‘บิ๊กป้อม’ โผล่วิดีโอคอล ปิดสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว ลั่นพร้อมเป็นนายก (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546920

16 เม.ย. 2566

'บิ๊กป้อม' โผล่วิดีโอคอล ปิดสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว ลั่นพร้อมเป็นนายก (คลิป)

ฮือฮา กลางงานสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว เมืองขอนแก่น เมื่อ ‘พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ’ ปรากฏกายผ่านวิดีโอคอล ปิดงานผ่านจอยักษ์ท่ามกลางคนร่วมงานนับแสนคน

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แม้ไม่ได้เดินเท้าเล่นน้ำสงกรานต์เหมือนกับนักการเมืองคนอื่นๆ แต่ยังใช้โอกาสเทศกาลสงกรานต์นี้ สร้างความฮือฮา

'บิ๊กป้อม' โผล่วิดีโอคอล ปิดสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว ลั่นพร้อมเป็นนายก (คลิป)

เมื่อพลเอกประวิตรได้ปรากฏกายผ่านระบบวิดีโอคอลไปยังเวทีเทศกาลดอกคูณ เสียงแคน ถนนข้าวเหนียว อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นการจัดเวทีปิดงานวันสงกรานต์ในจ.ขอนแก่น โดยวันนี้มีประชาชนมาร่วมงานนับแสนคน เมื่อค่ำวันที่ 15 เมษายน 2566

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่พลเอกประวิตรวิดีโอคอลเข้ามาในพื้นที่บนจอยักษ์ของงาน ประชาชนโห่ร้องและตบมือให้กำลังใจพลเอกประวิตรอย่างคับคั่ง  

'บิ๊กป้อม' โผล่วิดีโอคอล ปิดสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว ลั่นพร้อมเป็นนายก (คลิป)

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวอวยพรวันสงกรานต์ว่า   พี่น้องประชาชนชาวขอนแก่นและอีสานรวมทั้งคนไทยทั่วประเทศ  อวยพรขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ และมีความสุขในปีใหม่นี้ตลอดไป  ขอให้โชคดีและ หลังการร่วมทำบุญกับครอบครัว ขอให้เดินทางอย่างปลอดภัย  

พลเอกประวิตร กล่าวทิ้งท้ายในเชิงหาเสียงว่า พร้อมดูแลชาวอีสานและสี่ปีข้างหน้า หากประชาชนอยากให้ทำงาน แต่จะได้ทำงานเป็นนายกฯหรือไม่ อยู่ที่ประชาชนทั่วประเทศและชาวอีสานว่าจะเลือกหรือไม่

“หากทุกคนเลือก ผมก็พร้อมรับใช้ทุกคนทั่วประเทศให้มีความสุข วันนี้ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ”

อดใจรอ ‘เนชั่นโพล’ 18 เม.ย.นี้ เปิดผลสำรวจครั้งที่1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546918

16 เม.ย. 2566

อดใจรอ 'เนชั่นโพล' 18 เม.ย.นี้ เปิดผลสำรวจครั้งที่1

‘เนชั่นโพล’ เตรียมเปิดผลสำรวจครั้งที่ 1 วันอังคารที่ 18 เม.ย.66 นี้ ด้าน ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น” เผยเบื้องหลังความยากการสำรวจแบบเคาะประตูบ้าน

ศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งนี้เครือเนชั่น จับมือคณาจารย์ นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์องค์กรอิสระ และภาคเอกชน “เกาะติด” หาคำตอบแบบ “เจาะลึก”

เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลเลือกตั้งน่าเชื่อถือมากที่สุด ลึกที่สุด เข้าถึงสาธารณชนมากที่สุด ภายใต้โครงการความร่วมมือ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” 

อดใจรอ 'เนชั่นโพล' 18 เม.ย.นี้ เปิดผลสำรวจครั้งที่1

หนึ่งในโปรเจ็กต์นี้คือ “เนชั่นโพล” ที่มี ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (นมร.) นำทีมในฐานะ “ผู้อำนวยการเนชั่นโพล” 

หลังจากการแถลงเปิดตัวโครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 ทีมงานเนชั่นโพล ได้ลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเก็บข้อมูลการเลือกตั้ง

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (นมร.)  ในฐานะ "ผู้อำนวยการเนชั่นโพล" ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (นมร.) ในฐานะ “ผู้อำนวยการเนชั่นโพล”

โดยเป็นการสำรวจความเห็นของพี่น้องประชาชนแบบ “ลงพื้นที่จริง – เคาะประตูบ้านจริงๆ” จากการสุ่มตัวอย่างตามหลักวิชาการทางสถิติ เพื่อเตรียมประกาศผลโพลอย่างเป็นทางการครั้งที่ 1 ในวันที่ 18 เมษายนนี้

จากนั้นจะประกาศผลโพลโค้งสุดท้ายช่วงก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้ง 8 วันเป็นครั้งที่ 2 ทั้ง 400 เขต รวมกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจกว่า 150,000 ตัวอย่าง มากที่สุดในประวัติศาสตร์การทำโพลการเมืองของประเทศไทย

เบื้องหลังการทำเนชั่นโพล

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในฐานะผู้อำนวยการ “เนชั่นโพล” เปิดเผยถึงจุดเด่นของการลงพื้นที่เก็บข้อมูลทางตรงถึงบ้าน พร้อมถอดบทเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นว่า การทำโพลของเนชั่น เลือกวิธีการ “เดินสำรวจ” ซึ่งแตกต่างจากการใช้โทรศัพท์ที่ต้องใช้การสุ่มเบอร์โทร

แต่บางคนไม่มีเบอร์โทรศัพท์ เช่น ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้าน หรือโทรไม่ติด ก็จะทำให้ได้ผลที่แตกต่างออกไป ซึ่งการลงพื้นที่สำรวจถึงบ้าน จึงมีความแม่นยำสูงมากเมื่อนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลตามหลักวิชาการ

สำหรับความยากลำบากในการทำผลสำรวจ มีหลากหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาการทำโพลสำรวจ หากมาเช้าเกินไปประชาชนที่จะต้องไปสำรวจก็อาจจะไม่พร้อม หรือหากไปช่วงค่ำเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่ออาสาสมัคร

อดใจรอ 'เนชั่นโพล' 18 เม.ย.นี้ เปิดผลสำรวจครั้งที่1

และในช่วงนี้ที่อากาศร้อนมาก จึงอาจส่งผลต่อสุขภาพของอาสาสมัครได้ จึงต้องเลือกช่วงเวลาสาย หรือช่วงเย็น ที่ประชาชนอยู่ประจำพื้นที่มากที่สุด

หรือในบางกรณีที่ทราบมาคือ ชาวบ้านเลี้ยงสุนัขไว้จำนวนมาก จนอาสาสมัครไม่สามารถลงไปสอบถามได้ ซึ่งกรณีนี้ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าของบ้านเดิน ออกมาตอบแบบสำรวจด้วยตัวเอง

หรือบางพื้นที่ที่เปลี่ยน ก็ต้องเลือกช่วงเวลาลงสำรวจ หรือใช้อาสาสมัครมากกว่าปกติเพื่อความปลอดภัย

