ร้อง ‘เพื่อไทย’ ยาบ้าระบาด ผู้สมัครชวน กาคน-กาพรรค เปิดศึกทำสงครามนโยบาย 3 ป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546567

10 เม.ย. 2566

ร้อง 'เพื่อไทย' ยาบ้าระบาด ผู้สมัครชวน กาคน-กาพรรค เปิดศึกทำสงครามนโยบาย 3 ป.

ชาวบ้านร้องผู้สมัครพรรค ‘เพื่อไทย’ หลังยาบ้าระบาดหนัก ลูกหลานติดงอมแงม ‘พลภูมิ’ ชวนกาทั้งคนและพรรค ลุยเดินหน้านโยบายปราบยาเสพติด 3 ป. จริงจัง ลั่นมั่นใจ 3 เขตในกทม.ชนะแน่

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส.กทม เขต บึงกุ่ม(เฉพาะแขวงคลองกุ่ม)-คันนายาว เบอร์ 7 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ไปยังชุมชน-หมู่บ้านในพื้นที่ โดยชาวบ้านต่างสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนจาก “ยาเสพติด” ที่ระบาดอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัย

นายพลภูมิ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่มีชาวบ้าน พ่อแม่ ผู้ปกครอง บ่นเรื่องยาเสพติดมาก รองจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เพราะลูกหลานกลับไปติดยา ไม่เรียนหนังสือ ไม่ทำมาหากิน เป็นความทุกข์ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับความยากจน เพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ยาเสพติดก็จะมา ดังนั้นจึงได้บอกกับประชาชนว่า ให้เลือกพรรคเพื่อไทย เพราะเรามีนโยบายในเรื่องยาเสพติดอย่างจริงจัง คือ เน้นปราบปรามผู้ผลิตและผู้ขาย จะทำไปพร้อมๆกับการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน เพื่อทำลายแหล่งผลิตถาวรและเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย บำบัด ลดการกลับไปใช้ยาเสพติด โดยชาวบ้านฝากความหวังไว้กับตน บอกจะเลือก พลภูมิ เบอร์ 7 เป็นคนทำงาน ไม่เคยทิ้งพื้นที่ แก้ไขปัญหาต่างๆทันที ดังนั้นจึงมั่นใจว่าชนะอย่างแน่นอน
 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ

เช่นเดียวกับนายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้สมัคร สส.กทม.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ของตัวเอง ประชาชนต่างพูดถึงปัญหายาเสพติด มีข่าวคนเมายาคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกาย ฆ่า คนในครอบครัว และคนรอบข้างไม่เว้นแต่ละวัน ถึงเวลาแล้วที่จะให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปบริหารประเทศ เพราะนโยบายชัดเจน จับ ปรับ ผู้ค้าผู้ขาย เจอที่ไหนจับที่นั่น เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย นำเข้ารักษาการบำบัด คืนสู่สังคม หรือคืนสู่ครอบครัวโดยเร็ว

น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางคอแหลม-ยานนาวา พรรคเพื่อไทย เบอร์ 5 กล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบาย 3 ป. คือ

ป. 1 ปราบยาเสพติด ใครที่ผลิตหรือขาย เจอเมื่อไรจับเมื่อนั้น

ป. 2 เปิดการคุยเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน และคุยการค้าเสรีเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋า

ป. 3 เปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย รักษาให้หาย กลับมาเป็นลูกหลานของเราได้เหมือนเดิม

ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ มีข้อผิดพลาดบกพร่อง จนทำให้ยาเสพติดระบาดไปทั่ว อย่างไรก็ตามผู้สมัครทั้ง 3 เขต ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น มั่นใจเป้าหมายแลนด์สไลด์ กทม. 33 เขต ของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
 

นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนานายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา

น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณน.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ

‘ประชาธิปัตย์’ แถลงนโยบายอัดฉีด 1 ลลบ. กระตุ้นเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546563

10 เม.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' แถลงนโยบายอัดฉีด 1 ลลบ. กระตุ้นเศรษฐกิจ

‘ประชาธิปัตย์’ แถลงแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมอัดฉีด 1 ลลบ. ลดหนี้สาธารณะและครัวเรือน แถลงมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เชื่อ GDP โตขึ้นอย่างน้อย 5%

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ “อัดฉีดเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาทใครได้อะไร” นำโดย ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ , นายเกียรติ  สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทยประธานคณะกรรมการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ , ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่งโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการขนาดใหญ่ และม.ร.ว. ศศิพฤนท์  จันทรทัต อดีตซีอีโอ บล. กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) 
 

ดร.พิสิฐ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยมีเป้าหมายสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า 5% ต่อปี พร้อมลดช่องว่างระหว่างประชากรโดยไม่สร้างหนี้สาธารณะหรือบั่นทอนการทำงานของระบบการเงิน และลดหนี้ครัวเรือน เพื่อให้เศรษฐกิจเข้มแข็งมีเสถียรภาพและยั่งยืน ผ่าน 16 นโยบาย 

