คนนครสวรรค์ เลือก ‘อุ๊งอิ๊ง’ นำโด่งนายกฯ จากผลสำรวจ ‘นิด้าโพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547946

30 เม.ย. 2566

คนนครสวรรค์ เลือก 'อุ๊งอิ๊ง' นำโด่งนายกฯ จากผลสำรวจ 'นิด้าโพล'

นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ คนนครสวรรค์ เลือก ‘อุ๊งอิ๊ง’ เป็นนายกฯ คะแนนนำโด่ง 34.33 % ‘พิธา’ ก้าวไกล31 ไล่กวดมาติดๆ ‘เพื่อไทย’ กวาดสส.ทั้งแบบแบ่งเขต-แบบบัญชีรายชื่อ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง“คนนครสวรรค์เลือกพรรคไหน”ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-19 เมษายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดนครสวรรค์ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 600 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนจังหวัดนครสวรรค์เลือกพรรคไหน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนนครสวรรค์จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 34.33 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) 
  • อันดับ 2 ร้อยละ 19.67 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) 
  • อันดับ 3 ร้อยละ 16.67 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) 
  • อันดับ 4 ร้อยละ 8.83 ระบุว่าเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน (พรรคเพื่อไทย) 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 7.67 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.00 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) 
  • อันดับ 7 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) 
  • อันดับ 8 ร้อยละ 1.83 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) 
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) 
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.33 ระบุว่าเป็น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) 
  • อันดับ 11 ร้อยละ 1.00 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) 

และร้อยละ 1.67 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) และไม่ตอบ/ไม่สนใจ

คนนครสวรรค์ เลือก 'อุ๊งอิ๊ง' นำโด่งนายกฯ จากผลสำรวจ 'นิด้าโพล'

สำหรับพรรคการเมืองที่คนนครสวรรค์จะเลือกให้เป็น สส. แบบแบ่งเขต พบว่า 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 48.17 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย 
  • อันดับ 2 ร้อยละ 21.33 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล 
  • อันดับ 3 ร้อยละ 13.67 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ 
  • อันดับ 4 ร้อยละ 3.67 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.34 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ 
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.83 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย พรรคพลังประชารัฐ

ยังไม่ตัดสินใจ และระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคสร้างอนาคตไทย และไม่ตอบ/ไม่สนใจ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ส่วนพรรคการเมืองที่คนนครสวรรค์จะเลือกให้เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 49.17 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย 
  • อันดับ 2 ร้อยละ 22.00 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล 
  • อันดับ 3 ร้อยละ 14.33 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ 
  • อันดับ 4 ร้อยละ 2.83 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 2.17 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.00 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ 
  • อันดับ 7 ร้อยละ 1.83 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย 
  • อันดับ 8 ร้อยละ 1.17 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ

และร้อยละ 1.67 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคเพื่อชาติ และพรรคเศรษฐกิจใหม่

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างทั้งหมดมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านอยู่จังหวัดนครสวรรค์ ตัวอย่าง ร้อยละ 48.17 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.83 เป็นเพศหญิง ตัวอย่าง ร้อยละ 10.00 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 16.84 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.33 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 27.50 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 28.33 อายุ 60 ปีขึ้นไป

ตัวอย่าง ร้อยละ 99.00 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 0.33 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.67 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ ตัวอย่าง ร้อยละ 26.67 สถานภาพโสด ร้อยละ 70.16 สมรส และร้อยละ 3.17 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่

ตัวอย่าง ร้อยละ 35.67 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 35.33 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.67 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 18.33 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 3.00 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ตัวอย่าง ร้อยละ 8.17 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 11.00 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.33 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 16.66 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 19.67 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน และเป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 3.50 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 20.50 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 30.67 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 27.83 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 7.83 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 2.50 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.34 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 8.33 ไม่ระบุรายได้

ที่มาข้อมูล: นิด้าโพล

‘เพื่อไทย’ ไม่เอา ‘กัญชาเสรี’ เด็ดขาด หลัง ‘อนุทิน’ ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547945

30 เม.ย. 2566

'เพื่อไทย' ไม่เอา 'กัญชาเสรี' เด็ดขาด หลัง 'อนุทิน' ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล

‘เศรษฐา’ ย้ำ ‘เพื่อไทย’ ไม่เอา ‘กัญชาเสรี’ รอวันเลือกตั้งประเมินผลจับมือพรรคไหน ไม่หวั่นผลโพล ‘ก้าวไกล’ คะแนนนำ เชื่อยังมี FCเพื่อไทยในตจว. เยอะ ได้ ส.ส.เกินครึ่ง

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานคณะที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ต้องหนุนกฎหมาย ‘กัญชา’ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่เอานโยบายกัญชาเสรีเด็ดขาด แต่เอาเพื่อการแพทย์เท่านั้นและจะต้องเอานโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย
 
เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยลดเงื่อนไขนโยบายกัญชาเสรี มีความเป็นไปได้ในการจับมือร่วมกันมีมากน้อยแค่ไหน นายเศรษฐา ระบุว่า ยังเร็วเกินไปต้องดูตัวเลขในวันที่ 14 พ.ค. 2566 วันเลือกตั้งว่าเป็นอย่างไรก่อน แต่ยืนยันไม่เอาเผด็จการ เราไม่เอารัฐประหาร 

ส่วนที่นายอนุทิน พร้อมร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและขอให้ลืมความขัดแย้งระหว่างนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ทราบมีความขัดแย้งเรื่องอะไรกัน แต่วันนี้ตนเองมีหน้าที่เดินหน้าหาเสียง พยายามทำคะแนนให้ได้มากที่สุด ถึงเวลาผลเลือกตั้งออกมาค่อยว่ากัน ส่วนจะจับมือกับพรรคไหนนั้น นโยบายของพรรคเพื่อไทยต้องเป็นหลัก 
 

ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า การเป็นเพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้ว วันนี้ไม่ใช่เรื่องของสัญญาณ แต่เป็นเรื่องของหลักการมากกว่าว่าจะร่วมกันได้หรือไม่ และพูดถึงก่อนหน้านี้มีภาพนายอนุทิน นั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มองว่าการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเพื่อนฝูงกัน ไม่คิดอะไรมาก

 นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

นอกจากนี้นายเศรษฐายังพูดถึงกรณีผลโพลบางสำนักคะแนนของพรรคก้าวไกลนำพรรคเพื่อไทยว่า อยู่ที่วิธีการมากกว่า บางโพลเน้นออนไลน์ บางโพลเน้นลงพื้นที่ ซึ่งแตกต่างกัน ส่วนตัวคิดว่าแฟนคลับพรรคเพื่อไทยยังมีอยู่ต่างจังหวัดเยอะและไม่ได้ใช้ออนไลน์กันมากนัก ซึ่งต้องเอาผลของหลายโพลมาวิเคราะห์ และจัดการเรื่องความลำเอียงออกไป ตนมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยยังไงก็ได้คะแนนเสียงเกินครึ่ง ส่วนเรื่องเสียงออฟไลน์ที่อยู่ตามพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น จากการลงพื้นที่มีความมีความมั่นใจมากว่าพรรคเพื่อไทยเดินมาถูกทาง นโยบายโดนใจ 

เมื่อถามถึงกระแสพรรคก้าวไกลที่แรงขึ้นเรื่อยๆ พรรคเพื่อไทยจะปรับยุทธศาสตร์อย่างไรหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่มี ยังทำเหมือนที่ทำมา ลงพื้นที่ให้เยอะขึ้น เพื่อพบปะประชาชน และมั่นใจทุกพื้นที่ และไม่หวั่น ถามมาไม่เคยหวั่น เราลงพื้นที่และมั่นใจเกินครึ่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการให้สัมภาษณ์ของนายเศรษฐา ยอมรับว่า ไม่สบายมีไข้ขึ้น แต่ตรวจโควิด-19 แล้วไม่พบว่ามีโควิด-19 ยืนยันยังสบายอยู่ จากนั้น นายเศรษฐา พร้อมด้วย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้ง ที่ 3 เบอร์ 9  เดินไปขึ้นเวทีปราศรัยพรรคเพื่อไทยที่กำลังมีฝนตกลงมาอย่างโปรยปราย

ชาวบ้านร่วมฟังปราศรัยพรรคเพื่อไทยชาวบ้านร่วมฟังปราศรัยพรรคเพื่อไทย

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547944

30 เม.ย. 2566

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขต 2 จ.แพร่ เปิดเผย ถูกมือดีทำลายป้ายหาเสียงจำนวนมาก ระบุรวมไทยสร้างชาติก็โดนด้วย

เกมทำลายป้ายรุนแรง พื้นที่จ.แพร่ การเมืองในการเลือกตั้ง 2566 แข่งขันกันเต็มที่ รวมทั้งการใช้เกมมือดีทำลายป้ายหาเสียงผู้สมัคร อย่างเช่นนพ.นิยม วีวรรธนดิฐกุล ผู้สมัครส.สพรรคเพื่อไทยเขตที่ 2 จังหวัดแพร่

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

ได้ร้องเรียนว่า ป้ายหาเสียงของตนนั้น ถูกมือดีไม่ทราบฝ่าย ทำลายป้ายหาเสียงเสียหายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ทราบจุดประสงค์ของผู้ไม่หวังดีว่าทำไปเพื่ออะไร ทั้งที่การหาเสียง

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

 หรือการติดตั้งป้ายหาเสียงของผู้สมัครแต่ละพรรคการเมือง ก็เป็นสิทธิชอบธรรมในการติดตั้งป้าย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงผู้สมัครในแต่ละพรรคในเขตพื้นที่ที่การเลือกตั้งว่ามีใครบ้าง

นอกเหนือจากการทำลายป้ายหาเสียงของนพ.นิยมแล้ว แหล่งข่าวในพื้นที่ยังให้ข้อมูลอีกว่า ป้ายหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติในพื้นที่ก็ถูกทำลายเช่นกัน 


