ดีเบตเนชั่น : ผ่านโยบาย 8 พรรค จัดเต็มนโยบาย ‘โกยแต้มภาคตะวันออก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546473

08 เม.ย. 2566

ดีเบตเนชั่น : ผ่านโยบาย 8 พรรค จัดเต็มนโยบาย 'โกยแต้มภาคตะวันออก'

ผ่านโยบายเพื่อภาคตะวันออก ในศึกเลือกตั้ง66 จากแกนนำ 8 พรรคการเมือง บนเวทีดีเบตเนชั่น ที่ศาลากลางเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

ผ่านโยบายภาคตะวันออกจาก แกนนำ 8 พรรคการเมือง จากเวทีดีเบตนโยบายหาเสียง ซึ่งจัดโดยเครือเนชั่น ภายใต้โครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” ที่ศาลากลางเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี  โดยเวทีดีเบตดังกล่าวจะดำเนินรายการโดย 2บก.เครือเนชั่น คือ นายบากบั่น บุญเลิศ และนายวีรศักดิ์ พงศ์อักษร


 ดีเบตเนชั่น : ผ่านโยบาย 8 พรรค จัดเต็มนโยบาย 'โกยแต้มภาคตะวันออก'
นายสนธยา คุณปลื้ม สมาชิกพรรคเพื่อไทย

ภาคตะวันออกมีขนาดเศรษฐกิจ 17% ของประเทศ จ้างงาน 3.5 ล้านคน มูลค่าเกษตร 2 แสนล้าน อุตสาหกรรม 1.7 ล้านล้าน จ้างงาน 9 แสนคน บริการ/ท่องเที่ยวมีรายได้ 8 แสนล้าน มีการจ้างงาน 2 ล้านคน ถือเป็นภาคที่ขับเคื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

พรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบายคิดใหญ่ทำเป็นเพื่อไทยทุกคน ในนโยบายบรรเทาทุกข์ประชาชน อาทิ ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือน ป.ตรี 2.5 หมื่นบาท เพิ่มรายได้เกตรกร 3 เท่า และกระเป่าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท

ส่วนนโยบายเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ตั้งเป้าหมายรายได้ท่องเที่ยว 3 ล้านล้าน การสร้างคนมีโรงเรียนสอนภาษาทุกท้องถิ่น ปลดล็อคประมง ผลักดันพาสปอร์ตไทยไปได้ทั่วโลก และ 1 ครอบครัว 1 ซอฟเพาเวอร์

“เราคิดใหญ่ทำเป็น เชื่อว่าทุกท่านได้เห็นนโยบายและการนำเสนออยู่แล้ว ดังนั้น วันที่ 14 พ.ค. พรรคเพื่อไทยครับ”

ดีเบตเนชั่น : ผ่านโยบาย 8 พรรค จัดเต็มนโยบาย 'โกยแต้มภาคตะวันออก'
ดีเบตเนชั่น : ผ่านโยบาย 8 พรรค จัดเต็มนโยบาย 'โกยแต้มภาคตะวันออก'

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล


เราจะนำปัญหาสังคมมาเป็นความต้องการในประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐจะต้องเน้นเป็นอุตสาหกรรมภายในประเทศ วันนี้อายุ 45 ปี ย้อนไปเมื่อ 45 ปีที่แล้ว ไทยกับไต้หวันมีรายได้ต่อหัวเท่ากัน แต่วันนี้แตกต่างกัน 5 เท่า เขารวยกว่าเรา 5 เท่า เพราะเทคโนโลยี ดังนั้นจำเป็นต้องมีเช่นกัน ไม่เช่นนั้นเราแข่งขันไม่ได้ ดังนั้นเราต้องสร้างอุตสาหกรรม

อาทิ การคมนาคมขนส่ง นอกจากกทม.ที่มีขนส่งที่มีคุณภาพ หากเปลี่ยนมาเป็นอุตสาหกรรมจะทำให้ภาคตะวันออกมีรถเมล์ไฟฟ้าเชื่อมต่อนิคมอุตสาหกรรม ตลาด ชุมชน เดินทางไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดมลพิษทางอากาศ ทุกคนเข้าถึงโอกาส และจะดีกว่านั้นถ้าเราผลิตรถเมล์ไฟฟ้าได้เอง งานก็จะอยู่ในประเทศ ส่งออกไปได้ด้วย 

ดีเบตเนชั่น : ผ่านโยบาย 8 พรรค จัดเต็มนโยบาย 'โกยแต้มภาคตะวันออก'

“อนาคตของประทศไทยไม่ใช่เรื่องการทะเลาะกับใคร แต่ประเทศไทยต้องเป็นประชาธิปไตย ไม่มีรัฐประการอีกในอนาคต แต่ที่เรามีประชาธิปไตยไม่ได้ เพราะเรามีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่รับใช้เผด็จการทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ทำให้เผด็จการณ์ไม่สูญหายไปจากไทย ขอโอกาสก้าวไกลกาทั้ง 2 ใบครับ”

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ภาคตะวันออกต้องพิเศษ เพราะเป็นจังวัดที่ต้องแบกรับ เราสร้างรายได้มหาศาล ทุกรัฐบาลจำเป็นต้องมาดูแลภาคตะวันออก เพราะการพัฒนาท่าเรือ อุตสาหกรรม อีอีซีเราทำเงินให้ประเทศมหาศาล แต่ผลกระทบที่เกิดจากการถมทะเล มาจากการพัฒนา

