พบก้อนเลือดแห้ง ในสมอง ‘แคนดิเดตนายกฯ’ เพื่อไทย ระหว่างหาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546509

09 เม.ย. 2566

พบก้อนเลือดแห้ง ในสมอง 'แคนดิเดตนายกฯ' เพื่อไทย ระหว่างหาเสียง

‘แคนดิเดตนายกฯ’ พรรคเพื่อไทย บินเข้ารักษาตัวในกทม. หลังพบก้อนเลือดแห้งในสมอง ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงภาคเหนือ

เครื่องบินและทีมสกายดอกเตอร์ ร่วมกันนำ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนนิเดตนายกฯคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ 

หลังจากวานนี้ได้เดินทางพร้อมคณะมาที่ จ.น่าน มาปราศรัยหาเสียง ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา แล้วเกิดอาการปวดหัว อย่างรุนแรง จนไม่สามารถขึ้นปราศรัยได้ 

การตรวจรักษาที่โรงพยาบาลน่าน แพทย์สั่งทำซีทีแสกน จนพบว่ามีก้อนเลือดแห้งอยู่ในสมอง โดยแพทย์คาดว่าเกิดมาเป็นเวลานานแล้ว โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา แหล่งข่าวที่สามารถเชื่อถือได้ ได้ให้ข้อมูลว่า ตลอดคืนที่ผ่านมานายชัยเกษม นิติสิริได้เข้าพักรักษาตัวที่ ห้องพิเศษ ชั้น 7 โรงพยาบาลน่าน

เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำการรักษาหรือให้ใช้ยาอะไรเป็นพิเศษ เพียงนอนให้น้ำเกลือและสังเกตอาการ จนเมื่อเวลา 08.08 น. เครื่องบินพร้อมทีมสกายดอกเตอร์ได้ขึ้นบินจากท่าอากาศยานดอนเมือง มาถึงที่ท่าอากาศยานนครน่าน เมื่อเวลา 09.19 น.

ทีมแพทย์รับตัย ชัยเกษม นิติสิริ รักษาตัวที่ กทม.ทีมแพทย์รับตัย ชัยเกษม นิติสิริ รักษาตัวที่ กทม.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งได้เยี่ยมอาการในช่วงเช้ากับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว บอกว่า ที่ผ่านมาพบว่าอาการดี ส่วนสาเหตุที่ได้รับการเปิดเผยคือมีเลือดออกในสมองกระทบการทรงตัวแต่ไม่เป็นอะไรมาก



ส่วนการลงพื้นที่หาเสียงหลังจากนี้ 3-5 วัน จะยังคงดำเนินการต่อไป โดยในการปราศรัยที่จังหวัดลำปางขณะนี้นายเศรษฐา ทวีสินแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปกับขบวนล่วงหน้าเพราะมีกำหนดการเข้าพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดแพร่

‘ประชาธิปัตย์’ ทวงคืน พื้นที่ ‘พระโขนง’ – บางนา ให้ลืมสี่ปีที่ผ่านมาไปเสีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546503

09 เม.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' ทวงคืน พื้นที่ 'พระโขนง' - บางนา ให้ลืมสี่ปีที่ผ่านมาไปเสีย

สี่ปีที่ผ่านมา ‘พระโขนง’ – บางนา ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พรรค ‘ประชาธิปัตย์ ] ขอโอกาส เปลี่ยน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์ยกทีมบุก เขตพระโขนง-บางนา ชี้ สี่ปีที่ผ่านมา ไม่มีอะไร เปลี่ยนแปลงในพื้นที่  เลือกตั้ง 66  ต้องเลือกคนที่จะเป็นปากเสียงให้คนในพื้นที่ มีอุดมการณ์ตั้งใจทำงาน ไม่ต้องพึ่งเงินนอกระบบ

เปิดโอกาสให้ทุกคนเท่าเทียม ไม่ลดแลกแจกแถมประชาชนนิยม แต่จะให้คนไทยยืนได้ด้วยตัวเอง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. และศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. 

ขึ้นรถหกล้อปราศรัยหาเสียงที่หน้าตลาดมหาสิน ช่วยนายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตพระโขนง-บางนา หมายเลข 8

นายองอาจ กล่าวว่า ไม่ว่าสี่ปีที่แล้วจะเลือกพรรคหรือผู้สมัครคนใดก็ตาม แต่ปีนี้ขอให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งคนทั้งพรรค เพื่อให้ได้ มาดามเดียร์ ดร.เอ้ และองอาจมารับใช้พี่น้อง และได้นายสุทธิมารับใช้พี่น้องในเขต

พร้อมกับขอบคุณชาวพระโขนง-บางนาที่ต้อนรับพวกเราและอยู่เคียงข้างพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด พรรคของเรามีความพร้อมทั้งคนทำงาน นโยบาย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ นำเสนอนโยบายหลักที่ขาดไม่ได้ คือ เรื่องการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับคนทุกช่วงวัย เยาวชนต้องได้เรียนฟรีถึงปริญญาตรีในสาขาที่ขาดแคลน และเล็กเด็กมีนมโรงเรียนฟรี 365 วันนอกจากนี้กรุงเทพฯต้องไม่จมน้ำ และมีอินเตอร์เน็ตฟรีเพื่อให้เชื่อมต่อโลก

น.ส.วทันยา กล่าวว่า สี่ปีที่ผ่านมา เราไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับชาวพระโขนง-บางนา การเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าเลือกแบบเดิมก็ได้แบบเดิม ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนเพื่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

“เราทำอะไรต้องรับผิดชอบ เพราะเราต้องอยู่กับประชาชนไปอีกนาน ไม่ใช่ลดแลกแจกแถมแบบพรรคเฉพาะกิจ ที่เลือกไปครั้งนี้ไม่รู้ครั้งหน้าจะยังอยู่มั้ย งานการเมืองต้องมองถึงระยะยาว ไม่ใช่ทำแบบวูบวาบชั่วครั้งชั่วคราว” น.ส.วทันยา กล่าว

โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง 66 จับตานโยบาย ประชานิยม หลัง กกต. ไฟเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546491

09 เม.ย. 2566

โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง 66  จับตานโยบาย ประชานิยม หลัง กกต. ไฟเขียว

