เลือกตั้ง66 ‘สมศักดิ์’ มั่นใจเพื่อไทยพิษณุโลก ได้เก้าอี้มากกว่าเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547858

28 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 'สมศักดิ์' มั่นใจเพื่อไทยพิษณุโลก ได้เก้าอี้มากกว่าเดิม

‘สมศักดิ์’ ชูพรรคเพื่อไทย ปราบยาเสพติดหมดใน1ปี ประชาชนแจ้งแบะแส ได้รับเงินรางวัลสินบนนำจับ 5 % ขณะที่หน่วยงานภาครัฐได้ 25% มั่นใจเลือกตั้ง66 เพื่อไทยพิษณุโลกได้เก้าอี้มากกว่าเดิม

ที่ห้องประชุมพิษณุโลกคอนเวนชั่น ดิ อิมพีเรียล โฮเต็ลแอนด์คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ พิษณุโลก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมว.กระทรวงยุติธรรม เดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรับย่อย น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัคร สส. เขต 1 พรรคเพื่อไทย โดยมีประชาชนในพื้นที่ 63 ชุมชนเทศบาลนครพิษณุโลก มาร่วมรับฟังมากกว่า 1,000 คน

โดยบรรยากาศการปราศรัย น.ส.ณัฐทรัชต์ ได้กล่าวถึงนโยบายพรรค โดยเฉพาะเงินดิจิตอล 10,000 บาท ซึ่งทางพรรคแจกให้ประชาชนที่อายุ 16 ปี ขึ้นไป หากครอบครัวใดมีสมาชิก 5 คน ก็จะได้มากถึง 5 หมื่นบาท เป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ พร้อมปรบมือเสียงดัง

ขณะที่นโยบายด้วยเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ประชาชนมุ่งหวังให้พรรคเพื่อไทยแก้ไขให้เศรษฐกิจดีขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนเลือกตนเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชน เลือกตั้งที่จะมาถึงขอให้เลือกเบอร์ 1 เป็น สส.เขต และพรรคเพื่อไทย เบอร์ 29 กาเลือกทั้ง 2 ใบ ขณะพูดไปมีน้ำเเสียง และน้ำตาคลอ

น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัคร สส. เขต 1 พรรคเพื่อไทยน.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัคร สส. เขต 1 พรรคเพื่อไทย

น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัคร สส. เขต 1 พรรคเพื่อไทยน.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัคร สส. เขต 1 พรรคเพื่อไทย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมว.กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ภาคเหนือเรารู้สึกภาคภูมิใจ ในกระแสเสียงตอบรับจากประชาชน ที่จะเลือกทั้งพรรคและคน สำหรับนโยบายของเรา ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลทำไม่ได้ หรือแม้แต่ว่าเป็นรัฐบาลผสม ก็จะทำไม่ได้ทุกข้อ แต่ก็เป็นที่น่าชื่นใจ ที่โพล แต่ละสำนักพบว่าพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมเป็นอันดับ 1 และผู้สมัครทุกคนทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง โพลของพรรคสูง 

อยากให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ เพื่อจะได้ทำนโยบายแก้ไขปัญหา พัฒนา และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทปริญญาตรี 25,000 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับประเทศเกาหลีเงินเดือนเขา 60,000 บาท ทำไมถึงยกเกาหลีเพราะในอดีตเขามีรายได้น้อยกว่าเรา ถนนพิษณุโลกมากสุดมี 6 ช่องจราจร แต่ที่จังหวัดสุโขทัยวันนี้มี 10 ช่องจราจร มีรถไฟความเร็วสูง

ประเทศที่แย่กว่าเราอย่างเกาหลีกับจีนตอนนี้เขาเป็นพี่ของเราหมดเศรษฐกิจท้องถิ่น มีเงินเพราะระบบการปกครอง รัฐบาลเขาประชาชนเขาลุกมาสู้ปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น

 วันนี้เราต้องปรับแนวคิดแนวทางใหม่ว่าเราต้องร่วมแนวทางป้องกันทำขวัญให้เป็นจริงเพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ เราอยู่ปกติ ธรรมดาที่ผ่านมา 8 ปี 10 ปีที่ผ่านมาต้องเปลี่ยนแนวคิดของประเทศของเราของคนไทยโดยเฉพาะรัฐบาลที่จะเข้ามา ได้มีแนวคิดที่จะเข้ามาอะไร ที่จะได้ไม่เป็นภาระของแผ่นดิน

เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม3 เท่า

กรณีที่ดินที่ไม่มีเอกสารวันนี้ พรรคเพื่อไทยตัดสินใจลงงานนโยบายสุดท้าย ท้ายสุดปรับเปลี่ยนที่ดิน สปก.ให้เป็นโฉนดทั้งหมด สค 1 ก็ต้องปรับเปลี่ยนเป็นโฉนดทั้งหมด เกษตรกรต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าระบบชลประทานในอดีตที่ผ่านมาช้ามากเหลืออีกแค่ 15 ล้านไร่ทั่วประเทศ การผลักดันสร้างเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เป็นของพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกระบบชลประทานของจังหวัดพิษณุโลกดีกว่าสุโขทัยยังสู้จังหวัดพิษณุโลก

ปราบยาเสพติดหมดใน 1 ปี

กัญชากับกระท่อมเป็นยาเสพติด ที่ถูกยกเลิกแล้วทั้งหมด การยกเลิกกัญชา กระท่อม ออกจากกฎหมายยาเสพติดออกจากปี 2522 เมื่อยกเลิกแล้วแจ้งกระทรวงต้องเสนอกฎหมายรับรองพืชกระท่อม ผมได้เสนอเสร็จเรียบร้อยแล้ว ภาคใต้ชอบมาก แต่กัญชาในวันนี้ไม่มีกฎหมายรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกฎหมายไม่ทัน ยังไม่ประกาศใช้จึงได้เอากฎหมายสมุนไพรมาใช้ควบคุมกัญชา 

