‘ประชาธิปัตย์’ ชี้ จับขั้วรัฐบาลล่วงหน้า ถือว่าดูถูกประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546625

11 เม.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' ชี้ จับขั้วรัฐบาลล่วงหน้า ถือว่าดูถูกประชาชน

ไม่มีนโยบาย พาประเทศไปตายดาบหน้า พรรค’ประชาธิปัตย์ ‘ชี้ จับขั้วรัฐบาลก่อนการเลือกตั้ง ถือเป็นการดูถูกประชาชน

พรรคประชาธิปัตย์จุดยืนชัดเจน ไม่จับขั้วรัฐบาล ก่อนการเลือกตั้ง ถือเป็นการดูถูกประชาชน ที่ยังไม่ได้ที่ให้คำตอบว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องการให้พรรคไหนเป็นรัฐบาล ใครรวมเสียงข้างมากได้สามารถไปเป็นรัฐบาลได้ ประชาชนตอบคนแรก ถ้าประชาชนยังไม่ตอบ ต้องไม่ตอบก่อนประชาชน และไม่มีนโยบาย พาประเทศ ไปตายเอาดาบหน้า และเชื่อมั่นว่ามี เสียงตอบรับที่ดีขึ้น 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งเที่ยวนี้เราก็ทำอย่างเต็มที่ ไม่มีปัญหาอะไร พรรคประชาธิปัตย์ได้รณรงค์หาเสียงมาโดยตลอด ซึ่งมั่นใจว่าเสียงตอบรับดีขึ้น ยังมีพลังเงียบ และมีพลังประชาธิปัตย์อีกจำนวนมากที่พร้อมจะกลับมาช่วยหนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งเที่ยวนี้

ดูได้จากการปราศรัยที่นครสวรรค์ล่าสุด มีคนหลายหมื่นมาร่วมฟังปราศรัยและสนับสนุนพรรคเกินความคาดหมาย ทำให้ได้เห็นว่าสิ่งที่เราประเมินจากการลงพื้นที่ว่าประชาธิปัตย์มีเสียงตอบรับดีขึ้นนั้น เมื่อถึงเวลาก็ได้เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมปรากฎขึ้นว่าเป็นไปได้จริง

ส่วนการจับขั้วทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งนั้น นายจุรินทร์ ยังยืนยันว่า เรื่องนี้ขอให้ประชาชนตอบก่อน ตนยังไม่เปลี่ยนหลักในเรื่องนี้ พร้อมกับยืนยันชัดเจนว่าจะเป็นขั้วไหนอย่างไรนั้น เป็นเรื่องผลการเลือกตั้ง ใครไปจับขั้วก่อนก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นไปตามนั้น แต่ถ้าจับกันแล้วตั้งรัฐบาลได้เลยก็ไม่ต้องมีเลือกตั้ง แล้วจะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร

พรรคประชาธิปัตย์ยืนหลักเคารพเสียงประชาชน มีหลักคิดไม่เปลี่ยน มีความชัดเจน ทั้งนโยบาย จุดยืน อุดมการณ์มั่นคง ประชาชนไว้วางใจในนโยบายได้ ไม่พาประเทศหลงทางในอนาคตแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มีความชัดเจนในตัว และ ประเมินว่าได้รับเสียงตอบรับดีขึ้นเป็นลำดับ ย้ำนโยบายของพรรคการเมืองต้องไม่พาประเทศไปตายเอาดาบหน้า และต้องมีความชัดเจนถึงที่มาที่ไป

‘เพื่อไทย’ เปิดเว็บไซต์ แนะนำ ผู้สมัคร สส. ทลายข้อจำกัด กกต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546623

11 เม.ย. 2566

'เพื่อไทย' เปิดเว็บไซต์ แนะนำ ผู้สมัคร สส. ทลายข้อจำกัด กกต.

พรรค ‘เพื่อไทย’ เปิดเว็บไซต์ แก้ข้อจำกัดกกต. ซึ่งมีปัญหาทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้ง และหมายเลขผู้สมัคร สส. ในแต่าละพื้นที่

เว็บไซต์  ค้นหาผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย  ให้ข้อมูลผู้สมัคร สส. เขต, ข้อมูลผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และ ข้อมูลแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยเปิดให้บริการแล้ว เพื่อเสนอข้อมูลผู้สมัครของพรรคให้ประชาชนได้พิจารณาอย่างมีวิจารณญาณที่สุด ทลายข้อจำกัด กกต. ที่อาจทำให้เกิดความสับสนในการลงคะแนน ของประชาชน  เพราะการแบ่งเขตเลือกตั้ง และหมายเลขผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตในแต่พื้นที่ ไม่เหมือนกัน 

เพื่อไทยแถลงข่าวเปิดตัวเว็ปไซด์ แนะนำผู้สมัคร สส.  นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และ นางสาวลิณธิภรณ์ วรัณวัชรโรจน์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย

นายภูมิธรรม กล่าวถึงจุดประสงค์การเปิดเว็บไซต์ แนะนำผู้สมัคร สส. เพื่อไทยวันนี้ พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องใช้เครื่องมือสื่อสารทุกรูปแบบ เสนอข้อมูลผู้สมัครของพรรคให้ประชาชนได้พิจารณาอย่างมีวิจารณญาณที่สุด และเว็บไซต์สำหรับการค้นหาผู้สมัครก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จำเป็นในยุคสมัยปัจจุบัน

การเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. ได้ออกกฎเกณฑ์ที่ยากต่อการเลือกตั้ง การจัดแบ่งเขตที่สับสน และการกำหนดให้เบอร์ผู้สมัคร สส. เขต และ เบอร์พรรค นั้นเป็นคนละเบอร์กัน แม้ผู้สมัคร สส. ในจังหวัดเดียวกันแต่ต่างเขตเลือกตั้ง ก็เป็นคนละเบอร์ ดังนั้น เพื่อง่ายต่อการค้นหาผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย จึงได้ทำมีการจัดทำเว็บไซต์ค้นหาผู้สมัคร สส. ทั้งหมดของพรรค เพื่อทำให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลผู้สมัครพรรคได้มากที่สุด

