คุณหญิงหน่อยฉุนเปรียบ’ไทยสร้างไทย’พรรคพี่-น้อง เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547999

01 พ.ค. 2566

คุณหญิงหน่อยฉุนเปรียบ'ไทยสร้างไทย'พรรคพี่-น้อง เพื่อไทย

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แสดงความไม่พอใจที่คนของพรรคเพื่อไทยเปรียบ”ไทยสร้างไทย” เป็นเหมือนพรรคพี่พรรคน้อง ยืนยันจุดยืนพรรคไม่ได้เป็นตัวแทนของใคร สุดมั่นใจลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องผลตอบรับดี เห็นใจ”ทักษิณ ชินวัตร” อยากกลับมาเลี้ยงหลาน

หัวหน้าพรรค “ไทยสร้างไทย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แสดงความไม่พอใจที่มีการนำพรรคไทยสร้างไทย ไปเชื่อมโยงกับ“พรรคเพื่อไทย”ว่า ทั้งสองพรรคเป็นพรรคพี่พรรคน้อง   โดยเห็นว่าการออกมาเปิดประเด็นนี้ของคนจากเพื่อไทย  ทำให้พรรคได้รับความเสียหาย   ซึ่งหากจะหาเสียงก็ควรไปชูนโยบาย  ไม่ควรมาสร้างประเด็นวาระซ่อนเร้น   ย้ำว่าการทำงานของไทยสร้างไทย ทำเพื่อประชาชน

คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์  หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย  ให้สัมภาษณ์ว่า   การอ้างคำว่า “พรรคพี่พรรคน้อง”  ด้วยการเชื่อมโยง “ไทยสร้างไทย”กับ”เพื่อไทย” โดยประเด็นนี้มาจากการพูดของตัวแทนพรรคเพื่อไทยเป็นการฝันไปเอง   ขอประกาศชัดเจนว่า พรรคไทยสร้างไทยไม่เป็นตัวแทนของใคร และการที่พรรคเพื่อไทยนำไปพูดในการหาเสียง เรื่องพรรคพี่พรรคน้อง  ทำให้พรรคไทยสร้างไทยเสียหาย หากมีหลักฐานเพียงพอ ก็จะแจ้งความดำเนินคดี ขอเตือนว่าอย่าใส่ร้ายคนอื่น 

การหาเสียงขอให้พูดกับประชาชนโดยไม่มีวาระแอบแฝง ซึ่ง”ไทยสร้างไทย” ยืนยันมาโดยตลอดว่า  การทำงานการเมือง พรรคไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทำเพื่อประชาชน”  ขณะนี้กระแสความนิยมของพรรค ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง  ถือว่าคะแนนของไทยสร้างไทยดีวันดีคืน จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งให้สัญญากับประชาชนว่า ถ้าเลือกไทยสร้างไทย ขอเวลาเพียง 3 ปี ซึ่งประชาชนตอบรับดี เห็นด้วยกับการออกจากการเมืองแบบเก่า  

ส่วนกรณีที่ ผู้สมัครสส.ชุมพร ทำลายป้ายหาเสียงตัวเอง และพูดถึงการจัดสรรงบประมาณในการหาเสียง ทางพรรคแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ที่ผู้มาสมัครอยากได้เงิน แต่แนวทางไม่ตรงกัน
เมื่อไม่มีอุดมการณ์ คิดเพียงว่าพรรคการเมืองต้องให้เงิน   หากคิดแบบนี้ก็ขอให้ไปอยู่พรรคอื่น 

สวนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ทวิตข้อความ  อยากกลับมาเลี้ยงหลาน   ตนมองว่าการเมืองหลังเลือกตั้งมีความเสี่ยง เข้าใจดีถึงความจำเป็นของแต่ละฝ่าย และเห็นใจนายทักษิณ ซึ่งหากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และกระบวนการให้ความยุติธรรม ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับมา  ส่วนที่ยังมีมุมมองที่แตกต่างกัน กรณีที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งและการรัฐประหาร มองว่าถ้าทำอย่างเที่ยงตรง เชื่อว่าจะไม่มีเหตุที่ใครนำไปอ้างให้เกิดการรัฐประหารอีก 

คุณหญิงหน่อยฉุนเปรียบ'ไทยสร้างไทย'พรรคพี่-น้อง เพื่อไทยคุณหญิงหน่อยฉุนเปรียบ'ไทยสร้างไทย'พรรคพี่-น้อง เพื่อไทยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ออกมาตอบโต้หลังมีการเชื่อมโยงว่าพรรคไทยสร้างไทยเป็นเหมือนพรรคพี่พรรคน้องกับพรรคเพื่อไทย 

วันแรงงาน ‘ชาติพัฒนากล้า’ แนวคิดใหม่ ชู Gig Economy

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547998

01 พ.ค. 2566

วันแรงงาน 'ชาติพัฒนากล้า' แนวคิดใหม่ ชู Gig Economy

‘ชาติพัฒนากล้า’ เปิดนโยบายงานดี แนวคิดใหม่ Gig Economy เพิ่มค่าจ้างผู้สูงวัย-สวัสดิการอาชีพทหารและกลุ่มไรเดอร์-ตำแหน่งงานนักวิจัยท้องถิ่น