ระยะสั้น โดยเพิ่มสภาพคล่องแก้ข้อจำกัดเงินทุนหมุนเวียน โดยแบ่งเป็น
-ระดับฐานราก จัดตั้งธนาคารหมู่บ้านและชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท ตามพ.ร.บ.สถาบันการเงินประชาชน พ.ศ.2562 วงเงิน 1.8 แสนล้านบาท 
-ระดับกลาง จะปลดล็อคกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ให้ข้าราชการในวงเงิน 1 แสนล้านบาท และปลดล็อคกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานบริษัทในวงเงิน 2 แสนล้านบาท สามารถนำเงินกองทุนทั้งสองรวม 300,000 ล้านบาท ไปซื้อบ้านหรือลดหนี้ที่อยู่อาศัย 
-ระดับ SME โดยการเพิ่มทุน SME และ START UP วงเงิน 3 แสนล้านบาท ให้ธุรกิจมีเงินใหม่เพื่อการลงทุน ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาล จะเริ่มทำทันทีภายใน 3 เดือน

ระยะยาว จะปรับโครงสร้างและปลดล็อคข้อจำกัด
-ที่ดิน ออกโฉนด 1 ล้านแปลง  ให้สิทธิทำกินในที่ดินรัฐ อุดหนุนเงิน 3 ล้านบาทสำหรับการรวมแปลงที่ดินใหญ่
-ประมง ผ่อนคลายมาตรการา IUU 
-แรงงานให้เรียนฟรีถึงป.ตรี สาขาที่ตลาดต้องการ 
-เทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต 1 ล้านจุด 
ในส่วนมาตรการที่เหลืออีก 6 เรื่องจะมีผลในการลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ คือ 1.ประกันรายได้สินค้าเกษตรหลัก 5 ตัว 2.ชาวนารับ 30,000 บาท จากที่ดิน ไร่ละ 2,000 บาท  ไม่เกิน 15 ไร่ 3.ประมงพื้นบ้านกลุ่มละ 100,000 บาท 4.ด้านปศุสัตว์ผู้เลี้ยงโคนมจะได้ประโยชน์จากเรื่องนมโรงเรียน 365 วัน 5.ชมรมผู้สูงอายุ 30,000 บาทต่อปี และ6. บัตรประชาชนใบเดียวรักษาพยาลและการตรวจโรคฟรี ซึ่งรวมแล้วคาดว่าจะใช้เงิน 2.2 แสนล้านบาท

 ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์

ดร.พิสิฐ กล่าวต่อ GDP ไทยโตช้าที่สุดในอาเซียน จากผลกระทบวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากเงินเฟ้อ การขาดดุลกับต่างประเทศ การขาดดุลการคลัง โดยเฉพาะรายได้ที่ขาดหายไปจากผลกระทบโควิด-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมากว่า 3 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐได้มีมาตรการช่วยเหลือที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ เงินกู้ตามพ.ร.ก. โควิด-19 2 ฉบับ (2563-2565) รวมประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท รวมถึงรายได้ที่เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ (2563-2565) ประมาณ 5 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นยังมีหลุมรายได้ที่ขาดไปอีก 1 ล้านล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์จะอุดหลุมรายได้ตรงนี้จะอัดฉีดเม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อให้GDPโตเกิน 5% ตามศักยภาพที่เรามีอยู่ ซึ่งถ้าโตต่ำกว่าระดับ 5% จะไม่เป็นที่สนใจจจากนักลงทุน 

โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ลดหนี้ครัวเรือนจากที่แตะ 90%ของ GDP และไม่สร้างหนี้สาธารณะจากที่ทะลุ 60%ของ GDP เราจะทำให้ระบบการเงินไทยแข็งแรง และมีเงินใหม่เข้ามา เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยต้องทำภายใน 3-4 เดือน ซึ่งเรามีเงิน 8 แสนล้านบาทรออยู่แล้วในระบบการเงินการคลัง ส่วนอีก 2 แสนล้านบาทจากการปรับโครงสร้างระบบงบประมาณและการบริหารการจัดเก็บรายได้และเงินนอกงบประมาณ 

‘ชาติไทยพัฒนา’ สู้นโยบาย ลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’ วราวุธ ‘ผู้นำโลกใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546557

10 เม.ย. 2566

'ชาติไทยพัฒนา' สู้นโยบาย ลงทุน 'คาร์บอนเครดิต' วราวุธ 'ผู้นำโลกใหม่'

เลือกตั้ง66 ชาติไทยพัฒนา ปาร์ตี้ลิสต์ หมายเลข 18 พร้อมนำไทยสู่ WOW ว้าวไทยแลนด์ สู้นโยบายลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’ ป้องกันกำแพงภาษีจากนานาชาติ ดัน วราวุธ ศิลปอาชา เป็น ผู้นำโลกใหม่

Key Points:

  • ลงทุนปรับระบบการวัดคาร์บอนเครดิต 8,000-10,000 ล้านบาท คาดสร้างรายได้เข้าประเทศปีละ 1 แสนล้านบาท เพื่อสร้างแต้มต่อให้ประเทศ ป้องกันกำแพงภาษี ด้านสิ่งแวดล้อมจากนานาชาติ
  • นำประเทศไทยกลับไปยืนบนเวทีโลก อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี หัวหน้าพรรคการเมืองที่จะนำไทยกลับไปยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามอีกครั้งคือ นายวราวุธ ศิลปอาชา หน.ชาติไทยพัฒนา
  • ขอ 25 เสียงหนุนพรรคเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล

ลงทุนคาร์บอนเครดิต

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา(ชพท.) ตอบปมสงสัยเลือกตั้ง2566 ทำไมประชาชนควรเลือกชาติไทยพัฒนา กับ “คมชัดลึก” ว่านโยบายชาติไทยพัฒนาจะลงทุนปรับระบบการวัดคาร์บอนเครดิต 8,000-10,000 ล้านบาท ให้ได้มาตรฐานสากล คาดสร้างรายได้เข้าประเทศปีละ 1 แสนล้านบาท เพื่อสร้างแต้มต่อให้ประเทศ ป้องกันกำแพงภาษี ด้านสิ่งแวดล้อมจากนานาชาติ

