ค้ำประกันหนี้ 460 ล้าน สายล่อฟ้า ‘พิธา’ เสี่ยงเข้าข่าย ปกปิด ป.ป.ช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550640

08 มิ.ย. 2566

ค้ำประกันหนี้ 460 ล้าน  สายล่อฟ้า  'พิธา'  เสี่ยงเข้าข่าย ปกปิด ป.ป.ช.

ว่าที่นายกรัฐมนตรีแห่งพรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อยู่ในภาวะของการถูกตรวจสอบแบบ 360 องศา ครอบคลุมทุกมิติ คราวนี้เป็นประเด็นความเสี่ยง ว่าด้วยการไปค้ำประกันหนี้ แต่ไม่ได้แจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน อาจข้าข่ายปกปิดตามที่ยื่นเรื่องไว้ต่อ ป.ป.ช.

“ฐานเศรษฐกิจ” ตรวจสอบพบว่า ภาระการค้ำประกันหนี้ที่กำลังกลายเป็นปัญหาให้กับ  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่แคนดิเตตนายกฯ ทั้งนี้นายพิธา  เข้าไปค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินให้กับบริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์ จำกัด ธุรกิจผลิตน้ำมันรำข้าว ของครอบครัว  “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”   ในช่วงที่ “นายพิธา” เป็นกรรมการและดำรงตำแหน่ง Co-Founder & Managing Director ระหว่างวันที่ 5 ต.ค.   2549  – 6 มี.ค. 2560 

จากเอกสารผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตได้จัดทำหมายประกอบงบการเงินบริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์ จำกัด สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ไว้ในข้อ 11 ระบุข้อความดังนี้ 

.

“ภาระสินเชื่อ กิจการมีสินเชื่อกับสถาบันการเงิน โดยได้นำที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และเงินฝากธนาคารไปเป็นหลักประกันทั้งมีกรรมการ และบริษัท พรพนา พาณิช จำกัด เป็นผู้ค้ำประกัน”

.

ในเอกสารฉบับดังกล่าวมีการลงนามรับรองโดย นายแสง ลิ้มเจริญรัตน์ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในฐานะกรรมการ

.

ขณะที่ปี 2559 ในหมายเหตุงบการเงินก็เขียนแบบเดียวกันแต่ไม่มีกรรมการลงนามรับรองเอกสาร เนื่องจากผู้ตรวจสอบบัญชีให้ความเห็นว่าเป็นงบการเงินที่ไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ปี 2562 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ว่ามีรายได้รวม 2,617,937.18 บาท มีรายจ่ายรวม 1.28 ล้านบาท มีทรัพย์สินรวม 137,785,190.85 บาท และมีหนี้สินรวม 22,954,064 บาท โดยมีหนี้สินได้แก่ เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 259,575 บาท ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ 3 สัญญา ธนาคารธนชาต 1 สัญญา หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 22,694,489 บาท ประกอบด้วย ธนาคารยูโอบี ยอดหนี้คงเหลือ 21,811,981 บาท ลิสซิ่งกสิกรไทย ยอดหนี้คงเหลือ 882,508 บาท

อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวต้องดูว่านายพิธิได้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อป.ป.ช.เพิ่มเติมหรือไม่ อีกทั้งต้องดูว่าในการทำสัญญาค้ำประกันหนี้เป็นการทำสัญญาค้ำประกันส่วนตัวหรือในฐานะกรรมการบริษัท สัญญาดังกล่าวมีผลผูกพันนายพิธาตามาหลังจากลาออกจากกรรมการและผู้บริหารบริษัทหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบ

ตามกฎหมายป.ป.ช.บัญญัติว่า ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดว่าผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน หรือหนี้สินต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 

เมื่อตรวจสอบหนี้สินที่บริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์ จำกัด มีภาระกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ในช่วงที่นายพิธาเป็นกรรมการบริษัทในปีสุดท้าย พบว่า

.

บริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์ จำกัด มีหนี้สินกับสถาบันการเงินรวม 460.3 ล้านบาท ประกอบด้วย 

.

เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น 354,261,817.40 บาท 

.

ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงชำระภายใน 1 ปี จำนวน 41,011,004 บาท 

.

เงินกู้ยืมระยะสั้น 11,034,359.65 บาท 

.

เงินกู้ยืมระยะยาว 53,993,755.23 บาท

.

หนี้สิน บริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์ จำกัด

.

ส่วนเงินฝาก ณ สิ้นปี 2559 มีจำนวนรวม 20.6 ล้านบาท ประกอบด้วย

.

เงินฝากออมทรัพย์ จำนวน 14,111,873.73 บาท

.

เงินฝากกระแสรายวัน 6,494,278.14 บาท

.

ขณะที่ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ณ สิ้นปี 2559 มีมูลค่าสุทธิ 244,381,438 บาท โดยที่ดิน อาคารและเครื่องจักร ได้จดจำนองเป็นหลักประกันหนี้ทุกชนิดไว้กับสถาบันการเงิน หลังหักค่าเสื่อมราคาแล้วมีมูลค่า 235.16 ล้านบาท ดังนี้

ที่ดิน 21,055,626 บาท 

อาคาร 73,608,954.29 บาท

เครื่องจักร 140,503,699.63 บาท

รายการที่ดิน อาคารและเครื่องจักรบริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์ จำกัด

7 มิ.ย.  2566 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์   หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ประเด็นดังกล่าวว่า เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะได้ประสานงานกับป.ป.ช.มาโดยตลอด ยังไม่เห็นข้อมูลทั้งหมด หากมีผู้ร้อง ยินดีชี้แจง ไม่ได้มีอะไรน่ากังวล และเป็นเรื่องปกติที่มีการนำเรื่องต่าง ๆ มาสกัดกั้น แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด

ขณะที่นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้แจงกับ  “เนชั่นทีวี “ว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด เพราะเพิ่งได้รับเรื่องมา ได้ทำหนังสือสอบถาม ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องตรวจสอบต่อแล้ว ซึ่งน่าจะใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งในการตอบกลับข้อมูล   

สำหรับข้อมูลที่มีอยู่ขณะนี้ ป.ป.ช.ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า มีมูลจริงหรือไม่ เพราะต้องตรวจสอบย้อนหลังไป 4 – 5 ปี หากมีมูลความผิด จะต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง แต่จะดูเจตนาเป็นหลักว่า จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตั้งแต่แรกหรือไม่

ส่วนสถานะบริษัท ออยฟอร์ไลฟ์ จำกัด ในปี 2562 บริษัทได้ผิดนัดชำระหนี้ทั้งในส่วนเงินกู้ยืมระยะสั้น และเงินกู้ยืมระยาวกับทางธนาคารแหลายแห่ง ทางธนาคารในฐานะเจ้าหนี้ได้ดำเนินการฟ้องร้องแก่ศาล เพื่อให้ทางบริษัทชำระหนี้ ต่อมาบริษัทได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอฟื้นฟูกิจการ และศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2565 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ศาลล้มละลายกลางได้นัดฟังคำสั่งจำหน่ายคดี 

.

