ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง 2566 ผ่านออนไลน์ เริ่ม 18 เม.ย. เช็กขั้นตอนที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546973

17 เม.ย. 2566

ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง 2566 ผ่านออนไลน์ เริ่ม 18 เม.ย. เช็กขั้นตอนที่นี่

กกต.แจ้ง 3 ช่องทางในการ ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้งสส. รวมทั้งเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เช็กหน่วยเลือกตั้งผ่านออนไลน์ได้ทาง http://www.bora.dopa.go.th หรือ แอปฯ Smart Vote เริ่ม 18 เม.ย.66

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้ง 3 ช่องทาง วิธีการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. 2566 ซึ่งรวมถึงเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขต ซึ่งจะเปิดระบบให้ตรวจสอบในวันที่ 18 เม.ย. 66 เป็นต้นไป

กกต.ระบุว่า เชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 ซึ่งกําหนดให้วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 นาฬิกา เป็นวันเลือกตั้ง และกําหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2566 

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2566 เป็นต้นไป จากช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

  1. ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ด้วยตนเอง
    • ณ ที่เลือกตั้ง ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอําเภอ ที่ทําการเขต ที่ทําการองค์การบริหารส่วนตําบล สํานักงานเทศบาล ที่ทําการ ผู้ใหญ่บ้าน หรือเขตชุมชนใกล้บ้าน
  2. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่เว็บไซต์ของ
  3. ตรวจสอบจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน (ส.ส. 1/6)

วิธีตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง 2566 วิธีตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง 2566 

กรณีไม่พบชื่อ หรือมีชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อ ให้ยื่นแบบคําร้องแจ้งเพิ่มชื่อ -ถอนชื่อ ต่อนายทะเบียนอําเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น


สําหรับการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์ สามารถทําได้อย่างสะดวกและรวดเร็วเพียงกรอกเลขบัตรประจําตัวประชาชน 13 หลัก ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลแสดงรายชื่อที่ตนมีสิทธิ วันที่เลือกตั้ง จังหวัดและเขตที่มีสิทธิ สถานที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เว็บไซต์ สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1444

ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง 2566 ผ่านออนไลน์ เริ่ม 18 เม.ย. เช็กขั้นตอนที่นี่

‘กกต.’ ประกาศรายชื่อ ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต ที่ไม่ได้รับการรับรอง เช็กเลย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546963

17 เม.ย. 2566

'กกต.' ประกาศรายชื่อ ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต ที่ไม่ได้รับการรับรอง เช็กเลย

‘กกต.’ ประกาศรายชื่อ ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต จาก 70 พรรคการเมือง ที่ไม่ได้รับการรับรอง 31 จ. จำนวน 71 คน สามารถยื่นร้องต่อศาลฎีกาภายใน 7 วัน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศผลการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งและได้ดำเนินการปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง

แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามแบบ สส. 4/ 14 ครบถ้วนทั้ง 400 เขต และประกาศเผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วกันเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้มาสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งสิ้น 4,781 คน 70 พรรคการเมือง

สำนักงานกกต.จึงสรุปข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งประกาศไม่รับสมัคร 31 จ. จำนวน 71 คน คงเหลือผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้งสิ้น 4,710 คน (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ) 

'กกต.' ประกาศรายชื่อ ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต ที่ไม่ได้รับการรับรอง เช็กเลย

สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งได้ประกาศไม่รับสมัครสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ประกาศรายชื่อ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณา

ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้สมัครผู้ใดหากเห็นว่า ผู้มีชื่อในประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ได้ประกาศไปแล้ว เป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

สามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงาน กกต. (แบบบัญชีรายชื่อ) และสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด (แบบแบ่งเขต) ได้ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อ

กกต.ประกาศรายชื่อ ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ไม่ได้รับการรับรองกกต.ประกาศรายชื่อ ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ไม่ได้รับการรับรอง

‘มาดามเดียร์’ ชวนชาวสงขลาเขต 1 ‘เปลี่ยน’ มาเลือกปชป.พรรคไม่มีกลุ่มทุนชี้นำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546952

16 เม.ย. 2566

'มาดามเดียร์' ชวนชาวสงขลาเขต 1 'เปลี่ยน' มาเลือกปชป.พรรคไม่มีกลุ่มทุนชี้นำ

‘มาดามเดียร์’ ชวนชาวสงขลาเขต 1 ‘เปลี่ยน’ มาเลือกประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 พรรคไม่มีกลุ่มทุนชี้นำ และ สส.ที่มีอุดมการณ์ พร้อมยก 4 เหตุผลที่ต้องเลือก ‘สรรเพชญ บุญญามณี’ เบอร์ 4 เข้าสภา

ที่โรงยิมสนามกีฬาติณสูลานนท์ อ.เมือง จ.สงขลา น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมปราศรัยขอเสียงสนับสนุนให้นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. สงขลา เขต 1 หมายเลข 4 ซึ่งในเวทียังมี นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบายการเมือง ร่วมปราศรัยด้วย ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก

โดย น.ส.วทันยา กล่าวว่า วันนี้รู้สึกอบอุ่นและดีใจมากที่ได้มาเจอคนสงขลา ซึ่งตนอยู่ที่ กทม. เมื่อเช้าได้ไปเดินตลาด ตนและคน กทม. เหนื่อย แต่ไม่ได้เหนื่อยเพราะทำงานหนัก แต่กลับเป็นการเหนื่อยใจ และเสียใจในช่วงผ่านมาเราเห็นปัญหาของประชาชน แต่หลายครั้งเราไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ และเมื่อเวลาเราทำแบบนี้ทุกๆ ครั้ง เราเสียใจที่รู้ว่าปัญหาเกิดจากอะไร แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ 

