‘กัณวีร์ สืบแสง’ มีดีอะไร ทำไม ‘พิธา’ เลือก ปิดประตู ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549107

16 พ.ค. 2566

'กัณวีร์ สืบแสง' มีดีอะไร ทำไม 'พิธา' เลือก ปิดประตู ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ทำความรู้จัก ‘กัณวีร์ สืบแสง’ จากนักมนุษยชน สู่ นักการเมือง ปักธงรบชายแดนใต้ เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิธา’ เลือก ปิดประตู ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ชื่อของ “พรรคเป็นธรรม” เป็นหนึ่งในลิสต์ 6 พรรคการเมือง ที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศดึงเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 310 เสียง ปิดประตูตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

“กัณวีร์ สืบแสง” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 หนึ่งเดียวของพรรคเป็นธรรม ที่ประชาชนเทใจเลือก ฝ่าด่านพลังส้ม เข้ามาเป็นว่าที่ สส.ทำให้หลายคนโฟกัสมาที่ชื่อ “พรรคเป็นธรรม” และ “กัณวีร์ สืบแสง” เป็นใคร ทำไมเขาถึงเป็นผู้ถูกเลือกจาก แคนดิเดตนายกฯ จากก้าวไกล ให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล

กัณวีร์ สืบแสง กัณวีร์ สืบแสง

เส้นทางนักมนุษยชน

“กัณวีร์ สืบแสง” มีชื่อเล่นว่า นวล เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีประสบการณ์ การทำงานด้านสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด เขาเป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานภาคสนาม สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัย แห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ใน 8 ประเทศ เช่น ประเทศไทย (แม่ฮ่องสอน) เมียนมา บังคลาเทศ ซูดาน ซูดานใต้ และ ฟิลิปปินส์  มีประสบการณ์ทำงานด้านมนุษยธรรม ในพื้นที่สงคราม การช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ และผู้ลี้ภัย รวมถึงมีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

กัณวีร์ สืบแสงกัณวีร์ สืบแสง

ปัจจุบัน “กันวีร์” เป็นประธานมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ ซึ่งจากประสบการณ์งานด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน ทำให้เขามีความตั้งใจที่จะผลักดันนโยบาย “สันติภาพกินได้” และ “มนุษยธรรมนำการเมือง” ตรงกับอุดมการณ์ของพรรคเป็นธรรม ที่อยากเห็น ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยต้องเป็นธรรม

กัณวีร์ สืบแสงกัณวีร์ สืบแสง

จากนักมนุษยชนสู่นักการเมือง

เมื่อปี 2565 กัณวีร์ สืบแสง เริ่มต้นงานการเมืองกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้รับการวางตัวให้เป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตสวนหลวง-ประเวศ กรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ได้ลงสมัคร เขาได้ตัดสินใจลาออกในปีเดียวกัน ก่อนที่จะลงมาทำงานภาคประชาชน ในนามมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ โดยเป็นประธานมูลนิธิ ขับเคลื่อนด้านสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนใต้ และประเด็นเรื่องผู้ลี้ภัย

และด้วยความเป็นคนชอบการเมืองมาตั้งแต่เด็ก เขาจึงเลือกเรียนด้านรัฐศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตามที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ แต่เคยผิดหวังและหมดหวังกับการเมืองไทย เพราะคิดว่าอาจทำอะไรไม่ได้ จึงตัดสินใจสมัครไปทำงาน UNHCR

กัณวีร์ สืบแสงกัณวีร์ สืบแสง

กัณวีร์ เคยบอกว่า เหตุผลที่อยากมาทำงานการเมือง เพราะอยากจะนำประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้มาร่วมสร้างไทย ในเวลาต่อมากัณวีร์ได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคเป็นธรรม ในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค และรองหัวหน้าพรรค ก่อนจะขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค และเป็นว่าที่ สส.ปาร์ตีลิสต์ หนึ่งเดียวที่ผ่านเข้ามาได้

กัณวีร์ สืบแสงกัณวีร์ สืบแสง

กางนโยบายพรรคเป็นธรรม

  • ยุบการปกครองส่วนภูมิภาค เห็นด้วยกับการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง
  • พัฒนาเศรษฐกิจชายแดน
  • สร้างสันติภาพในปาตานี
  • ยกเลิกกฎหมายพิเศษทุกฉบับที่ใช้ในปาตานี
  • แก้ไขกฎหมายความมั่นคง
  • ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
  • ปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม
  • ปฎิรูปกองทัพ
  • ถอนทหารออกจากพื้นที่ปาตานี
  • ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
  • ยุบ ศอ.บต.และ กอ.รมน.
  • สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า  เป็นต้น