ที่มาข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจ 

‘กกต.’ มาแบบแมน รับผิดเร่งออกหนังสือส่งให้ ก้าวไกล แต่ใสชื่อ เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550628

08 มิ.ย. 2566

'กกต.' มาแบบแมน รับผิดเร่งออกหนังสือส่งให้ ก้าวไกล แต่ใสชื่อ เพื่อไทย

เอกสารทางราชการทำใจ ความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ สุดท้าย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) ออกสื่อสังคมออนไลน์รับผิดจริง ส่งเอกสารไปให้ “ก้าวไกล” แต่ในเนื้อความไปใส่ชื่อ “เพื่อไทย” ส่วนประเด็นที่จะยุบพรรคเพราะการครอบงำ จาก ธนาธร- ปิยบุตร เรื่องยังไม่ลามไปถึง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. )  ได้โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ชี้แจง กรณีมีผู้โพสต์ใน TikTok ใช้ชื่อบัญชีว่า  “arfanpppppp”  ระบุว่า  “ด่วนที่สุด  “กกต.” ส่งหนังสือยุบพรรคก้าวไกล?”   ประเด็นดังกล่าว   กกต. ขอชี้แจงว่า หนังสือฉบับดังกล่าว เป็นหนังสือที่ออกโดยคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง คณะที่ 3 และเมื่อได้ตรวจพบข้อผิดพลาด ที่ได้กล่าวอ้างพาดพิงไปถึงพรรคเพื่อไทย คณะกรรมการฯ จึงได้แก้ไขข้อความให้ถูกต้อง และส่งหนังสือฉบับแก้ไข ไปให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 


สำหรับข้อความที่ปรากฏในสื่อต่างๆ ว่า “กกต. ส่งหนังสือยุบพรรคก้าวไกล ?” นั้นไม่เป็นความจริง ปัจจุบัน เรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ กกต. ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2566 เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เสนอให้ “กกต.” พิจารณาวินิจฉัยสั่งการ ต่อไป

'กกต.' มาแบบแมน รับผิดเร่งออกหนังสือส่งให้ ก้าวไกล แต่ใสชื่อ เพื่อไทย

ด้านพรรคก้าวไกล มีท่าทีต่อประเด็นที่กำลังถูกตรวจสอบในเรื่องต่าง ๆ ล่าสุดกรณีใช้สื่อสัญลักษณ์ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ชี้แจงโดยระบุว่า  

[ เอาแล้ว!!!  คดีอิลูมินาติภาค 2 กกต. สอบก้าวไกลมีรูป “ค้อนเคียว” ปฏิปักษ์การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข?!?  ]
.
ปี 2562 คะแนนพรรคอนาคตใหม่มาถึง 6,330,617 เสียง ได้ ส.ส. ถึง 81 คน หักปากกาเซียน เกินคาดการณ์ของทุกคน แต่ไม่นานศาลรัฐธรรมนูญปลดธนาธรออกจาก ส.ส. อีกไม่นานก็ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ด้วยข้อกล่าวหาต่างๆ นานา หนึ่งในนั้นคือ มีสัญลักษณ์เป็นรูปสามเหลี่ยมอิลูมินาติ เป็นปฏิปักษ์การปกครอง!!! 
.
มาปี 2566 เลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ประชาชนกาให้ก้าวไกลถึง 14,438,851 เสียง!!! มากที่สุดในการเลือกตั้ง มาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง เทศกาลเตะสกัดขาก็เวียนมาบรรจบอีกครั้งหลังจากผู้มีอำนาจตกใจกับผลการเลือกตั้งของชาวส้ม 
.
ครั้งนี้ก็เช่นกัน มีข้อกล่าวหาแบบ “อีหยังวะ?!?” เหมือนเดิม หนึ่งในนั้นคือ กล่าวหาว่าในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลเผยแพร่การ์ตูนแนะนำผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ มีชุดหนึ่งรวมเครือข่ายแรงงาน แล้วดันมี “ค้อนเคียว” อยู่ในภาพ!!! จึงถือเป็นกระกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข!!! เบิ่ดคำสิเว่า 

กกต.จึงส่งเอกสารมาขอให้ก้าวไกลชี้แจง ตามนี้…
.
“ขอทราบว่าตามที่พรรคก้าวไกลได้โพสต์ข้อความและรูปภาพทาง Facebook Fanpage เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 ในหัวข้อ เตรียมพบกับซีรีส์ชุด ปาร์ตี้ลิสต์ก้าวไกล นั้น โพสต์ดังกล่าวมีความหมายว่าอย่างไร และตัวละครตามที่ปรากฏในภาพตามโพสต์หมายถึงผู้ใด อย่างไร สื่อความหมายว่าอย่างไร และสัญลักษณ์ค้อนไขว้กับเคียวที่ปรากฏในภาพตามโพสต์นั้น สื่อความหมายว่าอย่างไร และเหตุใดจึงต้องใช้สัญลักษณ์ค้อนไขว้กับเคียวประกอบตัวละครในโพสต์ดังกล่าว” ท่านว่า 

.
ป๊าดดดดดด!!! ไม่ได้ดูเลยว่ามันคือการ์ตูนแนะนำเครือข่ายแรงงาน ก็ต้องมีทั้งจักรเย็บผ้า มีทั้งยางรถยนต์ เครื่องจักร มีทั้งประแจ มีทั้งไขควง และแน่นอน มันต้องมี ค้อน และ เคียว! เพราะเราตั้งใจสื่อถึงเครื่องมือที่คนทำงานสร้างโลกนี้ขึ้นมา
.
แถมในเอกสารที่ กกต. ส่งมา ก็เขียนผิดเขียนถูก ตั้งใจส่งถึง “พรรคก้าวไกล” แต่ดันพิมพ์เป็นชื่อ “พรรคเพื่อไทย” แทน ก็อย่างว่าแหละนะ 555+ 

นี่แหละนะ คือ “นิติสงคราม” คือการเอาคดีความต่างๆ มายัดทำให้พวกเราเสียสมาธิในการทำงาน ต้องเสียเวลาไปชี้แจง หาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง ส่วนนักร้องก็ไม่ต้องทำอะไร แค่ไล่กล่าวหาคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย 

แต่เราจะไม่เสียสมาธิในการทำงานเด็ดขาด! ดังนั้น ก็ใช้โอกาสนี้ นำเสนอ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จากเครือข่ายแรงงานอีกครั้งไปเลยสิคะ  >>>

'กกต.' มาแบบแมน รับผิดเร่งออกหนังสือส่งให้ ก้าวไกล แต่ใสชื่อ เพื่อไทย

พรรคก้าวไกล  ใช้สื่อสังคมออนไลน์ชี้แจงหลังมีประเด็น ใช้สัญลักษณ์เป็นปฏิปักษ์การปกครอง 

.

