‘กรณ์’ อ้อน คนสามพรานเลือก ดร.ระวัง-‘ชพก.เบอร์ 14’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547978

30 เม.ย. 2566

'กรณ์' อ้อน คนสามพรานเลือก ดร.ระวัง-'ชพก.เบอร์ 14'

‘กรณ์ จาติกวณิช’ ลงพื้นที่ นครปฐม หาเสียงช่วย ‘ดร.ระวัง’ อดีตสส.สองสมัย อ้อน คนสามพราน อยากให้เศรษฐกิจปากท้องดี เลือกชาติพัฒนากล้า เบอร์ 14 มั่นใจ ปักธงได้

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วย นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค นายอรัญ พันธุมจินดา รองเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ เพื่อช่วยผู้สมัคร สส. ของพรรค ผศ.ดร.ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส. เขต 6 เบอร์ 11 จ.นครปฐม หาเสียง โดยมี พ.ต.ท.บุญลือ เสริมบุญ ผู้สมัคร สส.เขต 5 และ นายพรศักดิ์ เปี่ยมคล้า ผู้สมัคร สส.เขต 4 ร่วมให้กำลังใจและขอเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนด้วย

นายกรณ์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาลงพื้นที่เพื่อช่วย ผศ.ดร.ระวัง ผู้สมัคร สส.เขต 6 จ.นครปฐม อดีต สส.สองสมัย โดยได้พบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดวัดไร่ขิง และเข้าถวายสักการะหลวงพ่อวัดไร่ขิง และสิ่งศักดิ์สิทธิประจำวัด 

วันนี้มีประชาชนผู้มีศรัทธาเดินทางมายังวัดไร่ขิงเป็นจำนวนมาก ซึ่งตรงกับนโยบายของพรรคที่สนับสนุนเศรษฐกิจสายมู ความศรัทธา แรงบันดาลใจ ที่ทำให้เกิดความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ และสามารถกระจายรายได้ไปยังชาวบ้านในชุมชน ที่นำสินค้ามาจำหน่ายในบริเวณวัดได้ด้วย

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ถวายสักการะหลวงพ่อวัดไร่ขิง และสิ่งศักดิ์สิทธิประจำวัดไร่ขิง นครปฐมนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ถวายสักการะหลวงพ่อวัดไร่ขิง และสิ่งศักดิ์สิทธิประจำวัดไร่ขิง นครปฐม

ผศ.ดร.ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส. เขต 6 เบอร์ 11 จ.นครปฐม  พรรคชาติพัฒนากล้า เบอร์ 14ผศ.ดร.ระวัง เนตรโพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส. เขต 6 เบอร์ 11 จ.นครปฐม พรรคชาติพัฒนากล้า เบอร์ 14

นายกรณ์ กล่าวว่า หลังจากที่พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนพบว่า กระแสความนิยมของ ผศ.ดร.ระวัง ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ในฐานะที่เป็น อดีต สส.2 สมัย ได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาจจะเคยเห็นว่าตนลงพื้นที่กับคนรุ่นใหม่ ผู้สมัครหน้าใหม่ การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคชาติพัฒนากล้า มีการผสมผสานของนักการเมืองที่หลากหลาย มีประสบการณ์คนละด้านมาช่วยกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวด้วยว่า บรรยากาศเศรษฐกิจในเวลานี้ หลายคนบ่นกับตนว่าเศรษฐกิจตอนนี้ฝืดเคือง กำลังซื้อของพี่น้องประชาชนลดลง และนี่คือภาระหน้าที่สำคญของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่เรามีความตั้งใจตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคว่า เรามาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน

เป้าหมายของพรรคชาติพัฒนากล้า สรุปได้ 3 คำคือ ประชาชน มีงานดีทำ มีเงินในกระเป๋า และสินค้าต้องไม่แพง ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องปากท้องที่ต้องเร่งแก้ไข

“การเมืองขัดแข้งกันมาเยอะ และก็ยังมีความพยายามหาเรื่องทะเลาะกันว่ายุคนี้เป็นกันเรื่องยุคเผด็จการ หรือประชาธิปไตย แต่พรรคชาติพัฒนากล้ามองว่า เนื่องจากประชาชนทุกคน มีโอกาสไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยกติกาเดียวกัน พรรคการเมืองทุกพรรคตกลงร่วมใจเข้าสู่สนามเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นความเป็นประชาธิปไตยก็จะมีขึ้นโดยปริยาย แต่ประเด็นปัญหาที่แท้จริง ที่รอการแก้ไขคือ ปัญหาปากท้อง” นายกรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังกล่าวด้วยว่า พรรคชาติพัฒนากล้า กล้าชนกับทุนใหญ่ ที่ทำให้ต้นทุนพลังงานทั้ง ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ค่าไฟ สูงมากเกินความจำเป็น นี่คือเรื่องที่พรรคชาติพัฒนากล้าถูกกล่าวขานถึงตั้งแต่ปีที่แล้ว และเราเป็นพรรคเดียวที่ออกมายืนหยัดชัดเจนว่า ราคาน้ำมันหน้าปั๊มถูกลงได้ถึงลิตรละ 8 บาท เพียงแค่รัฐบาลใส่ใจ ปรับวิธีการคำนวณราคาน้ำมัน ปรับวิธีการกำหนดภาษี ก็จะสามารถลดภาระให้กับพี่น้องประชาชนได้ แต่ปีที่ผ่านมาเราไม่ได้อยู่ในอำนาจ เราไม่ได้เป็นรัฐบาล เราทำได้เพียงเอาความจริงมาพูดให้ประชาชนได้รับรู้ แต่ถ้าเรามีอำนาจในรัฐบาล เราสามารถแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ทันที มาถึงปีนี้ เราไม่ได้หยุดยั้ง เราเป็นพรรคแรกที่ออกมาชี้ให้รัฐบาลเห็นว่า พี่น้องประชาชนมีปัญหาเรื่องค่าไฟและรัฐบาลต้องลดราคา เพื่อลดภาระของประชาชน
'กรณ์' อ้อน คนสามพรานเลือก ดร.ระวัง-'ชพก.เบอร์ 14'

