‘เพื่อไทย’ พ้อ ‘พรรคอันดับ2’ ทำอะไรก็ผิด ย้ำปม ‘ประธานสภา’ จบ 2 ก.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552380

29 มิ.ย. 2566

‘เพื่อไทย’ พ้อ ‘พรรคอันดับ2’ ทำอะไรก็ผิด ย้ำปม ‘ประธานสภา’ จบ 2 ก.ค.

ชลน่าน-ภูมิธรรม ประสานเสียง คุยก้าวไกล ปม ‘ประธานสภา’ จบ 2 ก.ค. แน่ พรรคเพื่อไทยไม่อาจเสนอชื่อแข่ง หากพรรคก้าวไกลไม่ให้ ตัดพ้อ ‘พรรคอันดับ2 ทำอะไรก็ผิด ทัวร์ลงตลอด ย้ำชัด เพื่อไทยก้าวไกลไม่อาจแยกออกจากกันได้

ปมตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฏร ยังไร้ข้อยุติระหว่าง พรรคอันดับ1 อย่างพรรคก้าวไกล และพรรคอันดับ2 อย่างพรรคเพื่อไทย จนถึงขั้นต้องเลื่อนประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลออกไปจากเดิม ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ตอนนี้เป็นไปตามนัดหมายใหม่ที่พรรคก้าวไกลนัดในวันที่ 2 กรกฎาคม ต่อจากคณะเจรจาของพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยคุยกันได้ข้อสรุปในช่วงเวลา 09:00 น. และชัดเจนแล้วว่าไม่มีการเลื่อนออกไปอีกแล้ว เมื่อได้ข้อสรุปช่วงบ่ายก็จะประชุมหัวหน้า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ต่อ ฉะนั้นสิ่งที่มีความชัดเจนในประเด็นที่จะพูดคุยกันเป็นการพูดคุยภายใน โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะนำข้อเสนอไปคุยกับคณะเจรจาของพรรคก้าวไกล ซึ่งมีความมั่นใจว่าคณะเจรจาทั้งจะคุยกันสรุปจบได้ดี

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงประเด็นที่มีสื่อนำเสนอสูตรตั้งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยได้ 13 รัฐมนตรี+1ตำแหน่งประธานสภาฯ ส่วนพรรคก้าวไกลได้15+1 ตำแหน่งนายกฯ นั้น ว่า ตัวเองเห็นข่าวแล้วยังรู้สึกงง ว่าไปเอาสูตรนี้มาจากไหน เพราะไม่เคยไปพูดหรือให้ข่าวที่ไหน พรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันในจุดเริ่มต้น 14 + 1 ยึดหลัก 14 + 1 คือตำแหน่ง 14 รัฐมนตรี และ 1 ตำแหน่งประธานสภา ซึ่งจะต้องหารือกัน

ไม่มี สูตร 13+1 และ15+1

และที่บอกไปว่า 14 + 1 ตัวเองได้พูดแล้วว่า หากประกาศชัดเจนแล้ว ให้เริ่มต้นยึดหลักการนี้มาประกอบการเจรจา เรื่องอื่นไม่ใช่สูตรที่ตายตัว โดยเฉพาะสูตร 13+1และ15+1 ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน พรรคเพื่อไทยจึงไม่ยืนยันและไม่ทราบทั้งสิ้น ยังย้ำว่าไม่เคยเสนอสูตรนี้ เรายังคงยืนยันข้อเสนอเดิมคือ 14 + 1 แล้วตั้งแต่เสนอไปก็ยังไม่เคยได้รับคำตอบจากพรรคก้าวไกลเลย จึงคิดว่าต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่เคยเจรจาไว้

นพ.ชลน่าน กล่าวเสริมว่า เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ 2 เราเข้าใจตัวเราดี หลักการเจรจาสองพรรคอันดับสองเคารพพรรคอันดับ 1 และของใช้ คำว่า “เป็นข้อเสนอ” เพื่อให้พรรคอันดับ 1 พิจารณา 14 + 1 คือสิ่งที่เราขอให้พรรคก้าวไกลพิจารณา ไม่ใช่กันยื้อแย่งหรือบีบบังคับ และวงเจรจาแต่ละฝ่ายรู้สิทธิของตัวเองดี 

และเข้าใจดีว่า โดยหลักเป็นพรรคอันดับ 1 ควรได้สิทธิ์เป็นประธานสภา พรรคเพื่อไทยก็เข้าใจเรื่องนี้ดีจึงขอว่า “ให้มาเป็นของพรรคอันดับ 2 ได้หรือไม่” เพื่อดุลยภาพในการทำงาน พรรคก้าวไกลเป็นประมุขฝ่ายบริหารแล้ว เพื่อไทยขอเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติบ้าง ทั้งหมดย้ำว่า “เป็นข้อเสนอ ไม่ได้ไปแย่งก้าวไกลมา”

นพ.ชลน่าน และนายภูมิธรรม นพ.ชลน่าน และนายภูมิธรรม

“ยืนยัน ไม่ได้เป็นการหักหลังประชาชนมาแต่ประการใด เค้าจะให้หรือไม่ให้เราก็ต้องการคำตอบเป็นทางการเท่านั้นเอง”