นโยบายคาร์บอนเครดิตเป็นวาระเร่งด่วน ทำทันทีและทำได้จริง หากไม่รีบดำเนินการไทยจะถูกกีดกันทางการค้า ในกลุ่มอียูคิดราคาคาร์บอนเครดิต ตกตันละ  2,000 บาท ในการนำเข้าสินค้าเสื้อผ้าที่มีคาร์บอน

พรรคชาติไทยพัฒนา  หมายเลข 18พรรคชาติไทยพัฒนา หมายเลข 18

นั่นหมายถึง ผลักดันการพัฒนาเกษตรกรสมัยใหม่ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ที่เหมาะสมต่อฤดูกาล และสภาพภูมิประเทศ ส่งเสริมการทำเกษตรยั่งยืน เพื่อสามารถขายคาร์บอนเครดิตได้ให้กับบริษัทเอกชนและภาครัฐ ในการสร้างแต้มต่อคาร์บอนเครดิต ให้กับประเทศไทย เพื่อป้องกันกำแพงภาษี ด้านสิ่งแวดล้อมจากนานาชาติ

‘วราวุธ ศิลปอาชา’ คุณสมบัติผู้นำโลกใหม่

ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่ได้อยู่บนเวทีโลกแล้ว 8 ปีที่ผ่านมาโลกมองข้ามประเทศไทยไป ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือนำประเทศไทยกลับไปยืนบนเวทีโลกอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี หัวหน้าพรรคการเมืองที่จะนำไทยกลับไปยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามอีกครั้ง คือ นายวราวุธ ศิลปอาชา

นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจ มีบทบาทโดดเด่นในเวทีการประชุมระดับนานาชาติในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา มีภาวะผู้นำสูง ต่างชาติให้การยอมรับให้เกียรติ และเกรงใจ เป็นคนที่เข้าถึงปัญหาลุยมา 70 จังหวัด แม้เป็นนักเรียนนอก เมื่อพบประชาชนมีความอ่อนน้อมถ่อมตน เข้าใจ รับฟัง และเคียงข้างประชาชน นี่คือคุณสมบัติ ผู้นำโลกใหม่ ไม่เป็นตัวตลกในสายตาชาวโลก

ขอ 25 เสียงหนุนพรรคเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล

ชาติไทยพัฒนาขับเคลื่อนนโยบาย WOW ว้าวไทยแลนด์ ประกอบด้วย สร้างความมั่งคั่ง Wealth สร้างโอากาส Opportunity และ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อทุกคน Welfare for All 

อีกทั้งชาติไทยพัฒนา ไม่เคยทะเลาะกับใคร ไม่เคยเป็นคู่ขัดแย้ง และไม่เคยสร้างความขัดแย้ง เพราะเสียเวลาในการทำงานรับใช้ประชาชน นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นบุคคลที่นานาชาติให้การยอมรับ ไม่ใช่เพราะว่าพูดภาษาอังกฤษเก่ง แต่มีสติปัญญาในการทำงานที่เป็นหลักฐานชัดเจน และเรายังมีบุคลากรคนอื่นที่ยังมีประสบการณ์มายาวนานมากมาย ชาติไทยพัฒนาจะทำให้เห็นว่าคนเก่งเท่านั้นจะนำพาประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เลือกหมายเลข 18 ชาติไทยพัฒนา ขอเพียง 25 เสียงหนุนพรรคเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล

กลิ่นตุๆ ‘ปชป.’ ข้องใจนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น เอื้อธุรกิจบางครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546552

10 เม.ย. 2566

กลิ่นตุๆ 'ปชป.' ข้องใจนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น เอื้อธุรกิจบางครอบครัว

‘ปชป.’ ตั้ง 5 ข้อสงสัย นโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เอื้อธุรกิจครอบครัวหรือไม่ อัด กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ตรงจุด ไม่เกิดประโยชน์ ปชช.-ประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายเกียรติ สิทธีอมร อดีต สส. และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย แตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างน้อย 5% ไม่สร้างหนี้เพิ่ม เปลี่ยนเงินที่มีอยู่ในระบบมาใช้ และกระจายเศรษฐกิจไปสู่ฐานรากอย่างมั่นคง

โดยตั้งข้อสังเกตุ 5 ข้อ 

1. นโยบายดังกล่าวไม่ชัดเจนทั้งเคลื่อนตัวเลขระยะเวลาการแจกเงิน มีทั้งบอกแจก 6 เดือน หรือ แจกเพียง 1 ครั้ง รวมถึงที่มาของเงิน วันหนึ่งบอก เอาจาก 5 แสนล้าน อีกวันบอกเอาจากงบประมาณ งบส่วนกลาง 30% หรือ 3 หมื่นล้านบาท ทุกอย่างไม่ตรงกัน 

ล่าสุด ทราบข่าวว่า ทางนั้นได้ไปชี้แจงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แล้ว ซึ่งคำถามอยู่ที่กกต.ว่า พรรคการเมืองเสนอนโยบายแบบนี้ทำได้หรือไม่ ไม่ใช่เป็นการโยนหินถามทางไปวันๆแล้วผลกระทบเป็นอย่างไร

2. พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยนำเงินภาษีประชาชนแจกคนรวย ใน 55 ล้านคน อาจจะมีคนที่ต้องการความช่วยเหลือ 10-15 ล้านคน แต่ที่เหลืออีก 35 ล้านคน ไม่ได้ต้องการเงินช่วยเหลือ แต่เอาภาษีไปให้เขาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 

ตนคิดว่าหากเป็นเช่นนี้ไม่เห็นด้วย เพราะกลายเป็นเอาเงินภาษีประชาชนไปใช้ และช่วยคนที่มีรายได้เพียงพออยู่แล้ว จะอ้างกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟังไม่ได้ เพราะมีอีกหลายวิธีที่ทำได้

3. ทำไมเริ่มแจกตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไปหากจะช่วยนักเรียนกู้เงินกยศ. เรายินดี ตรงเป้า แต่หากจะช่วยนักเรียนที่ไม่เดือดร้อน ตนไม่เห็นด้วย เช่น นักเรียนที่ขับรถไปเรียนหรือพ่อแม่ขับรถมาส่งทุกวัน เพราะภาษีของประชาชนได้มายาก นำไปใช้แบบนั้นไม่ได้

4. ภาษีมีจำกัด ภาระของประเทศมีเยอะ ทุกบาททุกสตางค์เอาไปใช้ต้องเข้าเป้า ไม่ใช่กระจายไปหมดเป็น “เบี้ยหัวแตก”

พร้อมนำเสนอวิธีง่ายๆคือ คนไหนไม่มีบัญชีธนาคาร หรือ มีบัญชีธนาคารแต่ ไม่ถึง 10,000 บาท นำเงินเติมไปให้เขาจึงจะตรงเป้า ถึงมือคนที่จำเป็นต้องช่วยจริงๆ และไม่ต้องผ่านกระเป๋าดิจิทัลใคร 

5. ทำไมต้องเป็นเงินดิจิทัล ซึ่งทราบมาว่า บริษัท แสนสิริ จำกัด เข้าไปซื้อหุ้นบริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (XPG) เมื่อปี 2021เป็นที่เรียบร้อย เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัล ทำไมบังเอิญแบบนี้ และทำไมต้องบังคับคน 80% ใช้เงินดิจิทัล ซึ่งบริษัทดังกล่าวขายสกุลเงินดิจิทัลดังนั้นเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวหรือไม่ เรื่องนี้ตนก็ไม่ทราบ แต่วันที่ขายทรัพย์สินดิจิทัลเพื่อแจกประชาชน บริษัทนี้จะรวยทันที

นอกจากนี้ยังพบปัญหาร้านค้าจะรับเงินดิจิทัลหรือไม่ สามารถไปขึ้นเงินกับใคร และจะโดนลดค่าเงินหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเงินดิจิทัลผันผวนมาก แบงค์ระดับโลกเกิดผลกระทบ ซึ่งมองว่า ผลดีไม่พอ เห็นแต่ประโยชน์ของบริษัททรัพย์สินดิจิทัล แต่ไม่เห็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ พร้อมขอให้คนที่แถลงนโยบายออกมีชี้แจงให้เกิดความชัดเจน เพราะยังมีอีกหลายวิธี หากจะกระตุ้นเศรษฐกิจใช้เงินน้อย ได้ผลมาก แต่มีวิธีนี้ คือ ใช้เงินมาก ได้ผลน้อย

นายเกียรติ สิทธีอมร (คนกลาง)นายเกียรติ สิทธีอมร (คนกลาง)

ประชาธิปัตย์ อวดนโยบายเศรษฐกิจ ดีกว่า เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546546

10 เม.ย. 2566

ประชาธิปัตย์ อวดนโยบายเศรษฐกิจ ดีกว่า เพื่อไทย

ไม่จริงก็ชี้แจงมา ธนาคารหมู่บ้าน ธนาคารชุมชน ของพรรค ประชาธิปัตย์ ดีและยั่งยืนกว่า กระเป๋าเงินดิจิตอลของพรรค เพื่อไทย

นโยบายแจกเงินดิจิตอล 1 หมื่นบาท ของพรรคเพื่อไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวกแง่ลบอย่างกว้างขวาง จากหลายพรรคการเมืองเช่นเดียวกับ พรรคประชาธิปัตย์ ที่เชื่อมั่นว่า

นโยบายธนาคารหมู่บ้าน ธนาคารชุมชนของพรรคประชาธิปัตย์ดีกว่า ยั่งยืนกว่านโยบายเงินดิจิตอล1หมื่นของพรรคเพื่อไทย

เงินดิจิตอล VS ธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชนความต่างของนโยบายพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์



กรณีมีการวิจารณ์กันมากเรื่องนโยบายแจกเงินดิจิตอล1 หมื่นบาท ของพรรคเพื่อไทย ขอสงวนความเห็นไม่กล่าวถึงประเด็นทำได้หรือไม่ ขัดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ แต่จะเสนอนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ให้เห็นเป็นการเปรียบเทียบ

นโยบายธนาคารหมู่บ้านธนาคารชุมชนทุกหมู่บ้านทุกชุมชนใน77 จังหวัดเป็นการจัดตั้งระบบธนาคารท้องถิ่นเพื่อให้บริการเงินฝากและสินเชื่อรวมทั้งบริการอื่นๆใช้เทคโนโลยีธนาคารดิจิตอล (Fintech) ปัญญาประดิษฐ์(AI)และบล็อคเชน(Blockchain) แบคอัพการบริหาร