ข้อมูลจากศูนย์รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียง ระบุถึงคดีทำลายป้ายหาเสียงในช่วงที่ผ่านมาว่า

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงทั้งหมด 639 ป้ายนั้น เกิดจากหลายสาเหตุ แยกออกเป็นเหตุจำนวน 54 คดี

1. มีการดำเนินคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว และมีคำพิพากษาของศาลแล้ว จำนวน 4 คดี ซึ่งคำพิพากษามีตั้งแต่ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน (ความผิดเสพยาเสพติด จำคุก 1 เดือน และ เพิ่มโทษกรณีกระทำผิดซ้ำอีก 1 เดือน และกรณีทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 1 เดือน) และมีคำพิพากษาให้จำคุก 2 เดือน โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 1 ปี และปรับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท

ผู้สมัครสส.เพื่อไทยเขต 2 แพร่ เผยมือดีทำลายป้ายหาเสียงเพียบ

2. อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาล จำนวน 1 คดี, แจ้งข้อกล่าวหาแล้วอยู่ระหว่างการรอผลประวัติ และใบรับรองแพทย์เกี่ยวกับอาการทางจิตเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน จำนวน 1 คดี

3.อยู่ระหว่างการสืบสวน จำนวน 27 คดี

4.ไม่ประสงค์ดำเนินคดี ผู้เสียหายมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน / ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ยอมความในชั้นสอบสวน จำนวน 18 คดี

5.พบปรากฏข่าวในหน้าสื่อโซเชียล หรือ โทรทัศน์ เมื่อไปตรวจสอบแล้ว เป็นเหตุจากภัยธรรมชาติ, ไม่พบป้ายที่ถูกทำลายนั้นๆ และ ไม่มีการมาลงประจำวันแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษของผู้เสียหาย จำนวน 3 คดี

นโยบายใหม่ ‘พลังประชารัฐ’ เพิ่มเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวข้าวไร่ละ 2,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547943

30 เม.ย. 2566

นโยบายใหม่ 'พลังประชารัฐ' เพิ่มเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวข้าวไร่ละ 2,000 บาท

‘พลังประชารัฐ’ ออกนโยบายเพิ่มเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวข้าวไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ ส่งผลให้ชาวนาลดต้นทุน 30,000 บาท

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. พรรคพลังประชารัฐ เปิดนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มอีก 1 นโยบาย เพิ่มเงินช่วยเหลือต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้ชาวนา โดยนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ โฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีจำนวนมากที่สุด มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมากจากผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ อาทิ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา เป็นต้น แต่เมื่อพิจารณาถึงรายได้ของเกษตรกรไทยแล้ว กลับเป็นกลุ่มประชากรที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าอาชีพอื่นๆ ขาดความมั่นคง ก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพชีวิต อีกทั้ง มีความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์นายชาญกฤช เดชวิทักษ์

พรรคพลังประชารัฐ จึงออกนโยบายเฉพาะเพื่อเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา เริ่มจากนโยบายที่ 1 นโยบายเติมเงินทุนช่วยเหลือเกษตรกร ครัวเรือนละ 30,000 บาท นโยบายที่ 2 นโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งภาครัฐจะช่วยเหลือค่าปุ๋ย 50% 

ล่าสุด นโยบายที่ 3 นโยบายเพิ่มเงินช่วยเหลือต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้ชาวนา อัตราไร่ละ 2,000 บาท  จำนวนไม่เกิน 15 ไร่ เป็นเงิน 30,000 บาทต่อราย 
(ปัจจุบัน รัฐบาลให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อัตราไร่ละ 1,000 บาท จำนวนไม่เกิน 20 ไร่ เป็นเงิน 20,000 บาทต่อราย)
 

นายชาญกฤช กล่าวว่า การปรับลดจำนวนพื้นที่เหลือ 15 ไร่ ไม่ได้ทำให้ชาวนาเสียประโยชน์ ในทางกลับกัน ชาวนาจะได้รับเงินช่วยเหลือต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวที่มากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลจะสามารถให้ความช่วยเหลือชาวนารายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึงมากกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ และจูงใจให้ชาวนาเพาะปลูกข้าวสายพันธุ์คุณภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว 

“ทั้ง 3 นโยบายด้านการเกษตร ที่พรรคพลังประชารัฐประกาศออกมา ทางดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคฯ มั่นใจว่า จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับกลุ่มเกษตรกรแบบ 360 องศา อาทิ ช่วยเติมทุนการเพาะปลูก ช่วยลดต้นทุนการผลิต ช่วยเพิ่มผลผลิตเกษตร และช่วยให้จำหน่ายในราคาสูง ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน เพราะเกษตรกรจะมีรายได้สูงขึ้น หลุดพ้นกับดักความยากจน ไม่เป็นหนี้สิน พร้อมฝากประชาชนพิจารณาเลือกพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 37 และเลือกผู้สมัคร สส. พรรคทุกเขตทั่วทั้งประเทศ เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และพลิกฟื้นเศรษฐกิจ พลิกโฉมประเทศไทย เพื่อก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน” นายชาญกฤช กล่าว 

นโยบายช่วยเหลือเกษตรกรนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร

‘สุชาติ’ เผยสาเหตุ ขึ้น ‘ค่าแรง 600’ อันตรายที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547941

30 เม.ย. 2566

'สุชาติ' เผยสาเหตุ ขึ้น 'ค่าแรง 600' อันตรายที่สุด

‘สุชาติ’ เผย ขึ้น ‘ค่าแรง 600’ อันตรายที่สุด หวั่นซ้ำรอย 2554 แนะยึดหลักไตรภาคี พร้อมเผยเหตุผล ไม่ลง สส.เแบ่งเขต ต้องการช่วย ‘บิ๊กตู่’ ทำงานทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ขึ้นกล่าวในเวทีปราศรัยนายรณเทพ อนุวัฒน์ หรือ สส.หนวด ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 ชลบุรี เบอร์ 7 ที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์ (โรงไม้ขีดเก่า) เทศบาลเมืองพนัสนิคม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เมื่อวาน (29 เม.ย. 66 เวลา) บางช่วงได้พูดถึงนโยบาย “ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท” ของพรรคการเมืองหนึ่ง ว่า

เป็นนโยบายที่อันตรายที่สุด โรงงานปิดตัวลง เอสเอ็มอีรับภาระต้นทุนไม่ไหว ค่าครองชีพสูงขึ้น คนตกงานเพิ่มขึ้นเพราะภาคธุรกิจหันมาใช้เทคโนโลยีแทนกำลังคน ซึ่งเคยมีประสบการณ์ช่วงที่ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทั่วประเทศมาแล้วในปี 2554

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำต้องยึดมั่นในระบบไตรภาคี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมของเศรษฐกิจภูมิภาค จีดีพีรายได้ต่อหัวแต่ละจังหวัดด้วย ไม่ใช่นโยบายค่าแรงที่มาจากนักการเมือง วิธีแก้ปัญหาต้องนำแรงงานมาฝึกทักษะ ฝึกอาชีพ เพื่อให้ได้ค่าแรงตามมาตรฐานฝีมือที่ได้ประกาศไปแล้วใน ครม.ไปแล้ว 129 สาขาอาชีพ พี่น้องผู้ใช้แรงงานจะได้พ้นกับดักค่าแรงขั้นต่ำ 

นอกจากนี้ยังพูดถึงสาเหตุตัดสินใจสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ลงสมัครสส.แบบแบ่งเขต แบบเดิมเหมือนปี 2562 ว่า เนื่องจากถ้าลงสมัคร เขต 1 ชลบุรี จะได้เป็น สส.คนเดียว แต่ถ้าขึ้นบัญชีรายชื่อสามารถไปช่วยลุงตู่ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) หาเสียงได้ทั้งประเทศ และลงไปช่วยผู้สมัครทุกเขตได้ ตนและทีมเฮ้งพึ่งได้ปวารณาตัวว่า ขอเป็นผู้แทนราษฎรของจังหวัดชลบุรีทั้ง 10 เขต พร้อมเดินสายไปพบปะรับใช้ทุกอำเภอ พี่น้องชาวชลบุรีจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ได้ สส. ที่เป็นผู้รับใช้ประชาชนทั้งจังหวัดชลบุรี

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

สำหรับการปราศรัยส่วนใหญ่เน้นไปที่ผลงานและนโยบายด้านแรงงาน เนื่องจากนายสุชาติ เป็นรัฐมนตรีแรงงาน สามารถแก้ไขปัญหาโควิดให้กับผู้ใช้แรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบาดตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร ภายใน 2 เดือนสามารถเปิดจังหวัดสมุทรสาครได้ปกติ , ทำโครงการแฟคทอรี่แซนบ็อก , ฉีดวัคซีนในโรงงาน โดยไม่ต้องปิดโรงงาน , เปิดสายด่วน 1506 ประสานหาเตียง , ประสานโรงแรมเปิด Hospitel รักษาผู้ประกันตน , เยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด , ลดเงินสมทบ , รักษาธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ , จ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 40 เป็นต้น 

ส่วนนโยบายของ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะขับเคลื่อน อาทิเช่น เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรลุงตู่” ให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็น 1,000 บาทต่อเดือน , ผลักดัน พ.ร.บ.ประกันสังคม 3 ขอ คืนเงินชราภาพผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ , เพิ่มเงินชราภาพ อายุ 55 ปี เป็น 10,000 บาท , เพิ่มเงินเลี้ยงดูแลบุตร จากเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ขวบ ได้ 800 บาท ปรับเป็นเด็กแรกเกิดจนถึง 10 ขวบ ได้ 1,000 บาท , เสนอให้มีโรงพยาบาลประกันสังคมเพื่อรักษาดูแลผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นนโยบายที่คิดไว้ทั้งหมดแล้วเพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน
บรรยากาศปราศรัยบรรยากาศปราศรัย