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก พรรคก้าวไกล 

‘พรรคการเมือง’ ลุ้นขยับ ‘บัญชีรายชื่อ’ นับคะแนนใหม่ 11 มิ.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550605

08 มิ.ย. 2566

'พรรคการเมือง' ลุ้นขยับ 'บัญชีรายชื่อ' นับคะแนนใหม่ 11 มิ.ย.นี้

นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 11 มิ.ย.นี้ ลุ้นขยับแค่อันดับ สส. ‘บัญชีรายชื่อ’ 1-2 เก้าอี้ ไม่มีผลต่อสส.แบบแบ่งเขต และไม่ได้มีสาเหตุมาจากบัตรเขย่ง

คณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 47 หน่วยเลือกตั้งวันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายนนี้ มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคการเมือง 1-2 ตำแหน่ง อันเกิดจากการรวมคะแนน หลังนับคะแนนใหม่ ใน30 หน่วยเลือกตั้งที่มี ปัญหา

เช่นเดียวกับการนับคะแนนเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ 17 หน่วยเลือกตั้ง แต่การนับคะแนนแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง

สำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งบอกกับคมชัดลึกว่า การสั่งนับคะแนนใหม่ ไม่ได้เกิดจากปัญหาบัตรเขย่ง หรือ มีการเพิ่มเติมคะแนนเลือกตั้งมากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้ง แต่เกิดจากการขีดคะแนนไม่ตรงกับที่มีการขานคะแนน

ขณะนี้อยู่ระหว่าง ลงรายละเอียดหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหา เพื่อให้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศนับคะแนนใหม่ในวันอาทิตย์นี้

หลังการนับคะแนนใหม่ใน47 หน่วยเลือกตั้งแล้ว ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และพรรคการเมืองยังมีเวลาร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งตามระยะเวลาที่ กกต.กำหนด

กราฟฟิคขั้นตอนร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งจาก กกต.กราฟฟิคขั้นตอนร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งจาก กกต.

แต่ขั้นตอนการดำเนินการแจกใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง  หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ จะแตกต่างกันตรงที่ หากมีการร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ก่อนรับรองการเลือกตั้ง กกต.จะมีอำนาจวินิจฉัย และตัดสินใจได้เองว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่หากการร้องคัดค้าน เกิดขึ้นหลัง กกต.รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว

กกต.จะทำหน้าที่คล้ายอัยการ ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง วินิจฉัยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ทำความรู้จัก ‘บัตรเขย่ง’ คืออะไร ทำไม ‘กกต.’ ต้องสั่งเลือกตั้งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550591

07 มิ.ย. 2566

ทำความรู้จัก ‘บัตรเขย่ง’ คืออะไร ทำไม ‘กกต.’ ต้องสั่งเลือกตั้งใหม่

เปิดความหมาย ‘บัตรเขย่ง’ มีความสัมพันธ์อย่างไร กับจำนวนคนสละสิทธิเลือกตั้ง จำนวนยอดบัตร กับ ยอดผู้ใช้สิทธิ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ก่อนวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (ประธาน กกต.) เน้นย้ำกับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ต้องไม่มี ‘บัตรเขย่ง’ หรือหากมี ‘บัตรเขย่ง’ ต้องน้อยที่สุด

กระทั้ง กกต. จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า 2566 วันที่ 7 พ.ค.2566 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมากล่าวหา พบปัญหา ‘บัตรเขย่ง’ ในหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้ลงทะเบียนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 2,047 คน แต่มีผู้มาใช้สิทธิในวันดังกล่าว จำนวน 2,628 คน เกินจำนวนผู้ลงทะเบียน 581 คน นั้น

ภายหลัง กกต. ออกมายืนยันว่าเรื่องดังกล่าว เป็นเท็จ แต่ก็ยังไม่คลายความสงสัยแก่ประชาชน จนทำให้วันนี้ 12 พฤษภาคม คำว่า ‘บัตรเขย่ง’ เป็นคำที่ ติดเทรนด์คำค้นหาที่คนให้ความสนใจสูงสุด

15 พ.ค. 2566 หลังการเลือกตั้ง66 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงสรุปภาพรวมการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 หลังการนับคะแนนเป็น 99.% จาก 95,137 หน่วยเลือกตั้งว่า มีผู้ใช้สิทธิ 39,293,867 คน หรือ 75.22% จากผู้มีสิทธิฯ 52,238,594 คน ซึ่งเป็นการจัดเลือกตั้งครั้งที่ 7 พบตัวเลขผู้ใช้สิทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยปี 2562 มีจำนวนผู้ใช้สิทธิเฉลี่ย 74.87% เป็นตัวเลขที่น่ายินดี สะท้อนให้เห็นความตั้งใจในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และพรรคก้าวไกลมีคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง และกกต.ต้องประกาศรับรองผลภายใน 60 วัน

24 พ.ค.2566 สำนักงาน กกต. ได้มีการตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. ครบทั้ง 400 เขตแล้ว และเตรียมที่จะประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยพบว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,195,920 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 39,514,973 คน คิดเป็นร้อยละ 75.71

การเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต

บัตรดี 37,190,071 บัตร คิดร้อยละ 94.12

บัตรเสีย 1,457,899 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.69

บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด 866,885 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.19

ผลการนับคะแนน

พรรคเพื่อไทย ได้ สส. 112 คน

พรรคก้าวไกล ได้ สส. 112 คน

พรรคภูมิใจไทยได้ สส. 68 คน

พรรคพลังประชารัฐ ได้ สส. 39 คน

พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ สส. 23 คน

พรรคประชาธิปัตย์ ได้ สส. 22 คน

พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ สส. 9 คน

พรรคประชาชาติ ได้ สส. 7 คน

พรรคไทยสร้างไทย ได้ สส. 5 คน

พรรคเพื่อไทรวมพลัง ได้ สส. 2 คน

พรรคชาติพัฒนากล้า ได้สส. 1 คน

การเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ

บัตรดี 37,522,746 บัตร คิดเป็นร้อยละ 94.96

บัตรเสีย 1,509,836 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.82

บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด 482,303 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.22

ทั้งนี้ผลการคิดคำนวณ คะแนนค่าเฉลี่ย สส. 1 คน คือ 375,227.34 คะแนน ทำให้ สส.บัญชีรายชื่อ 100 คนมาจาก 17 พรรคการเมือง ประกอบด้วย

1. พรรคก้าวไกลได้คะแนน 14,438,851 คะแนน ได้สส. 39 คน

2. พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 10,962,522 คะแนน ได้สส. 29 คน

3. พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้คะแนน 4,766,408 คะแนน ได้สส. 13 คน

4. พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 1,138,202 คะแนน ได้สส.3 คน

5. พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนน 925,349 คะแนน ได้สส. 3 คน

6. พรรคประชาชาติ ได้คะแนน 602,645 คะแนน ได้สส. 2 คน

7. พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 537,625 คะแนน ได้สส. 1 คน