โดยใช้เงิน 2 แสนล้าน เป็นทุนประเดิมเริ่มต้นเป็นเงินหมุนเวียน ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวจบแบบเงินดิจิตอล1หมื่นของพรรคเพื่อไทย

สรุปคือ ธนาคารหมู่บ้านและธนาคารชุมชนจะต้อง

  1. เป็นการปฏิรูประบบธนาคารใหญ่ที่สุดโดยให้มีระบบธนาคารหมู่บ้านธนาคารชุมชนเป็นครั้งแรกในรอบกว่า100ปีที่มีแต่ระบบธนาคารพาณิชย์ระดับชาติ
     
  2. เป็นสถาบันการเงินเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ชุมชนและครัวเรือนเพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเขื่อและทุนของชาวบ้านทั้งในชนบทและในเมือง
     
  3. ส่งเสริมระบบสินเชื่อเงินฝากและเงินออมโดยชุมชนของชุมชนเพื่อชุมชน
     
  4. เป็นเงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจแบบยั่งยืนสร้างโอกาสทางการค้าธุรกิจการลงทุนสร้างอาชีพสร้างรายได้และเป็นการแก้ปัญหาหนี้สินความยากจนและแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
     
  5. กรณีต้องใช้สินเชื่อเพื่อการลงทุนจำนวนมากหลักล้านสามารถใช้บริการของกองทุนStartup SME 3 แสนล้าน


นโยบายธนาคารหมู่บ้านและธนาคารชุมชน 2 ล้านบาทตอบโจทย์ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าถึงสินเชื่อของชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายรวมทั้งส่งเสริมการออมระดับครัวเรือนชุมชนหมู่บ้านอย่างยั่งยืนบนหลักการของวินัยการเงินการคลังท้องถิ่น



เชื่อว่าจะสร้างความยั่งยืนในระบบการเงินภาคประชาชนและรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศโดยกระทบหนี้สาธารณะน้อยที่สุดดีกว่านโยบายเงินดิจิตอลของพรรคเพื่อไทย หรือคุณเศรษฐา ทวีสินจะโต้แย้งชี้แจงก็ยินดีรับฟังแลกเปลี่ยนมุมมองกันตามวิถีทางประชาธิปไตย



ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย  โฆษกคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ชี้แจง10 ประเด็น กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ดังนี้

  1. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่ใช่คริปโตเคอเรนซี่ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่ แต่เป็นเหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ Blockchain เขียนเงื่อนไขลงไปในนั้น เพื่อนโยบายการคลังที่ตรงจุด สามารถเอามาแลกเป็นเงินบาทได้ทุกเมื่อ
     
  2.  เหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่มีความเสี่ยง ไม่มีการเก็งกำไร ไม่มีการถูกทุบ ไม่มีการขาดทุน ไม่มีการสร้างมูลค่า ไม่สามารถแลกเปลี่ยนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นได้ ไม่มีราคาตก-ราคาขึ้น เพราะทุกเหรียญมีค่าเท่าเงินบาทเสมอ รับประกันโดยรัฐบาล
     
  3. กระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่มีผลกระทบใดๆทั้งสิ้นต่อความมั่นคงของระบบการเงิน ไม่เกี่ยวกับทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะไม่ใช่การสร้างสกุลเงินใหม่
     
  4. กระเป๋าเงินดิจิทัล เงิน 10,000 บาท ลงถึงมือประชาชนทุกคน (16 ปี ขึ้นไป) ทุกบาททุกสตางค์ ใช้จ่ายจริง ซื้อของได้จริง ไม่มีการสูญหายของงบประมาณ ตรวจสอบได้ทุกธุรกรรมตลอดเส้นทาง
     
  5. กระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่ใช่กรณีเดียวกับ Bitcoin Luna USDT ตามมีผู้กล่าวอ้าง เหล่านั้นออกโดยเอกชนและมุ่งหมายเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน กระเป๋าเงินดิจิทัลคือเหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ Blockchain เขียนเงื่อนไขลงไป ออกโดยรัฐบาล ไม่ใช่สกุลเงินคู่ขนานกับเงินบาท
     
  6. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนตามที่มีผู้กล่าวอ้าง ไม่เกี่ยวกับการซื้อบริษัท ไม่เกี่ยวกับการฟอกเงิน ไม่เกี่ยวกับการลงทุน เป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่ได้อยู่บนฐานของข้อเท็จจริง ทั้งหมดใช้งบประมาณจากภาครัฐและโอนตรงถือมือประชาชนทุกคน (16 ปีขึ้นไป) ง่ายๆและตรงไปตรงมา
     
  7. กระเป๋าเงินดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน ระดับชุมชน ในตลาด สร้างธุรกรรมระหว่างรายย่อย ตรงข้ามกับวิธีเดิมที่ต้องซื้อในร้านใหญ่หรือกลุ่มทุน
     
  8. กระเป๋าเงินดิจิทัล ใช้ระบบ Blockchain มีความปลอดภัยสูงสุด สูงกว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รู้เส้นทางการเงินทุกธุรกรรม รู้ผู้รับ รู้ผู้จ่าย เป็นระบบที่มีความโปร่งสูงสุด ตรวจสอบได้ทุกธุรกรรม
     