เปลี่ยนพรรคการเมืองต้องเลือกพรรคที่ไม่มีเจ้าของ

ทั้งนี้เพราะเรามีการเมืองที่ไม่ดี เป็นการเมืองที่อยู่แต่ในวังวนของความขัดแย้ง เป็นการเมืองที่มัวแต่ทะเลาะกันเอง ทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนาประเทศ ทำให้สูญเสียโอกาสของประเทศ และของเยาวชนที่จะได้มีโอกาสดีๆ เหมือนเด็กในต่างประเทศ 

ดังนั้นเวลาที่เราต้องเปลี่ยนการเมือง เพราะที่ผ่านมาเราอยู่บนการเมืองของขั้วความขัดแย้ง ที่ฝ่ายหนึ่งอ้างว่าตัวเองสวมเสื้อประชาธิปไตย อ้างว่าตัวเองมาจากประชาชน แต่เมื่อเข้าไปในสภากลับทุจริตเชิงนโยบาย โกงกินเงินงบประมาณ 

ส่วนอีกฝ่ายที่อ้างว่าเข้ามาเพื่อจะมาจัดการกับความขัดแย้ง บอกว่าให้เลือกความสงบ แต่ปรากฎว่าก็จบลงที่เศรษฐกิจเงียบสงัด ความขัดแย้งก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และท้ายที่สุดก็ทุจริตไม่ต่างกัน

น.ส.วทันยา กล่าวต่ออีกว่า วันนี้สิ่งแรกที่เราต้องเปลี่ยน คือ เปลี่ยนพรรคการเมือง เราต้องเลือกพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ ไม่มีกลุ่มทุนมาคอยชี้นำ เพราะพรรคการเมืองนั้นจะเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง นั่นคือพรรคประชาธิปัตย์ เรายืนอยู่คู่พี่น้องคนใต้ และคนไทยมาได้ 77 ปี และนั่นคือเครื่องยืนยันและการันตีให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่มีจุดกำเนิดที่เกิดขึ้นมาจากประชาชน ทำเพื่อประชาชน และเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

มาดามเดียร์ ชวนชาวสงขลาเขต 1 เปลี่ยนมาเลือกพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของมาดามเดียร์ ชวนชาวสงขลาเขต 1 เปลี่ยนมาเลือกพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ

'มาดามเดียร์' ชวนชาวสงขลาเขต 1 'เปลี่ยน' มาเลือกปชป.พรรคไม่มีกลุ่มทุนชี้นำ

เปลี่ยนมาเลือก สส.มีอุดมการณ์เพื่อปชช.

ส่วนสิ่งที่ต้องเปลี่ยนที่ 2 คือ เปลี่ยนไปเลือก สส. ที่มีอุดมการณ์ สส.ที่ไม่ไปเข้าพรรคการเมืองเพราะถูกประมูลตัวไป เพราะเมื่อถูกประมูลตัวไป เท่ากับว่าเขาเริ่มต้นนับ 1 ทั้งที่ยังไม่เข้าสภาด้วยเงิน ดังนั้นเมื่อเข้าไปสภาคิดว่าเขาจะเลือกประชาชนหรือเงิน และเมื่อเขาอยู่พรรคการเมืองที่มีเจ้าของ มีนายทุน และยังเริ่มต้นก่อนเข้าสภาด้วยการเลือกเงิน พี่น้องประชาชนก็คงจะรู้ว่านักการเมืองเหล่านั้น เมื่อเข้าไปในสภาจะมุ่งหาผลประโยชน์ มุ่งกอบโกยผลประโยชน์ ทำเพื่อตัวเอง โดยไม่ได้ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

มาดามเดียร์ ลุยหาเสียงช่วย นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. เขต 1 สงขลา เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ มาดามเดียร์ ลุยหาเสียงช่วย นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้สมัคร สส. เขต 1 สงขลา เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์

น.ส.วทันยา ยังกล่าวถึง 4 เหตุผลว่าทำไมต้องเลือก “สรรเพชญ” โดยระบุว่า แม้ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์จะมีเลือดไหลออก แต่ก็มีเลือดใหม่อย่าง นายสรรเพชญ ที่เป็นเลือดใหม่ DNA ประชาธิปัตย์ไหลเข้ามาเช่นกัน และนายสรรเพชญ คือ ผู้ที่ควรได้รับโอกาส เพราะที่ผ่านมาได้ทำงานให้พี่น้องชาวสงขลาด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจมาโดยตลอด

มาดามเดียร์ ลุยหาเสียงช่วย นายสรรเพชญ บุญญามณี เบอร์ 4 มาดามเดียร์ ลุยหาเสียงช่วย นายสรรเพชญ บุญญามณี เบอร์ 4

อีกทั้งนายสรรเพชญ ยังถือว่าเป็นช้างเผือกของพรรคประชาธิปัตย์ที่พลาดไม่ได้ อย่างที่มีผลโพลจากหลายสำนักได้ประเมินไว้ และท้ายที่สุดนายสรรเพชญถือเป็นคนที่มีอุดมการณ์ยืนหยัด ประชาธิปัตย์ เท่ากับ ประชาชน

มวลชนชาวสงขลามวลชนชาวสงขลา

‘คุณหญิงสุดารัตน์’ ชูคลองฝั่งธนฯ ‘คาแนล ทาวน์’ แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546950

16 เม.ย. 2566

'คุณหญิงสุดารัตน์' ชูคลองฝั่งธนฯ 'คาแนล ทาวน์' แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

‘คุณหญิงสุดารัตน์’ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนฯ ‘คาแนล ทาวน์’ ยลวิถีชุมชนริมคลอง ขึ้นชั้นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน ตั้งเป้าสร้างรายได้ 50,000 ล้านบาท