ที่ผ่านมา กัณวีร์ สืบแสง มีบทบาทในการนำเสนอนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน นโยบายระหว่างประเทศ และการสร้างสันติภาพชายแดนภาคใต้/ปาตานี จนเป็นที่ยอมรับ และพิธาได้กล่าวถึงความสามารถของเขา รวมทั้งสนใจในนโยบายสิทธิมนุษยชน และสันติภาพ นั่นจึงน่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอ ที่ทำให้แคนดิเดตนายกฯ เลือก กัณวีร์ สืบแสง ว่าที่ สส.หนึ่งเดียวของพรรคเป็นธรรม ร่วมเป็นหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล 

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก : กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang

ยังไม่ทันเข้าสภาฯ ‘ณธีภัสร์’ ว่าที่สส.ก้าวไกล แถลงลาออก รับผิดปมเมาแล้วขับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549106

16 พ.ค. 2566

ยังไม่ทันเข้าสภาฯ ‘ณธีภัสร์’ ว่าที่สส.ก้าวไกล แถลงลาออก รับผิดปมเมาแล้วขับ

เลือกตั้ง66 : ‘เตอร์ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์’ ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล แถลงลาออก รับผิดชอบ เพราะเคยโดนคดีเมาแล้วขับเมื่อคืนนี้

น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์  หรือ เตอร์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ไปไม่ถึงฟัน ยังไม่ทันได้เข้าไปทำงานในสภา ก็ต้องตัดสินใจลาออกเพราะเคยโดนคดีเมาแล้วขับหลังจากฉลองเมื่อคืนที่ผ่านมา

พรรคก้าวไกล เปิดแถลงข่าวด่วน หลังมีรายงานว่า “เตอร์ – ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์” ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 27 ถูกจับเมาแล้วขับ และมีการยื้อเป่าแอลกอฮอล์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

ยังไม่ทันเข้าสภาฯ ‘ณธีภัสร์’ ว่าที่สส.ก้าวไกล แถลงลาออก รับผิดปมเมาแล้วขับ

โดย เตอร์ – ณธีภัสร์ ว่าที่สส.ก้าวไกล แถลงน้ำตาคลอว่า ต่อกรณีที่เป็นข่าวว่าเมาแล้วขับ อย่างแรกขอกล่าวขอโทษพี่น้องประชาชนทุกท่าน และน้อมรับความผิดที่เกิดขึ้นทั้งหมด และจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเฉกเช่นประชาชนคนหนึ่งเหมือนประชาชนทั่วไป 

“รู้สึกเสียใจมากๆ ที่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง และขอลาออกจากการเป็นสส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งการไม่เป็นสส.จะไม่สามารถโหวตสมรสเท่าเทียมที่ผลักดันมาตลอดได้”

น.ส.ณธีภัสร์ กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นการตัดสินใจร่วมกันของตัวเองและพรรค โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้ไปพบเพื่อนตอน 5 ทุ่ม และได้ดื่มไป 3-4 แก้ว เมื่อเจอด่านก็จอดรถ ไม่มีท่าทีขัดขืนไม่ทำตามตำรวจ โดยได้โทร.หาเพื่อนให้มาอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น ตนได้ยินยอมกับตำรวจว่าจะเป่า ไม่ได้หลีกเลี่ยงจะไม่ยอมเป่า จากนี้จะปฏิบัติตัวให้ดีขึ้นตามที่ประชาชนคาดหวัง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค

‘บิ๊กตู่’ เปิดใจ หลังคะแนนเสียงไม่พอให้ ‘ทำต่อ’ ย้ำยึดอุดมการณ์เดิม (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549099

16 พ.ค. 2566

'บิ๊กตู่' เปิดใจ หลังคะแนนเสียงไม่พอให้ 'ทำต่อ' ย้ำยึดอุดมการณ์เดิม (คลิป)

‘บิ๊กตู่’ อบอุ่นใจ ‘พรรคใหม่’ แต่กระแสตอบรับดี แม้คะแนนเสียงไม่เพียงพอให้ ‘ทำต่อ’ ให้คำสัญญายึดมั่นชาติ ศาสนา กษัตริย์ และประชาชน ไม่ว่าอยู่บทบาทใด

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนไทยในนามตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีเนื้อหาว่า 

“พี่น้องประชาชนที่รัก ผม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ในระหว่างการเลือกตั้ง พรรครวมไทยสร้างชาติได้นำเสนอนโยบายที่สำคัญหลายเรื่องที่เราเชื่อมั่นว่า จะช่วยให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและประเทศมั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะผ่านพายุแห่งความขัดแย้งในการจัดระเบียบโลกใหม่ 