วันนี้ 1 พ.ค. 66 เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 2566 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดนโยบาย “งานดี” เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศด้วยการเสนอ เพิ่มตำแหน่งงานนักวิจัยและนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระดับท้องถิ่น เพื่อจัดตั้งศูนย์พัฒนานวัตกรรมเพื่อแปรรูปสินค้าเกษตร 1 แห่งทุกจังหวัด , ส่งเสริมการจ้างงานและยกระดับศักยภาพผู้สูงวัยด้วยการ สนับสนุนเงินเดือนลูกจ้างผู้สูงอายุเดือนละ 5,000 บาท รวม 500,000 ตำแหน่ง ให้แก่หน่วยงานที่จ้างบุคลากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 
 

นอกจากนี้ยังมีนโยบายการลดจำนวนทหารที่มาจากการเกณฑ์ทหารและเพิ่มจำนวนทหารประจำการแบบสมัครใจ โดยใช้สวัสดิการเป็นแรงจูงใจ พร้อมเปิดตำแหน่งงาน 25,000 อัตราในหน่วยราชการต่างๆ เพื่อรองรับทหารหลังปลดประจำการ

ส่วนกลุ่มแรงงานที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม เช่น กลุ่มไรเดอร์ ที่ทำงานมากกว่า 10 ชั่วโมง นานกว่าพนักงานประจำด้วยซ้ำ ซึ่งไรเดอร์เป็นอุตสาหกรรมใหม่มีอะไรที่จะต้องปรับเพื่อความยุติธรรมต่อผู้ให้บริการ รวมถึงเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน กำหนดค่าแรงขั้นต่ำสามารถทำได้และต้องมาดูว่าควรมีจุดเริ่มต้นเท่าไรและต้องโปร่งใส  
นายกรณ์ จาติกวณิชนายกรณ์ จาติกวณิช

ด้านนายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวเสริมว่า จากที่ได้รับฟังปัญหาของไรเดอร์แต่ละคน ต้องสู้ชีวิตและไม่ได้รับความเป็นธรรมในหลายๆ เรื่อง ทั้งค่าจ้างแรงงาน สิทธิขั้นพื้นฐาน โอกาสในการเติบโต รวมไปถึงความปลอดภัยในอาชีพ จึงได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาไว้ 3 ข้อคือ 
1.การแก้ปัญหาค่าจ้างไม่เป็นธรรม รัฐบาลต้องเป็นคนกลาง ระหว่างแพลตฟอร์ม กับ ไรเดอร์ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม 
2.ไรเดอร์ ควรต้องได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงแพลตฟอร์มต้องทำประกันอุบัติเหตุให้ไรเดอร์ในสังกัด 
3.แพลตฟอร์มต้นสังกัดควรส่งเสริมให้ไรเดอร์ได้มีโอกาสเติบโตเป็นผู้ประกอบการ 

ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พูดถึงการเน้นลดค่าใช้จ่าย ไม่ได้เน้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียว เพราะถ้าพูดล่วงหน้าจะเป็นการชี้นำให้เกิดอัตราเงินเฟ้อและของแพงตามมา ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้านำเสนอมาตลอดคือ ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ใครมีเงินไม่ถึง 40,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี และนโยบายยกเลิกแบล็กลิสต์ ช่วยคนตัวเล็กได้ลืมตาอ้าปาก ซึ่งการแก้ปัญหาแบบนี้จะเป็นการแก้ปัญหาปากท้องแบบยั่งยืน

วันแรงงาน 'ชาติพัฒนากล้า' แนวคิดใหม่ ชู Gig Economy

พรรคชาติพัฒนากล้าพรรคชาติพัฒนากล้า

‘ยิ่งลักษณ์’ แสดงความยินดี ‘อุ๊งอิ๊ง’ คลอดน้อง ‘ธาษิณ’ รอวันอุ้มหลาน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547996

01 พ.ค. 2566

'ยิ่งลักษณ์' แสดงความยินดี 'อุ๊งอิ๊ง' คลอดน้อง 'ธาษิณ' รอวันอุ้มหลาน (คลิป)

‘ยิ่งลักษณ์’ วีดีโอแสดงความยินดี ‘อุ๊งอิ๊ง’ คลอดน้อง ‘ธาษิณ’ หลังแบกท้องหาเสียง 9 เดือน ขณะที่ ตา-อา รอวันอุ้มหลานชายแล้ว

วันนี้ 1 พ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค Yingluck Shinawatra (มีคลิป) แสดงความยินดีหลังน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย คลอดลูกชาย ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ระบุว่า

“ดีใจที่สุด! ขอแสดงความยินดีกับหลานอิ๊งค์และปอนะจ๊ะที่ในที่สุดก็ได้เห็นหน้าหลาน “ธาษิณ” แล้ว หลังจากรอคอยอุ้มท้องหาเสียงด้วยความอดทนมานาน ขอให้หลานมีสุขภาพกายที่แข็งแรงและจิตใจที่เข้มแข็งเหมือนแม่ และเชื่อว่าคุณตาคงอดใจรอจะอุ้มหลานไม่ไหว ส่วนอาก็รอวันที่จะได้อุ้มหลานนะ”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงความยินดี อุ๊งอิ๊งคลอดลูกชายน.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงความยินดี อุ๊งอิ๊งคลอดลูกชาย

ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์

อุ๊งอิ๊งคลอดลูกชายอุ๊งอิ๊งคลอดลูกชาย

ปล่อยแล้วคาราวาน ‘บัตรเลือกตั้ง’ ทั่วประเทศ ตร.จัดกำลังดูแลจนถึงปลายทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547997

01 พ.ค. 2566

ปล่อยแล้วคาราวาน 'บัตรเลือกตั้ง' ทั่วประเทศ ตร.จัดกำลังดูแลจนถึงปลายทาง

ตำรวจ ร่วม 4 หน่วยงานปล่อยคาราวานรถขนส่ง “บัตรเลือกตั้ง” มุ่งหน้าเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ พร้อมจัดรถตำรวจทางหลวงรถนำ-ปิดท้ายขบวน ประสานพื้นที่ตลอดเส้นทาง ดูแลจนถึงปลายทาง กกต.แต่ละจังหวัด

