‘ศรีสุวรรณ’ เอาผิด 5 นักการเมือง หนุนหลัง ‘แบ่งแยกดินแดน’

30 มิ.ย. 2566

'ศรีสุวรรณ' เอาผิด 5 นักการเมือง หนุนหลัง 'แบ่งแยกดินแดน'

‘ศรีสุวรรณ’ ยื่น กกต. เอาผิด 5 นักการเมือง 3 พรรค พบหลักฐานสนับสนุน ‘แบ่งแยกดินแดน’ ส่วนนายทะเบียนพรรคการเมือง ไม่รับ ‘ยุบพรรคก้าวไกล’ กรณีม.112 เป็นอำนาจปัดตกได้

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังเคยยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองสนับสนุน “ขบวนนักศึกษาแห่งชาติ” จัดกิจกรรมและจัดทำประชามติแบ่งแยกดินแดน อาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 1 และกฎหมายอาญามาตรา 119

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ยื่นคำร้องต่อกกต. ไปเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. พบว่า มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่จำนวนมาก ทั้งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองปัตตานี ขอให้ดำเนินคดีแก่ผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงานเสวนา สอดรับกับข้อมูลของตนที่ยื่นไว้กับกกต.ก่อนหน้านั้น

นายศรีสุวรรณ จรรยานายศรีสุวรรณ จรรยา

วันนี้จึงต้องนำข้อมูลเป็นคลิปวีดีโอ บรรยายในสถานที่ต่างๆ เป็นรายชื่อบุคคลที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้อง พบเป็นนักการเมือง 5 คน จาก 3 พรรคการเมือง หลังจากนี้จะได้เห็นว่ามีพรรคการเมืองไหนไปเกี่ยวข้อง นักการเมืองคนไหนไปประกันตัวผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหาในคดี ซึ่งก็นั่นแหละคือ นักการเมือง พรรคการเมือง ที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง จึงต้องนำความมาชี้ให้ กกต. เร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จะเพิกเฉยไม่ได้ เพราะมีผลต่อชาติและแผ่นดิน

การแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ คนไทยทั้งประเทศจะไม่ยอม จะไม่ยอมเสียเอกราชทางดินแดนให้กับบุคคลใด ไม่ว่านักการเมืองหน้าไหนที่มีพฤติกรรมแบบนี้เราต้องประจาน ไม่ยินยอมให้บุคคลเหล่านี้เข้ามาใช้เทคนิคเล่ห์เหลี่ยมกฎหมาย 

ส่วนกรณีนายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นไม่รับคำร้อง “ยุบพรรคก้าวไกล” จากเหตุมีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิก ม. 112 นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ไม่เป็นไร หากหลักฐานไม่ชัดเจนก็เป็นอำนาจของ กกต. ที่จะปัดตกได้ แต่หากมีหลักฐานเพิ่มเติมที่มีน้ำหนักมากขึ้น ประชาชนทุกคนก็มีสิทธิที่จะมาร้องให้ กกต. ได้ดำเนินการได้อยู่แล้ว 

'ศรีสุวรรณ' เอาผิด 5 นักการเมือง หนุนหลัง 'แบ่งแยกดินแดน'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่นายศรีสุวรรณกำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนนั้น นายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล หรือ ลุงศักดิ์ นั่งอยู่บริเวณนั้น โดยอ้างว่ามารอ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น ที่จะมายื่นหนังสือต่อกกต.

จากนั้นตะโกนโวยวายเมื่อผู้ที่ติดตามนายศรีสุวรรณ ถ่ายรูปตนเอง โดยขอให้ลบภาพออก พร้อมพยายามเดินตามนายศรีสุวรรณที่กำลังจะไปยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจุดนี้ คอยกันไม่ให้ เข้าถึงตัวนายศรีสุวรรณ 

ส่วนนายศรีสุวรรณพยายามหลีกเลี่ยงเผชิญหน้า โดยลงบันไดเพื่อออกทางประตูชั้น1ของอาคาร แต่ลุงศักดิ์ ก็ออกไปดักรอบริเวณบันไดทางขึ้นพื้นที่ด้านหน้าอาคารที่นายศรีสุวรรณจอดรถไว้ พร้อมถ่ายรูปรถของนายศรีสุวรรณไว้  

กระทั่งตำรวจสันติบาลเข้ามาพูดคุยกับลุงศักดิ์ เกรงว่า จะกลายเป็นการทำผิดซ้ำ แต่ลุงศักดิ์ยืนยัน ไม่เป็นไรและยอมที่จะติดคุกเพราะติดแค่ 6 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจึงต้องมีการประสานไปยังตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้เข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัย 