8. พรรคเสรีรวมไทย ได้คะแนน 351,376 คะแนน ได้สส. 1 คน

9. พรรคไทยสร้างไทย ได้คะแนน 340,178 คะแนน ได้สส. 1 คน

10. พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้คะแนน 273,428 คะแนน ได้สส. 1 คน

11. พรรคใหม่ ได้คะแนน 249,731 คะแนน ได้ส.ส. 1 คน

12. พรรคชาติพัฒนากล้า ได้คะแนน 212,676 คะแนน ได้สส. 1 คน

13. พรรคท้องที่ไทย ได้คะแนน 201,411 คะแนน ได้สส. 1 คน

14. พรรคชาติไทยพัฒนา ได้คะแนน 192,497 คะแนนได้สส. 1 คน

15. พรรคเป็นธรรมได้คะแนน 184,817 คะแนนได้สส. 1 คน

16. พรรคพลังสังคมใหม่ ได้คะแนน 177,379 คะแนนได้สส. 1 คน

17. พรรคครูไทยเพื่อประชาชนได้คะแนน 175,182 คะแนน ได้สส. 1 คน

ว่ากันว่า กกต. เตรียมจะประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้ง2566 อย่างเป็นทางการ โดยพรรคก้าวไกล จะเหลือ สส. 151 คน จากเดิมมี 152 คน ส่วนพรรคเพื่อไทยคงเดิม 141 คน ขณะที่พรรคภูมิใจไทย จาก 70 คน เพิ่ม 71 คน พรรคพลังประชารัฐ 40 คน ,รวมไทยรักษาชาติ 36 คน ปละ ประชาธิปัตย์ 25 คน

พบพิรุธจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต และสส.บัญชีรายชื่อไม่เท่ากัน ข้อเท็จจริงมีสาเหตุมาจากได้รับรายงานจากสำนักงาน กกต. จังหวัดพบว่า

  1. ผู้มาแสดงตนรับบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแล้วไปลงคะแนนโดยไม่ได้รับบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ
  2. เปิดซองใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต นอกราชอาณาจักร พบว่ามีซองเฉพาะบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต หรือบางซองมีเฉพาะบัตรแบบบัญชีรายชื่อ

กว่า 20 วัน หลังการเลือกตั้ง66 กกต.ได้รับแรงเสียดทานจากกระแสสังคมรอบด้าน ถึงความไม่เชื่อมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมได้จริงหรือ? ควบคู่ไปกับกระแสเรียกร้องให้ กกต. ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. 500 คน อย่างเป็นทางการเสียที เพื่อเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลใหม่

พรรคเล็กร้องศาลให้เลือกตั้งใหม่

6 มิ.ย. 2566 นายคฑเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย และนายลิขสิทธิ์ ใสกระจ่าง หัวหน้าพรรคพลัง พร้อมทีมทนายความ เดินทางมายื่นคำฟ้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อสั่งให้การจัดการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ 2566 เป็นโมฆะ และให้ กกต. จัดการเลือกตั้งในส่วน สส.บัญชีรายชื่อใหม่ โดยที่ กกต.ทั้ง 7 คนเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

“ไม่ใช่ขี้แพ้ชวนตี เพราะเรามีหลักฐานทั้งเอกสารและพยานบุคคลชี้ชัดที่จะเอาผิด กกต. ได้ว่า จัดการเลือกตั้งไม่สุจริต เพราะ กกต.รู้ดีว่าทำอะไรอยู่ รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่ไม่ทำ ทำให้มีปัญหาคะแนนเขย่ง หรือบัตรเขย่ง” หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย ระบุ

7 มิ.ย. 2566 คำว่า ‘บัตรเขย่ง’ กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมไทยอีกครั้ง เมื่อ กกต. ยอมรับว่ามี ‘บัตรเขย่ง’ จริงและสั่งให้เลือกตั้งใหม่ 47 หน่วยเลือกตั้งในวันที่ 11 มิ.ย. 2566 นี้ 

ไขข้อข้องใจ ‘บัตรเขย่ง’ คืออะไร

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา อดีตเลขาฯ กกต. เคยชี้แจงสื่อถึงความหมายของ ‘บัตรเขย่ง’ ว่า มีผู้ไปรายงานตัวใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่อาจรอคิวนาน หรือเกิดเหตุอื่นกระทันหัน ทำให้ต้องออกจากแถวที่ต่อคิวลงคะแนน หรือพูดง่ายๆ ไปรายงานตัวใช้สิทธิ แต่อาจรอคิวนาน เลย ‘สละสิทธิ’ นี่จึงเป็นที่มา ทำให้ ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิกับตัวเลขบัตรที่ถูกใช้ไปไม่ตรงกัน

บัตรเขย่ง คืออะไร? ทำไมจำนวนบัตรที่ใช้ไม่ตรงกับผู้ใช้สิทธิ

บัตรเขย่ง คือบัตรที่ผู้มาใช้สิทธิ รับไปแล้วไม่นำไปลงคะแนน เนื่องจากอาจเกิดปัญหา เช่น รอคิวนาน ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้จากหน่วยเลือกตั้ง

เลือกตั้ง2566 ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอปัญหา ‘บัตรเขย่ง’ เพราะ บัตรเขย่ง ถูกพูดถึงมากในการจัดเลือกตั้งปี 2562 ที่พบตัวเลขผู้มาใช้สิทธิกับตัวเลขบัตรเลือกตั้ง ที่ถูกใช้ไปไม่ตรงกัน คือผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 38,268,375 คน ขณะที่จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ 38,268,366 บัตร

ในครั้งนั้น กกต. อธิบายว่า ‘บัตรเขย่ง’ อาจมีสาเหตุจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปแสดงตนใช้สิทธิ แต่ไม่ได้รับบัตรเลือกตั้ง แล้วเดินออกจากหน่วยเลือกตั้งไป เป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้จากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ และสามารถตรวจสอบได้ว่าเกิดการผิดพลาดที่หน่วยเลือกตั้งใดบ้าง

แต่เลือกตั้ง2566 กกต.ยังไม่ชี้แจงว่า ‘บัตรเขย่ง’ เกิดจากอะไร ทำไมมีช่องโหว่ให้เกิดขึ้นได้ และคุ้มค่าหรือไม่กับค่าใช้จ่ายในการควบคุมและการจัดการเลือกตั้ง ที่รัฐทุ่มงบประมาณไป จำนวน 5,945,161,000 บาท

‘เพื่อไทย’ โนสน โนแคร์ กกต.แขวนว่าที่ 20 สส. โอ่ 290 เสียงเข้มแข็งตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550592

07 มิ.ย. 2566

'เพื่อไทย'  โนสน โนแคร์ กกต.แขวนว่าที่ 20  สส.  โอ่ 290  เสียงเข้มแข็งตั้งรัฐบาล

หัวหน้าพรรค”เพื่อไทย ” หมอชลน่าน มองกรณี “กกต.” หากจะแขวนว่าที่สส.ในฝั่ง 8 พรรค รวม 20 ราย ถึงที่สุดจะไม่กระทบต่อแผนการจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรค การันตี 290 เสียง ที่เหลือค้ำยันความเข้มแข็งได้ ท่าทีเพื่อไทยและก้าวไกล เห็นเหมือนกันไม่ห่วงบัญชีดำ 20 ว่าที่สส.