นายภูมิธรรม แจกแจงอีกว่า สูตร 14+1 เสนออยู่บนพื้นฐานคะแนนที่ไล่เรี่ยกัน และพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลก็อยู่บนพื้นฐานอารมณ์ผู้สนับสนุนทั้ง 2 ฝ่าย ที่จะให้ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมมือและทำงานร่วมกันได้ แต่เรายังไม่ได้รับคำตอบ เวลานี้สิ่งที่ถูกสื่อสารออกมาข้างนอกเป็นคำตอบรายบุคคล หรือ เป็นคำตอบที่ไม่เป็นทางการทั้งสิ้น พรรคเพื่อไทยยังคงอยากได้การพูดคุยที่เป็นทางการ

ส่วนต่อจากนี้พรรคก้าวไกลจะเป็นอย่างไรนั้น นพ.ชลน่าน บอกว่า เราเอาพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะ 25,000,000 เสียง ที่เลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นเสียงข้างมากเด็ดขาด จึงขอใช้สิ่งนี้เป็นตัวตั้ง เป็นหลักในการเจรจา และเป้าหมายสุดท้าย ต้องการรัฐบาลที่มาจากฝ่ายประชาธิปไตย 

“หากทั้ง 2 พรรคยึดเอาหลักนี้เป็นตัวตั้ง มีข้อสรุปออกมาดีอย่างแน่นอน สิทธิ์ของพรรคอันดับ 1 ถ้าเค้ายังยืนยันว่า ขอแล้วไม่ให้ เราเป็นพรรคอันดับ 2 ก็ต้องพิจารณาว่าเมื่อไม่ให้สิทธิ์นั้น เราขอไปแล้วไม่ได้รับ จะทำอย่างไรต่อ แต่ยืนยันว่าหลักการ อยู่บนพื้นฐานของรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยมั่นใจเรื่องนี้”

ส่วนที่เมื่อวานนี้พรรคก้าวไกล ให้นายปฏิพัทธ์ สันติภาดา ขึ้นเป็น บุคคลที่พรรคก้าวไกล วางไว้ว่าจะให้เป็นประธานสภา ออกมาแสดงวิสัยทัศน์การทำงานในตำแหน่งประธานสภา จะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียเปรียบหรือไม่ เพราะยังไม่มีแม้แต่ชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภา นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เป็นดุลยพินิจของประชาชน แต่การพูดคุยกันยังไม่ได้เสนอชื่อบุคคล เพราะเราเคารพการตัดสินใจที่จะปรึกษาหารือกัน พรรคเพื่อไทยจึงถือว่ายังไม่ได้เสนออะไร หากยังไม่ชัดเจนให้เกิดเป็นประเด็น หรือปัญหาที่ทำให้ไม่พอใจกัน 

โดยเฉพาะผู้สนับสนุนของทั้ง 2 พรรค แต่ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคก้าวไกลหากจะเสนอก็เสนอไป พรรคเพื่อไทยเคารพการพูดคุยกัน จึงยังขอไม่เสนอบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภา แค่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเสนอชื่อ เพราะเรามีบุคลากรที่มีความพร้อมในตำแหน่งนี้

พร้อมยังปฏิเสธที่มีบางสื่อเสนอ ว่าพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่มีการเสนอชื่อ แต่โดยการคุยต้องดูความสมดุล และสมเหตุสมผลเพื่อให้กองเชียร์ 2 ฝ่ายเข้าใจ และรู้สึกดี ว่า หัวหน้าพรรคทั้ง 2 ฝ่าย ควรได้ตำแหน่งที่สมดุลกัน เพื่อที่จะทำงาน และประสานงานกันได้ด้วยดี แต่ทั้งหมด ก็ยังไม่ใช่ข้อสรุปต้องเอาไปหารือกันก่อน 

ทั้งนี้ที่สุดแล้วตัวเองบอกไม่ได้ว่า ต้องเป็นอย่างนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเจรจา และกรรมการบริหารพรรค ที่จะตัดสินใจว่าพรรคเพื่อไทย จะเสนอชื่อใคร เพราะในพรรคเพื่อไทยก็ยังมีคนที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นประธานสภาหลายคน จึงต้องดูว่าใครเหมาะสมทำหน้าที่นี้

นายภูมิธรรม ยังบอกอีกว่า ไม่ทราบว่าการนัดประชุมสภาวันที่ 4 กรกฎาคม จะเลื่อนออกไปก่อนหรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับแจ้งจากทางสภา แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพูด พรรคเพื่อไทย อยู่บนพื้นฐานที่เป็นเจตจำนงของประชาชน เดินหน้าสร้างรัฐบาลฝ่ายประชาชนให้เกิดขึ้นให้ได้

พ้อเพื่อไทยทำอะไรก็ผิด

ขณะที่นพ.ชลน่าน กล่าวเสริมว่า การจะเสนอชื่อ พรรคก้าวไกลมีสิทธิ์ จะเสนอชื่อใครก็ได้โดยชอบ และพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมฯ ก็ให้สิทธิ์พรรคก้าวไกล ในการนำทุกประเด็น ที่จะเจรจาตั้งรัฐบาล และที่สำคัญ เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ2 ค่อนข้างระมัดระวัง อย่างมากที่จะเสนออะไรออกไป แม้แต่ การเสนอขอตำแหน่งประธานสภา 

“ไม่ใช่แค่ทัวร์ แต่ทุกอย่างมาลงที่พรรคเพื่อไทยหมดด้วยความไม่เข้าใจ ดังนั้นการเสนอขอประธานสภาของพรรคเพื่อไทย เป็นการเสนอขอตำแหน่งโดยที่ ยังไม่ได้รับคำตอบ ถ้าไปดันเอาชื่อใครเสนอประกบกับก้าวไกล พรรคเพื่อไทยจะถูกประณามมากกว่านี้ 