ขณะที่นายประเสริฐ ให้รายละเอียดการใช้งานเว็บไซต์ว่า สามารถเข้าได้ทั้ง 2 ทาง คือ เข้าทางชื่อเว็บไซต์ https://candidate.ptp.or.th โดยตรง หรือ เข้าผ่านหน้าเว็บหลัก คือ https://ptp.or.th แล้วกดที่เมนู ‘เลือกตั้ง 66’ เมื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ค้นหาผู้สมัครแล้ว ประชาชนสามารถกดเลือกจังหวัด และ เขต/อำเภอ ตามที่อยู่สำเนาทะเบียนบ้าน ก็จะเจอข้อมูลผู้สมัครในเขตบ้านตัวเอง

ซึ่งเป็นข้อมูลทั้งวุฒิการศึกษา การทำงานในอดีต และ เบอร์ของผู้สมัครท่านนั้น เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ ทั้งนี้ยังสามารถดูข้อมูลของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คนได้ด้วย

ชาติไทยพัฒนา เตือนเพื่อไทย ระวัง หนี้สาธารณะจากการแจก ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546617

11 เม.ย. 2566

ชาติไทยพัฒนา เตือนเพื่อไทย ระวัง หนี้สาธารณะจากการแจก 'เงินดิจิทัล'

ชาติไทยพัฒนา ไม่เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ ฟื้นเศรษฐกิจได้จริง หวั่นหนี้สาธารณะก้อนมหึมา ไม่คุ้มค่า กับการนำมาให้ประชาชนใช้สอย

พรรคชาติไทยพัฒนา  มองการแจกเงินดิจิตอล 10,000 บาท ว่าไม่ว่าจะแปลงรูปแบบ หรือ เปลี่ยนวิธีการอย่างไร การแจกเงินก็คือการแจกเงินอยู่ดี  หากต้องการกำหนดรูปแบบการใช้จ่าย ก็มีแอพฯเป๋าตัง อยู่แล้ว

แต่สิ่งที่ต้องกังวลคือการก่อหนี้ก้อนมหึมาต้องคิดให้ดีว่า สร้างภาระหนี้สาธารณะหรือไม่

เฟซบุ๊กของ สันติ กีระนันท์ กรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา ไล่เรียงเรื่องการแจกเงินดิจิทัลว่า


ในภาวะเศรษฐกิจค่อย ๆ ฟื้นตัวของไทย (แม้จะยังน่ากังวลใจจากภาวะอ่อนแอและเต็มไปด้วยความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก) นโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจสำคัญกว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ยิ่งไปกว่านั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ปัจจัยพื้นฐานยังอ่อนแอ

จะส่งผลดีระยะสั้น คือ GDP growth ขึ้นด้วยเม็ดเงินที่อัดลงในระบบ แต่เมื่อเงินหมดฤทธิ์ ก็จะแฟบเหมือนเดิม และอาจจะมีผลข้างเคียงเชิงลบ เพราะสร้างความคาดหวังที่ผิดแก่ประชาชน พร้อมกับสร้างภาระทางการคลังก้อนมหึมา

จะแจกเงินรูปแบบใดก็ตาม แม้จะบอกว่าเป็น CBDC ซึ่งก็คือสกุลเงินดิจิตอลที่ออกโดยธนาคารกลาง ก็คือการแจกเงินทั้งสิ้น ซึ่งไม่มีทางอื่นใดนอกจากต้องจัดสรรงบประมาณด้วยการออกกฎหมาย แม้จะคิดว่าจะไปตัดลดงบประมาณบางส่วนออกไป

แต่เม็ดเงินขนาด 5.5 แสนล้านบาท นั้น ยากที่จะตัดจากงบประมาณปัจจุบัน เพราะ 80% ของงบประมาณประจำปี เป็นรายจ่ายประจำ อีก 20% เป็นรายจ่ายลงทุนที่ลดกว่านี้ไม่ได้ ซึ่งในส่วนรายจ่ายประจำนั้น ส่วนใหญ่ปรับลดยาก เพราะเป็นเงินเดือน ค่าตอบแทน รายจ่ายผูกพัน เป็นต้น

การออก CBDC หรือเงินดิจิทัลนั้น รัฐบาลทำเองไม่ได้ เป็นหน้าที่และอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทย หากรัฐบาลคิดว่าจะออก CBDC อื่นนอกเหนือไปจากที่ ธปท. ทำโครงการอินทนนท์ ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะการกำหนดว่า สกุลเงินอะไรที่ใช้ได้ในประเทศไทย เป็นอำนาจของธนาคารแห่งประเทศไทย

หากจะแจกเงินในรูปแบบใดก็ตาม รวมทั้งที่จะแจก CBDC แปลว่า รัฐบาลต้องมีเงิน ซึ่งในที่สุด ก็ต้องเกิดการก่อหนี้ก้อนมหึมา และก็เป็นภาระหนี้สาธารณะเพื่อให้ประชาชนเอามาจับจ่ายใช้สอย

ข้ออ้างที่บอกว่า ต้องใช้เงินดิจิทัล เพราะจะได้กำหนดวัตถุประสงค์ สถานที่การใช้เงินของผู้รับได้ ที่จริงแล้ว ในปัจจุบัน เป๋าตัง ก็สามารถทำตามสิ่งที่ต้องการกำหนดนั้นได้อยู่แล้ว

อย่าคิดถึงงบกลาง เพราะงบกลางนั้น 10 รายการแรกมีวัตถุประสงค์ตามกฎหมายกำหนดชัดเจน เอามาใช้ตามใจขอบไม่ได้ ส่วนรายการที่ 11 คือ เงินสำรองในกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น จำนวนประมาณ 90,000 ล้านบาท

มีนิยามว่าอะไรเป็นความฉุกเฉินหรือจำเป็น การกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่น่าจะนับเป็นความฉุกเฉินหรือจำเป็น … ดังนั้น งบกลางก็ใช้ไม่ได้

สุดท้ายการแจกเงินก็คือการแจกเงิน ไม่ว่าจะพยายามแปลงรูปร่างยังไง ก็คือการแจกเงิน



สันติ เคยทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  สส.สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ทีม สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แล้วลาออกมาเป็นทีมกรุงเทพฯ พรรคสร้างอนาคตไทย ก่อนล่มสลาย และย้ายมาอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนาในที่สุด

