‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552150

27 มิ.ย. 2566

‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

‘พิธา’ นำทัพ 150 สส. ‘ก้าวไกล’ รายงานตัว เจ้าหน้าที่สภาฯ แห่กรี๊ด ให้กำลังใจ เจ้าตัวไม่ห่วงเสียง สว. วอน อย่าใช้ ม.112 มาเป็นข้ออ้างไม่โหวต ชี้นโยบายนี้ผ่านเลือกตั้งมาแล้ว ยังมั่นใจเสียงพอเป็นนายกฯ แน่ ปัดตอบแผนสำรองหากไม่ได้ประธานสภาฯ รอผลคุยเพื่อไทยพรุ่งนี้

เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน

ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย สส.ก้าวไกล รวม 150 คน เดินทางด้วยรถบัส 4 คัน ออกจากตึกไทยซัมมิท มายังอาคารรัฐสภา เพื่อรายงานตัว สส.อย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่ง สส.ทุกคนสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว สกรีนคำว่า “เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน” และใส่สูทหรือแจ๊คเก็ตทับอีกหนึ่งชั้น

โดยเดินจากบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าอาคารเข้ามาพร้อมกัน ซึ่งทันทีที่นายพิธา เดินทางมาถึงชั้น B1 ซึ่งเป็นสถานที่รายงานตัว มีเจ้าหน้าที่สภามารอและส่งเสียงกรี๊ดต้อนรับ ขณะที่เจ้าหน้าที่พนักงานทำความสะอาดของรัฐสภาก็ได้ชูป้าย “ยินดีต้อนรับ” ก่อนที่นายพิธาจะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงประเด็นร้อนต่างๆ

มั่นใจมีเสียงพอโหวตนายกฯ

นายพิธา เปิดเผยว่าการเข้ามาทำหน้าที่ในสภาครั้งนี้ พรรคก้าวไกลมี สส.151 คน ซึ่งมากกว่าครั้งที่แล้ว 2 เท่า ก็จะเข้ามาช่วยกันผลักดันงานที่ทำค้างไว้ และผลักดันกฎหมายเพื่อประชาชน ส่วนสาเหตุที่นำ สส.มารายงานตัวในวันนี้ มีหลายเหตุผล เพราะก่อนหน้านี้ตนติดโควิดไม่สามารถมาได้ อีกทั้งวันที่ 27 มิ.ย. มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย จึงเชื่อว่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี

‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ
‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

ส่วนกรณี สว. ออกมาประกาศจะไม่โหวตให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ส่วนตัวก็ไม่กังวลใจเพราะเท่าที่ได้พูดคุยกับหลายคนก็มีดุลพินิจ โหวตเลือกตามบรรทัดฐานที่เคยทำไว้ในปี 62 ซี่ง สว. เคยพูดไว้ว่าหากสภาล่างสามารถรวมเสียงได้เกิน 251 คน จะไม่ฝืนมติจากสภาล่างหรือมติจากประชาชน

ดังนั้นในภาพรวม สว.ทั้ง 250 คน จะยึดตามหลักการนี้ให้มั่น ไม่ใช่เรื่องของบุคคลว่าจะโหวตให้นายพิธาหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของหลักการถ้ายึดตามนี้ก็ไม่มีอะไรน่ากังวล

ถ้าใช้ ม.112 เพื่อกลั่นแกล้ง ไม่ดีต่อทุกสถาบัน

ส่วนกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ระบุจะมี สว. โหวตให้นายพิธาไม่เกิน 5 เสียงนั้น นายพิธา ยืนยันว่า สิ่งที่น.ส.ศิริกันยา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ เคยพูดไว้เป็นเรื่องจริงซึ่งพรรคก้าวไกลพยายามพูดคุยทำลายกำแพงระหว่าง 2 สภา จึงมีความคืบหน้าขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้ชี้แจงข้อกังวลใจของ สว. ในเชิงหลักการไปแล้ว

‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ
‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

อีกทั้ง สว. หลายคนก็ยังไม่ได้พูดความคิดของตัวเองออกมากับสื่อมวลชน เพราะรอเวลาอยู่ พร้อมยืนยันอีกครั้งว่ามีจำนวนเสียง สว. พอที่จะโหวตให้ตนเป็นนายกฯ

ส่วนจะลดเพดานการแก้ไขมาตรา 112 เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนจาก สว. หรือจะยืนยันตามนโยบายที่หาเสียงไว้ นายพิธากล่าวว่า การแก้มาตรา 112 เราได้พูดก่อนการเลือกตั้ง และตกผลึกว่าเป็นทางออกให้สังคมไทย เพราะที่ผ่านมามีการใช้มาตรานี้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง รังแกคนเห็นต่างและเยาวชน ซึ่งไม่เป็นผลดีกับสถาบันไหนเลย 

‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

ดังนั้นการจะรักษาสิ่งที่เรารัก ก็ควรจะมีการแก้ไขตามบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะไม่ทำให้เส้นทางการจัดตั้งรัฐบาลต้องสะดุดลง แต่เมื่อมีข้อมูลหลายฝ่าย ก็อาจทำให้คนเข้าใจผิด ว่าแก้ไขก็คือแก้ไข ไม่ใช่ยกเลิก ซึ่งเท่าได้คุยกับวุฒิสภาและหลายฝ่ายก็เข้าใจมากขึ้น ว่าการที่เรารักษาระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับประเทศไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน ซึ่งก็ต้องทำความเข้าใจกันมากขึ้น จึงไม่น่าเป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

เมื่อถามว่ามาตรา 112 จะเป็นอุปสรรคทำให้ไปไม่ถึงนายกรัฐมนตรี จะทำอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า “ผมคิดว่าถ้าจะมี ก็เป็นสิ่งที่กังวลใจ เพราะเหมือนกับว่าเป็นการเอาเสียงที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาปะทะกับสถาบันโดยตรง เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและเป็นสิ่งที่อันตราย เพราะฉะนั้นอย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง เรายังมีอีกหลายเรื่องที่เห็นตรงกันแล้วมาบริการจัดการ ที่เหลือก็เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐสภา”

‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

เมื่อถามว่าขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยเรื่องการแก้ไขของมาตรา 112 กังวลหรือไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ ส.ว. ไม่โหวตให้ นายพิธา กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ เป็นเรื่องระหว่างศาลรัฐธรรมนูญและอัยการสูงสุด เพราะมองว่าการแก้ไขกฎหมายกฎหมายหนึ่งไม่เท่ากับการล้มล้างการปกครองอย่างที่กล่าวหาที่เกินจริงไปเยอะ เรามีความตั้งใจที่จะรักษาประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เป็นหลักให้เรายืนแน่นอยู่ ซึ่งตอนนี้ก็อธิบายกันอยู่เรื่อยๆ คิดว่าไม่ได้เป็นตามกระแสข่าว และการแก้ไขมาตรา 112 พรรคก้าวไกลก็ใช้เป็นนโยบายซึ่งผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว

‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

เมื่อถามว่า สรุปแล้วตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสรุปแล้วจะเป็นของพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ขอให้รอฟังการประชุมร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย และจะมีการแถลงร่วมกัน

เมื่อถามว่ามีการวางแผนสำรองหรือไม่ หากตำแหน่งประธานสภาฯ ไม่ได้เป็นของพรรคก้าวไกล ซึ่งนายพิธา ปฏิเสธตอบคำถามแล้วเดินเข้าไปรายงานตัวสส. ทันที

‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

สำหรับการรายตัววันนี้ ซี่งตรงกับวันที่ 27 มิถุนายน นับเป็นวันสำคัญและมีนัยยะทางการเมือง คือเป็นวันที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว ทั้งนี้หากสังเกตความเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกล มักจะอิงกับวันสำคัญทางการเมืองแทบทุกครั้ง

‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ
‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ
‘ก้าวไกล’ ได้ฤกษ์ ‘พิธา’ นำทัพ 150 สส.รายงานตัวต่อสภาฯ

รังสิมันต์ แจงประเด็น ‘วันชาติ’ ความเห็นส่วนตัววงเสวนา ไม่เกี่ยว ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552120

26 มิ.ย. 2566

รังสิมันต์  แจงประเด็น  'วันชาติ' ความเห็นส่วนตัววงเสวนา ไม่เกี่ยว ก้าวไกล

สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล แจงเจตนารมณ์ที่มาของประเด็น “วันชาติ” 24 มิถุนายน มีที่มาจากการพูดคุยในวงเสวนา เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับพรรคก้าวไกล ขออย่าโยง ระบุ เรื่องเร่งด่วนเวลานี้คือเอานโยบายต่าง ๆ ที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนนำมาขับเคลื่อน

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล  โฆษกพรรคก้าวไกล   เปิดเผยว่า  ประเด็นที่ตนถูกโจมตี เรื่องการเสนอเปลี่ยน “วันชาติ” เป็น 24 มิถุนายน  เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร และเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงมานานแล้ว  หากศึกษาประวัติศาสตร์ดี  จะเห็นว่า”วันชาติ” คือวันที่ 24 มิถุนายน สิ่งที่ตนพูดไม่ได้แตกต่างจากนักประวัติศาสตร์ต่าง ๆ  ส่วนจะทำได้จริงหรือไม่ เป็นประเด็นที่จะต้องหาทางพูดกันในสังคม ไม่ใช่วาระที่จะต้องทำกันในเร็ว ๆ นี้  ตนนำเรื่องนี้มาพูดคุยในวงเสวนา  ไม่ใช่แนวทางที่มาจากพรรคก้าวไกลแต่อย่างใด

ทั้งนี้เรื่องเฉพาะหน้าที่พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญ คือเรื่องการเตรียมนโยบาย และการจัดตั้งรัฐบาล ที่จะเอานโยบายต่าง ๆ ที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน มาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งมีปัญหาหลายอย่างที่รอไม่ได้ อย่างปัญหายาเสพติด เป็นวาระสำคัญที่จะต้องหาทางจัดการให้ได้  ”  ย้ำว่าเรื่อง “วันชาติ”   เรื่องนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันในพรรค  เป็นการพูดของในงานเสวนา  เป็นการพูดคุยกันเรื่องประวัติศาสตร์ และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในอดีต เป็นมุมมองส่วนตัวที่เป็นการเสวนา ” 

เขา กล่าวว่า เชื่อว่าประเด็นเรื่อง วันชาติ   จะไม่ถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจการโหวตนายกรัฐมนตรีที่มาจากสว.   และหวังให้สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ การจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่ไปใช้สิทธิ ลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.   ทั้งการเลือกประธานสภา และนายกรัฐมนตรี ควรสอดคล้องกับผลของการเลือกตั้ง  ตนเชื่อว่าวิธีเช่นนี้เป็นวิธีการเดียวที่ทำให้ประเทศไทย  ออกจากบ่วงของความขัดแย้ง และเดินหน้าต่อไปได้ หากรัฐบาลทำหน้าที่ไม่ดี เป็นเรื่องของประชาชนที่จะต้องตัดสิน ว่าสุดท้ายรัฐบาลชุดนั้นทำหน้าที่อย่างมีคุณภาพหรือไม่  นายโรม  กล่าว

เศรษฐา ประสานเสียง เลขาธิการเพื่อไทย ลั่นหมดยุค ‘ซื้อสส.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552106

26 มิ.ย. 2566

เศรษฐา  ประสานเสียง เลขาธิการเพื่อไทย ลั่นหมดยุค  'ซื้อสส.'