1 พ.ค. 2566  ที่ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมกันปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งไปยังเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดให้มีตำรวจทางหลวงเป็นผู้อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ทำหน้าที่รถนำและรถปิดท้ายขบวน โดยประสานงานกับตำรวจพื้นที่ตลอดเส้นทาง รวมถึงการจัดกำลังตำรวจตระเวนชายแดนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจํารถขนบัตรเลือกตั้งในแต่ละคัน โดยตำรวจตระเวนชายแดนจะนั่งประจำรถไปกับรถขนบัตรเลือกตั้งตลอดเส้นทางจนถึงจุดเขตเลือกตั้งหลักของแต่ละจังหวัด

จากนั้นชุดรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งของตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ก็จะมาทำการรักษาความปลอดภัยต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ทาง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนด

ตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ

สำหรับกำลังตำรวจที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งบัตรเลือกตั้งในวันที่ 1- 4 พ.ค.  นี้ ประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยต่างๆ ดังนี้

1.ตำรวจกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 78 นาย

2.กองบังคับการตำรวจทางหลวง จำนวน 478 นาย และรถยนต์นำขบวนจำนวน 239 คัน

3.กำลังพลของตำรวจภูธร ตำรวจนครบาลที่ใช้ในภารกิจนี้ประมาณ 800 นาย /รถยนต์ของตำรวจภูธร และนครบาล ที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยฯ ต่อจากตำรวจทางหลวงอีกประมาณ 400 คัน

รวมยอดกำลังพลทั้งสิ้น 1,356 นาย รถยนต์ที่ใช้ทั้งหมด 639 คัน

ตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ

ด้านนายแสวง เลขาฯ กกต. กล่าวว่า กกต.   ได้มอบหมายให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนและรับผิดชอบภารกิจการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ตามภารกิจ คือ

1.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้านอกราชอาณาจักรไปยัง 66 ประเทศ

2.การจัดส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปยังเจ้าบ้าน (ส.ส. 1/6) จํานวน 18.49 ล้านครัวเรือน

3.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง/ในเขตเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว

4.การจัดส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วไป5.การจัดส่งและตอบกลับหนังสือแจ้งเจ้าบ้านที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เลือกตั้ง/ในเขตเลือกตั้ง

ตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ

 ตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ

สำหรับ ในวันที่ 7 พ.ค. 2566 เวลา 08.00-17.00 น.  ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า สำหรับผู้ที่ได้ยื่นคำขอลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ จำนวนทั้งสิ้น 2,235,830 คน  โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่แอปพลิเคชัน Smart Vote และผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีชื่อว่าเป็นผู้มีสิทธิลงคะแนน เลือกตั้งล่วงหน้าจะหมดสิทธิกลับไปลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเดิมที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง

ตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ

ส่วนการลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจะเหมือนกับการใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 เพียงแต่จะเพิ่มขั้นตอนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะต้องพับบัตรเลือกตั้งใส่ลงใน ซองใส่บัตรเลือกตั้งและปิดผนึกให้เรียบร้อย ก่อนหย่อนลงไปในบัตรเลือกตั้ง (ซองใส่บัตรเลือกตั้งจะมีการจ่าหน้าซองระบุจังหวัด เขตเลือกตั้ง และรหัสเขตเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง) และเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนน บัตรเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็จะถูกส่งไปยังสถานที่นับคะแนนเลือกตั้ง เพื่อนำไปนับคะแนนในวันเลือกตั้งต่อไป

ตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ

สำหรับภารกิจของกรมการกงสุล ได้สรุปจำนวนสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ ที่ส่งถุงเมล์ที่บรรจุซองใส่บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่เข้ามาถึงประเทศไทยด้วยความเรียบร้อย และได้ปฏิบัติทุกอย่างตามระเบียบขั้นตอนอย่างถูกต้องโดยยึดหลักผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกเสียงทุกสิทธิ มีความสำคัญเป็นกลไกที่สำคัญตามการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข

ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ดร.ดนันท์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า สำหรับในส่วนของการเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศ ไปรษณีย์ไทย ได้เตรียมพร้อมรถขนส่งที่จะใช้ขนส่งบัตรเลือกตั้ง – อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปยัง 400 เขตเลือกตั้ง จำนวน กว่า 500 เที่ยว  และหลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเสร็จ ระหว่างวันที่ 7-9 พ.ค.  2566 ไปรษณีย์ไทยจะเร่งจัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว กลับมายังศูนย์ประสานงานฯ เพื่อทำการคัดแยกแล้วขนส่งตรงไปยังปลายทาง 400 เขตเลือกตั้ง เพื่อนับคะแนนพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปทันที

ตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ

โดยการสนับสนุนภารกิจพิเศษนี้ ยังคงใช้ ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ณ ไปรษณีย์ไทย สำนักงานใหญ่ เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการจัดส่งบัตรเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักรล่วงหน้าไปยัง 66 ประเทศ 94 เมืองปลายทางในช่วงวันที่ 14 – 18 เม.ย. 2566 โดยในด้านการขนส่งเป็นไปอย่างเรียบร้อยดี ส่วนภารกิจหลักในด้านการขนส่งอื่น ๆ ทั้งการจัดส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ส. 1/6) และเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง และการจัดส่งและตอบกลับหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ลงทะเบียน ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง/ในเขตเลือกตั้ง เป็นไปอย่างเรียบร้อยด้วยเช่นเดียวกัน

ตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศตร.ร่วม 4 หน่วยงาน ปล่อยคาราวานบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศ

ขณะที่ นายคุณรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ขณะนี้สถานทูตและสุานกงสุลไทยในหลายประเทศได้ทยอยจัดการเลือกตั้งแล้ว โดยขณะนี้บัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรได้ทยอยส่งมาถึงศูนย์ประสานงานฯแล้ว คือ กรุงปราก ลอสแองเจลิส ซีอาน กาฏมัณฑุ อย่างไรก็ตาม สถานทูตไทยประจำกรุงไคโรประเทศอียิปต์ได้แจ้งว่าไม่สามารถจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าให้กับคนไทยในประเทศซูดานได้เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบ และทางกรมการกงสุลจะประสานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้คนไทยที่อพยพกลับจากซูดานสามารถเลือกตั้งในประเทศไทยได้ต่อไป

‘เพื่อไทย’ แถลงการณ์ ‘วันแรงงาน’ จัดเต็มนโยบายยกระดับแรงงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547993

01 พ.ค. 2566

'เพื่อไทย' แถลงการณ์ 'วันแรงงาน' จัดเต็มนโยบายยกระดับแรงงาน

‘วันแรงงาน’ เพื่อไทยเผย 8 ปี คนทำงานรายได้ไม่พอ ติดหนี้ เตรียมยกระดับด้วยนโยบาย ให้มีงาน มีเงิน มีอำนาจ มีคุณภาพชีวิต ย้ำปี 2570 ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท

วันที่ 1 พ.ค. 66 พรรคเพื่อไทยแถลงการณ์ยกระดับแรงงานไทยด้วยนโยบายพรรค ระบุว่า เนื่องใน “วันแรงงาน” พี่น้องแรงงานคือ “แรงขับเคลื่อน” สำคัญในเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมาโดยตลอด แต่ 8 ปีที่ผ่านมากลับเป็นภาคส่วนที่ถูกละเลย ได้รับผลกระทบสูงสุดจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ คุณภาพชีวิตเปราะบางย่ำแย่ลงจาก 8 ปีที่ผ่านมา ค่าแรงถูกแช่แข็ง รายได้ไม่พอต่อค่าใช้จ่าย ภาระหนี้สินฉุดรั้ง ไม่สามารถดูแลครอบครัวได้ อีกทั้งยังเจอปัญหาสังคม ยาเสพติด มลภาวะ คอยกัดกร่อนชีวิต
 

วันนี้เป็นวันสำคัญของพี่น้องแรงงาน พรรคเพื่อไทยจะยกระดับแรงงานไทย มีงานให้เลือก มีรายได้ให้พอ มีเงินให้เหลือในกระเป๋า มีอำนาจให้ต่อรอง มีสังคมและคุณภาพชีวิตให้สามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้อย่างมีศักดิ์ศรี พรรคเพื่อไทยจะ “รดน้ำที่ราก” โดยนโยบายของพรรคจะเริ่มจากการสร้างฐานที่แข็งแรง พี่น้องแรงงานต้องได้รับการดูแลในทุกมิติ
 
1. ค่าแรงขั้นต่ำ พรรคเพื่อไทยจะยกระดับรายได้ของพี่น้องแรงงานทั้งระบบ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ผ่าน 2 นโยบายหลัก คือ ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ต่อวัน และเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ต่อเดือน ภายในปี 2570 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความกินดีอยู่ดี ลดความเหลื่อมล้ำ และลดทอนภาระหนี้ให้กับพี่น้องแรงงานทั้งประเทศ นอกจากนั้นพรรคเพื่อไทยจะมีการเติมเงินดิจิทัลให้กับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคน จำนวน 10,000 บาท ซึ่งนอกจากเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่แล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
 
      นโยบายเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายให้เศรษฐกิจของประเทศโตเฉลี่ยอย่างต่ำปีละ 5% บริหารจัดการค่าครองชีพให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดูแลทุกภาคส่วนตั้งแต่ การเกษตร การท่องเที่ยวและบริการ การผลิตและส่งออก เพื่อให้ทั้งฝ่ายแรงงานและภาคเอกชนได้รับประโยชน์จากขนาดของเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างยุติธรรม 

2. ศักยภาพแรงงาน พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการเพิ่มทักษะแรงงาน โดยเฉพาะการค้นหาทักษะใหม่ ปลดล็อคศักยภาพของคนไทยในระดับครัวเรือนผ่านนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ Soft Power เพื่อสร้างรายได้ให้ทุกครัวเรือนผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสร้างงานใหม่กว่า 20 ล้านตำแหน่ง และพรรคเพื่อไทยมีนโยบายสร้างแพลตฟอร์มการศึกษา Learn to Earn เพื่อจะพัฒนาศักยภาพแรงงานในทุกช่วงอายุและจะเชื่อมกับระบบการจัดหางานกลางของประเทศ การศึกษาจะยืดหยุ่น ทันสมัย สามารถผลิตแรงงานคุณภาพสูงที่ตรงต่อกับความต้องการของตลาด การหางานที่เหมาะสมกับตัวเองจะง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว
 