นี่คือปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกทุกวันนี้ ทำให้ผู้คนนำกัญชามาใช้อย่างไม่ถูกต้อง จนเป็นปัญหาต้องแก้ไขในรัฐบาลหน้า ต้องแก้ไขปัญหากัญชากันอย่างแรง ในขณะนี้ผมอยากเสนอปัญหายาเสพติดถ้านายกรัฐมนตรีเอาจริง ใช้เวลาไม่นาน เพราะผมได้ทำกฎหมายรองรับไว้แล้ว 

เราได้ยกเลิกกฎหมายเก่าแล้วเขียนประมวลกฎหมายใหม่ มีวิธีการปราบปรามยาเสพติด ให้หมดไปภายใน 1 ปี ส่วนการแจ้งเบาะแสยาเสพติดส่วนราชการจะได้ 25% แต่ว่าประชาชนที่แจ้งเบาะแสจะได้ 5% ซึ่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงมาเล่นเอง เชื่อว่าไม่ถึง 1 ปี แต่สามารถทำได้ เพราะเรามีเครื่องมือสำหรับการจัดการยาเสพติดไว้เรียบร้อย 

นอกจากนี้จะแยกกฎหมาย การยึดทรัพย์ กับคดียาเสพติดออกจากกัน เพื่อให้ทราบที่มาที่ไปของทรัพย์ที่ได้ ถ้าไม่ทราบที่มาก็จะจัดการยึดทรัพย์ให้เสร็จสิ้น และได้ผลเลยประชาชนสบายใจได้

เลือกตั้ง66 'สมศักดิ์' มั่นใจเพื่อไทยพิษณุโลก ได้เก้าอี้มากกว่าเดิม

นายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการเดินตลาดเขต 1 พิษณุโลก ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี พ่อค้าแม่ค้าบอกเศรษฐกิจถดถอยกำลังซื้อไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ แต่ว่าหลังจากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้ว เราจะมีคูปองดิจิตอลเข้ามาคนละ 10,000 บาทเป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจ เกิดกระแสการซื้อขายที่สูงขึ้น มีพ่อค้าแม่ค้าใหม่เกิดขึ้น เป็นการสร้างงานให้เกิดขึ้นในประเทศของเรามากขึ้น เป็นแนวคิดแนวทางของพรรค ซึ่งพี่น้องจะเทคะแนนให้ เพราะพ่อค้าแม่ค้าอยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนเข้าใจในแนวทางว่า พรรคไหนเป็นพรรค ที่เคยมีแนวทางในการสร้างเศรษฐกิจแบบถึงลูกถึงคน 

โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่เขต 1 ผู้สมัครของเราก็มีความตั้งใจ ขยัน มีการปราศรัย สามารถเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน โดยธรรมดาปกติไปหาเสียง จะเป็นคนแจกบัตร แต่อันนี้ผมช่วยแจกบัตรแทน เราจะได้มีดาวสภาดวงใหม่อย่างแน่นอน ในพื้นที่จ.พิษณุโลก มั่นใจจะผ่านการเลือกตั้งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ได้เป็นผู้แทนราษฎรอย่างแน่นอน 

เลือกตั้ง66 'สมศักดิ์' มั่นใจเพื่อไทยพิษณุโลก ได้เก้าอี้มากกว่าเดิม

“และจากการเดินทางไปในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกทั้ง 5 เขต ผมมั่นใจว่าจะได้ผู้แทนราษฎรมากกว่าเดิม แต่ว่าจะแลนด์สไลด์ทั้ง 5 เขตหรือไม่ กำลังลุ้นอยู่ แต่เชื่อมั่นว่าได้มากกว่าเดิมแน่นอน เดิมพรรคเพื่อไทยได้ 2 เขต วันนี้ผมลงพื้นที่ สัมผัสกับประชาชนผมมั่นใจว่าต้องได้เก้าอี้มากกว่าเดิม”นายสมศักดิ์ กล่าว

นักการเมืองตอบคำถามจากคนรุ่นใหม่ เรื่องปัญหา ‘การศึกษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547857

28 เม.ย. 2566

นักการเมืองตอบคำถามจากคนรุ่นใหม่ เรื่องปัญหา 'การศึกษา'

คนรุ่นใหม่ถาม นักการเมืองตอบ ประเด็นปัญหา’การศึกษา’ ชทพ.เน้่นทำงานไปเรียนไป ทสท.อยากให้ 18 ปี จบป.ตรีแล้ว ขณะที่ ชพก. ดุเดือด โยน ‘กระทรวงศึกษาฯ’ ไม่เปิดกะลา ต้นตอทั้งหมดของวงการนี้

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. springnews จัดเวที New Gen Vote เปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ถามเกี่ยวกับนโยบายการเมืองของพรรคต่างๆ ซึ่งคำถามเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาถูกถามมากที่สุด 

ถาม รวีวสา รัตนายนต์ นักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  
“เรียนฟรี” คลอบคลุมถึงระดับมหาวิทยาลัยด้วยหรือไม่ หรือยุบ กยศ. เพื่อใช้ทุนเรียนฟรีล่วงหน้าได้หรือไม่ 

ตอบ นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา มองว่า สิทธิการเรียนฟรีถึง ป.ตรี เป็นสิ่งสำคัญ แต่การยุบ กยศ. จะมีหลายคนเดือดร้อน ดังนั้นอย่าพึ่งยุบ ทำอย่างไรให้ นศ.สามารถมีรายได้ ควบคู่ไปกับการเรียน และได้ใช้ทักษะอย่างเต็มที่ เช่นเดี่ยวกับต่างประเทศ สามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ แบบนี้ Win-Win Situation และได้ประสบการณ์การทำงานจริงมาเสริมในการเรียนมหาวิทยาลัย สำคัญที่สุด เราจะรู้ว่าควรเดินทางไหน เรียนอะไร เพราะ “เรียนในสิ่งที่ใช่ ใช้ในสิ่งที่เรียน” 

ดีเบต นรุตม์ชัย บุนนาค พรรคไทยสร้างไทย เห็นด้วยกับนายยวราวุธ แต่ที่สำคัญตัดเวลาเรียนให้สั้น 3-4 ปี มีหลายวิชาที่จบไป ทำงานและใช้วิชาเหล่านั้น จบปริญญาตรี อายุ 18 ปี เรียนจบเร็ว รีบทำงาน รีบมีประสบการณ์ รีบทำมาหากิน เอาเงินมาจุนเจือครอบครัว โดยระหว่างเรียนอยากให้เรียนในสิ่งที่เราคิดว่านำมาใช้ในอนาคต ไม่เช่นเกิดปัญหา จบสาขานึง ทำงานอีกอาชีพ กว่าค้นหาตัวเองเจอ หรือเชี่ยวชาญอาชีพนั้นๆ ใช้เวลาอีกหลายปี

วราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนาวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนานรุตม์ชัย บุนนาค พรรคไทยสร้างไทยนรุตม์ชัย บุนนาค พรรคไทยสร้างไทย

ถาม เชาวลิต ศรีหลั่ง มหาวิทยาลัยราชฎักวลัยลงกรณ์ 
ปัจจุบันครู ทำหลายหน้าที่ แต่เงินเดือนน้อย มีวิธีการแก้ไขอย่างไร
ตอบ พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท พรรคเปลี่ยน 
2 อาชีพที่ควรเร่งเพิ่มเงินเดือน คือ ตำรวจและครู ปัจจุบันครูเงินเดือนน้อยมากโดยเฉพาะอัตราจ้าง มีการสอนควบ ครู 1 คน สอน 2 ห้อง สิ่งที่จะทำ คือ จัดงบประมาณการศึกษาลงไปถึงครูเยอะที่สุด พอเลี้ยงชีวิต มีสวัสดิการที่ดี ไม่ใช่ได้เงินมาจ่ายสหกรณ์หมด ส่วนงานต่างๆ ควรมีธุรการ ไม่ใช่หน้าที่ครู หากได้เข้าสภา จะเข้าไปถามและด่าให้เมื่อไรแก้เสียที จะช่วยให้ครูมีศักดิ์ มีเกียรติ 

เมื่อมาถึงช่วง คู่ดีเบต ดุเดือดอย่างมาก วรนัยน์ วาณิชกะ พรรคชาติพัฒนากล้า มองว่า การแก้ปัญหาจากเงินเดือนครู คือ ปลายเหตุ แต่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) คือ ตัวปัญหา เพราะยังนึกว่าตัวเองทำงานอยู่ในสงครามเย็น ใช้อำนาจนิยมปกครองโรงเรียน มหาวิทยาลัย เราต้องเปิดกะลาออกก่อน ไม่เช่นนั้นแก้ไม่ได้ ศธ.ต้องเป็นเหมือนสถานที่ศึกษาทุกสถานที่ เปิดเสรีความคิด แสดงออก สร้างสรรค์ นวัตกรร  แต่เพราะไม่เปิด อยูาแต่ในกะลา เลยบังคับให้ครูต้องแต่งตัวชุดกากี เหมือนข้าราชการและทำงานเยี่ยงทาส ไม่มีวันหยุดไม่มีวันเกิด ลืมตาไม่ได้อ้าปาก ไม่ออกปัญหามีจุดเดียว ต้นตอเดียว คือ สันดานอำนาจนิยมที่เราไม่ยอมเดินหนีออกไป

นอท พรรคเปลีย่นนอท พรรคเปลีย่น

วรนัยน์ วาณิชกะ พรรคชาติพัฒนากล้าวรนัยน์ วาณิชกะ พรรคชาติพัฒนากล้า

ถาม ณภัทร เว็งเกี้ยง นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต 
การศึกษาในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ละพรรคมีวิธีการส่งเสริการศึกษาแบบยั่งยืนหรือผลักดันเรียนรู้ตลอดชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างไร 

ตอบ พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด gen z gen y ตอนปลายก็ยังเป็นกลุ่มที่เขาไม่ได้เรียนรู้จากในหลักสูตรหรือการเรียนปริญญาตรีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นหลักสูตรต้องเปลี่ยนแปลง พรรครวมไทยสร้างชาติมีการพัฒนาตำราเรียนอยู่ทุกวัน มีการเพิ่ม 3 ภาษา สอนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารการเงิน ซึ่งจำเป็นมากสำหรับประเทศที่เจริญแล้วเพราะจะทำให้คนรู้จักการใช้เงินให้เป็นและทำงานได้ นอกจากนั้นยังมีระบบเรียนฟรีแบบเต็มรูปแบบถึงม.6 พร้อมอาหารฟรี แจกผ้าอนามัยในโรงเรียนฟรี ทุนวิชาชีพ 200 คนต่ออำเภอ ตอบโจทย์ไม่ต้องไปเรียนตามหลักสูตร แต่สายงานไหนที่จำเป็นจะต้องใช้ ต้องเรียนเพิ่มสนับสนุนตรงนี้ รวมถึงโรงเรียนเกี่ยวกับ soft power จัดส่งให้คนไปสู่เวทีโลก

ดีเบต สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล พรรคก้าวไกล มีนโยบายเปลี่ยนการศึกษา เราจะปรับหลักสูตรให้เท่าทันโลกภายใน 1 ปี และจะทำให้สำเร็จภายใน 4 ปี ไข่ต้มครึ่งฟอง ใบบกใบบัว สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรให้คนรุ่นใหม่เรียนเพื่อส่งต่อประเทศนี้ , เพิ่มคุณภาพครู กำหนดเกณฑ์คัดกรองครู กำหนดเงินเดือนขั้นต่ำครูชั้นผู้น้อยเริ่มต้น 20,000 บาท ครูไม่ต้องทำรายงาน ทำงานนอกห้องเรียน , ส่วนนักศึกษา มีคูปองเปิดโลกสำหรับนักเรียนประถมมัธยมและมหาลัยมากสุด 2,000 บาท มีคูปองพัฒนาทักษะตลอดชีวิตที่ 5,000 บาทโดยรัฐบาลช่วยออก 80% จะไปเรียนรู้อะไรก็ได้ , มีสภาเยาวชน 
“เลือกก้าวไกล การศึกษาไม่เหมือนเดิม”

‘อภิสิทธิ์’ อ้อนขอเสียงพ่อค้าแม่ค้าพิษณุโลกเลือก‘ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547856

28 เม.ย. 2566

'อภิสิทธิ์' อ้อนขอเสียงพ่อค้าแม่ค้าพิษณุโลกเลือก‘ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’

