‘ป.ป.ช.’ เปิดเซฟ ‘แม่ ลูกเทียนทอง’ ร่ำรวยอู้ฟู่พันล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547812

28 เม.ย. 2566

'ป.ป.ช.' เปิดเซฟ 'แม่ ลูกเทียนทอง' ร่ำรวยอู้ฟู่พันล้าน

‘ป.ป.ช.’ เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ขวัญเรือน เทียนทอง’ อดีตนายกฯอบจ.สระแก้ว รวยอู้ฟู่กว่า 1,653 ล้าน มีหนี้สิน เป็นเงินเบิกเกินบัญชี 55,335 บาท ขณะที่ลูกชาย ‘ฐานิสร์ เทียนทอง’ หนุ่มโสด รวยกว่า164 ล้าน ไม่มีหนี้สิน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ “นางขวัญเรือน เทียนทอง” หลังพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สระแก้ว เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2566 โดยนางขวัญเรือนระบุว่า นายพิเชษฐ์ เทียนทอง คู่สมรสเสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2547 และมีบุตรจำนวน 4 คน ได้แก่ นายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต สส.สระแก้ว นายอนุรักษ์ เทียนทอง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และนายบดี เทียนทอง

นางขวัญเรือนแจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 1,653,508,144 บาท ประกอบด้วย

  • เงินสด 200,000 บาท
  • เงินฝาก 491,835,910 บาท
  • เงินลงทุน 59 รายการ รวมมูลค่า 838,021,147 บาท
  • ที่ดินจำนวน 118 แปลง มูลค่า 118,519,165 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9 แห่ง มูลค่า 113,250,000 บาท
  • ยานพาหนะ 4,660,000 บาท
  • สิทธิและสัมปทาน 18,310,922 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 68,711,000 บาท

มีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 55,335 บาท

นอกจากนี้ ยังระบุว่า มีรายได้ต่อปี จำนวน 12,134,686 บาท โดยแยกเป็นรายได้ดังนี้

  • รายได้จากเงินเดือน 906,360 บาท
  • รายได้จากค่าเช่าที่ดิน 1,920,960 บาท
  • รายได้จากค่าเช่าบ้าน 400,000 บาท
  • รายได้จากดอกเบี้ยพันธบัตร 3,408,267 บาท
  • รายได้จากรางวัลเงินฝาก ธกส. 754,399 บาท
  • รายได้จากรางวัลสลาก ธกส. 4,744,700 บาท

ขณะเดียวกัน มีรายจ่ายต่อปี 1,302,000 บาท โดยแยกเป็น

  • ค่าอุปโภคบริโภค 852,000 บาท
  • ค่าท่องเที่ยว 150,000 บาท
  • ค่าบริจาค 300,000 บาท

สำหรับทรัพย์สินที่น่าสนใจของนางขวัญเรือน พบว่า ถือหุ้นในธุรกิจต่างๆ ของตระกูลเทียนทองหลายสิบบริษัท รวมถึงหุ้นกู้ของเอกชนชื่อดังในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หลายแห่ง

ขณะที่ในส่วนของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวน 9 แห่งดังกล่าว มี 1 แห่ง คือ บ้านพักอาศัย ม.6 ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ได้มาปี 2547 จากมรดก มูลค่ารวม 80 ล้านบาท 

นอกจากนี้ ยังสะสมเครื่องประดับอย่าง สร้อยคอ/ต่างหูเพชร พร้อมจี้มรกต 1 ชุด ได้มาปี 2550 มูลค่า 7.5 ล้านบาท แหวนเพชร 1 วง ได้มาปี 2554 มูลค่า 7 ล้านบาท พระพุทธรูปศิลปะรัตนโกสินทร์ 1 องค์ ได้มาปี 2563 มูลค่า 3 ล้านบาท เป็นต้น

วันเดียวกัน ป.ป.ช. ยังเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายฐานิสร์ เทียนทอง หลังพ้นจากตำแหน่ง สส. สระแก้ว เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2566 

โดยนายฐานิสร์ เทียนทอง แจ้งสถานะว่า โสด และมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 164,036,500 บาท ได้แก่

  • เงินฝาก 738,311 บาท
  • เงินลงทุน 69 ล้านบาท
  • ที่ดิน 82,098,500 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 5 ล้านบาท
  • สิทธิและสัมปทาน 7,199,688 บาท

ไม่มีหนี้สิน มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 1,362,720 บาท เป็นเงินเดือนทั้งหมด มีรายจ่ายรวม 5 แสนบาท

‘นอท พรรคเปลี่ยน’ หวังสูง ได้สส. 8 เก้าอี้ พูดชัด ‘ผมอยากเป็นรมต.ดีอีเอส’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547815

28 เม.ย. 2566

'นอท พรรคเปลี่ยน' หวังสูง ได้สส. 8 เก้าอี้ พูดชัด 'ผมอยากเป็นรมต.ดีอีเอส'

เลือกตั้ง : ‘นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หัวหน้าพรรคเปลี่ยน’ หวังสส. 8 คน ประกาศชัด อยากเป็นรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ ชูนโยบายยกธุรกิจสีเทา ‘บ่อน-โสเภณี-ส่วย’ ให้ถูกกฎหมาย