ต้องย้ำว่าทุกคนต้องให้ความสำคัญภาคตะวันออก จึงขอความเป็นธรรมให้จังหวัดแบบรับผลกระทบ ความสมดุลต้องเกิดควบคู่กับการพัฒนาที่นี่ ปลาเล็กต้องถูกดูแลจากปลาใหญ่ ทุนใหญ่ต้องดูแลทุนเล็ก ปราจีนบุรียังไม่ถูกบวกมาในพื้นที่อีอีซี ควรเข้ามาร่วมการพัมนาพื้นที่พิเศษ จะทำให้สมดุลจะเกิดขึ้น

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนเรื่องการรักษาพยาบาล ต้องมีสกายด็อกเตอร์ในอีอีซี เมื่อเกิดโรคฉุกเฉิน เพื่อความรวดเร็วทันเวลาเพื่อรักษาชีวิต ซึ่งผมเดินหน้ามาแล้ว เพราะทุกชีวิตมีค่าเท่ากัน 

“ประชาธิปัตย์มาจากสถาบันการเมือง เรามีชาวบ้านที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคคือนายชวน หลีกภัย ผมสะสมประสบการณ์ ผมรู้ปัญหาทุกซอกทุกมุมของภาคตะวันออก พรรคมอบให้ผมดูแลภาคกลางและภาคตะวันออก ผมจะดูแลคนภาคตะวันออกให้ดีที่สุดครับ”

นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ

พื้นที่อีอีซี รัฐบาลลุ่งตู่ทำไว้ ช่วงโควิดเราประคองอุตสาหกรรมและส่งออก โดยที่กระทรวงแรงงานทำคือ แฟคตอรี่แซนด์บ็อกซ์ เกิดการรักษาการจ้างงาน ให้เอสเอ็มอี จน WHO ชื่นชม

และนอกจากนี้เราทำสำเร็จในยุคลุงตู่ในการฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบีย เราส่งออกแรงงานไปซาอุ สิ่งที่เราได้นักท่องเที่ยวเขามาเที่ยวประเทศไทย ภาคตะวันออกเราได้จากการท่องที่ยวจากส่วนนี้ด้วย

นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาตินายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ

นอกจากนี้ เรายังมีนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1 พันบาทต่อเดือน เงินชราภาพเอาคืนไป 30% โรงพยาบาลประกันสังคมต้องเกิดขึ้น เงินเลี้ยงดูแลบุตรจาก 800 เป็น 1 พันบาท และชราภาพต้องเป็น 1 หมื่นบาท

“พรรครวมไทยสร้างชาติ เชื่อว่าภาคตะวันออกและชลบุรีเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ นโยบายที่เขียนออกไปจ่อในสภาหมดแล้ว หากเข้าไปก็เพียงรอวาระ 1 2 3 ก็ใช้ได้เลย หากไม่เลือกเราก็รอออกกฎหมายอีก 2 ปี และเราเชื่อว่าผู้สมัครของเราเป็นผู้แทนที่ชำนาญเป็นที่พึ่งให้พี่น้องชลบุรีได้ทุกท่าน”

ผศ.ดร. สันติ กีระนันท์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา

เราไม่เชื่อประชานิยมไร้เหตุผล ไม่เชื่อการลดแลกแจกแถมจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ภาคตะวันออกอยู่บนการเลี้ยงชีพ มีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก เราจะส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่ นอกจากนี้ปัญหาที่สะสมมานานกับการประมงชายฝั่งจะทำการปลดล็อกให้เกิดความยั่งยืน

ภาคตะวันออกเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญ รายได้ต่อหัวสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทั้งประเทศ สร้างรายได้จากอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และเกษตรกร ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2532 ในยุคนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นรมว.อุตสาหกรรม ได้ผลักดันอีสเทิร์นซีบอร์ด ผลักดันนวัตกรรม และอีอีซีต้องไม่ใช่แค่การพัฒนาสนามบิน และรถไฟความเร็วสูง เท่านั้น

ผศ.ดร. สันติ กีระนันท์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนาผศ.ดร. สันติ กีระนันท์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา

“ดังนั้นถึงเวลาให้โอกาสคนเก่งพาประเทศไทยไปสู่ยุคใหม่ นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้การยอมรับเป็นรมว.ทรัพยากรฯที่ดีที่สุดในโลก เรามีคนที่มีความชำนาญ พวกเราเรื่องในทีมที่จะนำประเทศไทย คนเก่งเท่านั้นที่จะนำประเทศไทยไปสู่สิ่งที่ดีกว่า” 

นายประวัฒน์ อุตตะโมช รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

เราอยากเห็นคนตัวเล็กที่พึ่งตัวเองได้ ประชาธิปไตยที่คนไม่ต้องรอการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เราอาจจะเป็นพรรคใหม่ เรามีนโยบายให้คนตัวเล็กอย่างเดียว ปลาใหญ่ประเทศนี้ถ้าปล่อยไว้จะเขมือบคนตัวเล็กทั้งตัว

