คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ ‘สุดารัตน์’ นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547735

27 เม.ย. 2566

คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ 'สุดารัตน์' นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน

ชาวอุบลฯ ไม่เคยแผ่ว บอกมั่นใจ ‘สุดารัตน์’ ตัวจริงทำงาน ไม่ใช่นอมีนีใคร ทำงานยากสำเร็จมาแล้ว ด้านเจ้าตัวประกาศ ดูแลชาวอีสานให้หายจน มีรายได้ยั่งยืนภายใน 3 ปี ข้าวหอมมะลิ ต้องไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อตัน ยางพารา ต้องไม่ต่ำกว่า 60 บาท ต่อก.ก.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 32 พร้อมด้วยนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่จ.อุบลราชธานี 

โดยช่วงเช้าที่สนามบิน มีพี่น้องประชาชนมารอรับแน่นขนัด ส่งเสียงเชียร์ โดยระบุว่า “นายกหน่อย” “คุณหญิงสุดารัตน์ นายกคนอีสาน” พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ เข้ามาทักทายสวมกอด และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างอบอุ่น

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย 3 เวที ที่อำเภอนาจะหลวย อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 9 ของนางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เบอร์ 10 ทั้งสามเวที ที่คุณหญิงสุดารัตน์ ได้รับการต้อนรับจากชาวอุบลราชธานีอย่างอบอุ่นมากเช่นกัน

ประชาชนแห่ฟังนโยบายแต่ละเวทีนับหมื่นคน พร้อมกับเสียงสะท้อนจากชาวอุบลฯที่มองว่า คุณหญิงสุดารัตน์เหมาะ จะเป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทยในเวลานี้มากที่สุด เพราะเป็นคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำงานและมีประสบการณ์ทำงานยากๆสำเร็จมาแล้ว ที่สำคัญ คุณหญิงสุดารัตน์ สามารถทำงานได้ทันทีไม่ใช่นอมีนี จึงไม่ต้องรอฟังคำสั่ง หรือคำสั่งการจาก ใครคนใดคนหนึ่ง

และชื่นชอบนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ที่มุ่งยุติความขัดแย้ง การเมืองสองขั้ว ซึ่งสร้างความทุกข์ยาก แสนสาหัสให้ประชาชนมากว่า 17 ปี จนเกิดการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจึงขาดเสถียรภาพ ไม่สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ และการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนให้เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งในภาคอีสาน มีปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำมาโดยตลอด รวมถึงที่จังหวัดอุบลราชธานีด้วย

คนอุบลฯเรือนหมื่นเชียร์คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกฯคนอุบลฯเรือนหมื่นเชียร์คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกฯ

พรรคไทยสร้างไทย หาเสียงที่อุบลฯพรรคไทยสร้างไทย หาเสียงที่อุบลฯ

คุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นเวที ประกาศดูแลพี่น้องชาวอุบลฯและพี่น้องคนอีสาน ให้หายจน หมดหนี้ มีรายได้ยั่งยืนภายใน 3 ปี พร้อมยกระดับราคาสินค้าเกษตร โดยจะรับซื้อและประกันราคาพืชเศรษฐกิจหลัก เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน โดย

  • ข้าวหอมมะลิ จะต้องไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท/ตัน
  • ข้าวหอมจังหวัด 13,000 บาท/ตัน ข้าวเหนียว 14,000 บาท/ตัน
  • ข้าวสารขาว 11,000 บาท/ตัน
  • มันสำปะหลัง 3 บาท/กก. 
  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 8 บาท/กก. 
  • ยางพารา 60 บาท/กก. 
  • ยางก้อนถ้วย 45 บาท/กก. 
  • ปาล์มน้ำมัน 5 บาท/กก. 
  • อ้อยโรงงาน 1,000 บาท/ตัน

และจะมีการปรับโครงสร้างการผลิต บริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตร (Zoning) โดยปรับระบบการใช้ที่ดินเพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับอุปสงค์ – อุปทาน (Demand – Supply) เพื่อยกระดับราคา เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร พร้อมพัฒนาแหล่งน้ำ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงการกักเก็บน้ำตามลำน้ำ

ซึ่งจะมีโครงการ ขุดบ่อน้ำ 1 ล้านบ่อ ขุดน้ำบาดาล 1 แสนบ่อ วางระบบผันน้ำ โขง-เลย-ชี-มูล แม่น้ำสายสำคัญอื่น และจาก สปป. ลาว มาเติม ในยามที่ขาดน้ำ รวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอและมีคุณภาพทุกหมู่บ้าน

นอกจากนี้ยังเห็นว่า จ.อุบลราชธานี ยังเป็นพื้นที่ที่สามารถ เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้าได้ไม่น้อยกว่า 3 เท่า โดยจะยกระดับจ.อุบลราชธานีให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Northeastern economic corridor

สำหรับ Northeastern economic corridor ตรงข้ามอุบลราชธานี จะเป็นแขวงจำปาศักดิ์ ซึ่งเป็นแขวงหนึ่งของประเทศลาว ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ ติดอุบลฯและกัมพูชา มีนคร ปากเซเป็นเมืองหลักของแขวง ถือเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีแม่น้ำโขงไหลผ่านกลาง

ดังนั้น จ.อุบลจึงเป็น corridor ที่เชื่อม 3 ประเทศ และขึ้นเหนือไปสู่จีนได้ ซึ่งจะเป็นสะพาน เชื่อมการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวได้อีกมิติหนึ่ง

สำหรับผู้สมัคร สส.จ.อุบลราชธานี ของพรรคไทยสร้างไทย ประกอบด้วย

  • เขต 1 นายอดุลย์ นิลเปรม เบอร์ 1
  • เขต 4 นายอภิชาติ วรโชติวิวรรธน์ เบอร์ 2 
  • เขต 6 นายบุญธรรม ภาคโพธิ์ เบอร์ 1
  • เขต 7 นายพิตติพัฒน์ นามอภัย เบอร์ 8
  • เขต 8 นายเสกสรรค์ กอคูณ เบอร์ 9
  • เขต 9 นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ เบอร์ 10
  • เขต 11 นายสุริยา ขันอาสา เบอร์ 2

คุณหญิงสุดารัตน์ ด้รับการต้อนรับจากชาวอุบลราชธานีอย่างอบอุ่นคุณหญิงสุดารัตน์ ด้รับการต้อนรับจากชาวอุบลราชธานีอย่างอบอุ่น