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 32 พร้อมด้วยน้องจินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ และผู้สมัคร สส.ฝั่งธนบุรี ประกอบด้วย หมอแมพ กันตพงศ์ ดีชัยยะ ผู้สมัคร สส.หมาย7 เขตที่31 , นายธวัชชัย ทองสิมา ผู้สมัคร สส. เบอร์1 เขต26 ,นายสมพร คงโครัด ผู้สมัคร สส. เขต28 เบอร์ 6 ,นางนิธิสนี กลิ่นพันธหิรัญ ผู้สมัคร สส. เขต 32 เบอร์ 10 ,นายกิติ วงษ์กุหลาบ ผู้สมัคร สส. เบอร์ 10 เขต 29 ,นายอมรศักดิ์ สินเหลือ ผู้สมัคร สส. เบอร์ 1 เขต 25 ,นายเศรษฐสรร จันทร์ทอง ผู้สมัคร สส.เบอร์ 10 เขต 27 และนายภัชริ นิจศิริภัทร ผู้สมัคร สส.เบอร์ 12 เขต 24 กรุงเทพมหานคร พรรคไทยสร้างไทย ได้ร่วมล่องเรือเพื่อและพบปะพี่น้องประชาชนตามเส้นทางคลองต่างๆ ในเขตฝั่งธนบุรี ศึกษาแนวทางการสร้างรายได้ ให้พี่น้องในพื้นที่ฝั่งธนบุรี

ระหว่างเดินตลาดน้ำตลิ่งชัน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทั้งพ่อค้าแม่ค้า และลูกค้า มาขอถ่ายรูปกันอย่างคับคั่งตลอดทาง รวมทั้งมีพ่อค้าแม่ค้ามามอบของกินของอร่อยให้จำนวนมาก อาทิ ร้านป้ากุลไข่เค็มไอโอดีน ,ร้านข้าวโพดเทียน ,ร้านแก้วข้าวโพด ,ร้านคุณมากน้ำส้มคั้น ,ร้านกรือโป๊ะคุณป้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ประชาชนยังได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 32 มาให้คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมทั้งอวยพรขอให้เป็นนายกรัฐมนตรี และเลือกพรรคไทยสร้างไทยอย่างแน่นอน 100%

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติมักจะมาแบบ one day trip เพื่อล่องเรือ เที่ยวตลาดน้ำ แวะไหว้พระที่วัด แต่จริงๆฝั่งธนบุรีมีคลองอีกหลายสายที่ยังสมบูรณ์ น้ำไม่เน่าเสีย และมีสิ่งมีค่าที่น่าสัมผัสอย่างยิ่ง คือวิถีชีวิตริมคลอง นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มีเรือขายอาหารและสินค้า มีบ้านเรือนบรรยากาศดีๆ มีร้านค้าและคาเฟ่ตลอดริมฝั่งคลอง แต่ขาดการสนับสนุน พัฒนาให้เป็นจุดขายในด้านการท่องเที่ยวของชาวฝั่งธนบุรี

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพผู้สมัคร สส. กทม. พรรคไทยสร้างไทย ลุยหาเสียงทางน้ำ ฝั่งธนบุรีคุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพผู้สมัคร สส. กทม. พรรคไทยสร้างไทย ลุยหาเสียงทางน้ำ ฝั่งธนบุรี

พรรคไทยสร้างไทย หาเสียงทางน้ำพรรคไทยสร้างไทย หาเสียงทางน้ำ

ฝั่งพระนครมีเยาวราชเป็นไชน่าทาวน์ พรรคไทยสร้างไทยจะผลักดันให้ฝั่งธนฯมี “Canal town” เพื่อเป็นเป้าหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มาพักผ่อนยาวๆ ที่โฮมสเตย์ริมคลอง บรรยากาศไทยๆ นั่งอ่านหนังสือ ทำงานที่ศาลาริมน้ำ ตกเย็นนั่งเรือไปทานอาหารตามย่านต่างๆ เช่น ตลาดพลู ท่าดินแดง ตื่นเช้าตักบาตรริมคลอง พายเรือคายัค พายซัพบอร์ดไปเที่ยวคาเฟ่สองฝั่งคลองได้ และที่สำคัญทุกๆ การใช้จ่าย จะเป็นรายได้เติมเข้ากระเป๋าคนตัวเล็ก เติมเข้าชุมชน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือไม่ได้รับการสนับสนุน และการโปรโมทจากภาครัฐ รวมทั้งไม่มีการจัดระเบียบ ต้องเริ่มจากการสนับสนุนให้ชุมชนริมคลอง มีงบประมาณในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวริมคลอง สนับสนุนให้มีเรือเมลให้นักท่องเที่ยวในราคาที่เป็นธรรม และการให้มีไกด์นำการท่องเที่ยวอย่างถูกต้อง

พรรคไทยสร้างไทยเรามีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบโดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางเรือของทุกคลองในฝั่งธนบุรี สร้างโปรเจค “Canal town” ของฝั่งธนบุรีให้โด่งดังไปทั่วโลก เพราะมีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ รวมทั้งมีวัดที่สำคัญอีกมากมาย เราจะสร้างรายได้ให้ชาวฝั่งธนไม่ต่ำกว่าปีละ 50,000 ล้านบาท จากโครงการ”Canal town”

จากนั้นลงเรือ คุณหญิงสุดารัตน์ และทีมผู้สมัครพรรคไทยสร้างไทยฝั่งธนบุรี ได้ขึ้นรถแห่จาก วัดบางไทร ไปยังเขตบางพลัด และขึ้นเวทีปราศรัย ร่วมกับ นายณัฐวัฒน์ พอใช้ได้ ผู้สมัคร สส. เขต 33 เบอร์12 ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจลุยหาเสียงฝั่งธนบุรี ซึ่งใช้เวลาตลอดทั้งวัน