'กรณ์' อ้อน คนสามพรานเลือก ดร.ระวัง-'ชพก.เบอร์ 14'

ด้าน ผศ.ดร.ระวัง กล่าวว่า ในพื้นที่เขต 6 ครอบคลุมพื้นที่ อ.สามพราม ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งพืชผลทางการเกษตร พืชผัก ผลไม้ ประชากรมีการศึกษาดี มีความรู้ดี และยังมีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร บริเวณทวีวัฒนา และพุทธมณฑล สามพราม นอกจากนี้ประชาชนสามพราน ยังมีคุณธรรม ยึดมั่นถือมั่นในประเพณีอันดีงาม ขณะเดียวกัน ตนในฐานะที่เป็น สส.รับใช้พี่น้องประชาชนมาสองสมัย สัมผัสได้ถึงความน่ารักของพี่น้องชาวสามพราน ที่นิยมชมชอบการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อมั่นว่า จะสามารถปักธงเขต 6 นครปฐม ให้กับพรรคชาติพัฒนากล้าได้อย่างแน่นอน

'กรณ์' อ้อน คนสามพรานเลือก ดร.ระวัง-'ชพก.เบอร์ 14'
'กรณ์' อ้อน คนสามพรานเลือก ดร.ระวัง-'ชพก.เบอร์ 14'
'กรณ์' อ้อน คนสามพรานเลือก ดร.ระวัง-'ชพก.เบอร์ 14'
'กรณ์' อ้อน คนสามพรานเลือก ดร.ระวัง-'ชพก.เบอร์ 14'
'กรณ์' อ้อน คนสามพรานเลือก ดร.ระวัง-'ชพก.เบอร์ 14'

สีสรรเลือกตั้ง66 ‘สุวัจน์’ มาดนักซิ่ง ‘เทวัญ’ ซ้อยท้ายเข้าป้าย ‘นายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547977

30 เม.ย. 2566

สีสรรเลือกตั้ง66 'สุวัจน์' มาดนักซิ่ง ‘เทวัญ’ ซ้อยท้ายเข้าป้าย 'นายกฯ'

สีสรรเลือกตั้ง66 ‘สุวัจน์’ มาดนักซิ่ง ซ้อน ‘เทวัญ’ เข้าป้าย นายกฯ อยู่โคราช เลือกชาติพัฒนากล้า เบอร์ 14 ดัน โคราชโนมิกส์ เอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมา

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 5 พรรคชาติพัฒนากล้า ได้เปิดเวทีปราศรัยย่อยกับพี่น้องประชาชนกว่า 2 พันคนในเขตตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จ.นครราชสีมา ณ วัดหนองไผ่

โดยโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง นายสุวัจน์ เน้นยุทธศาสตร์ความเป็นพรรคชาติพัฒนา พรรคของคนโคราช เอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมา เอานายกรัฐมนตรีมาอยู่โคราช

โคราชโนมิกส์ เอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมา

โดยเฉพาะนโยบาย ”โคราชโนมิกส์” เป็นนโยบายเฉพาะในการพัฒนาโคราชและภาคอีสาน เอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมา ด้วยนโยบาย 5 ด้าน คือ 

1.นโยบายการสร้างภาคอีสานให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ของโคราช 

2.นโยบายการสร้างระบบคมนาคมที่เข้มแข็งและทันสมัย

3.นโยบายการสร้างให้โคราชอีสานเป็นดินแดนแห่งเมืองท่องเที่ยวที่เป็นอินเตอร์ 

4.นโยบายโคราชอีสานเป็นเมืองผลิตอาหารให้กับโลก และ สุดท้าย

5.นโยบายการแก้ไขปัญหาที่พี่น้องประชาชนประสบมากๆ คือ น้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำประปาไม่เพียงพอ และเรื่องเร่งด้วย คือ การปรับโครงสร้างค่าไฟ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าถูกลง สอดรับกับนโยบายหลัก “งานดี มีเงิน ของไม่แพ้”

สีสรรเลือกตั้ง66สีสรรเลือกตั้ง66

สุวัจน์  มาดนักซิ่ง เทวัญ ซ้อยท้ายเข้าป้าย นายกฯสุวัจน์ มาดนักซิ่ง เทวัญ ซ้อยท้ายเข้าป้าย นายกฯ

นายสุวัจน์ ย้ำว่าโคราชเคยมีเศรษฐกิจยุคทองในสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้โคราชเป็นประตูสู่อีสาน อีสานเป็นประตูสู่อินโดจีน และแปรสนามรบเป็นสนามการค้า แต่เศรษฐกิจยุคทองต้องหยุดไปเมื่อเกิดรัฐประหาร ( 23 ก.พ. 2534) พล.อ.ชาติชาย ออกนอกประเทศทรัพย์สินถูกยึด รถมอเตอร์ไซด์ก็ถูกยึด วันที่พล.อ.ชาติชาย กลับมาไหว้ย่าโม ปรากฎว่าคนโคราชนับหมื่นมารอรับท่านและระดมเงินซื้อมอเตอร์ไซค์คันนี้ให้ บิ๊กไบค์ Honda Rebel รุ่นแรก ทะเบียน 1 ผ.ผึ้ง 7777 