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. )  คาดว่าจะมีกลุ่มสส. ที่ไม่สามารถให้การรับรอง จำนวน 20  คน  เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีประเด็นในเรื่องของความผิด หรืออื่น ๆ นั้น ที่มีผลทำให้ไม่สามารถให้การรับรองต่อการเป็นสส. ได้นั้น  หากโควตาดังกล่าว  คือ 20  ว่าที่สส. มาจากทางฝั่งพรรคจัดตั้งรัฐบาล  ที่ไม่ได้รับการรับรอง ยืนยันว่าจำนวนดังกล่าว ไม่มีผลต่อแสถียรภาพของการจัดตั้งรัฐบาล   เพราะด้วยจำนวนสส. ที่เหลืออยู่คือ  290  เสียง ก็ถือว่ารัฐบาลนี้ยังเข้มแข็งได้ 


“ก็พยายามติดตามอยู่ว่า 20 คน เป็นใครจากพรรคอะไร เรายังไม่มีข้อมูลตรงนี้ ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏจึงตอบไม่ได้  ท่าทีของเพื่อไทย  เช่นเดียวกับที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ได้แถลงว่า ปัญหา 20  สส. จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆในการจัดตั้งรัฐบาลของเรา   ยืนยันว่าเรายังคงยึดมั่นในฝ่ายประชาธิปไตย เรารับอาณัติมาจากประชาชน นี่คือความจริงที่สามารถพูดได้ว่า  เรายึดมั่นในฝ่ายประชาธิปไตย ” 

 เขา  กล่าวว่า  เพื่อไทย  ไม่มีแผนสำรอง มีเแผนหลักให้ทุกอย่างเป็นไปตามจังหวะที่ควรเป็น การที่ได้พูดคุยกันวันนี้ ในการประชุม 8  พรรคร่วม  เป็นการเพิ่มความมั่นใจในการทำงาน โดยเฉพาะการใช้วาระงานเป็นหลักเพื่อ  ขับเคลื่อนการทำงานนับจากนี้  นพ.ชลน่าน  ระบุ

ด่วน พบบัตรเขย่ง ‘กกต.’ สั่งนับคะแนน เลือกตั้งใหม่ 47 หน่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550585

07 มิ.ย. 2566

ด่วน พบบัตรเขย่ง ‘กกต.’ สั่งนับคะแนน เลือกตั้งใหม่ 47 หน่วย

ด่วน ‘กกต.’ สั่งนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 47 หน่วย ทั้งแบบแบ่งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์ หลังพบมีบัตรเขย่ง คะแนนไม่ตรงจำนวนบัตรและผู้มาใช้สิทธิ เล็งนับใหม่ 11 มิ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งให้นับคะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ หรือสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ใน 31 หน่วยเลือกตั้ง และนับคะแนน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ใน 16 หน่วยเลือกตั้ง จากการลงคะแนนการเลือกตั้งทั้งหมด 95,000 หน่วย

ทั้งนี้ เป็นไปตามที่สำนักงานกกต.เสนอว่าเป็นกรณีที่พบว่ามีปัญหาบัตรออกเสียงเลือกตั้ง และจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมีจำนวนตรงกัน แต่ผลคะแนนที่ออกมาไม่ตรงกับจำนวนดังกล่าว และ กกต.เห็นว่าอาจมีผลต่อจำนวนคะแนนเสียงที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ และมีผลต่อลำดับของผู้ได้รับเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่า จำนวน 47 หน่วยเลือกตั้งที่ให้มีการนับคะแนนใหม่นั้นคือหน่วยเลือกตั้งใด ในจังหวัดใดบ้าง โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างที่สำนักงานฯ กำลังทำคำสั่ง เพื่อเสนอให้ประธานกกต.ลงนาม และแจ้งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบ

โดยตามแผนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องการให้มีการนับคะแนนใหม่ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เนื่องจากเมื่อได้ผลคะแนนแล้วจะต้องนำมาคิดคำนวนสัดส่วน สส.ใหม่ เพื่อให้ทันกับแผนงานที่กกต.ตั้งใจว่าจะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายในเดือนมิถุนายนนี้

ทั้งนี้ หลังการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 กกต. ยังไม่ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง 2566 แม้มีการประกาศว่าที่ สส. อย่างไม่เป็นทางการ ไปก่อนหน้านั้นแล้ว 

มาแล้ว สดศรี อดีตกกต. ทุบโต๊ะ ‘พิธา’ โอนหุ้นสื่อลงเอยไม่รอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550582

07 มิ.ย. 2566

มาแล้ว สดศรี อดีตกกต.  ทุบโต๊ะ 'พิธา' โอนหุ้นสื่อลงเอยไม่รอด

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) สดศรี สัตยธรรม ประเมินความน่าจะเป็น กรณี “โอนหุ้นสื่อไอทีวี” ของแคนดิเดยนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ท้ายที่สุดแล้วลงเอยรอดยาก ตีความต่อให้โอนหุ่นในภายหลังจากที่ถืออยู่ อย่างไรก็ถือว่าเป็นความผิดไปแล้ว

นางสดศรี  สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง  (กกต.)   เปิดเผยว่า  การถือหุ้นสื่อไอทีวี ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล   หากพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ( 3 )  ระบุว่าห้ามไม่ให้ผู้ใดถือหุ้นหรือเป็นเจ้าของหุ้นสื่อ ถ้าผู้นั้นจะสมัครรับเลือกตั้ง ถ้ามีหุ้นสื่อจะสมัครไม่ได้ การที่นายพิธาจะรับหุ้นดังกล่าวมาจากมรดก หรือมาจากการซื้อเอง แต่เมื่อถึงเวลาที่จะไปสมัครรับเลือกตั้ง ต้องปลอดจากหุ้นดังกล่าวนี้ก่อน ซึ่งเรื่องการถือหุ้นนี้ จะนับจากวันที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง  ซึ่งในวันสมัครรับเลือกตั้งหากมีกรณีนี้เกิดขึ้น กกต.ไม่สามารถล้วงลึกไปได้ เพราะว่า เป็นเรื่องที่ผู้ร้องเรียนไปหาหลักฐานมาร้อง

