พรรคก้าวไกล 

ด้อมส้ม พิษณุโลก แห่ด้อมทะเบียนรถ ‘พิธา’ คนรอต้อนรับแน่น วัดพระศรีฯ แทบแตก

30 มิ.ย. 2566

ด้อมส้ม พิษณุโลก แห่ด้อมทะเบียนรถ ‘พิธา’ คนรอต้อนรับแน่น วัดพระศรีฯ แทบแตก

‘พิธา’ ขอบคุณชาวพิษณุโลก พร้อมเปิดตัว ‘หมออ๋อง’ ชิงประธานสภา ด้อมส้มแห่ต้อนรับวัดพระศรีฯ แทบแตก ยืนยันว่าจะเป็นนายกฯ ตามเจตจำนงของประชาชน ให้สัญญาทำงานให้มากกว่าเดิม แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ขอให้ประชาชนรอดพ้นจากภัยพิบัติ คอหวยไม่พลาดส่องเลขทะเบียนรถ

ช่วงบ่ายวันนี้ ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ประชาชนชาวพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียงกว่า 800 คน เดินทางมารอรับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่วันนี้ได้เดินทางมาขอบคุณทุกคะแนนเสียงของชาวจ.พิษณุโลก ที่มอบให้กับพรรคก้าวไกลทั้งสองเขตเลือกตั้ง 

โดยมี หมออ๋อง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก เขต 1 และ นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สส.พิษณุโลก เขต 5 ให้การต้อนรับ การเดินทางมาของนายพิธาในครั้งนี้มี “ด้อมส้ม” กว่า 800 คน ทั้งจากชาวพิษณุโลกเอง และจังหวัดใกล้เคียง ทุกเพศทุกวัย ที่เดินทางมารอต้อนรับ

พร้อมส่งเสียงเชียร์ตั้งแต่รถของนายพิธา เลี้ยวเข้ามาถึงบริเวณหน้าวัด หลายคน จับจ้องไปที่ป้ายทะเบียนรถ ฮุนได สีบรอนเทาซ์ นข 5120 พิษณุโลก หวังนำไปเสี่ยงโชค 

ด้อมส้ม พิษณุโลก แห่ด้อมทะเบียนรถ ‘พิธา’ คนรอต้อนรับแน่น วัดพระศรีฯ แทบแตก

จากนั้นนายพิธาได้ลงจากรถพร้อมโบกมือทักทายก่อนเดินเข้าพระวิหารหลวงพระพุทธชินราช เพื่อไปกราบสักการะ ท่ามกลางแฟนคลับจำนวนมากที่เข้าไปเพื่อถ่ายรูปลงโซเชียล สร้างความโกลาหลพอสมควร

หลังจากเดินออกประตูด้านข้างเพื่อเข้าวิหารพระเจ้าเข้านิพพาน ชาวบ้านได้ถามว่ามากราบขอพรหลวงพ่อพระพุทธชินราชในวันนี้ ได้มาขอพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือเปล่า นายพิธาตอบสั้นๆ ว่าขอให้หวยได้ออก 376 ก่อน แล้วค่อยมาว่ากันอีกที แต่มาขอพรให้กับพี่น้องชาว จ.พิษณุโลก ให้อยู่ดีสุข น้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง และไม่มีแผ่นดินไหวอีก

มัคคุเทศก์น้อย สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ กับนายพิธา ชมคะแนนเต็ม10 ให้ 11มัคคุเทศก์น้อย สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ กับนายพิธา ชมคะแนนเต็ม10 ให้ 11

มัคคุเทศก์น้อย ส่งภาษานำเที่ยว

หลังจากนายพิธา สักการะขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีมัคคุเทศก์น้อยอายุแปดขวบ เข้ามาขอถ่ายรูป และอธิบายประวัติความเป็นมาเป็นภาษาอังกฤษกับนายพิธา โดยระหว่างนั้นนายพิธา ก็ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ แล้วมีการซักถามพุทธประวัติ ทำให้ช่วงนั้นหนูน้อยมัคคุเทศก์ นิ่งเงียบไปสักพัก ทำให้นายพิธาต้องคอยกระซิบบอกเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนที่สื่อมวลชนจะถามว่า ให้คะแนนหนูน้อยนี้ในการอธิบายประวัติความเป็นมาเป็นภาษาอังกฤษกี่คะแนนนายพิธาตอบมาว่า ให้ 11 เต็ม 10