เราจะปลดหนี้นอกระบบ เติมทุน ให้กับ SME เราจะให้เครดิตประชาชน 5,000 – 50,000 บาท เพื่อล้างหนี้นอกระบบ และเราจะให้มีกองทุนให้ SME 3 แสนกว่ารายที่ และท้ายที่สุด บำนาญประชาชน แม้จะเป็นรัฐบาลหรือไม่เป็นรัฐบาลเราก็จะผลักดันให้ 3 พันบาทต่อคน 

นายประวัฒน์ อุตตะโมช รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยนายประวัฒน์ อุตตะโมช รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

“นโยบายสวยหรู ถ้าไม่เอานักการเมืองซื่อสัตย์สุจริต ประเทศไทยเดินต่อไม่ได้ เรามีตั้งแต่หัวยันหางไม่มีส่าย เราต้องการล้างทุจริตให้หมดไป พรรคเราตั้งขึ้นมาเพื่อยุติความขัดแย้ง ไม่มีใครเด่นเท่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ท่านไม่เคยทะเลาะใคร ใครที่บอกว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง ขั้วซ้ายก็ติดล็อก ขวาก็รู้อยู่ว่าเป็นยังไง ใครเป็นยังไงเรารู้กันดี เบอร์ 32 พรรคไทยสร้างไทยจะยุติความขัดแย้งให้ประชาชนอยู่แบบมีศักดิ์ศรี”

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายผลักดันอีอีซี ที่เป็นรากฐานสำคัญให้พื้นที่ความเจริญต่อเนื่อง เชื่อว่าอุตสาหกรรมจะเป็นรายได้หลักของประเทศ ต้องผลักดันให้อุตสาหกรรมปรับตัวสู่เทคโนโลยีดิจิทัล แต่ทว่าคนทำงานด้านดิจิทัลไม่เพียงพอ ต้องพัฒนาเพิ่มให้ได้ 1 แสนคนต่อปี 

“ลุงป้อม” เป็นห่วงเรื่องน้ำทำการเกษตร ไม่แล้งไม่จน เราจะดูแลเรื่องการตลาดให้ขายสินค้าได้ วางแผนแพลตฟอร์มให้ทุกคนเข้าสู่ธุรกิจสมัยใหม่ได้ และเรามีกองทุนเพื่อสตาร์ทอัพ 5 ล้านบาท สำหรับธุรกิจใหม่ ที่จะมีเงินทุนสนับสนุน และต้องดูแลกลุ่มเปราะบางไปด้วย 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

“ให้โอกาสลุงป้อมเป็นนายก ลุงป้อมจะทำให้บ้านเมืองเข้มแข็งแน่นอน พรรคเราส่งคนมีคุณภาพทุกเขตรับใช้ประชาชน เราพร้อมทำงานรับใช้ประชาชน เมื่อได้สส.มีคุณภาพ อะไรที่เป็นปัญหาจะแก้และหาทางออกให้สังคม ลุงป้อมจะก้าวข้ามความขัดแย้ง คิดต่างกันได้ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนรักกันได้ ลุงป้อมจะพาประชาชนอยู่ดีกินดีให้ได้ครับ”

นายพณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า
 

ผมอยู่ในการเมือง 30 ปี เดินอยู่ในครัวกับแม่ค้าและงานศพทุกวัน ชาวบ้านบอกถึงปัญหา อุตสาหกรรมมาทิ้งของเสียในภาคตะวันออก ดังนั้นต้องแยกระยองออกเป็นเขตปกครองพิเศษ และต้องแก้ปัญหาน้ำ ให้สร้างอ่างในที่ลุ่มไม่ใช่สร้างในที่สูง 

นายพณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้านายพณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

“และอยากเรียกร้องแก้พ.ร.บ.ค่าตอบแทนกำนัน ผุ้ใหญ่บ้าน สภา เทศบาล ไม่เช่นนั้นเขาทำงานไม่ได้”

ชมดีเบต คลิกที่นี่

‘ก้าวไกล’ ติง กระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อไทย สร้างผลกระทบภาวะเงินเฟ้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546465

กฤษณะ ศรีทอง

08 เม.ย. 2566

'ก้าวไกล' ติง กระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อไทย  สร้างผลกระทบภาวะเงินเฟ้อ

รองหัวหน้าพรรค’ก้าวไกล’ ชี้แนวคิด กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย แม้จะไม่ขัดหลักการตามการตีความของกกต. แต่ปัญหาที่ท้าทายคือประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงจะเอาด้วยหรือไม่ ชี้สิ่งที่สังคมกำลังจับตาคือ กระเป๋าเงินดิจิทัล สามารถนำไปใช้หนี้ได้จริงไหม

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล    เปิดเผยว่า  การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า  การที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแจกเงิน  กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้คนไทยที่อายุ 16 ปีขึ้นไป  ซึ่งไม่ผิดกฎหมายสัญญาว่าจะให้  ความเห็นของ กกต. ถือว่าตรงไปตรงมา เพราะการทำนโยบายต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน   กรณีของ“เพื่อไทย”ไม่เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะเป็นไฟเขียวให้นโยบายนี้ดำเนินการไปได้หรือไม่คือ ไฟเขียวจากประชาชนมากกว่าว่าจะสนับสนุนหรือไม่ 