“การลงพื้นที่สำรวจโพลโดยใช้อาสาสมัคร จึงมีปัญหาที่หน้างานให้ได้แก้ไขอยู่ตลอดเวลา และเพื่อความเรียบร้อยในการทำงานจึงได้ให้อาสาสมัครแขวนบัตรไว้ตลอดเวลาที่ลงพื้นที่ ซึ่งอาสาสมัครกว่า 1,000 คนที่ลงพื้นที่นั้นจะต้องมีความปลอดภัยมากที่สุด”

พร้อมทั้งได้ทำเรื่องสวัสดิการให้กับอาสาสมัครทุกคน รวมทั้งจัดอบรมวิธีการเข้าไปพูดคุยกับประชาชนเพื่อสอบถามข้อมูลนำไปประกอบผลโพล โดยจะใช้วาจาที่สุภาพ แนะนำตัวให้ชัดเจน และเป็นกันเองกับพื้นที่ที่เข้าไปสำรวจ

อดใจรอ 'เนชั่นโพล' 18 เม.ย.นี้ เปิดผลสำรวจครั้งที่1

หากมีประชาชนไม่พร้อมตอบแบบสอบถาม ก็จะไม่มีการรบเร้าแต่อย่างใด แต่ก็จะหาคนถัดไปในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งยังถูกหลักการสุ่มตัวอย่างอยู่

“หากมีประชาชนไม่พร้อมตอบแบบสอบถาม ก็จะไม่มีการรบเร้าแต่อย่างใด แต่จะหาคนถัดไปในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งยังอยู่ในหลักการสุ่มตามหลักวิชาการ และสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา เป็นทีมงานหลักในการทำผลสำรวจครั้งนี้ และมีประสบการณ์การทำโพลสำรวจมากว่า 10 ปี มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ และสามารถทำให้ผลโพลมีความถูกต้องเที่ยงตรงที่สุด”

นอกจากนี้ “สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา” ซึ่งเป็นทีมงานหลักในการทำโพลสำรวจครั้งนี้ มีประสบการณ์การทำโพลมากว่า 10 ปี มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ และสามารถทำให้ผลโพลมีความถูกต้องเที่ยงตรงที่สุด

สำหรับ “เนชั่นโพล” เมื่อเทียบกับผลสำรวจของโพลสถาบันอื่นแล้ว มั่นใจว่ามีความแม่นยำ จากการร่วมมือกันระหว่าง สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา ร่วมกับ “เนชั่นทีวี 22” ทำผลสำรวจการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครเมื่อช่วงปีที่แล้ว ในการจัดอันดับความนิยมผู้ลงสมัครในครั้งนั้น สามารถทำออกมาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งก็ได้ใช้อาสาสมัครลงพื้นที่เช่นกัน

อย่างไรก็ตามจากการเฝ้าสังเกตของ “ทีมข่าวเนชั่นทีวี 22” พบว่า ยังมีปัญหาในบางจุด อาทิ ชาวบ้านยังไม่รู้เรื่องการแบ่งเขต , ในพื้นที่มีประชากรแฝง ซึ่งทำให้ไม่สามารถทำแบบสำรวจได้ , ประชาชนยังไม่รู้นโยบายของพรรคการเมือง เป็นต้น

โดยการทำผลสำรวจเนชั่นโพลจะทำ 2 รอบ โดยรอบแรกจะรวบรวมผลโพลก่อนวันที่ 11 เมษายนนี้ ส่วนในช่วงที่สองจะต้องแล้วเสร็จภายในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน

ขอบคุณข้อมูลจาก NationTV

กกต.ประกาศ ‘บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ’ สส.เขต ‘สีม่วง’ สส.บัญชีรายชื่อ ‘สีเขียว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546893

15 เม.ย. 2566

กกต.ประกาศ 'บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ' สส.เขต 'สีม่วง' สส.บัญชีรายชื่อ 'สีเขียว'

กกต.ประกาศ ‘บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ’ ระบุ บัตรเลือกตั้ง สส.เขต สีม่วง สส.บัญชีรายชื่อ สีเขียว ‘แสวง บุญมี’ ยันเปิดรับข้อมูลจากประชาชน-พรรคการเมือง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประชาสัมพันธ์สีบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ที่ใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในวันที่ 14 พ.ค. 2566 ใช้ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

ดังนี้ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือ สส.เขต เป็น “สีม่วง” และ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส.บัญชีรายชื่อ เป็น “สีเขียว”

กกต.ประกาศ 'บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ' สส.เขต 'สีม่วง' สส.บัญชีรายชื่อ 'สีเขียว'

ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งว่าในช่วงสงกรานต์นี้ ทางสนง.กกต. เปิดรับหนังสือเอกสารจากประชาชนและพรรคการเมืองต่างๆ ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและพรรคการเมืองที่ต้องการติดต่อราชการกับทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ท่านใดที่มีความประสงค์ยื่นหนังสืออาทิเช่นแจ้งผู้ช่วยหาเสียงหรือเอกสารต่างๆ สามารถยื่นได้ที่งานสารบรรณ ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาคารรัฐประศาสนภักดี เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

เลือกตั้ง66 : สรุปรายชื่อ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ จาก 43 พรรคการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546890

15 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง66 : สรุปรายชื่อ 'แคนดิเดตนายกฯ' จาก 43 พรรคการเมือง

ประกาศกกต. สรุปรายชื่อ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ หรือ รายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งหมด 43 พรรคการเมือง

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงนามในประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2566 เรื่อง การแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือที่พูดกันติดปากว่า “รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กําหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคล ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 4 – 7 เมษายน พ.ศ. 2566

จึงประกาศรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี จํานวน 43 พรรคเรียงตามลําดับตัวอักษร ดังนี้

1. พรรคก้าวไกล

  • นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

2. พรรคคลองไทย

  • นายสายัณห์ อินทรภักดิ์

3. พรรคความหวังใหม่

  • นายชิงชัย มงคลธรรม

4. พรรคช่วยชาติ

  • นางสาวนงนุช บัวใหญ่

5. พรรคชาติไทยพัฒนา

  • นายวราวุธ ศิลปอาชา

6. พรรคชาติพัฒนากล้า

  • นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ
  • นายกรณ์ จาติกวณิช
  • นายเทวัญ ลิปตพัลลภ

7. พรรคชาติรุ่งเรือง

  • นางพิมไหมทอง ศักดิพัฒโภคิน

8. พรรคท้องที่ไทย

  • นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล

9. พรรคทางเลือกใหม่

  • นายราเชน ตระกูลเวียง

10. พรรคไทยก้าวหน้า

  • นายวัชรพล บุษมงคล
  • พลเอก สิทธิ์ สิทธิมงคล

11. พรรคไทยชนะ

  • หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล

12. พรรคไทยธรรม

  • นายกิตติกร วิชัยเรื่องธรรม
  • นายอโณทัย ดวงดารา
  • นางสาวรัตติกาล โสวะภาส

13. พรรคไทยเป็นหนึ่ง

  • พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์

14. พรรคไทยพร้อม

  • นายวิทยา อินาลา
  • นายวิษณุ กรองกันภัย

15. พรรคไทยภักดี

  • นายวรงค์ เดชกิจวิกรม

16. พรรคไทยศรีวิไลย์

  • นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

17. พรรคไทยสมาร์ท

  • นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์

18. พรรคไทยสร้างไทย

  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
  • นายสุพันธุ์ มงคลสุธี
  • นาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี

19. พรรคแนวทางใหม่

  • นายยุทธนา รักชลธี

20. พรรคประชากรไทย

  • นายคณิศร สมมะลวน
  • นางสาวภคมน วงศ์ใหญ่
  • นายหรรษธร ณรงค์

21. พรรคประชาชาติ

  • นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
  • พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง

22. พรรคประชาไทย

  • นายบุญยงค์ จันทร์แสง

23. พรรคประชาธิปไตยใหม่

  • นายสุรทิน พิจารณ์

24. พรรคประชาธิปัตย์

  • นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

25. พรรคประชาภิวัฒน์

  • นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
  • พลตรี ไชยนาจ ญาติฉิมพลี

26. พรรคเปลี่ยนอนาคต

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) อัครนันท์ อริยศรีพงษ์

27. พรรคพลัง

  • นายชัยยพล พสุรัตน์บรรจง
  • นายลิขสิทธิ์ ใสกระจ่าง

28. พรรคพลังประชารัฐ

  • พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

29. พรรคพลังปวงชนไทย

  • นายทิฐิวุฒิ ศรีมานพ

30. พรรคพลังเพื่อไทย

  • นายเอกวรพงศ์ อํานวยทรัพย์
  • นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์
  • นางสาวปภาดา ถาวรเศรษฐ

31. พรรคพลังสังคม

  • นางณฐพร ชลายนนาวิน

32. พรรคพลังสังคมใหม่

  • นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ

33. พรรคเพื่อชาติ

  • นายเรวัต วิศรุตเวช
  • ร้อยเอก จารุพล เรื่องสุวรรณ

34. พรรคเพื่อชาติไทย

  • นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล

35. พรรคเพื่อไทย

  • นางสาวแพทองธาร ชินวัตร
  • นายเศรษฐา ทวีสิน
  • นายชัยเกษม นิติสิริ

36. พรรคเพื่ออนาคตไทย

  • นายประเสริฐ เลิศยะโส

37. พรรคภูมิใจไทย

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล

38. พรรคมิติใหม่

  • นายปรีชา ไข่แก้ว

39. พรรครวมไทยสร้างชาติ

  • พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
  • นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

40. พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย

  • นายณัชพล สุพัฒนะ

41. พรรคราษฎร์วิถี

  • นายสุชาติ บรรดาศักดิ์

42. พรรคเสมอภาค

  • นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์

43. พรรคเสรีรวมไทย

  • พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
เลือกตั้ง66 : สรุปรายชื่อ 'แคนดิเดตนายกฯ' จาก 43 พรรคการเมือง
เลือกตั้ง66 : สรุปรายชื่อ 'แคนดิเดตนายกฯ' จาก 43 พรรคการเมือง
เลือกตั้ง66 : สรุปรายชื่อ 'แคนดิเดตนายกฯ' จาก 43 พรรคการเมือง
เลือกตั้ง66 : สรุปรายชื่อ 'แคนดิเดตนายกฯ' จาก 43 พรรคการเมือง

ที่มา : สำนักงานกกต.

เดือด ‘สุทิน’ จี้กกต.สอบ ขบวนการกวาดซื้อบัตรปชช. ‘มหาสารคามเขต 6’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546886

15 เม.ย. 2566

เดือด 'สุทิน' จี้กกต.สอบ ขบวนการกวาดซื้อบัตรปชช. 'มหาสารคามเขต 6'

‘สุทิน’ เดือด จี้กกต.สอบ ขบวนการทุจริตเลือกตั้ง66 กวาดซื้อบัตรปชช. ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า พบสนามเลือกตั้ง มหาสารคามเขต 6 ประชาชนเริ่มโวย กกต.อย่านิ่งเฉย

นายสุทิน คลังแสง ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนหลายพื้นที่ในภาคอีสานรวมทั้ง มหาสารคามเขต 6 ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของตนเอง มาหารือร้องทุกข์ว่า ถูกแกนนำบางพรรคในหมู่บ้านมาขอยืมบัตรประชาชนโดยอ้างว่าจะนำไปตรวจสอบผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้

แต่มาทราบภายหลังว่า กลุ่มคนเหล่านั้น นำบัตรประชาชนไปขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อเจ้าตัวทักท้วงกลุ่มคนเหล่านั้นก็เสนอเงินตอบแทนให้ 500-1000 บาท เพื่อแลกเปลี่ยนให้ไปใช้สิทธิล่วงหน้าและเลือกผู้สมัครพรรคตนเอง 

ประชาชนเหล่านั้นไม่ยอม ด้วยเห็นว่าเป็นการหลอกลวงและชักชวนให้กระทำการผิดกฏหมาย จึงเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวแล้ว 

จากที่ตนตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ในหลายพื้นที่ โดยผู้สมัครพรรคเดียวกันนี้กระทำเป็นกระบวนการ ตนอยากฝากไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)อย่านิ่งเฉยในเรื่องนี้ รีบสอบสวน ยับยั้งและเอาผิดกับคนกลุ่มนี้ 

“และผมตั้งข้อสังเกตุว่า การจุดประเด็นจะขอขยายเวลายื่นใช้สิทธิล่วงหน้าของกกต.จะเข้าทางพรรคการเมืองนี้หรือเปล่า ในส่วนประชาชนผู้ถูกกระทำอย่างนี้ ขอให้แจ้งความดำเนินคดีโดยแจ้งมายังผม ผมจะจัดนักกฏหมายช่วยดำเนินการให้”นายสุทินกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สนามเลือกตั้ง จ.มหาสารคาม เขต 6 นั้น ‘โก้- รัฐ คลังแสง’ ลูกชาย นายสุทิน คลังแสง ลงสมัคร สส.เขต พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 8  เป็นการแข่งขันกันระหว่าง 2 พรรคการเมืองใหญ่ ทั้งเพื่อไทย และภูมิใจไทย นับเป็นศึกสายตรงตัวแทนตระกูลการเมือง และถือเป็นยกแรกในสนามของว่าที่สส.เลือดใหม่ ที่ต่างมีหลังของบิดาเป็นกำแพงพิงใครจะคว้าชัยไปครองในศึกเลือกตั้ง2566 นี้

‘มาดามเดียร์’ เผยมีเซอร์ไพรส์แน่ ปชป.ปราศรัยใหญ่ ฝั่งธนฯ 23 เม.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546879

15 เม.ย. 2566

'มาดามเดียร์' เผยมีเซอร์ไพรส์แน่ ปชป.ปราศรัยใหญ่ ฝั่งธนฯ 23 เม.ย.นี้

เลือกตั้ง66 ประชาธิปัตย์ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน ชยิน พึ่งสาย ผู้สมัครราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ ‘มาดามเดียร์’ เผยมีเซอร์ไพรส์แน่ ปชป.ปราศรัยใหญ่ ฝั่งธนฯ 23 เม.ย. 66

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และ นายชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. กทม. เขตราษฎร์บูรณะ – ทุ่งครุ หมายเลข 7 ลงพื้นที่สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ประชาชนในพื้นที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งสะท้อนปัญหา ขอถ่ายรูปเซลฟี่ รวมไปถึงประชาชนได้ชวนคณะทำกิจกรรม อย่างเช่น เตะตะกร้อขนไก่

นายชยิน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ พบว่าในพื้นที่ตนเองนั้น มีแฟนคลับของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังคงเหนียวแน่น ทำให้ตนมีความมั่นใจในพื้นที่ 100%