ลุงศักดิ์ ลั่น “ถ้าลบ ก็จบ ไม่งั้นเจอกันที่ไหน ผมให้เรื่อง ให้เรื่องต้องลงมือ คนที่ถ่ายรูปผม ต่อยแน่นอน เจอหน้าที่ไหน ผมกระทืบเลย และจะไปมอบตัวด้วย นั่งห่าง 25 เมตร แต่มาถ่ายรูปทำไม” 

‘ก้าวไกล’ หวังก่อน 2 ก.ค.จบได้แน่ปม ‘ประธานสภา’ ดักคอ พท. ไม่แทงข้างหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552454

30 มิ.ย. 2566

‘ก้าวไกล’ หวังก่อน 2 ก.ค.จบได้แน่ปม ‘ประธานสภา’ ดักคอ พท. ไม่แทงข้างหลัง

‘ชัยธวัช’ เลขาฯก้าวไกล ยันได้ข้อยุติ ‘ประธานสภา’ ก่อน 2 ก.ค.แน่ ย้ำหลักการตำแหน่งประธานเป็นของพรรคอันดับ1 ไม่ใช่เรื่องความต้องการของพรรคใด เชื่อ สส.-สว. ร่วมมือกันทำปชต.กลับเป็นปกติ มั่นใจเพื่อไทยจริงใจ ไม่พลิกขั้ว

ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งยังเป็นสัญญาณที่ดี แล้วจะต้องได้ข้อยุติที่ดีที่สุดก่อนที่จะมีการพูดคุยกัน อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ก.ค. 2566 เวลา 10:00 น. ที่พรรคก้าวไกล ซึ่งจะได้ข้อยุติแน่นอน

ส่วนโจทย์ของพรรคก้าวไกล ยังคงยืนยันว่าตำแหน่งประธานสภา ควรเป็นของพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 และที่เริ่มมีสัมการใหม่คือ 15+2 นั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยกันที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าว ที่ออกมาเท่านั้น จึงขอให้รอการพูดคุยอย่างเป็นทางการก่อน

สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทยยอมถอยแนวโน้มเป็นอย่างนั้นหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ขอให้รอการพูดคุยอย่างเป็นทางการก่อนจะได้มีความชัดเจน และขอยืนยันว่าทั้ง 2 พรรคจะพยายามทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่ผิดหวัง

ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทยยอมตำแหน่งประธานสภาให้พรรคก้าวไกล แต่ถ้านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ได้รับเลือก นายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยก็จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทนนั้นตนไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาจากไหน แต่เรายังเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้พูดอะไรแบบนั้น

“ และเรื่องนี้ ผมไม่ต้องสอนหนังสือสังฆราช เพราะผลการเลือกตั้งชัดเจน ว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เลือกทั้งพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย เพราะมีความต้องการที่จะให้รัฐบาลชุดใหม่ กลับมาฟื้นฟูประชาธิปไตย เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นเราต้องช่วยกันไม่ทำให้ความผิดปกติ ที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับวันนี้กลายเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นผมยังเชื่อมั่น ว่าทาง สส. และสว. จะช่วยกันคืนความปกติให้กับระบบรัฐสภา ในระบอบประชาธิปไตย ด้วยการยอมรับผลการเลือกตั้ง ให้พรรคที่ได้รับชัยชนะอันดับ 1 จากการเลือกตั้งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล”

ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าหลังการพูดคุยได้ข้อยุติแล้วการโหวตวันที่ 4 ซึ่งเป็นการโหวตลับจะเป็นไปตามนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ถ้า 8 พรรคการเมืองเหนียวแน่นก็คงไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นในเรื่องตำแหน่งประธานสภา ไม่ใช่เรื่องความต้องการส่วนตัวของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นเรื่องปกติในระบบประชาธิปไตย 

ตอนนี้ขอยืนยันว่าขอให้รอผลสรุปจากการพูดคุยซึ่ง เชื่อมั่นว่าจะออกมาด้วยดี เพราะทั้ง 2 พรรคทำงานภายใต้ผลประโยชน์ส่วนรวม และทั้งสองพรรคยังจับมือไปด้วยกันอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากอีกขั้วเสนอคนของขั่วฝั่งจัดตั้งรัฐบาลนั้น ตนขอให้เชื่อมั่นในแกนนำและสมาชิกพรรค

เมื่อถามถึงที่บอกว่าไม่อยากสอนหนังสือให้สังฆราชหมายถึงการปล่อยตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีให้เพื่อไทยเป็นไปไม่ได้ใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่ใช่ตนคิดว่า พวกเราที่ได้รับการเลือกตั้ง จากประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการให้มาฟื้นฟูประชาธิปไตย เราจะต้องช่วยกันไม่ทำให้ความผิดปกติที่อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเรื่องปกติ