ดวง ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ จะได้เป็น ‘นายกฯ คนที่ 30’ หรือไม่ คำทำนายบอกไว้ชัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547894

30 เม.ย. 2566

ดวง 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' จะได้เป็น 'นายกฯ คนที่ 30' หรือไม่ คำทำนายบอกไว้ชัด

ส่อง ดวง ชะตา นักการเมืองหนุ่มอนาคตไกล ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะมีโอกาสก้าวขึ้นเป็น ‘นายกฯ คนที่ 30’ หรือไม่ ไปดูกันเลย

ใกล้โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งเข้าไปทุกขณะ และอีกไม่นานคนไทยจะได้รู้กันแล้วว่าใครจะได้เข้ามาเป็นทีมบริหารประเทศ และใครจะได้เป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งวันนี้ คมชัดลึกจะพาไปส่องดวงชะตา ของนักการเมืองหนุ่มอนาคตไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าจะมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ 30 หรือไม่

2 นักพยากรณ์ชื่อดัง “ฟ่านอาย มือสัมผัสจิต” และ”กวนซือ (แนน) หูทิพย์จิตสัมผัส” เผยดวง ของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกลว่า เป็นคนที่พร้อมที่จะบุกเบิก ใช้ความสามารถพัฒนางานออกมาได้ดี บางครั้งคิดการไกลมองเห็นอนาคต มองเห็นผู้คน มองเห็นสิ่งที่เป็นศักยภาพในตัวเอง ถ้าหากมองพร้อมพัฒนาเพื่ออุดมการณ์เพื่อช่วยเหลือคน มองเห็นในเรื่องการได้รับการสนับสนุนค่อนข้างเยอะ ค่อนข้างดี

แต่หากใช้การพัฒนางานต่างๆ แม้กระทั่งนโยบาย บุกเบิกในทางที่ดี แต่ยังมีการเสียเปรียบในบางกลุ่ม โอกาสที่จะได้รับความเชื่อมั่นลดลง ค่อนข้างมาก

ดังนั้น หากใช้ในทางพัฒนาด้วยระบบวิธีไม่เบียดเบียนคน คนนี้จะมีเหตุให้ได้ขึ้นเป็นผู้นำค่อนข้างเร็ว แต่ในเกณฑ์ปีนี้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เองยังไม่ได้มีดวงชะตาที่แข็ง แนะนำให้เสริมด้วยการทำการสร้างวัด หรือร่วมสร้างวัดจะเป็นบุญใหญ่แก่ดวงชะตาของเขาเช่นกัน

เพื่อไทยกวาดสส.บัญชีรายชื่อ 41 ที่นั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547903

29 เม.ย. 2566

เพื่อไทยกวาดสส.บัญชีรายชื่อ 41 ที่นั่ง

ประเมินจากสวนดุสิตโพล พรรคเพื่อไทยได้ สส.บัญชีรายชื่อ 41 ที่นั่ง คิดตามสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ และคาดการผู้ออกมาใช้สิทธิของ กกต.

ข้อมูลประชากรไทยที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแยกรายอายุ เดือน ธันวาคม 2565 กรมการปกครอง พบว่าเป็นผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,322,824 คน


คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ตั้งเป้าว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง66  80 % หมายความว่า จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ 41,858,259 คน

หากข้อมูลของ สวนดุสิตโพล ที่สำรวจคะแนนนิยมพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง หมายถึง คะแนนสส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ จากสูตรการคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อจะพบว่า

พรรคเพื่อไทย ซึ่งมีคะแนนนิยม ร้อยละ 41.37 จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว 41 คน

พรรคก้าวไกล ซึ่งมีคะแนนนิยม ร้อยละ 19.32 จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว 19  คน

พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีคะแนนนิยม ร้อยละ 9.55 จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว  10 คน

พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีคะแนนนิยม ร้อยละ 8.48 จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว 8 คน

พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีคะแนนนิยมร้อยละ 7.49 จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว 8 คน

พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีคะแนนนิยมร้อยละ 7.30 จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว 7 คน

พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งมีคะแนนนิยมร้อยละ 2.41 จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว 2 คน

พรรคเสรีรวมไทย ซึ่งมีคะแนนนิยมร้อยละ 1.74 จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว 2 คน

พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งมีคะแนนนิยมร้อยละ 1.25 จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว 1 คน

พรรค อื่น ๆ ซึ่งมีคะแนนนิยมร้อยละ 1.09  จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล จะมีสส.บัญชีรายชื่อราว 1 คน

สูตรคำนวณ ปาร์ตี้ลิสต์ของ กกต.สูตรคำนวณ ปาร์ตี้ลิสต์ของ กกต.

โดยพรรคการเมืองที่เหลือเศษจากการคำนวณมากที่สุด จะได้สส.บัญชีรายชื่อเพิ่มอีก 1 คน หากมีกรณีพรรคการเมืองเหลือเศษจากการคำนวณมากที่สุดเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับฉลาก



โพลของสวนดุสิต ถูก สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า แสดงความเห็นว่า เป็นผลสำรวจที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด เท่าที่ประเมินผลสำรวจมา

‘สุวัจน์’ ประกาศสู้ตาย ไว้ลายชาติชาย เอา ‘เศรษฐกิจยุคทอง’ กลับมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547898

29 เม.ย. 2566

'สุวัจน์' ประกาศสู้ตาย ไว้ลายชาติชาย เอา 'เศรษฐกิจยุคทอง' กลับมา

ต่อหน้าคนโคราชกว่า 30,000 ชีวิต ‘สุวัจน์’ ลั่นกลองรบสู้ศึกเลือกตั้ง66 ไม่หนี ไม่ถอย พรรคชาติพัฒนากล้า เบอร์ 14 ‘ขอสู้ตาย’ นำเศรษฐกิจยุคทองกลับคืนให้คนโคราช งานดี มีเงิน ของไม่แพง โคราชโนมิกส์

โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 2566 ที่จ.นครราชสีมา เมื่อค่ำวันที่ 28 เม.ย. 2566 บนเวทีปราศรัยใหญ่ พรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) คึกคักไปด้วยคลื่นมหาชนคนโคราชกว่า 30,000 คน แห่มารับฟังนโยบาย”โคราชโนมิกส์” หวังเอา เศรษฐกิจยุคทอง กลับมา เอานายกรัฐมนตรีกลับมาโคราช เหมือนเมื่อครั้งที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีของโคราชสร้างเศรษฐกิจยุคทอง, เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า, โคราชประตูสู่อีสาน, อีสานประตูสู่อินโดจีน และเป็นผู้ก่อตั้งพรรคชาติพัฒนา พรรคของคนโคราช

ปลุกคนโคราชเอายุคทองกลับมา

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศสู้ตายไว้ลายชาติชาย ปลุกคนโคราชกว่า 3 หมื่นคน ร่วมใจสร้างพรรคชาติพัฒนากล้า สืบสานพรรคของคนโคราช ตามเจตนารมณ์ของพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เอา “ยุคทองเศรษฐกิจ” กลับมา ท่ามกลางเสียงเชียร์สนับสนุนดังกระหึ่ม ณ ลานหน้าศาลากลางจ.นครราชสีมา 

ลั่นกลองรบสู้ศึกเลือกตั้ง 66 ประกาศ “แพ้ไม่ได้” เพราะพรรคการเมืองของคนโคราช คือ “ชาติพัฒนา” ถือกำเนิดมาจากความรักความผูกพันระหว่างคนโคราชกับพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ โดยมีสัญลักษณ์มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ Honda Rebel รุ่นแรก ทะเบียน 1 ผ.ผึ้ง 7777 จอดอยู่บนเวที

มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ Honda Rebel รุ่นแรก ทะเบียน 1 ผ.ผึ้ง 7777 ที่คนโคราชลงขันซื้อให้อดีตนายกฯชาติชายมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ Honda Rebel รุ่นแรก ทะเบียน 1 ผ.ผึ้ง 7777 ที่คนโคราชลงขันซื้อให้อดีตนายกฯชาติชาย

คนโคราชกว่า 30.000 ชีวิตแห่ฟังการปราศรัยใหญ่พรรคชาติพัฒนากล้า ที่ศาลากลาง จ. นครราชสีมาคนโคราชกว่า 30.000 ชีวิตแห่ฟังการปราศรัยใหญ่พรรคชาติพัฒนากล้า ที่ศาลากลาง จ. นครราชสีมา

ช่วงท้ายของการปราศรัย นายสุวัจน์ ได้ขึ้นไปนั่งมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ แล้วถามพี่น้องประชาชนว่าจำมอเตอร์ไซค์คันนี้ได้มั้ย เมื่อ 30 ปีก่อนพี่น้องประชาชนชาวโคราชร่วมกันบริจาคเงินซื้อมอเตอร์ไซด์ให้ พล.อ.ชาติชาย

ภายหลังที่เกิดรัฐประหาร (23 ก.พ. 2534) ท่านถูกยึดทรัพย์สิน ถูกยึดมอเตอร์ไซค์ วันที่พล.อ.ชาติชาย กลับมาไหว้ย่าโมและปรากฎว่าคนโคราชนับหมื่นมารอรับท่านและระดมเงินซื้อมอเตอร์ไซค์คันนี้ให้

เมื่อพล.อ.ชาติชาย กลับมาจึงเรียกตนไปพบ และบอกว่าต้องตั้งพรรคใหม่ เพื่อกลับไปรับใช้คนโคราช มาเอา “เศรษฐกิจยุคทอง” กลับมาใหม่ ก็เลยตัดสินใจตั้ง “พรรคชาติพัฒนา”

สู้นโยบาย ‘นายกฯ อยู่โคราช’

นี่คือ ความผูกพันของพล.อ.ชาติชาย และพรรคชาติพัฒนากับคนโคราช ท่านชาติชายและผู้บริหารยุคต่อๆ มาไม่ว่า นายกร ทัพพะรังสี นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายเทวัญ ลิปตพัลลภและผม ตลอดจนสมาชิกพรรคได้ร่วมทำงานกับพี่น้องประชาชนชาวโคราชมาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี

นายสุวัจน์ ประกาศ ทวงคืนยุคทองสมัยอดีตนายกฯชาติชาย กลับคืนมานายสุวัจน์ ประกาศ ทวงคืนยุคทองสมัยอดีตนายกฯชาติชาย กลับคืนมา

แกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า ลั่นกลองรับสู้ศึกเลือกตั้ง2566แกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า ลั่นกลองรับสู้ศึกเลือกตั้ง2566

เลือกตั้ง66 กอบกู้วิกฤตชาติ

ทำให้เกิดความสำเร็จและความเจริญอย่างมากมาย มีถนนดีๆ มีมหาวิทยาลัย มีการลงทุนของโรงงานอุตสาหกรรมตามนิคมต่างๆ มีสนามกีฬา มีสนามบิน มีโรงกรองน้ำประปา และอื่นๆ อีกมาก การเลือกตั้ง2566 ครั้งนี้ เป็นครั้งสำคัญที่จะกอบกู้วิกฤตให้กับชาติและเอาเศรษฐกิจยุคทองกลับมาโคราช

พรรคชาติพัฒนากล้า ลั่นกลองรับสู้ศึกเลือกตั้ง2566พรรคชาติพัฒนากล้า ลั่นกลองรับสู้ศึกเลือกตั้ง2566

“ผมจะสู้ตาย สู้สุดกำลัง เพื่อรักษาพรรคชาติพัฒนากล้าเอาไว้ เพื่อจะได้ทำประโยชน์ให้คนโคราชต่อไป มาช่วยกันรักษามรดกทางการเมืองที่พล.อ.ชาติชาย มอบเอาไว้ให้ ขอเชิญชวนชาวโคราช มารวมพลังกันครับ สู้กับผมครับ สู้ด้วยกัน รักษาพรรคชาติพัฒนากล้าเอาไว้ เอาเศรษฐกิจยุคทองของเรากลับคืนมา เลือกพรรคชาติพัฒนากล้าทุกเขตทั้งจังหวัด เอานายกรัฐมนตรีอยู่ที่โคราชกันครับ”นายสุวัจน์ กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

มวลชนพรรคชาติพัฒนากล้ากว่าสามหมื่นคนมวลชนพรรคชาติพัฒนากล้ากว่าสามหมื่นคน

พรรคชาติพัฒนากล้า ลั่นกลองรับสู้ศึกเลือกตั้ง2566พรรคชาติพัฒนากล้า ลั่นกลองรับสู้ศึกเลือกตั้ง2566

แกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า ประกาศขอสู้ตายในศึกเลือกตั้ง2566แกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า ประกาศขอสู้ตายในศึกเลือกตั้ง2566

'สุวัจน์' ประกาศสู้ตาย ไว้ลายชาติชาย เอา 'เศรษฐกิจยุคทอง' กลับมา

แฟนคลับพรรคชาติพัฒนากล้าแฟนคลับพรรคชาติพัฒนากล้า

'สุวัจน์' ประกาศสู้ตาย ไว้ลายชาติชาย เอา 'เศรษฐกิจยุคทอง' กลับมา
'สุวัจน์' ประกาศสู้ตาย ไว้ลายชาติชาย เอา 'เศรษฐกิจยุคทอง' กลับมา
'สุวัจน์' ประกาศสู้ตาย ไว้ลายชาติชาย เอา 'เศรษฐกิจยุคทอง' กลับมา

คนไทยอพยพด่วนจาก ‘ซูดาน’ ใช้สิทธิ ‘เลือกตั้ง66’ ที่ไทย วันที่ 14 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547896

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

29 เม.ย. 2566

คนไทยอพยพด่วนจาก 'ซูดาน' ใช้สิทธิ 'เลือกตั้ง66' ที่ไทย วันที่ 14 พ.ค.นี้

กกต.ประกาศคนไทยที่กลับจาก “ซูดาน” ใช้สิทธิ “เลือกตั้ง66” วันที่ 14 พ.ค.นี้ได้ พร้อมให้กกต.เขต ปรับปรุงรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยนั้น

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศยกเลิกการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งและยกเลิกการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักร ณ ที่เลือกตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ กรุงคาร์ทูม สาธารณรัฐ “ซูดาน” เนื่องจากได้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกองทัพซูดานกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ในกรุงคาร์ทูม ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. 2566 เป็นต้นมา อันเป็นเหตุให้การออกเสียงลงคะแนนในที่ “เลือกตั้ง66” ณ ที่เลือกตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ กรุงคาร์ทูม สาธารณรัฐชูดาน ไม่สามารถกระทำได้

นักศึกษาไทยที่เรียนอยู่สาธารณรัฐซูดาน รอการอพยพจากทางการไทย หลังจากเกิดสงครามแย่งชิงอำนาจของคนในประเทศนักศึกษาไทยที่เรียนอยู่สาธารณรัฐซูดาน รอการอพยพจากทางการไทย หลังจากเกิดสงครามแย่งชิงอำนาจของคนในประเทศ

เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร จึงประกาศให้งดการออกเสียงลงคะแนน “เลือกตั้ง66” ในการนี้ ทางกกต.จึงได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 มาตรา 102 วรรคสี่ และมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มีมติให้ยกเลิกการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งและยกเลิกการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ณ ที่เลือกตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ กรุงคาร์ทูม สาธารณรัฐซูดาน

อาคาร กกต. ตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะอาคาร กกต. ตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

ทั้งนี้ ให้ผู้มีสิทธิ “เลือกตั้ง66” จำนวน 94 คน ไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งนั้น และมีคำสั่งให้กกต.ประจำเขตเลือกตั้งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงบัญชีรายชื่อของหน่วยเลือกตั้งนั้น เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถออกเสียงลงคะแนนในวันที่ 14 พ.ค.นี้

‘พรรคไทยชนะ’ ชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันสินค้าไทยไปต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547895

29 เม.ย. 2566

'พรรคไทยชนะ'  ชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันสินค้าไทยไปต่างประเทศ

จักรพงศ์  นำทีม “ไทยชนะ” ลุยหาเสียงตลาดนัดจตุจักร ตลาด อตก ชูนโยบายช่วยเหลือเรื่องปากท้อง ปชช. กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ดันสินค้าไทยเป็นที่ต้องการต่างประเทศ ย้ำให้คนไทยมีศักดิ์ศรี

พรรคไทยชนะ นำโดย นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรค นำคณะผู้บริหารและสมาชิกพรรค ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ขายพี่น้องประชาชน ที่มาเดินจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดนัดจตุจักร และตลาด อตก.

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าเข้ามาพูดคุยถึงนโยบาย และสะท้อนปัญหาในการค้าขายโดยเฉพาะกำลังซื้อและสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่กลับมา คึกคักเหมือนเดิม 

'พรรคไทยชนะ'  ชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันสินค้าไทยไปต่างประเทศ

นายจักรพงศ์ กล่าวว่า วันนี้​เราได้มาเดินหาเสียงที่ตลาดนัดจตุจักร​ และตลาด อตกที่เป็นย่านการค้าการขายที่ใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ มีสินค้ามากมาย โดยเฉพาะสินค้าโอทอป​ซึ่งเป็นการผลิตจากพี่น้องประชาชนที่มาจากตำบล หมู่บ้าน จังหวัด เราพรรคไทยชนะได้เสนอให้ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล (หม่อมเต่า)​อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นนายกรัฐมนตรี​ ซึ่งเก่งด้านการเงิน เศรษฐกิจ​ เข้าใจราชการ และเข้าใจการค้าการขายดี

เพราะฉะนั้น​นโยบายพรรคเราเน้นการช่วยเหลือธุรกิจ SME อยากให้เศรษฐกิจ​ดี ธุรกิจการขาย หรือขายไปยังต่างประเทศ มีราคาที่ดีได้กำไร เพราะจะทำให้คนไทยไม่จนและอยู่ได้อย่างสบาย การที่เรามาลงพื้นที่ที่ตลาดนัดจตุจักร​ในวันนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพ่อค้าแม่ค้า

“ระหว่างที่เดินมามีประชาชนเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องปากท้อง และบอกว่านักท่องเที่ยวที่มาเดินในตลาดนัดจตุจักร​ยังน้อยมาก เราเลื่อว่าหากพรรคผลักดันเรื่องเศรษฐกิจ​ การค้าการขาย แน่นอนว่านักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศที่มีกำลังซื้อจะเข้ามาเดินมากขึ้น หากประชาชนคนไทยให้โอกาสพรรคไทยชนะที่เป็นพรรคตรงกลางไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง แน่นอนเรื่องปากท้องของประชาชนจะดีขึ้น” หัวหน้า​พรรคไทยชนะ กล่าว 

'พรรคไทยชนะ'  ชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันสินค้าไทยไปต่างประเทศ

นายจักรพงศ์ กล่าวอีกว่า เรามองว่าคนไทยมีศักดิ์ศรี ความรู้​เป็นคนเก่งและเป็นคนดี เพราะฉะนั้นคนไทยไม่ใช่ขอทานที่จะขอให้เศรษฐี​เอาเงินมาให้เราและยังเอาเงินภาษีของรัฐบาลมาแจกเราอีก แต่สิ่งที่เราจะทำคือทำให้คนไทยหากินเองได้ เราสามารถทำให้ประชาชนมีรายได้โดยการสร้างงานสร้างเงินให้กับประชาชนทั้งประเทศ

'พรรคไทยชนะ'  ชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันสินค้าไทยไปต่างประเทศ