‘นอท’ แจงแล้ว ทำไมใช้งบฯหาเสียงเลือกตั้ง ‘ยิงแอดเฟซบุ๊ก’ นำโด่งทุกพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547766

27 เม.ย. 2566

‘นอท’ แจงแล้ว ทำไมใช้งบฯหาเสียงเลือกตั้ง ‘ยิงแอดเฟซบุ๊ก’ นำโด่งทุกพรรค

เลือกตั้ง66 : นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน แจงแล้ว หลังส่องสื่อเปิดข้อมูลใช้งบหาเสียงผ่านโซเชียลมากสุด ระบุตอบโจทย์นำเสนอนโยบายสู่ประชาชนได้ดีที่สุด ย้ำโปร่งใส รายงาน กกต.ตรงไปตรงมา

เพจส่องสื่อ ได้เปิดเผยข้อมูลการหาเสียงเลือกตั้ง 2566 อันดับพรรคการเมือง 10 พรรค ที่ใช้เงินยิงโฆษณา (Ad) บน Facebook มากที่สุดในรอบ 90 วัน  และ ‘พรรคเปลี่ยน’ ใช้งบมากที่สุดกว่า 1.5 ล้านบาท 

โดยข้อมูลจากส่องสื่อ เปิดเผย 10 พรรคการเมืองที่ใช้เงินยิงโฆษณาบน Facebook มากที่สุดในรอบ 90 วัน ดังนี้

  1. พรรคเปลี่ยน – 1,546,584 บาท
  2. พรรครวมไทยสร้างชาติ – 437,320 บาท
  3. พรรคประชาธิปัตย์ – 146,829 บาท
  4. พรรคไทยสร้างไทย – 143,734 บาท
  5. พรรคเพื่อไทย – 133,615 บาท
  6. พรรคเส้นด้าย – 38,345 บาท
  7. พรรคไทยภักดี – 18,967 บาท
  8. พรรคภูมิใจไทย – 12,664 บาท
  9. พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล – 10,500 บาท
  10. พรรคก้าวไกล – 0 บาท
‘นอท’ แจงแล้ว ทำไมใช้งบฯหาเสียงเลือกตั้ง ‘ยิงแอดเฟซบุ๊ก’ นำโด่งทุกพรรค

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน ชี้แจงข้อมูลจากส่องสื่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้น อาจจะไม่เคยมีการพรรคไหนเปิดเผยมาก่อน  เชื่อว่าพรรคเปลี่ยนเป็นพรรคเปิดเผยและตรงมาตรงไปที่สุด สิ่งที่ได้ดำเนินการไปนั้นรายงานต่อ กกต.ความความจริง  ไม่มีการปิดบัง

ตนเองอยู่ในวงการอินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง มีเพื่อนเป็นเอเจนซี่มากมาย  พรรคอื่นยิงโฆษณาหลัก10-100ล้านบาท  โดยพรรคการเมืองอื่นอาจจะนำงบประมาณไปใช้สำหรับการจัดทำป้ายหาเสียงทั่วประเทศ แต่พรรคเปลี่ยนเน้นออนไลน์

ขณะที่ป้ายหาเสียงที่ติดตั้งทั่วประเทศใช้งบประมาณ 3 ล้านกว่าบาท รวมแล้วใช้งบประมาณ 4 ล้านกว่าบาทในการหาเสียง ดังนั้นขอให้คิดดูว่าพรรคขนาดใหญ่ใช้เงินไปเท่าไหร่ ขณะที่ ส.ส. เขต ที่พรรคส่งทั่วประเทศ 18 เขตนั้นก็ใช้งบหาเสียงไม่มาก เพราะป้ายหาเสียงส่วนใหญ่ก็ใช้ป้ายของพรรค 

‘นอท’ แจงแล้ว ทำไมใช้งบฯหาเสียงเลือกตั้ง ‘ยิงแอดเฟซบุ๊ก’ นำโด่งทุกพรรค

นายพันธ์ธวัช กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกหาเสียงในช่องทางโซเชียลมีเดียว่า การจะนำเสนอนโยบายให้ประชาชนรับรู้ สิ่งที่จะนำเสนอได้คือผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อต่างๆและสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งสามารถคุยกับประชาชนได้โดยตรง ดีกว่าติดตั้งป้ายหาเสียงด้วยข้อความสั้นๆ จึงตัดสินใจที่จะเลือกนำเสนอนโยบายให้ประชาชนรับรู้ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียจะสื่อสารได้ดีที่สุด  และพรรคใช้งบประมาณในการจัดทำป้ายหาเสียงประมาณ 3 ล้านบาท  

ทั้งนี้ส่วนตัวรู้สึกงง เหตุใดงบหาเสียงทางโซเชียบกลายเป็นประเด็น ซึ่งส่วนตัวทำด้านโซเชียลมา การยิงแอดไม่ใช่เรื่องแปลก  เชื่อว่าพรรคอื่นไม่สามารถนำมาโจมตีได้ เพราะยังเหลืองบประมาณในหาเสียงของพรรคการเมือง 40 ล้านบาท ขณะที่พรรคเปลี่ยนมีทีมงานน้อยเมื่อเทียบเท่ากับพรรคการเมืองอื่นหรือพรรคขนาดใหญ่