ถึงแม้ว่าเป็นพรรคคใหม่ แต่พรรคได้รับการตอบรับอย่างดีและเป็นที่น่าพอใจ เราได้เห็นพี่น้องบางท่านออกจากโรงพยาบาลมาใช้สิทธิ์ เราได้เห็นคนที่เดินทางจากต่างประเทศกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อมาลงคะแนนเลือกตั้ง รวมทั้งผู้สูงวัย กลุ่มเปราะบางต่างๆ เราได้รับแรงใจ สนับสนุนมาจากทุกช่องทาง ทั้งที่เจอหน้ากัน ผ่านจดหมาย ผ่านการสื่อสารออนไลน์ การสนับสนุนลงคะแนนเสียงของท่านทำให้เราอบอุ่นใจ แม้จะไม่มีจำนวนเพียงพอที่จะทำให้เราเป็นผู้ “ทำต่อ” ทั้งหมด หลังจากที่ได้ทำมาแล้วและทำอยู่ 

“พรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยันว่า เราจะยังคงยึดมั่นในแนวทางของพรรค อุดมการณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ ยึดมั่นใน ชาติ ศาสนา กษัตริย์ และประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะหรือบทบาทใดๆ ก็ตาม นี่คือ คำสัญญา ขอบคุณครับ” พลเอกประยุทธ์ กล่าว 

คลิปฉบับเต็ม

‘บิ๊กตู่’ ย้ำเป็น ‘นายกฯ’ อยู่ จนกว่ามีรัฐบาลชุดใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549087

16 พ.ค. 2566

'บิ๊กตู่' ย้ำเป็น 'นายกฯ' อยู่ จนกว่ามีรัฐบาลชุดใหม่

‘บิ๊กตู่’ ย้ำเป็นยัง ‘นายกฯ’ อยู่ จนกว่ามีรัฐบาลชุดใหม่ ปัดตอบหันหลังทางการเมือง หลัง รทสช. แพ้เลือกตั้ง ฝากคนไทยรักและสามัคคี ไม่สร้างความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มครั้งแรกหลังนับผลคะแนนเลือกตั้งว่า วันนี้เรายังคงทำหน้าที่เป็นรัฐบาล ทำหน้าที่ที่เราต้องทำต่อไปให้ดีที่สุด อยากจะกล่าวในนาม “นายกรัฐมนตรี” และ “รัฐบาล” ถึงพี่น้องประชาชนที่เคารพ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปี ขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจในการทำงานของตนเองและรัฐบาลมาตลอด และพวกเราทุกคนก็ทราบดีว่าผ่านการเลือกตั้ง ผ่านกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยมาแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขอขอบคุณ ประชาชนที่ร่วมกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง มาใช้สิทธิของตนเอง 

“ขอแสดงความยินดีกับทุกพรรคการเมือง ที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน และจากนี้ไปจะเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาล” 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ยินดี จากนี้ไปขอให้คนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันสร้างความรัก ความสามัคคี ความมีเสถียรภาพ ให้กับประเทศชาติโดยปราศจากความขัดแย้ง ร่วมมือกันพัฒนาชาติ บ้านเมือง กันต่อไป เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติให้มั่นคงและปลอดภัย “สำหรับผมระหว่างที่ รอรัฐบาลใหม่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารัฐบาลต่อไปให้ดีที่สุด ขอบคุณครับ” 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหันหลังให้การเมืองหลังจากแพ้เลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบสั้นๆว่า “โนคอมเมนต์” ก่อนที่จะเดินออกจากโพเดียมแถลงข่าว และไม่ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่พยายามถามว่า นายกรัฐมนตรียังสู้ใช่ไหม 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะมาจับมือกับขั้วรัฐบาลเดิมเพื่อลอยแพพรรคก้าวไกลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ไม่รู้ ก็มองไปสิ”

บรรยากาศหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น บรรยากาศหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น

เริ่มแล้ว กกต. เปิดให้ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549080

16 พ.ค. 2566

เริ่มแล้ว กกต. เปิดให้ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง

ร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ที่กกต. เริ่มแล้ว ให้เวลา 30 วัน กกต.มีเวลา 90 วัน พิจารณาคำร้อง นับแต่วันที่รับพิจารณา

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยขั้นตอนการรับคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งโดยผู้มีสิทธิ์ยื่นคำร้องคัดค้าน ได้แก่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง


ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยขั้นตอนการรับคำร้อง และพิจารณาคำร้องของ กกต. ประกอบด้วย

1. ผู้ร้องยื่นคำร้องให้เจ้าหน้าที่ กกต.ยื่นตั้งแต่วันประกาศกำหนดวันเลือกตั้งคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. จนถึง 30 วัน นับแต่ประกาศผลการเลือกตั้งยื่นตั้งแต่วันเลือกตั้ง จนถึง 180 วันเว้นแต่คำร้องที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง

คำร้องเกี่ยวกับการนับคะแนนต้องยื่นระหว่างเวลาที่ยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จหรือ ในกรณีคำร้องเกี่ยวกับการรวมคะแนนเลือกตั้งให้ยื่นก่อนประกาศผล การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง



2.เจ้าหน้าที่รับเรื่องตรวจสอบคำร้องว่ามีรายละเอียดไม่ครบถ้วน ส่งกลับผู้ร้องแก้ไขคำร้องร ายละเอียดครบถ้วน ส่งพิจารณาคำร้องซึ่ง กกต.ดำเนินการภายใน 3 วัน