ผู้สมัคร สส. พรรคเสรีรวมไทย ชวนจับตา นโยบาย ประชานิยม มาอีกเพียบ ช่วงนับถอยหลังเดือนสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง หลัง กกต. ไฟเขียว

สมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยโพสต์ เฟซบุ๊ก แนะให้จับตา นโยบายประชานิยม ที่อาจจะคลอดตามมา จากหลายพรรคการเมือง ในห้วงเวลาที่เหลือ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง อีกราวหนึ่งเดือน

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยืนยัน ว่าสามารถทำได้ ไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง  โพสต์ ของสมชัย มีเนื้อหาว่า

ประชานิยม ต้องมีขอบเขต

ยังเหลืออีก 35 วัน ถึงจะเป็นวันเลือกตั้ง นโยบายหาเสียง และ ของต่าง ๆ ยังถูกปล่อยไม่หมด



สิ่งดี คือประชาชน จะได้ข้อเสนอจากพรรคการเมือง ว่าจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น ถูกใจประชาชนมากขึ้น  โดยข้อเสนอที่เป็นตัวเงิน ดูจะจูงใจได้มากที่สุด 

ข้อเสนอทางตัวเงินที่ให้กับประชาชนถ้าเป็นเงินส่วนตัว นั่นคือการซื้อเสียงอย่างชัดเจน ถ้าก่อนหน้าเลือกตั้งคือ การซื้อเสียง หากหลังเลือกตั้ง คือ สัญญาว่าจะให้



แต่เมื่อ เลขาธิการ กกต. มาเปิดทาง ว่า ข้อเสนอที่ใช้เงินของรัฐ ถือเป็นนโยบาย  ไม่ใช่ สัญญา ว่าจะให้  วันนี้ 700 , 1000, 3,000 , 10,000 บาท  อีก 34 วันที่เหลือ เรายังมีโอกาสได้เห็น นโยบาย เอาเงินหลวง มาสัญญาว่าจะให้ โดยไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตามที่ เลขา กกต. กรุยทางไว้อีกมากมาย



ประชานิยม ต้องมีขอบเขต



1. ต้องดูความสามารถในการจ่าย  จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี  ว่ามีเงินเท่าไร และถูกใช้ไปเท่าไร  จะตัดรายการใด มาเพิ่มเป็นรายการใหม่ได้

2. ต้องมีวินัยการเงินการคลัง และไม่ขัดกับ กม.วินัยการเงินการคลังของรัฐ  เช่น งบประมาณประจำปี ต้องมีงบลงทุน ต้อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรวม และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินที่ขาดดุลงบประมาณของปีนั้น ๆ

3. ต้องไม่กู้ จนเกินเพดานหนี้สาธารณะ ที่ปัจจุบันกำหนดไว้ ไม่เกินร้อยละ 70 ของ GDP ของประเทศ  และต้องคิดต่อว่า ภาระการใช้หนี้คืนในอนาคต จะกระทบต่อการตั้งงบประมาณเพื่อการพัฒนาประเทศในอนาคตอย่างไร



ประชานิยม ใคร ๆ ก็อยากได้  ใครจะไม่ชอบบ้างถ้ามีคนเอาเงินมาใส่กระเป๋ารายเดือน ๆ ละ 3,000 บาท หรือ ให้เงินช็อปปิ้งปีใหม่ 10,000 บาท

วันนี้( 9 เม.ย. 66 ) เท่านี้ แต่อีก 34 วันที่เหลือของการหาเสียง  นโยบายประดิษฐ์พิสดารที่เกทับบลัฟแหลก จะตามมาอีกแน่นอน  กกต. เขาไฟเขียว

โพลชี้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ และ พรรค ‘เพื่อไทย’ นำโด่งเลือกตั้งที่อุบลราชธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546487

09 เม.ย. 2566

โพลชี้ 'อุ๊งอิ๊ง' และ พรรค 'เพื่อไทย' นำโด่งเลือกตั้งที่อุบลราชธานี

เทใจให้พรรค เพื่อไทย และ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ผลสำรวจ นิด้าโพล ล่าสุด ที่คน อุบลราชธานี จะเลือกนายกรัฐมนตรี และ สส.จากพรรคการเมือง

ผลสำรวจของประชาชน เรื่อง คนอุบลราชธานีเลือกพรรคไหน ซึ่งนิด้าโพลทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27-30 มีนาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดอุบลราชธานี กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,100 หน่วยตัวอย่าง พบว่า

บุคคลที่คนอุบลราชธานีจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งนี้ใน 5  อันดับแรกได้แก่

  • อันดับ 1 ร้อยละ 45.55 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร พรรคเพื่อไทย
     
  • อันดับ 2 ร้อยละ 12.18 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล  
     
  • อันดับ 3 ร้อยละ 10.82 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ
     
  • อันดับ 4 ร้อยละ 7.45 ระบุว่าเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน พรรคเพื่อไทย
     
  • อันดับ 5 ร้อยละ 7.09 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย 
     

โดยมี พล.ต.อ. เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช พรรคเสรีรวมไทย ตามมาเป็นอันดับ  6  ที่ร้อยละ 4.45

พรรคการเมืองที่คนอุบลราชธานีจะเลือกให้เป็น สส. แบบแบ่งเขต ใน 5 อันดับแรกได้แก่
 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 62.27 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
     
  • อันดับ 2 ร้อยละ 12.55 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
     
  • อันดับ 3 ร้อยละ 7.18 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
     
  • อันดับ 4 ร้อยละ 4.09 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
     
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.82 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
     

โดยมีพรรคภูมิใจไทย ตามมาเป็นลำดับ  6 ร้อยละ 3.36


ส่วนพรรคการเมืองที่คนอุบลราชธานีจะเลือกให้เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ใน 5 ลำดับแรกได้แก่
 

  • อันดับ 1 ร้อยละ 61.36 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
     
  • อันดับ 2 ร้อยละ 12.91 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
     
  • อันดับ 3 ร้อยละ 8.09 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 4 ร้อยละ 4.09 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
     