สำหรับกรณีที่ สว.อาจจะไม่โหวตให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงตรงนั้น เพราะเมื่อผ่านการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็จะมีความชัดเจนขึ้น และเรายังเชื่อมั่น ว่า ทั้ง สส.และ สว. จะช่วยกันคืนความปกติให้กับการเมืองไทย ด้วยหลักการที่ว่าพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง และสามารถรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ก็จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเมื่อปี 2562 แม้จะผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่สว.ก็ให้เหตุผลในการโหวตพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีว่า สามารถรวบรวมเสียงในสภาได้อย่างเป็นเอกภาพ

ส่วนที่สว.ยังตั้งแง่เรื่องที่พรรคจะแก้ 112 เป็นข้ออ้างในการโหวตให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะอธิบายกับ สว. อย่างไร นายชัยธวัช กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการโหวตนายก และกระบวนการ ไม่ว่าจะแก้ไขกฎหมายฉบับใด มีกระบวนการทางนิติบัญญัติอยู่แล้วในการตรวจสอบ ถ่วงดุล และ ใช้เสียงส่วนใหญ่หาข้อยุติในสภา และยังมีการตรวจสอบว่ากฎหมายที่ผ่านสภาไปแล้ว ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ดังนั้นขออย่ากังวลไปล่วงหน้า และตนคิดว่าการหลักการสำคัญในการเลือกนายกรัฐมนตรี คือหลักการที่อินกับการเลือกตั้ง

ขณะที่มีข้อมูลว่าเอาเก้าอี้ประธานสภาไปแลกกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชัยธวัช กล่าวว่าเป็นข่าวลือไปต่างๆนานา ขอให้รอการพูดคุยอย่างเป็นทางการ เพราะบางทีมีการพูดไปโดยไม่มีข้อเท็จจริง ซึ่งกระบวนการเรื่องการแบ่งงานกันทำ ของรัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินการหลังจากได้ตำแหน่งประธานสภาไปแล้ว

สำหรับกรณีกระแสข่าวที่เพื่อไทยรอเสียบนายกรัฐมนตรี เป็นการแสดงว่าการ ดีลของ 8 พรรคมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายชัยธวัช ขออย่าเพิ่งไปมองเช่นนั้น เรายังเชื่อมั่นว่าเราจะทำงานร่วมกันด้วยความจริงใจ และเอาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง

ทั้งนี้ที่นักวิชาการวิเคราะห์ว่า เตรียมการเมืองตอนนี้พรรคเพื่อไทยต้องการให้พรรคกก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านจะเป็นไปได้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า สิ่งที่สัมผัสได้ อย่างจริงใจ คือพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยและอีก 6 พรรคที่เหลือเชื่อมั่นว่า การแต่งตั้งรัฐบาลร่วมกัน 8 พรรคเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ

สำหรับกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า “อยากออกก็ออกไม่ได้” เป็นการสะท้อนถึงการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่าไม่บังคับคงต้องไปถามนพ.ชลน่าน แต่เท่าที่ทำงานร่วมกันเราจริงใจ และเห็นว่าสมการในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันดีที่สุด

‘เศรษฐา’ ย้ำจุดยืนหนุนก้าวไกลสุดทาง เชื่อปม ‘ประธานสภา’ ทุกฝ่ายแฮปปี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552443

30 มิ.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ย้ำจุดยืนหนุนก้าวไกลสุดทาง เชื่อปม ‘ประธานสภา’ ทุกฝ่ายแฮปปี้

‘เศรษฐา’ ปัด แต่งตัวรอเสียบนายกฯ ขอไม่มองแผนสำรอง หาก สว. ขวาง ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ย้ำ จุดยืนเพื่อไทยหนุนก้าวไกลจนสุดทาง เชื่อมั่นเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ทุกฝ่ายแฮปปี้

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ดูธนาคารน้ำที่ จ.นครพนม โดยผู้สื่อข่าวได้ถามถึงมีรายงานข่าวว่าพรรคเพื่อไทยยอมถอยตำแหน่งประธานสภาฯ ให้พรรคก้าวไกล เพื่อเตรียมพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีแทนหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา นายเศรษฐา มองว่าข่าวดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ขอให้รอฟังข้อเท็จจริงจากหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รวมถึงฝ่ายเจรจาก่อน 

“ผมเองไม่อยู่ในกระบวนการการเจรจา แต่อยู่ในกระบวนการทำงานมากกว่า ยังไม่อยากให้มองไปไกล เพราะต้องผ่านขั้นตอนการเลือกประธานสภาฯ ก่อน ขอให้อดใจรอ ซึ่งพรรคเพื่อไทยยึดมั่นหลักการฝ่ายประชาธิปไตยต้องจับมือทำงานร่วมกัน และมั่นใจเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ จบลงด้วยดี ทุกฝ่ายแฮปปี้”

นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

เมื่อถามย้ำว่า แม้ตัวนายพิธา จะมีความพร้อม แต่มีขวากหนามอีกหลายอย่างที่อาจทำให้นายพิธา ไม่ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เพื่อไทยพร้อมที่จะไปนั่งนายกรัฐมนตรีแทนหรือไม่ นายเศรษฐา บอกว่าตนยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น ตอนนี้ต้องพยายามให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีก่อน และพรรคเพื่อไทยย้ำมาตลอดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องผลักดันให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีก่อน

เมื่อถามถึงกรณีแผนสำรอง เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับนายพิธา นายเศรษฐาพร้อมที่จะนั่งเก้าอี้นายกฯเลยหรือไม่ นายเศรษฐา ย้ำว่ายังไม่คิด เพราะยังไม่ถึงวันนั้น ขอเป็นไปทีละขั้นตอน เราต้องช่วยกันผ่านด่านประธานสภาฯ ให้ได้ก่อน โดยไม่บอบช้ำทั้งสองฝ่าย แล้วค่อยเป็นขั้นตอนการเลือกนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็อยากให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง หวังว่าจะไม่มีอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น

ศึกษาดูงาน ธนาคารน้ำใต้ดิน ที่จ.นครพนม

ส่วนการลงพื้นที่ในวันนี้ได้ศึกษาดูการบริหารจัดการธนาคารน้ำใต้ดิน นอกเขตชลประทาน ซึ่งจ.นครพนมถือเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำได้ และต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะสถานการณ์น้ำในปีนี้ อาจจะได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่ยากเรื่องของเอลนีโญ โดยธนาคารน้ำใต้ดินจะช่วยให้แต่ละพื้นที่กักเก็บน้ำได้ แต่ถ้าจะนำโมเดลนี้ไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นๆ ก็จะต้องศึกษาวิเคราะห์เป็นรายพื้นที่ และควรทำอย่างรวดเร็ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในเรื่องนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน ศึกษาดูงานธนาคารน้ำใต้ดิน จ.นครพนม นายเศรษฐา ทวีสิน ศึกษาดูงานธนาคารน้ำใต้ดิน จ.นครพนม

โดยนายเศรษฐา ยอมรับว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือเป็นกระทรวงหนึ่งที่เคยคุยว่าพรรคเพื่อไทยจะเข้ามารับผิดชอบเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนจะมีการแบ่งจัดสรรตำแหน่งว่าการและรัฐมนตรีช่วยอย่างไร ขึ้นอยู่กับผู้ที่เกี่ยวข้องจะหารือกัน

‘หมอชลน่าน’ โอดพูด คลุมถุงชน ถูกตีความผิด ย้ำ พท.มีแผนเดียว ‘พิธา’ นายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552440

30 มิ.ย. 2566

‘หมอชลน่าน’ โอดพูด คลุมถุงชน ถูกตีความผิด ย้ำ พท.มีแผนเดียว ‘พิธา’ นายกฯ

‘หมอชลน่าน’ งง ข่าวยอมถอยประธานสภา แลกเงื่อนไขนำตั้งรัฐบาลเอง ชี้ คนปล่อยข่าวอ้างตัวเป็นคนในยิ่งส่งผลให้ตกเป็นจำเลยเข้าไปอีก ยันเพื่อไทยมีแผนเดียว หนุน ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาล ดัน ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ให้ได้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกระแสข่าวว่ามีการตกลงเรื่องประธานสภา กับพรรคก้าวไกลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพรรคเพื่อไทยจะยอมถอยให้ ซึ่งมีเงื่อนไขคือหากว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่สามารถผ่านการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรีได้ พรรคเพื่อไทยจะขอเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเอง พร้อมกับได้ตำแหน่งรองประธานสภาสองตำแหน่งนั้น

นพ.ชลน่าน ระบุว่า ตนก็ไม่รู้ที่มาที่ไปของข่าวดังกล่าว ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ยังอยู่กับเลขาธิการพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง และรองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย ก็ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางต่างๆที่เราจะไปพูดคุย เจรจากับพรรคก้าวไกล รวมถึงกระบวนการเพื่อขอมติพรรคในวันที่ 3 กรกฎาคม ก่อนที่จะมีการโหวตประธานสภาในวันที่ 4 กรกฎาคม