ขณะที่ นายองอาจ ระบุว่า ในอดีตเราเคยมี สส. ทุกเขตในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ยกเว้นเมื่อการเลือกตั้งปี2562 ที่ไม่มี สส.ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นก็พยายามทำงานหนักอยู่ทุกพื้นที่ เนื่องจากมีสาขาพรรคและตัวแทนพรรค รวมไปถึงส.ก.ในพื้นที่ จึงเชื่อมั่นได้ว่าเราทำงานคลุกคลีกับประชาชน ประชาชนจะให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ได้กลับมาทำงานในพื้นที่กรุงเทพฯได้มากขึ้น

องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน ชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส.เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน ชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส.เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ

องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน ชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส.เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน ชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส.เขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ

นายองอาจ ยังกล่าวถึงบ้านใหญ่ม่วงศิริ ว่าเป็นอีกหนึ่งทีมงานในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ในการชิงตำแหน่งถึง 3 เขต โดยขณะนี้เขตเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลงไปมาค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นจึงพยายามรวบรวม ผู้สมัคร สส. ที่มีเครือข่ายเดียวกันมาลงสมัคร เพื่อเป็นความสะดวกในการทำงาน และเชื่อมั่นได้ว่าแม้ว่าจะมีพรรคการเมืองหลายพรรคลงรับสมัครการเลือกตั้ง แต่การที่พรรคทำงานหนักไปอย่างต่อเนื่องก็น่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชน

องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน นายชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน นายชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์

น.ส.วทันยา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเวทีปราศรัยใหญ่พื้นที่กทม.ฝั่งธนบุรี ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีกำหนดการในการปราศรัยใหญ่อีกครั้งในพื้นที่ฝั่งธนฯ วันที่ 23 เม.ย. 2566 ขณะนี้ก็มีความพร้อม 100% ส่วนหมัดเด็ดจะเป็นอะไรนั้น ขอให้ประชาชนรอฟังบนเวทีในวันนั้น และจะมีเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน

ส่วน ศ.ดร.สุชัชวีร์ ได้ระบุถึง บรรยากาศการลงพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ผ่านมา ว่า จากการได้พูดคุยกับประชาชน มีความชื่นชอบนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์มาก โดยเฉพาะ นโยบายอินเตอร์เน็ตฟรี ที่จะทำให้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ และลูกหลานเปลี่ยนไป รวมไปถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM 2.5 ซึ่งเป็นนโยบายเพื่อคนกรุงเทพมหานครจริงๆ

องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน นายชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน นายชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์

องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน นายชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์องอาจ-มาดามเดียร์-ดร.เอ้ เดินสวนธนบุรีรมย์ ขอเสียงสนับสนุน นายชยิน พึ่งสาย ผู้สมัคร สส. พรรคประชาธิปัตย์

‘รทสช.’ ตีปี๊บ ผลงาน ‘ประยุทธ์’ เศรษฐกิจฟื้น ได้เล่น ‘สงกรานต์’ ในรอบ 3 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546874

15 เม.ย. 2566

'รทสช.' ตีปี๊บ ผลงาน 'ประยุทธ์' เศรษฐกิจฟื้น ได้เล่น 'สงกรานต์' ในรอบ 3 ปี

รวมไทยสร้างชาติ ปล่อยคลิป ‘สงกรานต์’ ในรอบ 3 ปี ตีปี๊บ ผลงาน ประยุทธ์ ฟื้นเศรษฐกิจ ธุรกิจเปิด 100% จากวิกฤติโควิด ที่คนหวาดกลัว สิ้นหวัง ระบุ 3 เดือนแรกปีนี้ ชาวต่างชาติเข้าไทย กว่า 6 ล้านคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยิงคลิปชื่อ “สงกรานต์” มีเนื้อหาว่า สงกรานต์ปีนี้ คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เล่นน้ำฉลองกันอย่างเต็มที่ ได้เข้าวัดไปทำบุญ ก่อเจดีย์ทราย ลูกหลานได้กลับบ้านไปสรงน้ำ ขอพรปีใหม่จากพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย 

บรรยากาศแห่งความสุข ความอบอุ่นใจ ความสนุกสนานปกคลุมไปทั่ว ช่างแตกต่างกับเมื่อสามปีที่ผ่านมา ที่คนไทยต้อง “เว้นวรรค” อดเล่นสงกรานต์เพราะเกิดโควิด ความรู้สึกหวาดกลัว สิ้นหวัง ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เข้ามาแทนที่ความรื่นเริง บันเทิงใจแห่งเทศกาล

ทั้งนี้ เนื้อหาในคลิป “สงกรานต์” ซึ่งฉายภาพการเล่นสงกรานต์ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2566 สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่ในตอนนั้น เปรียบเทียบกับวันนี้ และบอกว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นจากฟุบแล้ว ด้วยการบริหารจัดการของรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

'รทสช.' ตีปี๊บ ผลงาน 'ประยุทธ์' เศรษฐกิจฟื้น ได้เล่น 'สงกรานต์' ในรอบ 3 ปี
'รทสช.' ตีปี๊บ ผลงาน 'ประยุทธ์' เศรษฐกิจฟื้น ได้เล่น 'สงกรานต์' ในรอบ 3 ปี

ทั้งในด้านสาธารณสุข สังคม และด้านเศรษฐกิจ ภายใต้การสั่งการของศบค. หรือศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่พลเอกประยุทธ์ เป็นผู้อำนวยการ จนสามารถนำประเทศไทยฝ่าวิกฤติโควิด ได้รับความชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก(WHO)ว่า มีระบบจัดการโควิด 19 ที่ดี และจะนำไปเป็นต้นแบบการบริหารจัดการโรคระบาดอื่นๆในอนาคต

'รทสช.' ตีปี๊บ ผลงาน 'ประยุทธ์' เศรษฐกิจฟื้น ได้เล่น 'สงกรานต์' ในรอบ 3 ปี

3 เดือนแรกของปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้วมากกว่า 6 ล้านคน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมีนาคม 2566 ปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 มาอยู่ที่ระดับ 53.8 และสูงสุดในรอบ 37 เดือนนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563

'รทสช.' ตีปี๊บ ผลงาน 'ประยุทธ์' เศรษฐกิจฟื้น ได้เล่น 'สงกรานต์' ในรอบ 3 ปี

สำหรับคลิปสงกรานต์ เป็นแคมเปญหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 22 ซึ่งได้ยิงคลิปออกมาแล้วหลายชุด ได้รับความชื่นชมอย่างมากในเรื่อง การนำเสนอที่เข้าใจง่าย ชัดเจน ไม่โกหก มีความทันสมัย สอดแทรกอารมณ์ขัน สร้างความรับรู้ใหม่ว่า 8 ปีที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ มีผลงานมากมาย ทั้งที่เป็นการแก้ปัญหาเรื้อรังที่ถูกละเลย การสร้างพื้นฐานสำหรับอนาคต และการนำประเทศไทยฝ่าวิกฤติร้ายแรงที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างเช่น วิกฤติโควิด-19

'รทสช.' ตีปี๊บ ผลงาน 'ประยุทธ์' เศรษฐกิจฟื้น ได้เล่น 'สงกรานต์' ในรอบ 3 ปี

ที่มา: พรรครวมไทยสร้างชาติ ยิงคลิปชื่อ “สงกรานต์”

ความเห็นปม ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ‘ชัยวุฒิ’ย้ำเป็นการเสียสละเพื่อชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546864