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทย กำลังพยายามสื่อสารและชี้แจงในสิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามอยู่ ที่มาของงบประมาณที่ใช้แจกเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัล กระเป๋าเงินดิจิทัล สามารถนำไปใช้หนี้ได้จริงไหม และกำหนดการใช้เงินดิจิทัลในรัศมี 4 กิโลเมตร  ตามทะเบียนบ้านใช้ได้จริงหรือไม่ รวมถึงความคาดหวังว่าการใช้งบประมาณมากขนาดนี้ จะสามารถทำให้เศรษฐกิจโตได้อย่างไร จึงต้องรอคำอธิบายจากพรรค เพื่อไทย

นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่นำมาใช้เหมาะสมกับการกระตุ้นเศรษฐกิจไหม เหมือนกับครั้งที่นำนโยบายคนละครึ่งมาเยียวยาประชาชน เพราะบางเครื่องมือของนโยบายเหมาะสมกับการใช้ในบางเรื่องเท่านั้น อาทิ อยากจะกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ดิจิทัลวอลเล็ต โดยการให้เงินก้นถุง ก็สามารถทำได้ แต่ไม่ต้องถึง 10,000 บาท ถ้าอยากกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องใช้เครื่องมือที่ประชาชนคุ้นเคย อีกอย่างคือ พรรคเพื่อไทย  ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะมีต่อเงินเฟ้อหรือไม่ และมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาอย่างไร 

 น.ส.ศิริกัญญา กล่าวเพิ่มว่า ไม่มั่นใจว่าแนวทางนี้เข้าข่าย  ประชานิยมสุดขั้วหรือไม่ แต่ทาง ‘พรรคก้าวไกล’ เน้นการออกนโยบายต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชน จึงต้องคุยกันอย่างตรงไปตรงมาว่า งบประมาณมาจากไหน และทำวิธีการนี้แล้วจะได้อะไรบ้าง นี่คือสิ่งที่ทางพรรคยังรอรายละเอียด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าประชาชนสามารถตัดสินใจได้ว่า นโยบายนี้จะเกิดประโยชน์กับเขาจริงหรือไม่

โดยหากพรรคเพื่อไทย ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ ‘พรรคก้าวไกล’ หากพรรคก้าวไกล ยังเห็นว่านโยบายนี้ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ คงต้องพูดคุยกันระหว่างพรรคร่วม แต่ไม่ได้กังวลการทำนโยบายใหญ่ของพรรคก้าวไกล ที่ต้องใช้งบมาก เพราะ ‘พรรคก้าวไกล’ จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บภาษี และการเก็บภาษีใหม่  ๆ อยู่แล้ว

เมื่อได้ฟังพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการใช้เม็ดเงินกระตุ้น 5.4 แสนล้านบาท ยังมองว่าพรรคเพื่อไทย จะคิดตรงกันเรื่องจำเป็นต้องปฏิรูประบบภาษีของประเทศนี้ด้วย แต่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ได้แตะเรื่องนี้ กลับหันไปใช้งบประมาณที่มีอยู่แล้ว ซึ่งค่อนข้างที่จะมีข้อจำกัดอยู่ค่อนข้างมาก เพราะปี 2567 มีภาระเงินต้น และการชำระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมาอีก 3 หมื่นล้านบาท เป็น 3.3 แสนล้านบาท

ซึ่งดูเหมือนว่า พรรคเพื่อไทย จะนำงบประมาณที่เพิ่มขึ้นมาทั้งหมดมาโปะโครงการนี้ จึงมีข้อกังวลว่าอาจจะทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ไหม ทำให้ต้องมาพูดคุยกันว่าจะปรับปรุงงบประมาณไม่ให้กระทบกับหนี้ที่ต้องชำระคืนตามกฎหมายหรือไม่

‘พรรคประชาชาติ’อ้อนขอสส. 20 ที่นั่ง ผลักดันการแก้กฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546462

08 เม.ย. 2566

'พรรคประชาชาติ'อ้อนขอสส. 20  ที่นั่ง ผลักดันการแก้กฎหมาย

เลขาธิการ”พรรคประชาชาติ” พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง นำคณะลงพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ช่วยผู้สมัครของพรรค ประกาศยุทธศาสตร์ของพรรคเลือกตั้งรอบนี้รวมกันแล้ว ต้องได้ สส. ทั้ง 2 ระบบ รวม 20 ที่นั่ง เพื่อที่จะผลักดันเรื่องต่าง ๆ ที่พรรควางนโยบายไว้ ทั้งแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ดึงราคายางพารา

    
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ  ผู้สมัครสส.  บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์ )และผู้บริหารพรรคประชาชาติ ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนส่งเสริมอิสลาม   อ.นาทวี  จ.สงขลา เพื่อพบปะผู้ปกครองและแกนนำในพื้นที่อ.นาทวี จากนั้นได้นำคณะไปร่วมกิจกรรมละศีลอด ที่ มัสยิดบ้านป่าเร็ด ต.ปลักหนู อ.นาทวี  จ.สงขลา เพื่อหาเสียงให้กับนายอับดุลเราะมัน มอลอ  ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชาติ หมายเลข 1 เขต 7 สงขลา  


เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า    พรรคประชาชาติ ส่งผูู้สมัครสส. 19 คน  ซึ่งการรับเลือกตั้ง อาจจะ
ไม่ได้100 %  แต่ขอให้ได้ 99 เปอร์เซ็นต์ หรือ 95 เปอร์เซ็นต์   หรือคิดเป็นจำนวนสส. 15 – 17 คน และได้ บัญชีรายชื่อ 5 คน ถ้าได้ในจำนวน 20 คน จากทั้ง 2  บัญชี พรรคก็สามารถเขียนกฎหมายได้ การเลือตั้ง สส.ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ถือว่า เป็นโอกาสที่ดี เพราะเป็นการเลือกตั้งหลังเดือนรอมฎอน  สิ่งที่จะยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ดี

เพราะปี 2559 หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  มีอำนาจก็มีการจัดรัฐธรรมนูญปี 60 ขึ้นมา ซึ่งได้ทำประชามติในช่วงเดือนรอมฎอน สิ่งที่ส่งมาให้ประชาชน   ไม่ได้ส่งรัฐธรรมนูญมา ส่งเฉพาะข้อดีของรัฐธรรมนูญ แต่พี่น้องมุสลิม มีหลักสำคัญอันหนึ่ง  คือ อามานะห์ (หน้าที่และความรับผิดชอบ) ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ   เมื่อไปศึกษาพบว่า การศึกษาลดลง สาธารณสุขก็ไม่พัฒนา  จึงมีผลให้รัฐธรรม ปี 2560 เมื่อทำประชามติ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา ไม่รับรัฐธรรมนูญ  เป็นที่เดียวที่ไม่รับรัฐธรรมนูญ แล้ววันนี้เห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นการสืบทอดอำนาจ ได้ นายกรัฐมนตรีคือ  พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งที่พรรคการเมืองที่สนับสนุน   ไม่ได้สส.มากที่สุด   แต่ได้เปรียบ สว.แต่งตั้งเอง 250 คน 


เขา  กล่าวว่า      รอมฎอนครั้งนี้ พรรคประชาชาติเป็นหนี้บุญคุณประชาชนในพื้นที่  พรรคได้สรรหาผู้สมัคร โดยเชื่อว่าเป็นความภูมิใจของพรรค เชื่อว่าผู้สมัคร มีคุณสมบัติพร้อมทั้งมีความรู้   เป็นพรรคที่ต้องการสร้างคนเพื่อให้คนไปสร้างชุมชน และไปสร้างชาติ     พรรคได้ประกาศนโยบาย เด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดาจนถึง 7 ปี จะต้องมีเบี้ยดูแลเด็กเดือนละ 4,500 บาท เขียนนโยบายส่งกกต.แล้ว พออายุ 8-15 ปี พรรคประชาชาติ มีเงินให้เด็กไปเรียนหนังสือเดือนละ 3,000 บาท ถึงเวลาแล้วที่จะมาสร้างคนให้มีคุณภาพ การเปลี่ยนประเทศครั้งนี้ต้องเปลี่ยนให้คนมีความรู้  ต้องให้คนมีความรู้มาแก้ 


 พรรคประชาชาติ มีนโยบาย แก้ปัญหาที่ดินทำกิน  จะผลักดันให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินอย่างน้อย 20 ไร่ จะต้องทำเกษตรผสมผสาน ที่มีความยั่งยืน และมีที่ดินของตนเองด้วย  จะผลักดันราคายางพาราที่ตกต่ำ ให้ราคายางมีเสถียรภาพ อยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท เพราะเป็นกฎหมายบังคับอยู่แล้วว่าราคายางต้องมีเสถียรภาพ คือต้องไม่ขาดทุน มีกฎหมายบังคับแต่รัฐบาลนี้ไม่ทำ แต่พรรคประชาชาติจะทำ 

” ชาวสวนยางอย่างน้อยครัวเรือนหนึ่งต้องมีรายได้ 30,000  บาท สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยถ้าพรรคประชาชาติได้ สส.ต่ำกว่า 10 คน ถ้าเราได้จำนวน 20 คนเราสามารถเขียนกฎหมายได้    วันนี้กฎหมายที่เราแก้ คือ กฎหมายป่าสงวน เราจะเอาป่าสงวนที่เป็นป่ามาให้ประชาชนดู   ไม่ใช่ให้รัฐดูเพราะวันนี้ ให้รัฐดูรัฐทำป่าหายไปทุกปีแล้วไปจับประชาชน เราจะสร้างสิทธิ์ชุมชน สร้างให้ประชาชนเป็นเจ้าของ”  เลขาธิการพรรคประชาชาติ ระบุ

'พรรคประชาชาติ'อ้อนขอสส. 20  ที่นั่ง ผลักดันการแก้กฎหมาย
'พรรคประชาชาติ'อ้อนขอสส. 20  ที่นั่ง ผลักดันการแก้กฎหมาย

  
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย  สมบูรณ์ ม่วงกล่ำ  ผู้สมัครสส.  บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์ )และผู้บริหารพรรคประชาชาติ ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนส่งเสริมอิสลาม   อ.นาทวี  จ.สงขลา เพื่อพบปะผู้ประชาชนในพื้นที่อ.นาทวี จากนั้นได้นำคณะไปร่วมกิจกรรมละศีลอด ที่ มัสยิดบ้านป่าเร็ด ต.ปลักหนู อ.นาทวี  จ.สงขลา

‘เสรีพิศุทธ์” บอกกระแสเสรีรวมไทยดี แต่ประเมินสส.ไม่ได้ บ่น ‘อยากยุบกกต.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546456

08 เม.ย. 2566

'เสรีพิศุทธ์'' บอกกระแสเสรีรวมไทยดี แต่ประเมินสส.ไม่ได้ บ่น 'อยากยุบกกต.'