ด้อมส้ม พิษณุโลก แห่ด้อมทะเบียนรถ ‘พิธา’ คนรอต้อนรับแน่น วัดพระศรีฯ แทบแตก
ด้อมส้ม พิษณุโลก แห่ด้อมทะเบียนรถ ‘พิธา’ คนรอต้อนรับแน่น วัดพระศรีฯ แทบแตก

คะแนนก้าวไกลเพิ่ม 88.5%

จากนั้น นายพิธา ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จ.พิษณุโลกว่า เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่พรรคก้าวไกลหวังไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตของนายปดิพัทธ์ ซึ่งหวังว่าจะรักษาเขตเดิมและเพิ่มเติมเขตใหม่ ซึ่งพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกมีคะแนนเพิ่มขึ้น 88.5% วันนี้จึงมาให้คำมั่นสัญญาว่าแม้จะไม่ได้ สส.เขต ก็จะทำงานให้มากกว่าเดิม แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ปัญหาแผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้น ดังนั้นเรื่องภัยพิบัติก็เป็นเรื่องที่เข้าใจดีว่าพี่น้องชาวพิษณุโลกประสบพบเจอมาอย่างไร ก็จะไปแก้ปัญหาตรงนี้

นายพิธา กล่าวว่า ตนขอให้กำลังใจชาวพิษณุโลก ที่ประสบภัยแผ่นดินไหว เท่าที่ตรวจสอบดูพบว่า ระดับความรุนแรงมีเพียงแค่ 4.5 แมกนิจูด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในรอบ 100 ปี โดยต้องติดตามดูต่อไปเนื่องจากภัยพิบัติถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบ

ด้อมส้ม พิษณุโลก แห่ด้อมทะเบียนรถ ‘พิธา’ คนรอต้อนรับแน่น วัดพระศรีฯ แทบแตก

หมออ๋อง แคนดิเดตประธานสภา

เมื่อถามว่าการเดินทางมา จ.พิษณุโลก ในวันนี้เป็นการยืนยันไหม ว่า หมออ๋อง จะได้เป็น ประธานสภา นายพิธาตอบว่า ทางพรรคได้ยืนยันไปแล้วว่า หมออ๋อง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก เขต 1 ได้เป็นแคนดิเดตประธานสภาอยู่แล้ว ส่วนความชัดเจนกับพรรคเพื่อไทยที่หลายคนเป็นห่วง ตอนนี้ดีขึ้น อยู่ระหว่างการเจรจาทุกอย่างเรียบร้อยดี รอวันที่จะประชุมพรรคร่วมฯ ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ก็จะได้ความชัดเจนมากขึ้น

ด้อมส้ม พิษณุโลก แห่ด้อมทะเบียนรถ ‘พิธา’ คนรอต้อนรับแน่น วัดพระศรีฯ แทบแตก

“ยืนยันว่าผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีตามเจตจำนงของพี่น้องประชาชนให้ได้ ทุกอย่างต้องจบ เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป เพราะ สส. ได้รับรองแล้ว พร้อมเปิดสภาในวันที่ 3 ก.ค. 2566 และจะมีการเลือกประธานสภาในวันที่ 4 กรกฎาคม นี้”

ช่วงหนึ่งระหว่างเดินเปลี่ยนโบสถ์เพื่อมาไหว้พระ นายพิธา ได้พูดด้วยว่า การมาวันนี้เป็นการมาของ 2 แคนดิเดต คือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตประธานสภา

ด้อมส้ม พิษณุโลก แห่ด้อมทะเบียนรถ ‘พิธา’ คนรอต้อนรับแน่น วัดพระศรีฯ แทบแตก

หลังจากนายพิธาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาได้ขึ้นรถเดินทางต่อไปขอบคุณประชาชนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พิษณุโลก และเวลาประมาณ 16.00 น. จะขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน รอบเขตตัวเมืองพิษณุโลก ไปตามถนนสิงหวัฒน์ ถนนเอกาทศรถ และวงเวียนสถานีรถไฟ

ด้อมส้ม พิษณุโลก แห่ด้อมทะเบียนรถ ‘พิธา’ คนรอต้อนรับแน่น วัดพระศรีฯ แทบแตก

จากนั้นเวลา 17.00-18.00 น. ขึ้นเวทีปราศรัยที่ลานแอโรบิก สวนชมน่าน จ.พิษณุโลก ก่อนจะร่วมเซลฟี่บนเวทีและทำสัญลักษณ์รูปหัวใจแล้วออกไปทำภารกิจส่วนตัว

‘สุชาติ’ เป็น’ประธานสภา’ พล.อ.’ประวิตร’เป็น’นายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552463

30 มิ.ย. 2566

'สุชาติ' เป็น'ประธานสภา' พล.อ.'ประวิตร'เป็น'นายกฯ'

‘จตุพร’ วิเคราะห์เหตุผลที่ ประเทศไทยจะมี ‘ประธานสภา’ ชื่อ ‘สุชาติ’ ตันเจริญ โดยมี พล.อ.’ประวิตร’ วงษ์สุวรรณ เป็น’นายกฯ’

คณะหลอมรวมประชาชน โดยจตุพร พรหมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์คมชัดลึก ไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลจะตกลงกันได้ เรื่องตำแหน่งประธานสภา เพราะมีการเปลี่ยนท่าทีมาถึงสี่ครั้ง ครั้งล่าสุด คือการอ้างแหล่งข่าวเมื่อคืนที่ผ่านมา  

จตุพร ให้เหตุผลว่า หากพรรคเพื่อไทยจริงใจจะไม่เอาตำแหน่งประธานสภา สามารถหักล้างได้ง่ายนิดเดียว  นั่นคือการออกมายืนยันอย่างมั่นใจ ด้วยตัวของ นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า

จตุพร พรหมพันธ์ คณะหลอมรวมประชาชนจตุพร พรหมพันธ์ คณะหลอมรวมประชาชน

หากมีพรรคการเมืองใด เสนอชื่อคนของพรรคเพื่อไทย ชิงตำแหน่งประธานสภา จะให้คนนั้นถอนตัว  แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยได้ยิน แม้กระทั่ง สุชาติ ตันเจริญ ซึ่งปรากฏชื่อเป็นแคนดิเดตหากจะปฏิเสธ ยิ่งง่ายกว่า ด้วยการออกยืนยัน ว่าจะไม่รับตำแหน่งดังกล่าว 

ท่าทีที่ไม่ชัดเจนนี้ ทำให้ยังมั่นใจว่า ประธานสภา จะชื่อ สุชาติ ตันเจริญ หากต้องมีการโหวตในที่ประชุมสภา ที่ต้องตัดสินกันด้วยเสียงข้างมาก และเป็นการลงคะแนนลับ

จตุพร ให้เหตุผลที่ยังเชื่อว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการตั้งคำถามว่า ถ้า พิธา ไม่ได้เป็นนายกฯ เพราะได้เสียงสนับสนุนจาก สมาชิกวุฒิสภา หรือสว. รวมกับ สส. แล้วไม่ถึง 376 เสียง

ในเมื่อเสียงของสว. คือเงื่อนไข แล้วมีเหตุผลอะไรที่สว.จะเปลี่ยนใจมาสนับสนุนเศรษฐาแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งเข้ามา ยังไม่มีพรรษาทางการเมือง  ในเมื่อ 188 เสียง ของรัฐบาลเดิม เติมอีก 200 ของสว. เพียงพอที่จะส่งพล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯแล้ว

‘ศรีสุวรรณ’ เอาผิด 5 นักการเมือง หนุนหลัง ‘แบ่งแยกดินแดน’

30 มิ.ย. 2566

'ศรีสุวรรณ' เอาผิด 5 นักการเมือง หนุนหลัง 'แบ่งแยกดินแดน'