เมื่อพล.อ.ชาติชาย กลับถึงกทม.จึงเรียกตนไปพบ และบอกว่าต้องตั้งพรรคใหม่ เพื่อกลับไปรับใช้คนโคราช มาเอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมาใหม่ ก็เลยตัดสินใจตั้ง “พรรคชาติพัฒนา” พรรคของคนโคราช และเป็นพรรคที่ทำงานอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบ 30 ปี ทำให้เกิดความสำเร็จและความเจริญอย่างมากมาย มีถนนดีๆ มีมหาวิทยาลัย มีการลงทุนของโรงงานอุตสาหกรรมตามนิคมต่างๆ มีสนามกีฬา มีสนามบิน มีโรงกรองน้ำประปา และอื่นๆ อีกมาก การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นครั้งสำคัญที่จะกอบกู้วิกฤตให้กับชาติและเอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมาโคราช

ฉะนั้น พี่น้องประชาชนรวมพลังชาวโคราช รักษาพรรคชาติพัฒนา พรรคของคนโคราชเอาไว้ รวมพลังกันเอาเศรษฐกิจยุคทองของคนโคราชกลับมา วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ รวมพลังคนโคราช 16 เขต 16 คน เขต 1 เทวัญ หมายเลข 5 พรรคชาติพัฒนากล้า หมายเลข 14

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจบการปราศรัยแฟนคลับต่างส่งเสียงเชียร์ สุวัจน์ สู้ สู้ เทวัญ สู้ สู้ รุมให้ดอกไม้เป็นกำลังใจ และเรียกร้องให้นายสุวัจน์ ขึ้นขี่มอเตอร์ไซด์พร้อมให้นายเทวัญ ขึ้นซ้อนท้ายและตะโกนว่า นายกฯ นายกฯ

สีสรรเลือกตั้ง66 'สุวัจน์' มาดนักซิ่ง ‘เทวัญ’ ซ้อยท้ายเข้าป้าย 'นายกฯ'
สีสรรเลือกตั้ง66 'สุวัจน์' มาดนักซิ่ง ‘เทวัญ’ ซ้อยท้ายเข้าป้าย 'นายกฯ'

‘นอท’ ข้องใจ กกต. พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกิน 7 ล้านใบ จี้เพิ่มโทษกรณีทำผิดซ้ำซาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547975

30 เม.ย. 2566

'นอท' ข้องใจ กกต. พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกิน 7 ล้านใบ จี้เพิ่มโทษกรณีทำผิดซ้ำซาก

‘นอท’ ไม่เห็นด้วย กกต. พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินความจำเป็นถึง 7 ล้านใบ อ้างความไม่โปร่งใส ร้องขอร่วมตรวจสอบการเบิกใช้ เชิญชวนทุกพรรคจับตาทุกหน่วยเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินประมาณ 7 ล้านใบ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่าอาจจะทำให้การเมืองไม่โปร่งใส อย่างรุนแรง 

นายนอท เห็นว่า ไม่ได้มีบัตรเสียถึง 7 ล้านใบ จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งออกมาเกินความจำเป็น แต่เมื่อพิมพ์ออกแล้วให้หาวิธีคิดและแก้ไข เป็นไปได้หรือไม่ที่จะตั้งคนที่มาตรวจสอบ คอยดูเรื่องการเบิกบัตรเลือกตั้งไม่ให้ กกต. มาเบิกฝ่ายเดียว หรือให้ตัวแทนทุกพรรคการเมืองเข้าไปร่วมตรวจสอบว่า กกต.นำเบิกออกไปเท่าไหร่ ใช้ไปเท่าไหร่ หรืออาจจะนับจำนวนบัตรที่ใช้แล้วต่อหน้าประชาชน

ส่วนบัตรเลือกตั้งที่จัดพิมพ์สำรอง 7 ล้านใบต้องไม่มีการทำเครื่องหมายกากบาทเกิดขึ้น ซึ่งหากสามารถทำได้พรรคเปลี่ยนยินดีให้ความสนับสนุน 

พรรคเปลี่ยนพรรคเปลี่ยน

นายพันธ์ธวัช กล่าวอีกว่า ขณะนี้เกิดวิกฤตศรัทธา การเลือกตั้งดูไม่โปร่งใส ไม่มีใครไว้ใจ กกต.ในการทำหน้าที่ หากพรรคการเมืองอยากจะร่วมไปสังเกตุการณ์ตรวจสอบการนับคะแนนการเลือกตั้ง โดยจ้างคนไปเป็นผู้สังเกตุการณ์เลือกตั้งหน่วยละ 300 บาท มีหน่วยเลือกตั้ง 90,000 กว่าหน่วยทั่วประเทศ พรรคก็จะใช้เงินกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งจะเกินงบประมาณที่ กกต. กำหนดค่าใช้จ่ายหาเสียงต้องไม่เกิน 44 ล้านบาท

จึงอยากถามไปยัง กกต. ว่า พรรคจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร ขณะเดียวกันทุกพรรคการเมืองมีความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องทุจริตในการเลือกตั้งครั้งนี้  