  9. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ ปัจจุบันระดับกำลังซื้อของประเทศตกต่ำ เศรษฐกิจตกต่ำกว่าศักยภาพมาก สภาวะดังกล่าวไม่นำสู่เงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์ได้ รวมทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล สามารถจัดสรรเงินจากงบประมาณ ไม่มีการขึ้นอัตราภาษีใดๆ
     
  10. พรรคเพื่อไทยสนับสนุน Central Bank Digital Currency (CBDC) และเดินหน้าพัฒนาร่วมกันธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเปิดสำหรับทุกคน เพื่อยกระดับระบบการเงินของประเทศเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

แพทองธาร ไม่ลืมรำลึก ‘เหตุการณ์ 10 เมษา 2553’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546542

10 เม.ย. 2566

แพทองธาร ไม่ลืมรำลึก 'เหตุการณ์ 10 เมษา 2553'

13 ปี สลายการชุมนุม นปช. ‘เหตุการณ์ 10 เมษา 2553’ แพทองธาร โพสต์ ทวิตเตอร์ รำลึกไม่เคยลืม การใช้กระสุนจริงกับประชาชน

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยโพสต์ทวิตเตอร์รำลึกเหตุการณ์ สลายการชุมนุม เหตุการณ์ 10 เมษา 2553 มีเนื้อหาว่า



13 ปีแล้ว วันแรกของการส่งทหารเข้ายึดพื้นที่และใช้กระสุนจริงกับประชาชน มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

ถึงวีรชนผู้ต่อสู้ทุกท่าน เหตุการณ์ 10 เมษา 2553 ไม่มีวันไหนที่พวกเราจะลืม และขอยืนยันว่าจะเรียกร้องให้คืนความยุติธรรมแก่ผู้เสียสละ เหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนต่อการทำงานของพวกเราในอนาคต เราสูญเสียไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

ศูนย์ข้อมูลประชาชนกรณี เมษายน-พฤษภาคม 2553 (ตีพิมพ์เมื่อปี 2555) รายงานว่า เดือนมีนาคม 2553 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้ปักหลักชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและแยกราชประสงค์ เรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยุบสภา

ก่อนมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งใช้คำว่าปฏิบัติการขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตั้งแต่ช่วงบ่ายในเหตุการณ์ 10 เมษา 2553



มีผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม  ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 26 ราย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร 5 นาย และพลเรือน 21 ราย 

พลังประชารัฐ คาดหวัง 70 – 100 ที่นั่ง สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546535

10 เม.ย. 2566

พลังประชารัฐ คาดหวัง 70 - 100  ที่นั่ง สส.

ไม่มีสัญญาตั้งรัฐบาลล่วงหน้า ต้องดูตัวเลขหลังเลือกตั้ง พรรค พลังประชารัฐ ก้าวความขัดแย้ง ไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย

แคนดิเดตนายกฯพรรคพลังประชารัฐให้นิยาม ก้าวข้ามความขัดแย้งคือความต้องการให้ประชาชนคนไทย เป็นหนึ่งเดียว มีความรักใคร่สามัคคีกัน พาบ้านเมืองหลุดพ้นจากความขัดแย้งเสียที

ส่วนใครจะคิดอย่างไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน เรื่องทางการเมือง ก็เป็นเรื่องของการเมือง ไม่เกี่ยวกัน ใครจะคิดอย่างไร ก็ขอให้คิดกันเอาเอง

พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ แคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐให้สัมภาษณ์สื่อเครือเนชั่น ถึงจุดแข็งของพลังประชารัฐว่า เป็นศูนย์รวมของคนมีความรู้ความสามารถบริหารประเทศชาติ ตามที่คณะกรรมการคัดสรรเข้ามา  ทีมเศรษฐกิจ ห้าคน มีที่ยืนด้วยกันทั้งนั้น เพราะต่างคนก็มีที่มา


ยกตัวอย่างนโยบายประชารัฐ ก็เป็นของพรรคพลังประชารัฐที่ทำมาตั้งแต่ต้น โดย อุตตม สาวนายน เป็นคนทำ  และหากได้เข้ามาเป็นนายกฯ จะทำทันที ทุกเรื่องที่ทำให้ประชาชน อยู่ดีกินดีขึ้น ได้รับการแก้ไขปัญหา ที่ประชาชนเดือดร้อนทำทุกเรื่อง

พล.อ.ประวิตร บอกว่า การทำงานที่ผ่านมาส่วนมากจะประชุมทั้งวัน วันละหลายเรื่อง แต่ยอมรับว่าการเมืองจะหนักหน่อย เพราะมีสี่ร้อยเขต ข้อต่อรองเยอะ ต้องตัดสินใจ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกัน ซึ่งไม่มีใครยอมใคร   ส่วนการลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 ไม่ได้ตัดสินใจเอง แต่เป็นมติพรรค



และประเมินผลการเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐได้ สส. ไม่น้อยกว่า 70 ที่นั่ง จาก สส. แบบแบ่งเขต หรือ รวมแล้วอาจจะเกินร้อย โดยประเมินจากการทำโพล หลายช่องทาง  มั่นใจยกจังหวัด ที่เพชรบูรณ์  กำแพงเพชร  พะเยา  สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสระแก้ว ส่วนกาญจนบุรี คะเนไว้ที่ 3-5 คน



การจัดตั้งรัฐบาล ต้องดูตัวเลขหลังการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับพรรครวมไทยสร้างชาติ มีเงื่อนไขเดียว ว่าใครได้ สส. มากกว่าก็เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล การเลือกตั้งปี 66  ยากกว่า ปี 62  เพราะพรรคขนาดใหญ่ สู้กันเยอะ 

เรื่องหมายเลขผู้สมัคร ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และ บัญชีรายชื่อ หากชาวบ้านต้องการรู้จริงๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา  พรรคไม่ได้สนใจว่า พรรคการเมืองไหนจะมีกระแสอย่างไร แต่เสียงของรัฐบาล ต้องไม่ต่ำกว่า 251 เสียง ไม่มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ส่วนคำถามที่ว่าไหวไหมต้องถามกลับคนถามว่าไหวหรือเปล่า เพราะส่วนตัวเดินมาปีกว่าแล้ว ตรวจราชการครบทั้ง  77 จังหวัด บางจังหวัดไป 2-3 รอบก็มี

ประชาธิปัตย์ ตั้งเป้าทวงคืน กทม. ทุกเขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546529

09 เม.ย. 2566

ประชาธิปัตย์ ตั้งเป้าทวงคืน กทม. ทุกเขต

ประชาธิปัตย์ ตั้งเป้า ทวงคืน ทุกพื้นที่เลือกตั้งกรุงเทพฯ มั่นใจ แม้สี่ปี ที่ผ่านมาจะไม่มี สส. แต่ไม่เคยทิ้ง คน กทม.ไปไหน และอยู่คู่ ประเทศไทยมา 77 ปี

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พร้อมทีมงานลงพื้นที่ตลาดอมรทรัพย์ ปราศรัยช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.ณัฐิดา เตาเฟ็ส ผู้สมัคร สส. กทม. เขตหนองจอก เบอร์ 2 

ยันคิดนโยบายที่ทำได้จริง ไม่เอากัญชาสันทนาการ ทำลายอนาคตลูกหลาน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ ไม่เหมือนอีกหลายพรรค แม้จะไม่ได้มีอำนาจควบคุมโดยตรง แต่ก็สามารถสั่งการได้มาจากทางไกล

แต่พรรคประชาธิปัตย์ ต้องมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ต้องมีการเสนอตัวและโหวต ใครที่มีคุณสมบัติก็สามารถเป็นหัวหน้าพรรคได้ เพราะเราคือสถาบันทางการเมืองที่อยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และทำงานโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองฯมั่นใจว่าหลังจากนี้พรรคประชาธิปัตย์จะทวงคืนเก้าอี้ สส. ใน กทม. แม้ 4 ปีที่ผ่านมาเราจะไม่มี สส. ใน กทม. เลย แต่ก็ไม่เคยทิ้งคน กทม. ไปไหน เพราะอยู่คู่คนไทยมา 77 ปี เราไม่มีเจ้าของ เราไม่มีนายทุน เรามีแต่ประชาชนที่เป็นผู้สนับสนุน

พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงเขตหนองจอกพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงเขตหนองจอก

นอกจากนี้เรายังมีนโยบายที่ทำให้ประชาชนค้าขายได้สะดวก ไม่ต้องกู้หนี้นอกระบบ ได้แก่ ธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน 2 ล้านบาท กองทุน SME 3 แสนล้านบาท โดยนโยบายทั้งหมดเราต้องการส่งต่อโอกาสที่เท่าเทียมให้กับคนไทยทุกคน

‘แคนดิเดตนายกฯ ‘ เพื่อไทย ได้ใจคนลำปาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546528

09 เม.ย. 2566

'แคนดิเดตนายกฯ ' เพื่อไทย ได้ใจคนลำปาง

สอง ‘แคนดิเดตนายกฯ’ พรรคเพื่อไทย ให้คำมั่นคนลำปาง หากแลนด์สไลด์ จะแก้ไขปัญหาปากท้อง ยันกระเป๋าเงินดิจิตอล แก้ปัญหา 8 ปี รัฐบาลลงุตู่

ชาวลำปางส่งกำลังใจให้แพทองธาร และฝากเรื่องเกษตรกร และดูแลรายได้ประชาชน เพราะที่ผ่านมา 8 ปีต้องเผชิญกับหนี้สิน โดยแพทองธารได้ขอบคุณประชาชน และฝากถึงประชาชนในพื้นที่ว่าไม่ต้องเป็นกังวลเพราะพรรคเพื่อไทยตั้งใจจะแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน

มีทั้งนโยบายที่รองรับเรื่องค่าแรง และราคาสินค้าเกษตร ขอให้ไว้วางใจเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ได้เลย

แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ แคนดิเดตนายกฯ ทักทายพี่น้องชาวลำปางผ่านระบบถ่ายทอดสดออนไลน์ บนเวทีปราศรัยคิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ณ ตลาดนัดคลองถมห้างฉัตร อําเภอเมือง จังหวัดลําปาง

พรรคเพื่อไทยพร้อมจะทำหน้าที่เป็นรัฐบาลเพื่อพี่น้องชาวลำปาง ในอดีตที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเคยช่วยเหลือชาวลำปางจากผลกระทบสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน จนถึงปัจจุบัน พรรคเพื่อไทยได้เห็นถึงสภาวะปุ๋ยแพง แต่พืชผลทางการเกษตรราคาถูก ทำให้สัปปะรดที่ชาวลำปางปลูกได้ผลกำไรไม่คุ้มกับการลงทุน

เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ยืนยันนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย แม้นโยบายนี้ได้เผชิญแรงเสียดทานจำนวนมาก แต่เป็นมาตรการที่จำเป็น