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนบุรี Canal town แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกคุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนบุรี Canal town แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

คุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนบุรี Canal town แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกคุณหญิงสุดารัตน์ นำทัพลุยหาเสียงทางน้ำ ชูคลองฝั่งธนบุรี Canal town แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

‘กรณ์’ ประกาศรื้อโครงสร้าง ‘สลากกินแบ่ง’ เพิ่มโอกาสคนไทยเป็นเศรษฐี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546948

16 เม.ย. 2566

'กรณ์' ประกาศรื้อโครงสร้าง 'สลากกินแบ่ง' เพิ่มโอกาสคนไทยเป็นเศรษฐี

‘กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า’ ประกาศรื้อโครงสร้าง ‘สลากกินแบ่ง’ ” เพิ่มโอกาสประชาชนเป็นเศรษฐี คืนเงิน 5,500 ล้านบาทต่อปีให้คนไทย ผ่านรางวัลแจ็กพอต 

พรรคชาติพัฒนากล้า ถือฤกษ์ดีวันหวยออก 16 เมษายน 2566 แถลงนโยบาย “รื้อโครงสร้างสลากกินแบ่งรัฐบาล” หวังเพิ่มโอกาสให้คนไทยมีโอกาสได้เป็นเศรษฐี

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคฯ แถลงว่า วลีอมตะที่เรามักได้ยินมาเสมอคือ  คนรวยเล่นหุ้น คนจนเล่นหวย ซึ่งหุ้นยิ่งเล่นยิ่งรวย แต่หวยประชาชนทั่วไป ซื้อความหวังด้วยการซื้อลอตเตอรี่

'กรณ์' ประกาศรื้อโครงสร้าง 'สลากกินแบ่ง' เพิ่มโอกาสคนไทยเป็นเศรษฐี

และมันก็ไม่มีค่าเมื่อไม่ถูกรางวัล ระบบสลากกินแบ่งถึงเวลาต้องเปิดโปง ถึงเวลาที่จะต้องมารื้อโครงสร้างสลากกินแบ่ง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนในฐานะผู้เล่นมากขึ้น 

นายกรณ์ อธิบายว่า ปี 2557 มีลอตเตอรี่ขายงวดละเพียงแค่ 37 ล้านใบ เพิ่มขึ้นทุกปีเป็น 100 ล้านใบ ด้วยเหตุผลข้ออ้างของฝ่ายรัฐบาลว่าต้องการเพิ่มปริมาณเพื่อต่อสู้กับลอตเตอรี่ราคาแพง คือหวังว่าปริมาณเพิ่มขึ้นแล้วราคาลอตเตอรี่จะลดลง

แต่ผลก็ตามที่เห็นกันว่าลอตเตอรี่ที่ซื้อขายตามแผง ราคาไม่ได้ลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ใบละ 100 บาท ซี่งเมื่อมาเจาะลึกจากผลของการเพิ่มจำนวนลอตเตอรี่ ใครได้ประโยชน์บ้างและมหาศาล 

'กรณ์' ประกาศรื้อโครงสร้าง 'สลากกินแบ่ง' เพิ่มโอกาสคนไทยเป็นเศรษฐี

ปี 2557 – 2565 แบ่งเป็นส่วนกำไรของกองสลาก เงินที่เป็นรายได้ส่งเข้าแผ่นดิน และส่วนยอดขายหรือรายได้ของกองสลาก ยอดขายปี 2557 มีรายได้โดยรวมของกองสลากอยู่ที่ประมาณ 60,000 กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 170,000 ล้านบาท ในปัจจุบัน ในช่วงเวลาเดียวกัน รายได้ที่ส่งเข้ารัฐ อยู่ทีประมาณ 14,000 ล้านเพิ่มขึ้นมา เป็น 44,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30,000 ล้านบาท

ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกัน กำไรของสำนักงานกองสลาก แต่ก่อน 1,000 ล้านต่อปี เพิ่มขึ้นมาจนปีล่าสุด อยู่ที่ระดับ 6,000 กว่าล้านต่อปี

นี่คือสาเหตุ ที่เรามองว่าถึงเวลาที่เราควรต้องคืนรายได้ คืนกำไรส่วนนี้ ซึ่งล้วนเก็บได้จากประชาชนคนไทย 20 ล้านคนที่ซื้อลอตเตอรี่ทุก ๆ 16 วัน กลับคืนให้ประชาชน

ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา รัฐมีรายได้ 3.2 เท่า กองสลากกำไรเพิ่มขึ้น 5.8 เท่า แต่ราคาลอตเตอรี่ก็ยังแพงอยู่ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซ้ำแล้วกองสลาก เพิ่งได้ขอมติจากคณะรัฐมนตรี ได้รับอนุมัติอย่างเป็นหลักการที่จะเพิ่ม สินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตจะมีล็อตโต้ 6 เบอร์

และจะมีสิ่งที่เรียก 3 ตัว N3 เป็นผลิตภัณฑ์เพิ่ม ซึ่งก็ยิ่งทำให้เพิ่มรายได้ให้กับกองสลากเพิ่มขึ้น เป็นเหตุที่เราต้องมาทบทวนเพื่อแบ่งปันกำไร วันนี้ ประเด็นที่อยากเสนอเพิ่มเติม จากงวดที่เพิ่งผ่านมา

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า อันดับแรกขอให้ประชาชนซื้อลอตเตอรี่ผ่านแอปเป๋าตัง จะทำให้ระบบสามารถจะระบุได้ว่าผู้ซื้อมีภูมิลำเนาในจังหวัดใด โดยยึดตามบัตรประชาชน