3. สิทธิและสวัสดิภาพแรงงงาน พรรคเพื่อไทยจะยกระดับสวัสดิการพี่น้องแรงงานทั้งระบบ นโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคและระบบประกันสังคม จะทำให้การเข้าถึงระบบสาธารณสุขสะดวกรวดเร็วขึ้นผ่านเทคโนโลยี รวมทั้งมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงาน เพื่อให้ได้รับสิทธิการเข้าถึงการจ้างงานโดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว ก่อตั้งสหภาพแรงงานหรือองค์กรของแรงงาน ผลักดันให้รัฐบาลให้การรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ดูแลด้านสวัสดิการ สุขอนามัย และคุณภาพชีวิตของแรงงานในทุกเพศสภาพ สิทธิวันลาคลอดและสิทธิแรงงานคู่สมรสลาเลี้ยงลูกเพื่อสร้างรากฐานครอบครัวให้แข็งแรง รวมถึงการศึกษาและเสนอกฎหมายแรงงานให้ทันสมัย ครอบคลุมธุรกิจรูปแบบใหม่ และมีความยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย
 

คำแถลงจากพรรคเพื่อไทยคำแถลงจากพรรคเพื่อไทย

คำแถลงจากพรรคเพื่อไทยคำแถลงจากพรรคเพื่อไทย

เดือด ‘ผู้การแต้ม’ ย้ำ ‘ประชาธิปัตย์’ ไม่แก้ ม.112 ลั่นเอาไปยิงเป้าก็ไม่แก้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547989

01 พ.ค. 2566

เดือด 'ผู้การแต้ม' ย้ำ 'ประชาธิปัตย์' ไม่แก้ ม.112 ลั่นเอาไปยิงเป้าก็ไม่แก้

‘ผู้การแต้ม’ ขึ้นปราศรัยดุเดือด ย้ำ 3 จุดยืน ‘ประชาธิปัตย์’ ไม่แก้ ม.112 ลั่นเอาไปยิงเป้าก็ไม่แก้ พร้อมปราบ ‘ยาเสพติด’ ด้วยวิธีปะ-ฉะ-ดะ เดินหน้าปราบทุจริตคอร์รัปชัน รับโทษสูงสุดประหารชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต จตุจักร-หลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยบนเวทีปราศรัยใหญ่โซนกรุงเทพฯเหนือ ที่สนามฟุตบอล ศูนย์เยาวชนหลักสี่ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 66 ที่ผ่านมา นอกจากการนำเสนอนโยบายแล้วในช่วงท้ายได้ตอกย้ำจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ 3 ไม่ คือ ไม่แก้มาตรา 112 ไม่เอายาเสพติด และไม่เอาทุจริตคอร์รัปชัน

โดยเวทีดังกล่าวมีแกนนำของพรรคนำโดย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ตัวแทนผู้สมัคร สส.แบบเขตจากฝั่งกรุงเทพโซนเหนือ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงยังมีบุคคลสำคัญ คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วม

ประชาธิปัตย์ปราศรัยใหญ่ กทม.ประชาธิปัตย์ปราศรัยใหญ่ กทม.

ไม่ที่ 1 คือ ไม่แก้มาตรา 112 
จะไม่แก้และไม่ยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 และจะยืนหยัดรักษามาตรา 112 เอาไว้เพื่อปกป้องสถาบัน พร้อมกับประกาศชัดบนเวทีว่า “ถึงแม้จะเอาเราไปยิงเป้าเราก็ไม่แก้” 

ไม่ที่ 2 คือ ไม่เอายาเสพติด
ในฐานะที่ตนเองเป็นอดีตนายตำรวจมือปราบยาเสพติด มีความเชี่ยวชาญเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง รวมถึงในอดีตได้เป็นผู้ผลักดันนโยบาย  “ปะ-ฉะ-ดะ” ยาเสพติด จนสามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม และจะนำแนวคิดนี้มาขับเคลื่อนต่อในการปราบปรามยาเสพติดภายในชุมชนเขตจัตุจักรและหลักสี่อย่างจริงจัง

ยกระดับมาตรการปราบปรามยาเสพติดด้วยการ ยกระดับการสอบสวนของสำนักงานปราบปรามยาเสพติด ควบคู่ไปกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อปราบยาเสพติด และเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนเมือง และจะไม่ปล่อยให้ลูกหลานติดยา ทำให้ประเทศชาติสูญเสียงบประมาณเป็นจำนวนมหาศาล

ไม่ที่ 3 คือ ไม่เอาทุจริตคอร์รัปชัน
พรรคประชาธิปัตย์มีอุดมการณ์ที่ชัดเจน เรื่องความสุจริต ดังนั้นจึงมีความตั้งใจจะเข้าไปปราบทุจริตคอร์รัปชัน เพราะถือคือวิกฤติของชาติ และต้องไม่ปล่อยเอาไว้คนที่ทุจริตคอร์รัปชันต้องรับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

“ผมยืนยันชัดเจนว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอากัญชา ทำลายยาบ้า ยาเสพติด และการทุจริตคือวิกฤติชาติ” ผู้การแต้มกล่าว

ประชาชนร่วมฟังคำปราศรัยประชาชนร่วมฟังคำปราศรัยพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ

นิด้าโพล ชี้ ชาวบ้านรู้ทัน ‘รีดภาษีเพิ่ม’ ที่มาถลุงงบฯนโยบายแจกเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547988

01 พ.ค. 2566

นิด้าโพล ชี้ ชาวบ้านรู้ทัน 'รีดภาษีเพิ่ม' ที่มาถลุงงบฯนโยบายแจกเงิน

เลือกตั้ง66 : นิด้าโพล เปิดผลสำรวจรับวันแรงงานแห่งชาติ 66 พบ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้วงเงินนโยบายหาเสียงที่เกี่ยวกับการแจกเงิน แต่รู้ที่มาของบฯ ว่าจะมาจากการรีดภาษีเพิ่มขึ้น หั่นงบ และกู้เงิน 