แต่สุดท้ายแล้วก็เชื่อว่าหลายพรรคการเมืองใช้งบประมาณเกินและแจ้งไม่ครบ ทั้งเรื่อง io งบทำ Production โฆษณา งบทำแคมเปญ งบป้ายทั่วประเทศ และงบซื้อตัว สส.​ เมื่อกฎหมายเลือกตั้งทำให้นักการเมือง โกหกตั้งแต่ต้น นักการเมืองจะหยุดคอรัปชั่นได้อย่างไร การเลือกตั้งจะโปร่งใสได้อย่างไร 

ส่วนความผิดพลาดซ้ำซากของ กกต. ทั้งการจัดทำเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร เอกสารปิดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง สีของโลโกบางพรรคไม่ชัดเจนว่า กลับไม่มีบทลงโทษ เมื่อผิดแล้วขอโทษก็จบ ไม่มีการแก้ไข 

ส่วนตัวอยากถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมีกฎหมายมาลงโทษการทำผิดในแต่ละครั้ง เช่น เดียวกับที่พรรคทำผิดมีโทษปรับ จำคุก 

“ผมเป็นพรรคเล็ก ไม่มีอำนาจไปตรวจ ทำได้เพียงแค่ภาวนาว่าจะไม่ถูกโกง ไม่มีเงินไปจ้างคนไปสังเกตการณ์ทุกหน่วยเลือกตั้งเหมือนพรรคขนาดใหญ่ จึงอยากเรียกร้องไปยังทุกพรรคร่วมมือกัน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใส” นายนอทกล่าว 

พรรคเปลี่ยนพรรคเปลี่ยน

‘มาดามเดียร์’ ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา ‘ปชป.เบอร์ 26’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547973

30 เม.ย. 2566

'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'

‘มาดามเดียร์’ ทุ่มสุดตัว ลุยหาเสียงกทม. 3 เขต 8 จุด เช้ายันเย็น ช่วย ‘วณิชชา ม่วงศิริ’ หาเสียง มั่นใจทีมม่วงศิริไม่เคยทิ้งประชาชน ด้าน ‘องอาจ’ ยันทีมม่วงศิริทำงานไม่ทิ้งพื้นที่ ตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก ขณะที่ ‘วณิชชา’ ขอโอกาสเป็น สส.รับใช้ประชาชน

ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร เขตหนองแขม น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ลุยพื้นที่เขตจอมทอง เขตบางบอน เขตหนองแขม และเขตบางขุนเทียน เพื่อช่วยหาเสียงสนับสนุนให้กับ น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางบอน-หนองแขม-จอมทอง หมายเลข 9 

โดยเริ่มตั้งแต่เช้า เวลา 07.00 น. ลงพื้นที่ตลาดวัดไทร เขตจอมทอง เวลา 9.30 น. พบปะประชาชนและปราศรัยย่อยที่บริเวณลานกีฬาหมู่บ้านบางบอนวิลล่า เขตบางบอน ต่อด้วย เวลา 10.30 น. ปราศรัยย่อยลานกีฬาหมู่บ้านสังสิทธิ์ เขตบางบอน และปิดท้ายครึ่งวันแรกในเวลา 11.30 น. ด้วยการปราศรัยย่อยลานกีฬา หมู่บ้านแม้นทอง เขตบางบอน

จากนั้น เวลา 14.30 น. น.ส.วทันยา พร้อมด้วย น.ส.วณิชชา ลงพื้นที่ต่อ โดยการจัดปราศรัยย่อยสนามกีฬา หมู่บ้านนิสา เฟส 4 เขตหนองแขม และเวลา 15.30 น. ปราศรัยย่อยพฤกษาการ์เด้นท์ เขตหนองแขม ต่อด้วยเวลา 16.30 น. ปราศรัยย่อยหมู่บ้านเพชรมณฑลกรีน เขตหนองแขม และปิดท้ายของวันในเวลา 17.30 น. ด้วยการจัดกิจกรรมปราศรัยรถโชว์ โพลีซี ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร เขตหนองแขม 

ซึ่งในกิจกรรมสุดท้ายนี้มี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสากล ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางขุนเทียน-บางบอน หมายเลข 6 และนายสุวัฒน์ ม่วงศิริ ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางขุนเทียน-จอมทอง หมายเลข 12 ร่วมในการปราศรัยด้วย

นายองอาจ กล่าวว่า เดิมทีตระกูลม่วงศิริได้รับใช้พี่น้องในเขตพื้นที่มาโดยตลอด แต่หลังจากเกิดสถานการณ์พิเศษทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง กทม. เลยแม้แต่เขตเดียว อย่างไรก็ตาม ในช่วงการระบาดของโควิด-19 พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นพรรคแรกที่ตั้งศูนย์ประสานงานหาเตียงพยาบาลมา 4,000-5,000 เตียง ตั้งศูนย์พักคอยให้ประชาชนแยกออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย 

'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'

รวมทั้งแจกอาหารและถุงยังชีพให้ประชาชน แม้ว่าคนตระกูลม่วงศิริ ไม่มีอำนาจ ไม่มีตำแหน่งและงบประมาณ แต่ลงพื้นที่ช่วยพี่น้องประชาชนไม่ขาดสาย ตั้งแต่รุ่นพ่อมาจนถึงรุ่นลูก ไม่ใช่เพิ่งมาทำงานช่วงใกล้เลือกตั้ง ตนจึงขอร้องพี่น้องประชาชนให้เลือกตระกูลม่วงศิริเข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชน

'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'

ครอบครัวม่วงศิริ ไม่เคยทิ้งปชช.