ยันเพื่อไทยไม่มีแผน 2 แผน 3

นพ.ชลน่าน ยอมรับว่าแปลกใจกับข่าวที่ออกมา ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องของการปล่อยข่าวมากกว่า ยิ่งปล่อยข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนก็พูดมาตลอด ว่าเพื่อไทยไม่มีแผน 2 แผน 3 เพราะเราเคารพพรรคแกนนำ เรามีแผนเดียวคือสนับสนุนพรรคแกนนำและสนับสนุนให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

เพราะหากเราไปพูดถึงแผน 2 แผน 3 มันก็คือการสมมุติหากใช้คำว่า “ถ้า” มันก็จะถูกตีความเยอะ เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าเราไปขอเป็นแกนนำอะไรต่างๆ ยืนยันมันไม่มี ในสิ่งที่ได้พูดคุยกัน และในสิ่งที่ตนได้สื่อสารออกไป

นพ.ชลน่าน กล่าวย้ำว่า ตนนั้นคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก บางคนไปตีความ สิ่งที่ตนสื่อสารออกไปผิด ที่ตนให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่าเปรียบประชาชนเป็นพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่ให้เขามาอย่างไรเราก็ต้องทำ แม้เราไม่เห็นด้วยในเรื่องนั้นตนก็เลยเปรียบเทียบ ให้ฟังกลับไปตีความตนผิด กลายเป็นว่าไม่รักกัน มันไม่ใช่ไม่รักกัน 

การคลุมถุงชนมันไม่ใช่ว่ารักหรือไม่รัก จริงอยู่ส่วนหนึ่งที่อาจมีไม่รักแต่ถูกจับมาแต่ง บางครอบครัวเขาไม่เคยเจอกันเลยแต่ถูกจับมาแต่งเขาก็รักกัน เป็นคู่ชีวิตที่ยั่งยืน อย่างเช่นคนจีนที่มีครอบครัวเข้มแข็ง ความหมายของตนเพียงแค่จะต้องการให้เห็นความสำคัญของประชาชน ว่าเขามอบอำนาจมาให้เราเหมือนพ่อเหมือนแม่ ดังนั้นเราเองไม่มีสิทธิ์ที่จะไปคิดอย่างอื่นเลย ตนต้องการจะเปรียบเทียบเท่านี้ แต่อาจจะสื่อสารไขว้เขวก็ต้องขออภัย

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจะไม่เป็นเงื่อนไข ที่จะไปทำให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ จุดมุ่งหมายก็คือการทำให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้ และให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ นี่คือสูตรเดียวของพรรคเพื่อไทยไม่มีการคิดอย่างอื่นเลย

เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่งรองประธานสภาสองคน และเป็นเงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐบาลแทนหากก้าวไกลทำไม่สำเร็จนั้น นพ.ชลน่าน ยืนยัน เป็นการปล่อยข่าว ระดับแกนนำเองก็ยัง งง ว่ามายังไง เพราะไม่ใช่ผลดีกับพรรคแน่นอน และคนที่ปล่อยข่าวมาอ้างตัวว่าเป็นแหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย อย่างนี้ยิ่งส่งผลไม่ดี ยิ่งทำให้เราตกเป็นจำเลยเข้าไปอีก

“ผมขอย้ำอีกครั้งว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นในฉันทามติของประชาชน สนับสนุนนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยที่พรรคเพื่อไทยจะไม่เป็นเงื่อนไขในการที่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จ”นพ.ชลน่าน กล่าวยืนยัน

เลขาฯ ก้าวไกล มั่นใจ 4 ก.ค. โหวต ‘ประธานสภา’ ราบรื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552412

29 มิ.ย. 2566

เลขาฯ ก้าวไกล มั่นใจ 4 ก.ค. โหวต ‘ประธานสภา’ ราบรื่น

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล มั่นใจ 4 ก.ค. โหวต ‘ประธานสภา’ ราบรื่น ขณะที่มีรายงานข่าว เพื่อไทยถอยให้ก้าวไกล หากโหวตไม่ผ่าน เปิดทางให้พรรคอันดับ2 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการรายงานข่าวว่าอาจยังไม่มีการประชุมสภาและโหวตประธานสภาในวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 ตามกำหนด เนื่องจากเกรงว่าการเจรจาเรื่องประธานสภายังไม่เรียบร้อย พรรคก้าวไกลได้รับการติดต่อจากทางสภาผู้แทนราษฎรเช่นกันในกรณีดังกล่าว

และยืนยันว่าพรรคก้าวไกล พร้อมเข้าร่วมประชุม หากมีการเรียกประชุมสภา ในวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม 2566 ไม่จำเป็นต้องมีการเลื่อนแต่อย่างใด

เลขาฯก้าวไกล  ยังยืนยันด้วยว่า กรณีการโหวตประธานสภา จะเรียบร้อยดี เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล มีข้อสรุปร่วมกันได้ก่อนวันที่ 4 กรกฎาคมอย่างแน่นอน