นิด้าโพล หรือ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดผลสำรวจ วันที่ 1 พ.ค. 66 ซึ่งตรงกับ วันแรงงานแห่งชาติ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่รู้ว่าจะมาจากการรีดภาษีเพิ่มขึ้น หั่นงบ และกู้เงิน เพื่อนำเงินมาใช้ในนโยบายหาเสียงเกี่ยวกับการแจกเงิน การจัดสวัสดิการ  

การรับทราบของประชาชนต่อวงเงินที่จะต้องใช้เกี่ยวกับนโยบายแจกเงินหรือจัดสวัสดิการต่าง ๆ ของแต่ละพรรคการเมือง พบว่า

  • ร้อยละ 66.72 ระบุว่า ไม่ทราบ และ/หรือ ไม่เคยทดลองคำนวณ
  • ร้อยละ 14.81 ระบุว่า ทราบ และ/หรือ เคยคำนวณรายละเอียดไว้
  • ร้อยละ 11.75 ระบุว่า ไม่ทราบและไม่สนใจว่าต้องใช้วงเงินเท่าไหร่สำหรับแต่ละนโยบายแต่ละพรรค
  • ร้อยละ 6.72 ระบุว่า เป็นหน้าที่ของแต่ละพรรคการเมืองที่จะต้องคำนวณเงินและแจ้งให้ประชาชนทราบ
นิด้าโพล ชี้ ชาวบ้านรู้ทัน 'รีดภาษีเพิ่ม' ที่มาถลุงงบฯนโยบายแจกเงิน

แหล่งที่มาของเงินในการจัดทำตามนโยบายแจกเงินหรือจัดสวัสดิการต่าง ๆ ของแต่ละพรรคการเมือง พบว่า

  • ร้อยละ 49.62 ระบุว่า จัดเก็บภาษีประชาชน/บริษัท/ห้างร้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้น รองลงมา
  • ร้อยละ 27.86 ระบุว่า ตัดทอนงบประมาณที่ไม่จำเป็นจากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ
  • ร้อยละ 25.73 ระบุว่า กู้เงินจากต่างประเทศ
  • ร้อยละ 21.15 ระบุว่า ใช้เงินคงคลังและเงินสำรองระหว่างประเทศของไทย
  • ร้อยละ 18.55 ระบุว่า กวาดล้างการทุจริตเพื่อให้มีเงินเหลือเพียงพอที่จะทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้
  • ร้อยละ 14.27 ระบุว่า กู้เงินจากในประเทศ
  • ร้อยละ 3.82 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
นิด้าโพล ชี้ ชาวบ้านรู้ทัน 'รีดภาษีเพิ่ม' ที่มาถลุงงบฯนโยบายแจกเงิน

ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย หากการดำเนินตามนโยบายแจกเงินหรือจัดสวัสดิการต่าง ๆ ของแต่ละพรรคการเมืองก่อให้เกิดปัญหาทางการคลังและหนี้สาธารณะ พบว่า

  • ร้อยละ 44.35 ระบุว่า พรรคการเมืองที่คิดและดำเนินการตามนโยบายเหล่านี้
  • ร้อยละ 41.68 ระบุว่า นักการเมืองที่คิดและดำเนินการตามนโยบายเหล่านี้
  • ร้อยละ 39.47 ระบุว่า ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในคราวนี้
  • ร้อยละ 14.43 ระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งที่ไม่หาทางป้องกัน
  • ร้อยละ 9.62 ระบุว่า ข้าราชการประจำที่ทำงานรับใช้พรรคการเมืองในการดำเนินนโยบายเหล่านี้
  • ร้อยละ 6.34 ระบุว่า นักวิชาการที่ไม่ออกมาตักเตือนให้สติสังคม
  • ร้อยละ 6.26 ระบุว่า เชื่อว่าปัญหาทางการคลังและหนี้สาธารณะ จะไม่เกิดขึ้น
  • ร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

นิด้าโพล ระบุว่าการสำรวจครั้งนี้เป็นความร่วมกับเครือข่ายการเมืองสะอาด สำรวจความคิดเห็น เรื่อง “นโยบายแจกเงินหรือจัดสวัสดิการของพรรคการเมืองช่วงเลือกตั้ง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20-24 เมษายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับนโยบายแจกเงินหรือจัดสวัสดิการของพรรคการเมืองช่วงเลือกตั้ง

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.55 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 18.01 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.44 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.74 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก ตัวอย่าง ร้อยละ 48.09 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.91 เป็นเพศหญิง

ตัวอย่าง ร้อยละ 12.90 มีอายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 มีอายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.93 มีอายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.64 มีอายุ 46-59 ปี และร้อยละ 23.74 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่าง ร้อยละ 96.11 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.90 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.99 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ

ตัวอย่าง ร้อยละ 33.74 สถานภาพโสด ร้อยละ 63.59 สมรส และร้อยละ 2.67 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 24.58 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 36.49 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.02 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 26.79 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.12 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ตัวอย่าง ร้อยละ 7.40 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 16.34 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.06ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 12.98 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 14.58 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.30 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 6.34 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 23.21 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 21.07 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 28.47 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 8.09 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 4.43 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 6.03 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 8.70 ไม่ระบุรายได้

ที่มา : NIDA Poll

อุ๊งอิ๊ง คลอดลูกแล้ว ตั้งชื่อ ‘น้องธาษิณ’ ปู่ทักษิณ บอก ‘ขอกลับไปเลี้ยงหลาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547987