หัวหน้าพรรคเปลี่ยน ‘นอท’ หรือ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หัวหน้าพรรคเปลี่ยน หวังสูงได้สส.บัญชีรายชื่อมากสุดคือ 8 คน  พร้อมกับประกาศอย่างชัดเจนว่า เจ้าตัวอยากเป็นรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ หรือ ดีอีเอส และมีนโยบายยกระดับธุรกิจสีเทา ‘บ่อน-โสเภณี-ส่วย’ ให้ถูกกฎหมายเป็นรายได้ของประเทศ

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์  หรือ นอท หัวหน้าพรรคเปลี่ยน ให้สัมภาษณ์ว่า การทำพรรคและส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 7 จังหวัด 18 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 13 รายชื่อ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ พรรคเพิ่งได้รับการรับรองก่อนเปิดรับสมัครไม่นาน 

'นอท พรรคเปลี่ยน' หวังสูง ได้สส. 8 เก้าอี้ พูดชัด 'ผมอยากเป็นรมต.ดีอีเอส'

แต่ก็เชื่อมั่นว่า ในการเลือกตั้งรอบนี้ จะมี ส.ส.ชนะการเลือกตั้ง และจะได้ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ 7 – 8 คน ซึ่งจุดยืนวันนี้ จะหาเสียง รับฟังเสียงประชาชนมากกว่าเดิม และจะร่วมกับงานกับพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากจากประชาชน

ส่วนจุดยืนที่การก้าวสู่การเมือง นายพันธ์ธวัช ระบุว่า เพราะสนใจ ติดตามการเมือง จากการอ่านหนังสือพิมพ์มาตั้งแต่เด็ก และอ่านหนังสือประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ของ คุณวินทร์ เลียววาริณ จนมองภาพการเมืองชัดขึ้น ทำให้เห็นว่าตลอด 80 กว่าปีการเมืองประเทศไทย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 

'นอท พรรคเปลี่ยน' หวังสูง ได้สส. 8 เก้าอี้ พูดชัด 'ผมอยากเป็นรมต.ดีอีเอส'

และกระทั่งปลายปี 2565 ถูกกลั่นแกล้งทำให้คิดว่า เป็นห่วงรุ่นลูกรุ่นหลาน จึงตัดสินใจแน่วแน่เข้าสู่การเมือง “อยากไปเป็นปากเป็นเสียงสภา ให้คนหาเช้ากินค่ำทุกคน ไม่ใช่เพื่อเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ตนเองแต่อย่างใด”

โดยเฉพาะขณะที่ คนรุ่นใหม่อยากได้ผู้นำในฝันที่สมบูรณ์แบบ เรียนจบต่างประเทศ มีชาติตระกูลดี นายพันธ์ธวัช ระบุว่า ตนเองไม่สนใจและถือเป็นอีกเหตุผลหนึ่งและเครื่องมือพิสูจน์ตัวเอง ให้รู้ว่าที่มาถึงตรงนี้ได้ เพราะ ฉลาด ขยันหาโอกาสทำงาน และจะเดินหน้าหาเสียง โค้งสุดท้ายนี้ ด้วยแคมเปญ “เลิกตอแหล แล้วพูดความจริง ล็อตเตอรี่ โสเภณี บ่อน” 

พรรคเปลี่ยนต้องการเข้าไปคุ้มครองผู้มีอาชีพ โสเภณี ไม่ตราหน้า ด้วยการลงทะเบียนทำให้ถูกกฎหมาย ได้รับคุ้มครองตามกฎหมาย เรื่องบ่อน ก็ควรพูดความจริง และทำให้ถูกกฎหมาย ดึงส่วยมาเป็นภาษี ทั้งบ่อนแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยมั่นใจว่าสามารถควบคุมได้อย่างแน่นอน

ซึ่งนโยบายนี้ หากได้มีโอกาสก็อยากเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม หรือ DES เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ  อยากทำดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมจริง ๆ ไม่ใช่ดิจิทัล เพื่อจับผิดคนเห็นต่าง ทั้งนี้ สิ่งแรกที่จะทำหลังได้เป็น ส.ส.คือการพิมพ์สลากกินแบ่งเพิ่ม เพื่อให้กลไกการตลาดควบคุมราคาขายให้เป็นธรรม และยังคงมีสลากดิจิตอล

แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หวยใบเสร็จ หรือ หวยบำเหน็จ ของบางพรรค  เพราะเชื่อมั่นว่าทำไม่ได้ จึงอยากถามกลับว่า ถ้าประชาชนอยากได้บำเหน็จแต่ไม่เคยเล่นหวย ก็ต้องมาซื้อหวย ซึ่งถือเป็นการมอมเมาอย่างชัดเจน

ส่องนโยบาย ‘พรรคพลังประชารัฐ’ 3 ลดค่าใช้จ่าย 7 เพิ่มเงินในบัญชี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547807

28 เม.ย. 2566

ส่องนโยบาย 'พรรคพลังประชารัฐ'  3 ลดค่าใช้จ่าย 7 เพิ่มเงินในบัญชี

ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐรองรับ 20 นโยบายที่ยื่นต่อ กกต. ชู 3 ลดค่าใช้จ่าย 7 เพิ่มเงินในบัญชี พร้อมทำทันที ‘บิ๊กป้อม’ นั่งนายกฯ

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 2/2566 นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม โดยมีกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค กว่า 250 คน เข้าร่วมประชุม

นายไพบูลย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบและรับรอง 20 นโยบายพรรคพลังประชารัฐหาเสียงของพรรคที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีประเด็นสำคัญ แยกเป็น 3 นโยบายลดค่าใช้จ่าย 7 นโบายเพิ่มเงินในบัญชี คือ

กรรมการบริหารพรรคและสมาชิก รับรอง 20 นโยบายกรรมการบริหารพรรคและสมาชิก รับรอง 20 นโยบาย

ลดค่าใช้จ่าย
1.ลดค่าไฟฟ้า เหลือหน่วยละ 2.50 บาท ช่วยเหลือประชาชน และลดเหลือหน่วยละ 2.70 บาท ช่วยภาคอุตสาหกรรม 
2.ลดค่าน้ำมัน เบนซินลงลิตรละ 18.07 บาท เหลือลิตรละ 25.99 บาท และลดค่าน้ำมันดีเซลลิตรละ 6.37 บาท เหลือลิตรละ 28.07 บาท เพื่อลดภาระให้กับประชาชนด้วย จึงไม่เห็นด้วยให้เก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
3.ลดค่าแก๊สลง 173 บาทต่อถัง เหลือ 253 บาท
 

เพิ่มเงินในบัญชี
1.บัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน พร้อมเงินประกันชีวิตวงเงิน 200,000 บาท
2.โครงการแม่ บุตร ธิดา ประชารัฐ
3.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 60 ปี 3,000 บาท 70 ปี 4,000 บาท และ 50 ปี 8,000 บาท
4.ช่วยเหลือให้ทุนการเพาะปลูกเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ 7.5 ล้านครัวเรือน ที่ลงทะเบียนครัวเรือนละ 300,000 บาท
5.ฝึกอาชีพผู้ถือบัตรประชารัฐ 1,000,000 คน โดยให้ทุนรายละ 30,000 บาท
6.ลดต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว และสนับสนุนเงินไร่ละ 2,000 บาทไม่เกิน 15 ไร่ เป็นเงิน  30,000 บาท
7.สนับสนุนปุ๋ยคนละครึ่ง รัฐแบ่งค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ประชุมรับรองทุกประเด็นที่เสนอเรียบร้อยแล้ว เป็นนโยบายที่จะทำให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศอยู่ดีกินดี หากพล.อ.ประวิตรได้เป็นนายกรัฐมนตรีและพรรคได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการทันที 

นายสันติ พร้อมพัฒน์ (ซ้าย) และ นายไพบูลย์ นิติตะวัน (ขวา)นายสันติ พร้อมพัฒน์ (ซ้าย) และ นายไพบูลย์ นิติตะวัน (ขวา)ประชุมใหญ่สามัญประจำปีประชุมใหญ่สามัญประจำปีประชุมใหญ่สามัญประจำปีประชุมใหญ่สามัญประจำปี

‘สุดารัตน์’ เปิดแคมเปญ ‘อิสานมั่งคั่ง’ ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547811

28 เม.ย. 2566

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

เลือกตั้ง66 ‘สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ ปราศรัยใหญ่อุบลราชธานี เปิดแคมเปญ ‘อิสานมั่งคั่ง’ ้อ้อนให้เลือก ‘ไทยสร้างไทย’ ให้ชนะขาดทุกเขต ชี้ เพื่อออกจากสงคราม 2 ขั้ว  ย้ำ เลือกพรรคเดิมๆ เสี่ยงขัดแย้งรอบใหม่

คนอุบลราชธานี กว่าสองหมื่นคน แห่ฟังปราศัยใหญ่ของพรรคไทยสร้างไทย ตะโกนเชียร์ ‘นายกหน่อย’ ตลอดการปราศรัย อยากให้เป็น ‘คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’  เป็นนายกของคนอีสาน เพราะเข้าใจปัญหาคนอิสาน  พร้อมเปิดแคมเปญ ‘อิสานมั่งคั่ง’ 

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 32 พร้อมด้วยนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เบอร์ 10 เขต9พรรคไทยสร้างไทย

นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ผู้สมัคร ส.ส. อุบลราชธานี เขต 9 เบอร์ 10 พรรคไทยสร้างไทย จัดปราศรัยใหญ่อุบลราชธานี ที่ วัดป่าศรีมงคล เทศบาลตำบลบุณฑริก อ.บุณฑริก จ.อุบลฯ คนฟังแน่นกว่า20,000 คน พร้อมใจกัน ตะโกน เชียร์เรียกนายกหน่อยๆดังสนั่นตลอดระยะเวลาการปราศรัย

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

นางรำพูล ผู้สมัคร ส.ส. กล่าวว่า ชาวอิสาน โดยเฉพาะคนอุบลราชธานี รักคุณหญิงสุดารัตน์มาก อยากให้เป็นนายกลูกอิสาน เพราะ คุณหญิงไม่เคยทอดทิ้งคนอีสานร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนอีสานมาโดยตลอด เวลาพี่น้องเดือดร้อนคุณหญิงจะมาช่วยทุกครั้งอย่างน้ำท่วมอุบล ก็มาทุกปีถึงแม้ว่าจะไม่มีตำแหน่งทางการเมืองใดๆ 