วิธีการที่จะกำหนดว่าเราจะได้รางวัลหรือไม่ในแต่ละจังหวัดคือ อิงกับรางวัลที่ 1 เลข 6 ตัวในแต่ละงวด ง่าย ๆ คือ เลขที่ใกล้รางวัลที่ 1 ที่สุดไม่ว่าจะบนหรือล่างของรางวัลที่ 1

“ยกตัวอย่างเหมือนเราตีกอล์ฟ ให้ใกล้หลุมบาท และในรายที่ตีตกทราย ตกน้ำ ไม่ได้หมายความว่าท่านไม่มีสิทธิ เพราะหากไม่มีใครที่ตีได้ใกล้หลุมเท่าท่าน ๆ ก็มีสิทธิได้รางวัล วิธีการนี้จะทำให้เราสามารถคืนกำไรที่ 5,500 บาทคืนคนไทย นอกจากนี้ยังสามารถนำกำไรจากการขายลอตเตอรี่ของรัฐไปสนับสนุนทุนการศึกษา และทุนธุรกิจสร้างสรรค์ได้ เพื่อส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ขึ้นมาในสังคมของเรา ” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว  

ผู้สื่อข่าวาถามว่า โครงการนี้ เป็นการมอมเมาประชาชนหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า การมอมเมามันน่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่การเพิ่มจำนวนล็อตเตอรี่ แต่เราไม่เพิ่ม แต่เราเสนอว่าการแบ่งควรแบ่งในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ถ้ารัฐงดที่จะจ่ายค่าการตลาดที่รัฐบาลขายเองบนแอปเป๋าตังใบละเกือบ 10 บาท

เงินส่วนนั้นก็จะเพียงพอต่อการที่จะมาจ่ายรางวัลเพิ่มในส่วนของรางวัลแจ็คพอต 1 ล้านบาทที่ชาติพัฒนากล้ากำลังเสนอ เพราะฉะนั้นไม่มีผลต่องบประมาณ และไม่มีผลต่อการส่งเงินเข้ารัฐ

และเรื่องนี้ได้หารือกับผู้ออกแบบแอปเป๋าตังแล้วว่า โครงการนี้ทำได้ และคำถามที่มักเจอบ่อยคือ ทำไมเป็นรมว.คลังไม่ทำ ก็ต้องบอกว่า รายได้กองสลากไม่ได้มีมากขนาดนี้ และขณะนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีที่เอื้อให้ทำได้

ภาคเหนือตอนล่างเดือด! ‘สมศักดิ์’ ประกาศ ‘ล้มบ้านใหญ่’ ให้สูญพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546947

16 เม.ย. 2566

ภาคเหนือตอนล่างเดือด! 'สมศักดิ์' ประกาศ 'ล้มบ้านใหญ่' ให้สูญพันธุ์

แกนนำเพื่อไทย ลุยหาเสียงภาคเหนือตอนล่างเดือด! ‘สมศักดิ์’ ประกาศ ล้มบ้านใหญ่ให้สูญพันธุ์ มั่นใจ กวาดเก้าอี้เพิ่มได้เท่าตัว ปลื้มโพลแคนดิเดตนายกฯ คะแนนเพิ่มขึ้น ลั่นแลนด์สไลด์แน่

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย และอดีตสส.หลายสมัย ลงพื้นที่โรงแรมวังจันทร์ริเวอร์วิว อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อปราศรัยช่วย น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก เขต 1 เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย โดยมี นายนพพล เหลืองทองนารา เขต 2 เบอร์ 10 นายจเด็ศ จันทรา เขต 3 เบอร์ 2 น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เขต 4 เบอร์ 5 และ นายธนวิน โรจน์สุนทรกิตติ เขต 5 เบอร์ 7 เข้าร่วมด้วย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน

ภาคเหนือตอนล่าง ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์แน่

โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสดี ที่ได้มาพบกับพี่น้องประชาชน เพื่อนำเสนอนโยบายดีๆ ของพรรคเพื่อไทย รวมถึงจากการฟัง น.ส.ณัฐทรัชต์ ปราศรัย ตนมั่นใจว่า ได้เป็นดาวสภาอย่างแน่นอน เพราะพูดจาเข้าใจง่าย เป็นกันเอง จึงอยากขอโอกาส ให้เป็นผู้แทนของชาวพิษณุโลก 

ส่วนกระแสนิยมของพรรคเพื่อไทยในแต่ละเขต ยืนยันว่า ไม่เป็นรองใคร แต่การจะรักษากระแสไว้ได้ ต้องขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนด้วย โดยในช่วงที่ผ่านมา ตนมีโอกาสเดินทางไปหลายเขต ในภาคเหนือตอนล่าง พี่น้องประชาชนให้การตอบรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยอย่างดียิ่ง ตั้งแต่ตนสมัคร สส. ปี2526 ยังไม่เคยเห็นประชาชนชื่นชอบนโยบายของพรรคการเมืองไหน มากเท่าพรรคเพื่อไทยขนาดนี้ ทำให้เรื่องแลนด์สไลด์ก็ไม่ใช่สิ่งที่พูดเล่น แต่จะเป็นจริงอย่างแน่นอน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย

ผู้สมัคร สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทยผู้สมัคร สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย

‘สมศักดิ์’ ประกาศ‘ล้มบ้านใหญ่’

นายสมศักดิ์ ยังฉายภาพรวมการลงพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างว่า ตนเดินทางร่วมกับนายสุธรรม มาแล้ว 7 จังหวัด อย่างละ 2 รอบ น่าภาคภูมิใจเพราะพี่น้องประชาชนตอบรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนมาก โดยบางจังหวัดที่คิดว่าเป็นเมืองปิด แต่เมื่อไปสัมผัสแล้ว พบว่า พี่น้องประชาชนตอบรับอย่างล้นหลาม 