15 เม.ย. 2566

ความเห็นปม ยกเลิกเกณฑ์ทหาร 'ชัยวุฒิ'ย้ำเป็นการเสียสละเพื่อชาติ

มุมมองความเห็น นโยบาย ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ‘ชัยวุฒิ’ ชี้เป็นความจำเป็นด้านความมั่นคง ต้องปลูกฝังความรักชาติ เสียสละ ด้าน ‘พริษฐ์’ระบุ ต้องปรับเป็นสมัครใจ 100 % ชี้ การบังคับเกณฑ์ทำสูญเสียอาชีพและโอกาส

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี ได้พูดคุยเกี่ยวกับนโยบายของพรรคการเมือง ที่น่าสนใจและมีการพุดถึง คือนโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงมีการเปิดประเด็นรายการในหัวข้อ พปชร. VS ก้าวไกล มองต่าง “เลิกเกณฑ์ทหาร-แก้ 112

รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี ประเด็น พปชร. VS ก้าวไกล มองต่าง “เลิกเกณฑ์ทหาร-แก้ 112รายการคมชัดลึก เนชั่นทีวี ประเด็น พปชร. VS ก้าวไกล มองต่าง “เลิกเกณฑ์ทหาร-แก้ 112

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เพราะมีความไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว ที่ให้ข้อมูลจ่างๆ ที่คิดว่า ไม่ถูกต้อง และต้องการนำเสนอข้อมูลให้เห็นว่าการเกณฑ์ทหารยังมีความจำเป็นอยู่ ด้วยหลักใหญ่ต้องมองเรื่องความมั่นคงของประเทศ ที่จะอยู่ได้ เศรษฐกิจ ประชาชนอยู่ดีกินดี จะต้องมาจากสิ่งแรกประเทศต้องมั่นคง

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

หัวใจหลักก็คือกองทัพต้องเข้มแข็ง ในประเทศกลุ่มอาเซียนก็มีการพัฒนากองทัพให้เข้มแข็ง เพื่อให้ภูมิภาคมีความมั่นคงทางด้านการทหาร โดยเฉพาะในปัจจุบันมีเรื่องของความขัดแย้งกันระหว่างมหาอำนาจ และมีการเกิดสงครามในทวีปยุโรป ซึ่งประเทศในยุโรปก็มีความตื่นตัวในด้านการทหารกันอย่างมาก เป็นภัยที่จะคุกคามโลกอยู่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต การมีกองทัพที่เข้มแข็ง มีความมั่นคงภายในประเทศ คิดว่าเป็นความสำคัญอันดับแรก 

ต่อคำถามที่ว่าหากเปลี่ยนจากการเกณฑ์ทหาร มาเป็นรูปแบบการสมัครใจ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ในปัจจุบันก็มีรูปแบบความสมัครใจอยู่แล้ว ปี 2565 มีการสมัคร 27,000 กว่าคน เหลือจับใบดำใบแดง 3 หมื่นคน จากการความต้องการ 58,000 คน  แม้จะมีการสมัครใจแต่ยังไม่เพียงพอกับการวางแผนในการใช้งาน 
ส่วนในการที่ทำให้สูญเสียโอกาสทางหน้าที่การงาน ก็เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว เป็นข้อเท็จจริง ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง ทหารไม่พอ ก็ต้องนำประชาชนกลุ่มหนึ่งมาฝึกเพื่อเป็นทหารสำรอง รวมทั้งเป็นการฝึกวินัย ความพร้อม ถ้าเกิดมีภาวะสงคราม และเป็นการปลูกฝังค่านิยมในการเสียสละเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปลูกฝังค่านิยมรักชาติ เสียสละเพื่อชาติ เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมายาวนาน และทำพให้มีประเทศที่เข้มแข็งมาถึงวันนี้ ในเรื่องของการสูญเสียงาน ในส่วนนี้ก็เป็นงาน เพื่อความมั่นคงของชาติ เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกเกณฑ์ออกไป เพื่อไปทำหน้าที่ในกองทัพ จำนวนทหารเรื่องความมั่นคง มากไปหรือน้อยไป คงจะตอบแทนกองทัพไม่ได้ แต่ทางกองทัพก็ต้องมีการวางแผนพัฒนากองทัพ จึงเป็นที่มาว่าจะใช้ทหารเกณฑ์เท่าไหร่ 

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการรณรงค์และการสื่อสารนโยบาย พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในเรื่องขอการนำเสนอนโยบายการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ไม่ทำให้กระทบต่อความมั่นคง หรือทำให้กองทัพเข้มแข็งน้อยลง ข้อเสนอนี้ไม่ละเลิกต่อความสำคัญของความมั่นคง และในหลายประเทศทั่วโลกที่มีกองทัพ ที่ถูกจัดอันดับว่ามีความเข้มแข็งระดับต้นๆของโลก ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มีการเกณฑ์ทหาร การมีกองทัพที่เข้มแข็ง ไม่จำเป้นต้องใช้การเกณฑ์ทหาร แต่ใช้การสมัครใจได้ 

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการรณรงค์และการสื่อสารนโยบาย พรรคก้าวไกล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการรณรงค์และการสื่อสารนโยบาย พรรคก้าวไกล
การเสนอให้มีการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ของพรรคก้าวไกล ไม่ได้เท่ากับการเสนอไม่ให้มีกองทัพ ต้องการให้ยกเลิกการบังคับเกณฑ์แต่ให้ใช้วิธีการสมัครใจ และการที่มีการให้สมัครใจสมัครเป็นทหาร ไม่ได้หมายความว่ามีระบบสมัครใจ 100 % เมื่อยอดผู้สมัครใจไม่เพียงพอต่อยอดที่กองทัพต้องการ ก็ยังมีการบังคับเกณฑ์อยู่ ที่ก้าวไกลนำเสนอคือต้องใช้วิธีการสมัครใจ 100 % ไม่มีการบังคับเกณฑ์ผู้ที่ไม่สมัครใจ ด้วยเหตุผลที่ก้าวไกลมองเห็น มีความเสียโอกาส 2 ระดับ  ระดับปัจเจกบุคคล ทำให้คนๆหนึ่งเสียเสรีภาพในการประกอบอาชีพ สูญเสียโอกาสในความก้าวหน้าของการงาน สูญเสียโอกาสที่อยู่กับครอบครัว

ตนเคยไปรับราชการทหารอยู่ 6 เดือน มีเพื่อนพลทหารในค่ายหลายคน ซึ่งหลายคนหน้าที่การงานกำลังไปได้ดี มีเงินเดือนที่สูงกว่าที่ได้รับจากการเป็นทหาร ก็ต้องลาออกจากงาน พอกลับออกไปงานที่เคยทำอยู่ก็อาจจะสูญเสียไปแล้ว รวมทั้งหลายคนยังมีลูกเล็ก ก็สูญเสียเวลาที่จะใช้กับลูกไป 


การสูญเสียอีกประการ คือ การสูญเสียระดับประเทศ ในช่วงเวลาที่สังคมกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย สัดส่วนวัยทำงานน้อยลง การบังคับเกณฑ์ทหาร การดึงคนจำนวนไม่น้อยออกจากตลาดแรงงาน ทำให้เรามีสัดส่วนของวันทำงานลดน้อยลงไปอีก กำลังขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจก็ลดน้อยลงไปอีก 