“การันตีว่างบของพรรคเปลี่ยนไม่เยอะสุด  แต่เปิดเผยที่สุด พรรคอื่นอาจจะใช้เป็น 10 เป็น 100 ล้าน  เค้ายิงโฆษณากันเยอะแยะ ยิงในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง ผมน้อยสุดดีกว่า ความตรงไปตรงมาชัดเจนที่สุด” นายพันธธวัชกล่าว 


ส่วนกรณีที่ กกตกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงนั้น เห็นว่าเพื่อให้ทุกพรรคมีงบประมาณในการทำงานการเมืองเท่ากันหมดแข่งกันกันอย่างเท่าเทียมทั้งพรรคเล็กและพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ไม่ให้เกิดการได้เสียเสียเปรียบ

“พร้อมเตือนพรรคการเมืองอื่นๆที่ให้แฟนคลับยิงแอดโฆษณาให้ หากเกินจำนวนที่กำหนด จะต้องแจ้งค่าใช้จ่ายหาเสียงต่อ กกต.ให้รับทราบ  เพราะหากตรวจพบภายหลังมีโทษถึงยุบพรรคการเมือง  ที่ตนเองรู้เนื่องจากต้องศึกษาคู่แข่งตลอดเวลา อีกทั้งตนเองและเพื่อนๆอยู่ในแวดวงโฆษณา”

‘ประชาธิปัตย์’ ตั้ง ‘ทีมโฆษก’ รับศึกเลือกตั้ง2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547764

27 เม.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' ตั้ง 'ทีมโฆษก' รับศึกเลือกตั้ง2566

นิพนธ์ บุญญามณี ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ‘ประชาธิปัตย์’ ลงนามแต่งตั้ง ปู จิตกร-ดรุณวรรณ-รัศมี เป็น ‘ทีมโฆษก’ ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ รับศึกเลือกตั้ง2566

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า นายนิพนธ์ บุญญามณี ผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรค ได้ลงนามแต่งตั้งทีมโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย

  1. นายจิตกร บุษบา
  2. นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย 
  3. นางสาวรัศมี ทองสิริไพรศรี

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการเตรียมการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในการเตรียมการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปตามกฎหมาย มีประสิทธิภาพ สร้างการรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ตรงประเด็น และสามารถชี้แจงประเด็นสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ได้รวดเร็วทันต่อสภานการณ์

'ประชาธิปัตย์' ตั้ง 'ทีมโฆษก' รับศึกเลือกตั้ง2566

โดย “ปู” จิตกร บุษบา เป็นนักสื่อสารมวลชน ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก มีผลงานมากมายและได้ชื่อว่าเป็นสื่อที่มีอุดมการณ์ชัดเจนในการนำเสนอประเด็นที่ยึดหลักการความถูกต้อง นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษบรรยายให้ความรู้ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ปัจจุบันได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ลูกหมี น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรีลูกหมี น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี

ส่วน “ลูกหมี” น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี เป็นนางแบบระดับซุปเปอร์โมเดล นักแสดง นักเขียน เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในหมู่คนไทย ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนการพัฒนาบุคลิกภาพและสอนการเดินแบบ ให้กับนายแบบและนางแบบทั่วประเทศ และไม่เพียงเป็นนางแบบชื่อดังเท่านั้น ยังมีผลงานการแสดงทั้งละครทีวี ภาพยนตร์ และนางแบบโฆษณาหลายชิ้น

“ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่สองสัปดาห์กว่า ๆ ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งบรรยากาศการหาเสียงจะมีความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ พรรคจึงเตรียมความพร้อมในการสื่อสารทั้งในส่วนของทิศทาง จุดยืน นโยบายไฮไลท์ รวมถึงตัวผู้สมัครที่โดดเด่นเพื่อเร่งสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ และเชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนที่สำคัญในการดึงคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 และผู้สมัคร สส.เขตของพรรคด้วยเช่นกัน” นางดรุณวรรณ กล่าว

ดรุณวรรณ-ปู จิตกร -รัศมีดรุณวรรณ-ปู จิตกร -รัศมี

‘สุวัจน์’ ควงผู้สมัคร สส.สำรวจและวางแผน ‘แก้น้ำท่วมโคราชยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547753

27 เม.ย. 2566

'สุวัจน์' ควงผู้สมัคร สส.สำรวจและวางแผน 'แก้น้ำท่วมโคราชยั่งยืน'

‘สุวัจน์’ นำผู้สมัคร สส.ชาติพัฒนากล้า สำรวจวางแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโคราชแบบยั่งยืน ตามนโยบาย ‘โคราชโนมิกส์’ เตรียดจัดเวทีปราศรัยใหญ่ศาลากลางนครราชสีมา 28 เม.ย. นำเสนอทุกนโยบายเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือก 14 พ.ค.66

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ได้พาผู้สมัครของพรรคประกอบด้วยนายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 5 นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 นายสมบัติ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า) ผู้สมัคร สส.เขต 3 เบอร์ 1 ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและวางแผนการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมและน้ำแล้ง ตามนโยบาย”โคราชโนมิกส์”ของพรรคชาติพัฒนากล้า

โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราช

เริ่มตั้งแต่อาคารระบายน้ำละลมหม้อของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง, ประตูระบายน้ำคลองโคกแฝก และลงเรือท้องแบนที่วัดพลับล่องไปตามลำตะคลองบริเวณที่น้ำเคยท่วม และขึ้นท่าน้ำวัดศาลาลอย โดยมีชาวบ้านมาให้การต้อนรับทุกจุดจำนวนมาก