01 พ.ค. 2566

อุ๊งอิ๊ง คลอดลูกแล้ว ตั้งชื่อ 'น้องธาษิณ' ปู่ทักษิณ บอก 'ขอกลับไปเลี้ยงหลาน'

อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร คลอดลูกแล้วได้ลูกชาย ตั้งชื่อเล่น ‘ธาษิณ’ ด้านคุณปู่ทักษิณยินดีผ่านโซเชียล เร็วๆนี้ขอกลับไปเลี้ยงหลาน 

มีข่าวดีสำหรับครอบครัวของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเเพื่อไทย เมื่อเธอได้โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรม ว่าได้คลอดลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ตั้งชื่อเล่นว่า ‘ธาษิณ’

อินสตาแกรมของ อุ๊งอิ๊ง ที่ชื่อว่า ingshin21 ระบุว่า สวัสดีครับ ผมชื่อเด็กชาย พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ชื่อเล่นชื่อ “ธาษิณ” ครับ 

ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ เดี๋ยวอีกไม่กี่วันนี้ คุณแม่รอแข็งแรงก่อนจะไปพบพี่ๆสื่อมวลชนครับ #babyThasin #mmdpsbabyboy

โดยภาพที่โพสต์เป็นภาพครอบครัว ที่มีอุ๊งอิ๊ง และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ ผู้เป็นสามี โดยมีน้องธาษิณนอนแบเบาะ ซึ่งเป็นภาพแรกหลังคลอด  

เด็กชาย พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ชื่อเล่นชื่อ “ธาษิณ” เด็กชาย พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ชื่อเล่นชื่อ “ธาษิณ”

ด้าน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นพ่อของอุ๊งอิ๊ง และมีศักดิ์เป็นคุณปู่ของน้องธาษิณ ได้แสดงความยินดีผ่านโซเชียลมีเดียว่า 

อุ๊งอิ๊ง คลอดลูกแล้ว ตั้งชื่อ 'น้องธาษิณ' ปู่ทักษิณ บอก 'ขอกลับไปเลี้ยงหลาน'

‘เช้าวันนี้ ผมดีใจมากที่ได้หลานคนที่  7  เป็นชาย  ชื่อ ธาษิณ จากน้องอิ๊งค์ แพทองธาร หลานทั้ง 7 คน คลอดในขณะที่ผมต้องอยู่ต่างประเทศ ผมคงต้องขออนุญาตกลับไปเลี้ยงหลาน เพราะผมอายุจะ 74 ปี กรกฎานี้แล้ว พบกันเร็ว ๆ นี้ ครับ ขออนุญาตนะครับ’

‘พรรคไทยชนะ’ ชูนโยบายลดจำนวน ครม.- ควบรวมกระทรวง เพื่อเซฟค่าใช้จ่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547986

01 พ.ค. 2566

'พรรคไทยชนะ' ชูนโยบายลดจำนวน ครม.- ควบรวมกระทรวง เพื่อเซฟค่าใช้จ่าย

เลือกตั้ง66 : พรรคไทยชนะ ชูนโยบายดูแลสวัสดิการคนไทย แก้ปัญหาปากท้อง พร้อมรื้อโครงบริหารราชการ ปรับลดจำนวนครม. เหลือไม่เกิน 20 คน ควบรวมกระทรวงที่มีความซ้ำซ้อน เพื่อลดค่าใช้จ่าย 

พรรคไทยชนะ หนึ่งในพรรคการเมืองที่สู้ศึกเลือกตั้ง 2566  เดินหน้าหาเสียงขอประชาชนให้โอกาสเทคะเเนนเลือก เพื่อเข้ามาดูแลสวัสดิการคนไทย และแก้ปัญหาปากท้อง และมีนโยบายที่ไม่เหมือนใครคือ จะปรับโครงบริหารราชการให้มีประสิทธิภาพด้วยการปรับลดจำนวนคณะรัฐมนตรี และควบรวมกระทรวงที่มีความซ้ำซ้อน เพื่อลดค่าใช้จ่าย

'พรรคไทยชนะ' ชูนโยบายลดจำนวน ครม.- ควบรวมกระทรวง เพื่อเซฟค่าใช้จ่าย

นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ พร้อมด้วยผู้บริหารพรรค และทีมยุทธศาสตร์พรรค ถือฤกษ์วันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. 2566 ร่วมปล่อยขบวนรถหาเสียง พร้อมปราศรัยที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง  บริเวณแยกประดิพัทธ์ 

นายจักรพงศ์ กล่าวว่า พรรคไทยชนะ มีความมั่นใจเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำให้กับประเทศ และการแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งพรรคไทยชนะได้เสนอชื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นเเคนดิเดตนายกรัฐมนตรี​ เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางการด้านการเงินเเละเศรษฐกิจ สามารถทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ 

นอกจากนี้ พรรคไทยชนะจะมุ่งเน้นนโยบายไม่เจ็บไม่จน​ ดูแลคนไทยด้านสวัสดิการ เพราะเป็นเรื่องสำคัญเเต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการผลักดันอย่างจริงจัง โดยในส่วนของสวัสดิการของผู้มีอาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะ พรรคจะเสนอให้ตั้งสภาวิชาชีพเพื่อเป็นตัวแทนเรียกร้องด้านสวัสดิการให้คนกลุ่มนี้  ซึ่งนโยบายนี้ มีตัวเเทนคนขับรถรับจ้างสาธารณะ ทั้งวินจักรยานยนต์รับจ้าง และคนขับรถเเท็กซี่ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย 