 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เศรษฐา ทวีสิน และ เลขาธิการพรรค ประเสริฐ จันทรรวงทอง มั่นใจหมดยุค ทุ่มเงิน “ซื้อสส.” ข้ามค่าย เพื่อแลกเสียงโหวต เตือนที่ผ่านมา คนที่ทำตัวเป็น “งูเห่า” ไม่เคยได้กลับสู่สภา ยืนยันโหวตเลือกประธานสภา 141 คน โหวตทิศทางเดียวกัน

นายเศรษฐา ทวีสิน   แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  เรื่องของการ “ซื้อสส.”  หรือ “ซื้องูเห่า”  การแข่งขันเพิ่งจบไปเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น สส.ถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยึดโยงกับประชาชน เวลาลงสมัครในสนามสีเสื้อใคร เขาเลือกมาในสีเสื้อนั้น ก็น่าที่จะต้องให้เกียรติประชาชน วันนี้ต้องทำงานรับใช้ประชาชน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า   กระแสข่าว  เงินสะพัด “ซื้อสส.”  หรือ “ซื้องูเห่า” เข้าพรรคข้าหลักร้อยล้าน  คิดว่าครั้งนี้ คงไม่ง่าย เพราะวันนี้ ประชาธิปไตยพัฒนาไปไกลแล้ว การจะกลับมา ตั้งรัฐบาลงูเห่า เป็นภาวะถอยหลังและไม่ควรทำ และที่ผ่านมา ก็เห็นตัวอย่างใครที่เคยมีข้อกล่าวหาเรื่องงูเห่าเกือบทุกคน ไม่มีใครได้กลับเข้าสภาสักคน จึงอยากให้เป็นข้อพึงระวังว่าไม่ควรทำเพราะมันเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย 

ส่วนที่นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ โดยเปรียบว่า การซื้อ สส. “คนขายเป็นงูเห่า คนซื้อเป็นควาย” นั้น  เป็นสิ่งที่นายอนุทิน สามารถคิดได้ และเพื่อไทยมั่นใจว่า ไม่เคยมีเรื่องพวกนี้ จึงไม่ได้คิดเรื่องงูเห่า เพียงแต่กำชับให้ สส. ในวันโหวต เลือกประธานสภา หรือแม้แต่วันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ให้สมาชิกพร้อมเพียงกัน ห้ามลา ห้ามขาด ถือเป็นวาระสำคัญ ทุกคนต้องจับมือกันอย่างเหนียวแน่น 141 สส.เพื่อไทย ต้องอยู่ครบ ในวันเลือกประธานสภา 

ย้ำว่า เรื่องนี้มีความสำคัญ การโหวตไปในทิศทางเดียวกัน พรรคเพื่อไทยจะกำหนดแนวทางในการโหวต ก่อนหน้านี้ หลายคนอาจจะคิดเห็นแตกต่าง แต่เมื่อประชุมพรรคในวันพรุ่งนี้เรื่องจะชัดเจนมากขึ้น การโหวตสำคัญอย่างครั้งนี้ พรรคไม่เคยปล่อยให้เป็นฟรีโหวต แม้การโหวตเลือกประธานสภา จะเป็นการลงคะแนนลับ แค่เชื่อใจกัน เมื่อเป็นมติออกไปแล้ว ต้องเชื่อมั่น และมั่นใจใน สส.ของพรรคเพื่อไทย 

เปิดตำนาน ‘สุชาติ ตันเจริญ’ ม้ามืด “ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552095

26 มิ.ย. 2566

เปิดตำนาน 'สุชาติ ตันเจริญ' ม้ามืด "ประธานสภา'

เป็น สส.มาแล้ว 9 สมัย มีเพื่อนฝูงมากมาย อยู่มาแล้วหลายพรรคการเมือง เปิดประวัติ ‘สุชาติ ตันเจริญ’ ตัวเต็ง ม้ามืด ‘ประธานสภา’

สุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาคนที่ 1  เป็นนักการเมืองแปดริ้ว อายุ 65 ปี เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา 9 สมัย  เคยสังกัดพรรคการเมืองหลายพรรค ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคสามัคคีธรรม พรรคไท พรรคชาติไทย พรรคไทยรักไทย

ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ. 2535 และ พ.ศ. 2538  เคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในปี พ.ศ. 2548

สุชาติ ตันเจริญ เคยลงสมัคร สส. ในนามพรรคไท และได้รับเลือกตั้งเป็น สส. เพียงคนเดียวของพรรคในปี พ.ศ. 2539   นอกจากนั้นยังเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคการเมืองถึง 2 พรรค คือ พรรคชาติไทย และพรรคไทยรักไทย   

ปี พ.ศ. 2550 ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549  นำสมาชิกในกลุ่มบ้านริมน้ำ ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน และในปี พ.ศ. 2553 ก่อนย้ายไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย

สุชาติได้นำสมาชิกในกลุ่มบ้านริมน้ำของตนเองกว่า 40 คนมาสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐในวันศุกร์ที่ 23 พ.ย. 2561 หลังเลือกตั้งปี 2562 ได้รับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1 อีกครั้ง ด้วยการ เฉือนชนะนางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ไปเพียง 2 คะแนน 248-246 เสียง

29 มี.ค. 2566 สุชาติ ตันเจริญ นำทีมบ้านริมน้ำ กลับเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย โดยมีข่าวว่าเขาหวังจะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความที่เคยทำงานกับหลายพรรคการเมือง เขาจึงเป็นตัวเต็งในตำแหน่งนี้ หากพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ตกลงกันไม่ได้  

เพราะการเลือกประธานสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้หนึ่งชื่อ แค่มีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน  หากมีการเสนอชื่อประธานสภามากกว่า 1 คน ต้องมีการโหวตลงคะแนนลับ ตามข้อบังคับการประชุมสภา

ขั้นตอนการเลือกประธานสภาขั้นตอนการเลือกประธานสภา

ศาล รธน.สั่ง อสส. ตรวจคำร้อง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ชูแก้ ม.112 ขัด รธน.หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552087

26 มิ.ย. 2566

ศาล รธน.สั่ง อสส. ตรวจคำร้อง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ชูแก้ ม.112 ขัด รธน.หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติถามอัยการสูงสุด พร้อมให้ชี้แจงภายใน 15 วัน หลังไม่พิจารณาคำร้อง ปม ‘พิธา-ก้าวไกล’ ยกนโยบายแก้ ม.112 หาเสียงเลือกตั้ง66

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดี สำคัญและเป็นที่สนใจ คือกรณีที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องนั้น

เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่

ศาล รธน.สั่ง อสส. ตรวจคำร้อง ‘พิธา-ก้าวไกล’ ชูแก้ ม.112 ขัด รธน.หรือไม่

โดยผู้ร้องกล่าวอ้างในคำร้องว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอ ฉบับลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 เพื่อขอให้อัยการสูงสุดร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองแล้ว แต่อัยการสูงสุดมิได้ดำเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคสาม

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้สอบถามอัยการสูงสุดว่า มีคำสั่งรับหรือไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอหากมีคำสั่งรับคำร้องขอ ดำเนินการแล้วอย่างไร และผลการดำเนินการเป็นอย่างไร โดยให้แจ้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้

‘สุวัจน์’ ยัน ‘กรณ์’ ลาออกชาติพัฒนากล้า จากกันด้วยดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552075

26 มิ.ย. 2566

'สุวัจน์' ยัน 'กรณ์' ลาออกชาติพัฒนากล้า จากกันด้วยดี

‘สุวัจน์’ ยัน ‘กรณ์’ ลาออกชาติพัฒนากล้า จากกันด้วยดี เตรียมประชุมเคาะวันเลือกหัวหน้าใหม่ ย้ำ 2 สส. พรรคพร้อมทำงาน ผลักดันนโยบาย เพื่อประโยชน์ ประชาชน เผย วัชรพล โตมรศักดิ์ รักษาการ หน.ชพก.

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ได้กล่าวถึงการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ของนายกรณ์ จาติกวณิช ว่า นายกรณ์ได้มาพบและแจ้งให้ทราบว่า เมื่อได้มีการเลือกตั้งทั่วไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ก็อยากจะเปิดโอกาสให้มีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเมือง ที่พรรคชาติพัฒนากล้าจะต้องเดินหน้าต่อไปในการทำงานทางการเมืองของสภาชุดใหม่ เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม

 และผลักดันนโยบายต่างๆ ที่ได้หาเสียงไว้ ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ จึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งจะมีผลให้ต้องมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แต่นายกรณ์ยังคงเป็นสมาชิกของพรรคอยู่ ก็ต้องขอขอบคุณในสปิริตทางการเมืองที่เป็นแบบอย่างที่ดี

วัชรพล โตมรศักดิ์ รักษาการหน.ชพ.

จากนี้ไปก็คงจะต้องมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งทำหน้าที่รักษาการ เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่ ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต่อไป ซึ่งตามข้อบังคับพรรคกำหนดว่าขณะที่ยังไม่มีหัวหน้าพรรคคนใหม่ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 ก็จะทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า(หน.ชพก.)ไปก่อน คือนายวัชรพล โตมรศักดิ์

สุวัจน์ และ กรณ์ จากกันด้วยดี

กรณ์-กอร์ปศักดิ์-วรวุฒิ ลาออกชพก.

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้าที่นายกรณ์จะลาออก ทางนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ ก็ได้มาแจ้งให้ทราบว่าขอลาออกจากตำแหน่ง รวมทั้ง นายวรวุฒิ อุ่นใจ ก็ได้ขอลาออกจากรองหัวหน้าพรรค พร้อมกับนายกรณ์

ก็ต้องขอขอบคุณทั้ง 3 คนที่ได้ช่วยกันทำงานให้กับพรรคในช่วงที่มีการเลือกตั้ง รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคทุกท่าน ถึงแม้ว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคชาติพัฒนากล้า จะมี สส. เพียง 2 คน แต่ก็จะมุ่งมั่นทำงาน เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างเต็มที่

'สุวัจน์' ยัน 'กรณ์' ลาออกชาติพัฒนากล้า จากกันด้วยดี

“ภายในสัปดาห์นี้ทางพรรคจะมีการเรียกประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรคที่ทำหน้าที่รักษาการ เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่ ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต่อไป” นายสุวัจน์ กล่าว

‘ก้าวไกล’ เชื่อ สว.มีมาตรฐาน โหวต ‘ประธานสภา’ เหมือนปี62

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552068

26 มิ.ย. 2566

'ก้าวไกล' เชื่อ สว.มีมาตรฐาน โหวต ‘ประธานสภา’ เหมือนปี62

ชัยธวัช เลขาฯก้าวไกล มั่นใจ 28 มิ.ย. นี้ ปม ‘ประธานสภา’ ก้าวไกล-เพื่อไทย หาข้อยุติทางการได้ มั่นใจเพื่อไทยประชุมภายในได้ข้อสรุปที่ดี แม้สมาชิกพรรคต้องการเห็นต่าง-เชื่อสว.มีมาตรฐานเดิมเหมือนปี62

ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าเรื่องประธานสภา ทางพรรคก้าวไกลจะไปพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เพราะพรรคเพื่อไทยจะประชุม สส.วันที่ 27 มิ.ย.ก่อน และวันที่ 28 มิ.ย.นี้จะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปเสนอกับแกนนำ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 29 มิ.ย. 2566