‘ศรีสุวรรณ’ ยื่น กกต. เอาผิด 5 นักการเมือง 3 พรรค พบหลักฐานสนับสนุน ‘แบ่งแยกดินแดน’ ส่วนนายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่รับ ‘ยุบพรรคก้าวไกล’ กรณีม.112 เป็นอำนาจปัดตกได้

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังเคยยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองสนับสนุน “ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ” จัดกิจกรรมและจัดทำประชามติแบ่งแยกดินแดน อาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 1 และกฎหมายอาญามาตรา 119

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ยื่นคำร้องต่อกกต. ไปเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. พบว่า มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่จำนวนมาก ทั้งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปัตตานี ขอให้ดำเนินคดีแก่ผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงานเสวนา สอดรับกับข้อมูลของตนที่ยื่นไว้กับกกต.ก่อนหน้านั้น

นายศรีสุวรรณ จรรยานายศรีสุวรรณ จรรยา

วันนี้จึงต้องนำข้อมูลเป็นคลิปวีดีโอ บรรยายในสถานที่ต่างๆ เป็นรายชื่อบุคคลที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้อง พบเป็นนักการเมือง 5 คน จาก 3 พรรคการเมือง หลังจากนี้จะได้เห็นว่ามีพรรคการเมืองไหนไปเกี่ยวข้อง นักการเมืองคนไหนไปประกันตัวผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหาในคดี ซึ่งก็นั่นแหละคือ นักการเมือง พรรคการเมือง ที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง จึงต้องนำความมาชี้ให้ กกต. เร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จะเพิกเฉยไม่ได้ เพราะมีผลต่อชาติและแผ่นดิน

การแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ คนไทยทั้งประเทศจะไม่ยอม จะไม่ยอมเสียเอกราชทางดินแดนให้กับบุคคลใด ไม่ว่านักการเมืองหน้าไหนที่มีพฤติกรรมแบบนี้เราต้องประจาน ไม่ยินยอมให้บุคคลเหล่านี้เข้ามาใช้เทคนิคเล่ห์เหลี่ยมกฎหมาย 

ส่วนกรณีนายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นไม่รับคำร้อง “ยุบพรรคก้าวไกล” จากเหตุมีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิก ม. 112 นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ไม่เป็นไร หากหลักฐานไม่ชัดเจนก็เป็นอำนาจของ กกต. ที่จะปัดตกได้ แต่หากมีหลักฐานเพิ่มเติมที่มีน้ำหนักมากขึ้น ประชาชนทุกคนก็มีสิทธิที่จะมาร้องให้ กกต. ได้ดำเนินการได้อยู่แล้ว 

'ศรีสุวรรณ' เอาผิด 5 นักการเมือง หนุนหลัง 'แบ่งแยกดินแดน'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่นายศรีสุวรรณกำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนนั้น นายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล หรือ ลุงศักดิ์ นั่งอยู่บริเวณนั้น โดยอ้างว่ามารอ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ที่จะมายื่นหนังสือต่อกกต.

จากนั้นตะโกนโวยวายเมื่อผู้ที่ติดตามนายศรีสุวรรณ ถ่ายรูปตนเอง โดยขอให้ลบภาพออก พร้อมพยายามเดินตามนายศรีสุวรรณที่กำลังจะไปยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจุดนี้ คอยกันไม่ให้ เข้าถึงตัวนายศรีสุวรรณ 

ส่วนนายศรีสุวรรณพยายามหลีกเลี่ยงเผชิญหน้า โดยลงบันไดเพื่อออกทางประตูชั้น1ของอาคาร แต่ลุงศักดิ์ ก็ออกไปดักรอบริเวณบันไดทางขึ้นพื้นที่ด้านหน้าอาคารที่นายศรีสุวรรณจอดรถไว้ พร้อมถ่ายรูปรถของนายศรีสุวรรณไว้  

