10 ประเด็นร้อนบทบาท ‘ประธานสภาฯ’ คีย์แมนคุมเกมโหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ คนที่ 30

21 มิ.ย. 2566

10 ประเด็นร้อนบทบาท 'ประธานสภาฯ' คีย์แมนคุมเกมโหวต 'พิธา' นั่งนายกฯ คนที่ 30

ที่ผ่านมาคนทั่วไปมักไม่ให้ความสนใจบทบาท ‘ประธานสภาฯ’ ว่าตำแหน่งนี้ความสำคัญอย่างไรต่อการบริหารประเทศ แต่หลังจาก พรรคก้าวไกลส่งสัญญาณขอตำแหน่ง ประมุขฝ่ายนิบัญญัติ ทำให้เก้าอี้นี้ถูกจับตามากขึ้น โดยเฉพาะบทบาทหลักในการคุมเกมโหวต ‘พิธา’ นั่ง นายกฯ คนที่ 30

1) ประธานสภาฯ มาจาก สส.ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าจะต้องมาจาก สส.ฟากรัฐบาล ในการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ก็จะต้องมาจาก 8 พรรคร่วม และเหตุผลที่ตำแหน่ง ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ มีความสำคัญก็เพราะจะมีบทบาทหลักในกระบวนการโหวตเลือก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” นั่ง นายกฯคนที่ 30 นั่นเอง 

2) ที่มาของนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ต้องได้เสียงจากสมาชิกรัฐสภา เพราะฉะนั้นในกระบวนการนี้จะต้องมีประธานรัฐสภามาทำหน้าที่นี้ (การประชุมร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะมีประธานรัฐสภาทำหน้าที่) ด้วยเหตุนี้ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องมาจากพรรคตัวเองเท่านั้น ซึ่ง ณ เวลานี้ดูเหมือนล่าสุด (21 มิ.ย.) การต่อรองระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ในการกำหนดตัวประธานสภาฯ ยังไม่ลงตัว

ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทยภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย

3) แม้ก่อนนี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ไว้ชัด เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ จะเป็นของพรรคก้าวไกล แต่พรรคเพื่อไทยขอตำแหน่งรองประธานสภา ทั้ง 2 คน โดยมี ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาตอกหมุดย้ำประเด็นนี้เพื่อให้ได้ข้อยุติ และการจัดตั้งรัฐบาลจะได้เดินหน้าต่อไปได้ 

4) ผ่านมา 4 วัน สถานการณ์ป่วนอีก โดยการประชุม สส. 141 คน ของพรรคเพื่อไทยในหัวข้อ “เพื่อไทยเปิดใจ เพื่ออนาคตไทย”  เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ปรากฏว่า สส.ของพรรคส่วนใหญ่กว่า 90% ที่เข้าร่วม เห็นว่า เก้าอี้ประธานสภาฯ ควรอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพราะได้ สส.น้อยกว่าพรรคก้าวไกลเพียง 10 เสียงเท่านั้น แต่การประชุมครั้งนี้ไร้เงาของ สุชาติ ตันเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะเป็นม้ามืดคว้าเก้าอี้ประธานสภาฯ โดยมีคนนอกพรรคร่วมให้การสนับสนุน 

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล แคนดิเดตประธานสภาฯ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล แคนดิเดตประธานสภาฯ

5) สองพรรคหลักจะต่อรองกันนานแค่ไหนก็ตาม แต่ไทม์ไลน์การเปิดประชุมสภาฯ ถูกกำหนดคร่าวๆ เพื่อเลือกประธานสภาฯ แล้ว รวมถึงวันที่จะโหวตนายกฯ คนที่ 30 โดยล่าสุดมีรายงานว่า แคนดิเดตผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ของพรรคก้าวไกลมีอยู่ 4 คน คือ ปดิพัทธ์ สันติภาดา อายุ 42 ปี จบการศึกษาสัตวแพทย์ จุฬาฯ คนต่อมา ธีรัจชัย พันธุมาศ อายุ 59 ปี ปริญญาโทนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง คนที่ 3 ณัฐวุฒิ บัวประทุม อายุ 46 ปี จบปริญญาโทนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง และ พริษฐ วัชรสินธุ อายุ 30 ปี จบปริญญาโทปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ วิทยาลัยเซนต์จอห์ มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด  

6) ว่ากันตามคุณสมบัติและการทำหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมา คนในพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมจำนวนไม่น้อยเห็นว่าคนที่น่าจะเหมาะสมที่สุดคือ “หมออ๋อง” ปดิพัทธ์ สันติภาดา ซึ่งที่ผ่านมา “หมออ๋อง” เคยสร้างเซอร์ไพรส์ในการ เลือกตั้งเมื่อปี 2562 หลังจากคว้าชัย สส.พิษณุโลก เขต 1 ด้วยคะแนนเสียง 35,579 คะแนน ล้ม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นอดีต สส. 3 สมัย ซึ่งครั้งนั้นได้ไปเพียง 18,613 คะแนน 

สุชาติ ตันเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยสุชาติ ตันเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

7) การทำหน้าที่ สส.ในสภาของ “หมออ๋อง” ถือเป็น “สตาร์” ของพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะการตีแผ่โครงการกู้บ้านพักทหาร ซึ่งเป็นต้นตอของเหตุการณ์กราดยิงโคราช โศกนาฏกรรมที่ไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนไหนออกมาแสดงความรับผิดชอบ รวมทั้งยังได้อภิปรายในอีกหลายประเด็นร้อน เช่น การปฏิรูปกองทัพ