กระบวนการจากนี้   กกต.ต้องรับเรื่องขึ้นมาพิจารณา ว่าผิด หรือขัดมาตรา 98 ( 3 ) ไหม  “เป็นเรื่องที่น่าเสียดายถ้าหากท่าน( พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ) ยังถือหุ้นอยู่ และเป็นหุ้นสื่อด้วย หากกกต. รับลูกว่ามีหุ้นสื่อจริง  ก็ต้องเรียกว่าฝ่ายถูกกล่าวหามาให้การ และต้องไต่สวนทั้งสองฝ่าย  ส่วนการมาโอนหุ้นตอนนี้จะมองว่าเป็นการเลี่ยงหรือไม่ ถ้าสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.แล้วมาโอนให้กับใครก็ตามทีหลัง   นับหนึ่งในวันสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าในวันสมัครรับเลือกตั้งขาดคุณสมบัติในกรณีนี้ จะมาโอนหุ้นทีหลังมันก็ไม่พ้น   แต่หากจะมองว่าเป็นเทคนิคในการสู้คดี  ทุกท่านมีสิทธิ์อ้างได้ ขึ้นอยู่กับ กกต.หรือศาลจะตีความ  “

นางสดศรี กล่าวว่า ถ้ามาตราไหนชัดเจนอยู่แล้ว ห้ามไม่ให้มีหุ้น ถือหุ้น  หรือเป็นเจ้าของหุ้นสื่อในวันยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งสส.  การตีความกฎหมายต้องตีความอย่างเคร่งครัด คือว่ากันตรงๆไปเลย   ส่วนผู้ถูกร้อง จะสู้อย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง   สำหรับการที่บริษัทไอทีวี ไม่ได้ดำเนินกิจการแล้ว    ส่วนตัวเห็นว่า การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท กิจการค้าใด  ต้องจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะระบุในวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัท  แม้ต่อมาบริษัท และห้างหุ้นส่วนเหล่านั้นไม่ได้ประกอบกิจการแล้ว  แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเลิก  ผู้ทำนิติกรรมกับการค้าก็ไม่สามารถที่จะอ้างข้อกฎหมายใด ๆไ ด้

ส่องไทม์ไลน์นักร้อง ‘เรืองไกร-สนธิญา-ศรีสุวรรณ’ รุมขย่ม ‘พิธา’ ปมหุ้น ITV

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550570

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

07 มิ.ย. 2566

ส่องไทม์ไลน์นักร้อง ‘เรืองไกร-สนธิญา-ศรีสุวรรณ’ รุมขย่ม ‘พิธา’ ปมหุ้น ITV

เปิดไทม์ไลน์สายร้อง ‘เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ – สนธิญา สวัสดี – ศรีสุวรรณ จรรยา” สลับหน้าขย่ม ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ทั้งปมถือหุ้น ITV พูดยี่ห้อโฆษณาเหล้าผ่านสื่อ 

คมชัดลึก เกาะติดปมร้อนรุมเร้า “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรีตาม MOU จาก 8 พรรคร่วมรัฐบาล

ปมร้อนหลักๆ ณ เวลานี้ ทั้งประเด็นคุณสมบัติต้องห้ามของสส. กับการถือหุ้นสื่อ ITV และ ล่าสุดกับปมพูดโฆษณาเหล้าผ่านรายการกรรมกรข่าว ที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

แต่ทว่าทั้ง 2 ประเด็น จะวนเวียนการยื่นร้องอยู่เพียง 3 คน ที่ภาษาชาวเน็ตเรียกว่าเป็นสายร้องบ้าง นักร้องบ้าง ที่เรียงคิวสลับวันกันไปยื่นและให้ข้อมูลกับ กกต. 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

คมชัดลึก รวบรวมไทม์ไลน์การยื่นร้องของ 3 นักร้อง เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ – สนธิญา สวัสดี – ศรีสุวรรณ จรรยา นับตั้งแต่ระหว่างการเลือกตั้งและหลังการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 เสร็จสิ้น ทั้งประเด็นการถือหุ้นสื่อ ITV และ โฆษณาเหล้าผ่านสื่อ โดยมีไทม์ไลน์ ดังนี้

10 พ.ค. 66

  • นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นคำร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และมาตรา 42 (3) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เนื่องจากถือหุ้น itv หรือไม่ 

11 พ.ค. 66

  • นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นำข้อบังคับของพรรคก้าวไกลมายื่นเพิ่มเติมต่อ กกต. และจับประเด็นว่านายพิธาจะพ้นจากสมาชิก และหัวหน้าพรรคหรือไม่ เพราะข้อบังคับพรรคก้าวไกลมีการแก้ไขลงในราชกิจจานุเบกษา ปี 2563 ซึ่งข้อบังคับพรรคในข้อ 12,21,37 ซึ่งในข้อ 12 ระบุว่าสมาชิกต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ดังนั้นเมื่อระบุเช่นนี้ มาตรา 98 (3) ก็จะทำให้พ้นสมาชิกหรือไม่ และกรรมการบริหารพรรค รวมทั้งหัวหน้าพรรค ก็จะต้องขาดจากความเป็นหัวหน้าพรรคโดยสิ้นสุดเฉพาะตัว รวมถึงคณะกรรมการบริหารพรรคต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ตามข้อบังคับพรรคก้าวไกลข้อที่ 36

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

  • นายศรีสุวรรณ ยื่นกกต.สอบนโยบายเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย หลังจากให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเสร็จสิ้น กลับถูกนายทศพล อ้างตัวเป็นอดีตอาจารย์ บุกตบใบหน้าของนายศรีสุวรรณ จนปากแตก และมีร่องรอยเลือดไหลที่มุมปาก

12 พ.ค. 66

  • นายสาคร ปลื้มรัมย์ อายุ 65 ปี อาชีพทนายความ ยื่นหนังสือร้อง กกต.กลางผ่าน กกต.บุรีรัมย์ ให้ตรวจสอบและสั่งการให้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยุติการกล่าวหานายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เพราะเข้าข่ายโจมตีเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด คล้ายเป็นการกลั่นแกล้งมากกว่า
  • นายสนธิญา ยื่นเรื่องร้อง กกต.ตรวจสอบกรณีนายพิธาถือครองหุ้น ITV อาจเข้าข่ายขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง

13 พ.ค. 66

  • นายเรืองไกร กล่าวว่า ตนจึงส่งหนังสือไปถึง กกต. ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า นายพิธา ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลนั้น มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ตามความใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (3) หรือไม่

ศรีสุวรรณ จรรยาศรีสุวรรณ จรรยา

16 พ.ค. 66

  • นายเรืองไกร ยื่นกกต. ขอให้ตรวจสอบเพิ่มเติม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรณีเข้าข่ายพ้นจากสมาชิกพรรคและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 24 หรือไม่ และจะมีความผิดตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 112 วรรคหนึ่งหรือไม่ สืบเนื่องจากกรณีการถือครองหุ้นสื่อ ITV 

17 พ.ค.66

  • นายศรีสุวรรณ ยื่นกกต.ขอให้แจ้งหรือสั่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง ด้วยการลงโทษ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับที่ 27 โดนตำรวจจับเมาแล้วขับ โดยวัดค่าแอลกอฮอล์ได้ 66 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สูงกว่ากฎหมายกำหนด (50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) 