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ของจ.นครราชสีมา เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี พรรคชาติพัฒนากล้าได้บรรจุปัญหานี้ไว้ในนโยบายพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งหากพรรคชาติพัฒนากล้ามีโอกาสได้เข้าไปทำงานก็จะผลักดันให้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อมาทำบายพาส

หรือจุดเบี่ยงน้ำระบายน้ําออกจากตัวลําตะคอง ด้วยการไปสร้างคลองชลประทานที่มีของเดิมอยู่แล้วไปปรับปรุงไปขยายในการที่จะสร้างคลองชลประทานจากละลมหม้อไปที่บ้านโคกแฝก แล้วต่อไปให้ถึงบึงพุดซาซึ่งเป็นบึงเก็บน้ําขนาดใหญ่ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ใช้งบประมาณประมาณ 400 กว่าล้าน ซึ่งขณะนี้กรมชลประทานบอกว่ามีงบมาแล้วบางส่วน

นายสุวัจน์  โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน นายสุวัจน์ โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน

นายสุวัจน์  โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน นายสุวัจน์ โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน

ฉะนั้น ต้องช่วยกันไปผลักดันงบประมาณถ้าเราสามารถสร้างทางเบี่ยงน้ําออกจากลําตะคองได้ น้ําจะหายไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้วก็จะระบายออกจากตัวเมือง ผ่านคลองชลประทานที่ไปที่บึงพุดซา จากบึงพุดซาก็ไปที่คลองปลาร้า แล้วไปที่คลองธรรมชาติ ไหลลงไปลำเชียงไกร ไหลลงไปแม่น้ำมูล อันนี้คือ การแก้ไขปัญหาอย่างถาวร

นายสุวัจน์  โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน นายสุวัจน์ โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน

นายสุวัจน์  โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน ซึ่งบรรจุเป็นนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ โชว์แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน ซึ่งบรรจุเป็นนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า

ส่วนในเมืองในเขตพื้นที่ที่อยู่สองข้างทางของลําตะคองก็ควรจะต้องขุดลอกทํากําแพงกันดิน กันคลื่น เพื่อให้รับน้ําได้มากขึ้นและน้ําจะได้ไหลออกไปเร็วขึ้น อันนี้เป็นนโยบายในการที่จะแก้ไขปัญหาน้ําท่วมให้กับเมืองโคราชอย่างถาวร และเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “โคราชโนมิกส์”

แก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน บรรจุเป็นนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้าแก้ปัญหาน้ำท่วมโคราชอย่างยั่งยืน บรรจุเป็นนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า

“วันนี้พี่น้องประชาชนในเขตชุมชนที่เดือดร้อนกันมากก็มารับฟังว่าจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร ผมคิดว่านโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้านั้น ตรงกับปัญหาเพราะเราเป็นพรรคอยู่ที่โคราช เข้าใจปัญหาของโคราช ถึงได้มีนโยบายเพื่อคนโคราชโดยเฉพาะ”

28 เม.ย. ชาติพัฒนากล้า ปราศรัยใหญ่

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า หลังจากผู้สมัครของพรรคชาติพัฒนากล้าได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนทุกที่ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งประชาชนชื่นชอบในนโยบายของพรรคโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ที่มีความชัดเจน และในวันพรุ่งนี้ 28 เม.ย. 2566 พรรคชาติพัฒนากล้าจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามหน้าศาลากลางจ.นครราชสีมา เพื่อนำเสนอนโยบายทุกด้านให้ประชาชนพิจารณาอย่างละเอียด และจะเป็นวันสำคัญที่ชาวโคราชจะนำไปตัดสินใจในการเลือก สส.ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้

‘กกต.’ เผย เช็คผลนับคะแนนเลือกตั้งผ่าน ECT Report คาด 5 ทุ่ม รู้ผลไม่ทางการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547749

27 เม.ย. 2566

'กกต.' เผย เช็คผลนับคะแนนเลือกตั้งผ่าน ECT  Report คาด 5 ทุ่ม รู้ผลไม่ทางการ

‘กกต.’ เผย วันเลือกตั้งติดตามการนับคะแนนเลือกตั้งผ่าน ECT Report คาดไม่เกิน 5 ทุ่ม รู้ผลไม่ทางการ มั่นใจประสิทธิภาพ เร็ว แม่นยำ

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยถึงการรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง สส. อย่างไม่เป็นทางการ วันเลือกตั้งที่ 14 พ.ค. 2566 ว่า การนับคะแนนโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะทราบผลคะแนนเลือกตั้ง สส. อย่างไม่เป็นทางการ ครบทุกเขต คาดไม่เกิน 23:00 น ของวันเลือกตั้ง 

หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. จะนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักรพร้อมกัน มีเจ้าพนักงานการเลือกตั้งเป็นผู้นับคะแนน ขีดคะแนนบนบอร์ดให้เห็นชัดเจน เมื่อนับเสร็จแล้วจะกรอกลงใบรายงานคะแนน หรือใบ 5/18 ซึ่งจะมีรายละเอียดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวนผู้มาใช้สิทธิ บัตรดี บัตรเวีย บัตรไม่ลงคะแนน และคะแนนที่ผู้สมัครได้ จากนั้นจะติดผลที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง , ส่งผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ให้ศูนย์นับคะแนนระดับอำเภอ ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง หากพบความผิดปกติของคะแนน เช่น คะแนนเขย่ง จะทักท้วงไปยังหน่วยเลือกตั้ง ก่อนจะรายงานเข้าส่วนกลาง , ส่งเข้าสู่ระบบ ECT Report เพื่อนำคะแนนออกมาเผยแพร่ตามช่องทางต่างๆ 
 

ซึ่งการนับคะแนนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ผู้ที่รวมคะแนนเป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้งตามกฎหมาย และการแก้ไขคะแนนก็ไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ 9 คน ที่จะทำหน้าที่บันทึกคะแนนลงในระบบ จึงมั่นใจว่า การรายงานผลจะมีความรวดเร็ว มีความถูกต้องแม่นยำกว่าการรายงานผลแบบเดิม
 

สื่อมวลชนสามารถเข้ารับข้อมูลการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ที่บริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่วนประชาชน สามารถติดตามคะแนนจากแต่ละหน่วยที่ส่งเข้ามาส่วนกลางแล้ว เว็บไซต์  www.ectreport.com จะมีการรายงานภาพรวมการนับคะแนนทั้งประเทศ , แบบแบ่งเขต , แบบบัญชีรายชื่อ โดยแสดงคะแนนรวม ไม่คำนวนที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อ , ความคืบหน้าการนับคะแนน

โดยสามารถติดตามได้ตั้งแต่เวลา  19.00 น. เป็นต้นไป จะมีการอัปเดตทุก 15 นาที  และหยุดรายงานคะแนนเมื่อนับคะแนนได้ 95% ก่อนจะรายการผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ คาดว่าเวลาประมาณ 23.00 น.

เศรษฐา กราบหลวงพ่อท่านคล้าย ขอ สส.ใต้สักคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547745

27 เม.ย. 2566

เศรษฐา กราบหลวงพ่อท่านคล้าย ขอ สส.ใต้สักคน

คนทุ่งสง อยากให้เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ผลักดันให้เป็นจังหวัดใหม่ เศรษฐา กราบหลวงพ่อท่านคล้าย อ้อนคนใต้ เพื่อไทย ไม่เคยทอดทิ้ง

แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยเข้ากราบหลวงพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดธาตุน้อย หลังรับฟังปัญหาแรงงานทุ่งสง ที่ขอให้ช่วยเรื่องราคายางซึ่งเป็นรายได้หลักพร้อมผลักดัน อ.ทุ่งสงให้เป็นจังหวัด 

ย้ำที่ผ่านมา เพื่อไทย ดูแลภาคใต้ มาโดยตลอด แม้ไม่เคยได้ สส.ใต้

โดยตัวแทนผู้ใช้แรงงานฯ สะท้อนปัญหาว่า โรงงานยังพออยู่ได้ตามสภาพ แต่ปัญหาหลักคือราคายางตกต่ำ เพราะรายได้หลักของทุกครอบครัวคือทำสวนยาง และกรีดยาง ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ช่องทางการค้าขายของพวกเรายังไม่ครอบคลุม เราต้องการถนนวงแหวน และศูนย์กระจายสินค้า เพราะทุ่งสงถือเป็นสะดือของภาคใต้ ระหว่างอันดามัน กับอ่าวไทย

มีสถานที่ มีตู้คอนเทนเนอร์ มีรถขนส่งพร้อมแล้วขาดเพียงแต่การเชื่อมต่อการคมนาคม และขอสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เพื่อผลักดันอำเภอทุ่งสงให้เป็นจังหวัดใหม่ในอนาคต

แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยมองว่า ปัญหาหลักคือปัญหาเรื่องรายได้  รายได้หลักคือราคายางพารา แต่ราคาตกต่ำ รัฐบาลของพวกเราที่ผ่านมาได้พยายามไปคุย และไปเจรจากับผู้ผลิตรายใหญ่เพื่อรักษาระดับราคายางไม่ให้ตกต่ำ

รวมทั้งยังคิดวิธีเพิ่มผลิต และเพิ่มน้ำยางให้มากขึ้น 1 เท่าจากที่มีอยู่ โดยการใช้ทั้งการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการใช้ปุ๋ย เพื่อให้พี่น้องมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เรายังมีนโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ปีแรกเป็น 400 และต้องได้ 600 ในปี 70

เศรษฐา ทวีสิน หาเสียงนครศรีธรรมราชเศรษฐา ทวีสิน หาเสียงนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ เมื่อพี่น้องมีรายได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นยอดความต้องการสินค้าก็จะเพิ่มขึ้น ยอดการผลิตสินค้าก็จะเพิ่มขึ้นด้วย โรงงานก็จะสามารถมีเงินมาจ่ายให้กับแรงงานได้

วันนี้เข้าใจว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมามากจากช่วงโควิดที่ผ่านมา ไม่สามารถหยอดเงินให้รั้งละ 400-500 บาทได้อีก จึงคิดนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล เติมเงินให้ประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 บาท

หากมีการจับจ่ายมาก ร้านค้าก็เสียภาษีมาก มีแต่ได้กับได้ พรรคเพื่อไทยมีจิตวิญญาณ เราเชื่อว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลก ซึ่ง 8 ปีที่ผ่านมา เราอยู่กันแต่แบบนี้ เราไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อไปเปิดตลาดใหม่ ไม่ว่าจะตลาดตะวันออกกลาง แอฟฟริกา ฯลฯ

‘กรณ์’ สอนมวย ‘สุพัฒนพงษ์’ ต้นทุนลด แต่ ‘ค่าไฟแพง’ อย่าผลักภาระให้ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547741

27 เม.ย. 2566

'กรณ์' สอนมวย 'สุพัฒนพงษ์' ต้นทุนลด แต่ 'ค่าไฟแพง' อย่าผลักภาระให้ปชช.

