‘มณีรัตน์’ เสนอปลดล็อก ‘ผู้ค้าออนไลน์’ ลดค่าขนส่งสินค้า-ลดภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548492

08 พ.ค. 2566

'มณีรัตน์' เสนอปลดล็อก 'ผู้ค้าออนไลน์' ลดค่าขนส่งสินค้า-ลดภาษี

‘มณีรัตน์’ เผย ‘ผู้ค้าออนไลน์’ ประสบปัญหาค่าขนส่งสินค้าราคาสูงริบ เมื่อเทียบ ‘จีน’ เตรียมเสนอปรับลดค่าขนส่่ง-ลดภาษี เพื่อขยายตลาดสู้ต่างประเทศ

อวันที่ 8 พ.ค.66. น.ส.มณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์ ผู้สมัคร สส.พระโขนง บางนา พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 6 เปิดถึงปัญหาค่าขนส่งผู้ค้าออนไลน์ว่า ขณะนี้การค้าขายออนไลน์ของผู้ประกอบการไทยยังแข่งขันกับต่างประเทศโดยเฉพาะจีนยังไม่ได้ มาจากหลายปัจจัยทั้งเรื่องค่าขนส่งสินค้าที่สูง เป็นปัญหาใหญ่ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์กำลังประสบกันอยู่ แม้แต่ค่าส่งสินค้าภายในประเทศยังเสียค่าส่งแพงและอัตราภาษีการส่งออกสูง

เมื่อเทียบกับจีน รัฐบาลจีนให้การสนับสนุนผลักดันธุรกิจค้าปลีก E-Commerce จนสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้ผู้ค้าปลีกออนไลน์ของจีนสามารถแข่งขันในระดับโลกได้ คือ ค่าขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่ถูกมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เกิดความได้เปรียบผู้ค้าด้านราคา เมื่อคิดรวมค่าขนส่งกับค่าสินค้าเข้าด้วยกัน 


โดยรัฐบาลจีนให้ความช่วยเหลือผู้ค้าในส่วนนี้ มีการสนับสนุนค่าส่งสินค้าไปต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม , ผลักดันเรื่องการบริหารจัดการระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพ , ควบคุมราคาค่าส่งสินค้าให้มีความเหมาะสม , ร่วมกับการเจรจาลดหย่อนภาษีนำเข้า-ส่งออกกับประเทศคู่ค้า

ทางกลับกันประเทศไทย มีสินค้าไทยที่ได้รับความที่นิยมจากลูกค้าชาวจีนและประเทศอื่นๆ จำนวนมาก แต่เมื่อส่งไปต่างประเทศ เช่น จีน ลาว กัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเสียค่าขนส่งสูงกว่าจีนมาไทยหลายเท่า 

“ถือเป็นปัญหาดับฝัน ดับโอกาสทางธุรกิจของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์รายย่อยชาวไทยในการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มไปสู่ตลาดโลกอย่างสิ้นเชิง หากได้มีโอกาสได้เข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในสภาฯ จะผลักดันการแก้ปัญหาให้การค้าขายออนไลน์เป็นประเด็นสำคัญ โดยเสนอปลดล็อคลดค่าขนส่งสินค้ารายย่อยระหว่างเทศ เพื่อติดปีก E-Commerce ไทย เพื่อให้แข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและในระดับสากลต่อไป” น.ส.มณีรัตน์กล่าว

 น.ส.มณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์น.ส.มณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์ น.ส.มณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์น.ส.มณีรัตน์ ลิมป์รัตนกาญจน์

‘กกต.’ เผย มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 91.83% ย้ำ 14 พ.ค. คล่องกว่าเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548462

08 พ.ค. 2566

'กกต.' เผย มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 91.83%  ย้ำ 14 พ.ค. คล่องกว่าเดิม

‘กกต.’ เผย มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 91.83% ย้ำ 14 พ.ค. ต้องไม่เกิดปัญหา เลือกตั้งคล่องกว่าเดิม ด้าน ‘ไปรษณีย์’ เตรียมตัดแยกส่ง 400 เขตเลือกตั้งก่อน 12 พ.ค.นี้ ยืนยันศูนย์คัดแยกเข้มงวด มีกล้องCCTV จนท. พร้อมทำงาน 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงผลการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) ว่า มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าประมาณร้อยละ 91.83% มาใช้ 2,104,903 คน จากผู้ลงทะเบียน 2,235,830 คิดเป็น 90.98%  ส่งการเลือกตั้ง ในเขตลงทะเบียน  67,086 คน มาใช้สิทธิ  57,362 คน คิดเป็นร้อยละ 94.37% สำหรับหน่วยเลือกตั้งผู้พิการผู้สูงอายุมีผู้ลงทะเบียน 2356 คน มาใช้สิทธิ 2,124 คน คิดเป็นร้อยละ 90.15%

นายแสวง ให้คำมั่นสัญญารักษาทุกคะแนนเสียงที่ลงคะแนนไว้ พร้อมขอบคุณประชาชนผู้ออกมาใช้สิทธิด้วยแรงศรัทธาประชาธิปไตย แม้อากาศร้อน การจราจรติด ซึ่งร่วมกันตรวจสอบทำงาน ยอมรับเป็นเรื่องจริงบ้างเท็จบ้าง จึงสั่ง ผอ.กกต. รายงานทุกเหตุการณ์ที่ปรากฎตามข่าวว่ามีเรื่องหรือไม่ และมีวิธีการแก้ไขยังไง ให้รายงานส่วนกลางทราบทุกกรณี 

ย้ำวันที่ 14 พ.ค.นี้ จะไม่ให้เกิดความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เกิดอีก การเลือกตั้งบริหารจัดการง่ายกว่านี้ เพราะไม่ต้องมีซองส่งปัญหาที่เกิดนั้นประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องหีบเลือกตั้งแต่เป็นการจ่าหน้าซอง ที่จะทำให้บัตรเลือกตั้งถึงเขตเลือกตั้ง และเพื่อสร้างความมั่นใจจึงเชิญสื่อมาดูการทำงานดูกระบวนการ ทำงานของไปรษณีย์ และ กตต. ในการคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และส่งกลับไปยังแต่ละเขตเลือกตั้งอย่างไร

นายแสวง ยังขอบคุณ การประปานครหลวง (กปน.) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อนุกรรมเขตจัดเลือกตั้งที่ร่วมกันทำงาน ซึ่งอาจมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง แต่ก็ขอบคุณที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนและแรงเสียดทานทางการเเมือง 

ด้านนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวถึงกระบวนการส่งบัตรเลือกตั้งไปยังเขตเลือกตั้ง 400 เขตว่า ขณะนี้บัตรส่งมายังศูนย์คัดแยกพร้อมแล้ว และจะคัดให้แยกแล้วเสร็จก่อนส่งกลับ 400 เขตเลือกตั้ง ก่อน 12 พ.ค. จะมีการคัดแยกและมีคณะกรรมการดูแล ประกอบด้วย กกต. และผู้แทนไปรษณีย์ รวมถึงยังมีมอนิเตอร์จากกล้องวงจรปิดดูกระบวนการทำงานตลอดเวลา มีมาตรการ รปภ.เคร่งครัดรัดกุม ทุกคนเข้าออกต้องมีการลงทะเบียนยืนยันตัวตนก่อนพื้นที่เท่านั้น ห้ามเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ศูนย์คัดแยก นำอุปกรณ์หรือมือถือเข้าพื้นที่คัดแยก จะมีการตรวจค้นก่อนเข้าและออกพื้นที่ มีกล้อง CCVT มากกว่า 25 ตัวตลอด 24 ชั่วโมง มีแดชบอดติตดามรายงานสถานะการขนส่ง การส่งมอบบัตร รถมี GPS และมีตำรวจนำทุกเส้นทาง มีตำรวจเฝ้าพื้นที่การคัดแยกตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนบัตรเลือกตั้งนอกราชมาถึงแล้วร้อยละ 67%  หรือจาก 45 ประเทศกำลังเข้าสู่กระบวนการคัดแยก

‘ดร.ศิลป์’ เอาใจสายอาร์ต ปล่อยการ์ตูนโปรโมทนโยบายหาเสียงเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548481

08 พ.ค. 2566

'ดร.ศิลป์' เอาใจสายอาร์ต ปล่อยการ์ตูนโปรโมทนโยบายหาเสียงเพื่อไทย

เลือกตั้ง66 : เอาใจสายอาร์ต ‘ดร.ศิลป์ น้อยสมมิตร ผู้สมัคร สส. เพื่อไทย’ ปล่อยการ์ตูนโปรโมทนโยบายหาเสียง ดึงคะแนนชาวโซเซียล ย้ำ กระแสในพื้นที่แรงดีไม่มีตก

นายศิลปวิชญ์ น้อยสมมิตร ผู้สมัคร สส. เขตคลองสาน ธนบุรี บางปะกอก พรรคเพื่อไทย เบอร์ 8 งัดกลยุทธ์ปล่อยสื่อหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โดยเป็นภาพชุดการ์ตูน นำเสนอนโยบายต่างๆของพรรคเพื่อไทย ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

โดยการ์ตูนบอกเล่าถึงนโยบาย เช่น เติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท, ผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า, สมรสเท่าเทียม, ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน, และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร 

'ดร.ศิลป์' เอาใจสายอาร์ต ปล่อยการ์ตูนโปรโมทนโยบายหาเสียงเพื่อไทย

นายศิลปวิชญ์ ระบุว่า ขณะนี้เป็นช่วงหาเสียงโค้งสุดท้าย ก่อนจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคมนี้ นอกจากตนเองจะลงพื้นที่หาเสียงทุกวันโดยการเดินเท้าเคาะประตูบ้านแล้ว ยังปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงเพิ่มขึ้นอีก

'ดร.ศิลป์' เอาใจสายอาร์ต ปล่อยการ์ตูนโปรโมทนโยบายหาเสียงเพื่อไทย

โดยออกสื่อชุดนี้ขึ้นมาเป็นภาพวาดการ์ตูน ที่เป็นภาพตัวเอง ควบคู่ไปกับการเสนอนโยบายต่างๆ ของพรรคที่ถูกย่อยให้เข้าใจง่าย ทั้งนี้ ดร.ศิลป์ หวังว่าสื่อชิ้นนี้จะทำให้ประชาชนเข้าใจในนโยบายของพรรค และตัวตนของผู้สมัครมากขึ้น เพื่อต่อยอดจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับเสียงตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ 
'ดร.ศิลป์' เอาใจสายอาร์ต ปล่อยการ์ตูนโปรโมทนโยบายหาเสียงเพื่อไทย

'ดร.ศิลป์' เอาใจสายอาร์ต ปล่อยการ์ตูนโปรโมทนโยบายหาเสียงเพื่อไทย

“ผมอยากผลักดันซอฟต์พาวเวอร์และงานสร้างสรรคฺของเยาวชน ผมเลยอยากเริ่มตั้งแต่ช่วงก่อนเลือกตั้ง ให้เห็นฝีมือของเด็กไทย ที่สามารถรังสรรค์งานดีๆได้ หากพวกเขาได้รับโอกาส ผมขอโอกาสเข้าไปเป็นตัวแทน เข้าไปแก้ไขปัญหาพัฒนาพื้นที่ และเริ่มทำทันที ตามสโลแกน เลือกปุ๊ป เปลี่ยนปั๊ป เริ่มทำงานทันที ดร.ศิลป์ ไม่หายหน้า” นายศิลปวิชญ์ กล่าว

'ดร.ศิลป์' เอาใจสายอาร์ต ปล่อยการ์ตูนโปรโมทนโยบายหาเสียงเพื่อไทย

ชูวิทย์ โพสต์แฉ ‘อำนาจเจริญโมเดล’ กังขาเลือกตั้งล่วงหน้า 3 จังหวัดอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548480

08 พ.ค. 2566

ชูวิทย์ โพสต์แฉ ‘อำนาจเจริญโมเดล’ กังขาเลือกตั้งล่วงหน้า 3 จังหวัดอีสาน

เลือกตั้ง66 : ‘ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์’ โพสต์เฟซบุ๊กจัดหนักทั้งภาพ คลิป จี้กกต.ตรวจสอบเลือกตั้งล่วงหน้าใน 3 จังหวัดอีสาน ‘อำนาจเจริญ  ศรีสะเกษ ยโสธร’ ชี้ เป็นอำนาจเจริญโมเดล 

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊กตรวจสอบการเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีการลงทะเบียนมากผิดปกติ รวม 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอำนาจเจริญ  จังหวัดศรีสะเกษ  และจังหวัดยโสธร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. 66 โดยเรียกว่านี่เป็น ‘อำนาจเจริญโมเดล’ 

นายชูวิทย์ เริ่มจากการโพสต์เฟซบุ๊กภาพตารางแสดงจำนวนผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต พร้อมข้อความเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ระบุว่า

ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการสืบสวนสอบสวนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขตที่มีการลงทะเบียนมากผิดปกติ รวม 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอำนาจเจริญ  จังหวัดศรีสะเกษ  และจังหวัดยโสธร 

เรื่อง ขอให้ท่านดำเนินการสืบสวนสอบสวนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตที่มีการลงทะเบียนมากผิดปกติ รวม 3 จังหวัด เนื่องจากการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในแต่ละเขตเลือกตั้งทั่วประเทศมากผิดปกติ โดยสามารถสังเกตุเปรียบเทียบได้จากสถิติเดิมของการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งปี พ.ศ. 2562 

ในการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้ บางจังหวัด เช่น จังหวัดอำนาจเจริญ มีประชาชน ถูกหลอกจากผู้สมัครฯ นำเอาบัตรประชาชนไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าทางออนไลน์ โดยไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมย์ของตนเอง

จังหวัดอำนาจเจริญ มีเพียง 2 เขต แต่มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าถึง 22,945 ราย จังหวัดศรีสะเกษ มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จำนวน 76,217 ราย (ยังไม่รวมเขต 1) จังหวัดยโสธร มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จำนวน 32,397 ราย  เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี พ.ศ. 2562 มากอย่างผิดปกติ อันเป็นเรื่องผิดสังเกตุเป็นอย่างยิ่ง

ท่านสามารถตรวจสอบอย่างเข้มงวดถึงการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า โดยสอบถามจากประชาชนว่าได้ทำการลงทะเบียนด้วยตัวเองหรือไม่ หรือมีบุคคลอื่นลงทะเบียนแทน หากผู้ที่ลงทะเบียนเป็นบุคคลอื่นนำเอาบัตรประชาชนไปลงทะเบียนให้โดยไม่ได้รับความยินยอม ย่อมมีความผิด ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตโปร่งใส 

ทั้งนี้ ถือเป็นหน้าที่โดยตรงของท่านที่จะต้องสืบสวนสอบสวนให้ความจริงปรากฏให้สังคมได้ทราบถึงความไม่ชอบมาพากลอันส่อไปในทางทุจริตการเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย เป็นตัวอย่างไม่ให้พรรคการเมืองใดกระทำการหลอกลวงให้ประชาชนหลงผิดเช่นนี้อีก

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FChuvitKamolvisit%2Fposts%2Fpfbid031vL9ifg4Gmb6y8823RQuhBQGmvi8suBruNnKNKuTznHtPkqrryLUvHgUz1EbVDoCl&show_text=true&width=500

ล่าสุด นายชูวิทย์ ได้โพสต์คลิปวีดีโอ อีกหลายคลิป เป็นคลิปเหตุการณ์ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 7 พ.ค. 2566 พื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ มีลักษณะหญิงชายสูงอายุหลายคน เดินทางมาถึงที่เลือกตั้งกลางโรงเรียนอำนาจเจริญ ด้วยรถกระบะคันเดียวกัน และนายชูวิทย์ได้ระบุว่า เป็นการเดินทางมาไกลถึง 20 กิโลเมตร เพื่อมาเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งยังมีหัวคะแนนคอยเขียน เบอร์ผู้สมัครใส่มือให้กับผู้สูงอายุก่อนเข้าสู่ที่เลือกตั้ง

อีก 2 คลิปที่นายชูวิทย์ ได้นำมาโพสต์นั้น คลิปหนึ่ง เป็นการสัมภาษณ์พยาน ให้การว่าถูกลวงเอาบัตรประชาชนไปทำการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ที่อำนาจเจริญ ได้แจ้งกกต. จังหวัดแล้ว แต่กกต.แจ้งกลับมาว่า “บ่มีหยัง” 

ชูวิทย์ โพสต์แฉ ‘อำนาจเจริญโมเดล’ กังขาเลือกตั้งล่วงหน้า 3 จังหวัดอีสาน

อีกคลิปหนึ่ง เป็นการบันทึกคลิป ขณะพูดคุยกับชาวบ้านที่รอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ที่เลือกตั้งกลาง โรงเรียนประทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ บุคคลในคลิปเล่าถึงการเดินทางมายังที่เลือกตั้งกลาง โดยระบุว่า มีคนพามาคันละ 10 คน สัญญาว่าจะให้เงินคนละ 500 บาท โดยเดินทางมาจากทับเมย เขต 1 มาลงคะแนนล่วงหน้าที่ เขต 2

ชูวิทย์ โพสต์แฉ ‘อำนาจเจริญโมเดล’ กังขาเลือกตั้งล่วงหน้า 3 จังหวัดอีสาน
ชูวิทย์ โพสต์แฉ ‘อำนาจเจริญโมเดล’ กังขาเลือกตั้งล่วงหน้า 3 จังหวัดอีสาน

นายชูวิทย์ ได้ตั้งคำถามถึงการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยว่ามีหลักฐานลักษณะเช่นนี้อีกเป็นจำนวนมาก กกต. ควรรับรู้ และทำงานได้แล้วหรือยัง
 

ที่มา Facebook ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 นายนวัติ บุญศรี ผอ.สนง.คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.อำนาจเจริญ กล่าวว่า ภาพรวมของการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวานนี้ ทั้ง 2 เขตเลือกตั้งใน จ.อำนาจเจริญ เป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย มีประชาชนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าออกมาใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน 6,607 คน

แบ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 1 แบบในเขตเลือกตั้ง จำนวน 45 คน แบบนอกเขตเลือกตั้ง 4,280 คน และเขตเลือกตั้งที่ 2 แบบในเขตเลือกตั้ง 20 คน แบบนอกเขตเลือกตั้ง 2,327 คน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 7,259 คน คิดเป็นกว่าร้อยละ 91

ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้และไม่มาใช้สิทธิ์ในครั้งนี้ จะไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.นี้ได้ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิที่พึงมี ต้องไปแจ้งเหตุอันไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง คือระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2566 หรือภายใน 7 วัน หลังวันเลือกตั้ง คือวันที่ 15-21 พฤษภาคม 2566

ส่วนบัตรเลือกตั้งทาง กกต.อำนาจเจริญ จะรวบรวมบัตรเลือกตั้งและส่งมอบให้กับทางไปรษณีย์อำนาจเจริญ เพื่อนำส่งไปยังจังหวัดต่างๆ ตามภูมิลำเนาของผู้ใช้สิทธิ เพื่อเก็บรวบรวมไว้ และนำเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนหลังการลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 14 พค.นี้เสร็จสิ้นลง

ขณะที่การหาเสียงในช่วงสัปดาห์สุดท้ายในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ คาดว่าจะเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 อย่างไรก็ตาม กกต.จังหวัดฯ จะติดตามการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 เขตอย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิดกฎหมายแจ้งข้อมูลเบาะแสมายัง กกต.จังหวัดฯ แอปพลิเคชันตาสับปะรด หรือสายด่วนเลือกตั้ง 1444

แถลงการณ์เนชั่น ‘ยุติเวที Final Debate’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548475

08 พ.ค. 2566

แถลงการณ์เนชั่น 'ยุติเวที Final Debate' แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เครือเนชั่นออกแถลงการณ์ ประกาศยุติเวทีดีเบต Final Debate แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ปรับให้มีรายการพิเศษ Road to the Future : เส้นทาง“ผู้นำ” ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่น ทีวี ช่อง 22

ตามที่เครือเนชั่นได้ประกาศจัดงาน ‘Final Debate ครั้งสุดท้าย’ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จาก 6 พรรคการเมืองที่ได้ตอบรับเข้าร่วมในเวทีดีเบต

เพื่อชี้แจงแนวทางนโยบายในการบริหารประเทศไทยในอนาคตข้างหน้า ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับทราบเจตนารมณ์ หลักการ รายละเอียด วิธีการ ก่อนที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะตัดสินใจเลือกผู้นำประเทศที่ดีที่สุดเข้าไปบริหารประเทศในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทั่วไป

แต่ในสถานการณ์ที่แข่งขันกันอย่างรุนแรงในกระแสการเลือกตั้ง ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เครือเนชั่นไม่คาดคิด และผิดไปจากเจตนารมณ์ของการจัดเวที Final Debate แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ได้พิจารณาข้อมูลจากว่าที่ผู้นำของประเทศ อันเนื่องจากความไม่พร้อมของบางพรรคการเมือง และการไม่รักษาคำมั่นสัญญาในข้อตกลงอันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานเบื้องต้นของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีบางคน ทำให้เวที Final Debate ผิดไปจากเจตนารมณ์ที่ได้ประกาศต่อสาธารณะไว้

ทางเครือเนชั่นได้ประชุมพิจารณาหาวิธีแก้ไขปัญหานี้ในหลายรูปแบบ แต่เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์องค์รวมแล้ว เห็นว่า การประกาศตัดสินใจยุติการจัดงาน   Final Debate แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 เป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ประชาชน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริงมากที่สุด ก่อนพิจารณาตัดสินใจเลือกตั้ง ทางเครือเนชั่นกรุ๊ป จึงได้ปรับให้มีรายการพิเศษ Road to the Future : เส้นทาง“ผู้นำ” ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่น ทีวี ช่อง 22 เพื่อนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร แนวทางนโยบาย ผ่านสื่อในเครืออย่างมืออาชีพ และรอบด้านที่สุดให้กับประชาชนได้นำไปประกอบการตัดสินใจการลงคะแนนการเลือกตั้ง เพื่ออนาคตที่ดีของประเทศไทย

‘สมศักดิ์’ ร้อง กกต. ตรวจสอบ IO ระบาดหนักโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548460

08 พ.ค. 2566

'สมศักดิ์' ร้อง กกต. ตรวจสอบ IO ระบาดหนักโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

‘สมศักดิ์’ ชี้ IO น่ากลัว ฝ่ายตรงข้ามหวังดิสเครดิตให้เกิดความเข้าใจผิด ระบาดหนักโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ร้อง กกต. ตรวจสอบด่วน

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์สร้างความขัดแย้งทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ว่า IO ไอโอ หรือ ยุทธการสื่อสาร ปลุกปั่นยุยง ดิสเครดิตทางการเมือง ถือเป็นเครื่องมือที่น่ากลัว หากมีการนำมาใช้ในการเลือกตั้ง

จากข่าวที่เกิดขึ้น พบว่ามี ไอโอ ทั้งจากส่วนราชการ และพรรคการเมืองบางพรรค นำมาใช้ เป็น “นักรบไซเบอร์” คอยคอมเมนต์โจมตีพรรคการเมืองฝั่งตรงข้าม ทำคอนเทนต์โจมตี ดิสเครดิต พรรคการเมืองคู่ต่อสู้ คอยแชร์และแชร์ข้อมูลด้านบวกของตนเอง ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับความจริง ทำให้สังคมหลงเชื่อสิ่งที่ไม่ตรงกับความจริง และปั่นโพลต่างๆ ที่รับฟังความเห็นของประชาชน ทางออนไลน์ ให้เชื่อว่ากระแสดีจนเกิดเป็นอุปทานหมู่ โดยคนที่ทำจะใช้ยูสเซอร์ที่ไม่มีตัวตน และมียูสเซอร์จำนวนมาก และไม่ต้องแจ้งบัญชีรายจ่ายของพรรค

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า โทรศัพท์ 10-20 เครื่อง สามารถแชร์ข้อมูลได้พร้อมกันและรวดเร็ว สามารถปั่นกระแสความนิยมที่ไม่เป็นความจริงได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น คอยทำร้ายคู่แข่ง มีการตัดต่อคอนเทนต์ปลายเปิดให้คนเข้ามาต่อว่าโจมตี เรื่องนี้ถือเป็นการทำงานใต้ดินและเป็นการชกใต้เข็มขัด ทำลายความนิยมพรรคการเมือง
คู่แข่ง

ดังนั้นตนขอเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความสำคัญในเรื่องนี้และตรวจเช็คโดยด่วน ว่า ใครเป็นคนทำ มีความเชื่อมโยงถึงกลุ่มใด เพราะไม่ต่างจากการกระทำผิดหมิ่นประมาทและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และมั่นใจเรื่องนี้ กกต. จะไม่ปล่อยผ่านให้สังคมเกิดข้อกังขา
นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

‘สาธิต’ โต้เดือด ‘พิธา’ ใส่ร้าย ‘ไม่ทำงาน’ เตรียมแจ้งความบ่ายนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548456

08 พ.ค. 2566

'สาธิต' โต้เดือด 'พิธา' ใส่ร้าย 'ไม่ทำงาน' เตรียมแจ้งความบ่ายนี้

‘สาธิต’ โต้เดือด ‘พิธา’ ปราศรัยใส่ร้าย ‘ไม่ทำงาน’ แจงยิบ 3 เหตุการณ์ ขอ ‘พรรคก้าวไกล’ อย่าเคลมผลงาน ไล่กลับไปทำความเข้าใจ ‘ประชาธิปไตย’ พร้อมเตรียมแจ้งความบ่ายนี้

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้สมัคร สส.ระยอง เขต2 หมายเลข 7 แถลงข่าวตอบโต้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลงพื้นที่หาเสียงกล่าวพาดพิงการทำงาน โดยจะเข้าแจ้งความวันนี้

นายสาธิต กล่าวว่า เป็นการปราศรัยเข้าข่ายใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในตัวผู้สมัคร ซึ่งพูดถึงการทำงาน ตำหนิไม่ได้ทำหน้าที่ 3 เหตุการณ์ คือ

1. การแพร่ระบาดโควิดในบ่อนพนัน ชี้แจงว่า ขณะนั้นเป็นช่วงแรกของการระบาดโควิด จ.ระยองตื่นตัวอย่างมาก ตนลงพื้นที่ไปดู จัดการร่วมกันกับภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ เรียกร้องให้ปิดบ่อน ย้ายตำรวจทุกระดับชั้นจนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และนำไปสู่การจับกุมเจ้าของบ่อนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก

คนที่จะอวดอ้างผลงานนี้ได้ ต้องเป็นประชาชนไม่ใช่พรรคก้าวไกล เพราะเค้าร่วมทำงานกับ สส.

2.ทหารอียิปต์ออกจากที่กักตัวไปเดินห้างในจ.ระยองตนได้ตรวจสอบย้อนหลัง และทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาด โดยวันรุ่งขึ้นไปจุดเสี่ยงทั้งหมด เอาทหารอียิปต์ไปตรวจ เอากลุ่มใกล้ชิดไปสอบสวนโรค จนควบคุมได้ จากนั้นยังเรียกความเชื่อมั่นให้คนระยอง นำข้าราชการจัดสัมมานาเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมา 

คนที่จะอวดอ้างเป็นผลงานคือ  คนที่ชื่อสาธิต เพราะลงพื้นที่ทันที ทำงานที่นั่น เป็นสส.ที่นั่น จนประสบความสำเร็จ

นายสาธิตลงพื้นที่จ.ระยอง ช่วงโควิดนายสาธิตลงพื้นที่จ.ระยอง ช่วงโควิด'สาธิต' โต้เดือด 'พิธา' ใส่ร้าย 'ไม่ทำงาน' เตรียมแจ้งความบ่ายนี้

3.น้ำมันรั่ว เมื่อวันที่ 25 ม.ค.65 ตนโพสต์วันที่ 26 ม.ค. ลงพื้นที่วันที่ 27 ม.ค. นั่งเฮลิคอปเตอร์ตรวจดูคราบน้ำมัน ซึ่งวันนั้นมีเจ้าหน้าที่รายงานว่า จะสามารถจำกัดวงได้ แต่ตนมองว่าไม่จริง ด้วยลักษณะของน้ำมัน จึงสั่งการต้องมีผู้รับผิดชอบ ปฏิบัติตามแผน ประสานกองทัพเรือเข้าควบคุม 

จากนั้นวันที่ 28 ม.ค. ลงพื้นที่ บริเวณหาดแม่รำพึง จุดเสี่ยงที่น้ำมันจะเข้าฝั่ง เตรียมอุปกรณ์ เพื่อป้องกัน วันที่29 ม.ค. ตนเตือนนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยง ตั้งศูนย์ช่วยเหลือและให้ข้อมูล จนวันที่ 30 ม.ค. ตนเข้าไปหาดที่น้ำมันเข้าแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ทำเรื่องเยียวยา สั่งผู้รับผิดชอบต้องเยียวยามากที่สุด ขณะนี้ ทำไปเกือบ100% มีเพียง3%ที่ตกลงกันไม่ได้ ก็ให้ดำเนินการฟ้องร้องกัน

นายสาธิต ลงพื้นที่เหตุการณ์น้ำมันรั่วนายสาธิต ลงพื้นที่เหตุการณ์น้ำมันรั่วนายสาธิต ลงพื้นที่เหตุการณ์น้ำมันรั่วนายสาธิต ลงพื้นที่เหตุการณ์น้ำมันรั่ว

นายสาธิตฝากถึงนายพิธาและพรรคก้าวไกลว่า ที่อวดอ้างเป็นผลงาน ซ้ำยังบอกว่าศรัทธาระบบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ขอให้แยกให้ออก เพราะฝ่ายนิติบัญญัติ คือการทำในสภา , ฝ่ายบริหาร คือ การทำงานแก้ไขปัญหา หรือใช้งบประมาณ ลงมือทำ นั่นคือ ตนและรัฐมนตรีนั้น ซึ่งร่วมมือทั้งเอกชนและประชาชน ยืนยันไม่มีสักวันที่ทำงานไม่คิดถึงคนระยอง เพราะเป็นพื้นที่ทำให้ตนมีวันนี้ แต่มองว่า เราต้องช่วยดันคนละไม้คนละมือ เอาปัญหา นโยบาย นำไปสู่การแก้ไข เป็นการเมืองสร้างสรร ไม่จำเป็นต้องสาดโคน ใส่กัน

โดยเมื่อวันที่สมัครสส.แบบแบ่งเขต เขต 2 แต่ละพรรคเราจับมือกันพร้อมจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ซื้อเสียง ใส่ร้ายป้ายสี แข่งกันด้วยนโยบาย ซึ่งปฏิบัติกันมาตลอดจนถึงเมื่อวานนี้ที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลมาพูดแบบนี้ จนตนต้องมายืนจุดนี้

นายสาธิต กล่าวว่า ไม่แน่ใจความรู้สึกของนายพิธา ตอนนี้ คือ มีกระแสสนับสนุนหรือสนุกปากอย่างเดียว ไม่ดูข้อมูลที่แท้จริง พฤติกรรมแบบนี้จะนำไปสู่การดำนเนิการต่อไป จะนำข้อมูลแจ้งความช่วงบ่ายวันนี้ที่สภ.เมืองระยอง ส่วนจะร้องกกต.หรือไม่ ขอสงวนสิทธิทางกฎหมาย

ส่วนที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พรรคก้าวไกล บอกว่า คนระยองป่วยบอกไปหาหมอตี๋ มีแต่ยิ่งหายิ่งตาย หามา4ปีแล้ว ฟังชัดเจนว่า ไม่เอา…แล้ว ๆๆๆ ปราศรัยเพื่อคะแนนนิยม ซึ่งมองว่า เข้าข่าย ม. 73(5)กำหนดห้ามไม่ให้ผู้สมัครจูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งด้วยการหลอกลวง 

ส่วนที่นายพิธาบอกว่า คนระยองเลือกกันที่ตระกูล นายสาธิต ชี้แจงว่า ตนส่งคนลงสมัครเลือกตั้งผ่านการกลั่นกรองและคัดเลือก บังเอิญนามสกุลเดียวกับตน ตนตั้งเขาเองไม่ได้ แต่ประชาชนจะเป็คนเลือก เป็นคนตัดสิน ตนเสี่ยงด้วยซ้ำไปที่คัดเลือกแบบนี้ แต่สุดท้ายถ้าท่านบอกท่านมีหัวใจในประชาธิปไตย นี่แหละคือประชาธิปไตย สุดท้ายคือการเลือกตั้งที่ประชาชนตัดสิน

“ขอให้มีความเข้าใจประชาธิปไตยอย่างถ่องแท้ และขอให้เป็นลูกผู้ชาย ในภาวะผู้นำที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไป” นายสาธิตทิ้งท้าย

นายสาธิต ปิตุเตชะนายสาธิต ปิตุเตชะ

‘พิมพ์ภัทรา’ เปิดคลิป ‘ไตรรงค์’ ซัดเดือด มีพวกสีเทา-สีดำยึดพรรคเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548436

08 พ.ค. 2566

'พิมพ์ภัทรา' เปิดคลิป 'ไตรรงค์' ซัดเดือด มีพวกสีเทา-สีดำยึดพรรคเก่า

‘พิมพ์ภัทรา’ เปิดใจข้อครหา ถูกซื้อตัวย้ายเข้า ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ เผยถูกข่มเหง พร้อมเปิดคลิป ‘ไตรรงค์’ ปราศรัยบนเวทีอย่างดุเดือด แฉมีพวกสีเทา-สีดำยึดพรรคเก่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊กของ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 10 พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เรื่องราวตอบโต้กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยเมื่อ 6 พ.ค.66 พูดถึงสส.ลาออก เพราะถูกซื้อตัว

โดยน.ส.พิมพ์ภัทรา ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอ ขณะที่ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ ปราศรัยเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 66 ที่ผ่านมาอย่างดุเดือด “ที่ผมไม่ใส่เสื้อสีขาว แต่จะใส่สีดำตลอดเพื่อบอกประชาชนว่ามีพวกธุรกิจสีเทา ธุรกิจสีดำ เข้ามามีอิทธิพลในพรรคการเมือง นี่ถ้าผมไม่ลาออกจากพรรคเก่ามาคงไม่ฮือกันแบบนี้ คนตกใจ 38 ปีทำไมผมถึงลาออก ผมไม่ได้พูดอะไร ผมไม่ได้ด่าพรรคเก่าแก่ของผม แต่ผมด่าคนเปรตที่มาอยู่ในพรรคเก่าแก่ผมนั่นแหละ ผมไม่ได้เผาบ้าน แต่ผมเผาปลวกที่มากินบ้านเก่าผม
 

ส่วนประเด็นที่ น.ส.พิมพ์ภัทรา ถูกกล่าวหาว่า ถูกซื้อตัวนั้น นายไตรรงค์ กล่าวอย่างดุเดือดเป็นภาษาถิ่น ว่า “ใครที่บอกว่าพิมพ์ภัทราออกมาเพราะถูกซื้อตัว หรือขายตัวออกมา เย…แม่มม ขี้หก (โกหก) ที่เขาออกตามผมมา คนอย่างผมใครก็ซื้อไม่ได้ ตายายที่ไหนจะมาซื้อกู” (คลิป)

นอกจากคลิปวีดีโอของนายไตรรงค์แล้ว น.ส.พิมพ์ภัทราโพสต์ข้อความย้ำถึงเรื่องมารยาทและศักดิ์ศรี  ว่า “มารยาท เป็นสิ่งที่ ปุ้ย รักษามาโดยตลอด ไม่กล่าวให้ใครเสียหาย ทั้งที่ปุ้ยรู้อยู่เต็มอกว่า มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับปุ้ยบ้าง ปุ้ยมีศักดิ์ศรี

โดยมีบางช่วงที่ น.ส.พิมพ์ภัทรา ขึ้นเวทีระบุว่า “เป็นผู้แทนช่วยเหลือคนพื้นที่ ยืนอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้ใครมากดขี่ข่มเหง แต่เมื่อใดที่กลายเป็นลูกไล่ ลูกน้อง กลายเป็นกลไกเพื่อขับเคลื่อนผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มบางพวกภายในพรรค จะให้อยู่ต่อได้อย่างไร แต่คนในพรรคเมื่อเราออกมาแล้วกลับว่าร้ายไม่ดีสักอย่าง ดีแต่พูดให้ร้าย กลับกันคนที่ย้ายมาจากพรรคอื่นมาอยู่เห็นเขาดีทุกอย่าง อดทนไม่พูดเรื่องนี้เพราะถือว่าเป็นคนมีมารยาท และเป็นคนสำนึกในบุญคุณตลอด แต่สิ่งที่ตนได้รับคือถูกรุม ปุ้ยคนเดียวไม่พอ ทั้งทีมงานยังถูกคนโทรศัพท์มาข่มขู่คุกคามตลอด นี่จึงเป็นเหตุผลที่มาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี เราอยู่กันแบบพี่น้อง ไม่ข่มเหงใคร พร้อมยืนยันว่าจะมุ่งมั่นในการณรงค์หาเสียงต่อไป” (คลิป)

ปชป. ปล่อย MV ‘เลือกจุรินทร์ มาช่วยพวกเรา’ ย้ำผลงาน ‘ทำได้ไว ทำได้จริง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548439

08 พ.ค. 2566

ปชป. ปล่อย MV 'เลือกจุรินทร์ มาช่วยพวกเรา' ย้ำผลงาน 'ทำได้ไว ทำได้จริง'

เลือกตั้ง 66 : ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ปล่อยคลิป MV เพลงใหม่ ‘เลือกจุรินทร์ มาช่วยพวกเรา’  ตอกย้ำผลงาน ‘ทำได้ไว ทำได้จริง’ กับความสำเร็จโครงการ ประกันรายได้เกษตรกร 