‘อภิสิทธิ์’ เดินตลาดบ้านคลอง อ้อนขอเสียงพ่อค้าแม่ค้าพิษณุโลก โหวตให้พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 ช่วยดัน สส. น้ำดีเข้าสู่สภา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินมาช่วย รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้สมัคร สส. เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ที่ จ.พิษณุโลก หาเสียง ที่ ตลาดบ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

โดยนายอภิสิทธิ์ ได้เดินอ้อนขอกำลังใจ จากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ชาวจ.พิษณุโลก ให้ช่วยเลือกคนดี คนมีคุณภาพ เข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรด้วย พร้อมกับเลือก ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เพื่อให้ทางพรรคได้มีโอกาสทำหน้าที่ในการพัฒนาประเทศชาติ ที่กำลังอ่อนแอในเวลานี้ ให้เกิดพลังความเข้มแข็ง แก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ตรงจุด เพื่อที่ประชาชนจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายอภิสิทธิ์ อ้อนขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้านายอภิสิทธิ์ อ้อนขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้า

นายอภิสิทธิ์ อ้อนขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้านายอภิสิทธิ์ อ้อนขอคะแนนเสียงจากพ่อค้าแม่ค้า

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ได้เดินทางมาจาก จ.เพชรบูรณ์ ก่อนกลับได้แวะมาช่วยผู้สมัครของพรรคที่เป็นคนดี มีความรู้ความสามารถเป็นกำลังหลักของพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นผู้มีศักยภาพในการขับเคลื่อนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้

“จึงอยากขอให้ประชาชน ให้โอกาสคน และพรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปทำหน้าที่ ในโอกาสที่พรรคเราเป็นสถาบันการเมืองหนึ่ง เพื่อช่วยให้บ้านเมืองเราฟันฝ่าอุปสรรคให้ได้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร”

โดยบรรยากาศ การเดินหาเสียง มีพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อหาอาหารในตลาด้านคลอง ได้กล่าวทักทาย พร้อมขอถ่ายรูปด้วย ตลอดเส้นทางเดินผ่านอย่างคึกคัก

'อภิสิทธิ์' อ้อนขอเสียงพ่อค้าแม่ค้าพิษณุโลกเลือก‘ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’
'อภิสิทธิ์' อ้อนขอเสียงพ่อค้าแม่ค้าพิษณุโลกเลือก‘ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’
'อภิสิทธิ์' อ้อนขอเสียงพ่อค้าแม่ค้าพิษณุโลกเลือก‘ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’
'อภิสิทธิ์' อ้อนขอเสียงพ่อค้าแม่ค้าพิษณุโลกเลือก‘ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’

‘อิทธิพร’ เผยเรื่อง ครม.ขออนุมัติงบฯ ค่าไฟหมื่นล้านยังไม่ถึง กกต.ใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547855

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

28 เม.ย. 2566

'อิทธิพร' เผยเรื่อง ครม.ขออนุมัติงบฯ ค่าไฟหมื่นล้านยังไม่ถึง กกต.ใหญ่

“อิทธิพร” เผยเรื่อง ครม.ขออนุมัติงบฯค่าไฟหมื่นล้านยังไม่ถึง “กกต.” ใหญ่ ส่วนการพิจารณา นโยบายของพรรคการเมืองตามอำนาจให้ติดตาม ทำให้ครบเงื่อนไขของกฎหมายไม่มีสิทธิ์ไปตัดนโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่ง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) “นายอิทธิพร บุญประคอง” ประธาน “กกต.” กล่าวถึงการพิจารณานโยบายของพรรคการเมือง 70 พรรคที่แจ้ง กกต.ว่า กกต. จะพิจารณาตามอำนาจและกฏหมายหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 57 ที่กำหนดไว้ คือการตรวจสอบว่าพรรคการเมืองที่ประกาศนโยบาย 1. จะต้องรับฟังความเห็นของสมาชิกสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมือง 2. หากเป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณจะต้องแจ้ง 3. หัวข้อหลัก คือ วงเงินและที่มาของงบประมาณ – ประโยชน์และความคุ้มค่า-ความเสี่ยงและผลกระทบ โดยไม่มีอำนาจการไปตัดนโยบายของพรรคการเมืองแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ หลังจากที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติจะแจ้ง “กกต.” เรื่องการใช้งบประมาณงบกลาง 10,000 ล้านบาทไปแก้ไขปัญหาไฟฟ้าแพงว่า ขณะนี้เรื่องยังไม่ถึง “กกต.” โดยหากเรื่องมาถึงทางสำนักงาน กกต. จะตรวจสอบเรื่องก่อนที่จะเสนอต่อที่ประชุม กกต. พิจารณา และตามขั้นตอนคณะกรรมการจะพิจารณาว่าเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 169 (3) หรือไม่ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์เรื่องของการขออนุมัติงบสำรองจ่าย เพื่อความจำเป็นฉุกเฉินเค้าข่ายตามกฏหมายหรือไม่  คาดว่าหากเป็นเรื่องด่วนในสัปดาห์หน้าเรื่องจะมาถึง “กกต.”

เสี่ยงวืด! ‘ลดค่าไฟฟ้าแพง’ กกต.ตีกลับรัฐบาล ขออนุมัติงบกลาง 11,112 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547848

28 เม.ย. 2566

เสี่ยงวืด! 'ลดค่าไฟฟ้าแพง' กกต.ตีกลับรัฐบาล ขออนุมัติงบกลาง 11,112 ล้าน

‘ลดค่าไฟฟ้าแพง’ เสี่ยงวืด กกต.ตีกลับหนังสือรัฐบาลขออนุมัติงบกลาง 11,112 ล้าน แก้ปัญหาค่าไฟแพง อ้างเสนอมา แต่ไม่มีมติ ครม.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบเสนอ กกต. ขออนุมัติวงเงิน 11,112 ล้านบาท ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้า “ลดค่าไฟแพง” ให้ประชาชน มีรายงานเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือนำส่งหนังสือของกระทรวงพลังงาน ที่ขอให้กกต.พิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบในการที่คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติใช้งบกลาง 11,112 ล้านบาท เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน มายังสำนักงาน กกต. 