ขณะที่ น.ส.วทันยา ได้ตั้งคำถามว่า สส.ที่เคยเลือกไปเมื่อครั้งก่อนได้กลับมาดูแลเราบ้างหรือไม่ ซึ่ง 4 ปีรู้ซึ้งอยู่แก่ใจแล้วว่า สส.ที่เราเลือกเขาเข้าไปในสภา แต่เขากลับไม่เหลียวแลมาดูแลเรา ดังนั้นถึงเวลาแล้วในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ที่เราจะต้องเปลี่ยน เปลี่ยนมาเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วณิชชา และครอบครัวม่วงศิริ เพราะแม้ในวันที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่ครอบครัวม่วงศิริก็ไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชน ไม่เคยทอดทิ้งพื้นที่ มันคือการพิสูจน์ให้เห็นว่า 4 ปีที่ผ่านมา ใครรักและตั้งใจดูแลเรา และมั่นใจว่าม่วงศิริ และพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 พร้อมย้ำว่าความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ สส. สามารถช่วยเหลือได้จริง แม้จะไม่มีอำนาจในการไปสั่งส่วนราชการได้ แต่เขาสามารถนำปัญหาไปสะท้อนในสภาเพื่อให้สภาแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ นี่คือสิ่งสำคัญและอย่าคิดว่าการเลือก สส.เป็นเรื่องไกลตัว 

ดังนั้นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.นี้ จะเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง เป็นวันที่เราจะได้เลือกอนาคตของตัวเอง เลือกอนาคตประเทศ และที่สำคัญจะต้องไม่เลือก สส. ที่ถูกประมูลตัว สส.ที่เห็นเงิน เห็นผลประโยชน์มาก่อนประชาชน เพราะ สส.ที่ย้ายตามเงิน ย้ายตามนายทุนไปนั้น เมื่อเขาเข้าไปในสภา ขอถามว่าเขาจะเลือกผลประโยชน์ใครระหว่างนายทุนกับประชาชน

ตระกูลม่วงศิริ อาสาดูแลปชช.

ด้าน น.ส.วณิชชา กล่าวว่า ตนเป็นน้องคนสุดท้องของทีมงานม่วงศิริ ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องชาวบางบอน-จอมทอง-หนองแขม ทั้งตนคิดว่าบ้านเราจะดีกว่านี้ได้ และตนก็มั่นใจว่าตนสามารถทำได้ ซึ่งวันนี้ตนได้รับโอกาสจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่อีกสิ่งที่ตนยังขาด คือ โอกาสจากพี่น้องประชาชน วันนี้ตนจึงมาเพื่อขอโอกาสจากทุกคน ขอให้ตนได้เข้ามาดูแลพื้นที่หนองแขม เพราะหนองแขมสามารถเปลี่ยนและพัฒนาได้มากกว่านี้ เราจะทิ้งบ้านเราไม่ได้ เราจะทิ้งบ้านเราไม่ให้ได้รับการดูแลไม่ได้ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันพัฒนาบ้านเราให้ดีขึ้นกว่านี้

'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'
'มาดามเดียร์' ทุ่มสุดตัวหาเสียงกทม. เช้ายันเย็น วอนกา 'ปชป.เบอร์ 26'

“ชัยวุฒิ’ ปลื้มแฟนคลับ’ไข่ต้ม’ ขอถ่ายรูป ขณะหาเสียงจ.นครศรีธรรมราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547971

30 เม.ย. 2566

"ชัยวุฒิ' ปลื้มแฟนคลับ'ไข่ต้ม' ขอถ่ายรูป ขณะหาเสียงจ.นครศรีธรรมราช

“ชัยวุฒิ’ หาเสียงจ.นครศรีธรรมราช มั่นใจกระแสพปชร. เซอร์ไพรส์ เจอแฟนคลับ ‘ไข่ต้ม’ ขอถ่ายรูป แถมเป็นเเฟนคลับ ‘ลุงป้อม’

เมื่อวันนี้ 30 เม.ย.66 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เบอร์ 1 เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่หาเสียงร่วมตักบาตร หน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช

นายชัยวุฒิ มั่นใจในผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ จ.นครศรีธรรมราช เพราะที่ผ่านมาทุกคนอยู่ในพื้นที่เเละดูเเลประชาชน ขณะเดียวกันการลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เพราะบุคลิกท่านหัวหน้าพรรคเป็นกันเองเข้าถึงง่าย สัมผัสได้ 

การลงพื้นที่ครั้งนี้นายชัยวุฒิได้พบกับ นายวิทยา แก้วภราดัย และบุตรชาย นายพูน แก้วภราดัย ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 เบอร์ 8 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)  มีการทักทาย พูดคุยกัน  ก่อนจะแยกย้ายกันหาเสียง 

จากนั้นมีเด็กๆ มาตะโกน ว่า “ไข่ต้ม” จนนายชัยวุฒิตกใจ พร้อมถ่ายรูปกับเด็กชายฝาแฝดชื่อ น้องไข่ต้ม-น้องไข่ตุ๋น เป็นเเฟนคลับ “ลุงป้อม” พร้อมพูดว่า ลุงป้อม เบอร์ 37 ทำเอานาย ชัยวุฒิ ประทับใจในความน่ารักของหนูน้อยฝาแฝด อายุ 5 ขวบ เท่านั้น
 

สำหรับประเด็นไข่ต้มก่อนหน้านี้มีดราม่าในโซเชียลเหยาะน้ำปลาในเรียน “หนังสือภาษาพาที” ระดับชั้น ป.5 ต่อมานายชัยวุฒิ อัดคลิปวีดีโอกับลูกชายโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุแคปชันว่า “ไข่ต้ม” ลูกชาย ชอบกิน อร่อย ดี มีประโยชน์ มื้อเช้าวันหยุด กินง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องกินหรูอยู่สบายทุกมื้อ ไข่ต้มมีประโยชน์และอร่อยมาก  