8) อย่างไรก็ตาม การโหวตเลือกประธานสภาฯ ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4-12 ก.ค. ที่จะถึงนี้ บางพรรคการเมืองได้ส่งสัญญาณว่าจะต้องฟรีโหวต ซึ่งแน่นอนว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วย เพราะจะกระทบความเชื่อมั่นของรัฐบาลหรือพรรคร่วม 8 พรรค หรืออาจเกิดความหวาดระแวงต่อกัน เพราะในฐานะคนร่วมรัฐนาวาเดียวกัน อาจทำให้รัฐบาลพิธาเกิดสะดุดไม่ราบรื่นได้ (ทุกวันนี้ก็ใช่ว่าจะราบรื่น)


9) ย้อนมาส่องบทบาทของประธานสภาฯ ที่จะทำหน้าที่ประธานรัฐสภานั้นสำคัญตรงที่การโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 30 เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องได้เสียงหนุนมาจาก 2 สภา หรือต้องได้เสียงจาก สว.ด้วย โดยเสียงรวมกันไม่น้อยกว่า 376 เสียง ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ ผู้ทำหน้าที่กำหนดกติกาในการโหวตอยู่ที่คนทำหน้าที่ประธาน เพราะต้องเข้าใจว่า ถึงเวลานี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า สว. 250 เสียง จะเทใจมายกมือสนับสนุนให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นนายกฯ สักกี่เสียง

10) หาก “พิธา” ได้เสียงโหวตรอบแรก (สส.+สว.) ไม่มากพอ หรือไม่ถึง 376 เสียง เกมการโหวตจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ถ้าประธานสภาฯ มาจากพรรคอื่น พรรคก้าวไกลจะถูกเบี้ยวกลางสภาหรือไม่ หรือไม่มั่นใจการคุมเกมเพื่อเปิดทางให้มีการโหวต “พิธา” รอบสอง นอกจากนั้นต้องชิงไหวชิงพริบเพื่อแก้เกมไม่ให้สมาชิกป่วน ซึ่งทราบกันดีว่า การป่วนสภาของบรรดา สส.นั้นเป็นของคู่กันที่เห็นกันจนชินตา  

นอกจากประธานสภาฯ มีหน้าที่คุมเกมในสภาแล้ว บทบาทที่สำคัญมากไม่แพ้กันก็คือ การกำหนดวาระการประชุม หรือการมีอำนาจผลักดันวาระสำคัญของพรรคหรือของพรรคร่วมรัฐบาล เช่น การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นที่เร่งด่วน หรือนโยบายสำคัญของรัฐบาลให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่นตามที่หาเสียงไว้ เช่น การปฏิรูปโครงสร้างประเทศด้านต่างๆ 

…นี่คือความสำคัญของประมุขฝ่ายนิติบัญญัติหนึ่งในสามอำนาจอธิปไตยของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย 

ที่มา:
ข้อมูล : https://web.parliament.go.th/view/7/nationalassembly/TH-TH
https://www.ilaw.or.th/node/6541

‘เศรษฐา’ มั่นใจเลือกตั้งหน้า ‘เพื่อไทย’ มาที่ 1 ตั้งคณะทำงานใหม่เริ่มวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551717

21 มิ.ย. 2566

'เศรษฐา' มั่นใจเลือกตั้งหน้า 'เพื่อไทย' มาที่ 1 ตั้งคณะทำงานใหม่เริ่มวันนี้

‘เศรษฐา’ ยืนยันยังจับมือ ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาลสกัดขั้วเก่า ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง ‘เพื่อไทย’ ตั้งคณะทำงานเริ่มตั้งแต่วันนี้ มั่นใจเลือกตั้งหน้ามาที่ 1

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พูดติดตลกในการสัมมนา สส.พรรคเพื่อไทย หลังน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ตรวจพบติดโควิด ว่า ติดโควิดตามนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพราะคงคุยดีลลับกัน ก่อนจะบอกว่า “ล้อเล่นนะครับ”

จากนั้นนายเศรษฐา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลต้องร่วมมือกัน “จัดตั้งรัฐบาล” ให้ได้ จะไม่ยอมให้ขั้วเก่าที่มีรากเหง้ามาจากรัฐประหารกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เชื่อว่าประชาชนเลือกเราเข้ามา ก็เพราะอยากให้เข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศ อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า 

สส.พรรคเพื่อไทยสส.พรรคเพื่อไทย

ซึ่งพรรคเพื่อไทยผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 6 ครั้ง ทั้งสมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาจนถึงเพื่อไทย ยอมรับว่าเลือกตั้งครั้งล่าสุดเราแพ้ครั้งแรก ซึ่งความคาดหวังว่าจะได้ที่ 1 แต่ได้ที่ 2 ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้คำไหนที่สบายใจ แต่ตนมีความชัดเจนในการสื่อสารว่า ที่ผ่านมาเรา แพ้ ไม่มาก และทุกคนในที่นี้มีส่วนให้ทำให้เราได้คะแนน 141 และมีส่วนที่ทำให้เราไม่ได้มากกว่านี้ รวมถึงตัวเองด้วย

“รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้ ถ้ารู้งี้จะทำอีกหลายอย่างที่จะทำให้คะแนนเพิ่มยิ่งขึ้น ดังนั้นเราต้องเรียนรู้จากอดีต ข้อดีของเรา คือ การยึดโยงและต่อสู้เพื่อประชาชน ไม่มีใครสามารถมากล่าวหาได้ว่า ไม่เอาประชาชนเป็นที่ต้้ง ไม่ว่าพวกเราจะชื่อพรรคอะไรก็แล้วแต่” นายเศรษฐากล่าว 