ประเทศที่มีการเกณฑ์ทหารมีจำนวนที่น้อยกว่าประเทศที่ใช้วิธีสมัครใจ บางประเทศที่มีการเกณ์ทหาร 100 % อย่าง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ เป็นเพราะมีเหตุผลเฉพาะ สิงคโปร์มีจำนวนประชากรที่น้อย และ เกาหลีใต้ มีภัยความมั่นคงจากเกาหลีเหนืออย่างชัดเจน ในเรื่องของความมั่นคง ตัวเลขที่กองทัพขอทหารเกณฑ์ในแต่ละปี 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ระหว่าง 9 หมื่นถึง 1 แสนคน อีกจำนวนคือตัวเลขยอดของผู้สมัครใจ 10ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นคน เมื่อไม่ได้ยอดตามต้องการ ก็มีการบังคับเกณฑ์จำนวน 6 หมื่นคน สิ่งที่ก้าวไกลเสนอคือการทบทวนตัวเลข 2 ส่วนใหม่ เหตุผลที่เชื่อว่าการใช้ตัวเลขของยอดความสมัครใจ เพื่อพอต่อความมั่นคงของประเทศ

เหตุผลแรก ตัวเลข 1 แสนคนที่กองทัพของแต่ละปีสูงเกินไป เปรียบเทียบกับประเทศอื่น 20ปีที่ผ่านมา สัดส่วนจำนวนทหารแต่ละประเทศลดลง ด้วยภัยคุกคาม และความมั่นคงมีการเปลี่ยนรูปแบบ ในขณะที่ประเทศไทยกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งการเปรียบเทียบกับประเทศที่มีกองทัพที่เข้มแข็ง สามารถลดจำนวนทหารได้ถึง 30 -40 % เหตุผลที่สอง จำนวน 1 แสนคนที่กองทัพขอในแต่ละปี ไปทำหน้าที่อะไรบ้าง ถูกนำไปงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เช่น ยอดผี มีคนที่อาจจะโดนใบแดงเข้าไป แต่ตัวไม่ได้อยู่ในค่าย เอาเงินเดือนให้กับผู้บังคับบัญชา และเรื่องพลทหารรับใช้ รวมอยู่ใน 1 แสนคนที่กองทัพขอ เข้าไปแล้วก็ไม่ได้ทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับความมั่นคง

และเมื่อมาวิเคราะห์ดูดีๆ งานหลายอย่างสามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี วิธีการเพิ่มยอดสมัครใจเข้ารับราชการทหาร มองว่าต้องมีการยกระดับชีวิตพลทหาร เช่น เรื่องเงินเดือน ทำให้สอดคล้องกับค่าครองชีพมากขึ้น ไม่โดนหัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประกันชีวิต การรักษาพยาบาล เหมือนกับข้าราชการทั่วไป ทุนการศึกษากับบุตรหลาน เป็นต้น ความก้าวหน้าในอาชีพ ถ้าเป็นพลทหารแล้ว การไปเรียนต่อเพื่อเป็นนายสิบขึ้นไป เปิดกว้างให้แค่ไหน ความปลอดภัยในค่ายทหาร 

สวมแว่นวิชาการ วิเคราะห์จุดแข็ง – จุดอ่อน พรรคการเมือง ในศึก เลือกตั้ง2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546850

15 เม.ย. 2566

สวมแว่นวิชาการ วิเคราะห์จุดแข็ง - จุดอ่อน พรรคการเมือง ในศึก เลือกตั้ง2566

นักรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ภาพรวมทางเมืองของแต่ละพรรค ระบุ จุดอ่อนเพื่อไทย มีภาพตระกูลเจ้าของ ด้าน ก้าวไกล เกมเพดานสูง – ปาร์ตี้ลิสต์ลด ส่งผลกระทบ


นับตั้งแต่กลองศึกการเลือกตั้ง2566 ดังขึ้น การเมืองไทยก็คึกคัก แต่ละพรรคการเมือง ระดมหาเสียงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการดีเบตแสดงวิสัยทีศน์ที่เข้มข้น ดุดันไม่เกรงใจใครในแต่ละเวที ซึ่งทุกอย่างจะกลายมาเป็นข้อมูลให้ประชาชนตัดสินใจในการจะลงคะแนนให้ในวันที่ 14 พ.ค. ที่จะถึงนี้ 


ในการเลือกตั้งที่คึกคักเช่นนี้ แต่ละพรรคการเมือง มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน สะท้อนเดิมพันใครจะจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต 


ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้วิเคราะห์และประเมินภาพรวมพรรคการเมืองอย่างน่าสนใจ สะท้อนภาพแต่ละพรรคการเมืองอย่างชัดเจน 

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
พรรคเพื่อไทย ได้รับการคาดหมายว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นพรรคที่ได้คะแนนการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ส่วนจะแลนด์สไลด์หรือไม่ ก็มีหลายปัจจัย อย่างแรกความเข้มแข็งยังเหมือนเดิมหรือไม่ ด้วยการที่มีสส.ออกไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นนั้น ยังจะมีมนต์ขลังอยู่หรือไม่ เพราะเพื่อไทยผูกติดกับตระกูลชินวัตรอย่างแยกกันไม่ออก และพรรคเพื่อไทยก็สะสมนโยบายแคมเปญผลงานในอดีต การแก้ไขเศรษฐกิจแม้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นเชิงประชานิยม แต่เป็นเรื่องของปากท้องประชาชนที่สามารถเข้าถึงได้ทุกครั้ง ภาพตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย 

ถือว่าเป็นแต้มต่อทางการเมืองอย่างหนึ่ง  ซึ่งถือเป็นจุดแข็งและมีบุคลากรที่มีความหลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันแม้จะเป็นจุดแข็งแต่ก็เป็นจุดอ่อนอยู่ในที ตระกูลชินวัตรเปรียบเสมือนเจ้าของหรือมีอำนาจอยู่ภายในพรรค ก็ทำให้สามารถถูกโจมตีได้อีกด้านหนึ่ง และคะแนนในฝ่ายของอนุรักษ์นิยมก็จะไม่มีทางที่จะเทมาให้กับทางพรรคเพื่อไทย ด้วยมีความหวาดระแวงหรือมีความกังวลถ้าคุณทักษิณชินวัตรจะกลับประเทศไทยโดยไม่ถูกดำเนินคดี

ส่วนพรรคก้าวไกล หลายครั้งที่ผ่านมาในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถือว่าเป็นจุดแข็งในการหาข้อมูลในการอภิปรายไม่ว่าจะเป็นศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือว่าโดดเด่นกวาดทุกพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันมีความหนักแน่นเรื่องข้อมูล และมีความหลากหลายในเรื่องอาชีพ ซึ่งภาพลักษณ์ของ ก้าวไกล แตกต่างจากพรรคอื่นๆ ที่มีภาพของนายทุนทางการเมือง ภาพลักษณ์ที่มีถูกจริตคนชั้นกลาง หรือคนรุ่นใหม่ และแนวคิดที่ค่อนข้างจะล้ำหน้า ล้ำยุค ซึ่งอาจจะกระทบต่อความรู้สึกหวั่นไหว ของผู้ที่มีแนวคิดฝ่ายอนุรักษ์ จุดแข็งที่ต้องการปฏิรูปไปรอบด้าน ซึ่งรวมไปถึงการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ การเล่นเกมเพดานสูงลักษณะนี้ ก็กลายเป็น บูมเมอรแรง ที่สะท้อนกลับมายังพักก้าวไกลในเรื่องของเจตนาต่างๆ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การฟ้องร้องได้ในอนาคต รวมไปถึงการตีความต่างๆ 

ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นจุดอ่อนของพรรค ในเรื่องการแสดงออกของพรรคก้าวไกล บางครั้งถูกตีความว่าก้าวร้าว ในขณะเดียวกันก็สามารถตีความได้ว่าเป็นความคิดเชิงก้าวหน้า แม้จะมีจุดแข็งในเรื่องนโยบายที่น่าสนใจ แต่จุดอ่อนของพรรคก้าวไกลนั้นไม่มีหัวคะแนน ไม่มีการจัดตั้งหัวคะแนนในการเมืองแบบไทยๆ คะแนนเสียงที่ได้มาจากกระแสความนิยมของการเลือกตั้งในปี 2562 ก็อาจจะไม่เหมือนกัน จากเดิมในการเลือกตั้งปี 2562 ขณะที่ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่สามารถกวาดสส. ได้ในการเลือกตั้งแบ่งเขต 30 ที่นั่ง คาดว่าไม่น่าจะได้ถึงเป้าขณะเดียวกันในเรื่องของส.สบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ก็น่าจะได้ไม่ถึง 50 เสียงเพราะจำนวนปาร์ตี้ลิสต์ เหลือเพียงแค่ 100 ที่นั่งเท่านั้นจากเดิม 150 เสียงซึ่งจะมีผลทำให้พรรคก้าวไกลเสียเปรียบอย่างมาก


ด้านฝ่ายรัฐบาลเดิม เริ่มต้นกันที่ พรรคพลังประชารัฐ มีความพยายามที่จะรีแบรนด์ตัวเองชูตัวพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและมีภาพของความปรองดอง มีความพยายามช่วงชิงคะแนนเสียงมาจากทุกฐานการเมือง แม้ในภาพรวมพล.อ.ประวิตร อาจจะไม่สามารถสู้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แต่พล.อ.ประวิตร มีเสน่ห์ต่อนักการเมือง เป็นคนที่มีบุคลิกภาพยืนยันสัญญาคำไหนคำนั้น พยายามประนีประนอมกับทุกขั้วอำนาจทางการเมือง แม้จะถูกดึงดูด สส.ในพรรคออกไปจำนวนไม่ใช่น้อย แต่ตระกูลทางการเมืองใหญ่ๆก็ยังอยู่กับพรรค แล้วเรื่องของจุดอ่อนของพลังประชารัฐแม้จะมีความพยายามที่จะรีแบนด์แต่ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะใจคนชั้นกลางคนในเมืองได้ เพราะด้วยภาพลักษณ์ของพล.อ.ประวิตร ที่ถือว่าสูงวัยรับประกอบกับนโยบายของพรรคจากการเลือกตั้งปี 2562 ไม่สามารถทำได้จริงจึงเกิดความไม่เชื่อมั่น
ส่วน พรรครวมไทยสร้างชาติ จุดแข็งของพรรคก็คือการชูไปยังพล.อ.ประยุทธ์จั นทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ในขณะเดียวกันความเป็นจุดแข็งก็เป็นจุดอ่อนไปในตัว การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเป็นระยะเวลานาน 8-9 ปีคนทั่วไปก็เกิดอาการเบื่อ ความสดใหม่ก็ไม่สามารถที่จะสู้กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองอื่นๆได้ รวมไทยสร้างชาติ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มฝ่ายอนุรักษ์นิยม จะว่าเป็นขวาจัดสุดโต่งก็ว่าได้ ยังไม่มีความโดดเด่นในเรื่องของนโยบายทางเศรษฐกิจแต่พยายามที่จะชูความโดดเด่นในเรื่องของตัวพล.อ.ประยุทธ์ เป็นหลัก แต่เรื่องของคะแนนนิยมก็ไม่น่าจะใช้ได้อย่างเช่นวลีเรื่องความสงบจบที่ลุงตู่ ก็ไม่น่าจะใช้ได้อีกแล้ว หรือการแสดงตัวในอีกบทบาทของ พล.อ.ประวิตร ด้วยความที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ความพยายามของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คือการรวบรวมคะแนนเสียงฝ่ายอนุรักษ์นิยมไว้ที่ตัวเองทั้งหมด แต่สส.ที่ได้ย้ายเข้าร่วมสังกัดพรรคตาม พล.อ.ประยุทธ์ มาส่วนใหญ่เป็นสส.เกรดD ความต้องการที่จะหวังคะแนนเสียงจากสส. แบบแบ่งเขตและปาร์ตี้ลิสต์นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะได้มากน้อยขนาดไหน โดยเฉพาะในภาคใต้และกรุงเทพมหานคร

ด้าน พรรคภูมิใจไทย มีการดึงตัวสส. แบบแบ่งเขตเข้ามาร่วมจำนวนมาก ทำให้คาดการณ์ว่าคะแนนเสียงของภูมิใจไทยจะก้าวกระโดดจากการเลือกตั้งปี 2562 อย่างแน่นอน และนโยบายที่ผ่านมาก็สามารถทำตามบรรลุเป้าได้ แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่น นโยบายกัญชาเสรี ถ้าเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้ จุดอ่อนของภูมิใจไทยจะถูกมองว่าเป็น พรรคภูมิภาคนิยม เป็นพรรคต่างจังหวัด จริตของคนชนชั้นกลางในเมือง ยังมีความไม่ไว้วางใจภาพของ นายเนวิน ชิดชอบ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซักเท่าไหร่นัก แม้จะมีความพยายามทำการเมืองในกรุงเทพฯ มีการทำนโยบายเพื่อเอาใจคนชนชั้นกลางในเมืองมากขึ้นก็ตาม ภูมิใจไทย จะเป็นพรรคการเมืองที่มีลักษณะก้าวกระโดดแต่ในเรื่องของจุดอ่อนนั้นก็คือในเรื่องกระแสที่ถูกทางนายชูวิทย์ กมลลวิศิษฏ์ โจมตี แต่ก็ยังมีเรื่องของการทำงานของตัว นายอนุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา การทำงานนั้นมีความเป็นเอกภาพและเป็นรูปธรรม รวมทั้งการสร้างโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกระทรวงคมนาคมและก็เชื่อมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีเนื้องานเป็นลักษณะในเชิงก้าวหน้า
ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ อาจารย์วันวิชิต มองว่า ต้องขุดของเก่ามาใช้งาน ซึ่งจากการประเมินนั้นเชื่อว่าก็คงจะไม่ได้ตัวเลขเท่ากับการเลือกตั้งปี 2562 ดังนั้นการใช้งานอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคไม่ว่าจะเป็น นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึงอดีตหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน มาช่วยหาเสียงก็ถือว่าจะช่วยได้มาก โดยเฉพาะตัวใน นายอภิสิทธิ์ จะช่วยดึงคะแนนเสียงในฝ่ายอนุรักษ์นิยมมาจากทั้ง รวมไทยสร้างชาติ และ พลังประชารัฐ จึงประเมินว่าเสียงของประชาธิปัตย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่สูญพันธุ์ ดังนั้นจึงจะต้องมีการปลุกผีโดยเฉพาะในเรื่องของพรรคภูมิภาคนิยมโดยเฉพาะในภาคใต้ ก็จะสามารถได้ตัวเลขที่น่าสนใจได้