 แต่เมื่อสำนักงานฯตรวจสอบแล้วพบว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไม่ได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบในหลักการจะใช้งบกลาง 11,112 ล้านบาท ในการจะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหา “ค่าไฟฟ้าแพง”

 เพื่อขอให้ กกต.ให้ความเห็นชอบตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา169 กำหนด จึงเห็นว่าหนังสือที่ส่งมายังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และได้ส่งหนังสือดังกล่าวกลับไป 

โดยขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับหนังสือฉบับใหม่จากทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด

‘สมศักดิ์’ ช่วยด้วย ร้านค้าเงียบเหงา วอน ‘เพื่อไทย’ ฟื้นศก.กลับมาคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547838

28 เม.ย. 2566

'สมศักดิ์' ช่วยด้วย ร้านค้าเงียบเหงา วอน 'เพื่อไทย' ฟื้นศก.กลับมาคึกคัก

พ่อค้าแม่ค้าตลาดร่วมใจ วอน ‘เพื่อไทย’ ฟื้นเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ‘สมศักดิ์’ เชื่อนโยบาย ‘เติมเงินดิจิทัล’ แก้ปัญหาได้ เชื่อเลือกตั้ง66 สส.พิษณุโลกเพิ่ม กลายเป็นดาวสภา

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 66 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ คณะกรรมการทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีตส.ส.หลายสมัย พร้อมด้วย น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 เบอร์ 1 ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดร่วมใจ อ.เมืองพิษณุโลก


โดยพ่อค้าแม่ค้า สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ ที่อยากให้รัฐบาลเพื่อไทย ช่วยส่งเสริมให้เกิดกำลังการซื้อให้คึกคักเหมือนเดิม 

ขณะที่นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องจากในตลาดกำลังซื้อไม่ค่อยดีเหมือนในอดีต ตนจึงได้แนะนำนโยบายที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดกำลังการซื้อ ด้วยการ “เติมเงินดิจิทัล” 1 หมื่นบาท เชื่อว่าจะทำให้ตลาดกลับมาซื้อขายคึกคักอย่างแน่นอน พี่น้องประชาชนเมื่อฟังแล้ว ก็เข้าใจและเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยทำได้ 
 

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ส่วนน.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 เบอร์ 1 ผู้รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว จะเป็นความภาคภูมิใจของชาวพิษณุโลก เพราะจะเข้าไปเป็นดาวในสภาฯ และจะช่วยขับเคลื่อนนโยบายต่างๆให้เกิดขึ้นจริง รวมถึงผู้สมัคร สส.พิษณุโลกอีก 4 เขต ขอเน้นย้ำว่า เป็นผู้ที่มีความตั้งใจ ขยัน เป็นปากเสียงให้กับประชาชนได้ และมั่นใจว่า จะมีดาวสภาจาก จ.พิษณุโลก อย่างแน่นอน

ส่วนจะแลนด์สไลด์ 5 เขตใน จ.พิษณุโลกได้หรือไม่ ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่ขณะนี้เชื่อมั่นว่า จะได้ผู้แทนมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน (เดิมเพื่อไทย 2 เขต) โดยจะประเมินอีกครั้งช่วงโค้งสุดท้ายว่า พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พรรคเพื่อไทยจะได้ผู้แทนเพิ่มขึ้นจำนวนเท่าไหร่ และมีจังหวัดไหนบ้างที่จะแลนด์สไลด์ยกจังหวัด

นายสมศักดิ์ กล่าวกล่าวถึงนโนยบายแก้ปัญหายาเสพติดที่จะเข้มข้นขึ้น ใช้เวลาเห็นผลใน 1 ปี เพราะตนได้ทำกฎหมายรองรับไว้แล้ว ด้วยการเพิ่มมาตรการยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด ซึ่งสามารถทำได้ทันทีเมื่อได้เป็นรัฐบาล 

น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท (ขวา)น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท (ขวา)

ขณะที่ น.ส.ณัฐทรัชต์ กล่าวว่า ในอดีตหลายนโยบายของพรรคเพื่อไทย สามารถทำสำเร็จมาแล้ว ทั้ง จบปริญญาตรี เริ่ม 15,000 บาท บ้านหลังแรก รถคันแรก จำกันได้หรือไม่ว่าขณะนั้น เราอยู่กันสุขสบายขนาดไหน แต่มาวันนี้หลังมีการยึดอำนาจ เหลืออะไรกันบ้าง ลูกหลานหลายบ้าน ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะไม่มีเงินเพียงพอ หรือ เรียนจบมา ก็เจอปัญหาไม่มีงานทำ ซึ่งพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เข้ามาแก้ปัญหาแบบหยอดน้ำข้าวต้ม แต่เราจะพาทุกคนออกจากไอซียู ด้วยนโยบายเติมเงินกระเป๋าดิจิทัล 1 หมื่นบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ในชุมชน 

อย่าไปหลงเชื่อที่บอกว่า พรรคเพื่อไทย ไม่สามารถทำได้และทำไม่เป็น ทั้งที่ในอดีตพรรคเพื่อไทยก็มีผลงานจำนวนมากเป็นสิ่งการันตีอยู่แล้ว ถ้าได้เป็นรัฐบาล ความยากจนก็จะต้องหมดไป ดังนั้น ตนขอโอกาสพี่น้องชาวพิษณุโลก ตนเกิดและโตที่นี่ ผ่านการทำงานของคุณพ่อและคุณแม่ ที่ได้มอบชีวิตนี้ให้กับแผ่นดินไปแล้ว จึงพร้อมสานต่อ ทำให้พิษณุโลกวันพรุ่งนี้ ดีกว่าเดิมแน่นอน

จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมด้วยนายจเด็ศ จันทรา ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 3 เบอร์ 2 ลงพื้นรับฟังปัญหา 2 จุด ในพื้นที่อำเภอเนินมะปราง เพื่อรับฟังปัญหาแหล่งน้ำและปัญหาที่ดิน สปก. ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มมะม่วง เพื่อนำเสนอนโยบายทั้งการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน และการเปลี่ยน สปก.เป็นโฉนด 

พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ตลาดร่วมใจ จ.พิษณุโลกพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ตลาดร่วมใจ จ.พิษณุโลก

สมรภูมิชลบุรีเดือด 2 ทายาท ‘กำนันบั้ก’ ประกาศสู้ไม่ถอย ขอปักธง สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547840

28 เม.ย. 2566

สมรภูมิชลบุรีเดือด 2 ทายาท 'กำนันบั้ก' ประกาศสู้ไม่ถอย ขอปักธง สส.