“และทั้งสองพรรคจะจับมือกันตั้งรัฐบาลให้ได้ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง”

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย ระบุว่าตำแหน่งประธานสภา ได้ข้อยุติแล้ว โดยพรรคก้าวไกล จะได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่งรองประธานสภาฯ 2 ตำแหน่ง

บนเงื่อนไขว่าทั้ง 8 พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม จะชูนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถ้านายพิธาไม่สามารถฝ่าด่าน สว.ได้ พรรคเพื่อไทย จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีพรรคก้าวไกลจะอยู่ช่วยพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล

ด้อมส้ม ยิ้ม   ‘เพื่อไทย’  ยอมถอย  ส่ง ‘ประธานสภา’ ให้ ก้าวไกล 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552409

29 มิ.ย. 2566

ด้อมส้ม ยิ้ม   'เพื่อไทย'  ยอมถอย  ส่ง 'ประธานสภา' ให้ ก้าวไกล 

วงในพรรคเพื่อไทย บอกกับทีมข่าว  “เนชั่นทีวี”  ปิดฉากมหากาพย์ “ประธานสภา” สรุป  “เพื่อไทย” ยอมถอยให้ พรรคก้าวไกล   ภายใต้เงื่อนไข หาก “พิธา”  ฝ่าด่านเสียงโหวตขึ้นนายกฯไม่ได้   ถึงคราว”เพื่อไทย” จะรับหน้าที่เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล

แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย  ให้สัมภาษณ์กับ ผู้สื่อข่าว “เนชั่นทีวี” ว่า  ตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ” ประธานสภา” ที่เป็นประเด็นความเหมาะสม ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคก้าวไกล  ขะณนี้ได้ข้อยุติแล้ว โดยพรรคก้าวไกล จะได้ตำแหน่งประธานสภา  ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่งรองประธานสภา  2 ตำแหน่ง บนเงื่อนไขว่าทั้ง 8 พรรคร่วม  จะสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี 


อย่างไรก็ตาม หากนายพิธาไม่สามารถดึงเสียงสว. ที่จะมีเสียงโหวตสนับสนุนเข้ามา  ทางพรรคเพื่อไทย จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลอยู่ช่วยพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาลไม่แยกตัวออกไปไหน   ซึ่งแนวทางนี้เมื่อ ทางสส. เพื่อไทยรับทราบ ก็มีบางส่วนยอมรับว่าขัดความรู้สึกบ้าง แต่เมื่อได้รับฟังการชี้แจงถึงเป้าหมายในการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคก้าวไก ลจะยืนข้างพรรคเพื่อไทยไม่แยกตัวไปไหนกรณีที่เพื่อไทยเป็นแกนนำ ทำให้ สส. รับฟังเหตุผลดังกล่าว   และในประเด็น “ประธานสภา” ทางพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ยังมีความเห็นร่วมกันว่า จะไม่ให้สมาชิกของทั้งสองพรรค ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว เพราะเกรงจะกระทบต่อการหารือแกนนำ 8 พรรคร่วม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.ค.

‘กังฟู’ เผยอยากได้ ‘ประธานสภา’ ที่ทำงานแบบ ‘วัฒนธรรมการเมืองใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552407

29 มิ.ย. 2566

‘กังฟู’ เผยอยากได้ ‘ประธานสภา’ ที่ทำงานแบบ ‘วัฒนธรรมการเมืองใหม่’

‘กังฟู’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง เผย อยากได้ ‘ประธานสภา’ ที่ทำงานแบบ ‘วัฒนธรรมการเมืองใหม่’ เป็นกลาง และเพื่อประชาชน ย้ำหลักการ”หลักข่อยอยู่บ่นาน หลัการอยู่ตลอดไป” ลั่น การเมืองแบบเก่าจบตั้งแต่ 14 พ.ค. แล้ว มั่นใจ 2 พรรคแกนนำ เคลียร์ปมประธานสภาจบ

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (กังฟู) หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง ให้สัมภาษณ์ถึง 2 พรรคการเมืองใหญ่ พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ยังไม่มีข้อยุติตำแหน่งประธานสภาจนเกิดกระแส 8 พรรคร่วมอาจจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จนั้น

นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ไม่อยากให้ตำแหน่งประธานสภามาทำให้การจัดตั้งรัฐบาลต้องหยุดชะงัก อยากให้ 2 พรรคแกนนำยอมถอยกันคนละก้าว เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น และรักษาในสิ่งที่ประชาชนเลือกเข้ามา เชื่อว่าจะสามารถคุยกันได้พร้อมให้กำลังใจ 2 พรรค