กระทั่งตำรวจสันติบาลเข้ามาพูดคุยกับลุงศักดิ์ เกรงว่า จะกลายเป็นการทำผิดซ้ำ แต่ลุงศักดิ์ยืนยัน ไม่เป็นไรและยอมที่จะติดคุกเพราะติดแค่ 6 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจึงต้องมีการประสานไปยังตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้เข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัย 

ลุงศักดิ์ ลั่น “ถ้าลบ ก็จบ ไม่งั้นเจอกันที่ไหน ผมให้เรื่อง ให้เรื่องต้องลงมือ คนที่ถ่ายรูปผม ต่อยแน่นอน เจอหน้าที่ไหน ผมกระทืบเลย และจะไปมอบตัวด้วย นั่งห่าง 25 เมตร แต่มาถ่ายรูปทำไม” 

‘ก้าวไกล’ หวังก่อน 2 ก.ค.จบได้แน่ปม ‘ประธานสภา’ ดักคอ พท. ไม่แทงข้างหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552454

30 มิ.ย. 2566

‘ก้าวไกล’ หวังก่อน 2 ก.ค.จบได้แน่ปม ‘ประธานสภา’ ดักคอ พท. ไม่แทงข้างหลัง

‘ชัยธวัช’ เลขาฯก้าวไกล ยันได้ข้อยุติ ‘ประธานสภา’ ก่อน 2 ก.ค.แน่ ย้ำหลักการตำแหน่งประธานเป็นของพรรคอันดับ1 ไม่ใช่เรื่องความต้องการของพรรคใด เชื่อ สส.-สว. ร่วมมือกันทำปชต.กลับเป็นปกติ มั่นใจเพื่อไทยจริงใจ ไม่พลิกขั้ว

ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งยังเป็นสัญญาณที่ดี แล้วจะต้องได้ข้อยุติที่ดีที่สุดก่อนที่จะมีการพูดคุยกัน อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ก.ค. 2566 เวลา 10:00 น. ที่พรรคก้าวไกล ซึ่งจะได้ข้อยุติแน่นอน

ส่วนโจทย์ของพรรคก้าวไกล ยังคงยืนยันว่าตำแหน่งประธานสภา ควรเป็นของพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 และที่เริ่มมีสัมการใหม่คือ 15+2 นั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยกันที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าว ที่ออกมาเท่านั้น จึงขอให้รอการพูดคุยอย่างเป็นทางการก่อน

สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทยยอมถอยแนวโน้มเป็นอย่างนั้นหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ขอให้รอการพูดคุยอย่างเป็นทางการก่อนจะได้มีความชัดเจน และขอยืนยันว่าทั้ง 2 พรรคจะพยายามทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่ผิดหวัง

ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทยยอมตำแหน่งประธานสภาให้พรรคก้าวไกล แต่ถ้านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้รับเลือก นายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยก็จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทนนั้นตนไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาจากไหน แต่เรายังเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้พูดอะไรแบบนั้น

“ และเรื่องนี้ ผมไม่ต้องสอนหนังสือสังฆราช เพราะผลการเลือกตั้งชัดเจน ว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เลือกทั้งพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย เพราะมีความต้องการที่จะให้รัฐบาลชุดใหม่ กลับมาฟื้นฟูประชาธิปไตย เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นเราต้องช่วยกันไม่ทำให้ความผิดปกติ ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับวันนี้กลายเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นผมยังเชื่อมั่น ว่าทาง สส. และสว. จะช่วยกันคืนความปกติให้กับระบบรัฐสภา ในระบอบประชาธิปไตย ด้วยการยอมรับผลการเลือกตั้ง ให้พรรคที่ได้รับชัยชนะอันดับ 1 จากการเลือกตั้งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล”

ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าหลังการพูดคุยได้ข้อยุติแล้วการโหวตวันที่ 4 ซึ่งเป็นการโหวตลับจะเป็นไปตามนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ถ้า 8 พรรคการเมืองเหนียวแน่นก็คงไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นในเรื่องตำแหน่งประธานสภา ไม่ใช่เรื่องความต้องการส่วนตัวของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นเรื่องปกติในระบบประชาธิปไตย 