คนอุบลฯเชัยร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนอุบลฯเชัยร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี

คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ 'สุดารัตน์' นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน
คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ 'สุดารัตน์' นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน
คนอุบลฯเรือนหมื่น แห่เชียร์ 'สุดารัตน์' นั่งนายกฯ ดูแลคนอีสาน

พรรคไทยสร้่างไทย เบอร์ 32พรรคไทยสร้่างไทย เบอร์ 32

ก้าวไกลการันตี ปากท้องดี ขึ้นได้ ภายใน 100 วัน หากได้เป็นรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547731

27 เม.ย. 2566

ก้าวไกลการันตี ปากท้องดี ขึ้นได้ ภายใน 100 วัน หากได้เป็นรัฐบาล

พรรคก้าวไกล แถลง 300 นโยบาย หากได้เป็นรัฐบาล ไม่เกิน 1 ปี การเมืองดี ปากท้องดีขึ้นค่าแรงทันที สามารถนำไปหักภาษีได้สองเท่า

พรรคก้าวไกล เสนอนโยบายปากท้องดี ในปีแรก หากได้เป็นรัฐบาล ประกอบด้วยการลดค่าไฟฟ้าลง 70 สตางค์ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทันที 450 บาท ช่วยเหลือ SME ด้วยการจ่ายประกันสังคม 6 เดือน และนำค่าแรงไปหักภาษีได้ 2 เท่า ระยะเวลา 2ปี ปลดล็อกกฎกระทรวงและนโยบายของรัฐบาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทำ สุราก้าวหน้า

ปลดล็อกการออกโฉนดที่ดินให้นิคมสหกรณ์และนิคมสร้างตนเอง 6.5 ล้านไร่ และ เปิดเสรีโซลาร์เซลล์ ให้ชาวบ้านผลิตไฟฟ้าบนหลังคาบ้าน

นอกจากนโยบายปากท้องดีแล้ว พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคยังโชว์นโยบาย การเมืองดีที่สามารถทำได้ใน 100 วันแรก ด้วยการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ทันที ด้วยการเสนอทำประชามติภายใน 100 วันแรก ให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด

แถลงนโยบายพรรคก้าวไกลแถลงนโยบายพรรคก้าวไกล

นอกจากนี้ พิธายังเตรียมเสนอให้ ครม. นำกฎหมายสมรสเท่าเทียมขึ้นมาพิจารณาต่อ ทบทวนการดำเนินคดีการเมืองและเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองทั้งหมดในฐานะกฎหมายของ ครม. รวมทั้งออกและยกเลิกกฎ ประกาศกระทรวงต่างๆ เพื่อปฏิวัติระบบราชการให้โปร่งใส และปลดล็อกกฎของมหาดไทยที่ฉุดรั้งความอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นอกจากนี้จะมีการปฏิวัติการศึกษา  เช่นกฏโรงเรียนต้องไม่ขัดหลักสิทธิมนุษยชน ครูละเมิดสิทธิพักใบประกอบทันที และเลิกให้ครูนอนเวร คืนศักดิ์ศรีประเทศไทยในเวทีโลก ด้วยการกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน และสร้างอำนาจต่อรองในการรักษา

ส่วนแผนงาน 1 ปีแรก พรรคก้าวไกลเตรียมทำ 2 ส่วน คือการยื่นเสนอกฎหมายและรื้องบประมาณ 2567 ซึ่งพรรคก้าวไกลมีกฎหมายอยู่ในมือแล้ว 45 ฉบับที่พร้อมเสนอทันทีที่สภาฯ เปิด เป็นกฎหมายการเมือง 11 ฉบับ สิทธิเสรีภาพประชาชน 8 ฉบับ ปฏิรูประบบราชการ 6 ฉบับ ปฏิรูปที่ดิน 8 ฉบับ บริการสาธารณะ 8 ฉบับ แรงงาน 2 ฉบับ เศรษฐกิจ 4 ฉบับ และสิ่งแวดล้อม 2 ฉบับ

‘ประยุทธ์’ ตัดพ้อสื่อลงข่าว ‘เหนื่อย-ท้อแท้’ ยืนยันแข็งแรง ไม่แก่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547715

27 เม.ย. 2566

'ประยุทธ์' ตัดพ้อสื่อลงข่าว 'เหนื่อย-ท้อแท้' ยืนยันแข็งแรง ไม่แก่

‘ประยุทธ์’ น้อยใจสื่อลงข่าว ‘เหนื่อย-ท้อแท้’ ยืนยัน ผมแข็งแรง ไม่แก่ อย่าหาว่าโม้ พร้อมกำชับเรื่องสาร ‘ไซยาไนด์’ ขอปชช.ให้กำลังใจตำรวจเสียสละทำงาน

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. พล อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ (26 เม.ย.) มีสื่อบางสำนักพาดพิง นายกฯเครียด น้ำหนักลดลง 5 โล ว่า 

เมื่อวานอารมณ์ดีกับสื่อ สื่อมาถามว่าตนผอมลง ตนก็อ้อนไปสักหน่อย กลายเป็นเรื่องใหญ่โตว่า นายกฯเหนื่อย นายกฯท้อแท้ ยืนยันผมไม่มีท้อแท้ ผมแข็งแรงเหมือนเดิม อ้อนหน่อยไม่ได้ก็เป็นเรื่อง ดุเดือดเกินไปก็เป็นราว สรุปเป็นทั้ง 2 เรื่อง ก็ไม่รู้ทำอย่างไร “แต่ผมแข็งแรง ยังไม่แก่ พูดอย่างนี้อย่าหาว่าโม้ “

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการกำชับสาร “ไซยาไนด์” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจที่กำชับอยู่แล้วและกำชับลงโทษให้เด็ดขาด หากมีหลักฐาน

ก่อนจะให้สอบถามรายละเอียดกับพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประพัฒน์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

ทั้งนี้วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 2/2566 และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2566 โดยระบุว่า หลักๆก็เป็นการดูเรื่องการอุทธรณ์ การลงโทษ ซึ่งได้เน้นย้ำ ขอให้กำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดีที่สุด ผิดก็ต้องยอมรับความผิดนั้นๆเมื่อหลักฐานเพียงพอ อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนให้กำลังใจตำรวจ เป็นคนทำงานอย่างเสียสละ เหน็ดเหนื่อย อีกทั้งมีปัญหาเรื่องรายได้เหมือนประชาชนทั่วไป ไม่งั้นตำรวจดีๆก็ไม่มีกำลังใจทำงาน ใครจะอยากทำงานให้พวกเรา ก็สร้างคนดีให้สังคม คนดี ทำดี ก็ต้องชมเชยกัน ตำหนิมากๆ กลายเป็นองค์กรเสียหายหมดแล้ว