จะถูกมองว่าไปแข่งกับพรรคก้าวไกล ซึ่งเรายืนยันว่าไม่ได้แข่งแต่ขอคุยจะอนุญาตหรือไม่ หากไม่ให้ก็เป็นสิทธิ์ของก้าวไกล เพราะเป็นพรรคอันดับ 1 จะทำอะไรก็ได้ พรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาพิจารณาว่า เมื่อเขาไม่ให้ เราจะพิจารณาการทำงานร่วมกันอย่างไรต่อ”

เพื่อไทย-ก้าวไกล ไม่แยกจากกัน

ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่อาจแยกออกจากก้าวไกลได้ เพราะเราถูกมัดรวม ด้วยอาณัติของประชาชน แม้เราอยากออกไปก็ออกไปไม่ได้” ขอเน้นคำนี้ “ อยากออกก็ออกไม่ได้ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยมีสิทธิ์ แต่มันไม่ชอบธรรม เพราะประชาชน 25,000,000 เสียง มัดเพื่อไทยกับก้าวไกลรวมกันแล้ว เปรียบเหมือนพ่อแม่จับลูกคลุมถุงชนแต่งงาน”

นพ.ชลน่าน ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า เมื่อพรรคก้าวไกลไม่ให้ เราก็ไม่ควรจะรับเอาไว้ และวันที่โหวตเลือกประธานสภาก็ควรมีเพียงชื่อเดียว ไม่มีการปล่อยให้ฟรีโหวต พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้เกิดขึ้น และปฏิเสธว่ายังไม่ได้รับแจ้งจากเลขาประธานสภา ว่าจะเลื่อนการเปิดประชุมสภาในวันที่ 4 กรกฎาคมออกไป หากจะเลื่อนออกไปกว่านี้ก็เป็นหน้าที่ของสภาฯ

‘เพื่อไทย’ พ้อ ‘พรรคอันดับ2’ ทำอะไรก็ผิด ย้ำปม ‘ประธานสภา’ จบ 2 ก.ค.

ส่วนที่ส่วนที่มีรายงานข่าว การประชุมวันที่ 4 กรกฎาคมต้องเลื่อนออกไปนั้น ด้วยเหตุผลพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลยังตกลงตำแหน่งประธานสภากันไม่ได้นั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “สภามายุ่งอะไร”และย้ำว่า ทุกอย่างต้องจบในวันที่ 2 กรกฎาคม “ไม่มีถ้า!” เพราะจะโหวตกันวันที่ 4 กรกฎาคมนี้แล้ว ต้องทำให้จบทั้ง 2 ฝ่าย จะจบเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้

‘ประยุทธ์’ ลั่นทำหน้าที่รักษาการนายกฯ จนครม.ชุดใหม่ ถวายสัตย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552364

29 มิ.ย. 2566

'ประยุทธ์'   ลั่นทำหน้าที่รักษาการนายกฯ จนครม.ชุดใหม่ ถวายสัตย์

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แจงการทำหน้าที่รักษาการนายกฯ จะไปสิ้นสุดก็ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ย้ำทุกอย่างมีกรอบระยะเวลา ระบุการตั้งรัฐบาลล่าช้า ยิ่งเป็นการสูญเสียโอกาส

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม    เปิดเผยว่า  การจัดตั้งรัฐบาล  ยังประเมินไม่ได้ว่าจะช้าหรือเร็ว เนื่องจากเป็นกระบวนการทางการเมือง  อย่างไรก็ตามในแง่ของการทำหน้าที่ในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี   จะต่อเนื่องไปคือวันจันทร์ที่ 3 ก.ค.  ที่จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร และจากนั้นจะเป็นการหารือร่วมกันในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายในกรอบกฎหมายที่มีอยู่แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังวันที่ 3 กรกฎาคม นายกรัฐมนตรี จะไม่เข้ามาปฏิบัติงานอย่างทำเนียบรัฐบาลใช่หรือไม่   พล.อ.  ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมพูดไปหลายครั้งแล้ว รักษาการต้องทำงานถึงเมื่อใด  คือถึงวันที่คณะรัฐมนตรีใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ มีกำหนดอยู่แล้ว แต่ถ้าเลื่อนไปเรื่อย ๆ  ก็ยังเป็นรักษาการอยู่เข้าใจไหม ในระหว่างนี้ มันเรียบร้อยถ้ามันเรียบร้อย ผมก็ไปตามนู้น มันมีกำหนดอยู่แล้ว จะอยู่จะไปเมื่อไหร่ จะคิดเอาเองได้ไงเล่า แล้วใครจะรักษาการ  แล้วใครจะรับผิดชอบ   ”  

พล.อ.ประยุทธ์ กล่างว่า    ขอทุกพรรคช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ เรียบร้อยและปลอดภัย ยึดมั่นใน สถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะคือประเทศไทย มีหลายอย่างที่แตกต่างจากต่างประเทศ  “ผมไม่อยากให้เกิดปัญหา ไม่อยากให้ล่าช้าจนนานเกินไป แล้วมีผลเสีย เรากำลังมีโอกาส ก็อย่าไปทำให้เกิดวิกฤต เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ขอให้ปรึกษาหารือกันให้ดี ให้ได้รัฐบาลที่ดี”  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

‘พิธา’ เดินสายพิษณุโลก ขอบคุณปชช. เลือก สส. ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552357