เพื่อไทย ยัน แจกเงิน 1 หมื่นบาท ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546614

11 เม.ย. 2566

เพื่อไทย ยัน แจกเงิน 1 หมื่นบาท ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่

นพ.พรหมินทร์ แจงปมนโยบาย พรรคเพื่อไทย แจกเงิน ดิจิทัล 1 หมื่นบาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ใส่เงินเข้าระบบ หมุนเวียนกลับมาเป็นภาษี

ประเด็นร้อนในเรื่องของนโยบายแจกเงินดิจิตอล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา หลายฝ่ายตั้งคำถาม ข้อิสังเกต ความกังวล ต่อนโยบายดังกล่าว รวมทั้งมองว่า ครั้งนี้เป็นเกมที่สุ่มเสี่ยงของ เพื่อไทยหรือไม่ยังเต็มไปด้วยคำถาม บ้างก็ว่านี่เป็นเกมเสี่ยงของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง 2566

เพื่อไทย ยัน แจกเงิน 1 หมื่นบาท ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี เปิดประเด็นพูดคุยกับ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย หัวข้อ แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นเกมเสี่ยงเพื่อไทย? 

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย
นพ.พรหมินทร์
 กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยเรายืนยันยืนหลักการอยู่สำคัญ ก็คือการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนนั้น น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำเสนอเป้าหมายเศรษฐกิจต้องเติมโต 5% เป็นอย่างน้อย
 

บวกกับเรื่องของเป้าหมายว่าเราจะต้องให้แรงงานขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน เป้าหมายที่ให้ปริญญาตรี 25,000 บาทต่อเดือน เป็นเป้าหมายที่เห็นชัดเจน มาตรการในการสร้างเศรษฐกิจมา รวมทั้งความเติบโตให้ภาคของเกษตร 40% ของประชากรมีรายได้ 8% GDP มีมาตรการที่จะไปทั้งลดรายจ่ายเพิ่มรายได้หาตลาด มีนโยบายเรื่องเกษตรก้าวหน้า จะเอาเทคโนโลยีเรื่อง Precision มาใช้ และเปิดประตูของการท่องเที่ยวที่จะรับเม็ดเงินต่างๆด้วยวิธีการต่างๆ

เพื่อไทย ยัน แจกเงิน 1 หมื่นบาท ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่
นพ.พรหมินทร์ กล่าวต่อไปว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวนี้ เราเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ระบบเทคโนโลยีที่ดิจิทัลที่ทันสมัยที่สุดคือ blockchain ซึ่งสามารถกำหนดเงื่อนไขต่างๆได้ดีขึ้นได้ชัดเจน เป็นตัวที่ทันสมัยที่สุดเราเชื่อว่าคนไทยเราเก่ง แล้วเราก็มีคนผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ เป็นหตุผลสำคัญคือต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น จึงวางแนวทางใช้ Digital wallet แล้วใส่เงินเข้าไปใส่เงินเข้าไป ทุกคนมีสิทธิมีบัตรประชาชนก็มีสิทธิรับเงิน 10,000 บาทที่จะไปใช้โดยมีเงื่อนไขว่า ใช้ในท้องถิ่นไม่เกิน 4 กิโลเมตร 

นำใช้ในเรื่องการดำรงชีวิต การใช้สิทธิกับร้านค้าทั้งแบบที่จดทะเบียนภาษีและไม่ได้จดทะเบียน มีความมั่นใจว่าเม็ดเงินที่ใส่ไปกระตุ้นเศรษฐกิจการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าเรากำหนด 6 เดือนนี้ สามารถทำให้มีภาษีกลับคืน รูปแบบการรับสิทธิ นพ.พรหมินทร์  บอกว่า ต้องมีการออกแบบ จะใช้ในรูปแบบแอพริเคชั่นเดิม หรือบัตรประชาชน ก็จะเป็นลักษณะเดียวกับคูปอง และยืนยันว่าสิ่งที่เราเสนอเป็น Digital wallet นี้เป็นเงินแต่ไม่ใช่เงินสกุลใหม่ หรือเงินสกุลคริปโตเคอเรนซี่ แต่เป็นเงินบาทในรูปแบบดิจิทัล


การใช้งบประมาณในเรื่องนี้ นพ.พรหมินทร์  อธิบายว่า งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับนโยบายนี้อยู่ที่ประมาณ 500,000 ล้านบาท มีการประเมินแล้วว่าปีหน้ามีภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 260,000 ล้านบาท แล้วบวกกับ 100,000 แสนล้านบาท  จะมีเงิน 360,000 ล้านบาท ดึงงบมีซ้ำซ้อนมารวมก็ได้อีกประมาณรวมกันได้ 460,000 ล้านบาท   และไม่มีการไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณประจำส่วนต่างๆ 


ในเรื่องความกังวลในทางที่วิชาการที่จะเกิดเงินเพฟ้อ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า มาตรการที่เพื่อไทยใช้เป็นวิธีการเดียวกับหลายประเทศ ที่ใช้กันในช่วงโควิด เพื่อเป้นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นซึ่งได้ผลมากกว่าการทยอยให้เงิน 


ต่อคำถามที่ว่า นโยบายนี้ เป็นประชานิยมหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีคนนำไปใช้จนเรื่องประชานิยมเสียหาย ที่จริงต้องทำให้ประชาชนนิยมจึงจะลงคะแนนเลือกให้แล้วมันเป็นสิทธิ์เพราะว่าคุณต้องเสนอสิ่งที่ได้ประโยชน์กับเขาจริงๆสิ่งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ถ้าประชาชนไม่นิยม เขาก็ไม่เลือก และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราชนะการเลือกตั้งมาโดยตลอด เพราะประชาชนนิยมและได้สัมผัสกับตัวเองว่าได้ประโยชน์จากเรื่องนี้จริงๆ

คำถามว่าในทางวิชาการเขาก็กังวลเรื่องวินัยการเงินการคลังของรัฐบาล นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า เรายึดมั่นในเรื่องระบบชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นครั้งไหนๆตั้งแต่เรื่องของกองทุนหมู่บ้าน คนก็ดูถูก กรณีนี้ก็เหมือนกัน ตนคิดว่าเรามีวิธีบริหารที่ทำให้ชัดเจนโดยอยู่ในกรอบที่กฎหมายที่มีอยู่