“เสรีพิศุทธ์” หาเสียงไปบ่นไป บอกอยากยุบกกต. เหน็บบิ๊กตู่ 8ปีมีแต่ก่อหนี้จนอ่วม มั่นใจกระแสตอบรับพรรคเสรีรวมไทยดีขึ้น แต่ประเมินสส.ยังไม่ได้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครสส. กทม.หาเสียง มั่นใจว่ากระแสตอบรับดี แต่ประเมินไม่ได้ว่าจะได้สส.กี่คน พร้อมกับกล่าวพาดพิงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกกต. ในการหาเสียงครั้งนี้

'เสรีพิศุทธ์'' บอกกระแสเสรีรวมไทยดี แต่ประเมินสส.ไม่ได้ บ่น 'อยากยุบกกต.'

8เมษายน 2566 พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เเละพ.ต.ท.วันขัย ฟักเอี้ยง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต31 (ตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา) พรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดกรีนวิลล์สาย2 ตลาดวัดประดู่ เเนะนำตัวผู้สมัครส.ส.เเละประชาสัมพันธ์นโยบายพรรค14ข้อในการเลือกตั้งวันที่14พ.ค.

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ กระแสตอบรับดี ประชาชนรู้จักตนและผู้สมัคร ส.ส.จึงหาเสียงง่าย ประชาชนสนใจนโยบายอ่าน 14 ข้อของพรรค ตรงนี้ยืนยันว่า กระแสพรรคดีกว่าครั้งที่แล้ว เพราะตนลงพื้นที่หลายแห่งพบว่าประชาชนตอบรับดี แต่ยังประเมินไม่ได้ว่าจะได้ส.ส.มากเท่าใด

'เสรีพิศุทธ์'' บอกกระแสเสรีรวมไทยดี แต่ประเมินสส.ไม่ได้ บ่น 'อยากยุบกกต.'

เพราะตนไม่ใช่คนขี้โม้ที่จะประเมินเกินจริง เลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรคได้ส.ส.สิบคนทั้งๆที่โดนโกง หากไม่โดนโกงจะได้มากกว่านี้

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า 4ปีที่ผ่านมาพรรคทำงานและมีผลงาน ประชาชนเชื่อมั่นขึ้นมาก แต่เลือกตั้งครั้งนี้ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ ชอให้ประชาชนช่วยจดจำเก็บบัตรแนะนำตัวผู้สมัครส.ส.ในเขตนั้นๆและหมายเลข25 ซึ่งเป็นเลขปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไว้จนถึงวันเลือกตั้ง

เชื่อว่าคะแนนเสียงของพรรคจะดีขึ้น แต่ไม่รู้จะได้เท่าใด แต่ตนอยากทำงานฝ่ายบริหารที่ทำงานให้ประชาชน เพราะรู้ปัญหาของประเทศจากการทำงานในฐานะส.ส.และผบ.ตร. หรือหากให้พรรคของตนไปร่วมรัฐบาล ก็จะดูแลเฉพาะกระทรวงนั้นๆที่ได้รับมอบหมายให้ดี เพราะนโยบายพรรคสิบสี่ข้อที่วางไว้จะตอบโจทย์ได้แน่นอน

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า ตนตั้งใจไป400เขตเพื่อพบประชาชนเเละใช้ใจเเลกใจขอคนละ1คะเเนนกับบัตรเลือกตั้งสองใบ บัตรใบเเรกให้ผู้สมัครส.ส.ในเขตนั้นๆ ใบที่สองกาเบอร์25 ให้ตนเเละระบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้พรรคมีส.ส.25คนขึ้นไปจะได้เสนอให้ตนเป็นนายกฯ เพราะเลข25นัันเป็นเลขที่ดี จะมาเเก้ปัญหาบ้านเมือง ตนตั้งใจทำงานการเมืองเต็มที่ ที่ผ่านมาใครทำผิด ตนตรวจสอบเเละเสนอบทลงโทษไปหลายคดีเเล้ว ดังนั้นสี่ปีข้างหน้าขอโอกาสไปสังคายนาระบอบประยุทธ์สักครั้ง ดีไม่ดีอาจจะเจออะไรที่ใครบางคนในระบอบนี้ซ่อนเอาไว้จะได้นำไปเช็กบิล

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า ประชาชนถามว่าไม่นานมานี้ ได้ยินใครบางคนบอกว่า จะหาเงิน4ล้านล้านบาทเข้าประเทศ ตนตอบว่า อย่าไปเชื่อ เพราะ8ปีที่เเล้วใครสร้างปัญหาให้ประชาธิปไตยพัง ใครดีเเต่กู้เงินจนบ้านเมืองติดหนี้สาธารณะราว10ล้านล้านบาท คนไทยต้องรับใช้หนี้กันกี่บาทเเละกี่ปีจะปลดหนึัได้ คนไทยแบกหนี้จนอ่วมทุกคน ตนไม่ได้พูดลอยๆ เพราะสื่อมวลชนเปิดเผยข้อมูลนี้มาระยะหนึ่งเเล้ว ดังนั้นหากคนๆนี้พูดอะไรหลักลอย เพ้อเจ้อ เเนะนำว่า อย่าฟัง คนเเบบนี้สังคมอย่าไปให้ราคา เพราะมีแต่โม้และก่อแต่หนี้ ทำงานไม่เป็น

'เสรีพิศุทธ์'' บอกกระแสเสรีรวมไทยดี แต่ประเมินสส.ไม่ได้ บ่น 'อยากยุบกกต.'

” ตัวอย่างนะ เวลาหาเสียงผมเดินทุกพื้นที่ ไปทุกตลาดย่านการค้า เพื่อพูดคุยดูเเลชีวิตจริงของคนไทย ถามว่าวันนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล้าเดินตลาดเเบบผมเเละลูกพรรคไหม พลเอกประยุทธ์อยากเป็นนายกรัฐมนตรีเเต่ไม่ลงมาพบประชาชน กลัวอะไร ให้ลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อยังกลัว ดีเเต่ฟุ้งไปเรื่อย เเปดปีมานี้ทำให้สังคมพังเเทบทุกอย่าง เเนะนำว่า พอเถอะ อย่าให้คนไทยลำบากกว่านี้เลย “หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าว

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่า ขอตำหนิการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งของกกต. เพราะประชาชนยังไม่ค่อยรู้ว่าจะมีการเลือกตั้งส.ส.แล้ว ส่วนตัวอยากยุบกกต.ทิ้ง เพราะไม่ค่อยสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะสี่ปีที่แล้วและเลือกตั้งครั้งนี้ มองเห็นการทำงานของกกต.แล้วว่าเป็นอย่างไร

กกต.ขีดเส้นตายลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 9 เม.ย.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546453

08 เม.ย. 2566

กกต.ขีดเส้นตายลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 9  เม.ย.

เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง “กกต.” ย้ำอีกรอบ 9 เม.ย. เส้นตายวันสุดท้ายลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า เตือนผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิห้ามพลาด ระบุกรณีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้คำเรียกตัวเองนายกรัฐมนตรี ระหว่างปราศรัยหาเสียงพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เข้าขายผิด

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า วันอาทิตย์ที่ 9  เม.ย.  เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร สำหรับประชาชนที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่คาดว่าไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 14 พ.ค.  ดังนั้นจึงขอให้ผู้ที่ประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้ดำเนินการตามขั้น  สำหรับการเลือกตั้งนอกเขต แต่ละจังหวัดจะมีที่เลือกตั้งกลางให้จังหวัดละ 1 แห่ง ยกเว้น กทม. ที่จะมีมากกว่า 1 แห่ง เนื่องจากมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก 


สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการเรื่องบัตรเลือกตั้ง ขณะนี้ยังไม่ระบุว่าเป็นบัตรเลือกตั้งสีอะไรบ้าง แต่อยากให้ประชาชนมั่นใจ เพราะมีระบบบัตรเลือกตั้งเข้ารหัสความปลอดภัย แต่ละบัตรเลือกตั้งเป็นบัตรเฉพาะหน่วย สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นบัตรของหน่วยเลือกตั้งได้ กรณีคนคิดว่าจะไปทำเพิ่ม  สามารถพิสูจน์ได้ ดังนั้น 900,000 หน่วย  จะมีบัตรเลือกตั้ง 900,000 ประเภท  ” กรณีช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น ประชาชนสามารถจัดงานรื่นเริงได้ตามวิถีชีวิต ที่ดำเนินการตามปกติ ผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถเข้าร่วมได้ แต่พึงระวังอย่าไปจัดมหรสพเอง แล้วแจกสิ่งของหรือเอื้อประโยชน์ในการหาเสียง” 

 นายแสวง กล่าวด้วยว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  กล่าวบนเวทีปราศรัยพรรครวมไทยสร้างชาติ  ใช้คำแทนตนเองว่า”นายกฯ”  ในการหาเสียงโดยการพูดเรื่องความจริงหรือข้อเท็จจริง เป็นสิ่งที่ทำได้และถูกต้อง เพียงแต่อย่าใส่ร้ายหรือใช้ความเท็จ พึงระวังเรื่องการใช้ตำแหน่งหน้าที่ เช่น คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ไม่ควรใช้ทรัพยากรรัฐในการหาเสียง และข้าราชการที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นคุณหรือโทษต่อผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

ยังไม่ทันได้หาเสียง ‘ผู้สมัคร สส.’ ศรีสะเกษ ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546439

08 เม.ย. 2566

ยังไม่ทันได้หาเสียง 'ผู้สมัคร สส.' ศรีสะเกษ ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเสียชีวิต

จังหวัดศรีสะเกษ สรุปมี ‘ผู้สมัครรับลือกตั้ง สส.’ ทั้ง 9 เขต จำนวน 97 คน เสียชีวิต 1 คน เป็นผู้สมัครเขตที่ 7 จากรวมไทยสร้างชาติ ญาติโศกเศร้า ยังไม่ได้ออกหาเสียง ต้องหามส่ง รพ. พบป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