เพราะ 8 ปีที่ผ่านมา ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  และเพื่อนพ้องพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พรรคเพื่อไทยจึงต้องการให้มีการใช้เงินให้หมดภายใน 6 เดือน ยิ่งใช้เงินเร็ว ยิ่งกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว

พรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่ลำปางพรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่ลำปาง

ภาครัฐจะได้รับประโยชน์กลับมาในรูปแบบเงินภาษีและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งต้องในระยะ 4 กิโลเมตรตามที่อยู่บัตรประชาชน

‘ครป.’ เรียกร้อง หยุดสร้างความเกลียดชัง หาเสียง เลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546515

09 เม.ย. 2566

'ครป.' เรียกร้อง หยุดสร้างความเกลียดชัง หาเสียง เลือกตั้ง

‘ครป.’ จี้ กกต.เตือน พรรครวมไทยสร้างชาติ หาเสียงเลือกตั้ง ไม่ควรสร้างความเกลียดชัง ระหว่างผู้เห็นต่างทางการเมือง

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย หรือ ครป. โดย นาย เมธา มาสขาว เลขาธิการฯ เรียกร้อง ให้พรรคการเมืองบางพรรคที่ปราศรัยหาเสียง โดยมีเนื้อหาในทำนองว่า คนไทยที่ไม่รักชาติให้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

ควรยุติการหาเสียงด้วยการสร้างความเกลียดชัง และสร้างความขัดแย้ง ไม่ส่งเสริมความรุนแรงและสร้างความขัดแย้งทางการเมืองเพื่อหวังผลคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง

อย่าให้พวกสุดโต่งมีบทบาท

โดยการแถลงล่าสุดบ่ายวันนี้  นายสมชาย หอมละออ ประธานมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา เรียกร้องให้ทุกฝ่าย ยอมรับและมีเจตจำนงค์ อันแน่วแน่ ที่จะสร้างความเข้มแข็งและสิทธิมนุษยชน ให้คนในประเทศไทย

ต้องทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งแตกต่างต้องยอมรับ และมีเจตจำนงค์อันแน่วแน่ สร้างความเข้มเข็งให้ประชาธิปไตย ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานเคารพความเห็นต่าง  อยู่บนหลักนิติธรรม ไม่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือของฝ่ายที่มีอำนาจ 

ทุกกลุ่มต้องทำความเข้าใจให้เห็นฟ้องต้องกัน ต้องยอมรับว่า มีกลุ่มสุดโต่งอยู่ในกลุ่มของตัวเอง ไม่ยอมรับความฟังความเห็นของอีกฝ่าย  ต้องไม่ให้คนเหล่านี้ มีบทบาทในการนำของกลุ่มนั้นๆ เพราะจะทำให้กระบวนการสร้างความปรองดอง มีปัญหา

ข้อเรียกร้องของ ครป.มาจากการปราศรัยหาเสียงของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ซึ่งมีเนื้อหาการอภิปรายว่า แผ่นดินไทยมีไว้เพื่อคนรักชาติ คนไทยที่ไม่รักชาติควรย้ายไปอยู่ต่างประเทศ 

นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์  ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควร นำมาหาเสียงทางการเมือง และ กกต.ต้องมีจดหมายเตือนไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติอีกครั้ง เพราะเคยห้ามไว้แล้ว

ครป. แถลงการณ์ ข้อเสนอ  ต่อการเลือกตั้ง 66 ดังนี้

  1. เรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐบาลรักษาการ หยุดการใช้งบประมาณและทรัพยากรของรัฐเพื่อเอื้อผลประโยชน์ทางการเมืองแก่ตนเองในการเลือกตั้ง และหยุดอนุมัติโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐโดยการลักหลับประชาชน

    รวมทั้งประกาศให้กลไกรัฐทุกกระทรวงทบวงกรม วางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้อำนาจที่มีตามกฎหมายไปเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครรับการเลือกตั้งไม่ว่าพรรคการเมืองใด

     
  2. พรรคการเมืองและผู้สมัครรับการเลือกตั้ง รณรงค์หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ไม่สร้างความขัดแย้งเพื่อส่งเสริมความรุนแรงหรือสร้างความเกลียดชัง และควรมีนโยบายการแก้ไขปัญหาทางโครงสร้างที่สั่งสมมาอย่างยาวนานมากกว่านโยบายประชานิยมเฉพาะหน้า

    โดยเฉพาะ ปัญหาการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพของประชาชน

     
  3. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และตรวจสอบได้ โดยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมLYงเกตการณ์เลือกตั้งและตรวจสอบการเลือกตั้งได้อย่างเต็มที่

    โดยการเปิดโอกาสและสนับสนุนให้มีอาสาสมัครภาคประชาชนรายงานผลการลงคะแนนแต่ละคูหาคู่ขนานไปกับการรายงานผลของ กกต. ที่ตรงไปตรงมาและตรงกัน

     
  4. ขอเชิญชวนประชาชนไทยร่วมใจกันไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยเจตจำนงค์ของตนเองตามหลักประชาธิปไตย และร่วมใจกันเป็นพลเมืองอาสาสังเกตการณ์เลือกตั้งในแต่ละคูหาใกล้บ้าน

    เพื่อตรวจสอบผลการเลือกตั้งในแต่ละหน่วยคู่ขนานไปกับการประกาศผลการเลือกตั้งของ กกต. เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้ โปร่งใส บริสุทธ์ ยุติธรรม และตรวจสอบได้อย่างแท้จริง