ช่วงโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้ง 2566 “พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)” ได้ปล่อยคลิป MV เพลงใหม่ “เลือกจุรินทร์ มาช่วยพวกเรา” ที่มีกลิ่นอายเพลงลูกทุ่ง  เป็นการตอกย้ำผลงาน “ทำได้ไว ทำได้จริง” โครงการ ประกันรายได้เกษตรกร 

ซึ่ง MV ตัวใหม่ล่าสุดนี้ เปิดตัวเป็นเพลงที่ 2 ชื่อคลิป “เลือกจุรินทร์ มาช่วยพวกเรา” หลังจากที่ประชาธิปัตย์ เปิดตัว MV เพลง “เช้าวันใหม่” และได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์

ปชป. ปล่อย MV 'เลือกจุรินทร์ มาช่วยพวกเรา' ย้ำผลงาน 'ทำได้ไว ทำได้จริง'

พบว่าเวทีปราศรัยช่วงโค้งสุดท้าย หลายเวทีของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเพลงใหม่ “เลือกจุรินทร์ มาช่วยพวกเรา” ซึ่งคลิปเพลงดังกล่าว มีกลิ่นอายเพลงลูกทุ่ง จังหวะแห่กลองยาว ด้วยเนื้อหากระชับ ตอกย้ำ เบอร์ 26 ประชาธิปัตย์ ที่มี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ซึ่งได้ฝากผลงานจนกลายเป็นแบรนด์ที่สร้างชื่อเสียงให้จดจำไปแล้วว่า “ทำได้ไว ทำได้จริง” นั่นคือ โครงการประกันรายได้เกษตรกร

สำหรับเนื้อเพลง ระบุว่า 

ใครหนอเป็นห่วงชาวนา ใครหนาเป็นห่วงชาวไร่ ไม้ผลทุ่มเทจริงใจ ทำได้ไว ทำได้จริงๆ มัน ปาล์ม ก็ได้ราคายางพารา ไม่ต่ำติดดิน ประกันรายได้ทำกิน คุณจุรินทร์ มาช่วยพวกเรา (ซ้ำ)

26 ประชาธิปัตย์ ผลงานเด่นชัด คนชื่อจุรินทร์ 26 ช่วยคนทำกิน (ซ้ำ) “เลือกจุรินทร์” มาช่วยพวกเรา (ซ้ำ)

‘เพจลุงตู่ตูน’ ปล่อยคลิป โหมเลือก ‘ลุงตู่-รทสช.’ ปกป้องสถาบันหลักของชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548423

07 พ.ค. 2566

'เพจลุงตู่ตูน' ปล่อยคลิป โหมเลือก 'ลุงตู่-รทสช.' ปกป้องสถาบันหลักของชาติ

‘เฟซบุ๊กลุงตู่ตูน’ ปล่อยคลิปสัมภาษณ์ ปชช.เชียร์ ‘ประยุทธ์’ รั้งตำแหน่งนายกฯ ทำหน้าที่ปกป้องสถาบันหลักชองชาติ หวั่นไร้ ‘นายกฯลุงตู่’ อาจมีขบวนการลบหลู่ดูหมิ่นยิ่งกว่านี้ ชวนเลือก ‘ลุงตู่-รทสช.’ เป็นเสาหลักปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้อยู่คู่คนไทยไปอีกยาวนาน

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โพสต์คลิปวิดีโอสัมภาษณ์กลุ่มประชาชนที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายดรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยต่างก็ยืนยันที่จะลงคะแนนให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะต้องการให้ทำหน้าที่ปกป้องสถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนให้บริหารประเทศชาติบ้านเมืองต่อเนื่อง โดยแสดงความเป็นห่วงด้วยว่า หากไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯแล้ว สถาบันฯจะถูกลบหลู่ดูหมิ่นมากกว่านี้

“ถ้าอยากให้สถาบันฯอยู่คู่ประเทศไทยแบบที่ผ่านมา ขแให้เลือก ลุงตู่ ประเทศไทยจะได้ไปต่อ … ลุงตู่ เขารักสภาบันฯ เราก็รักสถาบันฯ ปลูกฝังให้ลูกหลานทุกคนรักเช่นเดียวกับเรา … ถ้าไม่มี ลุงตู่ ซักคน ห่วงว่าสถาบันฯจะถูกลบหลู่ดูหมิ่นมากกว่านี้” ประชาชนพูดในทิศทางเดียวกัน

ชาวไทยเชื้อสายจีนรายหนึ่ง กล่าวว่า พ่อแม่บรรพบุรุษมาจากเมืองจีน และมาให้กำเนิดผมที่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมและครอบครัวจึฃสำนึกในบุญคุณสถาบันฯ และประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

“ด้วยความที่ ลุงตู่ เป็นทหาร มีความรักและเทิดทูนสถาบันฯ อย่างไม่ต้องสงสัย และเราก็มีความรู้สึกว่า หากอยากให้ สถาบันฯอยู่คู่กับประเทศไทย จะต้องเป็น ลุงตู่ เท่านั้นที่มาทำหน้าที่ปกป้องสถาบันฯ ถ้าเราเลือก ลุงตู่ สถาบันฯจะอยู่คู่ประเทศไทยไปอีกยาวนาน” ประชาชนรายหนึ่ง ระบุ

ประชาชนรายหนึ่ง กล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นเสาหลักในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อดำรงไว้ซึ่งประเทศชาติของเรา

ทั้งนี้แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูนระบุข้อความด้วยว่า ประชาชนรวมพลังส่งกำลังใจให้ “ลุงตู่” เอาชนะศึกเลือกตั้ง กลับมาปกป้องสถาบันฯ เสาหลักของคนไทยทั้งประเทศ ให้ปลอดภัยจากคนคิดร้าย.