ส่วนกำหนดการพูดคุยหารือเลื่อนออกไปนั้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในและความมั่นคงในการตั้งรัฐบาล ของ 8 พรรคร่วมหรือไม่ นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ทั้ง 2 พรรคมีทีมงานที่มีฝีมือ มั่นใจว่า การเลื่อนการพูดคุยออกไปไม่กระทบ 

“แต่สิ่งสำคัญต้องเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนโดยเร็ว ด้วยการรีบจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วโดยไม่เอาตำแหน่งประธานสภามาเป็นอุปสรรค”

ส่วนตัวยังเห็นว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งประธานสภาก็ได้หมด แต่ขอยืนหยัดอยู่บนหลักการส่วนรวม ไม่ใช่หลักการส่วนตัว พร้อมสื่อสารเป็นภาษาอีสาน ”หลักข่อยอยู่บ่โดน แต่หลักการจะอยู่ตลอดไป”

หากทั้ง 2 พรรคสามารถตกลงกันได้ก็ไม่มีปัญหา และเชื่อว่าจะไม่มีการปล่อยฟรีโหวตเพราะพี่ใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย ได้ออกมายืนยันชัดเจนแล้วว่าจะควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น หากปล่อยให้เกิดการฟรีโหวตอาจจะเป็น “เฟลโหวต” ได้

ส่วนเพื่อไทยจะมีความจำเป็นต้องเปิดชื่อผู้ชิงตำแหน่งประธานสภา เหมือนกับที่พรรคก้าวไกลเปิดชื่อ “หมออ๋อง” นายปฏิพัทธ์ สันติธาดา มาแล้วหรือไม่นั้น ก็ไม่สามารถจะตอบแทนพรรคเพื่อไทยได้ แต่ไม่ว่าใครจะมาเป็นส่วนตัวก็ยินดีหมด

เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะพรรคเพื่อไทรวมพลังมีสส.ทำงานในสภาครั้งแรก ความเห็นส่วนตัวอยากได้ประธานสภา ที่ยึดหลักวัฒนธรรมการเมืองแบบเดิม หรือแบบใหม่ นายวสวรรธน์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่ อยากเห็นวัฒนธรรมการเมืองแบบใหม่ ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ ได้ไปทำงานในสภาผู้แทนราษฏร 

“วัฒนธรรมการเมืองแบบเก่า ได้จบลงไปตั้งแต่วันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคมแล้ว คนที่มาดำรงตำแหน่งประธานสภา ก็ควรจะต้องเป็นคนที่มีความเป็นกลาง ไม่ใช่ สส. ของพรรคใดพรรคหนึ่ง และเป็นประธานสภาของประชาชน” หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง กล่าวสรุป

สยบข่าว 2 พรรคร้าว ‘อุ๊งอิ๊ง’- ‘ไหม’ โพสต์ภาพประชุมร่วม ‘พท.-ก.ก.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552406

29 มิ.ย. 2566

สยบข่าว 2 พรรคร้าว ‘อุ๊งอิ๊ง’- ‘ไหม’ โพสต์ภาพประชุมร่วม ‘พท.-ก.ก.’

‘อุ๊งอิ๊ง-ไหม’ โพสต์สตอรี่ประชุมร่วม กับ แกนนำ ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ถกจัดสรรงบประมาณปี 2567 นัดแรก สยบข่าว 2 พรรคร้าว

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้โพสต์สตอรี่อินสตราแกรมส่วนตัว โดยเป็นคลิปการประชุมร่วมกัน ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล 

ซึ่งทางฝั่งพรรคเพื่อไทย นั้น ประกอบไปด้วย น.ส.แพทองธาร นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย

ขณะที่ตัวแทนจากพรรคก้าวไกล มีนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล

สยบข่าว 2 พรรคร้าวสยบข่าว 2 พรรคร้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้(29 มิ.ย. 2566) ที่ได้มีการนัดหมายที่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพมหานคร(กทม.) ซึ่งเป็นโรงแรมของ อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 

และนับเป็นการหารือร่วมกันของทั้ง 2 พรรคครั้งแรก เพื่อพิจารณาถึงการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567

ขณะเดียวกัน ‘ไหม’ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Sirikanya Tansakun – ศิริกัญญา ตันสกุล” เป็นภาพเดียวกับที่อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร  โพสต์สตอรี่อินสตราแกรม ซึ่งมีใจความว่า “หารือร่วมกันกับเพื่อไทย เพื่อวางแผนงานบริหาร ทำงานต่อไม่รอแล้วนะ”

ไหม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว บัญชีชื่อ Sirikanya Tansakun - ศิริกัญญา ตันสกุลไหม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว บัญชีชื่อ Sirikanya Tansakun – ศิริกัญญา ตันสกุล