29 มิ.ย. 2566

'พิธา' เดินสายพิษณุโลก ขอบคุณปชช. เลือก สส. ก้าวไกล

สื่อสังคมออนไลน์ “ก้าวไกลพิษณุโลก” ออกโปรแกรม “พิธา” มีกำหนดการเดินทางไปที่จังหวัดพิษณุโลก วันพรุ่งนี้ ขอบคุณประชาชนที่เลือกสส.พรรค ได้มา 2 จาก 5 ที่นั่ง โดยหนึ่งในสองสส. ที่ได้มาคือ ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก เขต 1 ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ชิงตำแหน่งประธานสภา

เพจก้าวไกลพิษณุโลก มีการเผยแพร่กำหนดการของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคตดิเดตนายกรัฐมนตรี   ซึ่งเตรียมจะเดินทางไปขอบคุณประชาชนในวันพรุ่งนี้    (ศุกร์ที่ 30 มิ.ย.)  โดยภารกิจสำคัญคือ เวลา   17.00-18.00 น.  นายพิธา จะกล่าวปราศรัยขอบคุณประชาชน  ที่ลานสาธารณะ   สวนชมน่าน  อ.เมือง จ.พิษณุโลก  สำหรับจังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งทั้งหมด 2 เขต จาก 5 เขต   ในจำนวน สส. ที่ได้รับเลือกคือ  นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก เขต 1 และกรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคเหนือ ซึ่งเป็นบุคคลที่พรรคส่งลงชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฏร 

 สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ของนายพิธา ถูกกำหนดขึ้นแบบกระทันหัน ในช่วงการเสนอนายปฎิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก 2 สมัย  เป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานสภา ในนามพรรค  ก้าวไกล  ทั้งนี้นายปดิพัทธ์  ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุดด้วยคะแนนทิ้งห่างจากลำดับที่สองกว่า 20,000 คะแนน จึงคาดว่าเป็นความพยายามแสดงออกถึงพลังทางการเมือง ระหว่างการหารือเรื่องเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฏร  ยังไม่ลงตัว

 นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ 1 ก.ค.นายพิธา มีกำหนดการลงพื้นที่ต่อไปยัง จ.ขอนแก่น ซึ่งมีรายงานว่า จะขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน ร่วมกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ด้วย หากการเจรจาเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฏรสามารถจบได้อย่างลงตัว หรืออาจมีการยกเลิกกำหนดการที่ จ.ขอนแก่น หากตกลงเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฏรไม่ได้

'พิธา' เดินสายพิษณุโลก ขอบคุณปชช. เลือก สส. ก้าวไกล

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคตดิเดตนายกรัฐมนตรี  เตรียมจะเดินทางไปขอบคุณประชาชนในวันพรุ่งนี้    (ศุกร์ที่ 30 มิ.ย.)  ที่จ.พิษณุโลก 

.

ขอขอบคุณภาพ จากพรรคก้าวไกล 

‘สส.ร้อยเอ็ด’ แนะเพื่อไทย ยกแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็น ‘วาระแห่งชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552349

29 มิ.ย. 2566

‘สส.ร้อยเอ็ด’ แนะเพื่อไทย ยกแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็น ‘วาระแห่งชาติ’

‘สส.ร้อยเอ็ด’ แนะพรรคเพื่อไทย ยกปัญหาระดับแก้ปัญหาภัยแล้งเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ มั่นใจ โครงการธนาคารน้ำใต้ดินยุค ‘ยิ่งลักษณ์’ ตอบโจทย์เกษตรกร เชื่อแก้ปัญหาน้ำได้ทั้งระบบ ฉะ 8 ปี ‘ประยุทธ์’ ใช้เงินกว่า 600,000 ล้าน แต่ไร้ประสิทธิภาพ

ภัยแล้งปัญหาซ้ำซากในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียง(ภาคอีสาน) และภาคเหนือตอนบน แต่ปัญหาดังกล่าวยังคงอยู่แม้มีความพยายามมาหลายรัฐบาล ล่าสุดมีความเคลื่อนไหว จากสส.ร้อยเอ็ด ซึ่งจ.ร้อยเอ็ดจัดได้ว่าเป็นพื้นที่เกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้งมาทุกๆ ปี

นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน ได้รับข้อร้องเรียนจากเกษตรกรว่าเดือดร้อนมาก หลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทั้งนี้เพราะไม่มีน้ำทำการเกษตร ในขณะที่ลำน้ำชีแห้งขอด เกษตรกรไม่สามารถผันน้ำมาใช้ในการเกษตรได้

“ดังนั้น อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น พร้อมจัดหาน้ำตามธรรมชาติเพื่อใช้ในการเเกษตร บรรเทาทุกข์เกษตรกรโดยเร็ว”

ในขณะเดียวกันเกษตรกรหวังพรรคเพื่อไทยเดินหน้าในการแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างจริงใจ พร้อมสนับสนุนนโยบายธนาคารน้ำใต้ดิน ทั้งนี้ในแต่ละปีไทยมีปริมาณฝนตกลงมามาก แต่ไม่สามารถกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ประโยชน์ได้ 

นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยนายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

ดังนั้นโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน จะเป็นส่วนสำคัญการนำน้ำฝน ที่ตกลงมากักเก็บไว้ใต้ดิน ทั้งนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกมาในแต่ละปีให้เกษตรกร นำมาใช้ ประโยชน์ได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรอย่ามหาศาล