ทำให้มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทย จะได้ผู้แทนในภาคเหนือตอนล่างเพิ่มขึ้นเท่าตัว กลุ่มบ้านใหญ่แต่ละจังหวัดแทบจะหมดไป ทำให้คำว่าแลนด์สไลด์จะเกิดขึ้นจริง ดังนั้น จากนี้ มีเวลากว่า 1 เดือน ได้เน้นย้ำกับผู้สมัคร สส. อย่าประมาท ให้ลงพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรค และสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน 

ส่วนผลสำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล ตนมองว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย มีความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะเรามีแคนดิเดตถึง 2 คน ที่ติดโผ โดยเมื่อนำตัวเลขของทั้ง 2 คน มารวมกัน จึงนับว่า เป็นความนิยมที่สูงขึ้นนับจากการสำรวจครั้งที่ผ่านมา

นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย นายสุธรรม แสงประทุม แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย

ขณะที่นายสุธรรม กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย มีรากฐานมาจากพรรคไทยรักไทยเคยทำนโยบายสำเร็จจำนวนมาก เช่น กองทุนหมู่บ้าน ที่ไม่ต้องให้พี่น้องประชาชนไปกู้นอกระบบ ซึ่งใช้ได้จนถึงปัจจุบัน แต่เมื่อถูกยึดอำนาจ เขาก็ไม่ต้องการช่วยเหลือคนจน จึงไม่รดน้ำพรวนดินกองทุนหมูบ้านต่อ แต่พรรคเพื่อไทย ที่นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะเข้ามารับหน้าที่แบกทุกข์ และแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อ เหมือนความสำเร็จในอดีตของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ดังนั้น วันนี้ พี่น้องประชาชน ไม่ต้องให้ยศพลเอกมานำเราอีกต่อไป เพราะในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ก็ต้องตกอยู่ในความลำบาก จากเศรษฐกิจตกต่ำ พรรคเพื่อไทยจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งหมด

อีกทั้ง บรรยากาศการหาเสียงวันนี้ ทำให้ตนนึกถึงบรรยากาศในช่วงพรรคไทยรักไทย ที่ได้นำสเนอนโยบาย แล้วพี่น้องประชาชนตอบรับอย่างมาก จนสุดท้ายสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ 

กระแสพรรคเพื่อไทยวันนี้ คล้ายในสมัยพรรคไทยรักไทย จึงทำให้เห็นพลังที่พุ่งแรง บวกกับได้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เป็นรัฐบาลทุกครั้ง เข้ามาช่วยขับเคลื่อน จึงทำให้มั่นใจว่า สามารถชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ได้ เพราะจากการลงพื้นที่ ได้เห็นแววตาผู้คนที่ได้ฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทย

เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจมาก เพราะเป็นการร่วมมือระหว่างพี่น้องประชาชน กับพรรคการเมืองอย่างแท้จริง ที่ได้ร่วมกันสร้างพรรคของประชาชน ทำให้ครอบครัวใหญ่แต่ละจังหวัด จะแพ้ครอบครัวเพื่อไทย อย่างแน่นอน

ยาเสพติดหมด-กัญชาเอาคืนไป

น.ส.ณัฐทรัชต์ กล่าวว่า การมาพบกันวันนี้ เพราะเรามีหัวใจเดียวกัน อีก 28 วัน ก็จะถึงวันที่จะตัดสินอนาคตของพวกเราอีกครั้ง โดย 8 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า พี่น้องประชาชน ต้องเจอปัญหารายได้ลดลง ทำการเกษตรก็ไม่ได้กำไร แถมยังต้องเป็นหนี้อีก ดังนั้น พรรคเพื่อไทย เราจะปั้มหัวใจเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นด้วยหลายนโยบาย และหลังจากเศรษฐกิจดี คุณภาพชีวิตก็ต้องดีด้วย เพราะปัจจุบันเรามักจะเห็นข่าว ผู้เสพยาเสพติดก่อเหตุสะเทือนขวัญ 

โดยพรรคเพื่อไทยกลับมา ยาเสพติดต้องหมดไป พร้อมเอากัญชาคืนไป รวมถึงหมดปัญหาระบบสุขภาพ ซึ่งไม่ต้องไปนั่งรอโรงพยาบาลตั้งแต่ตีสี่ แต่กว่าจะได้ตรวจก็ช่วงบ่ายถึงค่ำอีกแล้ว

จากนั้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางต่อไปที่ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เพื่อปราศรัยช่วย นายจักรวาล ชัยวิวัฒน์นุกูล ผู้สมัคร สส. สุโขทัย เขต 4 เบอร์ 5 โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักเช่นกัน มีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยกว่า 1,000 คน

มีประชาชนเข้าร่วมฟังปราศรัย กว่า 1,000 คนมีประชาชนเข้าร่วมฟังปราศรัย กว่า 1,000 คน

ครั้งแรก ‘สุวัจน์’ นำทีม ‘โคราชคัมแบ็ค’ เปิดเวทีปราศรัย 19 เม.ย. 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546941

16 เม.ย. 2566

ครั้งแรก 'สุวัจน์' นำทีม 'โคราชคัมแบ็ค' เปิดเวทีปราศรัย 19 เม.ย. 66

‘สุวัจน์’ นำทัพขุนพลพรรคชาติพัฒนากล้า ทีม’โคราชคัมแบ็ค’ เปิดเวทีปราศรัยโคราช ครั้งแรก สนาม เขต 4 อ.สูงเนิน ชูนำเศรษกิจยุคทองกลับคืนมา