เลือกตั้ง66 : สมรภูมิเลือกตั้งชลบุรีเดือด ‘ผู้กองเบิร์ด-เบลล์’ 2 ทายาท ‘กำนันบั้ก วงศ์ทรายทอง’ ประกาศสู้ไม่ถอย ขอปักธง สส.ชลบุรี

สนามเลือกตั้งสส.ชลบุรี ปี 2566 แบ่งเป็น 10 เขตเลือกตั้ง ถือว่า เป็นสนามเลือกตั้งที่ดุเดือดน่าจับตามองอย่างมากในปีนี้

ไม่เฉพาะมีการแข่งขันกันสูง ระหว่างกลุ่มบ้านใหญ่ ซึ่งมีนายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีหลายสมัย ทายาทกำยันเป๊าะ – สมชาย คุณปลื้ม เป็นผู้นำทัพ

กับ กลุ่มบ้านใหม่ ที่มีนายสุชาติ ชมกลิ่น หรือรัฐมนตรีเฮ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ปัจจุบันไปซบปีกลุงตู่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ค่ายรวมไทยสร้างชาติ เป็นผู้ดูแลทั้งจังหวัดเท่านั้น
 

หากแต่ยังมีพลังและแสงของพรรคก้าวไกลที่ร้อนแรงคอยเบียดแทรกอย่างน้อย 2-3 เขต

นอกจากนี้ยังมีตัวแปรที่น่าจับตาอีก 2 จาก 10 เขต ที่น่าสนใจไม่น้อย นั่นคือเขตการเลือกตั้งที่ 2 และเขตเลือกตั้งที่ 3 ที่มี 2 พี่น้องตระกูลวงศ์ทรายทอง ผู้เป็นลูกชาย ‘กำนันบั๊ก – กำพล วงศ์ทรายทอง’ 1 ในบ้านใหญ่ชลบุรีที่มากด้วยบารมี

แม้”กำนันบั้ก”อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางทราย จะลาโลกไป แต่บารมีที่สร้างไว้ยังทรงพลังอย่างยิ่งในพื้นที่ทั้งเขตเมือง และ อ.พานทอง

เบลล์ - เพิ่มพงศ์ วงศ์ทรายทองเบลล์ – เพิ่มพงศ์ วงศ์ทรายทอง
 

รอบนี้ตระกูล ‘วงศ์ทรายทอง’ ส่ง 2 พี่น้อง ‘ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง’ หรือ ผู้กองเบิร์ด อดีต สส.ชลบุรี เขต 2 ลงสู้ศึกอีกครั้งในนามพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้าทีม

ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง’ หรือ ผู้กองเบิร์ดร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง’ หรือ ผู้กองเบิร์ด

และ ‘เบลล์ – เพิ่มพงศ์ วงศ์ทรายทอง’ น้องชายผู้กองเบิร์ด ลงสู้ศึกเขต 3 ชลบุรี ในนามพลังประชารัฐ พื้นที่เลือกตั้งเดิมของผู้กองเบิร์ดผู้เป็นพี่ชาย

ทั้ง 2 เขตเลือกตั้งนี้ เป็นพื้นที่ที่คนในตระกูลวงศ์ทรายทองวาดหวังจะจะปักธง เพราะฐานคะแนนแน่น และเป็นพื้นที่ที่ประชาชนนิยมในฝั่งอนุรักษ์นิยม ไม่ชอบกลุ่มคนล้มเจ้า ไม่พิสมัยก้าวไกลเท่าใดนัก

เมื่อผนวกกับการทำงานคลุกพื้นที่ในช่วง 2 ปี ชนิดที่ข้าวสารไม่มีนึกถึงจองชัย ทำให้ตัวผู้กองเบิร์ด โดดเด่นในสายตาชาวบ้าน

ขณะที่เขต 2 ที่”จองชัย”กำลังขับเคี่ยวเดินพื้นที่อยู่อย่างหนักนั้น ทางพรรคเพื่อไทยซุ้มบ้านใหญ่ ส่งตัว นายฉัตรชัย อั้งลิ้ม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวน ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง’ หรือ ผู้กองเบิร์ดร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง’ หรือ ผู้กองเบิร์ด

และมีนายคงพัชร ไขรัศมี อดีต สจ.ชลบุรี ซุ้มบ้านใหม่ที่เพิ่งถูกทาบทามมาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ

โดยตอนแรกซุ้มบ้านใหม่วางตัว นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ หรือ นายกอุ๊ย อดีต สส.ชลบุรี ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่เนื่องจากนายกอุ้ย สุขภาพไม่ดี จึงขอสละสิทธิ์ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ทำให้คู่แข่งของผู้กองเบิร์ดไปโฟกัสที่ นายฉัตรชัย เนื่องจากได้คะแนนเสียงจากประชาชนในการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน มีการแจกข้าวสารอาหารแห้งในพื้นที่เทศบาลเมืองชลบุรี เทศบาลเมืองบ้านสวน 

ประกอบกับทางบ้านใหญ่ได้ประสานงาน นายสามารถ สุขสว่าง นายกเทศมนตรีตำบลนาป่า และมีความใกล้ชิดกับกำนันเป๊าะ มาช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง จึงทำให้มีฐานคะแนนเสียงตีตื้น 

เขตนี้คนที่ต้องจับตามองคือ ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง อดีต สส.ชลบุรี สมัยที่ผ่านมา แม้ขาดกำลังหลักคือกำนันบั๊ก หรือ นายกำพล วงศ์ทรายทอง ผู้ทรงอิทธิพลในการเลือกตั้งพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี ซึ่งได้เสียชีวิตลง

แต่หัวคะแนนสำคัญในพื้นที่ไม่หนีหาย ผู้กองเบิร์ดยังเข้าไปดูแลทุกคน 

การเลือกตั้งรอบนี้เบียดบี้กัน แม้จะมีกระสุนตกอย่างหนัก แต่ผู้กองเบิร์ดยังนำห่าง 1 ช่วงตัว