  • อันดับ 5 ร้อยละ 3.73 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
     

โดยมีพรรคภูมิใจไทย ตามมาเป็นลำดับ  6 ร้อยละ 2.91
 

กราฟฟิค ผลสำรวจเลือกตั้ง อุบลราชธานีร จากนิด้าโพลกราฟฟิค ผลสำรวจเลือกตั้ง อุบลราชธานีร จากนิด้าโพล


ข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับรายได้ต่อเดือน พบว่า
 

  • ร้อยละ 31.73 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท
     
  • ร้อยละ 28.36 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000บาท
     
  • ร้อยละ 20.73 ไม่มีรายได้

ัวันสุดท้ายลงทะเบียน ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ ทำอย่างไร เช็กได้ที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545462

09 เม.ย. 2566

ัวันสุดท้ายลงทะเบียน 'เลือกตั้งล่วงหน้า' ทำอย่างไร เช็กได้ที่นี่

9 เม.ย. 66 วันสุดท้ายที่ กกต.เปิดลงคะแนน ‘เลือกตั้งล่วงหน้า’ สามารถยื่นคำร้อง ต่อนายทะเบียนได้ 3 ช่องทางดังนี้

25 มีนาคม – 9 เมษายน 2566 นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กำหนดให้ลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย

โดยผู้ประสงค์จะใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า สามารถ ยื่นคำร้องได้ 3 ช่องทาง ทั้งการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร ประกอบด้วย 

เลือกตั้งล่วงหน้าทำอย่างไร 

1. กรณีขอใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้า ในเขตเลือกตั้ง

  • ยื่นคำขอด้วยตัวเองหรือมอบหมายให้ผู้อื่นยื่นแทน ยื่นคําขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอําเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีถิ่นที่อยู่
  • ยื่นคําขอทางไปรษณีย์ จ่าหน้าซองถึงนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ 

หลักฐานที่ต้องเตรียม ในการยื่นคําขอประกอบด้วย

  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือสําเนาบัตรที่มีรูปถ่ายและหมายเลขประจําตัวประชาชนที่ทางราชการออกให้
  • คําสั่งของทางราชการ หรือหนังสือ รับรองจากหน่วยงานของรัฐ
  • แบบคําร้องขอใช้สิทธิฯ

กราฟฟิคประกอบข่าว จาก กกต.กราฟฟิคประกอบข่าว จาก กกต.

2. การเลือกตั้ง สส. นอกเขตเลือกตั้ง

หากอาศัยอยู่นอกเขตเลือกตั้งหรือปฏิบัติหน้าที่อยู่คนละเขต สามารถลงคะแนนเสียงนอกเขตได้ โดยลงทะเบียนแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือยื่นคำขอต่อนายทะเบียนท้องถิ่น 30 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง โดยสามารถยื่นได้ผ่านช่องทางเหล่านี้

  • ยื่นคำขอด้วยตัวเองหรือสามารถยื่นคำขอเป็นกลุ่มได้ โดยสามารถมอบหมายผู้มีสิทธิเลือกตั้งอื่นยื่นแทนได้ ต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น
  • ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ จ่าหน้าซองถึงนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
  • ยื่นคำขอทางอินเตอร์เน็ต ผ่านแอปพลิเคชัน Smart Vote

สิ่งที่ต้องเตรียม ในการยื่นคําขอ

  • สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือสําเนาบัตรที่มีรูปถ่ายและหมายเลขประจําตัวประชาชนที่ทางราชการออกให้
  • แบบคําร้องขอใช้สิทธิฯ

วิธีลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทางอินเทอร์เน็ต

ผู้ที่ประสงค์ยื่นคําขอลงทะเบียนฯ เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด สามารถดําเนินการยื่นคําขอลงทะเบียนด้วยตนเองได้ทางเว็บไซต์หรือทางแอปพลิเคชัน เวปไซด์ ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า
แอปพลิเคชัน SMART VOTE


สามารถลงทะเบียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่ต้องนําส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียน ปิดลงทะเบียนอัตโนมัติ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 9 เม.ย. 66

ข้อมูลที่ต้องบันทึก

  • เลขประจําตัวประชาชน
  • ชื่อตัว – ชื่อสกุล
  • วัน เดือน ปีเกิด
  • หมายเลขหลังบัตรประจำตัวประชาชน
  • เลขรหัสประจำบ้าน 11 หลัก (เป็นหน้าแรกของเล่มสำเนาทะเบียนบ้าน)
  • สถานที่ที่ประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้ง ก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง

วิธีการลงทะเบียน 

  • เลือก รายการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง
  • เข้าสู่ระบบ บันทึกข้อมูลข้างต้นให้ถูกต้องครบถ้วน
  • ตรวจสอบข้อมูลที่ปรากฏว่าถูกต้องหรือไม่ กรณีผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้ว :
  • ถ้าประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ลงคะแนน ให้ระบุสถานที่ที่ประสงค์จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
  • ถ้าประสงค์จะขอยกเลิกการลงทะเบียน ให้เลือกรายการขอยกเลิกการลงทะเบียน แล้วเลือกบันทึกข้อมูล
  • เข้าสู่หน้าการยืนยันการบันทึกข้อมูล ให้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏอยู่นั้น ถูกต้องหรือไม่
  • ถ้าประสงค์จะกลับไปแก้ไขข้อมูล เลือก รายการกลับไปแก้ไขข้อมูล
  • หากถูกต้องครบถ้วนแล้ว เลือก รายการยืนยันการบันทึกข้อมูล

เมื่อยืนยันการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ระบบจะแสดงแบบตอบรับเป็นหลักฐานประกอบการลงทะเบียน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้ง

กกต.กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2566 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขตเลือกตั้ง และยังเป็นวันลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งกลางสำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุอีกด้วย โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์  กกต. 