'พรรคไทยชนะ' ชูนโยบายลดจำนวน ครม.- ควบรวมกระทรวง เพื่อเซฟค่าใช้จ่าย

อีกทั้ง พรรคยังพร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอของคนพิการ ซึ่งสามารถเสนอผ่านผู้สมัครของพรรคเข้ามาได้  เนื่องจากพรรคมีผู้สมัครที่เป็นตัวเเทนกลุ่มผู้พิการและกลุ่มต่างๆ​หลากหลาย​ ที่รู้ถึงปัญหาและพร้อมที่จะเข้ามาทำงานผลักดันนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรม 

“ผมอยากขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนเลือกพรรคไทยชนะ เราเป็นพรรคของประชาชน และเป็นพรรคที่เป็นโอกาสของประเทศ เรามีความเป็นกลางสูง ตามแนวคิดนโยบายที่ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง ขอให้พี่น้องช่วยเทคะเเนนให้พรรคไทยชนะ เลือกหมายเลข 13 ” หัวหน้าพรรคไทยชนะกล่าว

'พรรคไทยชนะ' ชูนโยบายลดจำนวน ครม.- ควบรวมกระทรวง เพื่อเซฟค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ ทีมยุทธศาสตร์พรรคไทยชนะ ยังได้ปราศรัยนำเสนอนโยบายพรรค ที่จะทำงานโดยมุ่งเน้นธรรมาภิบาล เน้นปรับปรุงโครงสร้างเพื่อเเก้ไขปัญหาประเทศ 

ทำให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพ โดยการปรับคณะรัฐมนตรีจาก 35 ให้เหลือไม่เกิน 20 คน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ควบรวมกระทรวงที่มีความซ้ำซ้อน

หมอทศพร หาเสียงเขต 1 จ.แพร่ หวังปิดสวิชต์ สว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547980

30 เม.ย. 2566

หมอทศพร หาเสียงเขต 1 จ.แพร่ หวังปิดสวิชต์ สว.

หมอทศพร เสรีรักษ์ อดีตแพทย์ดูแลผู้ชุมนุม ผันตัวลุยสนามเลือกตั้ง เขต 1 จ.แพร่ พรรคเพื่อไทย เน้นเข้าหาประชาชน ไม่ปราศรัยโจมตีใคร ระบุเสียเวลานำเสนอนโยบายพรรค


หาเสียงเต็มที่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร สส. หมายเลข 4 เขต 1 จ.แพร่ พรรคเพื่อไทย ได้ใช้รถแห่ออกหาเสียงในเขตพื้นที่ แนวทางสำคัญอย่างหนึ่งที่ นพ.ทศพร ลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ คือ การร่วมปิดสวิชต์ สว. 250 เสียง เพื่อให้การเมืองกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องอีกครั้ง และเน้นการนำเสนอข้อมูลของพรรคเป็นสำคัญ และ นพ.ทศพร กล่าวว่า จะไม่ใช้วิธีการปราศรัยโจมตีแต่อย่างใด เพียงแต่นำเสนอข้อเท็จจริงใน 8 ปีที่ผ่านมา 

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทยนพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย
สำหรับการหาเสียงของนพ.ทศพร ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ แม้จะมีทีมงานเพียง 3 คนกับรถแห่หนึ่งคัน ที่ใช้งานเป็นประจำ แต่ก็ต้องการที่จะเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด นพ.ทศพร กล่าวว่า แม้ในปัจจุบัน การเลือกตั้ง 2566 มีการแข่งขันกันอย่างสูง รวมทั้งมีการทำลายป้ายหาเสียงในพื้นที่ แต่ก็อาศัยการนำเสนอนโยบายที่มองว่าเป็นประโยชน์ต่อจ.แพร่ ของเพื่อไทย และอาศัยความเข้าถึงประชาชน 

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร สส. หมายเลข 4 เขต 1 จ.แพร่ พรรคเพื่อไทย นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร สส. หมายเลข 4 เขต 1 จ.แพร่ พรรคเพื่อไทย

และเข้าใจความต้องการของประชาชนว่า ต้องการอะไรในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ การที่ไม่ปราศรัยโจมตีใคร เพื่อต้องการส่งสารที่ถูกต้องของพรรค และแนวทางนโยบายที่ต้องการนำเสนอให้ประชาชน ได้รับรู้อย่างถูกต้องแม่นยำ การที่เสียเวลาในการโจมตีหรือพูดถึงบุคคลอื่น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ประเทศเสียเวลามาพอสมควรแล้ว ดังนั้น จึงต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. ที่จะถึงนี้ เข้าถึงประชาชนให้มากที่ 

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร สส. หมายเลข 4 เขต 1 จ.แพร่ พรรคเพื่อไทย นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร สส. หมายเลข 4 เขต 1 จ.แพร่ พรรคเพื่อไทย
สำหรับ นพ.ทศพร เคยรับราชการเป็นนายแพทย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ก่อนจะลาออกจากราชการมาทำงานการเมือง และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2539 สังกัดพรรคชาติไทย และในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2548 ในสังกัดพรรคไทยรักไทย ก่อนจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองเนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ. 2550  ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 ได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ในปี 2562 ได้เข้าร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติ แต่เมื่อพรรคดังกล่าวถูกยุบพรรค นพ.ทศพร จึงย้ายกลับไปสังกัดพรรคเพื่อไทย และมีบทบาทในการดูแลช่วยเหลือผู้ชุมนุมทางการเมืองในช่วงการชุมนุมของกลุ่มราษฎร 2563 รวมทั้งการชุมนุมกลุ่มต่างๆในช่วงที่ผ่านมา