ทั้งนี้ การโพสต์ภาพ-คลิป ประชุมร่วม 2 พรรคการเมืองใหญ่ ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ช่วยสยบข่าว 2 พรรคร้าวได้ไม่น้อย จากเดิมที่มีกระแสว่าพรรคร่วมรัฐบาล เกิดความแตกแยก สาเหตุมาจากตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ยังไม่มีข้อยุติ

ชัดเจน สนง.เลขาสภาฯ ร่อนหนังสือเรียกประชุมสภา 4 ก.ค. เลือก ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552403

29 มิ.ย. 2566

ชัดเจน สนง.เลขาสภาฯ ร่อนหนังสือเรียกประชุมสภา 4 ก.ค. เลือก ‘ประธานสภา’

สนง.เลขาสภาฯ ร่อนหนังสือ เรียกประชุมรัฐสภา สส.นัดแรก อังคารที่ 4 ก.ค.นี้ โหวตลับเลือก ‘ประธานสภา’ – 2 รองประธานสภา

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือแจ้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1

ครั้งที่ 1(สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ในวันอังคารที่ 4 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 6 อาคารรัฐสภา

โดยมีระเบียบวาระการประชุม 3 เรื่อง ประกอบด้วย

1.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

หนังสือเชิญประชุมสภาผู้แทนราษฏร ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2566 จากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร หนังสือเชิญประชุมสภาผู้แทนราษฏร ลงวันที่ 29 มิ.ย. 2566 จากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร

ชัดเจน สนง.เลขาสภาฯ ร่อนหนังสือเรียกประชุมสภา 4 ก.ค. เลือก ‘ประธานสภา’

2.เลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

3.เลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกนี้ จะมีนายวิโรจน์ เปาอินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยทำหน้าที่เป็นประธานสภาชั่วคราว เพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ

เสรีพิศุทธ์ ขอ เพื่อไทย – ก้าวไกล ตระหนักได้บ้าง เสียบ้าง ยุติ ประธานสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552404

29 มิ.ย. 2566

เสรีพิศุทธ์  ขอ เพื่อไทย - ก้าวไกล ตระหนักได้บ้าง เสียบ้าง  ยุติ ประธานสภา

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มองประเด็น ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร “ประธานสภา” ทั้ง เพื่อไทย และ ก้าวไกล ต้องทำใจ ได้บ้างเสียบ้าง ย้ำการทำงานในสภามีความสำคัญ ส่วนเทียบความเหมาะสม ให้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะคุณสมบัติครบ

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย   เปิดเผยว่า  ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร “ประธานสภา”  ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล  ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป   เชื่อว่าจะจบลงได้ด้วยดี     ท้้งเพื่อไทยและก้าวไกล    ต้องรักษาประชาธิปไตยเอาไว้   เจรจาให้ได้ข้อยุติ
อาจจะมีได้บ้างเสียบ้าง อย่าไปคิดมากเพราะมันจะมีปัญหา  ในตัวบันทึกข้อตกลง( เอ็มโอยู)  ระบุว่า สนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้พูดถึงประเด็น “ประธานสภา”    หากจะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาก็มีสิทธิ แต่จะตกลงอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสองพรรค  พรรคเสรีรวมไทยไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่ให้กำลังใจหวังว่าจะตกลงกันให้ได้

ทั้งนี้การทำงานร่วมกันในสภาสำคัญกว่า ที่จะมีปัญหาการแตกหักกัน    ส่วนการที่พรรคก้าวไกล เปิดชื่อ  นายปดิพัทธ์ สันดิภาดา   สส.พิษณุโลก และพรรคเพื่อไทย เปิดชื่อ   นายแพทย์ชลน่านศรีแก้ว สส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย    ต่อตำแหน่ง “ประธานสภา”  ตนเคยตอบไปแล้ว นายแพทย์ชลน่าน เป็น สส.หลายสมัย เคยเป็นรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้านฯ ส่วนนายปดิพัทธ์ เป็น สส.มา 1  สมัย ซึ่งคนทำหน้าที่ประธานสภา ต้องรอบรู้และมีประสบการณ์ ดังนั้นนายแพทย์ชลน่าน จึงมีประสบการณ์มากกว่า 

“ต้องแยกกันให้ออกเลือกประธานสภา กับนายกรัฐมนตรี  คนละส่วน  ถ้าเอามารวมกันจะตกลงกันไม่ได้ เมื่อเราสนับสนุนนายพิธา ต้องสนับสนุนให้เต็มที่  ซึ่งมันไม่อยู่ที่ผม แต่อยู่ที่สองพรรค”  เขา กล่าว