นายฉลาด กล่าวด้วยว่า โครงการบริหารจัดการน้ำสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นโครงการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ สามารถแก้ ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นพรรคเพื่อไทย ควรนำ โครงการดังกล่าวมาศึกษาใหม่ ปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เชื่อว่าหากโครงการนี้สำเร็จจะช่วยแก้ปัญกาภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“พรรคเพื่อไทยกำหนดแก้ปัญหาภัยแล้งเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมจัด ทำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างมีระบบ แก้ปัญหาภัยแล้ง และแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าโครงการดังกล่าวใช้ งบประมาณไม่มากแต่ได้ประโยชน์มหาศาล 

หากเทียบกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรี 8 ปี ใช้งบประมาณแก้ปัญหาภัยแล้งกว่า 600,000 ล้านบาทแต่ไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นควรนำโครงการบริหารจัดการน้ำ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาปรับปรุงใช้ ทั้งนี้เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับเกษตรกรทั้งประเทศอย่างแน่นอน” นายฉลาด กล่าว

แกนนำ ‘ก้าวไกล’ ย่องเข้าพรรค ปิดเงียบปม ‘ประธานสภาฯ’ จับตาแถลง 2 ก.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552346

29 มิ.ย. 2566

แกนนำ 'ก้าวไกล' ย่องเข้าพรรค ปิดเงียบปม 'ประธานสภาฯ' จับตาแถลง 2 ก.ค.นี้

แกนนำ ‘ก้าวไกล’ ย่องเข้าพรรค ปิดปากเงียบปม ‘ประธานสภาฯ’ คาดการณ์หากดีลสำเร็จ เตรียมแถลง 2 ก.ค. ขณะที่พรุ่งนี้ ‘พิธา’ เยือนถิ่น ‘หมออ๋อง’ ขอบคุณชาวพิษณุโลก

บรรยากาศพรรคก้าวไกลเงียบเหงา ท่ามกลางกระแสชิงเก้าอี้ “ประธานสภาฯ” มีเพียงรถของ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เข้ามาที่พรรค แต่นายชัยธวัชไม่ได้เดินทางมาด้วย 

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เข้ามาที่ทำการพรรค บอกเพียงสั้นๆ “เข้ามาทำงาน” 

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุลน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

ซึ่งแกนนำและสส.บางท่าน ได้เดินหลบเข้าไปทางด้านหลังของตึก จึงเป็นที่น่าจับตาว่า จะมีการประชุมลับหรือไม่ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากวันนี้พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยหารือเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ จนได้ข้อยุติ คาดจะมีการแถลงข่าว ก่อนประชุมแกนนำ 8 พรรคร่วมรัฐบาลในเช้าวันที่ 2 ก.ค. หลังจากเลื่อนประชุมเมื่อวานนี้ จึงทำให้เหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์ ก่อนที่จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 3 ก.ค. และโหวตเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 4 ก.ค. ตามลำดับ

ซึ่งตลอดช่วงเช้าวันนี้ ผู้สื่อข่าวติดต่อนายชัยธวัช หัวหน้าทีมเจรจา แต่ไร้การเคลื่อนไหว รวมถึง สส.ภายในพรรคเช่นกัน 

อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (30 ก.ค.) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก้าวไกล และแกนนำพรรคมีกำหนดการแห่ขอบคุณชาวพิษณุโลก สำหรับชัยชนะเลือกตั้ง 2 เขต คือ เขต 1 และเขต 5  จากทั้งหมด 5 เขต โดยเขต 1 เป็นของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา แคนดิเดตประธานสภาฯของพรรคก้าวไกลด้วย 

กำหนดการลงพื้นที่จ.พิษณุโลกกำหนดการลงพื้นที่จ.พิษณุโลก

แรงทะลุเวลา จาก ‘ฟ้ารักพ่อ’ ยุคธนาธร สู่ ‘ด้อมส้ม’ ของพิธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552343

29 มิ.ย. 2566

แรงทะลุเวลา จาก 'ฟ้ารักพ่อ' ยุคธนาธร สู่ 'ด้อมส้ม' ของพิธา

พลังคนรุ่นใหม่ พลิกโฉมการเมือง จาก ‘ฟ้ารักพ่อ’ ยุคธนาธร สู่ ‘ด้อมส้ม’ ของพิธา ว่ากันว่าเปรียบดั่งผนังทองแดงกำแพงเหล็ก

ด้อมส้ม วลีฮิตทางการเมืองนับตั้งแต่การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2566  มีรากศัพท์มาจาก Fanclub และ Kingdom  หมายถึง แฟนคลับของพรรคก้าวไกล ที่มีสัญลักษณ์ สามเหลี่ยมสีส้ม

ย้อนกลับไปปี 2561  การประกาศเข้าสู่เวทีการเมืองไทยในนามของพรรคอนาคตใหม่ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจหนุ่ม อดีตรองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ได้รับการตอบรับอย่างดี เพราะนอกจากความสามารถด้านธุรกิจที่มีผลงานจับต้องได้แล้ว ยังมีแนวคิดทางการเมืองที่ทันสมัย ก้าวหน้า และยังหน้าตาดีเข้ากับยุคสมัย

ก่อนหน้านั้น มีละครเรื่อง ดอกส้มสีทองมีเนื้อหา กลายเป็นกระแสที่คนพูดถึงอย่างมาก เนื่องจากตัวละครหลักหญิงชื่อ ฟ้า หรือ เรยา ที่มีบุคลิกแตกต่างจากตัวละครหลักทั่วไปในยุคนั้น มีบุคลิกฝีปากกล้า เปิดกว้างต่อเรื่องเพศ มีความทะเยอทะยานสูง รับบทโดย ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ถูกดันจากหน่วยงานด้านวัฒนธรรมหลายราย จนต้องยอมปรับเรตติ้งให้ผู้ชมที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครอง

ฟ้ารักพ่อ เป็นประโยคที่แสดงความพึงพอใจต่อชายที่มีอายุมาก ที่หน้าตาดีหรือฐานะดี  หรือทั้ง 2 อย่าง ได้รับความนิยมในหมู่คนหลากหลายทางเพศ ใช้เพิ่มอรรถรสในการแสดงความเห็นในโลกออนไลน์ คำนี้ถูกใช้มาเรื่อยๆ จนถึงยุคโซเชียล ก็มีการแชร์รูปภาพผู้ชายวัยกลางคนหน้าตาดี  จากฟ้ารักพ่อในละคร  กลายเป็นวลีฮิต ฟ้ารักพ่อ  เมื่อธนาธรเดินสายหาเสียงเลือกตั้ง

หลังจากการเลือกตั้งปี 2562 ศาลรัฐธรรมนูญสั่งปิดฉากพรรคอนาคตใหม่ ที่มีอายุการเมือง 1 ปี 4 เดือน18 วัน และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี ธนาธร นำกลุ่มผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ออกไปตั้งกลุ่มก้าวหน้า ขับเคลื่อนการเมืองนอกสภา และ ผลักดันแนวคิดการเมืองในรูปแบบของพรรคอนาคตใหม่ในหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่  และหันไปเล่นการเมืองในระดับท้องถิ่น  แจ้งเกิดในเวที อบจ.ได้ ในบางพื้นที่

ปัจจุบันนี้กลุ่มก้าวหน้า กำลังขยายเครือข่ายสู่เวทีอบต. ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในอีกปีกว่าๆ ส่วน สส.พรรคอนาคตใหม่ ในขณะนั้น ก็ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล โดยธนาธรเลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  เป็นทายาททางการเมือง

การเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้เสียงสนับสนุน กว่า 6 ล้าน 2แสนคะแนน ได้ สส. แบบจัดสรรปันส่วนผสมราวครึ่งร้อย ผ่านมาสี่ปี คะแนนในส่วนนี้ เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เพราะพรรคก้าวไกล กวาดคะแนน สส.บัญชีรายชื่อตามการเลือกตั้งแบบใหม่ไปถึง 14 ล้านคะแนน แม้คำนวณแล้วจะได้สส.บัญชีรายชื่อน้อยกว่า แต่รวมทั้งสองระบบแล้วก็มากกว่า พรรคที่ถูกยุบไป เท่าตัว  

ฟ้ารักพ่อจากอนาคตใหม่ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  จึงกลายมาเป็น ด้อมส้ม ผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้พรรคก้าวไกลของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในขณะนี้

พิธา เซลฟี่ กับแฟนคลับที่่่สมุทรสาครพิธา เซลฟี่ กับแฟนคลับที่่่สมุทรสาคร

‘สุธรรม’ เชื่อมั่นโผ ‘ประธานสภา’ จาก 2 พรรคใหญ่ทำงานได้ทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552340

29 มิ.ย. 2566

'สุธรรม' เชื่อมั่นโผ ‘ประธานสภา’ จาก 2 พรรคใหญ่ทำงานได้ทุกคน

สส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย เชื่อมั่นโผ ‘ประธานสภา’ จาก 2 พรรคใหญ่ทำงานได้ทุกคน ล้วนเป็นคนมีประสบการณ์ เอ่ยปากชม ‘ชวน หลีกภัย’ ทำหน้าที่ทั้งเก่ง-ดีีเยี่ยม ด้านประธานสส.เพื่อไทย ยัน สส.ไม่แตกแถว

นายสุธรรม แสงประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นถึงกรณีตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ยังคงต้องรอข้อสรุปจากวงเจรจาของทั้งสองพรรคการเมืองแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เชื่อมั่นโผ ‘ประธานสภา’ ทำงานได้

โดยเชื่อว่าสุดท้ายจะจบลงด้วยดี ตกลงกันได้ และจากรายชื่อแคนดิเดตประธานสภาฯ ของทั้งสองพรรคที่หลุดออกมานั้น อาทิ นายสุชาติ ตันเจริญ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว,นายชูศักดิ์ ศิรินิล,นายปดิพันธ์ สันติภาดา,นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ตนก็เชื่อว่าทุกคนสามารถทำงานได้แน่นอน เพราะทุกคนต่างมีประสบการณ์

นายสุธรรม บอกว่าตอนนี้ยังมีเวลา ที่ทั้งสองพรรคการเมืองแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะหาข้อยุติร่วมกันก่อนถึงวันเปิดประชุมสภานัดแรก ซึ่งเข้าใจว่าคณะเจรจาคงดำเนินการอยู่ 

ส่วนกรณีเสียงสมาชิกพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ เห็นว่าตำแหน่งประธานสภาฯ ควรจะต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย นายสุธรรม มองเป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่หลากหลาย แต่เชื่อว่าสุดท้ายทุกคนคงลงมติไปในแนวทางเดียวกัน

อดีตรองประธานสภาฯ ยังเอ่ยปากชื่นชมการทำหน้าที่ของ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ที่นั่งเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติเมื่อสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาว่าปฏิบัติหน้าที่ได้ดี และท่านเป็นคนเก่ง

ขณะที่ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน สส.  ระบุว่า ตนยังเชื่อว่าแนวทางการลงมติของสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปในแนวทางเดียวกัน

พร้อมระบุว่าอาจต้องมีการประชุมภายในก่อน ในวันลงมติเพื่อทำความเข้าใจตรงกันอีกครั้ง แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร และตอนนี้ก็ยังไม่ทราบผลของการเจรจาว่าจบลงแบบไหน รวมถึงยังไม่มีการนัดประชุม สส.เร็วๆนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยว่ายังไม่พบบรรดาแกนนำสำคัญเข้ามา คาดเตรียมเดินทางไปร่วมงานครบรอบวันก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ช่องวอยซ์ ทีวี ช่อง 34

ปมเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ไม่ลงตัว เหตุสภาฯ ยังไม่แจ้งเปิดประชุมสภานัดแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552337

29 มิ.ย. 2566

ปมเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ไม่ลงตัว เหตุสภาฯ ยังไม่แจ้งเปิดประชุมสภานัดแรก

สภาฯ ยังไม่แจ้งประชุมสภานัดแรก เพื่อเลือก ‘ประธานสภา’ คาดเหตุ 2 พรรคใหญ่ ‘ก้าวไกล-เพื่อไทย’ ดีลเก้าอี้ประธานสภายังไม่ลงตัว แต่ยังมีช่องได้ถึง 12 ก.ค.นี้ ระบุ ‘พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค’ รวมไทยสร้างชาติ ยังไม่มารายงานตัว

ความเคลื่อนไหวที่อาคารรัฐสภา นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรลงนามในหนังสือ แจ้งสมาชิกรัฐสภาทั้ง สส. และ สว. ขอเชิญเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 3 กรกฎาคมเวลา 17.00 น ณ ห้องโถง พิธีชั้น 11 อาคารรัฐสภา  กรุงเทพฯ ซึ่งตามกำหนดการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีจะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา

ในงานรัฐพิธีนี้ จะมีนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต ทูตานุทูตประเทศต่างๆ ประธานศาลฎีกา และประธานองค์กรอิสระเข้าร่วม กว่า1,000 คน 

ทั้งนี้ได้แนบคำแนะนำ สำหรับสมาชิกรัฐสภาในพิธีเปิดประชุม ทั้งขั้นตอน ต่างๆ และ เครื่องแบบการแต่งกายด้วย

ส่วนวันที่ 4 ก.ค. 2566 เดิมที่วางไว้เป็นกำหนดวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการทำหนังสือเชิญสมาชิก สส. และสว.เข้าร่วมประชุม

 โดยมีรายงานว่า สภาฯจะขอประเมินสถานการณ์ความพร้อมในการเลือกประธานสภาฯ อีกครั้งก่อน เนื่องจากขณะนี้ทั้ง 2 พรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ยังไม่ลงตัวในตำแหน่งนี้ คาดว่าต้องรอการหารือของ 8 พรรคการเมืองในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ 

เปิดสภาฯแจ้งล่วงหน้า 3 วัน

และตามขั้นตอนสภาฯจะต้องทำหนังสือแจ้งสมาชิกให้รับทราบก่อน 3 วันที่จะมีการ ประชุม และตามกรอบเวลาตามระเบียบ วันประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกจะต้องเปิดประชุมภายใน10 วัน นับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ซึ่งจะตรงกับวันที่ 12 ก.ค. 2566

‘พีระพันธ์ุ’ ยังไม่มารายงานตัว

สำหรับวันนี้(29 มิ.ย. 2566) นับเป็นวันที่ 10 ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดให้ สส.มารายงานตัว จนถึงขณะนี้ ยังขาดอีก 1 คนคือ นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ที่ยังไม่ได้มีการนัดหมายว่าจะเดินทางมารายงานตัวเมื่อใด

‘อาจารย์ม.ราม’ เผยเหตุผล ‘ตั้งรัฐใหม่’ ทำไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552307

29 มิ.ย. 2566

'อาจารย์ม.ราม' เผยเหตุผล 'ตั้งรัฐใหม่' ทำไม่ได้

‘อาจารย์ม.ราม’ เผยอดีตเคยมี ‘แบ่งแยกดินแดน’ ด้านศาสนา แต่ล้มเหลว เชื่อรื้อฟื้นความคิด แฝงการเมือง ส่วนตัวมองกิจกรรมกลุ่มนักศึกษา ตั้งคำถาม ‘ประชามติ’ เพื่อหาทางออกอย่างสันติ

ภายในงานเสวนา “ฤา รัฐนั้นจะเป็นเพียงความฝัน : ทบทวน วิเคราะห์ คลี่คลาย วาทกรรมว่าด้วย ‘การแบ่งแยกดินแดน’ ในรัฐไทย” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนหลังจากที่ “ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ” จัดกิจกรรม การกำหนดอนาคตตนเองกับสันติภาพปาตานี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีการถามความเห็นที่จะให้ชาวปาตานีออกเสียงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชได้อย่างถูกต้องกฎหมาย จนหลายฝ่ายเกิดความกังวล

ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เห็นการ “แบ่งแยกดินแดน” เกิดขึ้นหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า ความคิดในการแบ่งแยกดินแดนเป็นความคิดที่เก่ามาก หายไปแล้ว แต่แน่นอนที่พูดกันขึ้นมา เพราะเกิดจากปัจจัยทางสังคมการเมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการเมืองในปัจจุบัน ฉะนั้นเลยถูกหยิบสร้างขึ้นมา และด้วยตัวมันเองเคยมีความคิดนี้ อดีตเคยเกิดการทดลองรัฐศาสนาต่างๆ แต่ปรากฏว่า ล้มเหลว เพราะฉะนั้นปัจจุบันการต่อสู้ของกลุ่มคน ต่อสู้เพื่อที่จะมีอำนาจในการจัดสรรทรัพยากร ดูแลรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง ที่จะมีระบบการเมืองการปกครองที่ตัวเองสามารถดูแลตนเองได้ แต่อาจจะไม่ใช่ในลักษณะแบ่งแยกดินแดน