นอกจากนี้อาจารย์วันวิชิตยังได้วิเคราะห์ภาพรวมทางการเมือง ในประเด็นเรื่องของบ้านใหญ่หรือตระกูลทางการเมืองในภูมิภาคว่า พวกตระกูลทางการเมืองเขาเข้าใจระบบและปัญหาในท้องถิ่นตัวเองอย่างลึกซึ้ง ควบคุมกลไกการปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ได้ ในเรื่องของการวางตัวบุคคล เครือข่ายเครือญาติ การฝังตัวในลักษณะที่ยาวนาน ที่สำคัญด้วยระบบการเมืองของไทย มีความผูกพันในลักษณะปัจเจก มีเรื่องของบุญคุณและความผูกพัน และได้มีการร่วมกันในกิจกรรมของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง งานศพต่างๆ ก็ถือว่าเป็นความผูกพัน ที่ต่อเนื่องและตระกูลทางการเมืองเหล่านี้ ก็มีการแตกหน่อในการที่ส่งลูกหลานไปเรียนยังต่างประเทศ ซึ่งก็ทำให้รู้งานมีการพัฒนาทั้งในรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่ และนำมาปรับใช้ ดังนั้นคนทั่วๆไปที่ไม่มีระบบฐานทางการเมือง ไม่มีหัวคะแนนมาก่อน แม้ว่าจะมีภาพลักษณ์ที่ดี มีนโยบายที่ดี ก็อาจจะไม่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ดังนั้น พวกตระกูลทางการเมือ งก็จะสามารถตอบสนอง และได้รับการยอมรับของประชาชน ได้ดีกว่านักการเมืองหน้าใหม่

กกต.ไฟเขียว 67 พรรค ส่งผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ – 9 ราย คุณสมบัติไม่ผ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546846

14 เม.ย. 2566

กกต.ไฟเขียว 67  พรรค ส่งผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ - 9 ราย คุณสมบัติไม่ผ่าน

“กกต.” เห็นชอบ 67 พรรคการเมือง ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.บัญชีรายชื่อ โดยทุกพรรคต่างมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการตรวจสอบในเชิงคุณสมบัติผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 1,898 คน พบว่ามี 9 ราย ที่ไม่ผ่าน ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

“กกต.” ให้การรับรอง   67 พรรคการเมือง มีสิทธิ์ส่งชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ  ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม  ในการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 1,898 คน พบว่าเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง 1,889 คน  และไม่สามารถรับสมัครได้เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย  9 ราย ด้วยกัน  ส่วน 43 พรรค ที่ส่งบัญชีรายชื่อเสนอตัวเป็นายกรัฐมนตรี  รวม 63 คน พบว่ามีเพียง 1 รายที่ขาดคุณสมบัติ  โดยมาจากการเสนอชื่อของ พรรคราษฎร์วิถี เนื่องจากตัวบุคคลไม่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าซึ่งเป็นไปตามมาตรา 160(3)ของรัฐธรรมนูญ 60

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า “กกต.” มีมติเห็นชอบประกาศกกต.เรื่องรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.แบบบัญชี รายชื่อ (ส.ส.4/23) ประกาศกกต.เรื่องรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.บัญชีรายชื่อ(ส.ส.4/24)และประกาศกกต.เรื่อง  การแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี(ส.ส.4/31)ตามที่สำนักงานกกต.  เสนอผลการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งและการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี   โดยพบว่าทั้ง 67 พรรคการเมือง เป็นพรรคการเมืองที่มีสิทธิ์ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม  ในการสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 1,898 คน พบว่าเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง 1,889 คน  และไม่รับสมัครเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายจำนวน 9 คน    สำหรับการตรวจสอบหลักฐานการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมือง มีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในจำนวน 43  พรรคการเมืองที่มีการเสนอรวม 63 คน นั้น พบว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามจำนวน 62 คน และเป็นผู้ขาดคุณสมบัติจำนวน 1 คน  คือนายรัฐฐาน์ พีรวิชญ์ธนาภัค สังกัดพรรคราษฎร์วิถี เนื่องจากไม่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าซึ่งเป็นไปตามมาตรา 160(3)ของรัฐธรรมนูญ 60

ทั้งนี้ในส่วนของการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจะได้ดำเนินการประกาศรายชื่อตามแบบส.ส.4/14และสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดทุกจังหวัดจะเผยแพร่ประกาศฯต่อไป โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ที่กกตและผู้อำนวยการการเลือกตั้งไม่รับสมัครสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 7 วัน  นับแต่วันที่ประกาศรายชื่อโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการดำเนินกระบวนการพิจารณา

ผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ 9 คน ที่กกต.ตรวจสอบพบว่ามีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง 

.

1.น.ส.นารีม๊ะ โต๊ะเล๊ะ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ผู้สมัครลำดับที่ 15 เนื่องจากอายุไม่ถึง 25 ปี มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 41(2)

.
2 .นายคณนาถ หมื่นหนู   พรรคภูมิใจไทย ผู้สมัครลำดับที่ 44 เนื่องจากถูกคำสั่งจังหวัดพัทลุงให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลทะเลน้อย มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42(10)

.
3.นายบุญธรรม คำมี   พรรคประชาไทย ผู้สมัครลำดับที่ 15 ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและขอถอนการสมัครแต่กฎหมายมาตรา 42 (1)ไม่ได้บัญญัติให้ถอนการสมัครแบบบัญชีรายชื่อได้

.

4.นายณรงค์ อวยศิลป์ พรรคไทยเป็นหนึ่ง ผู้สมัครลำดับที่ 2 ไม่พบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคไทยเป็นหนึ่ง

.

5.นายประวิทย์ แสงสว่าง พรรคประชากรไทย ผู้สมัครลำดับที่ 14 ไม่พบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคประชากรไทย

.

6.พ.ท.ประสาร แสงสว่าง พรรคเสรีรวมไทย ผู้สมัครลำดับที่ 25 ไม่พบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย 

.

7.นางแขไข ฐิติชญานันท์ พรรคเสรีรวมไทยผู้สมัครลำดับที่ 28 ไม่พบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย

.
8.นายเสถียร คงปาน พรรคไทยสร้างไทย  ผู้สมัครลำดับที่ 70 ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและขอถอนการสมัครแต่กฎหมายมาตรา 42 (1)ไม่ได้บัญญัติให้ถอนการสมัครแบบบัญชีรายชื่อได้

.
9.นายภานุณ์พล จองชัยธนโรจน์ พรรคไทยสร้างไทย ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและขอถอนการสมัครแต่กฎหมายมาตรา 42 (1)ไม่ได้บัญญัติให้ถอนการสมัครแบบบัญชีรายชื่อได้

กกต.ไฟเขียว 67  พรรค ส่งผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ - 9 ราย คุณสมบัติไม่ผ่านกกต.ไฟเขียว 67  พรรค ส่งผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ - 9 ราย คุณสมบัติไม่ผ่านกกต.มีมติเห็นชอบประกาศกกต.เรื่องรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชี รายชื่อ (ส.ส.4/23) ประกาศกกต.เรื่องรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อ(ส.ส.4/24)และประกาศกกต.เรื่อง การแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี(ส.ส.4/31)

.

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.)