19 พ.ค. 66

  • นายสนธิญา ยื่นเรื่องเร่งกกต. ให้สอบเรื่องการถือหุ้นสื่อบริษัทไอทีวีของนายพิธา

24 พ.ค.66  

  • นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เข้ายื่น กกต. เพื่อให้ตรวจสอบ 8 พรรคที่ร่วมกันลงนามเอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 22 พ.ค. เข้าข่ายผิดมาตรา 28 พระราชบัญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือไม่ การเซ็นเอ็มโอยูของ 8 พรรค มีหัวหน้าพรรคทั้ง 8 พรรคเซ็นลงนาม เมื่อเห็นเช่นนั้นก็นึกไปถึงว่ารัฐธรรมนูญ ระบุให้ ส.ส.ต้องไม่อยู่ภายใต้อาณัติมอบหมาย ตามมาตรา 28 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ได้ห้ามพรรคการเมืองไม่ให้กระทำการที่จะให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิก เพราะสิ่งที่ไปลงนามก็เท่ากับเป็นการไปยอมรับเงื่อนไขในการทำกิจกรรมทางการเมืองจากอีก 7 พรรค อยากให้ กกต.ตรวจสอบว่าเข้าข่ายมาตรา 28 หรือไม่ เพราะ 7 พรรคที่มาเซ็นลงนามกับพรรคก้าวไกลไม่สามารถจะเป็นสมาชิกพรรคได้ คนๆ หนึ่งจะเป็นสมาชิกพรรคซ้อนกัน 2 พรรคไม่ได้ เท่ากับเป็นการยอมให้ 7 พรรคตกลงเงื่อนไข ซึ่งที่ผ่านมาธรรมเนียมปฏิบัติการตั้งรัฐบาลส่วนใหญ่ก็แค่จับไม้จับมือและแถลงข่าว ไม่มีการเซ็นเอกสารอะไร ฉะนั้น จึงย้อนไปนึกถึงลงนามเอ็มโอยู สมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายนพดล ปัทมะ จะมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่

สนธิญา สวัสดีสนธิญา สวัสดี

29 พ.ค. 66  

  • นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เข้าให้ถ้อยคำต่อ กกต. และยื่นหลักฐานเพิ่มเติมเป็นกรณีคำวินิจฉัยของศาลธรรมนูญที่ 20/2563 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร ส.ส.เนื่องจากถือครองหุ้นสื่อ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลง โดยศาลให้มีผลนับแต่วันสมัคร ส.ส. คือวันที่ 6 ก.พ. 62 โดยเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาล ดังกล่าวยึดตามตัวบทกฎหมายเพียงว่า นายธัญญ์วาริน ถือหุ้นหรือไม่ และบริษัทยังประกอบกิจการ หรือมีความสามารถที่จะกลับมาประกอบกิจการได้หรือไม่ โดยไม่ได้มีการวางหลักต้องถือมากน้อยแค่ไหน
  • นายสนธิญา สวัสดี  ยื่นขอให้ กกต.ระบุระยะเวลาในการตรวจสอบเรื่องที่นายพิธา ถูกร้องว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ และได้คำตอบว่าจะทำคดีให้เสร็จหลังรับรอง ส.ส.แล้ว และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ 

1 มิ.ย. 66

  • นายศรีสุวรรณ ยื่นพยานหลักฐานเกี่ยวกับการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด(มหาชน) ของนายพิธา จำนวน 42,000 หุ้น เพื่อเป็นการตอก ย้ำข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.98 (3) หรือไม่ให้ได้แน่นหนามากยิ่งขึ้น

6 มิ.ย. 66

  • นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นหนังสือถึง กกต. เพื่อแสดงหลักฐานบางส่วนจากคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ที่อาจทำให้เห็นได้ว่า คำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ที่ว่า สปน.บอกเลิกสัญญาเข้าร่วมงาน กับ ITV โดยไม่มีสิทธิหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลปกครองกลาง เห็นว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นจึงขอให้ กกต.ตรวจสอบว่าสัญญาเข้าร่วมงานยังควรถือว่ามีผลอยู่หรือไม่

7 มิ.ย. 66

  • นายสนธิญา สวัสดี ยื่นกกต.ให้ยุบพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย ในกรณีที่พรรคก้าวไกล โดยเฉพาะนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่มีกรณีถือหุ้นไอทีวี เป็นการทำผิดข้อบังคับพรรคการเมือง ซึ่งนายพิธา ได้ทำผิดข้อบังคับของพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย ก่อนจะกลายมาเป็นพรรคผึ้งหลวง และพรรคก้าวไกลตามลำดับ
  • นายศรีสุวรรณ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค เพื่อชี้เป้าเอาผิดนายพิธา หลังจากเจ้าตัวไปออกรายการ กรรมการข่าว “คุยนอกจอ” ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ทางช่องยูทูป ซึ่งในการให้สัมภาษณ์ นายพิธากล่าวตอนหนึ่งถึงนโยบายสุราก้าวหน้า และรสนิยมการดื่มของตัวเอง พร้อมก้บเปิดเผยชื่อยี่ห้อและเชียร์สุราชุมชนที่ตัวเองดื่มหลายชื่อ อันเข้าข่ายเป็นการโฆษณา ต้องห้ามตามกฎหมาย

ประธานกกต. ให้สติ คดี ‘พิธา’ อยู่ในชั้นการพิจารณารับหรือไม่รับคำร้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550559

07 มิ.ย. 2566

ประธานกกต. ให้สติ คดี 'พิธา' อยู่ในชั้นการพิจารณารับหรือไม่รับคำร้อง

ประธานกรรมการการเลือกตั้ง สรุปสถานการณ์ว่าด้วย “พิธา” หัวหน้าพรรรคก้าวไกล และปมการถือหุ้นสื่อไอทีวี ขีดเส้นใต้ให้เข้าใจเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณารับคำร้องไว้ดำเนินการตามระเบียบหรือไม่เท่านั้น ยังไม่ได้ไปชี้ชัดว่ามีมูล จนต้องถึงตั้งคณะกรรมการไต่สวน

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.  เปิดเผยว่า การพิจารณาคำร้องขอให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติ ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าเข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีถือหุ้นไอทีวี หลังมีการรายงานว่า สำนักงาน กกต. ได้เสนอความเห็นต่อที่ประชุม คณะกรรมการ กกต. พิจารณา แล้ววานนี้ ( 6  มิ.ย. ) กรณีนี้เป็นเรื่องที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อกกต. เพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบกรณีการขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. และความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง  

ดังนั้น กกต. จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจสอบกรณีมีคำร้องหรือเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฎว่ามีการกระทำใดอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง   ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณารับคำร้องไว้ดำเนินการตามระเบียบหรือไม่เท่านั้น กกต. ยังไม่ได้พิจารณาว่ากรณีมีมูล ถึงขั้นตั้งคณะกรรมการไต่สวนหรือไม่ แต่อย่างใด

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหุ้นไอทีวี ว่า 
คงจะต้องรอฟังอย่างเดียวว่า กกต.จะว่าอย่างไร   ที่มีข้อมูลว่า กกต. ตั้งประเด็นว่า อาจจะเข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่า มีคุณสมบัติต้องห้าม แต่ก็ยังมาลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น  เรื่องนี้ข้อมูลยังไม่เพียงพอ ทางกกต.ยังจัดการเรื่องการตั้งรูปคดีอยู่ จึงต้องรอกกต.ก่อน และยังไม่ให้ความเห็นไปมากกว่านี้   ส่วนเรื่องกระบวนการฟื้นฟูไอทีวี คิดว่าใครอยู่เบื้องหลัง หรือไม่นั้น ตนเองไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลการฟื้นคืนชีพเรื่องทางธุรกิจหรือเรื่องทางการเมือง ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะความน่าจะเป็นมีอยู่ในอนาคต จึงเป็นเหตุผลต้องมีการบริหารจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

วันอังคารที่ 6 มิ.ย.   มีรายงานว่า  ในที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้มีการพิจารณากรณีสำนักงานกกต.รายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขอให้ตรวจสอบว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล   มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง  สส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และมาตรา 42 (3) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เนื่องจาก ถือหุ้นสื่อไอทีวีหรือไม่     


โดยสำนักงานฯ เสนอว่า เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติ สส. เนื่องจากนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ  ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 10 พ.ค.66   ซึ่งพ้นระยะเวลาการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สส.  ตามมาตรา 51  ประกอบมาตรา 60 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ที่กำหนดว่าต้องยื่นภายใน 7 วัน  นับแต่ กกต.ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง

 จึงต้องเสนอกกต.ให้มีคำสั่งเป็นความปรากฏต่อ กกต. ว่านายพิธามีลักษณะต้องห้ามของการลงสมัครรับเลือกตั้ง และการยินยอมให้พรรคส่งชื่อตนเองเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลลำดับที่ 1 รวมถึงยอมให้เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  เข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง    แต่ยังคงลงสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 151   พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. หรือไม่  

โดยให้พนักงานสืบสวนไต่สวนของสำนักงาน กกต.เป็นผู้ดำเนินการสืบสวนไต่สวนต่อตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาด 2561 ซึ่งก็จะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการไต่สวน ที่ประชุม กกต ยังเห็นว่าที่สำนักงานกกต. เสนอมีรายละเอียดไม่ครบถ้วน เช่น คำร้องมีการร้องในประเด็นใดบ้าง   หลักฐานเป็นอย่างไร ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร     จึงให้ไปดำเนินการมาให้ครบถ้วนและเสนอที่ประชุม  กกต.พิจารณาใหม่โดยเร็ว

ประธานกกต. ให้สติ คดี 'พิธา' อยู่ในชั้นการพิจารณารับหรือไม่รับคำร้อง

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  กำลังถูกตรวจสอบลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และมาตรา 42 (3) พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เนื่องจาก ถือหุ้นสื่อไอทีวี

‘วันนอร์’ วอนสื่อสะท้อนเสียงปชช. ลุ้น ‘ตั้งรัฐบาล’ ให้เสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550545

07 มิ.ย. 2566

‘วันนอร์’ วอนสื่อสะท้อนเสียงปชช. ลุ้น ‘ตั้งรัฐบาล’ ให้เสร็จ

‘วันนอร์’ ชี้กกต. มีหน้าที่เป็นผู้จัดการให้มีการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่แก้ไขเมื่อมีปัญหา วอนสื่อ เลิกถาม-เลิกกลัวฝั่งเผด็จการ ชี้ระบอบประชาธิปไตยต้องถามเสียงประชาชน ต้องการเพียงจัดตั้งรัฐบาลมาแก้ปัญหา

ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมร่วมกันของ 8 หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล สืบเนื่องการประชุมของคณะกรรมการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.)ในช่วงหนึ่ง นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้กล่าวว่า ตนเห็นสื่อมวลชนตั้งคำถามถึงความเห็นของผู้มีอำนาจทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) หรือ ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) แต่ไม่เห็นใครถามประชาชนว่าคิดอย่างไร เพราะระบอบประชาธิปไตยเพื่อประชาชน ของประชน อำนาจเป็นของประชาชนโดยแท้

“กกต. เพียงแต่เป็นผู้จัดการให้มีการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญก็มีหน้าที่แก้ไขเมื่อมีปัญหา ขณะนี้ผมว่าเป็นเรื่องของประชาธิปไตยของประชาชน ผมออกไปบ้านนอกตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์มานี้ ผมสนใจและฟังประชาชนเขาว่าอย่างไร ประชาชนเขาจะถามผมว่าเมื่อไหร่จะจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ พวกผมรอ รอเพื่อจะได้เห็นรัฐบาลมาแก้ปัญหาของพวกผม ราคาพืชผล อาชีพ เขาไม่ได้รอว่า กกต. หรือรัฐธรรมนูญจะว่าอย่างไร เขารอว่าเมื่อไหร่จะตั้งรัฐบาลให้เสร็จ”

นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา  หัวหน้าพรรคประชาชาตินายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ

นายวันมูหะหมัดนอร์ ระบุว่า การเลือกตั้งประชาชนสนับสนุนฝ่ายไหนมากที่สุดฝ่ายนั้นควรจะจัดตั้งรัฐบาล ควรให้โอกาส นี่คือเสียงของประชาชน อยากให้สื่อมวลชนได้สะท้อนความรู้สึก และความต้องการของประชาชนในวันนี้ไปให้ผู้ที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้มีอำนาจ ประชาชนเขาว่าอย่างไร ประชาธิปไตยต้องเป็นของประชาชน เพื่อประชาชน นี่คือประชาธิปไตย ทั่วโลกล้วนไม่หนีไปจากนี้

“ผมไม่เห็นประเทศอื่นเขาถามว่า กกต. ว่าอย่างไร กกต.เป็นผู้ช่วยให้เกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมเพื่อให้มีรัฐบาลใหม่โดยเร็ว เพราะถ้าเรารอปัญหาจะมา ปัญหาของประชาชนไม่สามารถจะรอได้ แม้จะวันเดียว หรือสัปดาห์เดียว อยากให้สื่อมวลชนสะท้อนความรู้สึกของประชาชนมากกว่าความรู้สึกของ กกต. ซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องของคนไม่กี่คน ประชาชนกว่า 70 ล้านคน”


นายวันมูหะหมัดนอร์ กล่าวอีกว่า นี่คือปัญหาใหญ่ของประเทศเราวันนี้ และปัญหาใหญ่ของประชาธิปไตย เราเลิกกลัวหรือเผด็จการเสียที ควรจะหมดยุคของการฟังเผด็จการ ฟังคำพูดของฝั่งที่ได้รับการสถาปนาจากเผด็จการ อยากให้เป็นเวลาของประชาชนที่อยากได้รัฐบาลของประชาชน