 วิธีลงทะเบียน เลือกตั้งล่วงหน้า

องอาจ-ดร.เอ้-มาดามเดียร์ รุกบึงกุ่ม-คันนายาว ปักธง’ประชาธิปัตย์’ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546481

08 เม.ย. 2566

องอาจ-ดร.เอ้-มาดามเดียร์ รุกบึงกุ่ม-คันนายาว ปักธง'ประชาธิปัตย์' 

สามประสานพรรคประชาธิปัตย์ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ,วทันยา บุนนาค ,ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผนึกผู้สมัครสส.ประชาธิปัตย์กทม. ร่วมกันช่วยหาเสียงให้ “พันธ์พิสุทธิ์ นุราช” ผู้สมัคร สส. เขตบึงกุ่ม-คันนายาว หมายเลข 1 “มาดามเดียร์” ขอคนกทม.กลับมาเลือก”ประชาธิปัตย์”เข้าสภา

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. และศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และผู้สมัคร สส. กทม. ประกอบด้วย นายแทนคุณ จิตต์ อิสระ เขตลาดพร้าว-บึงกุ่ม หมายเลข 10   ,นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย เขตวังทองหลาง-บางกะปิ หมายเลข 1 , ได้ร่วมกันรณรงค์หาเสียงให้กับนายพันธ์พิสุทธิ์ นุราช ผู้สมัคร สส. กทม.  เขตบึงกุ่ม-คันนายาว หมายเลข 1 หาเสียง   โดยขบวนหาเสียงนำโดย  “น้องไอเดีย”  รถหาเสียง 6 ล้อ   ที่”มาดามเดียร์”ใช้ปราศรัยตามเขตต่าง ๆ และตามด้วยรถหาเสียงในพื้นที่ ผ่านวัดคลองครุ ถนนนวมินทร์ ถนนเสรีไทย โครงการบ้านเอื้ออาทร สวนสยาม และหยุดปราศรัยที่ตลาดนัดบ้านเอื้ออาทร 

น.ส.วทันยา กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มี ส.ส. กทม. แต่พรรคประชาธิปัตย์ ยังดูแลคน กทม. มาโดยตลอด วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และนายพันธ์พิสุทธิ์ ผู้สมัครหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ที่จะนำพาการเปลี่ยนแปลงมาให้ท้องที่บึงกุ่ม-คันนายาว  เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผลักดันงบประมาณให้ประชาชนอยู่ดีกินดี

นายองอาจ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์คือสถาบันการเมืองที่อยู่คู่กับคนไทยมา 77 ปีและจะอยู่ต่อไป ดังนั้นนโยบายที่นำเสนอคือนโยบายที่ทำได้จริง และไม่กระทบต่อการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว แต่จะ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” อย่างยั่งยืน

องอาจ-ดร.เอ้-มาดามเดียร์ รุกบึงกุ่ม-คันนายาว ปักธง'ประชาธิปัตย์' 

คณะของพรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมกัน รณรงค์หาเสียงให้กับพันธ์พิสุทธิ์ นุราช ผู้สมัคร สส. กทม.  เขตบึงกุ่ม-คันนายาว หมายเลข 1พรรคประชาธิปัตย์

‘ประชาธิปัตย์’บุกสุโขทัย อ้อนกาทั้งคนทั้งพรรคสานต่อประกันรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546480

08 เม.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์'บุกสุโขทัย อ้อนกาทั้งคนทั้งพรรคสานต่อประกันรายได้เกษตรกร

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เดินสายสุโขทัย ช่วยผู้สมัครสส.ของพรรค ฝากชาวบ้านลงคะแนนให้”ประชาธิปัตย์” ทั้งสส.แบ่งเขต และเลือกพรรค ยืนยันผลงานที่เคยทำมาแล้วและพร้อมที่จะเดินหน้าทำต่อ ส่วนโอกาสที่จะไปถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ขอเพียงโหวตให้ถล่ม

ที่อ. คีรีมาศ   จ.สุโขทัย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต  และ นายอรัญ วงศ์อนันต์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 26   ได้จัดขบวน   “จุรินทร์ออนทัวร์ภาคเหนือ” ไปที่ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่เลือกตั้งเขต 2 ที่นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล หมายเลข 2 ลงสมัคร นอกจากนี้ยังได้แนะนำผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดสุโขทัย  คือ น.ส.ประภาภรณ์ เชยวัดเกาะ เขต 1 เบอร์ 9   ,นายนราธิป ภูมิถาวร เขต 3 เบอร์ 1 และนายรวม ล้นเหลือ เขต 4 เบอร์ 1 โดยบรรยากาศเวทีปราศรัยเป็นไปด้วยความคึกคัก 


นายจุรินทร์ ได้กล่าวปราศรัยว่า  มาวันนี้เพื่อมาขอความกรุณาจากประชาชนให้ช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยขอให้เลือกทั้ง 2 ใบ บัตรใบที่ 1 เลือก สส. เขต ส่วนบัตรใบที่ 2 ให้กาเลือกพรรคประชาธิปัตย์   หมายเลข  26   “จำไม่ยาก บอกแล้วว่าจำง่าย มีคนบอกวิธีจำ ผมถามว่าทำไง เขาบอกว่า ปีนี้ปีอะไรล่ะ ปีนี้ปี 66 เพราะมี 26 นั่นแหละเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยากเลย แล้วเลือกประชาธิปัตย์แล้วได้อะไร อย่างน้อยสิ่งที่ประชาธิปัตย์จะทำให้กับพี่น้องประชาชน ก็คือสิ่งที่เราได้ทำมาแล้วและจะทำต่อไป ทำได้ไว ทำได้จริง รวมถึงมีสิ่งใหม่ ๆ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนอีกเยอะ หากเราได้มีโอกาสได้เป็นแกนตั้งรัฐบาล หรือหัวหน้าพรรคได้เป็นนายกรัฐมนตรี อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ อะไรก็เป็นไปได้ ถ้าพี่น้องลงคะแนนให้เยอะ ๆ อะไรก็เป็นไปได้หมด “

นายจุรินทร์ กล่าวว่า  นโยบายประกันรายได้เกษตรกร   คือสิ่งพรรคประชาธิปัตย์ใช้เป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล   จึงได้เดินหน้าประกันรายได้เกษตรกร และถ้าได้เป็นแกนตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง จะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป แต่ถ้าเลือกพรรคอื่นก็ไม่รู้จะมีต่อหรือไม่เพราะไม่ใช่นโยบาย

” การเลือกตั้งเที่ยวนี้ ผมขอวิงวอนพี่น้องว่า ใครที่คราวที่แล้วช่วยเลือกประชาธิปัตย์ ขอให้มั่นคง พี่น้องตัดสินใจไม่ผิด เพราะประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง ที่ฝากผีฝากไข้ไว้ได้ ทั้งยามทุกข์ ยามสุข ไม่ทิ้งไปไหน เพราะเราเป็นพรรคการเมืองที่อยู่มา 77 ปีแล้ว และจะอยู่ต่อไป ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่ตั้งมาแค่ 2 ปี 3 ปี แล้วหวังจะอยู่กับพี่น้องครั้งเดียว ครั้งหน้าถ้าไม่ได้รับเลือกตั้งก็เลิกรากันไป แต่ประชาธิปัตย์อยู่กับพี่น้องตลอดไป ถ้าคนไหนครั้งที่แล้วลาไปชั่วคราว เที่ยวนี้ขอให้กลับมาบ้านเรา มาช่วยกันสนับสนุนประชาธิปัตย์ให้มีโอกาสเติบโตโดยเฉพาะที่จังหวัดสุโขทัย 

นายจุรินทร์  กล่าวว่า สำหรับ นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล หมายเลข 2 ซึ่งลงสมัคร ส.ส. ในเขต 2   จ.
สุโขทัย นายสัมพันธ์เป็นคนหนึ่งที่หนักแน่นอยู่กับพรรค  ไม่เปลี่ยนใจ นายสัมพันธ์ ยืนหยัดมั่นคง ไม่เปลี่ยน   ต้องช่วยกันรักษา ต้องช่วยกันสนับสนุน เพราะนักการเมืองไม่เหมือนกับอาชีพอื่น นักการเมืองต่างจากหลายอาชีพตรงที่ต้องมีอุดมการณ์ ถ้าไม่มีอุดมการณ์ก็ฝากอนาคตไว้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นนายสัมพันธ์เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดตัวอย่างหนึ่งที่ประชาธิปัตย์ภูมิใจ    นายจุรินทร์  ระบุ

'ประชาธิปัตย์'บุกสุโขทัย อ้อนกาทั้งคนทั้งพรรคสานต่อประกันรายได้เกษตรกร

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่  อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่เลือกตั้งเขต 2 ที่ สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล หมายเลข 2 ลงสมัคร  ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร พร้อมกับเปิดตัวผู้สมัครเขตอื่น

จุรินทร์ลั่นดึงเงินเข้าปท. 85 ล้านล้านบาท -‘ประชาธิปัตย์’ ไม่เอาประชานิยม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546479

08 เม.ย. 2566

จุรินทร์ลั่นดึงเงินเข้าปท. 85 ล้านล้านบาท -'ประชาธิปัตย์' ไม่เอาประชานิยม

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะลงพื้นที่สุโขทัย เปิดตัวผู้สมัครสส.ทั้ง 4 เขต จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เผยเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นไปในทางบวก เพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ย้ำนโยบาย”ประชาธิปัตย์”จุดยืนชัด สร้างรายได้ให้ประเทศ ไม่ได้เน้นเรื่องนโยบายแจกฟรี

ที่จ.สุโขทัย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำคณะพรรคประชาธิปัตย์  หมายเลข 26  ออนทัวร์ภาคเหนือ พร้อมด้วยผู้สมัครจังหวัดสุโขทัย ประกอบด้วย น.ส.ประภาภรณ์ เชยวัดเกาะ เขต 1 เบอร์ 9   ,นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เขต 2 เบอร์ 2   ,นายนราธิป ภูมิถาวร เขต 3 เบอร์ 1 และนายรวม ล้นเหลือ เขต 4 เบอร์ 1    ทั้งนี้นายจุรินทร์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า  จากการลงพื้นที่จ.สุโขทัย   มีความมั่นใจเพราะกระแสเสียง“ประชาธิปัตย์” ในภาพรวมของดีขึ้น   ประชาชนในสุโขทัยต้องการจะเห็นคนใหม่  ได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทน


เป็นโอกาสสำคัญของ”ประชาธิปัตย์” โดยเฉพาะผู้สมัครของพรรค เป็นผู้ที่มีคุณภาพ และมีศักยภาพทุกเขต ซึ่งหลายคนได้ลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา   สำหรับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแนวนโยบายเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ แตกต่างจากพรรคอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นแนวประชานิยม   ความแตกต่างอันหนึ่งก็คือประชาธิปัตย์ ไม่ได้เน้นเรื่องนโยบายแจกฟรี แต่เน้นนโยบายในการหาเงินให้กับประเทศ

  • ชูประสบการณ์เห็นโอกาสสร้างรายได้เข้าประเทศ

นอกจากการหาเงินให้กับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการหาเงินให้ประเทศ หรือการสร้างเงิน ก็ชัดเจนว่า  มุ่งเน้นในการนำเงินเข้าประเทศจากการส่งออก และจากการท่องเที่ยว ซึ่งตนมีประสบการณ์ด้วยตัวเอง เพราะได้ทำเรื่องการส่งออก และมีตัวเลขชัดเจนว่ารายได้จากการส่งออกเข้าประเทศเกือบ 10 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 30 ปี ส่วนเรื่องท่องเที่ยว เคยเป็นรัฐมนตรีท่องเที่ยวมาแล้ว และเป็นคนทำแคมเปญ อะเมซิ่งไทยแลนด์ ในยุคต้นๆ ด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จึงเป็นหลักประกันที่มั่นใจว่า ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะสามารถสร้างเงินให้ประเทศได้อย่างน้อย 85 ล้านล้านบาท เพื่อจะได้นำเงินนี้มาสร้างเงินให้คนไทย และสร้างคน สร้างอนาคตให้กับประเทศต่อไป

“นโยบายแจกเงินมันไม่ยั่งยืน หลายพรรคอาจจะเน้นนโยบายเรื่องของการแจกเงิน บางพรรคอาจจะเน้นถึงขั้นแจก แล้วสุดท้ายก็ยอมรับว่าเอาเงินมาจากการไปขึ้นภาษีจากประชาชน ถ้าเป็นอย่างนั้นสุดท้ายประชาชนก็กลายเป็นห่าน ที่จะโดนถอนขนจนเกลี้ยงในที่สุด เพื่อมาสนองนโยบายพรรคการเมือง อันนี้ก็คือสิ่งที่เราต้องรู้เท่าทัน แล้วก็ต้องระมัดระวังว่าสุดท้ายแล้วกรรมจะตกอยู่กับใคร ถ้ามีนโยบายฉาบฉวยในลักษณะนี้สำหรับนโยบายของประชาธิปัตย์นั้น เราต้องการสร้างเงินให้ประเทศจริงๆ และมีแนวทางที่ชัดเจน ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องที่จะต้องไปขูดรีดภาษีเพิ่มเติมจากประชาชน  “

  • เชื่อนโยบายทั้ง 16 ข้อเข้าถึงประชาชน

นายจุรินทร์  กล่าวว่า นโยบายที่เป็นรายละเอียดนั้น มั่นใจว่าประชาชนเข้าใจได้ และเป็นนโยบายที่โดนใจประชาชน เพราะมีรายละเอียดชัดเจน  จากนโยบาย 16 ข้อ ของประชาธิปัตย์ที่ได้ประกาศออกไปแล้ว ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคทุกคนก็ยืนยันตรงกันว่า เมื่อนำไปทำความเข้าใจแล้ว 

ก็เข้าใจได้ง่าย เช่น ประกันรายได้ ข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด จ่ายเงินส่วนต่าง นโยบายนี้เกษตรกรมีประสบการณ์อยู่แล้ว และรู้ว่าเป็นนโยบายของประชาธิปัตย์ หากต้องการให้นโยบายนี้เดินต่อ ก็ต้องเลือกประชาธิปัตย์ 

  • ออกโฉนดที่ดินให้ได้ 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี

ส่วนนโยบาย ชาวนารับ 30,000 บาท ต่อ ครัวเรือน ก็ตรงไปตรงมา ส่วนเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งปัญหาใหญ่ของคนไทยทั้งประเทศ มี 2 ข้อ 1. คนที่มีที่ดินเป็นของตัวเองแต่ออกโฉนดไม่ได้ ปัญหายืดเยื้อมายาวนาน ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรี   จะขับเคลื่อนการออกโฉนดที่ดินให้ได้ 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า ทำได้ 3 แสนกว่าแปลง โดยนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ดูแลกรมที่ดิน 2. คนที่ทำกินในที่ดินของรัฐ   จะออกกรรมสิทธิ์ทำกิน ให้คนที่ทำกินอยู่ในที่ดินของรัฐ เท่านี้ชาวบ้านก็เข้าใจ

เพราะชาวบ้านจำนวนมากทำกินอยู่ในป่าสงวน หรืออยู่ในที่ดินของรัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าชาวบ้านบุกป่า บางครั้งพวกเขาอยู่มานาน พอตื่นเช้ามามีเจ้าหน้าที่ไปขีดวง ทำให้บ้านของเขากลายเป็นป่าสงวนไปแล้ว แต่ประชาธิปัตย์จะมาช่วยปลดล็อค รวมไปถึงเรื่องการศึกษา  ประชาธิปัตย์เป็นคนเริ่มต้นนโยบายเรียนฟรี อย่างมีคุณภาพ ซึ่งตนเป็นคนทำคนแรกสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ที่จัดให้เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลถึง ม.6 หากใครจะเรียนสูงกว่า ม.6 ก็มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ตั้งขึ้นสมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สามารถเรียนต่อจนจบปริญญาตรี

พอมาถึงยุคนี้หากแคนดิเดตของประชาธิปัตย์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะต่อยอดไปอีกว่า หากใครเรียนปริญญาตรีในสาขาที่ตลาดต้องการ ก็จะให้เรียนฟรี เพื่อไปสนองความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ เพราะต้องการส่งเสริมให้คนเรียนในสาขาที่ตลาดต้องการ ซึ่งมีชัดเจนว่านโยบายของประชาธิปัตย์ทั้งหมดสามารถจับต้องได้ ทำได้ไว ทำได้จริง และตนยืนยันว่าทำได้เลย 

นโยบายอินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุดทุกหมู่บ้าน / ชุมชน ก็เป็นอีกนโยบายที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยทั้งประเทศได้เรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ องค์ความรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ แล้วสามารถนำไปสร้างเงินให้ตัวเองและครอบครัวได้ ผ่านการค้าออนไลน์ ซึ่งก็จะช่วยประชาชน รวมไปถึงกลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน วิสาหกิจชุมชน ส่วนนโยบายสำหรับคนรุ่นใหม่ Startup SME ต้องมีแต้มต่อ 3 แสนล้านบาท ก็ชัดเจนสำหรับคนรุ่นใหม่ และ SME ที่มีอยู่ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ของนิติบุคคลทั่วประเทศ จะต้องมีแต้มต่อด้านองค์ความรู้ การบริหารจัดการ การตลาด ที่สำคัญการเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อต่อลมหายใจ และนำไปขายกิจการ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่เบอร์ของผู้สมัคร และเบอร์พรรค เป็นคนละเบอร์กัน อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้นั้น นายจุรินทร์  กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ทุกพรรคประสบปัญหาเดียวกัน เพราะกฎหมายไม่ยอมทำตามสิ่งที่พวกเราเสนอว่า ไม่ว่าใครจะลงสมัครเขตไหน ถ้าพรรคเดียวกันก็ขอให้ได้เบอร์เดียวกัน และบัญชีรายชื่อก็ขอให้ได้เบอร์เดียวกันทั่วทั้งประเทศ ซึ่งจะทำให้ประชาชนจดจำง่าย แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมกัน แล้วทำให้เกิดความสับสน เพราะผู้สมัครเขตก็จะคนละเบอร์กันหมด แม้แต่พรรคเดียวกันทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นใครอยู่เขตไหนก็ต้องจำว่าผู้สมัครประชาธิปัตย์เขตตัวเองนั้นเบอร์อะไร และอีกเบอร์ที่ต้องจำคือเบอร์พรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์คือเบอร์ 26 เป็นเลขมงคล เพราะรวมกันแล้วเท่ากับ Infinity แปลว่ามากมายมหาศาลไม่มีที่สิ้นสุด

จุรินทร์ลั่นดึงเงินเข้าปท. 85 ล้านล้านบาท -'ประชาธิปัตย์' ไม่เอาประชานิยม
จุรินทร์ลั่นดึงเงินเข้าปท. 85 ล้านล้านบาท -'ประชาธิปัตย์' ไม่เอาประชานิยม
จุรินทร์ลั่นดึงเงินเข้าปท. 85 ล้านล้านบาท -'ประชาธิปัตย์' ไม่เอาประชานิยม

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะพรรคประชาธิปัตย์  ออกพบปะประชาชนที่จังหวัดสุโขทัย

‘สุชาติ’ เดือดลุกชี้หน้า-ปะทะคารม ‘ธนาธร’ กลางเวทีดีเบตเนชั่นเมืองพัทยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546476

08 เม.ย. 2566

'สุชาติ' เดือดลุกชี้หน้า-ปะทะคารม ‘ธนาธร’ กลางเวทีดีเบตเนชั่นเมืองพัทยา

‘สุชาติ ชมกลิ่น” เดือดกลางเวทีดีเบตเนชั่นที่พัทยา ชี้หน้า-ปะทะคารมกับ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ทั้งปมนโยบายและปมนักการเมืองรับใช้เผด็จการณ์

เวทีดีเบตนโยบายภาคตะวันออก ซึ่งจัดโดยเครือเนชั่น ภายใต้โครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” ที่ศาลากลางเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ช่วงค่ำวันนี้(8เม.ย.2566) สุดเดือด เมื่อ “นายสุชาติ ชมกลื่น จากพรรคพลังประชารัฐ ปะทะคารมจนถึงขั้นชี้หน้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคก้าว ทั้งในรอบดีเบตนโยบายและรอบก่อนปิดเวที 

'สุชาติ' เดือดลุกชี้หน้า-ปะทะคารม ‘ธนาธร’ กลางเวทีดีเบตเนชั่นเมืองพัทยา

โดยในรอบแรก เป็นรอบที่เปิดให้แต่ละพรรคพูด 5 นาที ถึงนโยบายที่จะทำเพื่อภาคตะวันออกและคนไทย ปรากฏว่า เมื่อถึงคิวของ นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลุกขึ้นพูด ได้เล่าถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประคองสถานการณ์โควิดด้วยการทำ “แฟกตอรี่แซนด์บ็อก” เพื่อประคองอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการส่งออก ทำให้เกิดการรักษาการจ้างงาน จนทำให้ตัวแทนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ชื่นชมประเทศไทย

“ท่านเชื่อหรือไม่มื่ออาทิตย์ที่แล้วสภายานยนต์แห่งประเทศไทยตกลงโบนัสกัน ขออนุญาตเอ่ยชื่อ อีซูซุ โบนัส 8.5 เท่า เงินอีก 3.5 หมื่นบาท โตโยต้าเงินโบนัส 7.5เท่า เงินอีก 3.8 หมื่นบาท นี่แค่ 2 บริษัทนะครับ ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาไม่มีโบนัสแน่นอน เพราะนโยบายแฟคตอรี่แซนด์บ็อกซ์”

นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาตินายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ

แต่ทว่ารอบถัดมาเป็นรอบของดีเบตนโยบาย ซึ่งเป็นคำถามที่ถามถึงนโยบายการเข้าถึงการศึกษาทุกช่วงวัย ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ได้บอกถึงนโยบายนี้ ซึ่งหลังจากนายธนาธร บอกเล่าถึงนโยบายการศึกษาเสร็จสิ้น นายธนาธร ได้พาดพิงนายสุชาติที่เล่าถึงการแจกโบนัสของบริษัทรถยนต์ก่อนหน้านี้ 

“อยากบอกพี่น้องประชาชนครับ ว่าการจ่ายโบนัสของค่ายรถยนต์เขาจ่ายกัน 8 เดือน 10 เดือนเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ใช่ผลงานใครเป็นพิเศษ และอัตราการว่างงาน 0.75% เป็นแบบนี้มานานแล้วไม่ใช่ผลงานใครคนหนึ่งเช่นกันครับ”

ทำให้จากนั้นนายสุชาติ ขอใช้สิทธิ์พาดพิงโดยตอบว่า “ว่าที่คุณธนาธรพูดเนี่ย อาจจะฟังจากพวกที่ให้ข้อมูลคุณ ผมจะบอกว่าถ้าเราไม่แก้ปัญหาโควิด ไม่รักษาการจ้างงาน ไม่รักษาออเดอร์ส่งออกจะมีแบบวันนี้ไหม ให้ทบทวนความคิด”

จากนั้นนายธนาธร นั่งฟังแล้วยิ้มและขอตอบกลับว่า “ท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มา 20 ปี ท่านรู้ไม่สู้ผมหรอกครับ และอัตราการว่างงานที่บอกก็หาดูได้จากหน่วยงานรัฐทั่วไป ไม่ต้องเชื่อผมก็ได้”

'สุชาติ' เดือดลุกชี้หน้า-ปะทะคารม ‘ธนาธร’ กลางเวทีดีเบตเนชั่นเมืองพัทยา

และตอนท้ายก่อนปิดเวทีดีเบตผู้ดำเนินรายการให้เวลาคนละ 1 นาที เพือบอกเหตุผลว่า ทำไมคนไทยถึงต้องเลือกพรรคของคุณ

ปรากฏว่า นายประวัฒน์ อุตตะโมช รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย บอกว่าพรรคเราตั้งขึ้นมาเพื่อยุติความขัดแย้ง ไม่มีใครเด่นเท่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ท่านไม่เคยทะเลาะใคร ใครที่บอกว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง ขั้วซ้ายก็ติดล็อก ขวาก็รู้อยู่ว่าเป็นยังไง ใครเป็นยังไงเรารู้กันดี เบอร์ 32 พรรคไทยสร้างไทยจะยุติความขัดแย้งให้ประชาชนอยู่แบบมีศักดิ์ศรี”

นายประวัฒน์ อุตตะโมช รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยนายประวัฒน์ อุตตะโมช รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

ด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า “ให้โอกาสลุงป้อมเป็นนายก ลุงป้อมจะทำให้บ้านเมืองเข้มแข็งแน่นอน พรรคเราส่งคนมีคุณภาพทุกเขตรับใช้ประชาชน เราพร้อมทำงานรับใช้ประชาชน เมื่อได้สส.มีคุณภาพ อะไรที่เป็นปัญหาจะแก้และหาทางออกให้สังคม ลุงป้อมจะก้าวข้ามความขัดแย้ง คิดต่างกันได้ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนรักกันได้ ลุงป้อมจะพาประชาชนอยู่ดีกินดีให้ได้ครับ” 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ขณะที่นายธนาธร บอกว่า อนาคตของประทศไทยไม่ใช่เรื่องการทะเลาะกับใครเท่านั้น แต่ประเทศไทยต้องเป็นประชาธิปไตย เป็นทางออกทางเดียว ไม่มีรัฐประหารอีกในอนาคต แต่ที่เรามีประชาธิปไตยไม่ได้ เพราะเรามีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่รับใช้เผด็จการทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ทำให้เผด็จการณ์ไม่สูญหายไปจากไทย ขอโอกาสก้าวไกลกาทั้ง 2 ใบครับ

และหลังจากนายธนาธรพูดจบปรากฏว่านายสุชาติ ชมกลิ่น ลุกขึ้นมาตอบโต้ทันที “คุณธนาธรพาดพิงนักการเมืองทั้งประเทศ ถ้าคุณไม่ชอบนักการเมืองคุณก็อย่าเป็นนักการเมือง นักการเมืองคือคนที่เสียสละให้ประชาชน”

นายธนาธร ตอบโต้ทันทีว่า นักการเมืองทำไมถึงมีเกียรติรู้ไหมครับ เพราะเป็นอาชีพเดียวที่แต่งตั้งโดยประชาชนโดยตรง แต่งตั้งได้โดยตรงก็เพราะมีประชาธิปไตย นักการเมืองที่ไม่เคารพประชาธิปไตย คือนักการเมืองที่ไม่เคารพจริยธรรมของตัวเอง”

'สุชาติ' เดือดลุกชี้หน้า-ปะทะคารม ‘ธนาธร’ กลางเวทีดีเบตเนชั่นเมืองพัทยา

นายสุชาติ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับชี้หน้ากล่าวสวนกลับมาทันทีว่า “แล้ววันนี้มันไม่มีประชาธิปไตยตรงไหน ถามหน่อย” นายธนาธร ตอบทันทีว่า “สว. 250 คนเป็นประชาธิปไตยตรงไหน แล้วที่กกต.เปลี่ยนสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์นี่ถูกต้องไหมครับ กกต.แต่งตั้งโดยใครครับ”
 

ชมคลิปบางช่วงบางตอน คลิกที่นี่

‘บิ๊กป้อม’เปิดห้องคุยนักศึกษาถกก้าวข้ามความขัดแย้งชื่นมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546475

08 เม.ย. 2566

'บิ๊กป้อม'เปิดห้องคุยนักศึกษาถกก้าวข้ามความขัดแย้งชื่นมื่น

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดห้องพูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาหัวก้าวหน้าแบบเป็นกันเอง อธิบายแนวคิดนำสังคมไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง “บิ๊กป้อม” ถือโอกาสอวยพรสงกรานต์ให้ลูกหลานที่เข้าพบมีความสุข

ที่สนามกอล์ฟกองทัพบก  รามอินทรา กรุงเทพฯ  ตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์และศูนย์รังสิต,  นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว. ประสานมิตร),มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รวมทั้งตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ได้เดินทาง มาทำกิจกรรมของกลุ่มที่สนามกอลฟ์กองทัพบก   ซึ่งเป็นช่วงไล่เลี่ยกับ   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปทำภารกิจ  ทั้งนี้กลุ่มนักศึกษาได้ประสานขอเข้าพบ พล.อ.ประวิตร เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมือง


สำหรับกลุ่มนักศึกษาที่เข้าพบ พล.อ.ประวิตร  มีนายณันธชัย พยุหกฤษ นักศึกษาชั้นปีสี่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งมีศักดิ์เป็นเหลนขุนพันธ์รักษ์ราชเดช อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดังในอดีต   ทั้งนี้บรรยากาศของการพูดคุย   ตัวแทนเยาวชนได้กล่าวกับพล.อ.ประวิตรว่า ขอบคุณพล.อ.ประวิตร ที่ให้พวกตนมาพบและหารือเรื่องก้าวข้ามความขัดแย้ง เพราะพวกตนเติบโตในช่วง  20 ปี ที่ประเทศไทย เริ่มมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นจนถึงวันนี้     ในขณะที่ พล.อ.ประวิตรมีแนวทางการเมืองที่จะข้ามความขัดแย้งให้หายไป  

จึงมาแลกเปลี่ยนและขอมุมมองการข้ามความขัดแย้ง และขอสนับสนุนให้พล.อ.ประวิตร ดำเนินการให้สำเร็จ    ทั้งนี้พล.อ.ประวิตรกล่าวขอบใจเยาวชนที่มาให้กำลังใจ และอวยพรให้ทุกคนมีความสุขเนื่องในเทศกาลสงกรานต์    ตัวแทนเยาวชนกล่าวว่า ติดตามแนวคิดของพล.อ.ประวิตร เรื่องการก้าวข้ามความขัดแย้ง   การที่ได้เข้าพบทำให้ทราบว่า พล.อ.ประวิตร อัธยาศัยดี   เป็นกันเองและเป็นผู้ใหญ่ที่ให้คำสอนที่ดี   แตกต่างจากที่เห็นผ่านสื่อมวลชน  การพูดคุยกันวันนี้ ทำให้ทราบถึงแนวคิดการก้าวข้ามความขัดแย้ง 

'บิ๊กป้อม'เปิดห้องคุยนักศึกษาถกก้าวข้ามความขัดแย้งชื่นมื่น
'บิ๊กป้อม'เปิดห้องคุยนักศึกษาถกก้าวข้ามความขัดแย้งชื่นมื่น
'บิ๊กป้อม'เปิดห้องคุยนักศึกษาถกก้าวข้ามความขัดแย้งชื่นมื่น
'บิ๊กป้อม'เปิดห้องคุยนักศึกษาถกก้าวข้ามความขัดแย้งชื่นมื่น
'บิ๊กป้อม'เปิดห้องคุยนักศึกษาถกก้าวข้ามความขัดแย้งชื่นมื่น

ตัวแทนนักศึกษา เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมือง  ก้าวข้ามความขัดแย้ง