นอกจากนี้มั่นใจ ที่ผ่านมา สส.เพื่อไทย ลงพื้นที่อย่างหนัก พูดคุยกับประชาชน เอาปัญหาเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าพรรคไหนที่พยายามจะเอาชนะ เชื่อว่าหากเราไม่ลงพื้นที่ แม้มีเทคโนโลยีอย่างเดียวก็ไม่ชนะ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นปรากฎการณ์ครั้งพิเศษ ประชาชนประสบทุกข์มานานมาก มีพรรคไหนสัญญาจะให้เยอะมากๆพูดจาโดนใจ ก็เป็นสิ่งที่โน้มน้าวจิตใจได้ดี ทำให้ประชาชนไม่เลือกเรา ซึ่งหลังจากวันนี้ไปจะมีการตั้งคณะทำงานไปจนถึงเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย 

ส่วนที่หลายวันมานี้ นายเศรษฐา ลงพื้นที่ต่างจังหวัด ก็ยืนยันไม่ได้ทาบรัศมีนายกฯ พิธา แต่เพราะ เราจะบอกว่าเริ่มต้นทำงานตั้งแต่วันนี้แล้ว ไม่ใช่อีก 3 เดือนข้างหน้า 

นายเศรษฐา เชื่อว่า เวลาที่ดีที่สุดที่ต้องเปลี่ยนแปลง คือ ช่วงที่แพ้ เราจะกลับมาใหม่ในเลือกตั้งครั้งต่อไปหากรวมใจหนึ่งเดียวเราที่ 1 แน่

ขณะที่บรรยากาศหลังจากปิดการสัมมนา สส.ใหม่ของพรรคเพื่อไทย รวมถึงสมาชิกและกรรมการบริหารพรรค ได้รับแจกเสื้อยืดสีขาวสกรีนลายปูสีรุ้งที่หน้าอก เนื่องในวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

'เศรษฐา' มั่นใจเลือกตั้งหน้า 'เพื่อไทย' มาที่ 1 ตั้งคณะทำงานใหม่เริ่มวันนี้
'เศรษฐา' มั่นใจเลือกตั้งหน้า 'เพื่อไทย' มาที่ 1 ตั้งคณะทำงานใหม่เริ่มวันนี้

55 สสรายงานตัวที่สภาฯ ‘พท.-รทสช.’ จ่อเข้าเช็กอินพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551714

21 มิ.ย. 2566

55 สสรายงานตัวที่สภาฯ ‘พท.-รทสช.’ จ่อเข้าเช็กอินพรุ่งนี้

คึกคัก!! 55 สสรายงานตัวที่สภาฯ เฝ้าจับตา 2 พรรคต่างขั้ว ‘เพื่อไทย-รวมไทยสร้างชาติ’ พากันจองคิวเช็กอินพรุ่งนี้

วันที่ 21 มิ.ย. ที่รัฐสภา เกียกกาย มีรายงานสำหรับภาพรวมการรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ชุดที่ 26 เป็นวันที่2 ที่บริเวณห้องสัมมนาชั้น บี1 ตั้งแต่เวลา 08.30น. – 16.30น. โดยตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย ยังคงมีสส.ทยอยเดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยซีก8พรรคร่วมรัฐบาลมารายงานตัว อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายวันมูหะมัดนอร์มะทา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่นำ สส.ของพรรคทั้งอีก8คน มารายงานตัว รวมถึงพรรคไทยสร้างไทย ที่นำมาโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย สส.ในสังกัดอีก5คน 

ด้านกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลเดิม อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายชัยชนะ เดชเดโชสส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายอนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น 

นอกจากนี้ พรรคเล็กอย่าง พรรคเพื่อไทรวมพลัง (นายสมศักดิ์ บุญประชม สส.อุบลราชธานี) พรรคพลังสังคมใหม่(นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส.บัญชีรายชื่อ) ที่เป็น2พรรคเล็กใน8ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงพรรคประชาธิปไตยใหม่ (นายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ) และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน (นายปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ) มารายงานตัวอีกด้วย

ส่วน สส.คนที่มารายงานตัวคนสุดท้ายก่อนเวลา 16.30 น. คือนายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา สรุปยอด สส.มารายงานตัวในวันที่2 รวมทั้งสิ้น 55 คน จาก แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 9 คน พรรคพลังประชารัฐ13 คน พรรคภูมิใจไทย 2 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคประชาชาติ 9 คน พรรคไทยสร้างไทย 6 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน พรรคเพื่อไทรวมพลัง 1 คน พรรคพลังสังคมใหม่ 1 คน พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน ทั้งนี้ รวม2วัน (20-21มิ.ย.) มีส.ส.มารายงานตัวรวมทั้งสิ้น 86 คน จากทั้งหมด 500 คน

ทั้งนี้มีรายงานว่า ในพรุ่งนี้(22มิ.ย.) พรรคเพื่อไทย จะนำส.ส.ที่เหลือทั้งหมดเดินทางมารายงานตัวในช่วงเช้า ด้านพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็จะนำส.ส.ทั้ง36คน มารายงานตัวด้วยเช่นกัน รวมถึงพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย

ก่อนฟันธงปม ‘ประธานสภา’ เพื่อไทย ขอฟังเสียงสะท้อนจาก สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551709

21 มิ.ย. 2566

ก่อนฟันธงปม ‘ประธานสภา’ เพื่อไทย ขอฟังเสียงสะท้อนจาก สส.

เศรษฐา ทวีสิน ลั่นขอฟัง สส. สะท้อนปม ‘ประธานสภา’ ก่อนฟันธง ชี้คนพรรคอื่นจะเสนอคนเพื่อไทยชิงตำแหน่ง เป็นเรื่องเลอะเทอะ ย้ำสิ่งสำคัญ เพื่อไทย-ก้าวไกล ต้องรวมตั้งรัฐบาลให้ได้

ท่าที 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ต่อตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ ยังไม่มีข้อยุติ ระหว่างพรรคที่มีคะแนนเสียงอันดับหนึ่ง อย่างพรรคก้าวไกล และพรรคที่มีคะแนนเสียงเป็นอันดับสอง อย่างพรรคเพื่อไทย ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ จากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย(พท.)

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ตนเพิ่งเดินทางกลับจากจังหวัดเชียงใหม่ แต่ทราบว่ามีความเห็นที่หลากหลายภายในพรรค ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่การแข่งขันจบไปแล้ว และคะแนนออกมาแล้ว จึงเห็นว่าขณะนี้พรรคฝ่ายประชาธิปไตย 2 พรรค ควรร่วมมือร่วมใจกันจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคณะทำงานของพรรคที่จะร่วมรัฐบาล ก็ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด 

จึงคิดว่าเมื่อคุยกันแล้วคงจะหาข้อสรุปได้ แต่ตอนนี้ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือการที่จะต้องตั้งรัฐบาลให้ได้ เพราะประเทศประสบปัญหามานานแล้วจึงควรได้มีรัฐบาลที่ถูกต้อง

เมื่อถามย้ำว่า จำเป็นหรือไม่ที่ประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรี ต้องมาจากพรรคเดียวกัน นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนในฐานะหนึ่งในผู้บริหารพรรคเพื่อไทยเห็นว่าเสียงของ สส.ทุกคนมีความสำคัญ ซึ่งพรรคมี สส. 141 คน และมีผู้ใหญ่ในพรรคหลายคน

วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ สส. ทุกคนจะได้พูดคุย และแสดงความคิดของตัวเอง ซึ่งตนจะขอฟังความเห็นของทุกคนก่อน จึงจะหาข้อสรุปได้

นายเศรษฐา กล่าวย้ำอีกครั้งว่าการแข่งขันเสร็จสิ้นไปแล้ว การจะยกตำแหน่งประธานสภา ให้หรือไม่ เป็นเรื่องรอง ภารกิจสำคัญคือการตั้งรัฐบาลให้ได้ ซึ่งทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ต้องเดินไปข้างหน้าด้วยกันให้ได้

ส่วนที่มีข่าวว่า สส.จากพรรคการเมืองอื่น จะเสนอคนของพรรคเพื่อไทย เพื่อชิงตำแหน่งประธานสภา นั้น นายเศรษฐา มองว่า เป็นเรื่องเลอะเทอะ

‘อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์’ วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551712

21 มิ.ย. 2566

'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน

บรรยากาศวันคล้ายวันเกิดอายุ ครบรอบ 56 ปี “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์” สุดชื่นมื่น เหล่าแฟนคลับจัดงานฉลอง งานนี้เจ้าของวันเกิดวีดีโอคอลมาขอบคุณ ที่ยังรักและไม่ลืม ออกปาก “สักวันหนึ่งเราคงได้เจอกัน” แฟนคลับลงทุนขึ้นข้อความบิลบอร์ด “ส่งความรักผ่านจอไปยังคนรักที่อยู่แดนไกล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กลุ่มแฟนคลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กิจกรรมและงานเลี้ยงแบบเรียบง่าย  เพื่ออวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด  “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์”  อายุครบ  56 ปี   ในชื่องาน ภายใต้ “แฮปปี้ยิ่งลักษณ์เดย์ รักเราไม่มีแผ่ว”  ซึ่งมีแฟนคลับเข้าร่วมงานประมาณ 50 คน ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานตกแต่งด้วยลูกโป่งสีรุ้ง   และธงแบนเนอร์รูป น.ส.ยิ่งลักษณ์  พร้อมแจกพัด รูปน.ส.ยิ่งลักษณ์

ขณะเดียวกัน   “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์”  ได้วิดีโอคอลเข้ามาในงานเพื่อพูดคุย และขอบคุณแฟนคลับ พร้อมส่งรูปภาพที่มี QR Code มอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณให้แฟนคลับอีกด้วย ซึ่งเมื่อสแกน QR code จะมีเสียงอดีตนายกฯ กล่าวว่า “รักแล้วต้องรักเลย อย่าแผ่วนะคะ หวังว่าสักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกันนะคะ รักและคิดถึงเสมอค่ะ”   ขณะที่นายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ  “ไปป์ ” บุตรชายน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มาร่วมงานและเป็นตัวแทน กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุที่จัดงานวันเกิดในครั้งนี้ด้วย ซึ่งบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น สนุกสนาน เป็นกันเอง ได้มีการร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ พร้อมเป่าเค้กวันเกิดร่วมกันระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และแฟนคลับ

ทั้งนี้แฟนคลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ได้ขึ้นข้อความบนป้ายบิลบอร์ดหน้าลานพาร์คพารากอน    เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาเกาหลี   ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 6.00น. โดยแฟนคลับ ระบุว่า “ด้วยรักและคิดถึงค่ะ ปีนี้ขอส่งความรักผ่านจอไปยังคนรักที่อยู่แดนไกล  แม้ระยะทางจะกี่พันกี่หมื่นกิโล หากเห็นข้อความและภาพบนจอนี้ ให้รู้ว่าพวกเรายังรักยังรอเสมอค่ะ และคิดถึงนโยบายดี ๆ ที่ทำได้จริงเพื่อประชาชน” 

“วันเกิดปีนี้เป็นปีที่ห่างกันอีกแล้วนะคะ แต่ความรักของพวกเราที่มีให้ไม่เคยลดลงเลยค่ะ ขอให้ท่านนายกในดวงใจมีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง ขอให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี ๆ พวกเราเป็นกำลังใจและจะคอยซัพพอร์ตอยู่เคียงข้างเสมอค่ะ หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง “รออย่างมีความหวัง” ค่ะ สุขสันต์วันเกิดค่ะนายกในดวงใจ 21 มิถุนายน 2566 Yingluck Fanclub

'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน
'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน
'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน
'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน
'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน
'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน
'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน
'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน
'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน
'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' วีดีโอคอลขอบคุณแฟนคลับ สักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกัน

กลุ่มแฟนคลับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กิจกรรมและงานเลี้ยงแบบเรียบง่าย  เพื่ออวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด  “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์”  อายุครบ  56 ปี   ในชื่องาน ภายใต้ “แฮปปี้ยิ่งลักษณ์เดย์ รักเราไม่มีแผ่ว” ขณะเดียวกัน ได้มีการซื้อสื่อโฆษณาด้วยการขึ้นข้อความบนจอบิลบอร์ด ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ ด้วย

2 วัน ยอดรับ ‘หนังสือรับรองสส.’ จากกกต. เกินครึ่ง มีถึง 259 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551703

21 มิ.ย. 2566

2 วัน ยอดรับ ‘หนังสือรับรองสส.’ จากกกต. เกินครึ่ง มีถึง 259 คน

ยอด 2 วันรับ ‘หนังสือรับรองสส.’ จาก กกต.เกินครึ่ง มีถึง 259 คน วันนี้รับแล้ว 167 คน ด้าน เพื่อไทย ส่งตัวแทนรับหนังสือรับรอง กว่า 100 คน

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. บรรยากาศการรับ ‘หนังสือรับรองสส.’ ตลอดทั้งวันมี สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคใหม่ ทยอยมารับเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ยังมีตัวแทนพรรคเพื่อไทย เดินทางมารับ หนังสือรับรองสส. แบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 68 คน ภาคกลาง และภาคตะวันออก 23 คน ภาคเหนือ 21 คน เช่น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส. น่าน เขต 2 และแบบบัญชีรายชื่อ 18 คน อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง , นายสุทิน คลังแสง , นายชัยเกษม นิติสิริ , นายอดิศร เพียงเกษ , นายวิโรจน์ เปาอินทร์ รวมทั้งหมด 130 คน

‘ชัช เตาปูน’มั่นใจได้คะแนนธรรมชาติ

รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ อย่างนายชัชวาลย์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมารับ หนังสือรับรองสส.ด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า ตนเองเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ ตอนนี้ก็ไม่กังวลอะไร โล่งใจเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ได้มาโดยธรรมชาติ เพราะเป็นคะแนนของปาร์ตี้ลิสต์ อาศัยพลังของท่านนายกรัฐมนตรี เลยทำให้ตนได้มาด้วย

หลังจากนี้ ตนเองจะไปหารือกับสส.พรรคว่าจะเดินทางไปรายงานตัวที่สภาในวันพรุ่งนี้พร้อมกันหรือไม่

นายชัชวาลย์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมารับ หนังสือรับรองสส.ด้วยตนเองนายชัชวาลย์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมารับ หนังสือรับรองสส.ด้วยตนเอง

รับหนังสือรับรองสส. จากกต.รับหนังสือรับรองสส. จากกต.

รับหนังสือรับรองสส.ถึง 24 มิ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มี สส. มารับหนังสือรับรองแล้ว 167 คน แบ่งเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ 34 คน และ สส. แบบแบ่งเขต 133 คน หากรวมกับเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน มี สส. รับหนังสือรับรองไปแล้วรวมทั้งสิ้น 259 คน แบ่งเป็นสส. แบบบัญชีรายชื่อทั้งสิ้น 48 คน ยังขาดอีก 52 คน 

2 วัน ยอดรับ ‘หนังสือรับรองสส.’ จากกกต. เกินครึ่ง มีถึง 259 คน

ส่วน สส.แบบแบ่งเขต มีทั้งสิ้น 211 คน ยังขาดอีก 189 คน อย่างไรก็ตาม สส. สามารถเดินทางมารับหนังสือรับรองที่ กกต. ในเวลาราชการ ได้จนถึงวันที่ 24 มิ.ย. 2566 นี้

‘สุดารัตน์’ ฝาก เพื่อไทย-ก้าวไกล หาข้อยุติตำแหน่ง ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551696

21 มิ.ย. 2566

‘สุดารัตน์’ ฝาก เพื่อไทย-ก้าวไกล หาข้อยุติตำแหน่ง ‘ประธานสภา’

‘สุดารัตน์’ โดนเบรกลาออก สส. ขออยู่ช่วยงาน จนกว่า ตั้งรัฐบาล สำเร็จ ฝากเพื่อไทย-ก้าวไกล หาข้อยุติตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ อย่าโหวตแข่งกัน ฝ่ายประชาธิปไตยจบแน่ ชี้ต้องคืนอำนาจเขียนรธน.จากปลายปากกาปชช. ไม่ใช่กระบอกปืนจากเผด็จการ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นำสส. พรรค 6 คน เข้ารายงานตัวเป็น สส. พร้อม กล่าวถึงกระแสข่าวว่าตนเองจะลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ ว่า จุดมุ่งหมายในการสร้างพรรค เพราะตนสร้างพรรคที่เป็นของประชาชน ทำการเมืองแนวใหม่ แม้จะเป็นสส.มานานก็ยิ่งเห็นปัญหามามากมาย จึงอยากแก้ไขให้ดีขึ้น และพรรคไทยสร้างไทย เป็นสถาบันการเมืองที่มั่นคงถาวร เป็นของประชาชนอย่างแท้จริงไม่ใช่พรรคของใครหรือนายทุน 

เปรียบตนเองเสมือนนั่งร้านเสาเข็มให้กับพรรค เป็นสะพานเชื่อมโยง หาคนใหม่ๆเข้ามาทำงานในพรรค และสส.ของพรรคจะทำหน้าที่แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน 

ประคองให้เกิดรัฐบาลปชต.

ที่ผ่านมาในพรรครู้อยู่แล้วว่าตนจะไม่รับตำแหน่งใดๆ เพียงทำหน้าที่เป็นผู้นำในช่วงก่อตั้งพรรคแรกๆ เราสร้างวัฒนธรรมองค์กรพรรคไทยสร้างไทยต้องเสียสละ ต้องมีความจริงใจกับประชาชน เห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นอันดับแรก ประโยชน์ของพรรคเป็นอันดับ 2 ของตนเองเป็นอันดับ 3

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า ตนเองยังมีเจตจำนงเดิมอยู่ และได้ประกาศในที่ประชุม 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลไปแล้ว ว่าจะไม่รับตำแหน่งใดๆ แต่ได้รับเสียงคัดค้านด้วยเหตุผลทางการเมือง เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่นิ่ง จึงอยากให้มีการพูดคุยเรื่องนี้อีกครั้ง ว่าห้วงเวลาจังหวะเวลาใดจึงจะเหมาะสม 

ตอนนี้ต้องประคับประคองให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตยให้ได้อย่างแท้จริงก่อน แต่ก็ไม่มีใครขาดเจตนารมณ์ของตน เพียงแต่อยากให้นำประสบการณ์ทางการเมืองของตนมาช่วยงาน ขอให้ไปรายงานตัวก่อนแล้วมาพูดคุยกัน ดังนั้นตอนนี้มีการรับรองไปแล้วตนก็คือ สส. และต้องมารายงานตัว ย้ำว่าตนเองไม่ยึดติดตำแหน่งใดๆ มาเพื่อเสียสละ

ส่วนถ้าลาออกจากตำแหน่งสส แล้วจะให้ใครมาแทนนั้น คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เมื่อตนลาออกแล้วจะมีการเลื่อนลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ ในลำดับถัดไปขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน แต่ตอนนี้มีหลายคนแสดงเจตจำนงค์อยากทำงานเบื้องหลังกับตนมากกว่า แต่ไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ

ต้องเลือกประธานสภา-นายกฯให้ได้ก่อน

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวโผครม.พิธา1 ที่เปิดเผยออกมาเมื่อวานนี้ ว่า แม้จะไม่รู้ว่าแหล่งข่าวคือใคร แต่ขอย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทยไม่มีปัญหาอะไรเลย จะพยายามเสียสละเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จ

จึงไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องกระทรวง และการพูดคุยกับคณะทำงานประสานงานรัฐบาลเรื่องนี้ก็ยังไม่ลงตัว ตอนนี้ต้องเลือกประธานสภาและนายกรัฐมนตรีให้ได้ก่อน พร้อมย้ำอีกครั้งว่า การเลือกประธานสภาสำคัญที่สุด เพราะหากไม่ราบรื่นการจัดตั้งรัฐบาลจะลำบาก

อย่าโหวตประธานสภาแข่งกันจบแน่

ส่วนปัญหาโควต้าตำแหน่งประธานสภา ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง สิ่งที่ตนห่วงที่สุดจากประสบการณ์การทำงานมา 32 ปี ไม่ต้องการให้เกิดเหตุผลออกมารัฐประหาร จึงอยากขอร้องทุกฝ่ายให้เห็นประโยชน์ของประชาชน 

โดยเฉพาะ 2 พรรคการเมือง ทั้ง พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด ต้องรู้ว่าตำแหน่งประธานสภาสำคัญ ไม่ใช่แค่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ยังมีความสำคัญแต่ยังมีความสำคัญกับสถานการณ์การเมืองในขณะนี้

“ขอฝากความหวังและให้กำลังใจไว้กับพรรคอันดับ 1 และอันดับ 2 ให้พูดคุยกัน เสียสละเพื่อส่วนรวม เพราะถ้าไปโหวตแข่งกันเมื่อไหร่ ฝ่ายประชาธิปไตยจบแน่”

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังได้ชี้แจงอีกว่า ตนไม่ได้เป็น สส.มา 19 ปี เนื่องจากกลไกรัฐประหาร การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง บ้าน 111 และรัฐธรรมนูญเผด็จการ

จุดยืนไม่แก้รธน.หมวด1-หมวด2

ทั้งนี้ยืนยันว่า พรรคไทยสร้างไทย จะผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งพรรคได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่สภาแล้ว ที่จะให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 และไม่ต้องทำประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มีปัญหาแค่สว. 250 คน 

แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะเห็นฤทธิ์เดชของแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เป็นกับดักใหม่ ซึ่งมีโทษ ถึงอาญาด้วย อาจทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้เกิดวิกฤติทางการเมือง 

เจอกับระเบิดถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญ

จากนี้ไปจะมีแต่กับระเบิด จึงต้องคืนประเทศและคืนอำนาจ การเขียนรัฐธรรมนูญให้กับประชาชน จากปลายปากกาประชาชนไม่ใช่กระบอกปืนจากเผด็จการ

และจากนี้ไปประเทศไทยจะไม่เจอแค่กับระเบิด เรื่องการเลือกประธานสภาหรือเลือกนายกฯ แต่มีรัฐบาลแล้วก็จะเจอกับระเบิดถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญ

กกต.แจงรับรองสส. ‘ก้าวไกล’ เมาแล้วขับ ชี้ ลาออกได้หลัง ปฏิญาณตน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551679

21 มิ.ย. 2566

กกต.แจงรับรองสส. ‘ก้าวไกล’ เมาแล้วขับ ชี้ ลาออกได้หลัง ปฏิญาณตน

กกต. แจงแถลงลาออกของ ‘ณธีภัสร์’ สส.ก้าวไกล เซ่น ปมเมาแล้วขับ ไม่มีผลตามกฎหมาย เหตุเจ้าตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไม่สามารถถอดชื่อได้ ชี้ ลาออกได้หลังปฏิญาณตน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ชี้แจงกรณี น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ได้ประกาศลาออกแต่ยังมีชื่ออยู่ในใบรับรองของ กกต. ตามที่เว็บไซต์ https://www.bangkokbiznews.com/ ได้โพสต์ข้อความว่า “ชื่อ “ณธีภัสร์” โผล่เป็น 1 ใน สส. บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล ที่ถูกรับรอง จาก “กกต.” เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ได้แถลงขอลาออกจาก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตามที่สาธารณชนได้รับทราบแล้วนั้น

กกต. ขอเรียนชี้แจงว่า ก่อนที่ กกต. จะประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ มีสถานะเป็น “ผู้สมัคร” ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 โดยไม่สามารถถอนการสมัครหรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อตามที่ได้ยื่นไว้ต่อ กกต. ในวันยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ได้

การแถลงขอลาออก ขณะที่ กกต. ยังไม่ได้ประกาศผลการเลือกตั้ง จึงไม่มีผลตามกฎหมาย และไม่ส่งผลกระทบต่อบัญชีรายชื่อ แต่อย่างใด

กกต.ชี้แจงรับรองสส.เมาแล้วขับกกต.ชี้แจงรับรองสส.เมาแล้วขับ

ลาออกได้หลังปฏิญาณตน

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2566 กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จึงปรากฏรายชื่อของบุคคลดังกล่าว ลำดับที่ 27 ของพรรคก้าวไกล โดยให้ถือว่า เป็น สส. ตั้งแต่วันเลือกตั้ง เป็นไปตามมาตรา 100 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

หากประสงค์ที่จะขอลาออกจาก สส.แบบบัญชีรายชื่อ สามารถกระทำได้หลังจากที่ได้กล่าวคำปฏิญาณตน ต่อที่ประชุมแห่งสภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว

ดังนั้น การประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราฎร แบบบัญชีรายชื่อ ของ กกต. จึงชอบด้วยกฎหมาย

สัมมนา ‘สส.พรรคก้าวไกล’ เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน – รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551695

21 มิ.ย. 2566

สัมมนา 'สส.พรรคก้าวไกล' เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน -  รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร

สัมมนา   “สส.พรรคก้าวไกล” ซักซ้อมความเข้าใจก่อนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เลขาธิการพรรคก้าวไกล ชัยธวัช ตุลาธน ปราม สส. ต้องไม่ทำตัวอยู่เหนือประชาชน ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าได้เข้าสภา ด้วยแรงหนุนจากประชาชน เตรียมร่างกฎหมาย เสนอเข้าสภา รวมถึงร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

ที่สนามกอล์ฟพัฒนาสปอร์ต รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ได้จัดการสัมมนา   “สส.พรรคก้าวไกล”  ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ  โดยมี   นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล   กล่าวเปิดการสัมมนา  การสัมนาดังกล่าว  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย. เพื่อให้สส.พรรคก้าวไกล ทั้ง 151 คน มีความพร้อมในการทำงานมากที่สุด ทันทีที่เปิดประชุมสภา   โดยพรรคก้าวไกลได้เตรียมเสนอร่างกฎหมายทันทีที่สภาเปิด มากกว่า 40 ฉบับ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ สส. จะได้รับทราบ ทำความเข้าใจเนื้อหาร่างกฎหมายแต่ละฉบับ เพื่อให้ทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

โดยรายละเอียดกิจกรรมของการเสวนา ประกอบด้วยการอบรมข้อปฏิบัติ การครองตัวของ  “สส.พรรคก้าวไกล”  ซึ่งนายชัยธวัช เน้นย้ำว่าพรรคมีนโยบาย zero tolerance หรือไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น การมีผลประโยชน์ทับซ้อนทุกชนิด ไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อม และ สส. ต้องไม่ทำตัวอยู่เหนือประชาชน ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าได้เข้าสู่สภา ด้วยแรงสนับสนุนจากประชาชน ได้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชน 

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน และมีการจัดเวิร์คชอปศึกษาเนื้อหาร่างกฎหมายกว่า 40 ฉบับ ที่จะเสนอเข้าสภา รวมถึงร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกเกณฑ์ทหาร, พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ (open data), พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม, พ.ร.บ. อากาศสะอาด, ประมวลกฎหมายที่ดิน, พ.ร.บ. ตำรวจ, พ.ร.บ. ป้องกันการใช้กฎหมายปิดปาก (anti- SLAPP) และ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า

ทั้งนี้ ในการสัมนายังมีการเชิญ ศ.ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม มาให้ความรู้กับ ส.ส เกี่ยวกับกระบวนการนิติบัญญัติ และเล่าประสบการณ์การทำงานในแวดวงการเมืองด้วย

สัมมนา 'สส.พรรคก้าวไกล' เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน -  รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร
สัมมนา 'สส.พรรคก้าวไกล' เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน -  รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร
สัมมนา 'สส.พรรคก้าวไกล' เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน -  รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร

พรรคก้าวไกล จัดการสัมมนา  “สส.พรรคก้าวไกล”  ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ  โดยมี ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล   กล่าวเปิดการสัมมนา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย. ที่สนามกอล์ฟพัฒนาสปอร์ต รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 

เลือกตั้ง66 หน้าใหม่นั่ง สส.เพียบ แต่พลังบ้านใหญ่เสื่อมมนต์ขลัง?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551693

21 มิ.ย. 2566

เลือกตั้ง66 หน้าใหม่นั่ง สส.เพียบ แต่พลังบ้านใหญ่เสื่อมมนต์ขลัง?

เตรียมเปิดสภาฯ พบ สส.หน้าใหม่เกือบครึ่ง ทำบ้านใหญ่-หน้าเก่าเสื่อมมนต์ขลัง- ‘เพื่อไทย’ เร่งรีแบรนด์ตัวเองหวังสู้เลือกตั้งครั้งหน้า

ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้ชี้ให้เห็นถึงภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นอย่างมากในสังคมไทย แม้แต่นักการเมืองหลายคนก็ช็อกกับผลที่ออกมาว่าพรรคใหม่อย่าง ‘ก้าวไกล’ กลับผงาดขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 1 ได้จากยุทธศาสตร์ ‘หัวคะแนนธรรมชาติ’ ที่ทำเอาเหล่าบ้านใหญ่ล้มกันไปไม่เป็นท่า

คมชัดลึก ขอนำตัวเลขจากเว็ปไซต์ Roket Media Lab พบว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้มี สส.หน้าใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งแบบเขตมากที่สุดถึง 179 คน คิดเป็น 44.75% รอมาคืนแชมป์เก่าหรือผู้สมัครเดิมจากพรรค 154 คนคิดเป็น 38.5% และอีกกลุ่มคือ อดีต สส.ที่ย้ายมาลงสมัครพรรคใหม่ 67 คน คิดเป็น 16.75%

เมื่อพิจารณาในส่วนของอดีต สส. จากปี 2562 จะพบว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอดีต สส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิมเป็นจำนวน 209 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งเพียง 103 คน โดยพรรคที่อดีต สส. ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นจำนวนมากที่สุดก็คือ พรรคเพื่อไทย 40 คน รองลงมาก็คือภูมิใจไทย 23 คน พลังประชารัฐ 15 คน ก้าวไกล 8 คน ประชาธิปัตย์ 7 คน ชาติไทยพัฒนา 6 คน และประชาชาติ 4 คน 

แต่หากคิดเป็นสัดส่วนจะพบว่า พรรคที่อดีต สส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิม ในปี2566 และได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนมากที่สุดก็คือพรรคก้าวไกลและพรรคชาติไทยพัฒนา คิดเป็น100% โดยพรรคก้าวไกลมีอดีต สส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิมเพียงแค่ 8 คน และได้รับการเลือกตั้งกลับมาทั้งหมด และพรรคชาติไทยพัฒนามีอดีต สส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิม 6 คนและได้รับการเลือกตั้งกลับมาทั้งหมด ในขณะที่พรรคที่มีอดีต สส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิมและได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนน้อยที่สุดก็คือพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 30.43% 

ในขณะเดียวกัน อดีต สส. จากปี 2562 ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566 ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมานั้น มีจำนวน 106 คน เป็นพรรคเพื่อไทยมากที่สุด จำนวน 53 คน รองลงมาก็คือพรรคพลังประชารัฐ 22 คนพรรคประชาธิปัตย์ 16 คน พรรคภูมิใจไทย 12 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคประชาชาติ พรรคละ 1 คน

แต่หากคิดเป็นสัดส่วนจะพบว่า พรรคที่อดีตผู้สมัคร สส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิมในปี 2566 และได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนมากที่สุดก็คือพรรคภูมิใจไทย คิดเป็น 27.59% และน้อยที่สุดก็คือพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 3.37%

จะเห็นได้ว่าพรรคที่ได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์ ‘ก้าวไกลฟีเวอร์’ ก็คือ ‘เพื่อไทย’ ที่เคยคาดหวังว่าจะได้ถึง310 ที่นั่งไม่แบ่งใคร แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมากลับไม่เป็นดั่งใจหวัง

ยิ่งมองดูตัวเลขก็จะพบว่าพรรคที่ส่งผู้สมัครหน้าเดิมแล้วชนะกลับมาเพื่อไทยมีเพียง 103 คนและคนไม่ได้รับเลือกกลับมามากถึง 53 คนด้วยกัน ซึ่งฐานค้ำบัลลังก์ของ ‘เพื่อไทย’ ส่วนใหญ่ก็คือบรรดาเหล่าบ้านใหญ่ในพื้นที่ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นบ้านใหญ่ชลบุรี บ้านเชียงใหม่ สองมิตร บ้านริมน้ำ จนทำให้นายใหญ่คนแดนไกลอย่าง‘ทักษิณ ชินวัตร’ พูดกลางคลับเฮาส์เลยว่า ‘คนเก่าๆ แก่ๆ ถอยไปได้ไหม อย่ารอให้ต้องสอบตกก่อนแล้วถึงจะถอย’ คล้ายเป็นสัญญาณคำสั่งแล้วว่าจะต้องมีการรีแบรนด์พรรคครั้งใหญ่และต้องมีการแปรเปลี่ยนพลังงานกระสุนให้กลายเป็นกระแสให้ได้เพื่อการอยู่รอดครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่น่าติดตามเมื่อ สส.ชุดนี้จะมีคนหน้าใหม่ในสภาฯไม่น้อยเลย อีกทั้งไม่ว่า ประธานสภาฯ หรือ รัฐมนตรีเอง ก็เช่นกัน ดังนั้นเหล่าคนการเมืองหน้าใหม่ต้องทำงานหนักและพิสูจน์ตัวเองไม่น้อยว่าจะเก๋าเกมพอที่จะขับเคี้ยวกับเหล่าบรรดารุ่นใหญ่ได้หรือไม่คงต้องติดตามต่อไป