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่าในวันที่ 19 เม.ย. 2566 เวลา 15.00-18.30 น.พรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.)จะจัดปราศรัยครั้งแรกในเขตอำเภอสูงเนิน​ จ.นครราชสีมา นำโดย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค นพ.วรรณรัตน ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค พ.อ.วินัย สมพงษ์ ที่ปรึกษาพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค 

พร้อมผู้สมัคร สส. เขต1​ นายวัชรพล​ โตมรศักดิ์​ รองหัวหน้าพรรค​ ผู้สมัคร​ สส.​ เขต​ 2​ และ​ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ผู้สมัคร เขต 4 ( อ.สูงเนิน ) พร้อมด้วย ผู้สมัคร สส. พรรคชาติพัฒนากล้า จ.นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต

เปิดไทม์ไลน์’ชาติพัฒนากล้า’ปราศรัยครั้งแรก

โดยก่อนการปราศรัย เวลา 15.30 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค พร้อมด้วยผู้บริหารพรรค และผู้สมัคร สส. จ.นครราชสีมา จะเดินทางไปสักการะพระนอน (พระนอนหินทราย อายุกว่า 1300 ปี) วัดธรรมจักรเสมาราม ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา

ทีมโคราชคัมแบ็ค  พรรคชาติพัฒนากล้าทีมโคราชคัมแบ็ค พรรคชาติพัฒนากล้า

จากนั้นในเวลา 16.00 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค พร้อมด้วย ผู้บริหารพรรค และ ผู้สมัคร สส.จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชน บริเวณ ตลาดสดสูงเนิน

และในเวลา 17.30 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรค และผู้สมัคร สส.จังหวัดนครราชสีมา เปิดเวทีปราศรัยครั้งแรก อำเภอสูงเนิน ของพรรคชาติพัฒนากล้า ณ ศาลเอนกประสงค์ เทศบาลตำบลกุดจิก อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา นโยบายที่สำคัญในการปราศรัย ของพรรคชาติพัฒนากล้ากับชาวโคราช ชูนโยบายที่จะนำเศรษฐกิจยุคทอง กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้านายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า

‘ชวน หลีกภัย’ ติง ‘นโยบายประชานิยม’ ต้องไม่เป็นภาระประชาชนผู้เสียภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546938

16 เม.ย. 2566

'ชวน หลีกภัย' ติง 'นโยบายประชานิยม' ต้องไม่เป็นภาระประชาชนผู้เสียภาษี

‘ชวน หลีกภัย’ ติง ‘นโยบายประชานิยม’ ต้องไม่เป็นภาระประชาชนผู้เสียภาษี ไม่สร้างความเสียหายในอนาคต ไม่กู้เงินมาแจก ที่สำคัญต้องไม่ผูกพันถึงรุ่นต่อๆไป รายจ่ายต้องสัมพันธ์กับรายได้

นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ระหว่างลงพื้นที่ซอยสุขสวัสดิ์ 26 เขตราษฎร์บูรณะ ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส. กทม. หมายเลข11 เขตธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ ของพรรคหาเสียงในการเลือกตั้ง2566

โดยนายชวน กล่าวถึง นโยบายประชานิยม หาเสียงแจกเงินของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าเรื่องนี้ต้องดูไปแต่ละประเด็น ซึ่งประเด็นของพรรคอื่นๆคิดว่า ผู้ใหญ่ในพรรคได้พูดกันไปแล้ว แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ตนรู้สึกภูมิใจที่ ที่แต่ละนโยบายแม้จะต้องใช้เงินแต่ไม่ได้ผูกพันงบประมาณแผ่นดินจนถึงขนาดเสียหาย 

เช่น นโยบายนมโรงเรียน สมัยตนเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนแรกเริ่มฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ตอนนี้เป็นนโยบายที่ส่งผลประโยชน์อย่างมหาศาล คนไทยมีสุขภาพแข็งมากขึ้น 

หรือแม้แต่ นโยบายกองทุน กยศ. ที่ให้โอกาสคนได้เข้าถึงการศึกษา ดังนั้น โครงการต่างๆที่ต้องใช้งบประมาณต้องดูให้รอบคอบว่ามันจะไม่มีผลผูกพัน หรือทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไปในทางเสียหาย เช่น ถ้ามีคนไม่อยากทำงานเพราะรอแจกเงิน จะทำให้เสียหายมาก เพราะประเทศต้องสร้างคนให้มีคุณภาพ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

นายชวน หลีกภัย ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส. กทม.หาเสียงนายชวน หลีกภัย ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส. กทม.หาเสียง

นายชวน หลีกภัย ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส. กทม.หาเสียงนายชวน หลีกภัย ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส. กทม.หาเสียง

นายชวน ยังกล่าวด้วยว่า นโยบายแจกเงินต่างๆสุดท้ายก็อาจจะกลายเป็นภาระ ของประชาชนที่เสียภาษี หรือไม่ก็ต้องไปกู้มาจนเป็นพันธะผูกพันไปถึงรุ่นต่อๆไป 

ส่วนตัวเห็นว่านโยบายต้องมีทั้งรายจ่ายและรายรับเดินไปด้วยกัน เพราะกฎหมายบังคับไว้แล้ว การจะจ่ายอะไรต้องแสดงที่มาให้ชัดเจน เพราะในการปฏิบัติจริงไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้

นายชวน หลีกภัย ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส. กทม.หาเสียงนายชวน หลีกภัย ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส. กทม.หาเสียง

นายชวน หลีกภัย ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส. กทม.หาเสียงนายชวน หลีกภัย ช่วย น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส. กทม.หาเสียง

‘กกต.’ เตือนข้อพึงระวังหาเสียง ผู้สมัคร สส.-พรรคการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546933

16 เม.ย. 2566

'กกต.' เตือนข้อพึงระวังหาเสียง ผู้สมัคร สส.-พรรคการเมือง

‘กกต.’ เตือนข้อพึงระวังในการหาเสียง ผู้สมัคร สส.- พรรคการเมือง ไฟเขียวจัดทำเอกสารที่มีการกากบาท ในช่องลงคะแนนเลือกตั้งได้ แต่ห้ามมีขนาดลักษณะ หรือสีที่คล้ายกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง2566 ทุกพรรคการเมืองลุยพื้นที่หาเสียงกันคึกคัก หลังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  หรือกกต.ได้ออกประกาศ ‘บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ’ โดยบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ‘สีม่วง’ และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ‘สีเขียว’ ไปเมื่อ 15 เม.ย. 2566 ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงภายหลังจากที่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ สีบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ให้ทราบโดยทั่วกัน

โดยขอย้ำเตือนผู้สมัคร สส. และพรรคการเมืองควรพึงระวังในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถจัดทำเอกสารที่มีการกากบาทในช่องลงคะแนนเลือกตั้งให้กับตนเอง เพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเองได้

แต่การจัดทำเอกสารดังกล่าวต้องไม่มีขนาดลักษณะ หรือสีที่คล้ายกับบัตรเลือกตั้ง

'กกต.' เตือนข้อพึงระวังหาเสียง ผู้สมัคร สส.-พรรคการเมือง

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจนำมาเป็นเหตุในการสืบสวน หรือไต่สวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและ การวินิจฉัยชี้ขาดได้

สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการหาเสียงได้จากระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565

‘พิธา-อุ๊งอิ๊งค์’ ทิ้งห่าง ‘ประยุทธ์’ นายกรัฐมนตรี จากผลสำรวจ ‘นิด้าโพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546928

16 เม.ย. 2566

'พิธา-อุ๊งอิ๊งค์' ทิ้งห่าง 'ประยุทธ์' นายกรัฐมนตรี จากผลสำรวจ 'นิด้าโพล'

พรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำโด่ง ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต-สส.บัญชีรายชื่อ จากผลสำรวจ ‘นิด้าโพล’ พบ ‘พิธา’ คะแนนนิยมเพิ่มตีคู่ ‘อุ๊งอิ๊งค์’ แต่ทิ้งห่าง ‘ประยุทธ์’ ชิง ‘นายกรัฐมนตรี’ เกือบเท่าตัว

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง“ศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 2”ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3-7 เม.ย. 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 2 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็น จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็น’นายกรัฐมนตรี’ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 35.70 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย)
  • อันดับ 2 ร้อยละ 20.25 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) 
  • อันดับ 3 ร้อยละ 13.60 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) 
  • อันดับ 4 ร้อยละ 6.10 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 6.05 ระบุว่าเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน (พรรคเพื่อไทย) 
  • อันดับ 6 ร้อยละ 4.15 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) 
  • อันดับ 7 ร้อยละ 3.45 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) 
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.55 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) 
  • อันดับ 9 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) 
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.95 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) 
  • อันดับ 11 ร้อยละ 1.45 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) 

และร้อยละ 2.55 ระบุอื่น ๆ ได้แก่

  • พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ)
  • นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ)
  • นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา)
  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี)
  • นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า)
  • นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
  • นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) และ
  • นายบุญรวี ยมจินดา (พรรครวมใจไทย)
'พิธา-อุ๊งอิ๊งค์' ทิ้งห่าง 'ประยุทธ์' นายกรัฐมนตรี จากผลสำรวจ 'นิด้าโพล'

พรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น สส.แบบแบ่งเขต พบว่า 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 47.20 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย 
  • อันดับ 2 ร้อยละ 21.20 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล 
  • อันดับ 3 ร้อยละ 10.80 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ 
  • อันดับ 4 ร้อยละ 4.75 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.75 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย 
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.75 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ 
  • อันดับ 7 ร้อยละ 2.15 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.10 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ 
  • อันดับ 9 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย 
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า 

และร้อยละ 1.75 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคสร้างอนาคตไทย และพรรคเทิดไท

พรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 47.00 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย 
  • อันดับ 2 ร้อยละ 21.85 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล 
  • อันดับ 3 ร้อยละ 11.40 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ 
  • อันดับ 4 ร้อยละ 4.50 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.00 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย 
  • อันดับ 6 ร้อยละ 2.65 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 
  • อันดับ 7 ร้อยละ 2.35 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ 
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.10 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย 
  • อันดับ 9 ร้อยละ 1.80 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ 
  • อันดับ 10 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า 

และร้อยละ 1.80 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ พรรคไทยภักดี พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคสร้างอนาคตไทย และพรรคเทิดไท

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.60 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.55 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.95 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.45 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.75 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก ตัวอย่าง ร้อยละ 48.10 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.90 เป็นเพศหญิง

ตัวอย่าง ร้อยละ 12.90 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.80 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.95 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.65 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 23.70 อายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่าง ร้อยละ 95.80 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.20 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.00 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ

ตัวอย่าง ร้อยละ 33.60 สถานภาพโสด ร้อยละ 64.35 สมรส และร้อยละ 2.05 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 25.20 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 34.80 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 8.80 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 26.65 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.55 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ตัวอย่าง ร้อยละ 9.75 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 15.45 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.25 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 12.95 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.45 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 18.90 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 6.25 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 22.05 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 20.60 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 27.65 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 9.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 4.60 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 4.65 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 10.70 ไม่ระบุรายได้

ทีมา: นิด้าโพล