นายกรัฐมนตรีประชุมนายกรัฐมนตรีประชุม

พิธา แจงงานศพพ่อปี49 ไม่มีอะไรขัดกับข้อเท็จจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547711

27 เม.ย. 2566

พิธา แจงงานศพพ่อปี49 ไม่มีอะไรขัดกับข้อเท็จจริง

ข้อมูลงานศพพ่อ ปี2549 ไม่มีอะไรขัดแย้งกับข้อเท็จจริง พิธา ยันชี้แจงได้ ไม่มีปัญหา ในการเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้แจงงานศพบิดา เมื่อปี 2549 หลังถูกกล่าวหา ให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีเนื้อหาว่า ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาอธิบายหนึ่งในเหตุการณ์บีบหัวใจที่สุดในชีวิต

นั่นคือการสูญเสียคุณพ่ออันเป็นที่รักอย่างกระทันหัน โดยที่ไม่ได้มีโอกาสร่ำลากัน ในช่วงการรัฐประหาร 2549

ประเด็นที่มีความพยายาม นำบทสัมภาษณ์ของเขากับสรยุทธ์เมื่อไม่สัปดาห์ก่อน ไปเปรียบเทียบกับบทสัมภาษณ์ของเขากับหนูแหม่ม สุริวิภา เมื่อสิบกว่าปีก่อน ว่าเป็นการให้สัมภาษณ์  ที่ไม่ตรงกัน



พิธายืนยันความจริงด้วยการแสดง รูปภาพ 3 ภาพประกอบการชี้แจง

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้แจงงานศพบิดา เมื่อปี 2549 หลังถูกกล่าวหา ให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีเนื้อหาว่า ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาอธิบายหนึ่งในเหตุการณ์บีบหัวใจที่สุดในชีวิต นั่นคือการสูญเสียคุณพ่ออันเป็นที่รักอย่างกระทันหัน โดยที่ไม่ได้มีโอกาสร่ำลากัน ในช่วงการรัฐประหาร 2549



ประเด็นที่มีความพยายาม นำบทสัมภาษณ์ของเขากับสรยุทธ์เมื่อไม่สัปดาห์ก่อน ไปเปรียบเทียบกับบทสัมภาษณ์ของเขากับหนูแหม่ม สุริวิภา เมื่อสิบกว่าปีก่อน ว่าเป็นการให้สัมภาษณ์  ที่ไม่ตรงกัน



พิธายืนยันความจริงด้วยการแสดง รูปภาพ 3 ภาพประกอบการชี้แจง



ภาพที่ 1 แสดงให้เห็นว่างานศพของพ่อเขา เป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 – 24 กันยาค ตอบคำถามว่า สรุปแล้วมาทันหรือไม่ทันกันแน่ คำตอบ คือ  มาทันครึ่ง(วันที่ 22-24) “และ” ไม่ทันครึ่ง (วันที่ 18 – 20 ) ครับ ทั้งการสัมภาษณ์ของคุณสุริวิภากับของคุณสรยุทธ์จึงไม่มีอะไรขัดแย้งกัน

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์



ภาพที่ 2 อ้างอิงถึง ข่าวจาก Channel News Asia รายงานว่า วันที่ 21 กันยายน 2549 เครื่องบินรัฐบาลไทยที่กลับสู่ประเทศไทยหลังการรัฐประหาร โดยลงจอดที่สนามบินกองทัพอากาศ ในช่วงประมาณ 12.40 น. ซึ่งเป็นเครื่องบินลำที่เขาโดยสารมาจากนิวยอร์กและลอนดอน

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

จากรายงายข่าวจะพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมตัวและตรวจสอบบนเครื่องบินอย่างละเอียด ถูกกักตัวอยู่ 5-6 ชั่วโมง กว่ารถบัสจะออกมา ถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ จำได้ว่าถึงบ้านก่อนคุณแม่และน้องที่ใส่ชุดดำกลับมา แล้วเราก็กอดกันเป็นครั้งแรกหลังสูญเสียคุณพ่อ



ส่วนเรื่องข่าวที่มี บุคคลอ้างว่าเป็นเพื่อนพ่อ บอกว่าเห็นเขาในงานศพพ่อตั้งแต่วันแรก ซึ่งก็คือ วันที่ 18 คงจะเข้าใจ เพราะเป็นไปไม่ได้ เพราะมีหลักฐานชัดว่าวันนั้น เขายังอยู่ที่อเมริกา



ส่วนรูปที่ 3 คือรูปถ่ายงานศพของครอบครัว ในวันที่ 22 กันยายน 2549 หลังจากนั้น ก็เก็บศพไว้อีกประมาณ  100 วันก่อนเผา

ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

พิธา บอกว่าเคยได้พูดในหลายโอกาส เมื่อเข้าสู่การเมือง และโดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ก็จะมีการโจมตีกันมาเรื่อย ๆ จากนี้เป็นต้นไป ซึ่งก็ทราบดีว่าเป็นปกติของการเมือง ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวอะไร ขอให้ทุกคนมีสมาธิกับการหาเสียงและเดินหน้าแก้ไขปัญหาของประชาชนต่อไป

ส่อง ‘ดวงชะตา’ 3 ‘แคนดิเดตนายกฯ’ จาก พรรคเพื่อไทย ใครมีแววเป็นนายกฯ คนที่ 30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547678

27 เม.ย. 2566

ส่อง 'ดวงชะตา' 3 'แคนดิเดตนายกฯ' จาก พรรคเพื่อไทย ใครมีแววเป็นนายกฯ คนที่ 30

2 นักพยากรณ์ชื่อดัง พาส่อง ‘ดวงชะตา’ 3 ‘แคนดิเดตนายกฯ’ จากพรรคเพื่อไทย แพทองธาร ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน และชัยเกษม นิติสิริ ใครจะมีแววได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

ใกล้โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งเข้าไปทุกขณะ และอีกไม่นานคนไทยจะได้รู้กันแล้วว่าใครจะได้เข้ามาเป็นทีมบริหารประเทศ และใครจะได้เป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งวันนี้ คมชัดลึกจะพาไปส่องดวงชะตา 3 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย โดย 2 นักพยากรณ์ชื่อดัง “ฟ่านอาย มือสัมผัสจิต” และ”กวนซือ (แนน) หูทิพย์จิตสัมผัส”