3. กกต. ตรวจมูลกรณี ดำเนินการภายใน 7 วัน

4. ดำเนินการสืบสวน / ไต่สวน ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 20 วัน (ขยายเวลาสูงสุด รวม 90 วัน)

5.เลขาธิการ กกต. ตรวจสำนวนและมีความเห็นดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน(นับแต่วันรับดำเนินการ)

6.คณะอนุวินิจฉัย ตรวจุสอบและทำความเห็นอีกครั้งดำเนินการไม่เกิน 90 วัน(นับแต่วันที่ได้รับสำนวน)


7. กกต. ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดดำเนินการไม่เกิน 90 วัน(นับแต่วันที่มีการประชุม)


8. ส่งคำวินิจฉัยให้ผู้เกี่ยวข้องทราบภายใน 60 วัน (นับแต่วันที่มติ)

กราฟฟิคประกอบข่าวจาก กกต.กราฟฟิคประกอบข่าวจาก กกต.

‘ธนกร’ ไม่ยกมือโหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ คาด ‘เพื่อไทย’ อาจเป็นแกนนำรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549077

16 พ.ค. 2566

'ธนกร' ไม่ยกมือโหวต 'พิธา' เป็นนายกฯ คาด 'เพื่อไทย' อาจเป็นแกนนำรัฐบาล

‘ธนกร’ ไม่ยกมือโหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย ชี้อาจเห็น ‘เพื่อไทย’ แกนนำรัฐบาล ท่าที 2 พรรคไม่ชัดเจน ขณะที่ ‘บิ๊กตู่’ อาจวางมือทางการเมืองให้เวลากับครอบครัว

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสขอให้พรรคการเมืองสนับสนุนให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ทำไมตนต้องยกมือให้ ไม่ได้เห็นด้วยกับนโยบายของนายพิธา ตนเป็นหนึ่งใน 36 เสียงที่ไม่ได้เห็นด้วยตั้งแต่แรก เป็นไปไม่ได้ที่จะไปยกมือให้ แต่ก็ยอมรับเสียงจากประชาชน ซึ่งก็ตั้งให้ได้แล้วกัน และก็คิดว่าท่านก็ตั้งได้ แต่สุดท้ายจะได้หรือไม่ได้ 2-3 เดือนก็รู้  ซึ่งที่ผ่านมาพรรคร่วมฝ่ายค้านก็สามารถตั้งได้ พรรคอันดับ 1 ตั้งไม่ได้ อันดับ 2 ใครรวมเสียงข้างมากได้ก็ตั้งรัฐบาลไป

เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาลพรรครวมไทยสร้างชาติจะไปอยู่ในสมการนี้หรือไม่ นายธนกร ระบุว่า ตอบแทนพรรคไม่ได้ แต่ก็คิดว่าพรรคที่ได้อันดับ 2 มีโอกาสจะตั้งรัฐบาล เพราะดูแถลงการณ์ต่างๆ ยังไม่เห็นชัดเลยว่าจะไปด้วยกันได้ ต้องดูเงื่อนไขและ MOU ก่อน เพราะถ้าไปด้วยกันไม่ได้ แล้วมันจะไปต่อได้อย่างไร แต่ก็ไม่ขอไปก้าวล่วงฝ่ายที่มีเสียงข้างมากก็ให้ว่ากันไป พวกตนได้เสียงมาไม่เยอะ เราก็ยอม

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล 310 เสียง จะมีความเข้มแข็งพอหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาล 300 กว่าเสียงย่อมไปได้อยู่แล้ว แต่ตนมองว่ายังพอมีเวลาอยู่ พรรคเพื่อไทยแพ้แค่ 10 เสียงเอง เขาคงให้โอกาสพรรคที่ชนะก่อน เพราะถ้าตั้งไม่ได้พรรคอันดับ 2 ก็ตั้งได้ เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าพรรคการเมืองทุกพรรคก็ต้องคิดไปถึงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อประเทศ เขาไม่น่าจะไปสุด ยังมีเวลาอีก 2-3 เดือนในการจัดตั้งรัฐบาล 

เมื่อถามว่าหากเลือกตั้งในสภาไม่ได้ พรรคเพื่อไทยจะจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ไม่ขอไปกล่าวล่วงพรรคเขา แต่พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียงก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็รอให้เขาจัดตั้งไปก่อนไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ และ สว.ก็มีอิสระ อย่าไปดูแคลน มีหัวจิตหัวใจ บางทีไปดูแคลนเขามากเกินไป แล้วอยู่ๆจะให้เขาช่วยโหวตให้ คิดว่ามันก็ต้องดู

นายธนกร วังบุญคงชนะ นายธนกร วังบุญคงชนะ

นอกจากนี้นายธนกรยังเล่าถึงเหตุการณ์พบและให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) ว่า ท่านอารมณ์ดีไม่มีความเครียด ต่างก็ให้กำลังใจกัน เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลได้ พล.อ.ประยุทธ์คงจะวางมือและพักผ่อน เพราะทำงานให้ประเทศมายาวนายตั้งแต่รับราชการทหาร ช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ได้สร้างคุณประโยชน์ความดีให้กับประเทศมากมาย ซึ่งตนก็เชื่อว่าประชาชนคนไทยได้เห็นกับสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำ ไม่ว่าอย่างไรก็ท่านจะอยู่ในใจคนไทยทั้งประเทศ ท่านไม่ได้ไปไหนเลยตลอดระยะเวลา 7-8 ปี ตนก็จะมีโอกาสได้ชวนท่านไปพักผ่อนบ้าง 

ส่วนจะลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ ตนไม่แน่ใจ แต่พรรครวมไทยสร้างชาติก็คงต้องอยู่ต่อไป เพราะมี สส.ถึง 36 คน ดังนั้นการทำงานในพรรคหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค พวกเราก็ยังสามารถทำงานด้วยกันได้ไม่มีปัญหาอะไร ยังทำหน้าที่เป็นตรวจสอบรัฐบาลได้

นายธนกร กล่าวต่อว่า การจัดตั้งรัฐบาลเพิ่งเริ่มต้น อยากเห็นบรรยากาศคนที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ควรมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ไม่ควรพูดจาเหน็บแนมหรือกระแนะกระแหน ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง โดยเฉพาะ สส. ลูกพรรคก็ไม่ควรก้าวล่วงหน่วยงานบางหน่วยงาน ใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม ไม่ควร เพราะการเลือกตั้งผ่านมาแล้ว ฉะนั้นหน่วยงานทหารต่างๆ ก็ไม่ควรไปกรุเรื่องว่าจะเกิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่จริง 

“วันนี้ท่านกำลังจะเป็นรัฐบาลก็ควรมีวุฒิภาวะผู้ใหญ่มากกว่านี้ ไม่ควรไปพูดจาว่าร้ายหน่วยงานรัฐต่างๆ ส่วนตนเองพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านและให้เกียรติว่าที่รัฐบาล ซึ่งการเมืองก็ควรว่ากันไปไม่ควรสร้างวาทะกรรมให้เกิดความขัดแย้ง โดยฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทำงานร่วมกันได้ เพียงแต่มีคนละบทบาทหน้าที่”

เมื่อถามย้ำว่า ที่คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์จะวางมือภายหลังจากได้รัฐบาลใหม่ใช่หรือไม่  นายธนกร ระบุว่า ท่านไม่ได้พูด ตนแค่คิดเองว่า เมื่อท่านไม่ได้อยู่ในจุดนี้ ท่านก็ควรมีเวลากับครอบครัวเหมือนประชาชนคนไทยปกติ ตนก็บอกว่ายินดีจะทำงานให้ตลอดชีวิต เพราะท่านมีความเมตตากับตน ซึ่งวันนี้ประชาชนควรให้รัฐบาลใหม่ได้แสดงฝีมือ เพราะเราก็เห็นตัวอย่างมาแล้วในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับคะแนนท่วมท้นเหมือนกัน แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไร เพราะวันนี้เราต้องให้เกียรติประชาชน เลือกพรรคก้าวไกลมาเยอะ ก็ต้องให้เขาแสดงฝีมือบริหารประเทศ นโยบายหลายอย่างก็ทำไป 

‘สุวัจน์’ ยินดีกับ พิธา-ก้าวไกล-เพื่อไทย ร่วมกัน ‘จัดตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549052

15 พ.ค. 2566

'สุวัจน์' ยินดีกับ พิธา-ก้าวไกล-เพื่อไทย ร่วมกัน 'จัดตั้งรัฐบาล'

‘สุวัจน์’ ยอมรับผลการเลือกตั้ง2566 ขอบคุณทุกคะแนน ของพี่น้องประชาชน และชาวโคราช ยินดีกับพิธา-ก้าวไกล-เพื่อไทย ที่ได้ร่วมกัน ‘จัดตั้งรัฐบาล’

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ได้กล่าวยอมรับผลการเลือกตั้งว่า พรรคชาติพัฒนากล้าได้ สส.ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดหวัง ต้องยอมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน การเลือกตั้ง2566 พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์สูงมาก แสดงถึงความตื่นตัวทางการเมือง จากกระแสการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 

ขอแสดงความยินดีกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ที่ได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงทุกพรรคการเมืองที่มี สส.ในสภาที่จะมาทำหน้าที่แก้ไขปัญหาบ้านเมืองร่วมกัน 

ต่อไปก็เป็นเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล ก็หวังว่าคงจะเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย มีการเมืองที่มีเสถียรภาพ ลดความขัดแย้ง มีความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

ขอขอบพระคุณทุกคะแนน และกำลังใจของพี่น้องประชาชน และชาวโคราชที่มอบให้กับพรรคชาติพัฒนากล้า สส.ของพรรคจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และผลักดันนโยบายต่างๆ ที่แถลงไว้ก่อนเลือกตั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนให้สำเร็จต่อไป

นายสุวัจน์ ขอบคุณทุกคะแนน ที่คนไทยและชาวโคราชเลือกพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ ขอบคุณทุกคะแนน ที่คนไทยและชาวโคราชเลือกพรรคชาติพัฒนากล้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.แถลงผลการเลือกตั้ง2566 ปรากฏว่าพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ได้สส.เขต 1 ที่นั่ง จากเป้าหมายที่หวังไว้ 4 ที่นั่ง

เปิดประวัติ 5 นายกฯ อายุน้อยที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549055

15 พ.ค. 2566

เปิดประวัติ 5 นายกฯ อายุน้อยที่สุดในโลก

ทำความรู้จัก “5 ผู้นำระดับประเทศ” ตัวแทนแห่งความหวัง ผู้ขับเคลื่อนประเทศสู่ความเจริญ ด้วยความสามารถ และวิสัยทัศน์อันก้าวหน้า ในฐานะ นายกฯ ด้วยนิยาม “อายุน้อยไม่ใช่อุปสรรค”

1. อิราคลี การิบาชวิลี (Irakli Garibashviliนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย 

นายกรัฐมนตรีของจอร์เจีย ผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือน ก.พ. 2564 ด้วยวัย 38 ปี เกิดวันที่ 28 มิถุนายน 2525 ปัจจุบันอายุ 40 ปี

ประวัติการศึกษา

‘อิราคลี การิบาชวิลี’ จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรี จาก คณะกฎหมายระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐทบิลิซิ (Tbilisi State University) คณะรัฐศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ (Sorbonne University) ประเทศฝรั่งเศส และปริญญาโท ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะกฎหมายระหว่างประเทศ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐทบิลิซี 

เส้นทางการเมือง

ก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกฯ อิราคลี การิบาชวิลี เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของจอร์เจีย ผลงานโดดเด่นคือการริเริ่มโครงการที่ชื่อว่า “โครงการสร้างเพื่อนบ้านที่สงบสุข” (Peaceful Neighborhood Initiative) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคระหว่างทะเลดำกับทะเลแคสเปียน ซึ่งประกอบด้วยประเทศอาร์มีเนีย, อาเซอร์ไบจาน และจอร์เจีย

"อิราคลี การิบาชวิลี (Irakli Garibashvili) นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย" “อิราคลี การิบาชวิลี (Irakli Garibashvili) นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย” 

2. จาซินดา อาร์เดิร์น (Jacinda Ardernผู้นำหญิงแห่งนิวซีแลนด์ 

อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงที่อายุน้อยที่สุดของโลก เกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2523 ปัจจุบันอายุ 42 ปี

ประวัติการศึกษา

‘จาซินดา อาร์เดิร์น’ จบการศึกษา ระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยไวกาโต (The University of Waikato) สาขาการสื่อสารทางการเมือง และการประชาสัมพันธ์

เส้นทางการเมือง

จาซินดา อาร์เดิร์น ก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองตั้งแต่อายุ 28 และได้รับชัยชนะจากการลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะหัวหน้าพรรคแรงงาน และเป็นผู้นำที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ และกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 40 ของนิวซีแลนด์ ในปี 2560 จาซินดา อาร์เดิร์น เข้าร่วมพรรคแรงงานของนิวซีแลนด์ ขณะมีอายุเพียง 18 ปี และเข้าสู่รัฐสภา นิวซีแลนด์ เมื่อปี 2551 ตลอดระยะเวลา 9 ปีในฐานะผู้แทน เธอเป็นผู้ให้การสนับสนุนในเรื่องสิทธิเด็กและสตรี รวมถึงสิทธิของชาวนิวซีแลนด์ทุกคน และเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคแรงงาน เมื่อปี 2560 ก่อนจะขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีในที่สุด ก่อนจะยุติเวลากว่า 5 ปีครึ่ง ในฐานะนายกฯนิวซีแลนด์

"จาซินดา อาร์เดิร์น (Jacinda Ardern) อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์" “จาซินดา อาร์เดิร์น (Jacinda Ardern) อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์”

3. ซันนา มารีน (Sanna Marinนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของฟินแลนด์ 

ผู้นำหญิงที่เคยสร้างสถิติเป็นนายกรัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัย 34 ปี เกิดเมื่อ 16 พ.ย. 2529 ปัจจุบันอายุ 37 ปี

ประวัติการศึกษา

‘ซันนา มารีน’ จบการศึกษา ระดับปริญญา สาขาวิทยาการบริหารศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยแห่งตัมเปเร่ (Tampere University) 

เส้นทางการเมือง

ซันนา มารีนเข้าสู่การเมืองเมื่ออายุเพียง 20 ปี และดำเนินอยู่ในเส้นทางการเมืองเรื่อยมา กระทั่งชนะการเลือกตั้ง และเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการขนส่งและคมนาคม และกลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของประเทศ โดยเธอเคยแสดงวิสัยทัศน์ต่อข้อกังขา เกี่ยวกับอายุของเธอไว้ว่า “ดิฉันไม่เคยคิดเกี่ยวกับอายุและเพศของตัวเอง แต่ดิฉันคิดถึงเหตุผลที่ลงเล่นการเมืองและสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากบรรดาผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง หนทางข้างหน้าของรัฐบาลไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ไม่เป็นไร ดิฉันได้เคยพิสูจน์ความสามารถของตัวเองมาแล้ว” 

"ซันนา มารีน (Sanna Marin) นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์"“ซันนา มารีน (Sanna Marin) นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์”

4. ดริตาน อาบาโซวิช (Dritan Abazovićนายกรัฐมนตรีมอนเตเนโกร

ชายผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ 2565 จนถึงปัจจุบัน เกิดในวันที่ 25 ธ.ค. 2528 ปัจจุบันอายุ 37 ปี

ประวัติการศึกษา 

‘ดริตาน อาบาโซวิช’  สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยซาราเยโว (University of Sarajevo) และกลายเป็นผู้แทนผู้เรียนที่กล่าวสุนทรพจน์ในวันรับประกาศนียบัตร และได้รับรางวัล “Golden Badge” และ “Golden Charter” ของมหาวิทยาลัย ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยมอนเตเนโกร (University of Montenegro) และปริญญาเอก จากคณะรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยซาราเยโว ด้วยวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกเรื่อง “การเมืองโลก – แง่มุมทางจริยธรรมของโลกาภิวัตน์” (Global Politics – Ethical Aspects of Globalization)

เส้นทางการเมือง

ประสบการณ์การทำงาน และความสำเร็จของนายกฯคนนี้ มีมากมาย ก่อนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ของมอนเตเนโกร อาทิ การก่อตั้งกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิ่งก้านสาขาที่พัฒนามาจาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเฮลซิงกิ และการตีพิมพ์หนังสือของเขาที่มีชื่อว่า “Cosmopolitan Culture and Global Justice” (วัฒนธรรมสากล และความยุติธรรมระดับโลก) เมื่อพูดถึงการมีส่วนร่วมทางการเมือง ดริตาน อาบาโซวิช มีส่วนร่วมทำงานในรัฐบาลของมอนเตเนโกร เป็นเวลากว่า 8 ปี โดยเดิมที เขาเป็นสมาชิกรัฐสภา และต่อมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ก่อนจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอย่างเป็นทางการ ในเดือนเมษายน 2565

"ดริตาน อาบาโซวิช (Dritan Abazović) นายกรัฐมนตรีมอนเตเนโกร"“ดริตาน อาบาโซวิช (Dritan Abazović) นายกรัฐมนตรีมอนเตเนโกร”

5. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยคนที่ 30 จาก พรรคก้าวไกล

เกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2523 ปัจจุบันอายุ 42 ปี ก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทางการเมือง คุณพิธากลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก จุดเปลี่ยนชีวิต คือ คุณพ่อที่เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด พร้อมกับหนี้สินนับร้อยล้านบาท จากธุรกิจน้ำมันรำข้าว เขาจึงตัดสินใจกลับมาดูแลธุรกิจแทน กระทั่งล้างหนี้สินได้สำเร็จ อีกทั้งยังสร้างธุรกิจเติบโตมูลค่าเป็นพันล้านบาท ขึ้นแท่นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรำข้าวรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และอันดับ 5 ของโลก

ประวัติการศึกษา

‘ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ เคยใช้ชีวิตที่ประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลาถึง 7 ปี และกลับมาเรียนต่อที่เมืองไทยจนจบปริญญาตรี สาขาการเงิน การธนาคาร ภาคภาษาอังกฤษ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนศึกษาต่อ และจบปริญญาโท คณะการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ด้วยดีกรีนักเรียนทุนฮาร์วาร์ดคนแรกของไทย และต่อด้วยการบริหารธุรกิจ ที่เอ็มไอที สโลน สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology (MIT)) สหรัฐอเมริกา 

เส้นทางสู่การเมือง

“พิธา” ก้าวเข้าสู่วงการเมือง ด้วยการเป็นที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง ต่อมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคในลำดับที่ 4 และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งแรกที่ลงรับเลือกตั้ง โดยได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่

ก่อนจะเดินบนเส้นทางสายการเมืองอย่างต่อเนื่อง ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล จนชนะใจประชาชน และการเลือกตั้ง นั่งแท่นแคนดิเดตนายกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จากการเลือกตั้งปี 2566 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนล่าสุดของประเทศไทย"“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนล่าสุดของประเทศไทย”

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนล่าสุดของประเทศไทย"“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนล่าสุดของประเทศไทย”

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนล่าสุดของประเทศไทย"“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนล่าสุดของประเทศไทย”

‘ก้าวไกล’ ได้ที่นั่งแบ่งเขตเพิ่ม เป็น 113 เก้าอี้ ‘จัดตั้งรัฐบาล 310 เสียง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549048

15 พ.ค. 2566

'ก้าวไกล' ได้ที่นั่งแบ่งเขตเพิ่ม เป็น 113 เก้าอี้ 'จัดตั้งรัฐบาล 310 เสียง'

กกต.นับแล้ว 100% ทำให้ ‘ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง’ ชนะผู้สมัคร อยุธยา เขต 2 จากภูมิใจไทย ส่งผลให้ ‘ก้าวไกล’ ได้ที่นั่ง สส.แบ่งเขตเพิ่มอีก เป็น 113 เก้าอี้ จัดตั้งรัฐบาล 6 พรรค 310 เสียง

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ภายหลังจากนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงข่าวสรุปภาพรวมผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วประเทศ พ.ศ.2566 โดย มีผู้ออกมาใช้สิทธิสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ 75.22%​

โดย กกต.ได้เปิดเผยยอดเก้าอี้ สส.อย่างไม่เป็นทางการ พรรคก้าวไกล-พรรคเพื่อไทย ได้ที่นั่ง สส.แบ่งเขต 112 ที่นั่งเท่ากัน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้ 68 ที่นั่ง

ล่าสุด บนเว็บไซต์ กกต.ซึ่งปรับครั้งสุดท้าย เวลา 12.36 น. พรรคก้าวไกลได้ที่นั่ง สส.เพิ่มอีก 1 ที่นั่ง จาก จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน อำเภอบ้านแพรก อำเภอมหาราช นับแล้ว 100%

เขต 2 จ.พระนครศรีอยุธยา นับคะแนนครบ 100%  ทำให้พรรคก้าวไกลได้ สส. เพิ่มอีก 1 ที่นั่งเขต 2 จ.พระนครศรีอยุธยา นับคะแนนครบ 100% ทำให้พรรคก้าวไกลได้ สส. เพิ่มอีก 1 ที่นั่ง

โดย นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง จากพรรคก้าวไกล สามารถชนะ นายนพ ชีวานันท์ จากพรรคภูมิใจไทย ไปได้ที่ 27,467 ต่อ 26,804 คะแนน

ทำให้พรรคก้าวไกลมี สส.รวม 113 ที่นั่ง และหาก พรรคก้าวไกล ที่กำลังฟอร์มรัฐบาลกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม 6 พรรค จะมีที่นั่ง 310 เสียงในการจัดตั้งรัฐบาลทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้ง2566 เมื่อพรรคก้าวไกลได้ที่นั่ง สส.แบางเขตเพิ่มอีก 1 ที่นั่ง ทำให้พรรคก้าวไกลมีเสียงเพิ่มเป็น 152 เสียง และเป็นพรรคการเมืองที่มีคะแนนนำมาเป็นอันดับ1

‘แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง’ รีบทำตามนี้ ถึง 21 พ.ค. ก่อนถูกจำกัดสิทธิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549047

15 พ.ค. 2566

'แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง' รีบทำตามนี้ ถึง 21 พ.ค. ก่อนถูกจำกัดสิทธิ

‘ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมีผลอย่างไร’ กกต. แจ้งผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 รีบ ‘แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง’ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 21 พ.ค. ก่อนถูกจำกัดสิทธิ 5 เรื่อง เช็กช่องทางยื่นเรื่องที่นี่

“ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมีผลอย่างไร” เป็นคำถามหลังจากที่มีหลายคน ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ซึ่งทาง สำนักงาน กกต. ได้แจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สามารถ “แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง” ได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 21 พ.ค. 2566 ก่อนถูกจำกัดสิทธิ 5 เรื่อง

โดยการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามแบบ สส. 1/8  หรือทำเป็นหนังสือ ซึ่งอย่างน้อยต้องระบุหมายเลขประจำตัวประชาชน  และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้านให้ชัดเจน  พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่า ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยเหตุใด

ช่องทาง “แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง”

  1. ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น ที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วยตัวเอง 
  2. ทำหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
  3. จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
  4. แจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือทางเว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน คลิกที่นี่

ระบบ แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งระบบ แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ทั้งนี้ สำนักงาน กกต. ขอแจ้งเตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และไม่ได้แจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว แต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร ผู้นั้นถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

  1. การยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส. 
  2. การสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว.   
  3. การสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่    
  4. การดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา  
  5. การดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ซึ่งการจำกัดสิทธิ มีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง ครั้งที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้นับเวลาการจำกัดสิทธิครั้งหลัง โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้เวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง