ส่องนโยบาย ‘พรรคพลังประชารัฐ’ 3 ลดค่าใช้จ่าย 7 เพิ่มเงินในบัญชี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547807

28 เม.ย. 2566

ส่องนโยบาย 'พรรคพลังประชารัฐ'  3 ลดค่าใช้จ่าย 7 เพิ่มเงินในบัญชี

ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐรองรับ 20 นโยบายที่ยื่นต่อ กกต. ชู 3 ลดค่าใช้จ่าย 7 เพิ่มเงินในบัญชี พร้อมทำทันที ‘บิ๊กป้อม’ นั่งนายกฯ

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 2/2566 นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม โดยมีกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค กว่า 250 คน เข้าร่วมประชุม

นายไพบูลย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบและรับรอง 20 นโยบายพรรคพลังประชารัฐหาเสียงของพรรคที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีประเด็นสำคัญ แยกเป็น 3 นโยบายลดค่าใช้จ่าย 7 นโบายเพิ่มเงินในบัญชี คือ

กรรมการบริหารพรรคและสมาชิก รับรอง 20 นโยบายกรรมการบริหารพรรคและสมาชิก รับรอง 20 นโยบาย

ลดค่าใช้จ่าย
1.ลดค่าไฟฟ้า เหลือหน่วยละ 2.50 บาท ช่วยเหลือประชาชน และลดเหลือหน่วยละ 2.70 บาท ช่วยภาคอุตสาหกรรม 
2.ลดค่าน้ำมัน เบนซินลงลิตรละ 18.07 บาท เหลือลิตรละ 25.99 บาท และลดค่าน้ำมันดีเซลลิตรละ 6.37 บาท เหลือลิตรละ 28.07 บาท เพื่อลดภาระให้กับประชาชนด้วย จึงไม่เห็นด้วยให้เก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
3.ลดค่าแก๊สลง 173 บาทต่อถัง เหลือ 253 บาท
 

เพิ่มเงินในบัญชี
1.บัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน พร้อมเงินประกันชีวิตวงเงิน 200,000 บาท
2.โครงการแม่ บุตร ธิดา ประชารัฐ
3.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 60 ปี 3,000 บาท 70 ปี 4,000 บาท และ 50 ปี 8,000 บาท
4.ช่วยเหลือให้ทุนการเพาะปลูกเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ 7.5 ล้านครัวเรือน ที่ลงทะเบียนครัวเรือนละ 300,000 บาท
5.ฝึกอาชีพผู้ถือบัตรประชารัฐ 1,000,000 คน โดยให้ทุนรายละ 30,000 บาท
6.ลดต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว และสนับสนุนเงินไร่ละ 2,000 บาทไม่เกิน 15 ไร่ เป็นเงิน  30,000 บาท
7.สนับสนุนปุ๋ยคนละครึ่ง รัฐแบ่งค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่ง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ประชุมรับรองทุกประเด็นที่เสนอเรียบร้อยแล้ว เป็นนโยบายที่จะทำให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศอยู่ดีกินดี หากพล.อ.ประวิตรได้เป็นนายกรัฐมนตรีและพรรคได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการทันที 

นายสันติ พร้อมพัฒน์ (ซ้าย) และ นายไพบูลย์ นิติตะวัน (ขวา)นายสันติ พร้อมพัฒน์ (ซ้าย) และ นายไพบูลย์ นิติตะวัน (ขวา)ประชุมใหญ่สามัญประจำปีประชุมใหญ่สามัญประจำปีประชุมใหญ่สามัญประจำปีประชุมใหญ่สามัญประจำปี

‘สุดารัตน์’ เปิดแคมเปญ ‘อิสานมั่งคั่ง’ ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547811

28 เม.ย. 2566

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

เลือกตั้ง66 ‘สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ ปราศรัยใหญ่อุบลราชธานี เปิดแคมเปญ ‘อิสานมั่งคั่ง’ ้อ้อนให้เลือก ‘ไทยสร้างไทย’ ให้ชนะขาดทุกเขต ชี้ เพื่อออกจากสงคราม 2 ขั้ว  ย้ำ เลือกพรรคเดิมๆ เสี่ยงขัดแย้งรอบใหม่

คนอุบลราชธานี กว่าสองหมื่นคน แห่ฟังปราศัยใหญ่ของพรรคไทยสร้างไทย ตะโกนเชียร์ ‘นายกหน่อย’ ตลอดการปราศรัย อยากให้เป็น ‘คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’  เป็นนายกของคนอีสาน เพราะเข้าใจปัญหาคนอิสาน  พร้อมเปิดแคมเปญ ‘อิสานมั่งคั่ง’ 

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 32 พร้อมด้วยนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เบอร์ 10 เขต9พรรคไทยสร้างไทย

นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ผู้สมัคร ส.ส. อุบลราชธานี เขต 9 เบอร์ 10 พรรคไทยสร้างไทย จัดปราศรัยใหญ่อุบลราชธานี ที่ วัดป่าศรีมงคล เทศบาลตำบลบุณฑริก อ.บุณฑริก จ.อุบลฯ คนฟังแน่นกว่า20,000 คน พร้อมใจกัน ตะโกน เชียร์เรียกนายกหน่อยๆดังสนั่นตลอดระยะเวลาการปราศรัย

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

นางรำพูล ผู้สมัคร ส.ส. กล่าวว่า ชาวอิสาน โดยเฉพาะคนอุบลราชธานี รักคุณหญิงสุดารัตน์มาก อยากให้เป็นนายกลูกอิสาน เพราะ คุณหญิงไม่เคยทอดทิ้งคนอีสานร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนอีสานมาโดยตลอด เวลาพี่น้องเดือดร้อนคุณหญิงจะมาช่วยทุกครั้งอย่างน้ำท่วมอุบล ก็มาทุกปีถึงแม้ว่าจะไม่มีตำแหน่งทางการเมืองใดๆ 

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

ที่สำคัญคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นคนที่ทำงานจริงจัง มีผลงานมากมายเช่นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่พี่น้องได้ใช้มาถึง 22 ปีแล้ว และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องการทุจริตเลย ถือเป็นนักการเมืองมือสะอาดและมุ่งมั่นตั้งใจทำให้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง 

และเมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ มาสร้างพรรคไทยสร้างไทย เพื่อให้เป็นทางรอดของประเทศ โดยมีจุดหมายที่จะยุติสงครามการเมืองสองขั้วที่ต่อสู้แย่งอำนาจกันมา 17 ปีทำให้ประชาชนยากลำบากอย่าง แสนสาหัส คนอิสานจึงมองเห็นว่าพรรคไทยสร้างไทยคือทางรอดของประเทศไทยอย่างแท้จริง

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้ง มีจุดยืนชัดเจนไม่เอาเผด็จการ และจะสามารถเชื่อมประสานการทำงานเพื่อผลักดัน นโยบายดีของพรรคไทยสร้างไทยได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นบำนาญประชาชนเดือนละ 3000บาท ปฏิวัติการศึกษาให้เด็กไทยเรียนอย่างมีคุณภาพเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ลดเวลาเรียนลงสามถึงสี่ปี แต่เพิ่มคุณภาพการศึกษา

กองทุนเคดิตประชาชนให้กู้ถึง 50,000 บาทดอกเบี้ยเหลือเพียง 1% ต่อเดือนจะช่วยล้างหนี้นอกระบบและทำให้คนตั้งตัวได้ เป็นต้น

ที่สำคัญคนอีสานอยากให้มีพรรคการเมืองที่มีคนอีสานเป็นผู้นำอย่างคุณหญิงสุดารัตน์

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ วางแผนสร้าง”อีสานมั่งคั่ง” 

  • แก้แล้ง แก้จน 
  • คืนที่ดินทำกิน นำโฉนดกลับบ้านให้ ประชาชน
  • ลดต้นทุนการผลิต ปุ๋ย เร่งทำโครงการปุ๋ยเพื่อเกษตรกรไทย ลดราคาปุ๋ย
  • -เพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และมุ่งสู่การผลิตอาหาร organic ไปป้อนขายคนทั้งโลก
  • ทำศูนย์เกษตรเศรษฐกิจทุกจังหวัดเพื่อสนับสนุนทุนและเครื่องมือในการแปรรูปสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า รัฐบาลจะเป็นผู้การจัดการขายและการขนส่งโดยมีแพคฟอร์มเข้ามาช่วย ซึ่งจะทำให้เกษตรกรกำหนดราคาขายสินค้าเกษตรได้เองเป็นครั้งแรก

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศว่าด้วยโครงการอีสานมั่งคั่งจะทำให้พี่น้องชาวอีสานหายจน หมดหนี้ และมีรายได้ดีขึ้นภายในสามปี

'สุดารัตน์' เปิดแคมเปญ 'อิสานมั่งคั่ง' ปลุกอุบลฯเลือกไทยสร้างไทยให้ชนะขาด

สำหรับผู้สมัครส.ส.ของพรรคไทยสร้างไทยในจังหวัดอุบลประกอบด้วย นายอดุลย์ นิลเปรม ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 เบอร์ 1 นายอภิชาติ วรโชติวิวรรธน์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4 เบอร์ 2 นายบุญธรรม ภาคโพธิ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 เบอร์ 1 นายพิตติพัฒน์ นามอภัย ผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 เบอร์ 8 นายเสกสรรค์ กอคูณ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 8 เบอร์ 9 นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 9 เบอร์ 10 และนายสุริยา ขันอาสา ผู้สมัคร ส.ส. เขต 10 เบอร์ 2 

นโยบายพลังประชารัฐ ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ รัฐออกให้ 50%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547801

28 เม.ย. 2566

นโยบายพลังประชารัฐ 'ปุ๋ยคนละครึ่ง' รัฐออกให้ 50%

‘พรรคพลังประชารัฐ’ ชูนโยบาย ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยชาวเกษตรกรแบกต้นทุน ‘ปุ๋ยแพง’ รัฐออกให้ 50% พร้อมจัดตั้ง ‘กองทุนปูุ๋ยประชารัฐ’ เพื่อรักษาเสถียรภาพ

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. พรรคพลังประชารัฐ  (พปชร.) เปิดนโยบายด้านการเกษตร “ปุ๋ยคนละครึ่ง” รัฐออกให้ 50% เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้ของเกษตรกร

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ โฆษกคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พปชร. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้ความสำคัญกับเกษตรกรทุกกลุ่ม มีนโยบายด้านการเกษตรออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ 
 

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์นายชาญกฤช เดชวิทักษ์

แม้ขณะนี้ราคา “ปุ๋ยแพง” จะคลี่คลายลง แต่เกษตรกรยังไม่มั่นใจและเป็นห่วงเนื่องจากผันผวนมาก จะกระทบต่อต้นทุนการเพาะปลูก รวมถึงรายได้ของเกษตรกรอาจไม่เพียงพอต่อภาระค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงจากปัญหาร้อนและแล้งในปีนี้ มีแนวโน้มว่า ผลผลิตเกษตรของโลกลดลง แต่ความต้องการเพิ่มขึ้น ฉะนั้นเกษตรกรไทยควรทำให้พืชผลทางการเกษตรมีศักยภาพในการแข่งขัน โดยรัฐบาลต้องเข้ามาช่วยดูแลให้มีต้นทุนการเพาะปลูกที่ต่ำ แต่สามารถจำหน่ายผลผลิตเกษตรให้ได้ในราคาสูง 

ล่าสุด พปชร. มีนโยบาย “ปุ๋ยคนละครึ่ง” เพื่อให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยได้ในราคาถูก รัฐบาลจะช่วยอุดหนุน 50 % พร้อมจัดตั้งกองทุน “ปุ๋ยประชารัฐ” เพื่อรักษาเสถียรภาพ ซึ่งจะครอบคลุมเกษตรกร จำนวน 8 ล้านครัวเรือน 

“ฝากประชาชน พิจารณาเลือกพรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 37 และเลือกผู้สมัคร สส. พรรคทุกเขตทั่วทั้งประเทศ เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และพลิกฟื้นเศรษฐกิจ พลิกโฉมประเทศไทย เพื่อก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน” นายชาญกฤชกล่าว

นโยบายด้านการเกษตรพรรคพลังประชารัฐนโยบายด้านการเกษตรพรรคพลังประชารัฐ

‘มาดามเดียร์’ ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน ‘ปชป.’ ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547799

28 เม.ย. 2566

'มาดามเดียร์' ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน 'ปชป.' ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

‘มาดามเดียร์’ ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุนพรรคประชาธิปัตย์ ชู ‘พิทักษ์เดช-ยุทธการ’ เป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมทำงานประสานคนมากประสบการณ์ แก้ปัญหาให้ประชาชน ย้ำ ปชป. ไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

ค่ำวันที่ 27 เม.ย. 2566 ที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลหัวไทร และที่สถานีรถไฟชะอวด จ.นครศรีธรรมราช น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเวทีปราศรัยย้ำเสนอนโยบายและขอเสียงสนับสนุนให้ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3(อ.หัวไทรและอ.ปากพนัง) หมายเลข 1 และ ว่าที่ร้อยตรียุทธการ รัตนมาศ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 4(อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และอ.ชะอวด) หมายเลข 4 โดยมี นายชัยชนะ เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 5 และนายชินวรณ์ บุญเกียรติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 ร่วมขึ้นปราศรัยด้วย และมีประชาชนร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและเป็นกันเอง

น.ส.วทันยา กล่าวว่า เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชบางส่วนอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็เลยไปลองของใหม่ ไปเลือก สส.ใหม่ แล้วสุดท้าย 4 ปีที่ผ่านมามีอะไรดีขึ้นบ้างหรือไม่ ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมาเรายังอยู่กับปัญหาแบบเดิมๆ ทั้งปัญหารายได้ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาโควิด 

และวันนี้ยังจะเจอปัญหาค่าไฟแพงทำให้อากาศที่ว่าร้อนยังต้องหนาวเมื่อเห็นบิลค่าไฟ และนี่ยังไม่นับรวมค่าแก๊ส ค่าน้ำมันที่ยังจะแพงขึ้นอีก แล้วอย่างนี้รอบที่แล้วปันใจไปลองของใหม่แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ดังนั้นในวันที่ 14 พ.ค.2566 เราจะต้องร่วมกันเปลี่ยนมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยที่จ.นครศรีธรรมราช  เมื่อคำวันที่ 27 เม.ย.2566พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยที่จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคำวันที่ 27 เม.ย.2566

มาดามเดียร์ ปราศรัย ขอคนเมืองคอนหนุนปชป.ไม่ทำนโยบายฉาบฉวยมาดามเดียร์ ปราศรัย ขอคนเมืองคอนหนุนปชป.ไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

ปชป.พรรคของคนทุกรุ่น

น.ส.วทันยา กล่าวถึง นายพิทักษ์เดช และว่าที่ร้อยตรียุทธการ ว่า เป็นคนในพื้นที่ เป็นคนรุ่นใหม่ ที่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เราเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงาน ได้เข้ามาขับเคลื่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นเพียงพรรคของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่พรรคประชาธิปัตย์เราเป็นพรรคของคนทุกรุ่น ที่มีทั้งคนรุ่นใหม่อย่างนายพิทักษ์เดช และคนที่มีประสบการณ์ อย่าง นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค 

'มาดามเดียร์' ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน 'ปชป.' ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

รวมถึงอีกหลายคนในพรรค และนี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้เป็นตัวแทนของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่พรรคประชาธิปัตย์เราเป็นพรรคของคนทุกรุ่น และเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง

“การทำงานวันนี้เราจะมีทั้งแนวความคิดของคนรุ่นใหม่มาผสมผสานกับคนที่มากด้วยประสบการณ์ นั่นจะทำให้พี่น้องมั่นใจได้ว่าการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ การแก้ไขปัญหา การผลักดันนโยบาย การผลักดันกฎหมายต่างๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับดรา จะเป็นการทำงานที่พิสูจน์ได้ว่า จะสามารถทำได้จริงอย่างแน่นอน” น.ส.วทันยา กล่าว

'มาดามเดียร์' ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน 'ปชป.' ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

ปชป.ไม่แก้ปัญหาฉาบฉวย

น.ส.วทันยา ยังได้กล่าวถึง นโยบายที่จะแจกเงินดิจิตอล 10,000 บาท ว่า เงินดิจิตอลที่อยู่ในมือถือนั้นจะนำไปจ่ายหนี้นอกระบบได้หรือไม่ เช่นเดียวกับเงิน 700 บาท 1,000 บาท ที่จะเอามาช่วยนั้นก็เป็นเรื่องดี แต่นำไปทำมาหากิน นำไปตั้งต้นชีวิตได้หรือไม่ และที่สำคัญรู้ใช่ไหมว่าเงินที่เขาบอกจะเอามาแจกนั้นว่าเป็นเงินจากภาษีของพวกเรา แล้วมันน่าดีใจตรงไหนที่เอาเงินเรามาแจกตัวเราเอง แบบนี้เรียกว่าถูกหลอกได้หรือไม่

ดังนั้นจึงขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้ต้องการแก้ปัญหาแบบฉาบฉวย แต่เรามองว่าเราจะเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้อย่างไร เพื่อให้สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองได้

'มาดามเดียร์' ขอเสียงคนเมืองคอน กลับมาหนุน 'ปชป.' ย้ำไม่ทำนโยบายฉาบฉวย

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ เวทีดีเบต ‘NEW GEN VOTE : คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ’ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547794

28 เม.ย. 2566

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ เวทีดีเบต 'NEW GEN VOTE : คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ' 

เลือกตั้ง66 : เชิญคนรุ่นใหม่ร่วมเวทีดีเบต ‘”NEW GEN VOTE  อนาคตประเทศไทยในมือคนรุ่นใหม่’ คนรุ่นใหม่ถาม ให้นักการเมืองตอบ ลานหน้าหอศิลปกรุงเทพฯ เริ่มถ่ายทอดสดเย็นนี้ 

เย็นวันนี้ จะมีการเปิดเวทีดีเบต ‘NEW GEN VOTE อนาคตประเทศไทยในมือคนรุ่นใหม่’ ซึ่งจัดโดยสื่อในเครือเนชั่น อย่าง SpringNews และ Post Today ที่ลานด้านหน้าหอศิลปกรุงเทพฯ

ซึ่งเป็นเวทีดีเบตใจกลางกทม. ที่เปิดให้คนรุ่นใหม่ มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตได้ อยากเห็นประเทศเป็นอย่างไร ซึ่งจะเปิดให้ทุกคำถามที่อยากรู้ ด้านการเมือง สวัสดิการรัฐ โอกาสสร้างอาชีพ การศึกษา  อนาคตของคนรุ่นใหม่ ในรูปแบบเปิดเวที ให้ “คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ”

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ เวทีดีเบต 'NEW GEN VOTE : คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ' 

ตัวแทนพรรคการเมืองที่มาร่วมเวทีนี้ ประกอบด้วย

  • วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
  • ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย
  • พงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร ส.ส.เขต คลองเตย-วัฒนา พรรคประชาธิปัตย์
  • ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล
  • วรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า
  • ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางพลัด-บางกอกน้อย พรรคพลังประชารัฐ 
  • นรุตม์ชัย​ บุนนาค ผู้สมัคร ส.ส.เขต บางคอแหลม-ยานนาวา พรรคไทยสร้างไทย  
  • พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หัวหน้าพรรคเปลี่ยน
  • พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัคร ส.ส.เขตสวนหลวง เขตประเวศ พรรครวมไทยสร้างชาติ

โดยได้เชิญตัวแทนคนรุ่นใหม่จากสถาบันการศึกษาต่างๆร่วมเวที เพื่อซักถามนโยบาย 

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ เวทีดีเบต 'NEW GEN VOTE : คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ' 

เวทีดีเบตดังกล่าว สามารถรับขมการถ่ายทอดสดได้ทาง Live Facebook SpringNews & Post Today รวมทั้งแฟนเพจคมชัดลึก ตั้งแต่เวลา 17.30 น. จนปิดเวทีดีเบตประมาณ 19.30 น.

‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง กกต. สอบ ‘พิธา’ ปมสัมภาษณ์งานศพพ่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547793

28 เม.ย. 2566

'ศรีสุวรรณ' ร้อง กกต. สอบ 'พิธา' ปมสัมภาษณ์งานศพพ่อ

ศรีสุวรรณ จรรยา ร้องเรียน กกต. สอบสวน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ส่อใส่ร้ายให้ความเท็จ เข้าข่ายผิดพรป.เลือกตั้ง สส.2561

 ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องชี้เบาะแสให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัย กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไปให้สัมภาษณ์รายการกรรมกรข่าวในลักษณะปรุงแต่งเรื่องการเดินทางกลับจากอเมริกามางานศพพ่อในช่วงรัฐประหาร 2549 แต่กลับใส่ร้ายให้ความเท็จ อันอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.73(5)แห่ง พรป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 หรือไม่

ายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย

ทั้งนี้ มีการกล่าวอ้างถึงข้อมูลที่ได้จากโซเชี่ยลมีเดีย ในการจับผิดการให้สัมภาษณ์ของ นายพิธา ที่ไปออกรายการกรรมการข่าวของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดาเมื่อ 20 เม.ย.66 โดยกล่าวอ้างในหลายประเด็นที่ส่อไปในทางเป็นข้อเท็จมากกว่าจริง อาทิ 1.กลับมาที่กองทัพอากาศ คืนแรกผมไปไม่ได้ เขารื้อคอมฯผม เขาทำผมทุกอย่าง 2.ผมทำงานให้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในฐานะข้าราชการการเมืองในตอนนั้น 3.ผมยังจำได้ว่า ผมไปงานศพพ่อไม่ทัน 4.หลังจากนั้นมันไม่ใช่แค่โดนควบคุมตัวนะ มันโดนควบคุมการเงินด้วย 2-3 เดือนที่ผมหาเงินมาใช้งานศพคุณพ่อไม่ได้
 

ซึ่งมีข้อมูลขัดแย้ง กับการให้สัมภาษณ์ในรายการหนูแหม่มเมื่อปี 2552 มาเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกันแต่กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อาทิ 1.ในขณะนั้นผมเรียนที่บอสตัน 2.เขาก็กักตัวไว้พักหนึ่ง ก็ทำให้ไปงานศพคุณพ่อช้า 3.ผมถูกกักตัว 4-5 ชั่วโมงได้ สายนิดหน่อยแต่ก็ยังทันไปงานศพพ่อ

'ศรีสุวรรณ' ร้อง กกต. สอบ 'พิธา' ปมสัมภาษณ์งานศพพ่อ
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การไปออกรายการกรรมการข่าวล่าสุด ชี้ให้เห็นถึงความพยายามที่จะปรุงแต่งเรื่องในการเล่าความในเรื่องเดียวกันให้ดูเหมือนตนเองถูกกลั่นแกล้ง ถูกรังแก จากฝ่ายความมั่นคง หรือฝ่ายทหาร จนกระทั่งไปร่วมงานศพบิดาไม่ทัน และถูกควบคุมการเงินด้วยถึง 2-3 เดือน จนหาเงินมาใช้งานศพคุณพ่อไม่ได้ ทั้งๆที่หลายคนที่อยู่ในเหตุกาณ์หรือล่วงรู้ความจริงได้ออกมาโพสต์ท้วงติงหรือให้สัมภาษณ์ในข้อมูลที่ตรงกันข้ามกับการให้สัมภาษณ์ของนายพิธาล่าสุดกันหลายคน 

การให้สัมภาษณ์ของนายพิธาดังกล่าว จึงอาจทำให้ผู้ชมผู้ฟ้งที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงมาก่อน อาจเข้าใจผิดในความนิยมในตัวของนายพิธา และพรรคก้าวไกลได้ จึงอาจเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองตาม ม.73(5) แห่ง พรป.เลือกตั้ง ส.ส.2561 ซึ่งต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปีอีกด้วย
เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำข้อมูลพร้อมพยานหลักฐาน คลิปวิดีโอทั้งหมดมามอบให้ กกต.ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวตามครรลองของกฎหมายต่อไป

ส่อง ดวงชะตา 3 ‘แคนดิเดตนายกฯ’ จาก พรรคไทยสร้างไทย ใครมีแววเป็น นายกฯ คนที่ 30

28 เม.ย. 2566

ส่อง ดวงชะตา 3 'แคนดิเดตนายกฯ' จาก พรรคไทยสร้างไทย ใครมีแววเป็น นายกฯ คนที่ 30

2 นักพยากรณ์ชื่อดัง พาส่อง ‘ดวงชะตา’ 3 ‘แคนดิเดตนายกฯ’ จาก พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุพันธุ์ มงคลสุธี และน.ต.ศิธา ทิวารี ใครจะมีแววได้เป็น นายกฯ คนที่ 30

ใกล้โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งเข้าไปทุกขณะ และอีกไม่นานคนไทยจะได้รู้กันแล้วว่าใครจะได้เข้ามาเป็นทีมบริหารประเทศ และใครจะได้เป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งวันนี้ คมชัดลึก จะพาไปส่องดวงชะตา 3 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย โดย 2 นักพยากรณ์ชื่อดัง “ฟ่านอาย มือสัมผัสจิต” และ”กวนซือ (แนน) หูทิพย์จิตสัมผัส”

สำหรับ 3 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยสร้างไทย ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุพันธุ์ มงคลสุธี และน.ต.ศิธา ทิวารี

1. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ผู้ที่ยังคงอยู่ด้วยความเป็นมิตร เป็นคนบุกเบิกอะไรใหม่ๆ แต่ดวงชะตาในปีนี้ เรื่องเศรษฐกิจยังไม่ถาวร อาจจะยังมองได้ไม่รอบทิศ คงความเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบของตนเองอยู่ จึงมีความนิยมกับเพียงแค่บางกลุ่ม ถ้าคอยพัฒนากลุ่มด้อยให้เป็นกลุ่มใหญ่ มันก็จะดีขึ้น จะทำให้ตัวเขาเองมีรูปแบบในการนำเสนอที่ดีขึ้น จึงจะได้รับความนิยมค่อนข้างดี

2. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี

เป็นคนตรงไปตรงมา แต่อาจจะกล้าจนทำให้หลงลืมบางเรื่องไป เทียบเท่ากับการพุ่งเดินหน้า แต่ลืมมองด้านหลัง ตรงจุดนี้จึงเป็นสิ่งที่เขาต้องระมัดระวังและรอบคอบให้เยอะ ดวงเศรษฐกิจยังไม่ถาวร ถ้าได้รับตำแหน่ง ก็จะโลดแล่น แต่ต้องมีคนหนุนหลังให้เยอะ เพราะถ้าเขานำหน้าจะทำได้ดี คนนี้ทำบุญปล่อยนก 53 ตัว จะมีเกณฑ์เรื่องดวงเศรษฐกิจจะดีขึ้น แน่นขึ้น ถ้าเสริมดวงชะตาเรื่องบารมี เสียก่อน จะมีเกณฑ์ที่ได้รับงานใหญ่

3. น.ต.ศิธา ทิวารี

เป็นคนมองการณ์ไกล แต่ยังคงกังวลกับผลที่จะได้รับ ยังคงเป็นคนที่ทำอะไรจะยังคิดและแคร์บุคคลอื่น ทีนี้พอจะทำอะไรก็จะคิดหน้าคิดหลังค่อนข้างจะเยอะ ก็เลยกลายเป็นแง่ดี ถ้าให้เขาทำอะไรด้วยตัวของเขาเอง ค่อนข้างจะโดดเด่น แต่ในดวงชะตาเขายังเป็นคนที่ถูกกำหนดให้ทำแค่เพียงบางเรื่องอยู่ จึงจะประกอบงานใหญ่ ค่อนข้างจะยากและน้อยพอสมควร

‘วัชระ กรรณิการ์’ งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว ‘น้องถั่วพู’ ขอคะแนนคนบางกรวย

28 เม.ย. 2566

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

เลือกตั้ง66 : ฮือฮา “วัชระ กรรณิการ์” ควงลูกสาวคนโต ‘น้องถั่วพู-ภูษา กรรณิการ์’ อ้อนขอคะแนนเสียงคนบางกรวยเลือกพลังประขารัฐ

นายวัชระ กรรณิการ์ ผู้สมัคร สส. เขต 3 นนทบุรี พรรคพลังประชารัฐ สร้างความฮือฮาในการลงพื้นที่หาเสียง ในศึกเลือกตั้ง66 ด้วยการดึงลูกสาวคนโต ‘น้องถั่วพู’ หรือ ‘นางสาวภูษา กรรณิการ์’ ลงพื้นที่้อ้อนขอคะแนนเสียง 

นางสาวภูษา กรรณิการ์นางสาวภูษา กรรณิการ์

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ เกิดขึ้นที่ตลาดนัดการไฟฟ้า บางกรวย และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งนายวัชระ ซึ่งใช้ชื่อเล่นตัวเองว่า ‘พี่ต่อ’ ในการหาเสียง ควงคู่ ‘น้องถั่วพู’ ลูกสาวคนโตและทีมหาเสียง ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชน เพื่อแนะนำตัว  และขออาสาเป็นตัวแทนเป็นปากเป็นเสียงของพี่น้องเขต 3 นนทบุรี เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฏร 

สำหรับบรรยากาศ ตลอดระยะทางการเดินพบปะพี่น้องในตลาดได้รับการตอบรับจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยอย่างชื่นมื่น มีการขอถ่ายรูปและเซลฟี่ตลอดเส้นทาง พร้อมได้รับเสียงชื่นชมว่า ตัวจริงหล่อกว่าในรูป แถมน้องถั่วพูลูกสาวสวยและเก่งเหมือนพ่อ นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับส่งเสียงเชียร์ “พี่ต่อ เบอร์ 8” เป็นระยะๆ

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

นายวัชระ กล่าวว่า จากการลงพบปะพี่น้องประชาชนในวันนี้ ต้องถือว่าเกินความคาดหมายของตนเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนชาวบางกรวยอย่างมากมาย เนื่องจากตนเปิดตัวช้ากว่าผู้สมัครในเขตนี้ทุกคน

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

แต่จากการสัมผัสและพูดคุยทำให้ได้รับทราบว่า ชาวบางกรวยต้องการคนมีคุณภาพ และมีประสบการณ์ และที่สำคัญต้องเป็นคนที่เขาไว้วางใจ ในเรื่องของความสะอาด ไม่มีความด่างพร้อยทางการเมือง ซึ่งตนคิดว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน และมีศักยภาพที่จะเดินเข้าสภาไปเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องชาวนนทบุรีเขต 3 และจะไม่ทำให้ชาวบางกรวยผิดหวังแน่นอน

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

ดังนั้นในระยะเวลาที่เหลือต่อจากนี้ จะเดินหาเสียงอย่างไม่หยุดยั้งในทุกกลุ่มและทุกพื้นที่ในทุกช่วงเวลา

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

“วันนี้ผมมีความสุขมาก ไม่ใช่เพราะจากเสียง พี่ต่อ สู้ๆ หรือจากการต้อนรับจากพี่น้องประชาชน แต่เป็นเพราะประชาชนรู้จักแยกแยะ ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ไม่ได้หลงลมหรือหลงใหลไปกับวาทกรรมทางการเมืองหรือการปลุกปั่น ให้เกิดความรักความเกลียดในระหว่างพี่น้องประชาชนด้วยกันเอง ซึ่งนี่คือสัญญาณที่ดีสำหรับประเทศนี้” นายวัชระ กล่าว

'วัชระ กรรณิการ์' งัดไม้เด็ด ดึงลูกสาว 'น้องถั่วพู' ขอคะแนนคนบางกรวย

เปิดนโยบายแรงงาน ‘รทสช.’ ครอบคลุม ‘บุตรแรกเกิด-ชราภาพ’ มีอะไรบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547772

27 เม.ย. 2566

เปิดนโยบายแรงงาน 'รทสช.' ครอบคลุม 'บุตรแรกเกิด-ชราภาพ' มีอะไรบ้าง

‘สุชาติ’ เปิดนโยบาย ‘คืน เพิ่ม สร้าง’ คืนเงินชราภาพ เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร สร้างโรงพยาบาลประกันสังคม ดันกฎหมายแรงงานนอกระบบ มีประกันสังคม เผยเตรียมไว้แล้ว รอแค่นั่งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดนโยบาย “คืน เพิ่ม สร้าง” เพื่อผู้ใช้แรงงาน โดยเมื่อได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง สิ่งที่จะทำให้กับผู้อยู่ในระบบประกันสังคมประมาณ 13 ล้านคน นอกระบบอีกประมาณ 21 ล้านคน 

คืน จะคืนเงินชราภาพให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งขณะนี้การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าไปสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว 

หาก รทสช. กลับเข้ามาเป็นรัฐบาลจะสามารถขับเคลื่อนตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้สามารถใช้บังคับได้ทันที ซึ่งในเรื่องนี้เป็นการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม 3 ขอ ขอเลือก ขอคืน ขอกู้ ที่ผู้ใช้แรงงานเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคมแก้ไขกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ หลังได้รับผลกระทบขาดสภาพคล่องทางการเงิน ไม่สามารถมีเงินมาจับใช้จ่ายสอยได้ จากวิกฤตโควิด เมื่อเข้าแอพพลิเคชั่นก็มีแต่ตัวเลขแต่ไม่สามารถนำเงินออกมาใช้จ่ายได้ จนต้องหันไปกู้หนี้ยืมสินจากเงินนอกระบบ เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ตนดูแลเรื่องนี้ ต้องใช้ระยะเวลา 2 ปีในขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ตั้งคณะกรรมการ ทำประชาพิจารณ์เพื่อนำกฎหมายเข้าสู่คณะรัฐมนตรีพิจารณา

 นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

เพิ่ม จะเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรของผู้ประกันตนตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 10 ขวบ จากเดิมถึงแค่ 6 ขวบ ซึ่งจะให้บุตรคนละ 600 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 3 คน โดยจะมีผู้ใช้สิทธิ์ส่วนนี้ประมาณ 1.3 ล้านคน อีกทั้งในช่วงโควิดได้ปรับเป็น 800 บาท จะปรับเป็น 1,000 บาท 

ขณะนี้ได้ร่างรายละเอียดต่างๆ ไว้แล้ว สามารถทำได้ทันที ซึ่งเงินในส่วนนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นการใช้เงินกองทุนประกันสังคม ซึ่ง รทสช. มีวินัยการเงินการคลัง คำนึงถึงสิ่งที่ทำได้ ทำจริง รวมทั้งเพิ่มเงินชราภาพ ให้แก่ผู้ประกันตนที่อายุ 55 ปี เป็น 10,000 บาท เพื่อให้ผู้ประกันตนที่เกษียณแล้วมีเงินใช้อย่างเพียงพอ

สร้าง จะสร้างโรงพยาบาลประกันสังคมเพื่อรักษาดูแลผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน ยามเจ็บป่วย 

นายสุชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้จะเร่งผลักดันกฎหมายร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ. …. เพื่อให้แรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระ แม่ค้า พ่อค้า หาบเร่แผงลอย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่ ไรเดอร์ ได้เข้าสู่ระบบ มีประกันสังคมและความมั่นคงในชีวิต มีกองทุนเพื่อพี่น้องแรงงานนอกระบบในการส่งเสริมการประกอบอาชีพ ทั้งหมดนี้เป็นนโยบายที่ รทสช. ได้คิดไว้ทั้งหมดแล้ว 

‘สมศักดิ์’ นำทัพทวงเก้าอี้ สส.พิษณุโลก ชูนโยบายเพิ่มผลผลิต-พื้นที่ชลทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547765

27 เม.ย. 2566

'สมศักดิ์' นำทัพทวงเก้าอี้ สส.พิษณุโลก ชูนโยบายเพิ่มผลผลิต-พื้นที่ชลทาน

‘สมศักดิ์’ มั่นใจทวงเก้าอี้ สส.พิษณุโลก ชูนโยบายเพิ่มผลผลิตเกษตรกร เพิ่มพื้นที่ชลทาน 3 เท่า จ่อเปลี่ยน สปก.เป็นโฉนด ด้าน ‘จเด็ศ’ สส.หน้าใหม่ ไม่หวั่นสู้บ้านใหญ่พรรคอื่น

วันที่ 27 เม.ย. 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีต สส. หลายสมัย ลงพื้นที่ปราศรัย จ.พิษณุโลก ในพื้นที่ของ นายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 3 เบอร์ 2 และ น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 4 เบอร์ 5

โดยประกาศทวงชัยชนะกลับมา หลังจากเลือกตั้ง62 มีจำนวน 5 เขต พรรคเพื่อไทย ได้ 2 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 2 ที่นั่ง พรรคอนาคตใหม่ 1 ที่นั่ง

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากพรรคเพื่อไทย ต้องดูแลนายจเด็ศให้ดี เพราะเป็นคนหนุ่มไฟแรงนิสัยดี เต็มใจเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน และตนก็มั่นใจนายจเด็ศ จะเป็นผู้แทนที่ดี ไม่ทิ้งประชาชน

นับเป็นความโชคดีของชาวพิษณุโลกที่พรรคเพื่อไทย เน้นนโยบายส่งเสริมเกษตรกร เพิ่มผลผลิต เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 3 เท่าของรัฐบาลที่ผ่านมา เนื่องจาก จ.พิษณุโลก มีปัญหาเรื่องน้ำ เกษตรกรต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรทุกตัวขยับขึ้น เหมือนในสมัยของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ จ.พิษณุโลกพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก

วันนี้ประชาชนชื่นชอบนโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก ในพื้นที่ภาคใต้ยังชื่นชอบ และเห็นผลงานในอดีตของ ดร.ทักษิณ ทำให้ราคายางพาราสูงขึ้นได้ แต่จะให้ทุกนโยบายขับเคลื่อนได้ ต้องช่วยกันเลือกทั้งคน และพรรค เบอร์ 29 ให้แลนด์สไลด์ เพราะถ้าเป็นรัฐบาลผสม จะทำให้นโยบายไม่ได้ขับเคลื่อนทุกข้อ

นายจเด็ศ จันทรานายจเด็ศ จันทราส่วนปัญหา “ยาเสพติด” ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก นายจเด็ศ กล่าวว่า นายสมศักดิ์ วางรากฐานมาตรการใหม่ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เน้นยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดไว้แล้ว ดังนั้นสามารถแก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน 

ส่วน “กัญชา” ยืนยันว่า เห็นด้วยที่ใช้เพื่อทางการแพทย์ แต่ไม่สนับสนุนให้ใช้สันทนาการ เพราะตนได้รับเสียงสะท้อนจำนวนมากว่า ลูกหลานถือกัญชาเข้าบ้าน ซ้ำหนักบอกว่า ไม่ผิดกฏหมาย ทำให้ไม่สามารถห้ามลูกหลานได้เลย ดังนั้น เราต้องช่วยกันเอากัญชาคืนไป แล้วเอาลูกหลานคืนมา 

“แม้จะลงสนามการเมืองครั้งแรก ไม่หวั่นรับมือสู้บ้านใหญ่ เพราะ ตลอด 7 เดือน ลงพื้นที่ไม่เคยหยุดแม้แต่วันเดียว เห็นแววตาประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว จึงเชื่อมั่นว่า บ้านใหญ่เพื่อไทย ใหญ่ไม่แพ้ใคร และจะสามารถสู้จนชนะได้อย่างแน่นอน” นายจเด็ศกล่าว

จากนั้นนายสมศักดิ์ลงพื้นที่อำเภอบางกระทุ่ม รับฟังปัญหาประตูน้ำชลประทานชำรุดเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก ต่อด้วยเดินทางต่อไปที่ ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง รับฟังปัญหาที่ดิน สปก. ซึ่งพี่น้องประชาชน ได้สะท้อนว่า อยากให้ สปก.เป็นโฉนด จะได้รับสิทธิจำนวนมาก และไม่ต้องถูกดำเนินคดี ในกรณีเกิดการพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ อีกต่อไป 

นายสมศักดิ์ จึงได้ชี้แจงถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการ เปลี่ยน สปก. เป็นโฉนด เพื่อชาวเกษตรกร เพราะทราบมาว่า ประชาชนมีคดีพิพาทจำนวนมาก เป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน นอกจากนี้มอบหมายให้ผู้สมัครของพรรค คอยประสานพาผู้ที่เดือดร้อนจากคดีพิพาท ไปยื่นเรื่องกับกองทุนยุติธรรม ซึ่งเป็นนโยบายที่ตนได้ขับเคลื่อนเอาไว้ ในการดำเนินคดี ไม่มีค่าใช้จ่าย

นายสมศักดิ์ลงพื้นที่อ.บางกระทุ่ม รับฟังปัญหาประตูน้ำชลประทานชำรุดเสียหายนายสมศักดิ์ลงพื้นที่อ.บางกระทุ่ม รับฟังปัญหาประตูน้ำชลประทานชำรุดเสียหาย

นายสมศักดิ์ลงพื้นที่ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง รับฟังปัญหาที่ดิน สปก.นายสมศักดิ์ลงพื้นที่ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง รับฟังปัญหาที่ดิน สปก.