นายชัยวุฒิพบกับนายวิทยานายชัยวุฒิพบกับนายวิทยา

นายชัยวุฒิพร้อมครอบครัวแฟนคลับนายชัยวุฒิพร้อมครอบครัวแฟนคลับ

‘จุติ’ ติง ‘เวทีนางงาม’ ตั้งคำถามการเมืองมุ่งเป้า ‘ประยุทธ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547966

30 เม.ย. 2566

'จุติ' ติง 'เวทีนางงาม' ตั้งคำถามการเมืองมุ่งเป้า 'ประยุทธ์'

‘จุติ’ ผิดหวัง ‘เวทีนางงาม’ ถูกนักธุรกิจใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมุ่งเป้า ‘ประยุทธ์’ ขณะที่ผู้เข้าประกวดตอบคำถามเอาใจผู้จัด

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 66 นายจุติ ไกรฤกษ์ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความคิดเห็นถึงกรณีเวทีประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 เมื่อคืน (29 เม.ย. 66) ที่มีคำถามเชิงการเมืองให้ผู้สมัครเข้าแสดงทรรศนคติว่า รู้สึกผิดหวังอย่างแรงและประหลาดใจที่ไม่เคยเห็นการประกวดนางงามที่ไหน แสดงตัวตนในการเลือกข้างทางการเมืองอย่างชัดเจนเช่นครั้งนี้

คำถามที่พุ่งตรงต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมมีคำตอบที่ผู้เข้าประกวดต้องการเอาใจผู้จัด จึงเป็นคำตอบด้านเดียว ขาดข้อมูลที่สำคัญอีกด้านอย่างชัดเจน อีกทั้งคำตอบของผู้เข้าประกวดบางคน ยังแสดงทัศนคติเชิงลบในการดูหมิ่นเหยียดหยามที่เรียกว่า “บูลลี่” ต่อบุคคลอื่นๆด้วย

นายจุติ กล่าวว่า การทำธุรกิจย่อมต้องการได้รับผลประโยชน์หรือความนิยม แต่นักธุรกิจที่ดี มีคุณธรรม ควรใช้ความเป็นกลาง ให้ความยุติธรรมกับบุคคลอื่น รวมทั้งไม่บีบบังคับความเชื่อถือศรัทธาหรือศาสนาของบุคคลอื่นตามใจตัวเองเพียงคนเดียว

“เราควรเคารพความเท่าเทียมกัน และสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ อย่างที่หลายฝ่ายเคยเรียกร้องมาตลอด แต่เวทีประกวดครั้งนี้ไม่มีความเป็นธรรมในเรื่องนี้เลย” รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าว

อาลัย ‘วีระ ลักษณวิศิษฏ์’ บิดา ‘จุรินทร์’ เสียชีวิต ด้วยวัย 93 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547964

30 เม.ย. 2566

อาลัย 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์' บิดา 'จุรินทร์' เสียชีวิต ด้วยวัย 93 ปี

อาลัย ‘วีระ ลักษณวิศิษฏ์’ บิดา ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสียชีวิตด้วยวัย 93 ปี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 2 พ.ค. 66

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระ ลักษณวิศิษฏ์ บิดา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียชีวิตจากโรคชรา ภายหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช รวมอายุ 93 ปี 

ทั้งนี้ได้เคลื่อนร่างคุณพ่อวีระ ออกจากห้องดับจิตโรงพยาบาลศิริราช ไปยังบ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 5 บ้านท่าซอ ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โดยจะพิธีการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันที่ 2 พ.ค. 2566 เวลา 14.00 น.

อาลัย 'วีระ ลักษณวิศิษฏ์' บิดา 'จุรินทร์' เสียชีวิต ด้วยวัย 93 ปี

น้องจินนี่ ยศสุดา ควงผู้สมัคร สส. ไทยสร้างไทย หาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547963

30 เม.ย. 2566

น้องจินนี่ ยศสุดา ควงผู้สมัคร สส. ไทยสร้างไทย หาเสียง

น้องจินนี่ ยศสุดา ลงพื้นที่ย่านบางนา ช่วยผู้สมัคร สส. พรรคไทยสร้างไทย หาเสียง ปลื้อมคนจำได้ ย้ำนโยบายพรรค ช่วยคนตัวเล็ก

ช่วยผู้สมัครหาเสียง ที่เซนทรัลบางนา นายปณิธาน ประจวบเหมาะ ผู้สมัคร ส.ส.หมายเลข 4 เขตเลือกตั้งที่ 23 กทม.พรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ น้องจินนี่ ลงพื้นที่หาเสียงที่เซ็นทรัลบางนา พร้อมเที่ยวชมงาน Siam carnival funfair  และเดินอุดมสุข ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่มาเยี่ยมชมงานเป็นอย่างมาก โดยที่หลายคนเข้ามาทักทายพร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง และจำได้ว่าเป็นบุตรสาวของคุณหญิงสุดารัตน์ 

จินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียงจินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียง

น.ส.ยศสุดา ระบุว่า ขอบคุณทุกคนที่มาทักทาย และจำกันได้ ซึ่งวันนี้มาช่วย นายปณิธาน ประจวบเหมาะ เดินหาเสียง ซึ่งต้องขอแรงสนับสนุนให้ ผู้สมัคร ของพรรคไทยสร้างไทยเข้าไปเป็น ส.ส.เป็นตัวแทนและผู้รับใช้ประชาชน ซึ่งมีความตั้งใจ ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทราบปัญหาของชาวบางนา พระโขนงเป็นอย่างดี 
จินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียงจินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียง

ขณะเดียวกันพรรคไทยสร้างไทย จะขจัดอุปสรรคในการทำมาหากินของคนไทย โดยเฉพาะคนตัวเล็ก ก็คือกฎหมายจำนวนมากที่เป็นเครื่องมือในการรับใช้รัฐราชการและระบบอำนาจนิยม กฎหมายเหล่านั้นได้สร้างกลไกการอนุมัติ/อนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและการทำมาหากินของประชาชน และเป็นช่องทางให้คนสุจริตที่ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เป็นช่องทางในการรีดไถและหาประโยชน์คอร์รัปชัน กฎหมายที่พูดถึงนี้มีอยู่จำนวนมากถึงกว่า 1,400 ฉบับ

จินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียงจินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียง

โดยจะพักการอนุมัติ/อนุญาตที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ 1,400 ฉบับ ไว้ชั่วคราว 3-5 ปี
กระบวนการแขวนกฎหมายจะต้องเริ่มต้นด้วยการออก พรก. เพียง 1 ฉบับ ใช้เวลาไม่มาก  ทำการแขวนการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการอนุมัติ/อนุญาต และการลงโทษทั้งทางอาญาและทางปกครอง ออกไปประมาณ 3-5 ปี  จากนั้นจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน 

ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภค มาร่วมกันแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับกระบวนการอนุมัติ/อนุญาตดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายใน 3-5 ปี ลดจำนวนลงให้เหลือเฉพาะกฎหมายที่จำเป็น 100-200 ฉบับ เท่านั้น เพื่อยกเลิกกฎหมายที่ขวางกั้นโอกาสของประชาชนในการประกอบอาชีพ เปิดโอกาสให้ประชาชนทำมาหากินได้ทันที ไม่ต้องรอการอนุมัติอนุญาตที่ล่าช้า และหลายเรื่องไม่มีความจำเป็น เพื่อทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาทำมาหากินได้สะดวกรวดเร็ว

จินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียงจินนี่ช่วยผู้สมัครสส.ไทนสร้างไทย หาเสียง

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ น.ส.ยศสุดา ได้เคยขึ้นปราศรัยเป็นครั้งแรก ที่เวทีการปราศรัยของพรรคไทยสร้างไทย ที่ศาลาอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อพุดคุยกับนักศึกษาและประชาชนที่มาร่วมรับฟังการปราศรัยและนโยบายของพรรค

‘ประยุทธ์’ ปรับสรรพนามเรียก ‘พี่ตู่’ ชาวสงขลาแห่ต้อนรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547962

30 เม.ย. 2566

'ประยุทธ์' ปรับสรรพนามเรียก 'พี่ตู่' ชาวสงขลาแห่ต้อนรับ

‘ประยุทธ์’ อ้อนชาวสงขลาเรียก ‘พี่ตู่’ ยังไม่แก่ ทำงานเพื่อชาติได้ แซะฝ่ายบอกไม่เห็นผลงาน นั่งหลับตลอดทาง ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของประเทศ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานชและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายอนุชา บูรพชัยศรี รองหัวหน้าพรรค ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค นายวิสุทธิดาธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรค รวมถึงผู้บริหารพรรคคณะใหญ่ ลงพื้นที่หาเสียงจ.สงขลา

โดยตั้งแต่เช้าได้ขึ้นรถแห่หาเสียงจากตลาดทรัพย์สิน วิ่งไปรอบเทศบาลนครสงขลา ขอคะแนนเสียงเลือกนายเจือ ราชสีห์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 1 เบอร์ 1 และขอเสียงสนับสนุนเลือกเบอร์ 22 พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อให้กลับเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ประยุทธ์ และ เจือ ราชสีห์พล.อ.ประยุทธ์ และ เจือ ราชสีห์

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปราศรัยที่ลานคนเมืองเทศบาลนครสงขลา บอกว่า สงขลาจะต้องทำในสิ่งที่พัฒนาเพิ่มขึ้นอีกมากที่ผ่านมาการช่วยเหลือน้ำท่วม ตนเร่งดำเนินการให้และยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นปัญหา ดังนั้นต้องเอาคนที่เคยทำมาแล้ว มาทำต่อ ถึงจะรู้เรื่อง ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ คนไทยหัวใจเดียวกัน ทำเพื่อประเทศชาติ นั่นคือเหตุผลที่ตนต้องอยู่ต่อ 
 

“ถึงผมจะเป็นลุงตู่แต่ใจยังเป็นพี่ตู่เสมอ เพราะยังไม่แก่ยังทำงานให้กับทุกคนได้ ลุงตู่ถูกเรียกมาตั้งนานแล้ว แต่ความจริงเป็นพี่ตู่ เพราะยังมีจิตใจที่เข้มแข็ง พี่ตู่ยังแข็งแรงดีอยู่ ทุกประการ จะแก่ได้อย่างไรยังทำงานได้อยู่ ผมขอขอบคุณชาวสงขลาทุกคน ทุกพื้นที่ ที่ต้อนรับพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นอย่างดี การเลือกตั้งดูให้ดี ขอให้เลือกทั้ง 2 เบอร์คือเบอร์ผู้สมัครและเบอร์ 22 เบอร์ของพรรค ช่วยเลือกพี่ตู่หน่อย ชักจะติดใจขอเรียกพี่ตลอดแล้ว” พล.อ.ปะระยุทธ์ กล่าว
 

จากนั้นในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยที่โรงเรียนบ้านเขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เน้นย้ำกับชาวบ้าน เรียกแทนตนเองว่า “พี่ตู่” เนื่องจากยังมีไฟ ยังมีแรง ยังมีกำลังที่จะทำงานให้ประเทศชาติ และทุกเวทีที่ไปปราศรัยตลอดทั้งวัน และจะแนะนำตัวเองกับชาวบ้านว่า ให้เรียกพี่ตู่ ตลอดเวลา จนเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้านที่มาฟังปราศรัย และสนองตอบด้วยการเรียกพี่ตู่ๆ ตลอดเวลา

พล.อ.ประยุทธ์ ปราศรัยว่า คนที่บอกว่าตนอยู่มา 8 ปีไม่ทำอะไร สงสัยไปไหนมาไหน จะนั่งหลับตลอด ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นถนน รถไฟรางคู่ รัฐบาลของตนทำให้โดยตลอด มีนโยบายที่จะทำต่อ ตนไม่ใช่เทพบุตรไม่ใช่วีรบุรุษ ไม่ใช่เทวดา แต่เป็นคนรับใช้ของประชาชน ยังมีหลายสิ่งที่จะต้องทำทั้งกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ก็ต้องมีการรื้อเพื่อแก้ไข ต้องปรับวิธีการเรียนการสอนใหม่ ต้องสอนให้คนมีหลักคิด อ่านให้มาก ทุกวันนี้ต้องคิดเพื่อสังคมเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่คิดแต่ตัวเอง พวกเราต้องเอาบ้านเมืองเป็นหลักก่อน

ส่วนปัญหายาเสพติด ถ้าเจอที่ไหนขอให้แจ้งมาเอาติดคุกให้หมด ทุกวันนี้ จับได้ครั้งหนึ่ง 10 -20 ล้านเม็ด เนื่องจากยาเสพติดมีราคาถูก เราต้องไม่เสพ ต้องลดปริมาณให้ได้ ไม่ให้มีการผลิตมากขึ้น สมัยนี้มีคนสงสัยว่าทำไมยาเสพติดเยอะ เพราะเจ้าหน้าที่จับเยอะนั่นเอง สมัยก่อนอาจจะจับไม่มากถึงบอกว่า มียาเสพติดน้อย แต่สมัยนี้ตนยอมไม่ได้ 

พล.อ.ประยุทธื ลงพื้นที่ จ.สงขลาพล.อ.ประยุทธื ลงพื้นที่ จ.สงขลา

ชาวสงขลาฟังปราศรัยของพรรครวมไทยสร้างชาติชาวสงขลาฟังปราศรัยของพรรครวมไทยสร้างชาติ

พรรครวมไทยสร้างชาติหาเสียงจ.สงขลาพรรครวมไทยสร้างชาติหาเสียงจ.สงขลา

ช่อ พรรณิการ์ ช่วยผู้สมัครก้าวไกลหาเสียง ย้ำบุรีรัมย์ไม่มีเจ้าของ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547955

30 เม.ย. 2566

ช่อ พรรณิการ์ ช่วยผู้สมัครก้าวไกลหาเสียง ย้ำบุรีรัมย์ไม่มีเจ้าของ

ช่อ พรรณิการ์ ช่วยผู้สมัคร สส. พรรคก้าวไกล หาเสียงจ.บุรีรัมย์ ย้ำพื้นที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ชวนเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของจังหวัด

หาเสียงเลือกตั้ง2566 คึกคัก น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ร่วมรณรงค์หาเสียงกับผู้สมัคร ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  ขึ้นรถแห่ปราศรัยร่วมกับ สุพิศ คิดรอบ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 7 เบอร์ 2 โดยออกจากบริเวณลานโรงรับจำนำหนองกี่

พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์ พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์

จากนั้นเดินลงพื้นที่บริเวณตลาดโดยรอบ จากนั้นได้มีการปราศรัยย่อยบริเวณลานน้ำพุ ต่อมาในช่วงเย็น จึงขึ้นรถแห่ปราศรัยร่วมกับ ธนายุทธ ยืนยั่ง ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 เบอร์ 7 พร้อมเดินตลาดหนองแปบ และไปสิ้นสุดที่ตลาดถนนเซาะกราวในช่วงเย็น

พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์ พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า บรรยากาศและจำนวนประชาชนที่เข้ามาทักทายและรอถ่ายรูปจำนวนมาก เกินความคาดหมายไปมาก ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนจากการเดินตลาดมาเป็นการพบปะ พูดคุย ถ่ายรูปกับประชาชน และปราศรัยย่อยบนรถแห่ โดยมีประชาชนมาร่วมยืนรับฟังเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า ยังคงเชื่อมั่นในประชาชนว่าหากอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ขอให้ประชาชนทุกคนทุกช่วงวัย อย่าปล่อยให้ประเทศไทยถูกแช่แข็ง เพราะเราไม่สามารถรอได้อีกแล้ว

พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์ พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์
น.ส.พรรณิการ์ ได้กล่าวย้ำตลอดการปราศรัยว่า ประชาชนบุรีรัมย์ไม่มีเจ้าของ และไม่เคยเป็นของตาย ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกคนเข้ามาทำงานได้อย่างตรงไปตรงมา เพื่อเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับบุรีรัมย์ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานคนธรรมดา ไม่ใช่ลูกของผู้มีอิทธิพลหรือนายทุน เพื่อเข้ามารับใช้ประชาชน
พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์ พรรณิการ์ วานิช ร่วมหาเสียงกับผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ที่บุรีรัมย์