ปชป.ขอ สส. ยก จ.กระบี่ ‘มาดามเดียร์’ ฟาดกระทบชิ่งปมรถไฟฟ้าสีส้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546606

10 เม.ย. 2566

ปชป.ขอ สส. ยก จ.กระบี่ 'มาดามเดียร์' ฟาดกระทบชิ่งปมรถไฟฟ้าสีส้ม

แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียงภาคใต้ ‘บัญญัติ’ หวังกระบี่ได้ สส.ยกจังหวัด ‘มาดามเดียร์’ ฟาดกระทบชิ่งปมรถไฟฟ้าสีส้ม เชียร์คนใต้อย่ายอมให้เขาเอาเงินหลักร้อยมาแลก ‘ธนวัช ภูเก้าล้วน’ ขอเดินหน้าผลักดัน มหาวิทยาลัยอันดามัน

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานกรรมการสภาที่ปรึกษา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ช่วยนายสาคร เกี่ยวข้อง ผู้สมัคร สส. กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ปราศรัยขอคะแนนสนับสนุนจากประชาชน 

โดยมี นายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้สมัคร สส. กระบี่ เขต 1 หมายเลข 3 , น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ผู้สมัคร สส. กระบี่ เขต 3 หมายเลข 5 และ นายทวีเกียรติ ใจดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในนามทีมกระบี่ ร่วมปราศรัยด้วย

โดย นายสาคร ยืนยันว่า หากได้กลับเข้าไปในสภาอีกครั้งจะเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมัน เพื่อจะได้ดูแลพี่น้องเกษตรกรสวนปาล์มให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งในสภาชุดก่อนตน และ สส.พิมพ์รพี ได้ช่วยกันผลักดันจนสามารถตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา แต่ท้ายที่สุดกลับไม่สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ เพราะมี พ.ร.บ.กัญชามาขัดขว้างไม่ให้เข้าพิจารณาได้ ซึ่งทุกครั้งที่กฎหมายกัญชาเข้าสภา สภาล่มทุกครั้ง ไปขอให้ถอนออกไปเพื่อให้กฎหมายอื่นที่สำคัญต่อประชาชนก็ไม่ยอม ทั้งที่พรรคการเมืองอื่นๆทุกพรรคก็ไม่เห็นด้วย

ปชป. หวัง สส.กระบี่ ยกจังหวัด

นายบัญญัติ กล่าวว่า เห็นบรรยากาศในการปราศรัยวันนี้รู้สึกมีกำลังใจ มีความหวังมากขึ้น ทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ผิดหวัง และหวังว่าจังหวัดกระบี่จะได้ สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ยกทั้งจังหวัด เพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงานในจังหวัด มีพลังทางการเมืองที่จะสามารถผลักดันการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าให้กับจังหวัดมากยิ่งขึ้น และวันนี้ขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมจริงๆ แม้จะมีคนออกไปจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ยังมีคนไหลกลับเข้ามาอีกจำนวนมาก

“ท่ามกลางคนไหลออกของพรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้ เรามีเลือดใหม่คนรุ่นใหม่ไฟแรงไหลเข้า โดยเฉพาะผู้สมัครใน กทม. มีคนรุ่นใหม่จำนวนมาก มีทุกอาชีพ ทั้งกัปตัน หมอ รวมถึงนักกีฬาทีมชานิ นี่คือวิวัฒนาการของพรรคการเมือง และก็เป็นความมุ่งปรารถนาของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะคนที่ก่อตั้งต้องการสร้างพรรคการเมืองที่ให้อยู่ยั่งยืนยงกับประเทศไทย เราจึงยืนอยู่ได้มาโดยตลอด มีคนเข้า มีคนออก วันนี้จึงพูดได้เต็มคำว่าพรรคเป็นของคนทุกรุ่นในประเทศนี้” นายบัญญัติ กล่าว

แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง จ.กระบี่แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง จ.กระบี่

แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง จ.กระบี่แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง จ.กระบี่

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยผู้สมัคร สส. กระบี่ หาเสียงนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยผู้สมัคร สส. กระบี่ หาเสียง

ผู้แทนที่ได้มาด้วยศรัทธา ความไว้ใจของประชาชน งานอย่างเดียวเท่านั้นที่จะตอบแทนความศรัทธาไว้วางใจของพี่น้องประชาชนได้ ต่างกับผู้แทนที่ได้มาด้วยการเอาเงินมาแจก เพราะเขาถือว่าเขาซื้อแล้ว เขาให้แล้ว ขาดตัวกันไปเลย

นายบัญญัติ ดีใจเห็นมวลชนมาให้กำลังใจ ปชป. จำนวนมากนายบัญญัติ ดีใจเห็นมวลชนมาให้กำลังใจ ปชป. จำนวนมาก

ภารกิจที่สำคัญของผู้แทนราษฎรที่ว่านี้ คือเข้าไปถอนทุน และไม่เพียงแค่ถอนทุน แต่ยังจะต้องเตรียมทุนเอาไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าอีก และเมื่อได้ทั้งถอนทุน สะสมทุน ก็นำไปสู่การทุจริตคอรัปชั่น หรือที่เรียกว่า ธุรกิจการเมือง ซึ่งบุคคลที่ต่อต้านเรื่องนี้มายาวนานคือ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

มาดามเดียร์ ฟาดปมรถไฟฟ้าสีส้มมาดามเดียร์ ฟาดปมรถไฟฟ้าสีส้ม

‘มาดามเดียร์’ฟาดปมรถไฟฟ้าสีส้ม

ขณะที่ น.ส.วทันยา เน้นย้ำถึงการเป็นสถาบันการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล้าพูดได้ว่าเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ไม่มีนายทุน ไม่มีเจ้าของ ซึ่งเหตุผลที่ต้องย้ำเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากหากเลือกผู้แทนจากพรรคการเมืองที่มีนายทุน เมื่อเข้าไปในสภา นักการเมืองเหล่านั้นก็จะคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของนายทุนมากกว่าประชาชน โดยที่ไม่ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการใดของเขา

น.ส.วทันยา ยังกล่าวถึงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีปัญหา เกี่ยวกับการทุจริตที่มูลค่าสูงถึง 68,000 ล้านบาท ซึ่งหากนำเงินจำนวนดังกล่าวมาทำถนนในพื้นที่ภาคใต้ได้อีกหลายเส้นทาง หรือเอาไปดูแลอนาคตการศึกษาของลูกหลานเราก็สามารถให้เรียนฟรีจนจบปริญาตรีได้อย่างสบาย รวมถึงยังสามารถนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนใต้ได้อีกมากมาย

“แต่ลองคิดดู พี่น้องจะยอมหรือให้เขาเอาเงินจำนวนเพียงแค่หลักร้อย สองร้อย สามร้อย หลักพันบ้าง มาซื้อสิทธิของพี่น้อง ทำแบบนี้แปลว่าเขาดูถูกคนใต้เกินไปไหม แล้วคนใต้จะยอมให้พรรคเหล่านี้ดูถูกเราแบบนี้หรอ ถ้าไม่ยอม เราก็ต้องไม่ยอมให้พรรคการเมืองที่ฉ้อฉลมาเอาเปรียบเราอีกต่อไป” น.ส.วทันยา กล่าว

ป้ายหาเสียงผู้สมัคร สส.ปชป.จ.กระบี่ป้ายหาเสียงผู้สมัคร สส.ปชป.จ.กระบี่

จากนั้น นายบัญญัติ และ น.ส.วทันยา พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. ทีมกระบี่ ทั้ง 4 คนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางต่อไปยังตลาดคลองเหนือ เพื่อปราศรัยขอคะแนนเสียงให้กับ นายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้สมัคร ส.ส. กระบี่ เขต 1 หมายเลข 3 ที่ตลาดเทศบาลตำบลเหนือคลอง

ผู้สมัคร สส.ปชป.จ.กระบี่ผู้สมัคร สส.ปชป.จ.กระบี่

แกนนำปชป.ลุยใต้หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.แกนนำปชป.ลุยใต้หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.

โดย นายธนวัช กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับโอกาสให้ลงสมัคร สส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ปชป.เป็นสถาบันการเมืองเดียวที่ยั่งยืน และไม่ใช่เรื่องง่ายที่พรรคการเมืองจะอยู่ยั่งยืนได้นานขนาดนี้ แต่ตนก็ไม่เข้าใจว่าคนอื่นที่ดูถูกพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะสูญพันธุ์ จะตกต่ำ ซึ่งคิดว่าหากเขาคิดแบบนั้นจริงเขาจะไม่พูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ แต่การที่เขาพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์แบบนั้นก็เพราะเขากลัวว่าเราจะปลุกพรรคประชาธิปัตย์กลับมาอีกครั้ง ปลุกความดีที่พรรคประชาธิปัตย์เคยได้พัฒนาจังหวัดกระบี่มายาวนาน วันนี้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว ฟื้นกลับมาแล้ว และมีความหวังกลับมาแล้ว

มหาวิทยาลัยอันดามัน

นายธนวัช ยังได้ย้ำถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนฟรีจนถึงปริญญาตรี ที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง รวมถึงมีนโยบายสนับสนุนให้เด็กได้ดื่มนมโรงเรียนฟรี 365 วัน

“หากผมได้เข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวกระบี่ในสภา ตนจะเดินหน้าผลักดันให้เกิด “มหาวิทยาลัยอันดามัน” ให้เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่ให้ได้ เพื่อที่จะทำให้ให้ลูกหลานของเราไม่ต้องไปเรียนต่างจังหวัด”นายธนวัช กล่าว

ประชาชนมาให้กำลังใจและฟังปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์ ประชาชนมาให้กำลังใจและฟังปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์

ทีมเศรษฐกิจ ‘เพื่อไทย’ บุก ‘เขตสวนหลวง’ -ประเวศ จับเข่าคุยนักธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546604

10 เม.ย. 2566

ทีมเศรษฐกิจ 'เพื่อไทย' บุก 'เขตสวนหลวง' -ประเวศ จับเข่าคุยนักธุรกิจ

ขยายแนวคิด เงินดิจิตอล ทีมเศรษฐกิจ พรรค ‘เพื่อไทย’ จับเข้าคุยนักธุรกิจ ‘เขตสวนหลวง’ – ประเวศ ช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียง

ทีมเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยพบปะผู้ประกอบการ SME ณ ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย ซอยพัฒนาการ 35  กรุงเทพมหานคร พร้อมล้อมวงคุยในหัวข้อ เขตสวนหลวง-ประเวศ แลนด์สไลด์ สะเทือนถึงดวงดาว ปลดปล่อยศักยภาพเศรษฐกิจไทย”

เพื่อไทยล้อมวงคุย นักธุรกิจ เขตสวนหลวง - ประเวศเพื่อไทยล้อมวงคุย นักธุรกิจ เขตสวนหลวง – ประเวศ

โดยมีตัวแทนผู้ประกอบการจากหลากหลายสาขา เช่น ผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว  , ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม , อสังหาริมทรัพย์ ,ประกันภัย, E-sport ,Startup, E-Commerce & Social Commerce  ร่วมหารือ แลกเปลี่ยน ตั้งคำถามในนโยบายต่างๆ กับพรรคเพื่อไทยอย่างคึกคัก

นายเศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย พรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ​​ที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย และนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร  พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้แก่

นายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตคลองเตย เขตวัฒนา เบอร์ 11, นายอรรฆรัตน์ นิติพน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน)  เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) เบอร์ 13,  นายธกร เลาหพงศ์ชนะ  ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)  เบอร์ 9

นายเศรษฐา เน้นย้ำว่า การใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ใช้ในรัศมี 4 กิโลเมตรจากที่อยู่อาศัยตามบัตรประชาชนภายใน 6 เดือน   โดยมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน กระจายความเจริญออกไปทุกหัวระแหงของประเทศไทย เพื่อให้เกิดการใช้จับจ่ายอย่างรวดเร็ว 