ส่วนจะเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หรือไม่ ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส ระบุว่า ปัจจุบันความคิดจัดตั้งรัฐในสมัยใหม่ที่แยกตัวออกไป ก็ไม่สามารถทำได้ แล้วในเชิงของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระบบระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับศาสนาด้วย ดังนั้นความกังวลต่างๆที่จะแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องการเมืองมากกว่า

ส่วนจะหากเกิดการแบ่งแยกดินแดนขึ้นจริง จะมีความรุนแรงหรือไม่ มองว่า ไม่ควรจะมีคำถามเช่นนี้เกิดขึ้น เพราะดินแดนไม่ใช่เรื่องแบ่งกันง่ายๆเหมือนเค้ก เหมือนหมูสับหรือปลา เนื่องจากต้องประกอบไปด้วยหลายอย่าง คำถามเหล่านี้ถามได้ แต่เป็นคำถามที่เรียกว่า ผิดที่ผิดทาง เป็นคำถามที่มีความคิดทางการเมืองบางอย่างอยู่เบื้องหลัง 

แต่ไม่ได้จะบอกว่าถามไม่ได้ แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่า บางครั้งการถามผู้อาจแฝงไปด้วยผลทางการเมืองบางอย่าง


ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส  ระบุถึงกิจกรรมของขบวนการนักศึกษาแห่งชาติว่า จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องประชามติ และขอยืนยันเป็นเรื่องที่นักศึกษาสอบถามว่า “เราจะทำประชามติกันหรือไม่ ไม่ใช่จะทำประชามติเพื่อแยกตัว” หมายความว่า เมื่อมีการต่อสู้มีความรุนแรงเหมือนที่ผ่านมาเกือบจะ 20 ปีแล้ว เรามีวิธีไหนบ้างที่จะไม่ใช้ความรุนแรง 

อีกทั้งคำถามก็ไม่ได้ถามว่า เรามาแบ่งแยกดินแดนกันดีหรือไม่ แต่เขาใช้คำถามว่า เราจะมีสิทธิ์ในการตั้งคำถามประชาติเรื่องเป็นเอกราชหรือไม่ ซึ่งไม่ได้เป็นคำถามจะแบ่งแยกดินแดน ในทางกลับกันเป็นการแสวงหาแนวทางใหม่ๆ โดยไม่ใช้กำลังอาวุธ และเป็นเรื่องของนักศึกษาในชั้นเรียน ดังนั้นสามารถถามได้

งานเสวนางานเสวนา

กกต.โบ้ยเชิญ ‘พิธา’ สอบปมถือหุ้นสื่อ เป็นอำนาจคณะกรรมการสืบสวนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552332

29 มิ.ย. 2566

กกต.โบ้ยเชิญ ‘พิธา’ สอบปมถือหุ้นสื่อ เป็นอำนาจคณะกรรมการสืบสวนฯ

กกต. โบ้ยเป็นอำนาจคณะกรรมการสืบสวน เชิญ ‘พิธา’ ให้ข้อมูลถือหุ้นสื่อ เผย ยังไม่มีการขอขยายกรอบเวลา ระบุ เงื่อนเวลา ‘โหวตเลือกนายกฯ’ ไม่ใช่ประเด็นประกอบการพิจารณา ของ กกต.

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงการตรวจสอบบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

โดยก่อนเริ่มประชุม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึง ความคืบหน้าการสืบสวนไต่สวน ปมถือหุ้นสื่อitv ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานจากคณะกรรมการสืบสวนความผิดของนายพิธา ตามมาตรา 151 (รู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติแต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้ง) ใกล้จะสมบูรณ์แล้ว และยังไม่มีการขอขยายเวลา หลังจากจะครบระยะเวลาในวันที่ 3 ก.ค. 2566

ส่วนการส่งหนังสือเชิญนายพิธา นั้น ทางสำนักงาน กกต. ยังไม่ทราบ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ จะทราบก็ต่อเมื่อมีการส่งรายงานหลังการสอบสวนเสร็จสิ้น แต่ตามหลักการ คณะกรรมการต้องมีการสอบสวน เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นคดีอาญา ที่ต้องใช้หลักฐานยื่นต่อศาล

ขณะที่การดำเนิการตามมาตรา 82 จะใช้วิธีการพิจารณา ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการในการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาหรือไต่สวนอีก

โดย กกต. อาจจะใช้ข้อมูลจากคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตามมาตรา 151 ว่า มีหลักฐานและมีความเห็นเพียงพอ ที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบสมาชิกสภาพของนายพิธา

ส่วนมีความจำเป็นหรือไม่ ที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี นายแสวง ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ กกต.จะต้องพิจารณา แต่การยื่นตามมาตรา 82 คือ การเปลี่ยนโหมดมาพิจารณากรณีที่ได้รับการรองเป็น สส. เพียง 1 สัปดาห์ และเริ่มมีการมาร้องเรียนต่อ กกต. ส่วนตัวจึงคาดว่า กกต.น่าจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา

ส่วนกรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. มาพบ กกต. กรณี นายพิธา ถือหุ้นสื่อ เมื่อวานนี้ ถือเป็นการนำข้อมูลมาให้เพิ่มเติม ซึ่ง สำนักเลขา กกต.จะนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบกันเพื่อเสนอต่อ กกต.ต่อไป