ตามหลักการพรรคอันดับ1เป็นประธานสภา

ส่วนแนวทางที่จะเสนอให้พรรคก้าวไกลเป็นประธานสภานั้น ยังเสนออยู่ว่า โดยหลักการทั่วไปประธานสภาเป็นของพรรคอันดับที่1 ทั้งนี้ก็คงต้องให้เวลากับพรรคเพื่อไทยพูดคุยกระบวนการในพรรค

ทั้งนี้ไม่มีเงื่อนไขสำคัญอะไร ที่จะต้องให้ก้าวไกลได้ตำแหน่งประธานสภา เพราะเป็นหลักการทั่วไปของระบบรัฐสภา ที่ควรจะช่วยกันฟื้นฟูระบบประชาธิปไตย เพื่อให้การเมืองกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยปกติ

ชัยธวัช ตุลาธน  เลขาธิการพรรคก้าวไกลชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล

ส่วนกรณีที่ ทางสมาชิกพรรคเพื่อไทย บางส่วนกล่าวว่า เก้าอี้ประธานสภาต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย เท่านั้น จะมีผลต่อการเจรจาหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ต้องให้ผ่านการประชุมภายในของพรรคเพื่อไทยวันที่ 27 มิ.ย. ก่อน แต่ตนคิดว่าน่าจะได้ข้อสรุปที่ดี ที่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันประสบความสำเร็จ และยังเชื่อว่าพรรเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลยังคงมุ่งมั่นที่จะทำตามเจตนารมณ์ของประชาชน ที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมมาบริหารประเทศ แทนรัฐบาลชุดที่ผ่านมา

เชื่อสว.มีมาตรฐานเหมือนปี62

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการเจรจากับ สว. นายชัยธวัช กล่าวว่า สว.ส่วนใหญ่จะรอดูขั้นแรก คือการเลือกประธานสภา เราเชื่อว่าสว.ยังมีมาตรฐานเหมือนเดิมอย่างในปี 2562 ว่า ถ้าพรรคการเมืองใดสามารถรวบรวมเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาได้ ก็สมควรที่จะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ดังนั้นการเลือกประธานสภาก็จะสะท้อน การจับมือร่วมกันของ 8 พันธมิตรที่มีก้าวไกลเป็นแกนนำ มีความเหนียวแน่นเหมือนเดิม หากผ่านเรื่องนี้แล้วก็จะทำให้ สว.จำนวนมากมีความเชื่อมั่นว่า พรรคก้าวไกลยังเป็นแกนนำในการรวมรวบเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรได้

ส่วนการที่ สว.ขอให้ก้าวไกลลดเพดานมาตรา 112 ตนมองว่า ทางด้านนโยบายและความเหมาะสมของแคนดิเดตนากฯ แต่ละพรรค ทุกคนที่เป็นคนไทยได้แสดงออก ตัดสินใจไปแล้วพร้อมกันผ่านการเลือกตั้ง ในฐานะประชาชนที่มี 1 สิทธิ์ 1 เสียง เพราะฉะนั้นขั้นตอนการเลือกนายกฯ ในสภา เรายังหวังว่าทุกฝ่ายที่ปรารถนาดีกับบ้านเมืองจะยึดมั่นว่า ถ้าพรรคการเมืองไหนรวมรวบเสียงส่วนใหญ่ได้ก็ควรเป็นนายกฯ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ควรจะเป็นในระบบรัฐสภา ตนหวังว่า สว.จำนวนมากจะยึดตามหลักการนี้เช่นกัน

ส่วนข้อกังวลในอนาคต นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมตรี รวมถึงพรรคก้าวไกล จะไปสร้างปัญหาอะไรหรือไม่ในอนาคต เรื่องนี้ตนคิดว่า ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ ใครเป็นรัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรที่ฝืนความเห็นชอบของสังคมส่วนใหญ่ได้ หากไปสร้างความขัดแย้งในสังคมส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ก็อยู่ไม่ได้ มีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหารเองหรือในสภาผู้แทนราษฎรก็มีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลอยู่แล้ว ร่างกฎหมายต่างๆ แม้จะมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่กระบวนการหาข้อยุติในสภาผู้แทนราษฎร เป็นทางออกที่ดีที่สุด ให้กระบวนการทางประชาธิปไตยหาข้อยุติ

เมื่อถามว่า ทางพรรคก้าวไกลมองฉากทัศน์ไว้กี่แบบในวันโหวตนากยกฯ นายชัยธวัช กล่าวว่า หวังว่าจะมีเพียงฉากทัศน์เดียว เพราะหากมีฉากทัศน์อื่นก็อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองได้ ทั้งที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา ส่วนฉากทัศน์ที่วางไว้จะจบภายในครั้งเดียวหรือไม่ ตนมองว่าอันที่จริงควรเป็นเช่นนั้น หลายฝ่ายเองก็กังวลว่ากระบวนการดำเนินไปแบบไม่ปกติ ไม่มีความชัดเจนทางการเมือง ก่อให้เกิดความกังวลในเสถียรภาพทางการเมือง ก็จะกระทบกับหลายๆ ส่วน ประชาชนที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ปัญหา ไม่ว่าจเป็นภาคธุรกิจ ที่วันนี้เป็นเรื่องแปลกที่มีการเลือกตั้งชัดเจนแล้ว แต่เศรษฐกิจก็ตอบรับในทางลบเพราะมีความกังวลใจในเรื่องความชัดเจนว่า ผลในการจัดตั้งรัฐบาลจะสอดคล้องเป็นไปตามเสียงของประชาชนหรือไม่ ดังนั้นดีที่สุดกับทุกฝ่ายคือดำเนินไปตามผลของการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า หากเกมพลิกให้พรรคเพื่อไทย ได้ตำแหน่งนายกฯ พรรคก้าวไกลสามารถรวมกับพรรคเพื่อไทย ได้หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ตนยังเชื่อว่าพรรคเพื่อไทย มีความมุ่งมั่น จริงใจ ที่จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกล เราได้ผ่านการต่อสู้เพื่อทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประชาธิปไตยมาแล้ว เราเคยไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร เราก็ไม่เห็นด้วยในปี 2562 ที่พรรคที่ไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง แต่ใช้เงื่อนไขพิเศษไปรวบรวมเสียงข้างมากขึ้นมาเป็นรัฐบาลแทน