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย พรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญของพรรคเพื่อไทยที่สืบทอดเจตนารมณ์จากพรรคไทยรักไทย และพลังประชาชน คือ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน 

การรณรงค์เพื่อให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ได้จัดตั้งรัฐบาลเพื่อสร้างรายได้  ประชาชนกินดี อยู่ดี 

นอกจากกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นเสมือนการปั๊มหัวใจของประชาชน  เรายังมีนโยบายอื่นๆ เพื่อฟื้นคืนความสง่างามของประเทศไม่ให้รั้งท้ายอาเซียนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นต้น

ตัวแทนจากผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆ และประชาชนได้ทยอยสอบถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพรรคเพื่อไทย ในประเด็นต่างๆ เช่น



1.พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านเนื้อหา หรือคอนเทนต์อย่างไร ซึ่งนายอรรฆรัตน์ นิติพน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน)  เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) กล่าวว่า การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์อย่างเป็นระบบผ่าน องค์กรที่จะจัดตั้งขึ้นมา ชื่อ THACCA ซึ่งจะพัฒนาระบบ และบูรณาการทุกอย่าง ครบไว้ที่นี่

ธกร เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร สส. เขตสวนหลวง - ประเวศ พรรคเพื่อไทยธกร เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร สส. เขตสวนหลวง – ประเวศ พรรคเพื่อไทย

2.พรรคเพื่อไทยจะนำเอาเทเลเมดิซีนมาใช้ในวงกว้างอย่างไร
ซึ่งนายธกร เลาหพงศ์ชนะ  ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)  เบอร์ 9  บอกว่า ในอนาคตข้างหน้าจะมีการนำเทเลเมดิซีนมาใช้ ซึ่งเบื้องต้นจะมีการนำมาปรึกษาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในเบื้องต้น และจะ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงสาธารณสุขได้ง่ายขึ้น

‘สมศักดิ์’ ชี้นโยบาย ‘แจกเงินดิจิทัล’ มาแรง คว้าชัยชนะเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546599

10 เม.ย. 2566

'สมศักดิ์' ชี้นโยบาย 'แจกเงินดิจิทัล' มาแรง คว้าชัยชนะเลือกตั้ง

‘สมศักดิ์’ ติวเข้ม ผู้สมัคร 200 คน กำชับแจงนโยบายให้ปชช.เข้าใจ โว ‘แจกเงินดิจิทัล’ มาแรง อาจคว้าชัยชนะ ‘เลือกตั้ง’ ครั้งนี้

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ติวเข้มผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ทั่วประเทศ กว่า 200 คน เน้นย้ำฟังเสียงสะท้อนของประชาชน สื่อสารนโยบายของพรรค โดยเฉพาะ “แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ​​​​​​” ที่เชื่อว่ากำลังมาแรงแซงโค้งทุกพรรค 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนเป็น สส. มา 10 สมัย ตั้งแต่ปี 2526 ไม่เคยแพ้การเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว ชี้ให้ว่า การสื่อสารนโยบายของพรรคเป็นสิ่งสำคัญ ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจและสามารถบอกต่อได้ ขณะนี้ทราบว่าพี่น้องประชาชนชื่นชอบและสนับสนุน ยังไม่พบว่ามีการปฎิเสธนโยบายของเรา ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการชนะเลือกตั้ง

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

จากประสบการณ์ของตน คนที่จะเลือกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.ญาติพี่น้อง 2.เพื่อนสมัยเรียน ครู 3.ผลงานการช่วยส่วนรวม 4.นโยบายพรรค ซึ่งขณะนี้ ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยทุกคนได้เปรียบ ยังไม่มีพรรคใดมีนโยบายที่ดีกว่าเราแน่นอน เชื่อมั่นนโยบายเติมเงิน “กระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท” จะทำให้ทุกคนชนะการเลือกตั้ง เพราะขณะนี้กระแสแรงเหลือล้น ทุกฝ่ายให้ความสนใจ ส่วนพรรคอื่น เขาคิดนโยบายไม่ทัน จึงอาจใช้ปัจจัยอื่นมาสู้กับนโยบายของเรา ดังนั้นต้องรักษาคะแนนไว้ให้ได้ ให้ถึงวันเลือกตั้ง ทุกคนต้องมีผู้ช่วยหาเสียง หรือ แกนนำในเขตเลือกตั้ง อย่างน้อยหน่วยละ 10 คน เพื่อให้แกนของเราไปสื่อสารนโยบายของพรรค สู้กับปัจจัยอื่นของพรรคต่างๆ

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงวิธีการจัดตั้งรัฐบาลว่า การจะให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ต้องเลือกทั้งคนและพรรค แบบแลนด์สไลด์ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 60 กำหนดให้ สว.250 คน มาร่วมกับ สส. 500 คน เลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลเสียงต้องเกินครึ่งของ 750 เสียง คือ 376 เสียง ต่างจากกติกาปกติ ที่ใช้แค่เสียงของ สส.เท่านั้น และเป็นที่ทราบกันดีว่า 250 สว.นั้นมาจากใครเป็นผู้แต่งตั้ง 

“เราจึงต้องเน้นย้ำให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า เราถูกเอาเปรียบ อีกฝั่งมี 250 เสียงในมือเป็นทุน เขาหาเพิ่มอีกแค่ 126 เสียง ก็ตั้งรัฐบาลได้ ขอให้ช่วยกันเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนและพรรค เบอร์ 29 แบบแลนด์สไลด์ เป็นเสียงของประชาชนโดยตรง เพื่อให้เกิดความอยู่ดีกินดีขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ ติวผู้สมัครพรรคเพื่อไทย 200 คนนายสมศักดิ์ ติวผู้สมัครพรรคเพื่อไทย 200 คนนายสมศักดิ์ติวผู้สมัครพรรคเพื่อไทย 200 คน นายสมศักดิ์ติวผู้สมัครพรรคเพื่อไทย 200 คน

‘เผ่าภูมิ’ แจงปมร้อน ‘แจกเงินดิจิทัล’ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่ ไม่เอื้อบริษัทใด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546585

10 เม.ย. 2566

'เผ่าภูมิ' แจงปมร้อน 'แจกเงินดิจิทัล' ไม่ใช่เงินสกุลใหม่ ไม่เอื้อบริษัทใด

‘เผ่าภูมิ’ ชี้แจง 10 ประเด็น นโยบาย ‘แจกเงินดิจิทัล’ ยืนยันไม่ใช่เงินสกุลใหม่ ไม่เสี่ยง ไม่เอื้อบริษัทเอกชน ถึงมือทุกคน 16 ปีขึ้นไป ตรวจสอบได้

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการและกรรมการเลขานุการ โฆษกคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ออกมาชี้แจงดราม่า 10 ประเด็น เกี่ยวกับนโยบาย “แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท” 
1. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่ใช่คริปโตเคอร์เรนซี่ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่ แต่เป็นเหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ Blockchain เขียนเงื่อนไขลงไปในนั้น เพื่อนโยบายการคลังที่ตรงจุด สามารถเอามาแลกเป็นเงินบาทได้ทุกเมื่อ
2. เหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่มีความเสี่ยง ไม่มีการเก็งกำไร ไม่มีการถูกทุบ ไม่มีการขาดทุน ไม่มีการสร้างมูลค่า ไม่สามารถแลกเปลี่ยนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นได้ ไม่มีราคาตก-ราคาขึ้น เพราะทุกเหรียญมีค่าเท่าเงินบาทเสมอ รับประกันโดยรัฐบาล

3. กระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่มีผลกระทบใดๆทั้งสิ้นต่อความมั่นคงของระบบการเงิน ไม่เกี่ยวกับทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะไม่ใช่การสร้างสกุลเงินใหม่
4. กระเป๋าเงินดิจิทัล เงิน 10,000 บาท ลงถึงมือประชาชนทุกคน (16 ปี ขึ้นไป) ทุกบาททุกสตางค์ ใช้จ่ายจริง ซื้อของได้จริง ไม่มีการสูญหายของงบประมาณ ตรวจสอบได้ทุกธุรกรรมตลอดเส้นทาง
5. กระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่ใช่กรณีเดียวกับ Bitcoin Luna USDT ตามมีผู้กล่าวอ้าง เหล่านั้นออกโดยเอกชนและมุ่งหมายเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน กระเป๋าเงินดิจิทัลคือเหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ Blockchain เขียนเงื่อนไขลงไป ออกโดยรัฐบาล ไม่ใช่สกุลเงินคู่ขนานกับเงินบาท

6. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนตามที่มีผู้กล่าวอ้าง ไม่เกี่ยวกับการซื้อบริษัท ไม่เกี่ยวกับการฟอกเงิน ไม่เกี่ยวกับการลงทุน เป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่ได้อยู่บนฐานของข้อเท็จจริง ทั้งหมดใช้งบประมาณจากภาครัฐและโอนตรงถือมือประชาชนทุกคน (16 ปีขึ้นไป) ง่ายๆและตรงไปตรงมา
7. กระเป๋าเงินดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน ระดับชุมชน ในตลาด สร้างธุรกรรมระหว่างรายย่อย ตรงข้ามกับวิธีเดิมที่ต้องซื้อในร้านใหญ่หรือกลุ่มทุน
8. กระเป๋าเงินดิจิทัล ใช้ระบบ Blockchain มีความปลอดภัยสูงสุด สูงกว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รู้เส้นทางการเงินทุกธุรกรรม รู้ผู้รับ รู้ผู้จ่าย เป็นระบบที่มีความโปร่งสูงสุด ตรวจสอบได้ทุกธุรกรรม
9. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ ปัจจุบันระดับกำลังซื้อของประเทศตกต่ำ เศรษฐกิจตกต่ำกว่าศักยภาพมาก สภาวะดังกล่าวไม่นำสู่เงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์ได้ รวมทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล สามารถจัดสรรเงินจากงบประมาณ ไม่มีการขึ้นอัตราภาษีใดๆ
10. พรรคเพื่อไทยสนับสนุน Central Bank Digital Currency (CBDC) และเดินหน้าพัฒนาร่วมกันธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเปิดสำหรับทุกคน เพื่อยกระดับระบบการเงินของประเทศเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุลดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล

พรรคเพื่อไทย พร้อมแจงที่มางบประมาณ นโยบาย ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546584

10 เม.ย. 2566

พรรคเพื่อไทย พร้อมแจงที่มางบประมาณ นโยบาย 'เงินดิจิทัล'

พรรคเพื่อไทย พร้อมแจงที่มาของงบประมาณ ตามนโยบาย ‘เงินดิจิทัล’ รอเพียงหนังสืออย่างเป็นทางการจาก กกต. ไม่กลัวโทษปรับห้าแสน บวกวันละหมื่นบาท หากดำเนินการไม่ทันตามกำหนด

พรรคเพื่อไทย เตรียมเอกสารพร้อมแจงที่มาเงินงบประมาณ นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล โดยขณะนี้ รอเพียงหนังสือจาก กกต. ซึ่งจะมีเวลา 7 วัน นับจากได้รับหนังสือ หลังรองเลขาฯกกต. ออกมาเตือนว่า หากไม่ชี้แจงตามกรอบเวลาที่กำหนดมีโทษ ปรับ 5 แสน และค่าปรับวันละหมื่นบาทจนกว่าดำเนินการเสร็จ

พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. รับผิดชอบงานด้านพรรคการเมือง เปิดเผยว่า ขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้รับแจ้งจากพรรคเพื่อไทย ถึงที่มาของเงินและวงเงินที่ต้องใช้ ในนโยบายหาเสียง แจกเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัลให้​คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปคนละ 10,000 บาท​ ตามที่ กกต.มีหนังสือให้ชี้แจงกลับมาโดยเร็ว

รองเลขาฯ กกต. ยืนยันว่า ไม่ได้เฉพาะเจาะจงให้พรรคเพื่อไทยชี้แจงเท่านั้น  แต่จะมีหนังสือแจ้งไปยังทุกพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ถ้านโยบายหาเสียงของพรรคใดเป็นนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน ก็ต้องมีการแจ้งรายละเอียดตามเงื่อนไข 3 ข้อที่กฎหมายกำหนด หากไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่ครบถ้วนจะมีโทษทางอาญา

โดยตามขั้นตอนแล้ว  ถ้าสำนักงาน กกต. มีหนังสือไปแล้วยังไม่แจ้งกลับมา ก็จะมีการเสนอ กกต.ออกเป็นคำสั่ง ถ้าหากยังไม่ดำเนินการอีกก็จะมีโทษทางอาญา  โดยเป็นโทษปรับ 500,000 บาท นับแต่วันที่ กกต. กำหนดให้แจ้ง และปรับอีกวันละ 10,000 บาทจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง ยืนยันว่า กกต.ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามกรอบ

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการณ์ โฆษกพรรค ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการณ์ โฆษกพรรค

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการณ์ โฆษกพรรค บอกกับคมชัดลึกว่า พรรคไม่ได้กังวลเรื่องดังกล่าว เพราะขณะนี้ เตรียมเอกสารไว้พร้อมแล้ว รอเพียงหนังสือจากกกต. ซึ่งตามปกติ จะลงเวลาให้ชี้แจงภายใน 7 วัน และกกต.คงกำหนดันเวลามาให้ พรรคไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ แต่อย่างใด

‘พรรคเปลี่ยน’ เสนอยกเลิก ‘เกณฑ์ทหาร’ ตัดวงจรธุรกิจมืด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546580

10 เม.ย. 2566

'พรรคเปลี่ยน' เสนอยกเลิก 'เกณฑ์ทหาร' ตัดวงจรธุรกิจมืด

‘พรรคเปลี่ยน’ ไม่เห็นด้วยระบบ ‘เกณฑ์ทหาร’ แนะใช้วิธีรับสมัครใจ เพื่อตัดวงจรธุรกิจมืดจับใบดำ-ใบแดง เริ่มตัวหัวละ 40,000 บาท พร้อมแนวคิดนโยบายส่งคนพิการเรียนจบ ปวช.

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคและผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคเปลี่ยน หมายเลข 20 เปิดเผยถึงกรณีมีดราม่าผู้ป่วยติดเตียงต้องเข้ารายงานตัวเกณฑ์ทหารว่า  ปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยี เช่น ใช้ video call ติดตามได้ ไม่จำเป็นต้องนำผู้ป่วยไปถึงสถานที่เกณฑ์ทหาร ซึ่งพรรคเปลี่ยนไม่เห็นด้วยกับการเกณฑ์ทหาร

อยากขอให้มีการยกเลิก หันมาใช้วิธีการรับสมัครด้วยความสมัครใจแทน พร้อมกำหนดให้ชัดเจนว่าวันที่ 1 เมษายน จะเป็นวันรับสมัครและกำหนดจำนวนทหารที่ต้องการในแต่ละปี เพื่อทำอาชีพทหาร เป็นอาชีพ ที่น่าภาคภูมิใจ มีเงินเดือนเพียงพอสามารถเลี้ยงชีพได้ จนต้องมีการแย่งกันสอบเข้าเป็นทหาร นอกจากนี้ยังเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆ  

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์

นายพันธ์ธวัช ยอมรับว่า ทหารมีความจำเป็นปกป้องชายแดนและอธิปไตย แต่ไม่เห็นความจำเป็นต้องมีทหารเกณฑ์ เพราะส่วนใหญ่ไปรับใช้นาย เมื่อฝึกจบก็ปลดประจำการ อีกทั้งยังมองว่า การเกณฑ์ทหารอาจเป็นช่องทางธุรกิจ มีรายได้จากการจับใบดำใบแดง เริ่มที่อัตรากลางๆประมาณ 40,000 บาท เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย การหักหัวคิว หรือ เมื่อฝึกเสร็จไม่ต้องกลับเข้ากรม หักค่าหัวคิวเงินเดือนครึ่งหนึ่ง ต้องไปทำงานรับใช้บ้านนาย ทำให้ไม่สามารถยกเลิกการเกณ์ทหารได้

ส่วนนโยบายประชานิยมของพรรคอื่น เช่น การแจกหรือ เพิ่มเงินโครงการต่างๆ ไม่ขอพูดถึง เพราะต้องศึกษาก่อนว่าหาเงินมาจากไหน และเป็นเรื่องที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ หากทำได้ พรรคก็ยินดีด้วย เพราะทุกนโยบายของทุกพรรคต่างก็ร่วมกันทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด โดยเฉพาะนโยบายของพรรคเปลี่ยน ที่ทำได้จริง ทุกอย่างมีเหตุผลสถิติทางตรรกะทั้งหมด และคาดว่าจะหาเงินได้  55,000 ล้านบาท 
 

สำหรับนโยบายพรรคเปลี่ยน 6-7 นโยบาย มีวิธีการหาเงินชัดเจนที่เคยบอกแล้วว่า จะนำเงินจากความต้องการสลากกินแบ่งรัฐบาล 200 ล้านใบ ที่ยังขาดอยู่ 100 ล้านใบ ยืนยันพรรคสามารถทำให้ได้ภายใน 1 ปี นำเม็ดเงินนี้ มาทำนโยบายธนาคารโอกาส กองทุนโอกาส เพื่อช่วยเหลือกลุ่มหาเช้ากินค่ำที่เป็นสารตั้งต้นต่อยอดสู่นโยบายอื่นๆ 

นายพันธ์ธวัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดพรรคได้มีแนวคิดเรื่องพัฒนาการศึกษา จากการพูดคุยกับผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายกสมาคมผู้พิการภาคตะวันออก ที่สะท้อนความต้องการของผู้พิการอยากจะเรียนอาชีวะ พรรคจึงมีนโยบายจัดการศึกษาให้กับผู้พิการฟรีจนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. โดยจะมีค่าใช้งบประมาณปีละ 350  ล้านบาท ฝึกวิชาชีพจะทำให้มีอาชีพและมีคุณค่าในชีวิตเพิ่มขึ้น หากตนได้เข้าสู่สภา จะผลักดันคุณภาพชีวิตอาชีพครูและโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลติดตั้งโซลาเซลล์ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มเงินเดือน ค่าตอบแทนสูงขึ้นทุกโรงเรียนต้องเท่าเทียมไม่แบ่งเกรด 

พรรคเปลี่ยนยกเลิกเกณฑ์ทหารพรรคเปลี่ยนยกเลิกเกณฑ์ทหาร