‘กรณ์’ สอนมวย สุพัฒนพงษ์ ‘ค่าไฟแพง’ คนนั่งคาตำแหน่งรองนายกฯเศรษฐกิจต้องรับผิดชอบ ต้นทุนไฟฟ้าลดแล้ว ไม่ต้องเก็บค่า FT สะท้อนต้นทุนแท้จริง อย่าลักไก่ผลักภาระให้ประชาชน

นายกรณ์ จาติกวาณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าชาติพัฒนากล้า กล่าวระหว่างลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงที่จ.ร้อยเอ็ด ถึงกรณีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ไม่เห็นด้วยกับการงดเก็บค่าเอฟทีในฤดูร้อนนี้ ตามที่พรรคชาติพัฒนาเสนอไป ว่า การลักไก่คิด “ค่าไฟแพง” ตั้งแต่ ม.ค.- เม.ย. 2566 ที่ 4.72 บาทนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว เพราะก๊าซถูกในอ่าวไทยผลิตมากขึ้น ราคา LNG นำเข้าราคาลดลง เงินบาทก็แข็งค่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจึงลดตั้งแต่ ธ.ค. 2565 เป็นต้นมา แต่รอบบิล ม.ค.- เม.ย. 2566 รัฐไม่ยอมลดค่าไฟให้ แต่ผลักภาระให้ประชาชนแทนในช่วงหน้าร้อนนี้

“ผมได้ทักท้วงเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นปีช่วงอากาศหนาว ที่คนใช้ปริมาณไฟน้อย แต่มาแจ็กพอตแตกก็เดือนเมษาหน้าร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้ไฟมากขึ้น แต่เมื่อต้นทุนถูกลงแล้ว จึงควรลดค่าเอฟที 93.43 สตางค์/หน่วยเป็น 0 บาท 3 เดือนได้ ซึ่งสอดคล้องตามต้นทุนจริง” 

ส่วนการขาดทุนของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) นายกรณ์ กล่าวว่าในฐานะรักษาการรองนายกฯด้านเศรษฐกิจเอง กำกับดูแลกระทรวงการคลังอยู่แล้วก็สามารถมาช่วยปรับโครงสร้างต้นทุนการเงินของ กฟผ. ได้ไม่ใช่มาผลักภาระให้ประชาชนแบบนี้

นายกรณ์ จาติกวาณิช แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี หัวหน้าชาติพัฒนากล้านายกรณ์ จาติกวาณิช แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี หัวหน้าชาติพัฒนากล้า

“วิธีแก้ปัญหาค่าไฟแพงของชาติพัฒนากล้า ผมไตร่ตรองอย่างถีถ้วนแล้ว ผมรู้จักหลักวินัยการเงินและการคลังดี แต่ท่านเองนั่นแหละ ที่ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า จะรับผิดชอบเรื่องค่าไฟแพงอย่างไร ท่านเป็นทั้งรองนายกฯเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีพลังงาน เป็นถึงหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นแคนดิเดต

การทำงานมันต้องเชื่อมโยงทั้งบริบทกระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงาน รวมถึงบริบทด้านงานการต่างประเทศ ต้องบริหารงานแบบบูรณาการและมีวิสัยทัศน์ สำคัญคือต้องทำงานด้วยการคิดถึงใจประชาชน

ตอนนี้ท่านต้องเร่งเจรจาก๊าซไทยกัมพูชาด้วย เพราะก๊าซในอ่าวไทยจะหมดลงใน 10 ปีนี้แล้ว มองให้ไกลครับท่านรัฐมนตรีพลังงาน”นายกรณ์ จาติกวาณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้ากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายกรณ์ จาติกวาณิช แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี หัวหน้าชาติพัฒนากล้า จัดได้ว่าเป็นนักการเมืองคนแรก และชาติพัฒนากล้า ก็เป็นพรรคการเมืองพรรคแรก ที่ออกมาท้วงติงการจัดเก็บ “ค่าไฟแพง” จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน ก่อนจะกลายเป็นกระแสสังคม และทุกพรรคการเมืองประสานเสียงขย่มรัฐบาลรักษาการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเมามันส์ และกลายเป็นเผือกร้อนก่อนศึกเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.2566

‘อนุทิน’ ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ต้องหนุนกฎหมาย ‘กัญชา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547739

27 เม.ย. 2566

'อนุทิน' ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ต้องหนุนกฎหมาย 'กัญชา'

‘อนุทิน’ เชื่อเลือกตั้ง สส. พรรคภูมิใจไทยเพิ่มขึ้น ตั้งเงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ต้องหนุนกฎหมาย ‘กัญชา’ ปฏิเสธไม่เคยเสนอใช้เพื่อสันทนาการตามที่บางพรรคให้ร้าย

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ มั่นใจจะมีจำนวน สส. เพียงพอที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ที่มีเนื้อหาครอบคลุมการนำกัญชา กัญชง มาใช้อย่างถูกวิธี เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน 
 

การเข้าร่วมรัฐบาล แน่นอนว่านโยบายกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพต้องอยู่ในเงื่อนไขนี้และเป็นสิ่งแรกที่จะดำเนินการ เพราะว่าร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง สมบูรณ์แล้ว ครั้งที่แล้วเงื่อนไขคือปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด มีวิธีการดำเนินการได้อยู่แล้ว ออกกฎหมายกัญชา เพื่อให้มีความกระชับ ให้มีการควบคุม ลดความวิตกกังวลของสังคมให้มากที่สุด แต่จริงๆ ทุกวันนี้การใช้กัญชาไม่เคยทำร้ายสังคม ไม่เคยทำให้เป็นปัญหา แต่มีคนด้อยค่า พยายามกล่าวหาให้ร้าย  
 

โดยสภาฯให้ความเห็นชอบในหลักการ วาระที่ 1 แล้วในชั้นกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาจนมีมาตราเพิ่มขึ้น 45 มาตรา เป็น 95 มาตรา  2 เท่าของที่พรรคภูมิใจไทย นำเสนอกฎหมาย ซึ่งต้องถือว่าแน่นหนามากแล้ว และเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ยังไงก็ต้องผ่าน

 นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายอนุทิน ชาญวีรกูล 

แต่คราวที่แล้วเป็นช่วงท้ายของอายุสภาฯ เลยมีเรื่องทางการเมืองเกี่ยวข้องอยู่ เกรงว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้รับคะแนนนิยมมากเกินไป จึงใช้เทคนิคทางการเมือง ทุกพรรคที่อยู่ในกรรมาธิการฯ ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลให้ความเห็นชอบ ในมาตราต่างๆ ที่ร่างขึ้นมาใหม่ 

บางพรรคที่บอกไม่เห็นชอบ เป็นเสนอให้นำกัญชาไปใช้ในทางสันทนาการ การจัดโซนนิ่งด้วยซ้ำ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเสนอเรื่องพวกนี้ เพราะพรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเสนอเรื่องพวกนี้ เพียงสนับสนุนในทางการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ เท่านั้น แน่นอนหลังการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยจะเสนอร่างนี้กลับเข้าไปในสภาฯ อีกครั้ง 

“ถ้าใครจะมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องสนับสนุนกฎหมายกัญชา” นายอนุทิน กล่าว

เพื่อไทย อัด กกต. เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครฯต่างแดน ผิดซ้ำซาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547738

27 เม.ย. 2566

เพื่อไทย อัด กกต. เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครฯต่างแดน ผิดซ้ำซาก

เอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร นอกราชอาณาจักร ไม่ชัดเจน เป็นอีกตัวอย่างที่พรรคเพื่อไทยยกขึ้นเป็นความผิดพลาดของ กกต.

เอกสารรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. เขต 7 สำหรับเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่กรุง วอชิงตัน ของคณะกรรมการการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ถูกพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความผิดพลาดซ้ำซาก ของ กกต. ในสองกรณีคือมีการล้อมกรอบชื่อพรรคของผู้สมัครไม่ถูกต้อง

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีความผิดพลาดของ กกต.ประกอบไปด้วย  บัตรเลือกตั้ง สส.กทม.เขตบางซื่อ เขตดุสิต (เฉพาะแขวงนครชัยศรี) โดยชื่อพรรคเพื่อไทย ไปอยู่ในช่องของผู้สมัครพรรคอื่น ในขณะที่ผู้สมัครพรรคอื่นก็ถูกล้อมกรอบภาพสังกัดพรรคที่ไม่ใช่ของตนเช่นเดียวกัน

ภาพประกอบหนังสือแนะนำตัวผู้สมัครฯ ต่างแดนภาพประกอบหนังสือแนะนำตัวผู้สมัครฯ ต่างแดน

เมื่อประชาชนได้สอบถามกับทางสถานทูต ได้รับการแจ้งว่าเป็นเทมเพลตสำเร็จรูปจาก กกต. และสถานทูตไม่สามารถแก้ไขได้ นอกจากนี้ยังพบเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ที่โอซาก้า พบว่าในเอกสารประกาศรายชื่อผู้สมัคร สส.ใบแนะนำตัวผู้สมัคร มีเพียง หมายเลข ชื่อ นามสกุล ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 1 นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ชื่อพรรคไม่รวมอยู่ในช่องเดียวกันกับผู้สมัคร  แต่กลับปรากฏเหนือรูปผู้สมัครคนอื่นในหน้าถัดไป

พรรคเพื่อไทย เห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจสร้างความสับสน ให้กับประชาชนที่ลงคะแนนและอาจสร้างความเสียหายให้กับผู้สมัคร สส. ได้  ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย จึงเตรียมยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบ และชี้แจงถึงสาเหตุของความผิดพลาดครั้งนี้  ว่าเกิดขึ้นจากเหตุใด และจะมีแนวทางในการรับผิดชอบอย่างไร 

รวมทั้งขอให้ตรวจสอบเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร สส. นอกราชอาณาจักรทุกประเทศด้วย เพราะขณะนี้ประชาชนคนไทยที่อาศัยในต่างประเทศ ได้เริ่มทยอยลงคะแนนแล้ว เพื่อจะได้ส่งกลับมายังสถานทูตได้ทันเวลา หากการแก้ไขใดๆไม่สามารถย้อนหลังได้  ความผิดพลาดจากการลงคะแนนผิด อาจสร้างความเสียหายให้กับผู้สมัครและพรรคการเมือง และขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชน

ล่าสุด นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กล่าวถึง กรณีเอกสารรายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่มีข่าวมาอยู่เรื่อยๆว่ามีการคลาดเคลื่อน ไม่ครบถ้วนในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเป็นปัญหามารายวันแล้ว

เบื้องต้นที่ได้รับข้อมูลจากกระทรวงต่างประเทศไม่มีปัญหาอะไร และพรุ่งนี้จะมีบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในโซนยุโรปถึงไทยแล้วบางส่วน และมีอีก 15 ประเทศท่านทูตจะนำเอง

คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ ‘สุดารัตน์’ นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547735

27 เม.ย. 2566

คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ 'สุดารัตน์' นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน

ชาวอุบลฯ ไม่เคยแผ่ว บอกมั่นใจ ‘สุดารัตน์’ ตัวจริงทำงาน ไม่ใช่นอมีนีใคร ทำงานยากสำเร็จมาแล้ว ด้านเจ้าตัวประกาศ ดูแลชาวอีสานให้หายจน มีรายได้ยั่งยืนภายใน 3 ปี ข้าวหอมมะลิ ต้องไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อตัน ยางพารา ต้องไม่ต่ำกว่า 60 บาท ต่อก.ก.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 32 พร้อมด้วยนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่จ.อุบลราชธานี 

โดยช่วงเช้าที่สนามบิน มีพี่น้องประชาชนมารอรับแน่นขนัด ส่งเสียงเชียร์ โดยระบุว่า “นายกหน่อย” “คุณหญิงสุดารัตน์ นายกคนอีสาน” พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ เข้ามาทักทายสวมกอด และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างอบอุ่น

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย 3 เวที ที่อำเภอนาจะหลวย อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 9 ของนางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เบอร์ 10 ทั้งสามเวที ที่คุณหญิงสุดารัตน์ ได้รับการต้อนรับจากชาวอุบลราชธานีอย่างอบอุ่นมากเช่นกัน

ประชาชนแห่ฟังนโยบายแต่ละเวทีนับหมื่นคน พร้อมกับเสียงสะท้อนจากชาวอุบลฯที่มองว่า คุณหญิงสุดารัตน์เหมาะ จะเป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยในเวลานี้มากที่สุด เพราะเป็นคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำงานและมีประสบการณ์ทำงานยากๆสำเร็จมาแล้ว ที่สำคัญ คุณหญิงสุดารัตน์ สามารถทำงานได้ทันทีไม่ใช่นอมีนี จึงไม่ต้องรอฟังคำสั่ง หรือคำสั่งการจาก ใครคนใดคนหนึ่ง

และชื่นชอบนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ที่มุ่งยุติความขัดแย้ง การเมืองสองขั้ว ซึ่งสร้างความทุกข์ยาก แสนสาหัสให้ประชาชนมากว่า 17 ปี จนเกิดการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจึงขาดเสถียรภาพ ไม่สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ และการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนให้เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งในภาคอีสาน มีปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำมาโดยตลอด รวมถึงที่จังหวัดอุบลราชธานีด้วย

คนอุบลฯเรือนหมื่นเชียร์คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกฯคนอุบลฯเรือนหมื่นเชียร์คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกฯ

พรรคไทยสร้างไทย หาเสียงที่อุบลฯพรรคไทยสร้างไทย หาเสียงที่อุบลฯ

คุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นเวที ประกาศดูแลพี่น้องชาวอุบลฯและพี่น้องคนอีสาน ให้หายจน หมดหนี้ มีรายได้ยั่งยืนภายใน 3 ปี พร้อมยกระดับราคาสินค้าเกษตร โดยจะรับซื้อและประกันราคาพืชเศรษฐกิจหลัก เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน โดย

  • ข้าวหอมมะลิ จะต้องไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท/ตัน
  • ข้าวหอมจังหวัด 13,000 บาท/ตัน ข้าวเหนียว 14,000 บาท/ตัน
  • ข้าวสารขาว 11,000 บาท/ตัน
  • มันสำปะหลัง 3 บาท/กก. 
  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 8 บาท/กก. 
  • ยางพารา 60 บาท/กก. 
  • ยางก้อนถ้วย 45 บาท/กก. 
  • ปาล์มน้ำมัน 5 บาท/กก. 
  • อ้อยโรงงาน 1,000 บาท/ตัน

และจะมีการปรับโครงสร้างการผลิต บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตร (Zoning) โดยปรับระบบการใช้ที่ดินเพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับอุปสงค์ – อุปทาน (Demand – Supply) เพื่อยกระดับราคา เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร พร้อมพัฒนาแหล่งน้ำ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงการกักเก็บน้ำตามลำน้ำ

ซึ่งจะมีโครงการ ขุดบ่อน้ำ 1 ล้านบ่อ ขุดน้ำบาดาล 1 แสนบ่อ วางระบบผันน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล แม่น้ำสายสำคัญอื่น และจาก สปป. ลาว มาเติม ในยามที่ขาดน้ำ รวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอและมีคุณภาพทุกหมู่บ้าน

นอกจากนี้ยังเห็นว่า จ.อุบลราชธานี ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถ เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้าได้ไม่น้อยกว่า 3 เท่า โดยจะยกระดับจ.อุบลราชธานีให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Northeastern economic corridor

สำหรับ Northeastern economic corridor ตรงข้ามอุบลราชธานี จะเป็นแขวงจำปาศักดิ์ ซึ่งเป็นแขวงหนึ่งของประเทศลาว ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ ติดอุบลฯและกัมพูชา มีนคร ปากเซเป็นเมืองหลักของแขวง ถือเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีแม่น้ำโขงไหลผ่านกลาง

ดังนั้น จ.อุบลจึงเป็น corridor ที่เชื่อม 3 ประเทศ และขึ้นเหนือไปสู่จีนได้ ซึ่งจะเป็นสะพาน เชื่อมการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวได้อีกมิติหนึ่ง

สำหรับผู้สมัคร สส.จ.อุบลราชธานี ของพรรคไทยสร้างไทย ประกอบด้วย

  • เขต 1 นายอดุลย์ นิลเปรม เบอร์ 1
  • เขต 4 นายอภิชาติ วรโชติวิวรรธน์ เบอร์ 2 
  • เขต 6 นายบุญธรรม ภาคโพธิ์ เบอร์ 1
  • เขต 7 นายพิตติพัฒน์ นามอภัย เบอร์ 8
  • เขต 8 นายเสกสรรค์ กอคูณ เบอร์ 9
  • เขต 9 นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เบอร์ 10
  • เขต 11 นายสุริยา ขันอาสา เบอร์ 2

คุณหญิงสุดารัตน์ ด้รับการต้อนรับจากชาวอุบลราชธานีอย่างอบอุ่นคุณหญิงสุดารัตน์ ด้รับการต้อนรับจากชาวอุบลราชธานีอย่างอบอุ่น

คนอุบลฯเชัยร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนอุบลฯเชัยร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี

คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ 'สุดารัตน์' นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน
คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ 'สุดารัตน์' นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน
คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ 'สุดารัตน์' นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน

พรรคไทยสร้่างไทย เบอร์ 32พรรคไทยสร้่างไทย เบอร์ 32

ก้าวไกลการันตี ปากท้องดี ขึ้นได้ ภายใน 100 วัน หากได้เป็นรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547731

27 เม.ย. 2566

ก้าวไกลการันตี ปากท้องดี ขึ้นได้ ภายใน 100 วัน หากได้เป็นรัฐบาล

พรรคก้าวไกล แถลง 300 นโยบาย หากได้เป็นรัฐบาล ไม่เกิน 1 ปี การเมืองดี ปากท้องดีขึ้นค่าแรงทันที สามารถนำไปหักภาษีได้สองเท่า

พรรคก้าวไกล เสนอนโยบายปากท้องดี ในปีแรก หากได้เป็นรัฐบาล ประกอบด้วยการลดค่าไฟฟ้าลง 70 สตางค์ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทันที 450 บาท ช่วยเหลือ SME ด้วยการจ่ายประกันสังคม 6 เดือน และนำค่าแรงไปหักภาษีได้ 2 เท่า ระยะเวลา 2ปี ปลดล็อกกฎกระทรวงและนโยบายของรัฐบาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทำ สุราก้าวหน้า

ปลดล็อกการออกโฉนดที่ดินให้นิคมสหกรณ์และนิคมสร้างตนเอง 6.5 ล้านไร่ และ เปิดเสรีโซลาร์เซลล์ ให้ชาวบ้านผลิตไฟฟ้าบนหลังคาบ้าน

นอกจากนโยบายปากท้องดีแล้ว พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคยังโชว์นโยบาย การเมืองดีที่สามารถทำได้ใน 100 วันแรก ด้วยการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ทันที ด้วยการเสนอทำประชามติภายใน 100 วันแรก ให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด

แถลงนโยบายพรรคก้าวไกลแถลงนโยบายพรรคก้าวไกล

นอกจากนี้ พิธายังเตรียมเสนอให้ ครม. นำกฎหมายสมรสเท่าเทียมขึ้นมาพิจารณาต่อ ทบทวนการดำเนินคดีการเมืองและเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองทั้งหมดในฐานะกฎหมายของ ครม. รวมทั้งออกและยกเลิกกฎ ประกาศกระทรวงต่างๆ เพื่อปฏิวัติระบบราชการให้โปร่งใส และปลดล็อกกฎของมหาดไทยที่ฉุดรั้งความอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นอกจากนี้จะมีการปฏิวัติการศึกษา  เช่นกฏโรงเรียนต้องไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน ครูละเมิดสิทธิพักใบประกอบทันที และเลิกให้ครูนอนเวร คืนศักดิ์ศรีประเทศไทยในเวทีโลก ด้วยการกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน และสร้างอำนาจต่อรองในการรักษา

ส่วนแผนงาน 1 ปีแรก พรรคก้าวไกลเตรียมทำ 2 ส่วน คือการยื่นเสนอกฎหมายและรื้องบประมาณ 2567 ซึ่งพรรคก้าวไกลมีกฎหมายอยู่ในมือแล้ว 45 ฉบับที่พร้อมเสนอทันทีที่สภาฯ เปิด เป็นกฎหมายการเมือง 11 ฉบับ สิทธิเสรีภาพประชาชน 8 ฉบับ ปฏิรูประบบราชการ 6 ฉบับ ปฏิรูปที่ดิน 8 ฉบับ บริการสาธารณะ 8 ฉบับ แรงงาน 2 ฉบับ เศรษฐกิจ 4 ฉบับ และสิ่งแวดล้อม 2 ฉบับ