เบลล์ - เพิ่มพงศ์ วงศ์ทรายทองเบลล์ – เพิ่มพงศ์ วงศ์ทรายทอง

ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 3 พื้นที่พานทอง ที่มี ‘เบลล์-เพิ่มพงศ์’ ลงชิงชัยในนามพลังประชารัฐ สู้กับซุ้มใหญ่พรรคเพื่อไทยส่ง นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต สส.ชลบุรี ลงสมัครรับเลือกตั้ง  

และมี สจ.ตี๋ หรือ นายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ อดีต สจ.ชลบุรี ซุ้มบ้านใหม่ พรรครวมไทยสร้างชาติ สนามนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเช่นกัน 

แม้ว่าวันนี้ ‘กำนันบั๊ก’ ผู้เป็นพ่อจะสิ้นชีพ แต่ข้อมูลจากพื้นที่ยังยกให้เป็นตำนานและบารมีมากมาย พอที่จะส่งลูกชาย 2 คน บวกกับ ‘พลังเงียบ’ ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ดันเข้าสู่สภา

ผนึกกับการที่ ลุงป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สนับสนุน ทำให้”วงศ์ทรายทอง”พี่น้องมีลุ้นมาก

ยิ่งเมื่อรวมกันกับกระแสชาวบ้านเบื่อความขัดแย้งระหว่าง”บ้านใหญ่-บ้านใหม่” เริ่มส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะพลังเงียบที่ว่า บ่นถึงการเล่นการเมืองที่ทำเพื่อกลุ่มก้อนตัวเอง กระแสนี้อาจจะส่งผลให้ ‘บ้านใหญ่’ หรือ ‘บ้านใหม่’ มีหนาว กระสุนดินดำจะเสียเปล่า 
 

 ขณะที่ 2 พี่น้อง เบิร์ด เบลล์ จึงเน้นตัวตน ทำงานอย่างเดียวไม่สนใจความขัดแย้งของทั้ง 2 บ้าน ที่สร้างความปั่นป่วนในจังหวัดชลบุรี หวังใช้ทั้งกระแสกระสุนเพื่อเก้าอี้ของแต่ละบ้าน 

‘โพลลับในพื้นที่บอกพลังเงียบเริ่มส่งเสียงดัง ความขัดแย้งในพื้นที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์ เลือกที่ตัวตนคนทำงานดีที่สุด กระสุนกระจายทุกพื้นที่ แต่ชาวบ้านเค้าจับกลุ่มคุยกัน “รับแต่ไม่เลือก’ นั่นหมายถึงโอกาสทายาทของกำนันบั้ก-วงศ์ทรายทอง ในการเข้าสู่สภา’

กลับบ้านเกิด ‘จุรินทร์’ ออนทัวร์ลงใต้ มั่นใจ ‘พังงา’ ได้ที่นั่งยกจังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547834

28 เม.ย. 2566

กลับบ้านเกิด 'จุรินทร์' ออนทัวร์ลงใต้ มั่นใจ 'พังงา' ได้ที่นั่งยกจังหวัด

เลือกตั้ง2566 ‘จุรินทร์’ ออนทัวร์ ล่องใต้ สุราษฏร์ธานี พังงา 29-30 เม.ย นี้ พบปะกับพี่น้องประชาชน ‘ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’ เปิด 3 เวทีปราศรัย มั่นใจ ได้ที่นั่งยกจังหวัด

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย ทีมโฆษกประจำศูนย์เลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยว่าในวันเสาร์ที่ 29 และวันอาทิตย์ที่ 30 เม.ย. 2566 นี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรคเตรียมนำ “จุรินทร์ออนทัวร์” ล่องใต้ ลงพื้นที่ในจ.สุราษฏร์ธานี และพังงา เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนพร้อมเปิดเวทีปราศรัย 3 เวที

โดยจะเริ่มต้นกิจกรรมตั้งแต่ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 29 เม.ย. 2566 เพื่อเปิดเวทีปราศรัยบริเวณข้างโรงแรมวังใต้ ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฏร์ธานี และในวันอาทิตย์ที่ 30 เม.ย. 2566 จะมีปราศรัยตั้งแต่ช่วงเย็นที่ อ.เมือง จ.พังงา และไปปราศรัยต่อช่วงค่ำที่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา บริเวณศาลเจ้าเล่งสั้นเก้ง (ศาลเจ้าท้ายเหมือง)

นางดรุณวรรณ กล่าวต่อด้วยว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 7 เขตเลือกตั้ง ส่วนใหญ่เป็นอดีต สส. ซึ่งเป็นผู้ที่มีผลงานและทำงานในพื้นที่อย่าง ทำให้พรรคเชื่อมั่นว่าในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 14 พ.ค. 2566 นี้ พรรคจะยังคงรักษาแชมป์ครองเก้าอี้ครบทุกเขต ได้ที่นั่ง สส. ยกจังหวัดได้อย่างแน่นอน

ในส่วนของจ.พังงา สำหรับการเลือกตั้ง 2566 สนามเลือกตั้งจ.พังงา แบ่งเป็น 2 เขต โดยเขต 1 พรรคส่ง นางกันตวรรณ ตันเถียร ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรมา 5 สมัยและมีผลงานโดดเด่นทั้งในพื้นที่และการทำงานในสภาฯ จึงคาดว่าจะยังรักษาที่นั่งไว้ได้ ขณะที่เขต 2 คือนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ก็ได้รับเสียงตอบรับดีขึ้นตามลำดับ นายราเมศถือว่าเป็นคนเก่งและมีศักยภาพมาก

ทั้งนี้จึงอยากขอโอกาสจากพี่น้องชาวสุราษฎร์ฯ และพังงาให้เลือก ‘พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’ และผู้สมัคร สส.แบบเขต ทุกเขต เพื่อช่วยกันเดินหน้านโยบายภายใต้ยุทธศาสตร์ สร้างเงิน-สร้างคน-สร้างชาติ ต่อไป

ไม่เอาพรรคร่วมแบบภูมิใจไทย เพื่อไทยวางเงื่อนไขร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547824

28 เม.ย. 2566

ไม่เอาพรรคร่วมแบบภูมิใจไทย เพื่อไทยวางเงื่อนไขร่วมรัฐบาล

ยังไม่ได้หมั้นหมายกับใคร เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง กังวล ตกปลาบ่อเดียวกัน ทำการเมืองกลับไปเหมือนปี 62

การร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นทางเลือกการจัดตั้งรัฐบาลที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในตอนนี้ เป็นคำพูดของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566  ได้รับการตอกย้ำอีกครั้ง เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จากเวทีดีเบต ระหว่าง เขากับนายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ตัวแทนผู้ทรงอิทธิพลจากพรรคเพื่อไทย แม้ทั้งคู่จะถูกกำหนดให้อยู่นอกเวทีการเมือง ไปแล้ว

กระแสตอบรับในโลกออนไลน์ทำให้พรรคก้าวไกลออกอาการฮึกเหิมผุดแฮทแท็กซ์ สู้แลนด์สไลด์ ด้วยแฮทแท็กซ์ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน สร้างการรับรู้ในหมู่คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการฉีกรูปแบบการหาเสียง แบบเดิมๆมาเป็นการลุยเดี่ยว ทั้งเดินเท้า จักรยาน และการลอยห่วงยางหาเสียงทางน้ำ เดินหน้าตามวาทกรรม ขอโอกาสเปลี่ยนประเทศ 

แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทยแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย

ถามว่าพรรคเพื่อไทยหวั่นไหวหรือไม่ คำตอบคือหวั่นไหว แต่ไม่มาก สังเกตได้จาก ทันทีที่ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร  ประกาศความชัดเจน ไม่จัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหาร แล้วแถมพ่วงด้วยการกำชับผู้สมัคร สส. ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียทำความเข้าใจในนโยบายของพรรคเพิ่มขึ้น

ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยมีผู้สมัครฯ ที่มีความหลากหลาย วิธีสื่อสารนโยบาย จึงไม่สามารถเดินตามพรรคก้าวไกลได้ร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่แกนนำพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ผู้สมัครฯของพรรคทุ่มเทกับลงพื้นที่มากกว่า แปดสิบเปอร์เซ็นต์  โดยเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย คือคำตอบของโพลพรรคในรอบแรกที่ยังยืนตัวเลขอยู่ที่ 250 ที่นั่ง  และจะมีการประเมินอีกครั้งสิ้นเดือนเมษายนนี้

ยิ่งสังคมกำลังมองว่ามีสัญญาณการจับมือกันกับพรรคก้าวไกล ในขณะที่บริบทการเมือง ปัจจุบัน มีการแข่งขันภายในระหว่างฝั่งอนุรักษ์นิยม กับ ฝ่ายประชาธิปไตย นี่กลับกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้พรรคเพื่อไทยหวั่นไหวมากกว่า

หวั่นไหวประการที่ 1 ว่า ผลจากการแย่งจับปลาในบ่อเดียวกัน เก้าอี้ที่วาดหวังนั้น จะยังอยู่ในฝ่ายเดียวกันหรือไม่  หวั่นไหวประการต่อมา หากเก้าอี้นั้นยังอยู่ในฝ่ายประชาธิปไตย การมีพรรคร่วมรัฐบาล แบบที่พรรคภูมิใจไทยกระทำกับพรรคพลังประชารัฐ  ย่อมไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี เรื่องนี้ แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า พรรคต้อมีเก้าอี้สส.มากกว่า ในระดับที่ว่า พรรคร่วมไม่สามารถต่อรองหรือกดดันได้

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไดลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไดล

แต่หากเก้าอี้ ตกไปอยู่ในฝ่ายตรงข้าม การจัดตั้งรัฐบาลแบบที่เกิดขึ้นหลังการในปี 2562 ก็คือผลที่จะตามมา นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พรรคเพื่อไทย หวั่นไหวว่า จะเลยเถิด จนทำให้เกิดการยุบพรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า ดำเนินการทุกอย่างเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ด้วยความระมัดระวัง แม้กระทั่งจำนวนป้ายหาเสียง 

‘วิรัช’ แฉ คู่แข่งจัดฉากอัดคลิป ‘ซื้อเสียง’ นครราชสีมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547818

28 เม.ย. 2566

'วิรัช' แฉ คู่แข่งจัดฉากอัดคลิป 'ซื้อเสียง' นครราชสีมา

‘วิรัช’ เชื่อ คลิปวีดีโอผู้สมัครพลังประชารัฐซื้อเสียงที่ จ.นครราชสีมา เป็นการจัดฉาก ขณะที่ ‘กกต.’ จัดชุดเคลื่อนที่ออกตรวจสอบ ยืนยันให้ความเป็นธรรม ตรงไปตรงมา

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีเผยแพร่คลิปวีดีโอในลักษณะการซื้อเสียงที่ อ.ประทายฯ จ.นครราชสีมา ว่า ทราบว่ามีการจัดฉากถ่ายคลิป จัดฉากเรียกคนมา ปิดหน้าปิดตาและนำโบรชัวร์ผู้สมัครพลังประชารัฐมาแจกพร้อมแนบเงิน 100 บาท แล้วส่งคลิปไปให้ตำรวจและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งได้ให้ผู้สมัครของพรรคแจ้งความดำเนินคดีก่อนที่จะมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อแล้ว ต้องรอการวินิจฉัยของ กกต. 

“จ.นครราชสีมา 5-6 เขต คู่แข่งไม่สามารถทำอะไรพรรคพลังประชารัฐได้ จึงหาวิธีการเตะตัดขา แต่มั่นใจว่าทำอะไรเราไม่ได้ เพราะทองยังไงก็เป็นทองวันยันค่ำ” นายวิรัชกล่าว

ด้านพ.ต.ท.ระพีพงษ์ จิรพัฒนาลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขอเวลาตรวจสอบ ขณะนี้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วของ กกต. ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาตรวจสอบข้อมูลแล้ว ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย เพราะยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และทราบว่าทางผู้สมัครเข้าแจ้งความว่า ถูกใส่ร้ายป้ายสีด้วย ยืนยัน กกต. จะวินิจฉัยตามระเบียบอย่างตรงไปตรงมา