“ดังนั้นผมยังเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทย ยังมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประชาธิปไตยร่วมกับก้าวไกล” นายชัยธวัชกล่าว

ส่วนกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะเสนอให้วันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติ จะกระทบต่อเสียง สว.หรือไม่ นายชัยธวัช ระบุว่า เรื่องนี้ตนเข้าใจว่าเป็นการพูดถึงประวัติศาสตร์ ว่าวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติ แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นแล้ว มีหลายฝ่ายเคยเสนอให้วันสำคัญทางการเมืองในทางประชาธิปไตยเป็นวันหยุด เพื่อให้เห็นความสำคัญและคุณค่าของประชาธิปไตย เรื่องนี้มีความเห็นที่หลากหลาย ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาถกเถียงกัน

เพื่อไทยมีแผนเดียว ‘นพดล’ มั่นใจ 28 มิ.ย.นี้ ได้ข้อสรุป ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552062

26 มิ.ย. 2566

เพื่อไทยมีแผนเดียว 'นพดล' มั่นใจ 28 มิ.ย.นี้ ได้ข้อสรุป 'ประธานสภา'

‘นพดล’ มั่นใจ 28 มิ.ย.นี้ ได้ข้อสรุป ‘ประธานสภา’ ไม่กระทบจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคร่วม ลั่นไม่มีแผนสำรอง เพื่อไทยมีแผนเดียว คือดัน ‘พิธา’ เป็นนายกฯ

ที่อาคารรัฐสภา นายนพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานถอดบทเรียนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาของพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการรายงานตัว สส.ถึงการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการหารือกันในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ว่าการที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยมีการแสดงความคิดเห็นหลากหลาย ถือเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง

“แต่เชื่อมั่นว่าวันที่ 28 มิ.ย.นี้ จะมีข้อยุติที่เป็นประโยชน์ เพราะพรรคเพื่อไทยคิดอยู่เสมอ ว่าไม่ต้องการให้ประชาชนผิดหวัง ดังนั้นข้อสรุปที่ได้ในวันนั้น จะเอื้อ ให้การจัดตั้งรัฐบาล ทั้ง 8 พรรคดำเนินการต่อไป และมั่นใจว่าจะเป็นทางออกที่ดี จะไม่มีปัญหาที่ประชาชนฟังแล้วรู้สึกผิดหวัง”

ส่วนถ้าพรรคก้าวไกลไม่ยอมถอย ในตำแหน่งประธานสภาให้กับพรรคเพื่อไทย นายนพดล กล่าวว่าตนไม่อยากให้สมมุติเพราะยังไงก็ต้องมีทางออก ไม่เป็นของก้าวไกลก็เป็นของเพื่อไทย ดังนั้นคณะเจรจาและ สส.ของพรรค จะต้องมีการพูดคุยกัน ยืนยันว่าจะมีทางออกแน่นอน และจะไม่มีปัญหาจนกระทบ ต่อความมุ่งมั่นในการจัดตั้งรัฐบาล

นพดล ปัทมะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนพดล ปัทมะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

“ตอนนี้จุดยืนของพรรคเพื่อไทย ยังคงมั่นคงในแถลงการณ์ของพรรค ในการสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วพรรคก้าวไกล เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จึงไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า ถ้านายพิธาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคก้าวไกลหวังตำแหน่งประธานสภาเพื่อดำเนินการอะไรต่อไป ก็เป็นเหตุผลส่วนตัวของพรรค ”นายนพดลกล่าว

หนุน‘พิธา’นายกฯ

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าว สว.จะไม่โหวตสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ตนไม่รู้ว่าจะมี สว.โหวตให้นายพิธาเท่าไหร่ แต่ในฐานะ สสและ สมาชิกพรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าพรรคมีความผูกพันกับ MOU จึงขอย้ำจุดยืนว่าสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปต้องรอดู ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แต่หวังว่านายพิธา และ 8  พรรคร่วมจะสามารถตั้งรัฐบาลได้

พท.มีแผนเดียวหนุน ‘พิธา’ เป็นนายกฯ

ทั้งนี้ หากการตั้งรัฐบาลยืดเยื้อจะกระทบต่อภาพรวมโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดรัฐบาลโดยเร็วที่สุด ในส่วนแผนสำรองพรรคเพื่อไทยยังไม่มี มีเพียงแผ่นเดียวคือการผูกพันกับ MOU ในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำซึ่งในต่างประเทศ หลังการเลือกตั้งไม่กี่วันก็สามารถจะตั้งรับบาลได้แล้ว แต่นี่ผ่านไปเดือนกว่าแล้ว ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เลย

ย้อนที่มา ‘บ้านหลวง’ บิ๊กตู่ ทำไมอยากอยู่ต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552059

26 มิ.ย. 2566

ย้อนที่มา 'บ้านหลวง' บิ๊กตู่ ทำไมอยากอยู่ต่อ

เมื่อ ‘บิ๊กตู่’ ขออยู่ต่อ ย้อนที่มา ‘บ้านหลวง’ ใน ‘ร.1 รอ.’ ขึ้นชื่อว่าเป็น รังของบูรพาพยัคฆ์ ทำไมถึงไม่อยากย้ายออก

“บ้านหลวง” กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใกล้จะหมดวาระ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี นอกจากต้องเก็บข้าวของออกจากทำเนียบรัฐบาลแล้ว ทางพรรคเพื่อไทย ก็ยังออกมาจี้ให้ย้ายออกจากบ้านพักรับรอง ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หรือ ที่รู้จักในนาม ร.1 รอ. ซึ่งเป็นบ้านพักรับรอง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ อาศัยอยู่มานานเกินกว่า 10 ปี และ ล่าสุดก็ยังยืนยันว่า จะขออยู่บ้านหลวงต่อ

ก่อนหน้านี้ “บ้านหลวง” เคยเป็นประเด็นมาแล้ว หลังมีการร้องเรียนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงหรือไม่ จากเหตุยังพักอาศัยในบ้านพักรับรองของกองทัพบก หลังจากเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. แต่สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีคำวินิจฉัยเมื่อปี 2563 ด้วยมติเอกฉันท์ 9-0 เสียงว่า บิ๊กตู่ สามารถอยู่บ้านพักรับรองของกองทัพบกได้ ไม่ผิด คมชัดลึก ย้อนที่มาบ้านหลวง ทำไม บิ๊กตู่ ขออยู่ต่อ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ย้อนรอย “บ้านหลวง”

1. “บ้านหลวง” เป็นบ้านพักรับรอง ของกองทัพบก ที่อยู่ภายใน ร.1 รอ. จัดให้ข้าราชการประจำการสังกัดกองทัพบก ที่มีชั้นยศพล.อ., เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพบก ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กองทัพบก และเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกมาแล้ว อยู่อาศัย โดยไม่ต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่ง “บิ๊กตู่” อยู่ในเงื่อนไขนั้น และอยู่มานานร่วม 10 ปี

2. จากเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อ นั่นหมายความว่า นายกรัฐมนตรี ที่เป็น “พลเรือน” จึงไม่ได้สิทธินี้ อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้

3. บ้านหลวงเป็นประเด็น ในปี 2563 ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่พรรคเพื่อไทย จี้ถาม ทำไมยังอาศัยอยู่ในบ้านหลวง โดยไม่ต้องเสียค่าน้ำ ค่าไฟ ทั้งที่เกษียณอายุราชการ จากตำแหน่ง ผบ.ทบ. ตั้งแต่ปี 2557 พร้อมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170

4. แต่สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัย เมื่อปี 2563 ด้วยมติเอกฉันท์ 9-0 เสียงว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารถอยู่บ้านหลวงได้ ไม่ผิดแต่อย่างใด ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของกองทัพบก ว่าด้วยการเข้าพักอาศัยในบ้านพักรับรองกองทัพบก ที่ระบุถึงผู้มีสิทธิเข้าพักอาศัยในบ้านพักรับรองกองทัพบกไว้อย่างชัดเจน

  • ต้องเป็นข้าราชการประจำการสังกัดกองทัพบก ที่มีชั้นยศ พล.อ.
  • เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพบก ซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กองทัพบก
  • เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกมาแล้ว

5. นอกจากนั้น ยังชี้ว่า รัฐพึงจัดสรรที่พำนักให้ผู้นำประเทศ เพื่อ “สร้างความพร้อมทั้งสุขภาพกายและจิตใจในการปฏิบัติภารกิจในการบริหารประเทศล้วนเป็นประโยชน์ส่วนรวม”

   บ้านหลวงบ้านหลวง

ที่มา “บ้านหลวง” รังของบูรพาพยัคฆ์

6. บ้านหลังนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีการออกแบบเอง คุมงานเอง บนเนื้อที่เกือบ 2 ไร่ เป็นบ้านพักหลังใหญ่ ปลูกต้นไม้สูง เพื่อบังสายตาผู้คน และยังมีทหารรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

7. ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “บ้านหลวง” แห่งนี้ ล้วนมีนักการเมือง เป็นอาคันตุกะ และเป็นที่ประชุมลับมาตลอดในช่วงวิกฤตเรื่อยมา โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ระหว่างสู้ศึกกับคนเสื้อแดง ที่กลายเป็นแขกขาประจำ ไม่นับรวมนักการเมืองอีกหลายคน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ “บ้านหลวงบิ๊กตู่” กลายเป็นวอร์รูมปฏิบัติการลับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา

8. ในหนังสือ ลับ ลวง พราง 5 ศึกชิงอำนาจ ผ่าแผนปฏิวัติเลือด ตีพิมพ์เมื่อเดือน เม.ย. 2555 ของ วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร ระบุว่า “ร.1 รอ.” ถือเป็นจุดศูนย์ดุลสำคัญของฝ่ายกองทัพ เพราะเป็นที่พักของ 3 ป. “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิต วงษ์สุวรรณ และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น “รังของบูรพาพยัคฆ์”

เมื่อพ้นตำแหน่งนายกฯ ขออยู่บ้านหลวงต่อ

9. ปี 2566 ”วันนี้ผมอยู่เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย บ้านผมก็มี แต่มันไม่ปลอดภัย” เป็นประโยคที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถูกถามถึงการอยู่ต่อในบ้านหลวง โดยยืนยันว่า เป็นเรื่องของกติกาเดิม ถ้าวันหน้าจะแก้ไขก็ต้องไปแก้กฎกระทรวง มันเป็นระเบียบของกองทัพบกอยู่แล้ว ดังนั้น การที่จะดูแลผู้บังคับบัญชามันเป็นกติกาเดิม แต่ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ผมก็พร้อมออก

10. สรุปง่ายๆ ก็คือ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะพ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ก็ยังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านหลวง ใน “ร.1 รอ.” ได้ตามระเบียบของกองทัพบก ไม่ผิดกฎหมายอะไร เพราะไม่มีระเบียบข้อไหน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากบ้านพักได้ ยกเว้นจะออกจากบ้านหลวงด้วยตัวเอง

11. กรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกมองว่า ไม่ต่างกับกรณีที่เคยให้สิทธิกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในการอยู่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ มานานกว่า 40 ปี

ไม่แตกแถว ‘อนุทิน’ ลั่นโหวต ‘ประธานสภาฯ’ ภูมิใจไทยไปในทิศทางเดียวกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552055

26 มิ.ย. 2566

ไม่แตกแถว ‘อนุทิน’ ลั่นโหวต ‘ประธานสภาฯ’ ภูมิใจไทยไปในทิศทางเดียวกัน

‘อนุทิน’ ลั่น ภูมิใจไทย ไม่แตกแถว โหวต ‘ประธานสภาฯ’ ฟาดกลับกระแสซื้องูเห่าตัวละ 100 ล้าน ต้องใช้ 60 ตัว มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท มีแต่ควายเท่านั้นที่ซื้อ ย้ำไม่มีรัฐบาลเสียงน้อยแน่

ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำและ สส.ของพรรคกว่า 50 คน ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยก่อนเข้ารายงานตัว นายอนุทิน และแกนนำจำนวนหนึ่ง เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำรัฐสภา 

หลังจากเมื่อวานนี้มีการปฐมนิเทศ สส. และระบุว่าวันนี้วันดี จากนั้นได้กล่าวก่อนเข้ารายงานตัว ว่า วันนี้ไม่ได้หรือฤกษ์อะไรแต่ถือฤกษ์สะดวกในการนำ สส.ของพรรคเข้ารายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร หลังจากเมื่อวานนี้ได้ประชุม สส.ใหม่ วันนี้จึงนัดกันมารายงานตัวที่สภาเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

สำหรับ สส.ในพรรคเมื่อวานนี้รู้จักกันหมดแล้วทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น เพราะเมื่อวานนี้มีการละลายพฤติกรรมให้เป็นหนึ่งเดียวกัน แม้จะมีสส.ใหม่เกือบ 30 คน ต้องให้คุ้นเคยกับวัฒนธรรม วิธีการทำงาน และแนวคิดของพรรค

ทั้งนี้ ไม่ต้องถึงกับต้องเป็นพี่เลี้ยงให้กับ สส.ใหม่ ส่วนใหญ่รู้จักใกล้ชิดกันอยู่แล้ว ไม่รู้จักเจ้าตัวก็รู้จักคุณพ่อคุณแม่กันอยู่แล้ว และวันนี้ไม่ได้ย้ำอะไรกับ สส.ใหม่ แค่ต้องนึงความสามัคคีและคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบ้านเมืองและประชาชน

ภท. โหวต ‘ประธานสภาฯ’ไปทิศทางเดียวกัน

ส่วนตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฏร จะเป็นการวัดความสามัคคีของพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยโหวตไปในทิศทางเดียวกันแน่นอน เพราะพรรคมีความสามัคคีอยู่แล้ว แต่เราต้องการสร้างความสามัคคีกับทุกพรรคและสร้างความสามัคคีกับชาติบ้านเมืองให้มากที่สุด

อนุทิน อนุทิน

ซื้องูเห่าตัวละ 100 ล้าน มีแต่ควายจ่าย

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องซื้อ สส.งูเห่า ตัวละ 100 ล้านบาท นายอนุทิน กล่าวว่า “ซื้อสส.งูเห่าร้อยล้าน คนรับเป็นงูเห่า แต่คนจ่ายเป็นอะไรไม่รู้ที่มีสองเขา”

เมื่อถามย้ำว่าการซื้องูเห่าต้องใช้เงินตัวละ 100 ล้าน ต้องใช้ 60 ตัวมูลค่ารวม 6 พันล้านบาท จะมีคนจ่ายหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะก่อนตอบว่า “ คงไม่มีคนจ่ายมีแต่ควายจ่าย” และหัวเราะตบท้ายอีกครั้งก่อนจะบอกว่าพอแล้วไปก่อน

เมื่อถามย้ำว่า ในพรรคมีการติดต่อมาหรือไม่ หรือมั่นใจในตัว สส.หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นหนึ่งเดียวตลอดอยู่แล้ว เพราะเป็นเอกลักษณ์ของพรรค ที่มีการจัดประชุมและจัดประถมนิเทศก็เพื่อสร้างให้ทุกคนมีความมีเอกลักษณ์ของตนเองและเอกลักษณ์ของพรรคที่มีความเป็นปึกแผ่นไม่ว่าอยู่ในบทบาทไหน

แล้วมีบทลงโทษหรือไม่ถ้า สส.ของพรรคประพฤติตัวเป็นงูเห่า นายอนุทินกล่าวว่าคุยกันรู้เรื่องอยู่แล้ว อย่างมากก็แค่หยิกท้องนิดหน่อย

สำหรับรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับรัฐบาลเสียงข้างน้อยพรรคภูมิใจไทยไม่มีแนวคิดและไม่เชื่อเรื่องนี้คงไม่ไปในแนวทางนั้น

ให้กำลังใจตั้งรัฐบาล

ถ้าสุดท้ายรัฐบาลพรรคก้าวไกลตั้งไม่ได้เป็นพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยจะไปร่วมหรือไม่ นายอนุทิน อุทานทันที ว่า “อุ้ย เค้าจะประชุมกันอยู่แล้ววันสองวันนี้แล้ว ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ออกมาในลักษณะความล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาลต้องให้กำลังใจพรรคภูมิใจไทยก็ทำหน้าที่ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”

สำหรับนายอนุทินเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรี เช่นกัน จะเสนอชื่อแข่งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าตนเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น

ส่วนกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปที่ประเทศอังกฤษ ได้พูดคุยกันหรือไม่หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจจะเดินทางไปพบใคร โดยเฉพาะนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีรายงานว่าอยู่ในโซนประเทศยุโรปช่วงที่ผ่านมา นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่ได้พูดคุยกับพล.อ.ประวิตรแต่ทราบว่าได้เดินทางไปท่องเที่ยวและพักผ่อน