สำหรับ 3 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ได้แก่ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร, นายเศรษฐา ทวีสิน และนายชัยเกษม นิติสิริ

1. น.ส. แพทองธาร ชินวัตร

ในหน้าที่มีความโดดเด่น แต่จะยังโยงกับสิ่งที่เขาต้องการให้เป็น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายและความมุ่งมั่นในแผนการปฏิบัติ เพราะฉะนั้น หากแนวคิดที่โลดแล่น ยึดในความถูกต้อง ค่อนข้างจะได้ความนิยมมาก แต่ถ้า ทำให้ผู้คนเห็นถึงประโยชน์ไม่ได้ โอกาสมองเห็นตำแหน่งได้ช้า ก็จะทำให้เขา อาจจะเป็นสองรองคนอื่นได้ ดวงปีนี้ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ยังมีความแกว่งในดวงชะตา การขอขมาต่อบรรพบุรุษทำให้มีผลต่อดวงชะตาให้ดีขึ้น จะช่วยทำให้ดวงเต็มขึ้น

2. นายเศรษฐา ทวีสิน

ดวงยักษ์ แต่ยังมีคนขวางอยู่พอสมควร ดวงชะตาช่วงปลายปี 2566 ดวงของนายเศรษฐา ทวีสิน ค่อนข้างจะรุ่งโรจน์ แต่ต้องผ่านมรสุมไปให้ได้ก่อน เป็นคนคิดอะไรเร็ว กล้าที่จะทำอะไรแบบชัดเจน ฉะนั้นถ้าเขาได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ค่อนข้างจะไปในแผนเศรษฐกิจที่เป็นบวก แต่ให้ดำรงในการยึดถือความเป็นเอกราชจะดี เขาก็จะสมบูรณ์ด้วยวาจาและทรัพย์

3. นายชัยเกษม นิติสิริ

แนวคิดค่อนข้างจะดีและรัดกุม ไม่ได้เป็นคนที่มองตนว่าดีว่าเด่น จึงรับฟังผู้อื่นได้มากพอสมควร ดวงชะตายังต้องทำงานเพื่อสังคม แต่อาจจะยังไม่ถึงขั้นเป็นผู้บังคับบัญชา เพราะเขาเองมีความน้อมตนพอสมควร แต่ดวงชะตาประมาณปี 2569 เขาจะดีขึ้น คนจะเห็นหน้าที่และข้อดีของเขาเยอะพอสมควร

ชูอุโมงค์รถไฟทางคู่ ‘เด่นชัย-เชียงของ’ ผลงานลุงตู่พัฒนาภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547702

26 เม.ย. 2566

ชูอุโมงค์รถไฟทางคู่ 'เด่นชัย-เชียงของ' ผลงานลุงตู่พัฒนาภาคเหนือ

‘เพจลุงตู่ตูน’ มาอีกแล้ว ทำคลิป โปรโมทโครงการอุโมงค์รถไฟทางคู่ ‘เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ’ ชี้ ผลงาน ‘ประยุทธ์’ พัฒนาภาคเหนือ คนพื้นที่ประสานเสียงโครงการมีประโยชน์ สร้างความเจริญ ลดต้นทุนเกษตรกร ขยายเศรษฐกิจไปถึง สปป.ลาว-จีน

แฟนเพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์คลิปวิดีโอถึงโครงการอุโมงค์รถไฟทางคู่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง

พร้อมระบุข้อความด้วยว่า “นายกฯลุงตู่” พัฒนาภาคเหนือ ลุยสร้างอุโมงค์รถไฟทางคู่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” ยาวที่สุดในไทย 6.2 กิโลเมตร พาไทยเชื่อมโลก รองรับการขนส่งสินค้าจากประเทศจีน

ฟังเสียง “คนเหนือ” ขอบคุณ “นายกฯลุงตู่” ทำเพื่ออนาคตลูกหลานชาวเหนือ ให้พัฒนาทันนานาประเทศ วางรากฐานให้มั่นคง”

คลิปวิดีโอได้เผยความเห็นของประชาชนชาวภาคเหนือถึงอุโมงค์รถไฟทางคู่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ”  โดยต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การเชื่อมต่อเส้นทางทางรางจากเด่นชัยไปถึงเชียงแสน และเชียงของ ที่เชื่อมกับ สปป.ลาว และประเทศจีน เอื้อต่อการเดินทาง และการขนส่งสินค้าระหว่างกันเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของภาคเหนือขยายตัวไม่รู้อีกกี่เท่าตัว ก็อยากให้โครงการนี้แล้วเสร็จโดยเร็ว

“การเดินทางและขนส่งทางราง ช่วยในเรื่องการลดต้นทุนการขนส่ง เกษตรกรก็สามารถรายได้ที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษ ลดความแออัดในการเดินทางทางถนน ก็อยากให้รถไฟรางคู่นี้เสร็จไวๆ เพื่อนำความเจริญ และเศรษฐกิจมาสู่ภาคเหนือของเรา” ประชาขนในพื้นที่ระบุ.

‘รวมไทยสร้างชาติ’ จ่อตรวจสอบงบฯป้ายหาเสียง หลังพบติดน้อยผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547701

26 เม.ย. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ' จ่อตรวจสอบงบฯป้ายหาเสียง หลังพบติดน้อยผิดปกติ

แกนนำรวมไทยสร้างชาติ เผย FC ร้องเรียนป้ายหาเสียงน้อยจนผิดสังเกต โดยเฉพาะภาคอีสาน-เหนือ ทั้งๆที่แกนนำสั่งติดตั้งปูพรมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สั่งเร่งเสริมช่วงโค้งท้าย พร้อมสอบเบิกจ่ายแต่ละพื้นที่

รายงานข่าวจากพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) แจ้งว่า ช่วงที่ผ่านมามีกลุ่มประชาชนผู้สนับสนุนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับป้ายหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งใช้ประชาสัมพันธ์ตัวผู้สมัคร ส.ส., แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนโยบายหาเสียงพรรค

โดยส่วนใหญ่เห็นว่าจำนวนป้ายหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติมีน้อยกว่าพรรคการเมืองอื่นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ พร้อมทั้งเสนอให้ทางพรรคเร่งทำ และติดตั้งป้ายหาเสียงเพื่อประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ได้มีการรายงานปัญหาเรื่องจำนวนป้ายหาเสียงถึงผู้บริหารพรรคแล้ว และจากตรวจสอบเบื้องต้นก็ได้มีการอนุมัติการผลิตตามจำนวนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดในแทบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงไม่น่าเกิดปัญหาตามที่มีการสอบถามเข้ามา

ทางผู้บริหารพรรคจึงได้สั่งการให้มีการลงพื้นที่สำรวจและแก้ไขโดยด่วน ในส่วนของป้ายหาเสียงทั้งของผู้สมัคร และของส่วนกลาง พร้อมทั้งให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายป้ายหาเสียง และงบประมาณเกี่ยวกับป้ายหาเสียงในแต่ละพื้นที่ด้วย

ตามรอยก้าวไกล เพื่อไทยเน้นทำความเข้าใจนโยบายผ่านโซเชียลมีเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547662

26 เม.ย. 2566

ตามรอยก้าวไกล เพื่อไทยเน้นทำความเข้าใจนโยบายผ่านโซเชียลมีเดีย

ประเดิมแนวรบโซเชียลมีเดีย โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง66 เพื่อไทย ปลอบผู้สมัครฯ ไม่ต้องตกใจ ประชาสัมพันธ์ นโยบายจาก ก- ฮ

พรรคเพื่อไทย จัดอบรมผู้สมัคร สส.ทั่วประเทศ เพื่อปรับกลยุทธ์การหาเสียง นำโดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (ผ่านระบบออนไลน์) และแกนนำ เน้นย้ำ ไม่ต้องกลัวคู่แข่ง ช่วงโค้งสุดท้าย ขอให้ผู้สมัครฯใช้โซเชียลมีเดีย  ทำความเข้าใจนโยบายของพรรคให้มากที่สุด

ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันสอดส่อง การทุจริตเลือกตั้ง และแจ้งเข้ามายังส่วนกลาง เพื่อดำเนินการต่อไป

พรรคเพื่อไทยประชุมรับมือโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง66พรรคเพื่อไทยประชุมรับมือโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง66

น.ส.แพทองธาร ระบุว่า แม้โพลของพรรคเพื่อไทย ดีมาก ทำให้ทุกคนมีกำลังใจ แต่ก็ไม่อยากให้ประมาท เพราะเหลือเวลาอีกกว่า 20 วัน ทุกคนต้องเร่งลงพื้นที่นำเสนอนโยบายกับพี่น้องประชาชน ไม่ต้องกังวลพรรคคู่แข่งที่เล่นแต่ในโซเชียลมีเดีย เนื่องจากเขาไม่มีศักยภาพเหมือนเรา  ทำให้โพลบางสำนักขยับขึ้น

แต่ในช่วงใกล้โค้งสุดท้าย ผู้สมัครทุกคน ต้องเน้นใช้โซเชียลมีเดีย สื่อสารกับพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้ทุกคนรู้ว่า พรรคเพื่อไทย มีศักยภาพเปลี่ยนแปลงคนทั้งประเทศได้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มั่นว่า  พรรคเพื่อไทย มียุทธศาสตร์ที่ชนะได้คือ พื้นที่ เนื่องจากเราแข็งในพื้นที่กว่ามาก จึงขอให้ผู้สมัครทุกคนไม่ต้องกังวล แต่ก็ขอให้เพิ่มพื้นที่ในโซเชียลมีเดียให้มากขึ้น เพื่อสื่อสารนโยบายของพรรคกับพี่น้องประชาชน

พร้อมเน้นย้ำ ให้ผู้สมัครทุกคนช่วยสังเกตุการณ์การทุจริตเลือกตั้งด้วย เช่น การเก็บบัตรประชาชน รวมถึงการปลอมบัตรเลือกตั้ง ซึ่งหากพบเห็น ขอให้แจ้งมาที่ส่วนกลางของพรรคอย่างเร่งด่วน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค มั่นใจว่า จากการลงพื้นที่กับนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ทั่วทุกภาค พบว่า เสียงตอบรับเรื่องนโยบายดีเกินคาด เพราะคิดว่า พี่น้องประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ผู้สมัครทุกคน ก็ต้องเร่งลงพื้นที่ให้สม่ำเสมอ โดยลงให้หนักเป็น 2 เท่า เพราะเราจะประมาทไม่ได้ เนื่องจากคู่แข่งของเรามีปัจจัยอื่นช่วยจำนวนมาก เราจึงต้องสู้ด้วยนโยบาย

ส่วนขณะนี้ แม้โพลสำนักต่างๆ บางพรรคการเมืองมาแรงขึ้น แต่จากข้อมูลของเรา พรรคเพื่อไทย ชนะได้ตามเป้า เกิน 250 เสียงแล้ว และจะไปถึงเป้าหมาย 310 เสียง ซึ่งถึงแม้บางพรรคมาแรงในโซเชียลมีเดียก็อย่าไปตกใจ เพราะส.ส.แบบแบ่งเขต ยังมาในลำดับที่ 2 โดยพรรคเพื่อไทย ยังชนะอยู่

ความคืบหน้าล่าสุด พรรคเพื่อไทย ประเดิมรุกโซเชียลมีเดีย ด้วยการประชาสัมพันธ์ นโยบาย ก – ฮ

นโยบายพรรคเพื่อไทย จาก ก - ฮ นโยบายพรรคเพื่อไทย จาก ก – ฮ

8 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์นโยบายตปท. ไทยต้องกระชับสัมพันธ์กับทุกชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547693

26 เม.ย. 2566

8 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์นโยบายตปท. ไทยต้องกระชับสัมพันธ์กับทุกชาติ

8 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์นโยบายต่างประเทศ ชี้ไทยต้องกระชับสัมพันธ์กับทุกชาติ มีเกียรติศักดิ์ศรี ยึดประโยชน์ชาติเป็นหลัก เห็นตรงกันไม่หนุนสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่รัฐบาลกลับมีจุดยืนสลับไปมา ทั้งที่ควรประณามความรุนแรง-ผนวกดินแดน

เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย โดย เนชั่นกรุ๊ป  จัดเสวนา “ตัวแทนพรรคการเมืองถกวิสัยทัศน์นโยบายต่างประเทศ“รัฐบาลใหม่ไทยอยู่จุดไหนบนเวทีโลก” ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมี 8 ตัวแทนพรรคการเมืองร่วมงาน

นายปิติพงษ์ เต็มเจริญ จากพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า ปัญหาการต่างประเทศที่ประเทศไทยต้องเผชิญ มีทั้งสงครามยูเครน-รัสเซีย ไต้หวัน-จีน คาบสมุทรเกาหลี และความท้าทายของอาเซียนในบริบทต่างๆ ที่เข้าสู่การแข่งขัน นโยบายต่างประเทศของพรรคอยู่ที่คำว่า speed (หมดเวลา อธิบายไม่ครบ)

นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ถ้าเราได้ร่วมรัฐบาล เราจะใช้นโยบายการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะถ้ามีปัญหากับเพื่อนบ้าน ความสงบในบ้านเราจะไม่เกิดเช่น และเพื่อนบ้านจะช่วยเราได้หลายอย่างรวมไปถึงเศรษฐกิจด้วย พร้อมย้ำไทยต้องเป็นกลาง ไม่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง ต้องวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนในการวางบทบาทของประเทศ อีกเรื่องที่ควรทำคือ ธุรกิจฮาลาลไทยสู่ฮาลาลโลก จะทำให้เศรษฐกิจขยับขึ้นได้ทันทีหลังจากที่ซบเซาในช่วงโควิดมา และอยากให้มีการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย เหมือนที่เคยทำมาในช่วง Amazing Thailand

นายวรนัยน์ วาณิชกะ ที่ปรึกษาหัวหน้า พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่าประเทศไทยต้องมีเรื่องของสิทธิมนุษยชน เพราะถ้ายังมีไม่พอแล้วจะไปมีบทบาทในเวทีโลกได้อย่างไร คำตอบคือต้องมีผู้บริหารประเทศกลุ่มใหม่ ส่วนเรื่องซอฟพาวเวอร์ ไม่ใช่ข้าวเหนียวมะม่วง หรือมวยไทย แต่คือกระบวนการ ระหว่างประเทศที่เราจะส่งออกวัฒนธรรมที่เป็น pop culture แล้วต่อยอดมาถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่คนไทยยังไม่เข้าใจดีพอ เพราะฉะนั้นเราต้องมีผู้นำคนใหม่

8 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์นโยบายตปท. ไทยต้องกระชับสัมพันธ์กับทุกชาติ

น.ส.พลอยนภัส โจววณิชย์ ตัวแทนพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า พรรคเพื่อชาติจะยกระดับความสำคัญของคนไทย คนไทยต้องไม่ถูกดูถูก ที่ผ่านมาประเทศไทยเหมือนโลกสองใบ นโยบายในประเทศไม่สอดคล้องกับการทำงานด้านต่างประเทศ จึงต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกัน

นายเกียรติ สิทธีอมร คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การต่างประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนคือ อยู่ในโลกนี้ต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ต้องมีการต่างประเทศที่ทันโลกทันเกมนานาชาติและมหาอำนาจ โดยเราต้องสร้างเงิน โดยใช้ FTA ลดอุปสรรคทางการค้า ใช้การเจรจาระหว่างประเทศ , สร้างคน ด้วยhealth education , สร้างชาติ ต้องมีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขชัดเจน ไม่มีวิถีอื่น แล้วต้องเป็นรูปแบบที่สังคมโลกยอมรับ และอยู่ในโลกนี้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เป็นที่น่าเชื่อถือในเวทีโลก

นายนพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายต่างประเทศพรรคเพื่อไทยอยู่บนพื้นฐานหลักคิด 5 ข้อ คือ 1.นโยบายต่างประเทศเชิงรุก 2.เพิ่มพูนบทบาทของไทยในเวทีโลก 3.กอบกู้ศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของไทยกลับคืนมา 4.นโยบายต่างประเทศที่กินได้ ตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ 5.นโยบายที่ยึดผลประโยชน์แห่งชาติเป็นหลัก // โดยทั้งหมดนี้จะเริ่มทำการฟื้นฟูบทบาทของไทยในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน อาเซียน หรือมหาอำนาจ บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกฏบัตรสหประชาชาติ อีกทั้งจะวางบทบาทให้ไทยเป็นผู้ส่งเสริมสันติภาพ ความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรืองในเวทีโลกเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย แรงงานไทย ธุรกิจไทยในต่างประเทศอย่างเข้มแข็งทำให้หนังสือเดินทางของไทยมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากขึ้น เจรจาลดประเทศที่ต้องขอวีซ่าเพิ่มให้น้อยลง พร้อมเปิดด่านเสรี เปิดการค้าชายแดนให้มากขึ้น และแสวงหาความมั่นคงทางพลังงาน ด้วยการเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อแก้ปัญหาพลังงานในขณะนี้

น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ฐานคิด bamboo diplomacy ทางพรรคก้าวไกลคิดว่าการโอนอ่อนไปตามอำนาจ ตามกระแสลม จะไม่ทำให้เรามีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีระหว่างประเทศ แต่เราต้องยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของฝั่งประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมมองว่าการต่างประเทศของไทยทั้งทศวรรษที่ผ่านมา เป็นการต่างประเทศที่สูญหาย เสียเวลากับการเข้าผิดคลับ คือเมื่อประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย ผู้นำไม่อยู่ในสถานะที่จะอยู่ในคลับของฝั่งประชาธิปไตยหรือโลกที่เป็นอารยะได้ ก็จำเป็นต้องเข้าหาคลับฝั่งที่มีอุดมการณ์คล้ายกันคือฝักใฝ่เผด็จการ ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมเราเห็นการต่างประเทศของไทยสูญเสียบาลานซ์ไปอยู่ในฝั่ง ที่ใกล้ชิดกับประเทศไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างจีน ซาอุดิอาระเบีย มากจนเกินไป กลายเป็นการตั้งคลับใหม่ ที่มีจีน ซาอุดิอาระเบียและไทย และไม่สามารถเจรจาต่อรองอย่างมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล กับอีกฝั่งนึงได้ ก็ต้องกลับมารีบาลานซ์ เพื่อสร้างการต่อรอง

นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ประเทศไทยต้องไม่ส่งเสริมสองขั้วของโลกที่นำไปสู่ความขัดแย้ง แต่ต้องมุ่งเน้นสันติภาพ การเจรจา การไม่เอาเปรียบ ทั้งหมดนี้ต้องทำอย่างจริงจัง ต้องยึดในกติการะหว่างประเทศที่เรายอมรับและผูกพัน ต้องเน้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ เอื้ออาทรแบ่งปันมนุษย์โลก ปกป้องโลกจากภัยธรรมชาติ โรคระบาด โลกร้อน และเน้นการพัฒนาสีเขียว ค้าขายกับทุกกลุ่มประเทศ

ทุกเศรษฐกิจ อะไรก็ตามที่ทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์ และคู่ค้าก็ได้ประโยชน์ ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบกัน และไทยต้องเป็นหลักของอาเซียน เพราะถ้าเราไม่ยืนตรงนี้ให้ชัดเจน ประเทศเหล่านั้นอาจจะเล็กเกินกว่าที่จะมีอำนาจต่อรองในด้านต่างๆ ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยมองว่าเราต้องเป็นฮับของอาหารของโลกให้ได้ ฮับสุขภาพ ฮับท่องเที่ยว และการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคและโลก ในการคมนาคมและโลจิสติกส์ นอกจากนี้ไทยต้องมีเขตเศรษฐกิจพิเศษฮาลาลโดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สงขลา ภูเก็ต รวมไปถึงการค้าชายแดนทั้งหมด ถ้าทำเช่นนี้ได้เชื่อว่าประเทศไทยจะอยู่โดดเด่นในสายตาของชาวโลก อย่างอื่นก็จะง่ายขึ้น แต่ถ้าพยายามไปต่อรองเข้าขั้วนั้นขั้วนี้ ไทยจะไม่มีศักดิ์ศรี

จากนั้นเป็นการให้แสดงความเห็นถึงจุดยืนเกี่ยวกับสงครามยูเครน-รัสเซีย และเรื่องนี้มีความสำคัญกับคนไทยอย่างไร 

โดย น.ส.พรรณิการ์ บอกว่า ไทยเป็นประเทศไม่กี่ประเทศในโลกที่งดออกเสียงประณามรัสเซีย ที่มีการผนวกรวมดินแดน แต่หลังจากนั้นก็กลับมาประณาม เพราะตอนนั้นต้องการล็อบบี้ให้รัสเซียมาประชุมที่ประเทศไทย ซึ่งก็ไม่มีใครยืนยันเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร แต่สุดท้ายรัสเซียก็ไม่ได้มาร่วมประชุม เรื่องนี้ทำให้ไทยเสียศักยภาพในการต่อรองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่ประเทศไทยควรยืนยันในหลักการว่า ไม่ควรมีชาติใดไปใช้กำลังและผนวกรวมดินแดนของชาติอื่นได้ ก็จะทำให้ไทยมีศักยภาพในการต่อรองได้

น.ส. พลอยนภัส กล่าวว่า พรรคเพื่อชาติไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะในสังคมครอบครัวที่เล็กที่สุดไปจนถึงระดับประเทศหรือนานาชาติ จุดยืนของเราต้องการให้เกิดสันติภาพอย่างแท้จริง ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาสงครามเกิดขึ้นจากผลประโยชน์ไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายก็ต้องกลับสู่โต๊ะเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน พรรคเพื่อชาติขอยึดตามกฎบัตรสหประชาชาติว่าด้วยการไม่แทรกแซงของประเทศใดให้เกิดความรุนแรง ประเทศไทยก็ควรสร้างสันติภาพให้กับโลกใบนี้ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไทยมีท่าทีสะเปะสะปะมาก ไม่มีศักดิ์ศรี ถ้าไม่รู้จะไปทางไหนก็ควรก็มีจุดยืนของตัวเอง ที่สำคัญทั่วโลกยืนยันไปแล้วว่าไม่ต้องการสงคราม แต่ต้องการสันติภาพ

นายวรนัย กล่าวว่า ประเทศไทยควรยึดหลักสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ ก็คือควรเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจายุติการยิงสงบศึก เพื่อให้มีสันติภาพ ไม่ใช่ให้รัสเซียได้มีดินแดนในยูเครน แต่ให้รัสเซียเคารพชายแดนที่มีก่อนสงครามเกิดขึ้น

นายเกียรติ กล่าวว่า การใช้กำลังทหารรุกรานประเทศอื่น ประเทศไทยไม่ควรยอมรับ และเราต้องกล้าพูด โดยใช้หลายเวทีที่เหมาะสม และตนก็ได้พูดถึงสหรัฐฯ ด้วยว่ามีส่วนทำให้สถานการณ์บานปลายไปสู่สงคราม แต่วันนี้ไม่มีใครพูดถึงชาวยูเครนที่ได้รับผลกระทบ มีแต่พูดว่าใครถูกใครผิด เรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของประชาคมทั้งโลกไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยองค์กรระหว่างประเทศ อย่างสหประชาชาติ หรือ UN ก็ควรเข้ามาช่วยแก้ไข และประเทศไทยก็ต้องผลักดันและสนับสนุนให้มีการเจรจา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรไทย ได้ทำหนังสือ 2 ฉบับไปถึงเลขาธิการ UN ว่าเข้าไปช่วยแก้ไข ปัญหานี้ด้วยสันติวิธี

นายวรวีร์ กล่าวว่า นโยบายพรรคประชาชาติ สนับสนุนการพูดคุยอย่างสันติ และอยากให้เกิดเรื่องนี้ให้ได้

นายนพดล กล่าวว่า การลงมติสงครามรัสเซีย-ยูเครน 4-5 ครั้ง ที่ผ่านมา สลับไปสลับมา ไม่คงเส้นคงวา ซึ่งนโยบายประเทศไทยถูกบันทึกไว้แล้ว ดังนั้นรัฐบาลชุดใหม่จะทำอะไรต่อไป ตนคิดว่า ต้องยึดหลักให้แม่นคือกฎหมายระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นหลังพิงฝาให้ประเทศไทย เราต้องสนับสนุนให้มีการเจรจา สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ส่วนการช่วยเหลือมนุษยธรรม เราต้องทำต่อ เพื่อสร้างบทบาทให้โดดเด่น

นายโภคิน กล่าวว่า บทบาทประเทศไทยที่น่าสงสัยคือ การลงมติ 3 ครั้ง ทั้งคัดค้าน งดออกเสียง และเห็นด้วย จึงตั้งข้อสังเกตว่าตอนที่มีการผนวกดินแดนทำไมจึงงดออกเสียง ทั้งที่หลักการทั้งหมดขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะอย่างไรเราต้องประณามทั้ง 3 กรณี ทั้งการบุกรุก การรวมดินแดน และการให้ถอนทหาร ตนมองว่าบางคนก็เชียร์โดยไม่ได้นึกถึงความรู้สึกทุกข์ยากของชาวยูเครน เราต้องประณามในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่หาประโยชน์จากความขัดแย้ง เพราะถ้าไทยทำจะไม่มีศักดิ์ศรี แล้วต้องยึดมั่นในการเจรจาเพื่อสันติภาพ ให้ความช่วยเหลือในแง่มนุษยธรรมคัดค้านการข่มขู่คุกคามทุกรูปแบบ ไม่ให้สงครามขยายวง โดยเฉพาะการใช้อาวุธนิวเคลียร์

นายกัณวีร์ สืบแสง จากพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า จุดยืนทางการทูตไทยยังยึดมั่นอยู่ในระบบทวิภาคีอนุรักษ์นิยม นี่คือปัญหาหลักของไทย ทั้งที่โลกเปลี่ยนไปแล้ว ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจุดยืนทางการทูต สิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม ไทยต้องแสวงหาการเป็นผู้นำ ก็จะตอบโจทย์บทบาทของประเทศไทยเกี่ยวกับสงคราม ส่วนบทบาทของไทยที่จะไปต่อ มองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเราแสวงหาการเป็นผู้นำในกรอบทวิภาคี ก็ต้องเรียนรู้การบริหารจัดการเรื่องพวกนี้ ต้องถอดบทเรียนสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้น ออกมาเป็นนโยบายด้านการต่างประเทศของไทย ในเรื่องสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม

8 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์นโยบายตปท. ไทยต้องกระชับสัมพันธ์กับทุกชาติ
8 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์นโยบายตปท. ไทยต้องกระชับสัมพันธ์กับทุกชาติ
8 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์นโยบายตปท. ไทยต้องกระชับสัมพันธ์กับทุกชาติ
8 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์นโยบายตปท. ไทยต้องกระชับสัมพันธ์กับทุกชาติ

‘ปชป.’ เบอร์26 สู้นโยบาย สี่ทำ สามไม่ เดินหน้า ‘ประชาธิปไตยไม่โกง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547692

26 เม.ย. 2566

'ปชป.' เบอร์26  สู้นโยบาย สี่ทำ สามไม่ เดินหน้า 'ประชาธิปไตยไม่โกง'

26 เมษา ‘จุรินทร์’ นำทัพ ‘ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26’ สู้นโยบาย สี่ทำ สามไม่ เดินหน้า ‘ประชาธิปไตยไม่โกง’ พร้อมเปิดไทม์ไลน์ปราศรัยใหญ่ 5 จุดกระจายทั่วประเทศ

พรรคประชาธิปัตย์ จัดกิจกรรม “ประชาชน ประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตย” นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ตลอดจนนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อจำนวนมาก เดินทางมารวมพลังที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกรุงเทพมหานคร(กทม.)

นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้คือวันที่ 26 พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกคน ร่วมสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแนวทาง “4 ทำ 3 ไม่” ด้วย “ประชาธิปไตยไม่โกง”ของ พรรคประชาธิปัตย์

“4 ทำ” คือ 

  1. จะทำประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป 
  2. ทำประชาธิปไตยสุจริต 
  3. ทำประชาธิปไตยท้องอิ่ม ตามแนวทาง”สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ”และนโยบายทุกข้อของประชาธิปัตย์ และ 
  4. จะขจัดยาเสพติดให้หมดไปด้วยแนวทางตาต่อตาฟันต่อฟัน สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์แต่ไม่เอากัญชาเสรี

“3 ไม่” คือ 

  1. ไม่เลิก มาตรา 112 
  2. ไม่เอายาเสพติด และ 
  3. ไม่เอาทุจริตคอรัปชั่น

ทั้งหมดจะสำเร็จได้ด้วย วิถีประชาธิปไตย-ไม่โกง ของประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์ จัดกิจกรรม ประชาชน ประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์ จัดกิจกรรม ประชาชน ประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตย

พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์26 จัดกิจกรรม ประชาชน ประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์26 จัดกิจกรรม ประชาชน ประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตย

สำหรับยุทธศาสตร์โค้งสุดท้ายของการหาเสียงนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เน้นยุทธศาสตร์หาเสียงแบบดาวกระจาย 3 ทัพ และมีทัพเสริม ด้วยทีมเศรษฐกิจของพรรค โดยทั้งหมดจะทำผสมกัน ทั้งรูปแบบการปราศรัยใหญ่ ปราศรัยย่อย และการลงพื้นที่หาเสียงให้ผู้สมัคร สส. แต่ละเขต จนกระทั่งถึงเวลา 18.00 น. วันที่ 13 พ.ค. 2566

ไทม์ไลน์ปราศรัยใหญ่ 5 จุด

นอกจากนี้ตนมีกำหนดการปราศรัยใหญ่ 29 เม.ย. ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 30 เม.ย. จังหวัดพังงา ที่ อ.เมือง และอ.ท้ายเหมือง 5 พค. ที่จังหวัดกระบี่ 6 พ.ค. ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 8 พค. จังหวัดสงขลา เป็นต้น และยังมีอีกหลายพื้นที่ทุกภาค ซึ่งจะมีที่จังหวัดเชียงใหม่ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ซึ่งจะได้ทราบอีกครั้ง

จากนั้นคณะของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกันเดินหาเสียงที่บางลำภู โดยมีนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร สส. ระบบเขต นำทางเพื่อพบปะพี่น้องประชาชน ขณะที่คาราวาน “ประชาชน ประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตย” ได้ร่วมกันตะโกน “ประชาธิปัตย์ เบอร์ 26” “จุรินทร์ นายก” ทำให้พี่น้องประชาชนในบริเวณบางลำภูให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

มีวินมอเตอร์ไซค์ เข้ามาทักนายจุรินทร์ว่า “ท่านนายกฯ คนใหม่” พร้อมขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก นอกจากนี้มีแฟนคลับจำนวนมากแสดงความดีใจที่ได้พบกับนายจุรินทร์ ออกมาทักทายแกนนำของพรรคทุกคนด้วยความคุ้นเคยยินดีพร้อมกับให้กำลังใจ และให้ความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะกาเลือก พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26

พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เดินหน้าประชาธิปไตยไม่โกงพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เดินหน้าประชาธิปไตยไม่โกง

ปชป.เบอร์ 26 เดินหน้าประชาธิปไตยไม่โกงปชป.เบอร์ 26 เดินหน้าประชาธิปไตยไม่โกง

พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เดินหน้าประชาธิปไตยไม่โกงพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 เดินหน้าประชาธิปไตยไม่โกง

พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26