ตอนนี้ขอยืนยันว่าขอให้รอผลสรุปจากการพูดคุยซึ่ง เชื่อมั่นว่าจะออกมาด้วยดี เพราะทั้ง 2 พรรคทำงานภายใต้ผลประโยชน์ส่วนรวม และทั้งสองพรรคยังจับมือไปด้วยกันอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากอีกขั้วเสนอคนของขั่วฝั่งจัดตั้งรัฐบาลนั้น ตนขอให้เชื่อมั่นในแกนนำและสมาชิกพรรค

เมื่อถามถึงที่บอกว่าไม่อยากสอนหนังสือให้สังฆราชหมายถึงการปล่อยตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีให้เพื่อไทยเป็นไปไม่ได้ใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่ใช่ตนคิดว่า พวกเราที่ได้รับการเลือกตั้ง จากประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้มาฟื้นฟูประชาธิปไตย เราจะต้องช่วยกันไม่ทำให้ความผิดปกติที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเรื่องปกติ

สำหรับกรณีที่ สว.อาจจะไม่โหวตให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงตรงนั้น เพราะเมื่อผ่านการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็จะมีความชัดเจนขึ้น และเรายังเชื่อมั่น ว่า ทั้ง สส.และ สว. จะช่วยกันคืนความปกติให้กับการเมืองไทย ด้วยหลักการที่ว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง และสามารถรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ก็จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเมื่อปี 2562 แม้จะผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่สว.ก็ให้เหตุผลในการโหวตพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีว่า สามารถรวบรวมเสียงในสภาได้อย่างเป็นเอกภาพ

ส่วนที่สว.ยังตั้งแง่เรื่องที่พรรคจะแก้ 112 เป็นข้ออ้างในการโหวตให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะอธิบายกับ สว. อย่างไร นายชัยธวัช กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการโหวตนายก และกระบวนการ ไม่ว่าจะแก้ไขกฎหมายฉบับใด มีกระบวนการทางนิติบัญญัติอยู่แล้วในการตรวจสอบ ถ่วงดุล และ ใช้เสียงส่วนใหญ่หาข้อยุติในสภา และยังมีการตรวจสอบว่ากฎหมายที่ผ่านสภาไปแล้ว ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ดังนั้นขออย่ากังวลไปล่วงหน้า และตนคิดว่าการหลักการสำคัญในการเลือกนายกรัฐมนตรี คือหลักการที่อินกับการเลือกตั้ง

ขณะที่มีข้อมูลว่าเอาเก้าอี้ประธานสภาไปแลกกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชัยธวัช กล่าวว่าเป็นข่าวลือไปต่างๆนานา ขอให้รอการพูดคุยอย่างเป็นทางการ เพราะบางทีมีการพูดไปโดยไม่มีข้อเท็จจริง ซึ่งกระบวนการเรื่องการแบ่งงานกันทำ ของรัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินการหลังจากได้ตำแหน่งประธานสภาไปแล้ว

สำหรับกรณีกระแสข่าวที่เพื่อไทยรอเสียบนายกรัฐมนตรี เป็นการแสดงว่าการ ดีลของ 8 พรรคมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายชัยธวัช ขออย่าเพิ่งไปมองเช่นนั้น เรายังเชื่อมั่นว่าเราจะทำงานร่วมกันด้วยความจริงใจ และเอาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง

ทั้งนี้ที่นักวิชาการวิเคราะห์ว่า เตรียมการเมืองตอนนี้พรรคเพื่อไทยต้องการให้พรรคกก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านจะเป็นไปได้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า สิ่งที่สัมผัสได้ อย่างจริงใจ คือพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยและอีก 6 พรรคที่เหลือเชื่อมั่นว่า การแต่งตั้งรัฐบาลร่วมกัน 8 พรรคเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ

สำหรับกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า “อยากออกก็ออกไม่ได้” เป็นการสะท้อนถึงการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่าไม่บังคับคงต้องไปถามนพ.ชลน่าน แต่เท่าที่ทำงานร่วมกันเราจริงใจ และเห็นว่าสมการในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันดีที่สุด