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

ที่สำคัญคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นคนที่ทำงานจริงจัง มีผลงานมากมายเช่นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่พี่น้องได้ใช้มาถึง 22 ปีแล้ว และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องการทุจริตเลย ถือเป็นนักการเมืองมือสะอาดและมุ่งมั่นตั้งใจทำให้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง 

และเมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ มาสร้างพรรคไทยสร้างไทย เพื่อให้เป็นทางรอดของประเทศ โดยมีจุดหมายที่จะยุติสงครามการเมืองสองขั้วที่ต่อสู้แย่งอำนาจกันมา 17 ปีทำให้ประชาชนยากลำบากอย่าง แสนสาหัส คนอิสานจึงมองเห็นว่าพรรคไทยสร้างไทยคือทางรอดของประเทศไทยอย่างแท้จริง

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้ง มีจุดยืนชัดเจนไม่เอาเผด็จการ และจะสามารถเชื่อมประสานการทำงานเพื่อผลักดัน นโยบายดีของพรรคไทยสร้างไทยได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นบำนาญประชาชนเดือนละ 3000บาท ปฏิวัติการศึกษาให้เด็กไทยเรียนอย่างมีคุณภาพเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ลดเวลาเรียนลงสามถึงสี่ปี แต่เพิ่มคุณภาพการศึกษา

กองทุนเคดิตประชาชนให้กู้ถึง 50,000 บาทดอกเบี้ยเหลือเพียง 1% ต่อเดือนจะช่วยล้างหนี้นอกระบบและทำให้คนตั้งตัวได้ เป็นต้น

ที่สำคัญคนอีสานอยากให้มีพรรคการเมืองที่มีคนอีสานเป็นผู้นำอย่างคุณหญิงสุดารัตน์

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ วางแผนสร้าง”อีสานมั่งคั่ง” 

  • แก้แล้ง แก้จน 
  • คืนที่ดินทำกิน นำโฉนดกลับบ้านให้ ประชาชน
  • ลดต้นทุนการผลิต ปุ๋ย เร่งทำโครงการปุ๋ยเพื่อเกษตรกรไทย ลดราคาปุ๋ย
  • -เพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และมุ่งสู่การผลิตอาหาร organic ไปป้อนขายคนทั้งโลก
  • ทำศูนย์เกษตรเศรษฐกิจทุกจังหวัดเพื่อสนับสนุนทุนและเครื่องมือในการแปรรูปสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า รัฐบาลจะเป็นผู้การจัดการขายและการขนส่งโดยมีแพคฟอร์มเข้ามาช่วย ซึ่งจะทำให้เกษตรกรกำหนดราคาขายสินค้าเกษตรได้เองเป็นครั้งแรก

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศว่าด้วยโครงการอีสานมั่งคั่งจะทำให้พี่น้องชาวอีสานหายจน หมดหนี้ และมีรายได้ดีขึ้นภายในสามปี

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

สำหรับผู้สมัครส.ส.ของพรรคไทยสร้างไทยในจังหวัดอุบลประกอบด้วย นายอดุลย์ นิลเปรม ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 เบอร์ 1 นายอภิชาติ วรโชติวิวรรธน์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 เบอร์ 2 นายบุญธรรม ภาคโพธิ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 เบอร์ 1 นายพิตติพัฒน์ นามอภัย ผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 เบอร์ 8 นายเสกสรรค์ กอคูณ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 8 เบอร์ 9 นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 9 เบอร์ 10 และนายสุริยา ขันอาสา ผู้สมัคร ส.ส. เขต 10 เบอร์ 2 

นโยบายพลังประชารัฐ ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ รัฐออกให้ 50%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547801

28 เม.ย. 2566

นโยบายพลังประชารัฐ 'ปุ๋ยคนละครึ่ง' รัฐออกให้ 50%

‘พรรคพลังประชารัฐ’ ชูนโยบาย ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวเกษตรกรแบกต้นทุน ‘ปุ๋ยแพง’ รัฐออกให้ 50% พร้อมจัดตั้ง ‘กองทุนปูุ๋ยประชารัฐ’ เพื่อรักษาเสถียรภาพ

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. พรรคพลังประชารัฐ  (พปชร.) เปิดนโยบายด้านการเกษตร “ปุ๋ยคนละครึ่ง” รัฐออกให้ 50% เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้ของเกษตรกร

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ โฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พปชร. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้ความสำคัญกับเกษตรกรทุกกลุ่ม มีนโยบายด้านการเกษตรออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ 
 

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์นายชาญกฤช เดชวิทักษ์

แม้ขณะนี้ราคา “ปุ๋ยแพง” จะคลี่คลายลง แต่เกษตรกรยังไม่มั่นใจและเป็นห่วงเนื่องจากผันผวนมาก จะกระทบต่อต้นทุนการเพาะปลูก รวมถึงรายได้ของเกษตรกรอาจไม่เพียงพอต่อภาระค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงจากปัญหาร้อนและแล้งในปีนี้ มีแนวโน้มว่า ผลผลิตเกษตรของโลกลดลง แต่ความต้องการเพิ่มขึ้น ฉะนั้นเกษตรกรไทยควรทำให้พืชผลทางการเกษตรมีศักยภาพในการแข่งขัน โดยรัฐบาลต้องเข้ามาช่วยดูแลให้มีต้นทุนการเพาะปลูกที่ต่ำ แต่สามารถจำหน่ายผลผลิตเกษตรให้ได้ในราคาสูง 

ล่าสุด พปชร. มีนโยบาย “ปุ๋ยคนละครึ่ง” เพื่อให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยได้ในราคาถูก รัฐบาลจะช่วยอุดหนุน 50 % พร้อมจัดตั้งกองทุน “ปุ๋ยประชารัฐ” เพื่อรักษาเสถียรภาพ ซึ่งจะครอบคลุมเกษตรกร จำนวน 8 ล้านครัวเรือน 

“ฝากประชาชน พิจารณาเลือกพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 37 และเลือกผู้สมัคร สส. พรรคทุกเขตทั่วทั้งประเทศ เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และพลิกฟื้นเศรษฐกิจ พลิกโฉมประเทศไทย เพื่อก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน” นายชาญกฤชกล่าว

นโยบายด้านการเกษตรพรรคพลังประชารัฐนโยบายด้านการเกษตรพรรคพลังประชารัฐ

‘มาดามเดียร์’ ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน ‘ปชป.’ ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547799

28 เม.ย. 2566

'มาดามเดียร์' ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน 'ปชป.' ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

‘มาดามเดียร์’ ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุนพรรคประชาธิปัตย์ ชู ‘พิทักษ์เดช-ยุทธการ’ เป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมทำงานประสานคนมากประสบการณ์ แก้ปัญหาให้ประชาชน ย้ำ ปชป. ไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

ค่ำวันที่ 27 เม.ย. 2566 ที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลหัวไทร และที่สถานีรถไฟชะอวด จ.นครศรีธรรมราช น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเวทีปราศรัยย้ำเสนอนโยบายและขอเสียงสนับสนุนให้ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3(อ.หัวไทรและอ.ปากพนัง) หมายเลข 1 และ ว่าที่ร้อยตรียุทธการ รัตนมาศ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 4(อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และอ.ชะอวด) หมายเลข 4 โดยมี นายชัยชนะ เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 5 และนายชินวรณ์ บุญเกียรติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 ร่วมขึ้นปราศรัยด้วย และมีประชาชนร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและเป็นกันเอง

น.ส.วทันยา กล่าวว่า เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชบางส่วนอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็เลยไปลองของใหม่ ไปเลือก สส.ใหม่ แล้วสุดท้าย 4 ปีที่ผ่านมามีอะไรดีขึ้นบ้างหรือไม่ ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมาเรายังอยู่กับปัญหาแบบเดิมๆ ทั้งปัญหารายได้ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาโควิด 

และวันนี้ยังจะเจอปัญหาค่าไฟแพงทำให้อากาศที่ว่าร้อนยังต้องหนาวเมื่อเห็นบิลค่าไฟ และนี่ยังไม่นับรวมค่าแก๊ส ค่าน้ำมันที่ยังจะแพงขึ้นอีก แล้วอย่างนี้รอบที่แล้วปันใจไปลองของใหม่แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ดังนั้นในวันที่ 14 พ.ค.2566 เราจะต้องร่วมกันเปลี่ยนมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยที่จ.นครศรีธรรมราช  เมื่อคำวันที่ 27 เม.ย.2566พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยที่จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคำวันที่ 27 เม.ย.2566

มาดามเดียร์ ปราศรัย ขอคนเมืองคอนหนุนปชป.ไม่ทำนโยบายฉาบฉวยมาดามเดียร์ ปราศรัย ขอคนเมืองคอนหนุนปชป.ไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

ปชป.พรรคของคนทุกรุ่น

น.ส.วทันยา กล่าวถึง นายพิทักษ์เดช และว่าที่ร้อยตรียุทธการ ว่า เป็นคนในพื้นที่ เป็นคนรุ่นใหม่ ที่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เราเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงาน ได้เข้ามาขับเคลื่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นเพียงพรรคของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่พรรคประชาธิปัตย์เราเป็นพรรคของคนทุกรุ่น ที่มีทั้งคนรุ่นใหม่อย่างนายพิทักษ์เดช และคนที่มีประสบการณ์ อย่าง นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค 

'มาดามเดียร์' ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน 'ปชป.' ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

รวมถึงอีกหลายคนในพรรค และนี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้เป็นตัวแทนของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่พรรคประชาธิปัตย์เราเป็นพรรคของคนทุกรุ่น และเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง

“การทำงานวันนี้เราจะมีทั้งแนวความคิดของคนรุ่นใหม่มาผสมผสานกับคนที่มากด้วยประสบการณ์ นั่นจะทำให้พี่น้องมั่นใจได้ว่าการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ การแก้ไขปัญหา การผลักดันนโยบาย การผลักดันกฎหมายต่างๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับดรา จะเป็นการทำงานที่พิสูจน์ได้ว่า จะสามารถทำได้จริงอย่างแน่นอน” น.ส.วทันยา กล่าว

'มาดามเดียร์' ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน 'ปชป.' ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

ปชป.ไม่แก้ปัญหาฉาบฉวย

น.ส.วทันยา ยังได้กล่าวถึง นโยบายที่จะแจกเงินดิจิตอล 10,000 บาท ว่า เงินดิจิตอลที่อยู่ในมือถือนั้นจะนำไปจ่ายหนี้นอกระบบได้หรือไม่ เช่นเดียวกับเงิน 700 บาท 1,000 บาท ที่จะเอามาช่วยนั้นก็เป็นเรื่องดี แต่นำไปทำมาหากิน นำไปตั้งต้นชีวิตได้หรือไม่ และที่สำคัญรู้ใช่ไหมว่าเงินที่เขาบอกจะเอามาแจกนั้นว่าเป็นเงินจากภาษีของพวกเรา แล้วมันน่าดีใจตรงไหนที่เอาเงินเรามาแจกตัวเราเอง แบบนี้เรียกว่าถูกหลอกได้หรือไม่

ดังนั้นจึงขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้ต้องการแก้ปัญหาแบบฉาบฉวย แต่เรามองว่าเราจะเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้อย่างไร เพื่อให้สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองได้

'มาดามเดียร์' ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน 'ปชป.' ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ เวทีดีเบต ‘NEW GEN VOTE : คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ’ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547794

28 เม.ย. 2566

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ เวทีดีเบต 'NEW GEN VOTE : คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ' 

เลือกตั้ง66 : เชิญคนรุ่นใหม่ร่วมเวทีดีเบต ‘”NEW GEN VOTE  อนาคตประเทศไทยในมือคนรุ่นใหม่’ คนรุ่นใหม่ถาม ให้นักการเมืองตอบ ลานหน้าหอศิลปกรุงเทพฯ เริ่มถ่ายทอดสดเย็นนี้ 

เย็นวันนี้ จะมีการเปิดเวทีดีเบต ‘NEW GEN VOTE อนาคตประเทศไทยในมือคนรุ่นใหม่’ ซึ่งจัดโดยสื่อในเครือเนชั่น อย่าง SpringNews และ Post Today ที่ลานด้านหน้าหอศิลปกรุงเทพฯ

ซึ่งเป็นเวทีดีเบตใจกลางกทม. ที่เปิดให้คนรุ่นใหม่ มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตได้ อยากเห็นประเทศเป็นอย่างไร ซึ่งจะเปิดให้ทุกคำถามที่อยากรู้ ด้านการเมือง สวัสดิการรัฐ โอกาสสร้างอาชีพ การศึกษา  อนาคตของคนรุ่นใหม่ ในรูปแบบเปิดเวที ให้ “คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ”

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ เวทีดีเบต 'NEW GEN VOTE : คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ' 

ตัวแทนพรรคการเมืองที่มาร่วมเวทีนี้ ประกอบด้วย

  • วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
  • ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย
  • พงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร ส.ส.เขต คลองเตย-วัฒนา พรรคประชาธิปัตย์
  • ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล
  • วรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า
  • ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางพลัด-บางกอกน้อย พรรคพลังประชารัฐ 
  • นรุตม์ชัย​ บุนนาค ผู้สมัคร ส.ส.เขต บางคอแหลม-ยานนาวา พรรคไทยสร้างไทย  
  • พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หัวหน้าพรรคเปลี่ยน
  • พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัคร ส.ส.เขตสวนหลวง เขตประเวศ พรรครวมไทยสร้างชาติ

โดยได้เชิญตัวแทนคนรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาต่างๆร่วมเวที เพื่อซักถามนโยบาย 

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ เวทีดีเบต 'NEW GEN VOTE : คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ' 

เวทีดีเบตดังกล่าว สามารถรับขมการถ่ายทอดสดได้ทาง Live Facebook SpringNews & Post Today รวมทั้งแฟนเพจคมชัดลึก ตั้งแต่เวลา 17.30 น. จนปิดเวทีดีเบตประมาณ 19.30 น.

‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง กกต. สอบ ‘พิธา’ ปมสัมภาษณ์งานศพพ่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547793

28 เม.ย. 2566

'ศรีสุวรรณ' ร้อง กกต. สอบ 'พิธา' ปมสัมภาษณ์งานศพพ่อ

ศรีสุวรรณ จรรยา ร้องเรียน กกต. สอบสวน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ส่อใส่ร้ายให้ความเท็จ เข้าข่ายผิดพรป.เลือกตั้ง สส.2561

 ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องชี้เบาะแสให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัย กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไปให้สัมภาษณ์รายการกรรมกรข่าวในลักษณะปรุงแต่งเรื่องการเดินทางกลับจากอเมริกามางานศพพ่อในช่วงรัฐประหาร 2549 แต่กลับใส่ร้ายให้ความเท็จ อันอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.73(5)แห่ง พรป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 หรือไม่

ายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

ทั้งนี้ มีการกล่าวอ้างถึงข้อมูลที่ได้จากโซเชี่ยลมีเดีย ในการจับผิดการให้สัมภาษณ์ของ นายพิธา ที่ไปออกรายการกรรมการข่าวของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดาเมื่อ 20 เม.ย.66 โดยกล่าวอ้างในหลายประเด็นที่ส่อไปในทางเป็นข้อเท็จมากกว่าจริง อาทิ 1.กลับมาที่กองทัพอากาศ คืนแรกผมไปไม่ได้ เขารื้อคอมฯผม เขาทำผมทุกอย่าง 2.ผมทำงานให้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในฐานะข้าราชการการเมืองในตอนนั้น 3.ผมยังจำได้ว่า ผมไปงานศพพ่อไม่ทัน 4.หลังจากนั้นมันไม่ใช่แค่โดนควบคุมตัวนะ มันโดนควบคุมการเงินด้วย 2-3 เดือนที่ผมหาเงินมาใช้งานศพคุณพ่อไม่ได้
 

ซึ่งมีข้อมูลขัดแย้ง กับการให้สัมภาษณ์ในรายการหนูแหม่มเมื่อปี 2552 มาเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกันแต่กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อาทิ 1.ในขณะนั้นผมเรียนที่บอสตัน 2.เขาก็กักตัวไว้พักหนึ่ง ก็ทำให้ไปงานศพคุณพ่อช้า 3.ผมถูกกักตัว 4-5 ชั่วโมงได้ สายนิดหน่อยแต่ก็ยังทันไปงานศพพ่อ

'ศรีสุวรรณ' ร้อง กกต. สอบ 'พิธา' ปมสัมภาษณ์งานศพพ่อ
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การไปออกรายการกรรมการข่าวล่าสุด ชี้ให้เห็นถึงความพยายามที่จะปรุงแต่งเรื่องในการเล่าความในเรื่องเดียวกันให้ดูเหมือนตนเองถูกกลั่นแกล้ง ถูกรังแก จากฝ่ายความมั่นคง หรือฝ่ายทหาร จนกระทั่งไปร่วมงานศพบิดาไม่ทัน และถูกควบคุมการเงินด้วยถึง 2-3 เดือน จนหาเงินมาใช้งานศพคุณพ่อไม่ได้ ทั้งๆที่หลายคนที่อยู่ในเหตุกาณ์หรือล่วงรู้ความจริงได้ออกมาโพสต์ท้วงติงหรือให้สัมภาษณ์ในข้อมูลที่ตรงกันข้ามกับการให้สัมภาษณ์ของนายพิธาล่าสุดกันหลายคน 

การให้สัมภาษณ์ของนายพิธาดังกล่าว จึงอาจทำให้ผู้ชมผู้ฟ้งที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงมาก่อน อาจเข้าใจผิดในความนิยมในตัวของนายพิธา และพรรคก้าวไกลได้ จึงอาจเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองตาม ม.73(5) แห่ง พรป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 ซึ่งต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปีอีกด้วย
เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำข้อมูลพร้อมพยานหลักฐาน คลิปวิดีโอทั้งหมดมามอบให้ กกต.ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวตามครรลองของกฎหมายต่อไป

ส่อง ดวงชะตา 3 ‘แคนดิเดตนายกฯ’ จาก พรรคไทยสร้างไทย ใครมีแววเป็น นายกฯ คนที่ 30

28 เม.ย. 2566

ส่อง ดวงชะตา 3 'แคนดิเดตนายกฯ' จาก พรรคไทยสร้างไทย ใครมีแววเป็น นายกฯ คนที่ 30

2 นักพยากรณ์ชื่อดัง พาส่อง ‘ดวงชะตา’ 3 ‘แคนดิเดตนายกฯ’ จาก พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุพันธุ์ มงคลสุธี และน.ต.ศิธา ทิวารี ใครจะมีแววได้เป็น นายกฯ คนที่ 30

ใกล้โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งเข้าไปทุกขณะ และอีกไม่นานคนไทยจะได้รู้กันแล้วว่าใครจะได้เข้ามาเป็นทีมบริหารประเทศ และใครจะได้เป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งวันนี้ คมชัดลึก จะพาไปส่องดวงชะตา 3 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย โดย 2 นักพยากรณ์ชื่อดัง “ฟ่านอาย มือสัมผัสจิต” และ”กวนซือ (แนน) หูทิพย์จิตสัมผัส”

สำหรับ 3 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุพันธุ์ มงคลสุธี และน.ต.ศิธา ทิวารี

1. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ผู้ที่ยังคงอยู่ด้วยความเป็นมิตร เป็นคนบุกเบิกอะไรใหม่ๆ แต่ดวงชะตาในปีนี้ เรื่องเศรษฐกิจยังไม่ถาวร อาจจะยังมองได้ไม่รอบทิศ คงความเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบของตนเองอยู่ จึงมีความนิยมกับเพียงแค่บางกลุ่ม ถ้าคอยพัฒนากลุ่มด้อยให้เป็นกลุ่มใหญ่ มันก็จะดีขึ้น จะทำให้ตัวเขาเองมีรูปแบบในการนำเสนอที่ดีขึ้น จึงจะได้รับความนิยมค่อนข้างดี

2. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี

เป็นคนตรงไปตรงมา แต่อาจจะกล้าจนทำให้หลงลืมบางเรื่องไป เทียบเท่ากับการพุ่งเดินหน้า แต่ลืมมองด้านหลัง ตรงจุดนี้จึงเป็นสิ่งที่เขาต้องระมัดระวังและรอบคอบให้เยอะ ดวงเศรษฐกิจยังไม่ถาวร ถ้าได้รับตำแหน่ง ก็จะโลดแล่น แต่ต้องมีคนหนุนหลังให้เยอะ เพราะถ้าเขานำหน้าจะทำได้ดี คนนี้ทำบุญปล่อยนก 53 ตัว จะมีเกณฑ์เรื่องดวงเศรษฐกิจจะดีขึ้น แน่นขึ้น ถ้าเสริมดวงชะตาเรื่องบารมี เสียก่อน จะมีเกณฑ์ที่ได้รับงานใหญ่

3. น.ต.ศิธา ทิวารี

เป็นคนมองการณ์ไกล แต่ยังคงกังวลกับผลที่จะได้รับ ยังคงเป็นคนที่ทำอะไรจะยังคิดและแคร์บุคคลอื่น ทีนี้พอจะทำอะไรก็จะคิดหน้าคิดหลังค่อนข้างจะเยอะ ก็เลยกลายเป็นแง่ดี ถ้าให้เขาทำอะไรด้วยตัวของเขาเอง ค่อนข้างจะโดดเด่น แต่ในดวงชะตาเขายังเป็นคนที่ถูกกำหนดให้ทำแค่เพียงบางเรื่องอยู่ จึงจะประกอบงานใหญ่ ค่อนข้างจะยากและน้อยพอสมควร

‘วัชระ กรรณิการ์’ งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว ‘น้องถั่วพู’ ขอคะแนนคนบางกรวย

28 เม.ย. 2566

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

เลือกตั้ง66 : ฮือฮา “วัชระ กรรณิการ์” ควงลูกสาวคนโต ‘น้องถั่วพู-ภูษา กรรณิการ์’ อ้อนขอคะแนนเสียงคนบางกรวยเลือกพลังประขารัฐ

นายวัชระ กรรณิการ์ ผู้สมัคร สส. เขต 3 นนทบุรี พรรคพลังประชารัฐ สร้างความฮือฮาในการลงพื้นที่หาเสียง ในศึกเลือกตั้ง66 ด้วยการดึงลูกสาวคนโต ‘น้องถั่วพู’ หรือ ‘นางสาวภูษา กรรณิการ์’ ลงพื้นที่้อ้อนขอคะแนนเสียง 

นางสาวภูษา กรรณิการ์นางสาวภูษา กรรณิการ์

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ เกิดขึ้นที่ตลาดนัดการไฟฟ้า บางกรวย และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งนายวัชระ ซึ่งใช้ชื่อเล่นตัวเองว่า ‘พี่ต่อ’ ในการหาเสียง ควงคู่ ‘น้องถั่วพู’ ลูกสาวคนโตและทีมหาเสียง ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชน เพื่อแนะนำตัว  และขออาสาเป็นตัวแทนเป็นปากเป็นเสียงของพี่น้องเขต 3 นนทบุรี เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฏร 

สำหรับบรรยากาศ ตลอดระยะทางการเดินพบปะพี่น้องในตลาดได้รับการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยอย่างชื่นมื่น มีการขอถ่ายรูปและเซลฟี่ตลอดเส้นทาง พร้อมได้รับเสียงชื่นชมว่า ตัวจริงหล่อกว่าในรูป แถมน้องถั่วพูลูกสาวสวยและเก่งเหมือนพ่อ นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับส่งเสียงเชียร์ “พี่ต่อ เบอร์ 8” เป็นระยะๆ

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

นายวัชระ กล่าวว่า จากการลงพบปะพี่น้องประชาชนในวันนี้ ต้องถือว่าเกินความคาดหมายของตนเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนชาวบางกรวยอย่างมากมาย เนื่องจากตนเปิดตัวช้ากว่าผู้สมัครในเขตนี้ทุกคน

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

แต่จากการสัมผัสและพูดคุยทำให้ได้รับทราบว่า ชาวบางกรวยต้องการคนมีคุณภาพ และมีประสบการณ์ และที่สำคัญต้องเป็นคนที่เขาไว้วางใจ ในเรื่องของความสะอาด ไม่มีความด่างพร้อยทางการเมือง ซึ่งตนคิดว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน และมีศักยภาพที่จะเดินเข้าสภาไปเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องชาวนนทบุรีเขต 3 และจะไม่ทำให้ชาวบางกรวยผิดหวังแน่นอน

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

ดังนั้นในระยะเวลาที่เหลือต่อจากนี้ จะเดินหาเสียงอย่างไม่หยุดยั้งในทุกกลุ่มและทุกพื้นที่ในทุกช่วงเวลา

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

“วันนี้ผมมีความสุขมาก ไม่ใช่เพราะจากเสียง พี่ต่อ สู้ๆ หรือจากการต้อนรับจากพี่น้องประชาชน แต่เป็นเพราะประชาชนรู้จักแยกแยะ ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ไม่ได้หลงลมหรือหลงใหลไปกับวาทกรรมทางการเมืองหรือการปลุกปั่น ให้เกิดความรักความเกลียดในระหว่างพี่น้องประชาชนด้วยกันเอง ซึ่งนี่คือสัญญาณที่ดีสำหรับประเทศนี้” นายวัชระ กล่าว

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย