ไม่ใช่แค่กทม. ก้าวไกล จี้ กกต.ตรวจสอบความชัดเจนโลโก้พรรคทั่วไประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547679

26 เม.ย. 2566

ไม่ใช่แค่กทม. ก้าวไกล จี้ กกต.ตรวจสอบความชัดเจนโลโก้พรรคทั่วไประเทศ

พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือ ประธาน กกต. ให้ตรวจสอบโลโก้ บนหนังสือรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นบัญชีรายชื่อ ชัดเจนเเหมือนพรรคอื่นหรือไม่

แม้ กกต. จะชี้แจงว่าได้ดำเนินการแก้ไขกรณีโลโก้พรรคก้าวไกลบนหนังสือรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส.4/23) ที่ติดบนบอร์ดหน้าคูหาหน่วยเลือกตั้งในหลายเขตเลือกตั้ง ซีดจางในเขตเลือกตั้งของ กทม. แล้ว  

แต่พรรคก้าวไกลยังเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบและแก้ไขในทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ให้ทุกพรรคการเมืองได้แข่งขันอย่างเท่าเทียมกัน ต้องไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบจากความผิดพลาดของการทำงานของ กกต. เอง

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ดำเนินการแก้ไขการติดสำเนาประกาศรายชื่อพรรคการเมือง ภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง และหมายเลขของบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ตามแบบ ส.ส. 4/23 ให้ปรากฏภาพเครื่องหมายของพรรคก้าวไกลที่ชัดเจน โดยขอให้ กกต. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ 2 ประการ

สั่งการไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทุกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ตรวจสอบและแก้ไขการจัดทำสำเนาประกาศรายชื่อพรรคการเมือง ภาพเครื่องหมายพรรคการเมือง และหมายเลขของบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ตามแบบ ส.ส. 4/23

ตลอดจนประกาศรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ตามแบบ ส.ส. 4/24 ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ต้องปิดประกาศไว้ ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียง ว่ายังมีแห่งใดที่ภาพเครื่องหมายพรรคก้าวไกลเลือนราง ซีดจาง จนแทบมองไม่เห็น เมื่อเทียบกับพรรคการเมืองอื่นอีกหรือไม่ ถ้ามีขอให้แก้ไขให้ประกาศข้างต้นมีความคมชัด เห็นได้อย่างครบถ้วน ชัดเจน โดยด่วนที่สุด

นอกจากนี้ยังขอตรวจสอบการดำเนินการของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ว่ามีการประพฤติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อประกาศ หรือระเบียบของ กกต. ละเลยต่อหน้าที่

จากการที่ทำให้เกิดกรณีปัญหาเกี่ยวกับการปิดประกาศดังกล่าว เป็นการกลั่นแกล้งพรรคก้าวไกลหรือไม่ โดยหากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อระเบียบ ให้ กกต. มีมติให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง พ้นจากตำแหน่งตามระเบียบ กกต. โดยเร็ว

ส่อง ‘นโยบายชาติพัฒนากล้า’ รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ สู้ทุนผูกขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547669

26 เม.ย. 2566

ส่อง 'นโยบายชาติพัฒนากล้า'  รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ สู้ทุนผูกขาด

เลือกตั้ง66 มีไม่กี่พรรคการเมือง ที่อาจหาญประกาศท้าชน สู้ทุนผูกขาด ที่ฝังรากลึกในสังคมไทย หนึ่งในนั้นคือ ‘ชาติพัฒนากล้า’ ประกาศรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจผ่าน 12 นโยบาย ภายใต้แนวคิด ‘งานดี-มีเงิน-ของไม่แพง’

ผ่านมา 2 ปี “พรรคชาติพัฒนากล้า” (ชพก.) นำโดย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค,กรณ์ จาติกวณิช  หัวหน้าพรรค, เทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และ วรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค พร้อมคณะผู้บริหารพรรคเปิดนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 2566 และขับเคลื่อนประเทศ บนแนวคิด ‘งานดี-มีเงิน-ของไม่แพง’ สร้างแพลตฟอร์มเศรษฐกิจใหม่ สร้างรายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านด้วยเศรษฐกิจเฉดสี

12 นโยบายรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจสู้ทุนผูกขาด

1. หาเงินใหม่ให้ประเทศ 5 ล้านล้าน

2. ลดภาษีบุคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี

3. น้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า ถูกลง รื้อโครงสร้างพลังงาน

4. ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร รื้อระบบสินเชื่อ

5. Gov-Tech ราชการในมือถือ รวดเร็ว ปลอดคอร์รัปชั่น รื้อระบบราชการ

6. เกษตรสร้างชาติ เพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยี-อุตสาหกรรม

7. สร้างเด็กไทย 3 ภาษา ไทย-ต่างประเทศ-Coding

8. ทุนธุรกิจสร้างสรรค์ สูงสุดรายละ 1,000,000 บาท ไม่จำกัดวุฒิและวัย

9. สูงวัยไฟแรง งานใหม่ 5 แสนตำแหน่ง

10. อารยสถาปัตย์ ปรับปรุงบ้าน 50,000 ให้ผู้สูงวัยและผู้พิการ

11. มอเตอร์เวย์ทั่วไทย 4 ทิศ 2,000 กม.

12. ท่องเที่ยวนำไทย เพิ่มนักท่องเที่ยว 2 เท่า

12 นโยบายชาติพัฒนากล้า รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ สู้ทุนผูกขาด12 นโยบายชาติพัฒนากล้า รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ สู้ทุนผูกขาด

นโยบายลดภาษีให้มนุษย์เงินเดือน

นโยบายลดภาษีให้คนทำงาน ที่เงินเดือนไม่ถึง 40,000 บาท เพราะค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างมาก แต่ภาษีไม่เคยปรับลดเลย ขณะที่รัฐบาลลดภาษีนิติบุคคลของบริษัทขนาดใหญ่จาก 30% เหลือ 20% ตอนนี้รายได้รัฐเริ่มฟื้น สำนักงบประมาณประมาณการรายรับจะเพิ่มขึ้น 2.7 แสนล้านบาท จึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะลดภาระคนทำงาน 4 ล้านคน ซึ่งนโยบายนี้ มีพรรคร่วมรัฐบาลเคยหาเสียงไว้ แต่ตลอด 4 ปีที่มาไม่ได้ทำ

นายอรรถวิทย์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และผู้สมัคร สส.กทมทั้ง 33 เขตนายอรรถวิทย์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และผู้สมัคร สส.กทมทั้ง 33 เขต

หาเงินใหม่ให้ประเทศ 5 ล้านล้าน

นโยบายรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศไทยได้อีก 5 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี ด้วยยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเฉดสี (Spectrum Economy) โดยเริ่มจาก

1.GreenEconomy เศรษฐกิจสีเขียว กรีนอีโคโนมี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจด้านพลังงาน คมนาคม อุตสาหกรรม และเกษตร เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกด้านสิ่งแวดล้อม การปฏิรูปพลังงานจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตด้วย แต่แค่พูดไม่พอ ต้องรื้อโครงสร้างพลังงานเพื่อให้ความตั้งใจเกิดขึ้นจริง ต้องมีความกล้าที่จะทำ เหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ที่ได้แยกท่อก๊าซออกจาก ปตท. เราต้องแยกระบบสายส่งออกจากการไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อขายไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งของรัฐ

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าวนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้าว

พรรคชาติพัฒนา ประกาศความพร้อมที่จะทำเรื่องยาก เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย

ขยายพื้นที่ป่าเป็น 40% หรือ 26 ล้านไร่

ภาคเกษตรมีเป้าหมาย ขยายพื้นที่ป่า ของประเทศไปเป็น 40% หรือ 26 ล้านไร่ของประเทศ ที่ผ่านมามาตรการปลูกป่าล้มเหลว ตั้งงบปีละ 500 ล้านบาท อย่างมากปลูกได้แค่ 2 แสนไร่ กว่าจะครบ 26 ล้านไร่ ใช้เวลา 130 ปี ต้องมีนวัตกรรมทางนโยบาย เพื่อให้ประเทศไทยฟื้นฟูได้ ป่าไม้เศรษฐกิจจะกลับมาภายใน 5 ปี จะออกพันธบัตรป่าไม้มูลค่า 65,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้ประชาชน ทั้งการขายพืชเศรษฐกิจและคาร์บอนเครดิต

2.GreyEconomy เศรษฐกิจสีเทา หรือเปลี่ยนส่วยเป็นภาษี เราจะนำธุรกิจในที่มืดมาอยู่ที่สว่าง ธนาคารโลกระบุว่า ประเทศไทยมีเศรษฐกิจสีเทาแฝงอยู่ในระบบเศรษฐกิจมากเป็นอันดับต้นของโลก ส่งผลให้ขาดโอกาสในการเก็บภาษีเข้ารัฐ  ชาติพัฒนาจะเริ่มทำในพื้นที่ที่พร้อม สามารถออกใบอนุญาต เรื่อง กาสิโน ได้ 

ปัจจุบันสิงคโปร์มีรายได้ 2 แสนล้านบาท ต่อปี ซึ่งมั่นใจว่าประเทศไทยก็ทำได้ และจะสามารถแก้ปัญหาเงินสกปรกจากบ่อนใต้ดินที่มีอยู่ทั่วประเทศ ดึงนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย รวมถึงเราสามารถนำล็อตเตอรี่มาอยู่ในระบบไม่ให้เงินเข้าไปอยู่ในโลกสีเทาอีกต่อไป

3.WhiteEconomy เศรษฐกิจสีขาว หรือเศรษฐกิจสายมู เราจะตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวสายมูที่เป็นเทรนด์ใหม่ในโลก จังหวัดละ 1 พันล้าน

4.RainbowEconomy เรนโบว์อีโคโนมี หรือ เศรษฐกิจสีรุ้ง จากความเท่าเทียมสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อสูงสุด 1 ล้านล้านบาททุกปี เริ่มด้วยการปรับกฎหมายให้สมรสได้และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการรองรับกำลังซื้อใหญ่จากทั่วโลก

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้านายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า

5.SilverEconomy เศรษฐกิจสีเงิน หรือเศรษฐกิจกลุ่มผู้สูงวัย ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่มีภาระด้านงบประมาณ ชาติพัฒนามองว่าเป็นโอกาสของผู้สูงอายุ ที่จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ โดยการจ้างผู้สูงอายุ 5 แสนราย ภายใน 10 ปี โดยเงินสนับสนุนผู้ประกอบการรายละ 5,000 บาท พร้อมสร้างบ้านผู้สูงอายุ ปรับปรุงบ้าน 5 หมื่นล้าน 1 ล้านครัวเรือน ลดสถิติคนสูงอายุล้มในบ้านปีละ 2 ล้านคน

6.YellowEconomy เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Soft Power เป็นโอกาสของคนไทย เพราะเราได้เปรียบทั้งด้าน ศิลปวัฒนธรรม อาหาร ประเพณี และแหล่งท่องเที่ยว รอเพียงแค่มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและการสนับสนุนที่เป็นระบบจากภาครัฐสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทุกแขนง Film Animation Music Event Wellness Food

ทีมพรรคชาติพัฒนากล้าทีมพรรคชาติพัฒนากล้า

7.BlueEconomy ยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจสีน้ำเงิน หรือเศรษฐกิจสายเทค เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ เพราะกระแสความเปลี่ยนแปลงต่อโลก คือเรื่องนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่เป็นทั้งความความท้าทาย และโอกาส ดิจิทัลอีโคโนมี 1.75 ล้านล้านบาท ยังไม่มีการออกแบบที่ชัดเจน 

3 ยุทธศาสตร์สร้างโอกาสให้กับคนไทย ได้แก่ 

1. Transform โดยการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม ที่ทำได้ก่อนคือการท่องเที่ยว สามารถจองห้อง จองโรงแรม และธุรกิจเกี่ยวเนื่องได้เอง โดยไม่ต้องแบ่งรายได้ให้กับเจ้าของแพลตฟอร์ม ทำให้เราสูญเสียโอกาสไปมาก

นอกจากนี้เทคจะมาช่วยแก้ปัญหาล็อตเตอรี่ 80 บาท ชพก.จะขยายเพิ่มเป็น 50 ล้านใบ เมื่อรัฐบาลขายเอง ผ่านแอปตัวเอง และไม่ต้องจ่ายค่าการตลาดให้กับยี่ปั๊ว ทำได้ เงินกลับเข้าสู่กระเป๋าประชาชนเกือบ 3 หมื่นล้านบาทต่อปี

“ทุกนโยบายเศรษฐกิจ ทุกการรื้อโครงสร้างเหล่านี้ จะทำให้คนไทยมีงานดี มีเงิน และของไม่แพง ชาติพัฒนากล้ามีนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่ได้มุ่งใช้เงิน แต่มียุทธศาสตร์หาเงินใหม่เข้าประเทศ รองรับการทำงานของรัฐบาลในอนาคตต่อไป”สุวัจน์ ระบุ

เศรษฐกิจเฉดสี สร้างรายได้ 5 ล้านล้าน

นโยบายชาติพัฒนากล้า มีแผนหารายได้จากเศรษฐกิจทันสมัย สร้างเงินใหม่เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาท รายได้ใหม่นี้จะทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นประเทศกับดักรายได้ปานกลาง หรือประเทศกำลังพัฒนา ไปสู่ “ประเทศพัฒนาแล้ว” ได้ ภายในระยะเวลา 4 ปี และตามสัดส่วนการจัดเก็บภาษี 17% จากรายได้รวมของประเทศ นโยบายเศรษฐกิจเฉดสีจะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มปีละ 850,000 ล้านบาท

ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเฉดสี (Spectrum Economy) คือ การมุ่งสู่อนาคตทางเศรษฐกิจใหม่ครั้งใหญ่ ด้วยการต่อยอดและรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิม เพื่อเปิดโอกาสในการมีงานดี ประชาชนมีเงิน รวมถึงการนำไปสู่ค่าครองชีพที่ถูกลง ของไม่แพงเพื่อคนไทยทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย

ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเฉดสี ประกอบด้วย

  • เศรษฐกิจสีรุ้ง RainbowEconomy เศรษฐกิจ LGBTQ+ 1 ล้านล้าน
  • เศรษฐกิจสีขาว WhiteEconomy เศรษฐกิจสายมู 5 แสนล้าน
  • เศรษฐกิจสีเทา GreyEconomy เปลี่ยนส่วยเป็นภาษี 1 ล้านล้าน
  • เศรษฐกิจสีเขียว GreenEconomy เศรษฐกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม 1 ล้านล้าน
  • เศรษฐกิจสีเงิน Silver(Age)Economy เศรษฐกิจกลุ่มสูงวัย 2.5 แสนล้าน
  • เศรษฐกิจสีเหลือง CreativeEconomy เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 1 ล้านล้าน
  • เศรษฐกิจสีน้ำเงิน BlueEconomy เศรษฐกิจสายเทคและนวัตกรรม 2.5 แสนล้าน

ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเฉดสี จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ท้องถิ่น แรงงานทุภภาคส่วน โดยเฉพาะภาคบริการ ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นในระดับนานาชาติ และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อีกทั้งยังจะทำให้ประเทศไทยก้าวพ้นประเทศกับดักรายได้ปานกลาง หรือประเทศกำลังพัฒนา ไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วได้ ภายในระยะเวลา 4 ปี

WhiteEconomy ‘เศรษฐกิจสายมู’ 

1 ใน 7 เฉดสี เพื่อหาเงิน 5 ล้านล้านเข้าประเทศ!

มูเตลู ความเชื่อและความศรัทธา เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน โดยเฉพาะคนไทยเรา หลอมรวมกลายเป็นประเพณี วัฒนธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

1 จังหวัด 1 พันล้าน สร้างแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์

จังหวัดไหนไม่มีสถานที่ที่ดึงความน่าสนใจได้เพียงพอ ก็สร้างขึ้นใหม่ได้ จังหวัดไหนของดีอยู่แล้วก็พัฒนาต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบให้ดียิ่งขึ้น

ยกตัวอย่าง หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่อยุธยา ที่นายกอุ๊ วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ผู้เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการสร้างขึ้นมา มีการวางแผนเป็นอย่างดี มีตลาดที่ชาวบ้านสามารถนำสินค้ามาค้าขายโดยรอบ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ให้คนอยุธยา อย่างประเมินค่าไม่ได้

หรือแม้แต่พระพิฆเนศองค์ยืนที่จ.ฉะเชิงเทรา ที่เกิดขึ้นโดยมีนายกอุ๊เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง จนทำให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

ส่งเสริมการท่องเที่ยวต้องมี 3 มิติควบคู่

  1.  เพิ่มนักท่องเที่ยว
  2.  เพิ่มเวลาที่นักท่องเที่ยวอยู่กับเรา
  3. เพิ่มเงินที่นักท่องเที่ยวใช้ตอนอยู่กับเรา

เพิ่มนักท่องเที่ยวต้องลงทุนในระบบสาธารณูปโภค ลงทุนในการอนุรักษ์ดูแลธรรมชาติ เพิ่มระยะเวลาอยู่กับเรา จาก 10 วันเป็น 12 วัน ต้องเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวให้หลากหลายและดึงดูด เพิ่มการใช้จ่ายจับจ่าย ต้องเพิ่มมูลค่าสินค้าเราให้มีราคามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นของฝาก อาหาร ที่พัก ฯลฯ

นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)ต้อนรับทีมพรรคชาติพัฒนากล้า เมื่อ 26 เม.ย.2566 นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)ต้อนรับทีมพรรคชาติพัฒนากล้า เมื่อ 26 เม.ย.2566

พรรคชาติพัฒนากล้าเยือนเนชั่นกรุ๊ปฯพรรคชาติพัฒนากล้าเยือนเนชั่นกรุ๊ปฯ

ส่อง 'นโยบายชาติพัฒนากล้า'  รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ สู้ทุนผูกขาด
ส่อง 'นโยบายชาติพัฒนากล้า'  รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ สู้ทุนผูกขาด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2566 พรรคชาติพัฒนากล้า พบสื่อเครือเนชั่น นำโดย กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค, วรวุฒิ อุ่นใจ และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส.กทมทั้ง 33 เขต โดยมี ฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)และทีมผู้บริหารและสื่อเครือเนชั่นต้อนรับ

“ชาติพัฒนากล้า มีจุดยืนชัดเจน หลังการเลือกตั้ง2566 ใน 3 เรื่องใหญ่คือ 1.หนุนจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก 2.หนุนพรรคใหญ่หรือพรรคที่มีเสียงข้างมากต้องได้สิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล 3. รื้อโครงสร้างผูกขาด ทั้งด้านพลังงาน ภาษี สินเชื่อ” กรณ์ ให้คำมั่น


14 พ.ค. 2566 เลือกคนที่ชอบ  เลือกพรรคที่ใช่ หากชอบพรรคชาติพัฒนากล้า กาเบอร์ 14

…กมลทิพย์  ใบเงิน…เรียบเรียง

บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 2 ใบ ต่างรหัสเขตเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547673

26 เม.ย. 2566

บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 2 ใบ ต่างรหัสเขตเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 2 ใบ รหัสเขตเลือกตั้งต่างกัน อาจเกิดจาก ผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้ง 2 คน ใช้ที่อยู่เดียวกันในการรับบัตร

จากการเผยแพร่ กรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในบางประเทศ ได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ชุดนั้น ทางโซเชียลมีเดีย  สำนักงานคณะกรรมการการเลือก หรือ กกต. เชื่อว่า อาจมีสาเหตุมาจากบ้านที่อยู่นั้น มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2 คน มีสิทธิเลือกตั้งอยู่คนละจังหวัดและคนละเขตเลือกตั้ง แต่ได้แจ้งที่อยู่ในการส่งบัตรเลือกตั้งเป็นบ้านเลขที่เดียวกัน

และในการจัดส่งบัตรเลือกตั้งไปยังบ้านเลขที่เจ้าหน้าที่สถานทูตจะจัดส่งตามที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแจ้งไว้เท่านั้น 

โดยในการส่งจดหมายโดยปกติ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จะมีรหัสไปรษณีย์เพื่อสะดวกในการคัดแยกในการนำส่งจดหมายไปทั่วประเทศ ซึ่งมี 928 อำเภอหรือกว่า 7,000 ตำบล และมีจุดส่งไปรษณีย์อำเภอหลาย 1,000 จุด สำหรับเขตเลือกตั้งนั้น มีทั้งสิ้น 400 เขตจึงมีจุดส่ง 400 แห่ง (สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง) ซึ่งมีความแตกต่างกัน

ในกรณีการลงคะแนนล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้ง (นอกเขต – นอกราชอาณาจักร) เมื่อผู้มาใช้สิทธิรับบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายซื่อ และทำเครื่องหมายลงคะแนนแล้ว ต้องนำบัตรทั้งสองใบใส่ในซอง ก่อนให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบว่าใส่บัตรเลือกตั้งครบทั้งสองใบหรือไม่

เมื่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว จะลงชื่อกำกับตรงรอยต่อปิดผนึกซอง โดยซองดังกล่าว จะต้องมีการจ่าหน้าซอง โดยเขียนชื่อจังหวัด เขตเลือกตั้ง และรหัสเขตเลือกตั้ง ตามที่ผู้มาใช้สิทธิมีชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอยืนยันว่า กกต. และ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมาย โดยยึดหลัก สุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย เป็นสำคัญ

เลือกตั้ง 66 : ชาติไทยพัฒนา ประกาศไม่ขัดแย้งกับใคร เมินใช้ประชานิยม 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547667

26 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง 66 : ชาติไทยพัฒนา ประกาศไม่ขัดแย้งกับใคร เมินใช้ประชานิยม 

‘พรรคชาติไทยพัฒนา’ พบสื่อเครือเนชั่น มั่นใจผู้สมัครมีคุณภาพ พร้อมสู้แม้ส่งผู้สมัครไม่ครบทุกเขต เมินประชานิยม เพราะเป็นภาระลูกหลาน เน้นนโยบายเสริมความแข็งแรงให้ฐานราก เวลานี่คือเวลาซ่อมเศรษฐกิจ

พรรคชาติไทยพัฒนา นำผู้สมัครสส. กทม.ทั้ง 33 เขต เข้าพบสื่อเครือเนชั่น ประกาศจุดยืนชัดเจนไม่ขัดแย้งกับใคร และไม่เน้นนโยบายประชานิยม เพราะจะเป็นภาระลูกหลานในอนาคต ระบุ นี่คือเวลาซ่อมเศรษฐกิจ ไม่ใข่กระตุ้นเศรษฐกิจ

เลือกตั้ง 66 : ชาติไทยพัฒนา ประกาศไม่ขัดแย้งกับใคร เมินใช้ประชานิยม 

ดร.สันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวย้ำจุดยืนของพรรคว่า ไม่สร้างความขัดแย้งกับใคร และจะไม่เป็นองค์ประกอบของความขัดแย้ง และไม่มั่นใจคงไม่มาสู้ ครั้งที่แล้ว 350 เขตส่งครบ แต่เมื่อประเมินแล้วว่าการคิดที่จะส่งครบแต่ไม่ได้ประเมินจริงๆว่าผู้สมัครแต่ละคนได้ทำงานในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน จึงเห็นว่าประเด็นสำคัญในการส่งเลือกตั้งทั้งประเทศ ปัจจัยสำคัญไม่ใช่จำนวนแต่คือเรื่องคุณภาพ 

ดังนั้นครั้งนี้เราส่งทั้งหมด 50 เขต ในกทม.เราส่ง 15 เขต ซึ่งทั้ง 15 คนเป็นผู้สมัครที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่การศึกษาโปรไฟล์แต่ทุกคน แต่ผู้สมัครทุกคนอยู่กับพื้นที่เข้าใจพื้นที่และเป็นผู้สมัครที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ 

ดร.สันติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่เคยคิดอะไรสั้นๆ และชาติพัฒนาจะคิดถึงในระยะสั้น กลางและยาว แต่หากมองดูนโยบายของพรรคการเมืองทั่วไปเป็นการเรียกร้องความสนใจจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและจำเป็นจะต้องให้อะไรก็ตามที่จะต้องเป็นปัจจุบันทันด่วน หรือที่เรียกว่าประชานิยม การลด แลก แจก แถมที่ไม่มีพื้นฐานชัดเจน แต่ถ้าจัดงบประมาณแบบใหม่ไม่ต้องกู้เพิ่ม ไม่เอางบมาใช้ในระยะสั้นอย่างเดียว เปลี่ยนมาใช้เป็นระยะยาว และนำเงินส่วนต่างไปใช้หนี้ คืนความแข็งแรงให้ประเทศมากขึ้น

เลือกตั้ง 66 : ชาติไทยพัฒนา ประกาศไม่ขัดแย้งกับใคร เมินใช้ประชานิยม 

‘เพราะฉะนั้นนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนาแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหา ส่งความแข็งแรงให้กับฐานรากทั้งเกษตรกรหรือผู้ประกอบการรายย่อย ในขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นจะต้องทำประชานิยมลดแลกแจกแถมกระตุ้นแรงๆ นักวิชาการหลายคนออกมาพูดว่าไม่ใช่เวลากระตุ้นเศรษฐกิจเวลานี้คือเวลาซ่อมเศรษฐกิจ’

รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวอีกว่า ส่วนวิธีสื่อสารกับประชาชนนั้น นายอุดมศักดิ์กล่าวว่า เราจะแก้ปัญหาในวันนี้และในอนาคต แต่ไม่ได้หมายความว่าแก้ปัญหาวันนี้ไปสร้างปัญหาในอนาคตเพิ่มภาระให้ลูกหลาน นโยบายหนึ่งที่เสนอคือนโยบายเชิงรุกศึกสุขภาพดีรับ 3,000 บาท คือประชาชนหากไม่มีประวัติเข้ารักษาพยาบาลเลย จะได้รับ3,000บาท 

เลือกตั้ง 66 : ชาติไทยพัฒนา ประกาศไม่ขัดแย้งกับใคร เมินใช้ประชานิยม 

ขณะที่ นายสันติ กล่าวว่าเราพยายามสื่อสารแล้ว ได้ผลแค่ไหนก็ต้องยอมรับ แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงอยู่ ซึ่งผู้สมัครมีหน้าที่ลงพื้นที่คุยกับประชาชน กระแสที่มีตอนนี้เหมือนฝุ่น วันนี้ที่จะมีกระแสขึ้นมาได้คือผู้สมัครเข้าใจพูดคุยกับชาวบ้าน จากนี้ไปก็ต้องอัดแคมเปญ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจถึงแนวคิด 

เลือกตั้ง 66 : ชาติไทยพัฒนา ประกาศไม่ขัดแย้งกับใคร เมินใช้ประชานิยม 

ด้าน นาย อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวารองเลขาธิการพรรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เราเดินมาไกลกว่า 60-70% แล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการเลือกตั้งนายกของประเทศไทยเท่านั้นแต่เป็นการเลือกตั้งของนายกประเทศไทยที่เดินสู่เวทีโลกได้อย่างสง่างาม ซึ่งนี่เป็นจุดขายของพรรคชาติไทยพัฒนา ในวันที่ 14 พฤษภาคมอย่านอนหลับทับสิทธิ์ เลือกคนที่รักเลือกพรรคที่ชอบ แต่โปรดอย่าลืมพรรคชาติไทยพัฒนาเบอร์ 18

ชูธง ปฏิวัติเขียว เพื่อชาติ ใช้เกษตรสร้างเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547660

26 เม.ย. 2566

ชูธง ปฏิวัติเขียว เพื่อชาติ ใช้เกษตรสร้างเศรษฐกิจ

พรรคเพื่อชาติ หาเสียงเลือกตั้งจังหวัดตาก ชู ยุทธศาสตร์ปฏิวัติเขียว อยู่ดีกินดี หมดหนี้ ธกส. สร้างเศรษฐกิจจากการเกษตร

แกนนำพรรคเพื่อชาติประกอบด้วย  น.ส.ปริศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หัวหน้าพรรค  นายยงยุทธ ติยะไพรัช วิทยากรพิเศษร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ประธานที่ปรึกษาพรรคร.อ.ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวชแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี และผู้สมัครสส.จังหวัดตาก ทั้ง 3 เขต ลงพื้นที่ตั้งเวทีปราศรัยย่อยเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนที่วัดพบพระไทรงาม อำเภอพบพระ เพื่อชี้แจงและนำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อชาติให้พี่น้องประชาชน ปฏิวัติวงการเกษตรกรรมใหม่

โดยใช้ทฤษฎีและแนวคิดที่เรียกว่า ปฏิวัติเขียว เพื่อให้เกษตรกรรมและทรัพยากรธรรมชาติของไทยกลับมาเป็นตัวนำเศรษฐกิจของชาติ ให้เกษตรกรรมผลิตอาหาร และนำรายได้ตลอดจนความได้เปรียบในเวทีระหว่างประเทศกลับสู่ประเทศไทย และมีสถานพยาบาลดูแลผู้ป่วยที่ใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค

นาย ยงยุทธ ระบุว่าสิ่งที่สังคมไทยต้องตามหาขณะนี้คือ ยาต้านรัฐประหาร เพราะทุกครั้งที่เกิดการรัฐประหารจะต้องมีการขอนิรโทษกรรม ฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่า กลายเป็นวงจรอุบาทว์ ดังนั้น ในการหลุดพ้นวงจรดังกล่าว การใช้อำนาจรัฐอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จะต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมาว่าด้วยกันไม่เพิกเฉยต่ออำนาจรัฐที่ไม่ได้มาจากประชาชน

นอกจากนี้ คนรวยไม่กี่ตระกูลถือครองทรัพย์สินถึง 70% เขาจึงไม่จำเป็นต้องฟังเสียงร้องไห้ของประชาชน เพราะพวกเขาสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ คนไทยที่เหลือเป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้น จึงขอยืนยันว่า พรรคเพื่อชาติต่อสู้ได้ตรงเป้าหมายที่สุด เมื่อฝั่งหนึ่งใช้ปืนและอภินิหารของอำนาจทางกฎหมาย สังคมไทยจึงต้องยืนหยัดร่วมกันในการใช้สิทธิพลเมืองเพื่อต่อสู้

ส่วนคำกล่าวอ้างที่ว่าต้องทำรัฐประหารเพราะมีนักการเมืองทุจริต ยงยุทธ มองว่า เป็นเพียงวาทกรรมที่จะต้องหมดไปได้แล้ว เพราะทุกวันนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นพรรคพวกเดียวกันและถูกแต่งตั้งขึ้นโดยคณะรัฐประหาร ยังเปิดเผยเองว่า พบเรื่องร้องเรียนการทุจริตโดยรัฐบาลปัจจุบันสูงถึง 2-3 แสนล้านบาท

โดยย้ำว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยเหลือกันทุกฝ่าย เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถทำเพียงคนเดียวได้

เลือกตั้ง66 : ‘ชาติพัฒนากล้า’ พร้อมชนทุนผูกขาด อัดรัฐบาลลดค่าไฟแบบขี้หมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547652

26 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 : 'ชาติพัฒนากล้า' พร้อมชนทุนผูกขาด อัดรัฐบาลลดค่าไฟแบบขี้หมา

‘กรณ์ จาติกวณิช’ นำทีมพรรคชาติพัฒนากล้า พบสื่อเครือเนชั่น ประกาศพร้อมสู้กับทุน-รื้อโครงสร้างพลังงาน ‘อรรถวิชช์’ อัดรัฐบาลลดค่าไฟแบบขี้หมา 

พรรคชาติพัฒนากล้า ย้ำหนักแน่นนโยบาย ยกเลิกแบล็คลิสต์-เครดิตบูโร พร้อมชนกับกลุ่มทุน และรื้อโครงสร้างพลังงาน ในการนำผู้สมัคร สส.กทม. มาแนะนำตัว พบปะกับผู้บริหาร และสื่อเครือเนชั่น พร้อมทั้งพูดคุยถึงนโยบายของพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้ง 2566

เลือกตั้ง66 : 'ชาติพัฒนากล้า' พร้อมชนทุนผูกขาด อัดรัฐบาลลดค่าไฟแบบขี้หมา

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ปัญหาเรื่องค่าครองชีพเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขให้กับประชาชน และไม่สามารถแก้ได้ผ่านการการทำนโยบายลดแลกแจกแถม ได้อย่างเดียว แต่ต้องแก้รื้อที่ต้นตอ และโครงสร้าง 

“วันนี้ประเด็นที่เป็นปัญหาของประเทศ คือเรื่องปากท้อง และความกังวลต่อโอกาสในอนาคต วิธีแก้ต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอ รวมทั้งสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งพรรคเองประกาศชัดว่าจะสู้กับอะไร เพราะสิ่งที่ตัวเองเกลียดที่สุด คือ การผูกขาดทุกประเภท แถมทุกวันนี้ก็คืบเข้ามาครอบคลุมเกือบทุกรายละเอียดชีวิตของประชาชนด้วย”

เลือกตั้ง66 : 'ชาติพัฒนากล้า' พร้อมชนทุนผูกขาด อัดรัฐบาลลดค่าไฟแบบขี้หมา

นายกรณ์ กล่าวว่า ในวันที่ 14 พฤษภาคม นี้ ประชาชนต้องเลือกให้ดี ซึ่งตนเองเมื่ออยู่ในพรรคที่ไม่ใหญ่มากก็มีเหตุผล และชุดความคิดก็ไม่สามารถนำเสนอได้ในพรรคขนาดใหญ่ เนื่องจากพรรคยิ่งใหญ่เท่าไหร่ ความจำเป็นที่ต้องมีปัจจัยสนับสนุน และความจำเป็นต้องใช้เงินยิ่งมาก ดังนั้นการพึ่งพานายทุนยิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้โอกาสเป็นอิสระในการนำเสนอนโยบายแรง ๆ เหมือนที่ออกไปแทบจะไม่มี

เลือกตั้ง66 : 'ชาติพัฒนากล้า' พร้อมชนทุนผูกขาด อัดรัฐบาลลดค่าไฟแบบขี้หมา

“แนวทางการเมืองของพรรคชาติพัฒนากล้าเป็นแนวทางที่ประเทศต้องการ โดยเรามีอุดมการณ์ทางการเมืองคือ หลักเสรีนิยมประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปในวงการการเมืองไทย นั่นคือการเคารพในความเห็นต่าง และสร้างโอกาสให้กับคนไทย”  

ส่วนกรณีที่ประชุมครม. เห็นชอบการออก 2 มาตรการเพื่อช่วยค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน โดยใช้งบกลางกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท นั้น จริง ๆ ปัญหาเกิดขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก โดยที่ผ่านมาได้ชี้ให้เห็นปัญหามาเป็นปีแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลถึงมาเร่งทำตอนนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และหลังเลือกตั้งเชื่อว่าประชาชนก็คงต้องเจอปัญหาแบบเดิมอีก

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนากล้า จะใช้โอกาสนิยม เพราะเป็นการคิดนวัตกรรมเชิงนโยบาย ไม่ใช่การแจกเงิน 4-5 แสนล้านบาท โดยที่ไม่ได้แตะไปที่โครงสร้าง จนส่งผลกระทบกับโอกาสของคนไทยในอนาคต

เลือกตั้ง66 : 'ชาติพัฒนากล้า' พร้อมชนทุนผูกขาด อัดรัฐบาลลดค่าไฟแบบขี้หมา

“ผมและนายกรณ์ ลาออกจากพรรคการเมืองใหญ่ และอยากทำการเมืองแบบนี้จริงๆ และเชื่อว่าพื้นที่ที่ทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงคือกรุงเทพฯ เราต้องสู้กับกลุ่มนายทุนสู้กับกลุ่มพลังงานทนเราไม่ได้หนาเหมือนพรรคอื่นแต่ใจเรากล้า พรรคชาติพัฒนากล้ากล้าแบบไหนคือเรากล้าชนกับกลุ่มทุนกล้าชนกับโครงสร้างที่ผิดเพี้ยน จะไม่เทเงินลงไปแบบประชานิยม หรือโครงสร้างและก่อให้ประชาชนให้โอกาสผู้สมัครรักชาติพัฒนากล้าทุกคน

สำหรับนโยบายแรกที่ช่วยสร้างโอกาส คือ คนเงินเดือนไม่เกิน 4 หมื่นบาทไม่ต้องเสียภาษี ต่อมาคือ การยกเลิกแบล็คลิสต์ และการปล่อยกู้ด้วยระบบเครดิตสกอร์ หรือระบบราชการหนึ่งคำขอ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ

ด้าน นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า นโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า แตกต่างจากหลายพรรคการเมือง เพราะมีนโยบายการหาเงินเข้าประเทศอย่างชัดเจน เช่น นโยบายเศรษฐกิจเฉดสี ซึ่งแต่ละเรื่องสามารถหาเงินเข้าประเทศได้เป็นหลักแสนล้านบาท หรือหลักล้านล้านบาท

เลือกตั้ง66 : 'ชาติพัฒนากล้า' พร้อมชนทุนผูกขาด อัดรัฐบาลลดค่าไฟแบบขี้หมา

นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับพรรคชาติพัฒนากล้า ว่า ช่วงนี้เรียกว่าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว อยากอวยพรให้พรรคชาติพัฒนาการโชคดีในการเลือกตั้ง เชื่อว่าหลายๆคนคงได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภารอบนี้ อยากจะฝากประเทศชาติ ทำการเมืองให้สุจริต กล้าที่จะเข้าไปพัฒนาประเทศ สร้างโอกาสนิยมให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก ฝากดูแลเรื่องทุนผูกขาดด้วย เครือเนชั่นพร้อมเป็นปากเสียงที่จะสื่อออกไป ให้ชาติพัฒนากล้าส่งถึงประชาชน

เลือกตั้ง66 : 'ชาติพัฒนากล้า' พร้อมชนทุนผูกขาด อัดรัฐบาลลดค่าไฟแบบขี้หมา

เสรีรวมไทยจองกฐิน ฟ้อง กกต.ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547640

26 เม.ย. 2566

เสรีรวมไทยจองกฐิน ฟ้อง กกต.ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทำให้ กกต. จ่อถูกฟ้องหลังเลือกตั้ง โดยพรรคเสรีรวมไทย กล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

พรรคเสรีรวมไทยยกตัวอย่างบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จากเพจ หมอแล็บแพนด้า ที่มีผู้อ้างว่าได้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร โดยระบุสิทธิ์เลือกตั้งที่จังหวัดอำนาจเจริญ แต่กลับได้บัตรเลือกตั้ง จังหวัดนนทบุรีพ่วงไปด้วย มาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.

สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ยกตัวอย่างการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร  ที่ปรากฏความผิดปกติมากมาย อาทิ

  • การยกเลิกการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ในหลายประเทศ ทั้ง ๆ ที่เป็นวิธีการที่สุด ประหยัดและสะดวกแก่ผู้มาใช้สิทธิออกเสียง
  • การกำหนดระยะเวลาที่เร่งรัดประชาชน แต่กลับดำเนินการด้วยความล่าช้า เช่น กำหนดให้ส่งบัตรถึงสถานทูตในสิ้นเดือนแต่จนถึงขณะนี้ ในบางประเทศ การส่งบัตรทางไปรษณีย์ยังไม่ถึงมือประชาชน
  • ความสับสนในการจัดพิมพ์เอกสาร  เช่น  การลงรูปผู้สมัครรับเลือกตั้ง กทม. เขต 11 สลับกัน
  • ความสับสนในการจัดส่งเอกสาร เช่น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ จ. อำนาจเจริญ เขต 2 ได้รับบัตรเลือกตั้งที่ จ. นนทบุรี เขต 4 ด้วยพร้อมกัน กลายเป็น 2 สิทธิ

พรรคเสรีรวมไทย ปรารถนาจะเห็นการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส  จึงขอเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งและกระทรวงการต่างประเทศ ดังนี้

  • เปิดเผยข้อมูล จำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร โดยจำแนกเป็นประเทศต่าง ๆ ว่ามีจำนวนเท่าไร  ใช้สิทธิที่สถานทูตเท่าไร  ใช้สิทธิทางไปรษณีย์เท่าไร
  • เปิดเผยข้อมูล จำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร  โดยจำแนกตามเขตเลือกตั้ง  ว่า ในแต่ละเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต ว่าในแต่ละเขตมีคนไทยในต่างประเทศ ลงทะเบียนเลือกตั้งจำนวนเท่าไร
  • เปิดเผยชื่อประเทศ ที่เคยมีการจัดการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ แต่กลับยกเลิกวิธีการดังกล่าวในการเลือกตั้งครั้งนี้  พร้อมเหตุผลถึงการยกเลิก และแสดงตัวเลขจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ เปรียบเทียบระหว่างปี 2566 และ ปี 2562
  • ชี้แจงเหตุผล และสาเหตุถึงความผิดพลาดในการดำเนินงาน พร้อมแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เอาแต่หลบหน้าประชาชน

ข้อเรียกร้องทั้งหมด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น  แต่หาก กกต.ยังเดินหน้าจัดการเลือกตั้งโดยไม่มีการแถลงข้อมูลใด ๆ ซึ่งเป็นการแสดงถึงความไม่โปร่งใส ไม่รับผิดชอบในการทำงานและภายหลังการเลือกตั้ง พรรคเสรีรวมไทยขอใช้สิทธิแทนประชาชน ในการดำเนินคดีฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งชุดอย่างถึงที่สุด

‘ชนินทร์’ หาเสียงหนักจน ‘ติดโควิด-คิ้วแตก’ ขอ 6 วัน ลุยเลือกตั้งโค้งสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547629

26 เม.ย. 2566

'ชนินทร์' หาเสียงหนักจน 'ติดโควิด-คิ้วแตก' ขอ 6 วัน ลุยเลือกตั้งโค้งสุดท้าย

สะบักสะบอม ‘ชนินทร์’ หาเสียงจน ‘ติดโควิด’ เคราะห์ซ้ำเข้า รพ. เกิดอุบัติเหตุจน ‘คิ้วแตก’ เย็บ 4 เข็ม ‘องอาจ-รัชดา’ ลงพื้นที่แทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปรากฎภาพ นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางพลัด-บางกอกน้อย เบอร์ 7 พรรคประชาธิปัตย์ เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการติดโควิด-19 ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงต่อเนื่อง แต่เคราะห์ซ้ำคิ้วแตกต้องเย็บ 4 เข็ม

นายชนินทร์ กล่าวว่า ตนลงพื้นพบปะประชาชนช่วงโค้งสุดท้าย จนไข้สูง 39.5 องศาเซลเซียส พบว่า ติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างที่เข้าโรงพยาบาล เกิดอุบัติเหตุซ้ำโดยประตูเลื่อนห้องฉุกเฉินอัตโนมัติได้เปิดชนเข้ากับศีรษะของตน ทำให้หางคิ้วด้านขวาแตกเป็นแผลลึก แพทย์ห้องศัลยกรรมฉุกเฉินต้องเย็บแผลให้อีก 4 เข็ม ในระหว่างนี้ตนต้องพักรักษาตัว ที่โรงพยาบาลตามมาตรการการรักษาโควิดที่แพร่ระบาดรอบใหม่ 

นายชนินทร์ กล่าวต่อว่า ระหว่างนี้ตนไม่สามารถลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงในเขตเลือกตั้งได้ แต่จะไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชนินทร์ รุ่งแสง ปชป.” ขณะเดียวกันนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคภาค กทม. และ ดร.รัชดา ธนาดิเรก อดีต สส. กทม. เขตนี้ และทีมงานของตนลงพื้นที่แทน ทั้งการแห่รถและลงพื้นที่เดินเท้าในชุมชนต่างๆ 

“เมื่อผมรักษาตัวหายดีแล้วตามวงรอบของโรคไม่น่าจะเกิน5-6 วัน ผมจะลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวเขตบางพลัดและบางกอกน้อยใหม่ ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนรักษาสุขภาพและหมั่นตรวจเช็คไวรัสโควิดที่กลับมาแพร่ระบาดใหม่อีกรอบ ด้วยความเป็นห่วงทุกคนครับ” นายชนินทร์กล่าว

ตรวจพบ ติดเชื้อโควิด-19ตรวจพบ ติดเชื้อโควิด-19

นายชนินทร์ รุ่งแสง คิ้วแตกนายชนินทร์ รุ่งแสง คิ้วแตก

นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์

‘กำนันเก่ง’ ล่องเรือหาเสียง ชูนโยบาย ‘รทสช.’ จับต้องได้ ทำได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547624

26 เม.ย. 2566

'กำนันเก่ง' ล่องเรือหาเสียง ชูนโยบาย 'รทสช.' จับต้องได้ ทำได้จริง

‘กำนันเก่ง’ ล่องเรือหาเสียงหลายคลองในนนทบุรี ประกาศหลายนโยบาย ‘รทสช.’ จับต้องได้ ทำได้จริง ให้สัญญาจะพัฒนาพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวาน (25 เม.ย.66) นายณัฐวัฒน์ เอี่ยมแย้ม หรือกำนันเก่ง อดีตกำนันตำบลบางม่วง ผู้สมัคร สส.นนทบุรี เขต 6 ไทรน้อย บางใหญ่ (เฉพาะตำบลบ้านใหม่) บางบัวทอง เบอร์ 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ใช้เรือหางยาวล่องหาเสียงไปตามคลองบางกอกน้อย , คลองบางม่วง , คลองอ้อมนนท์ และคลองบางใหญ่ ทั้งสองริมฝั่งคลองมีประชากรพักอาศัยอยู่ประมาณ 4 หมื่นคน จากนั้นเดินทางไปที่ ตำบลบางม่วง ตำบลเสาธงหิน ตำบลบางเเม่นาง ตำบลบางใหญ่ และตำบลบางเลน เพื่อพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนพร้อมชูนโยบายหลัก “เพิ่มสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
 

นายณัฐวัฒน์ กล่าวว่า เป็นการลงพื้นที่มาพบปะพี่น้องประชาชน ถามไถ่ สารทุกข์สุกดิบ พร้อมขอคะเเนนเสียงชาวริมคลองสองฝั่ง ร่วมผลักดันนโยบายของพรรค เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามลำดับ  ซึ่งนโยบายต่างๆที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และว่าที่ผู้สมัครแคนดิเดตนายกฯ แถลงไปนั้น เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์และมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก สามารถจับต้องได้ ทำได้จริง

นายณัฐวัฒน์ เอี่ยมแย้มนายณัฐวัฒน์ เอี่ยมแย้ม

เช่น เพิ่มสิทธิบัตรสวัสดิการพลัสเป็น 1,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มจากกลุ่มรายได้น้อย ปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากแบบขั้นบันได เป็นให้เท่ากันทุกช่วงอายุ คนละ 1,000 บาทต่อเดือน , โครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกัน ภาค 2 , แรงงานและข้าราชการยามเดือดร้อน เบิกส่วนประกันตน 30% มาใช้ก่อนได้ , แก้กฎหมายเกี่ยวกับที่ดินทั้งหลาย เพื่อให้ชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์หรือมีที่ดินทับซ้อนกับที่ดินของรัฐได้มีสิทธิครอบครอง มีสิทธิ์ทำกิน ซึ่งนโยบายทั้งหมดนี้จะสัมฤทธิ์ผลได้หรือไม่ ขึ้นอยู่ที่คะเเนนเสียงของทุกคน 


“ขอโอกาสให้ตนเองได้เข้าไปเป็นผู้แทนฯรับใช้พ่อเเม่พี่น้องชาวอำเภอบางใหญ่ ขอสัญญาว่าจะนำความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มี มาพัฒนาบ้านเกิดให้เจริญรุ่งเรืองและจะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังอย่างเด็ดขาด บ้านเกิดเรา เราต้องดูเเล” นายณัฐวัฒน์ กล่าว

กำนันเก่งล่องเรือหาเสียงกำนันเก่งล่องเรือหาเสียงกำนันเก่งล่องเรือหาเสียงกำนันเก่งล่องเรือหาเสียง

มาดามเดียร์ ​ชูไข่ต้มกลางเวทีดีเบต ลั่น ประชาธิปัตย์มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547621

26 เม.ย. 2566

มาดามเดียร์ ​ชูไข่ต้มกลางเวทีดีเบต ลั่น ประชาธิปัตย์มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ

เลือกตั้ง 66 : มาดามเดียร์ หรือ วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ชูไข่ต้ม บนเวทีดีเบต The Standard เลือกตั้ง66 ประกาศประชาธิปัตย์มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ

มาดามเดียร์ หรือ น.ส.วทันยา บุนนาค​ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนพรรคการเมือง กล่าวในเวที #TheStandardDebate ดีเบตใหญ่เลือกตั้ง 2566 l END GAME เกมที่แพ้ไม่ได้ l THE STANDARD ว่า ที่อยู่ในมือคือไข่ต้ม เราเห็นความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ไข่ต้ม สำหรับใครหลายคนหมายถึงชีวิต ที่ต้องกินเพื่อประทัง เพราะไม่มีทางเลือก

มาดามเดียร์ ​ชูไข่ต้มกลางเวทีดีเบต ลั่น ประชาธิปัตย์มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ

แต่สำหรับบางคนที่มีโอกาสเหลือเฟือ ไข่ต้มเป็นเรื่องโรแมนติก เรื่องสวยงาม สิ่งเหล่านี้กำลังสะท้อนว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำ กำลังฝังรากลึกในสังคมไทยไปถึงวิธีคิดของผู้นำ ผู้บริหารประเทศ 

ชมคลิปจาก The Standard

ดังนั้น ประชาธิปัตย์ จะเข้าแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในระดับโครงสร้าง พรรคประชาธิปัตย์ต้องการทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า แม้จะเริ่มต้นชีวิตที่ติดลบ จะมีโอกาสสร้างชีวิตที่ดีกว่าได้