8 เม.ย.2566  การรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดศรีสะเกษ สรุปมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง 9 เขต จำนวน 97 คน เสียชีวิต 1 เป็นผู้สมัครเขต 7 จากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายอำไพ เพ็งแจ่ม อายุ 59 ปี  ซึ่งตรวจพบว่าป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และมีโรคประจำตัวคือ เบาหวาน ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค. 2566 และเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2566 ได้ของอนุญาตแพทย์ ออกมาลงสมัครรับเลือกตั้ง  หลังจากนั้นได้กลับเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลออีกคครั้ง ก่อนที่นายอำไพ จะเสียชีวิตลง เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา 

ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเสียชีวิตผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเสียชีวิต


โดยในพื้นที่เขต 7  จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้แก่พื้นที่ของอำเภอปรางค์กู่ ที่มีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งหมด 65,987 คน รวมอำเภอพยุห์ 34,916 คน อำเภอไพรบึง ยกเว้นตำบลสำโรงพลัน 35,341 คน อำเภอวังหิน ทั้งอำเภอยกเว้น ตำบลทุ่งสว่าง, ตำบลธาตุ, ตำบลบ่อแก้ว, ตำบลบุสูง 21,926 คน รวมจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งเขต 7 จำนวน 158,170 เสียง 

บรรยากาศรับสมัครเลือกตั้ง สส.ศรีสะเกษ บรรยากาศรับสมัครเลือกตั้ง สส.ศรีสะเกษ

โดยภาพรวมของการรับสมัครผู้แทนราษฎรในจังหวัดศรีสะเกษ มีผู้สมัครทั้งสิ้น 9 เขต จำนวน 97 คน เสียชีวิต 1 คน คงเหลือผู้สมัคร 96 คน และในวันที่ 12 เม.ย. ที่จะถึงนี้  กกต.จังหวัดศรีสะเกษ ได้เชิญผู้สมัครทั้งหมด เพื่อมารับฟังคำชี้แจงการข้อบังคับ กฎระเบียบในการลงพื้นที่หาเสียง จะต้องปฎิบัติตนอย่างไร ไม่ให้ผิดกฎระเบียบ จะได้ไม่ถูก กกต.สอยภายหลังประชาชนลงคะแนนเลือกตั้งไปแล้ว

กกต.ศรีสะเกษ สรุปจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง 9 เขต กกต.ศรีสะเกษ สรุปจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง 9 เขต

รวมถึงข้อกฎหมาย กกต.ใหม่ มีข้อแตกต่างอย่างไร ผู้สมัคร สส.สามารถทำอะไรได้ และอะไรที่ทำไม่ได้ เพื่อให้ผู้สมัครทุกคน ได้ต่อสู้กันบนสนามเลือกตั้ง ไม่มีข้อร้องเรียน ไม่ฟ้องร้องกันตามมาภายหลัง และป้องกันตนเองไม่กระทำผิด

 พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์  จ.ศรีสะเกษ 

เตือนอีกรอบ พรุ่งนี้ 9 เม.ย เป็นวันสุดท้าย ‘ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546434

08 เม.ย. 2566

เตือนอีกรอบ พรุ่งนี้ 9 เม.ย เป็นวันสุดท้าย 'ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า'

เตือนอีกรอบ อย่าลืม “ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร พรุ่งนี้วันอาทิตย์ที่ 9 เม.ย เป็นวันสุดท้าย เช็กช่องทางลงทะเบียนได้ที่นี่

สำหรับประชาชนที่ไม่ว่าง ไม่สะดวกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ได้ อย่าลืม ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด

โดยวันพรุ่งนี้ 9 เมษายน 2566 เป็นวันสุดท้ายการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง  และเป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วย

สำหรับการขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ทาง กกต. ระบุว่า การลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง คือ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อยู่นอกเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาน้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง สามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้

โดยต้องแจ้งความประสงค์ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง 30 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง ในวันและเวลาราชการ ได้ 3 ช่องทาง ดังนี้

  1. ยื่นด้วยตนเอง หรือสามารถยื่นคำขอเป็นกลุ่มได้โดยมอบหมายผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอื่น ยื่นแทนได้
  2. ยื่นทางไปรษณีย์ โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ ทั้งนี้ ให้ยื่นเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้- แบบคำร้องขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง (รายบุคคลหรือ คณะบุคคล)- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้ และมีเลขประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  3. ยื่นผ่านช่องทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน SMART VOTE ทั้งระบบ iOS และ Android ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนความคืบหน้าการเตรียมการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ปี 2566 กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า หลังจากที่ได้มีการเปิดให้ประชาชนคนไทยลงทะเบียนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม-9 เมษายน

สถานะปัจจุบันของผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งอยู่ที่ 72,779 ราย ขณะที่สถิติการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 อยู่ที่ 119,313 ราย

ทั้งนี้ รูปแบบการเลือกตั้งในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน มี 3 รูปแบบ คือ

  • การเลือกตั้งแบบคูหา
  • การเลือกตั้งแบบไปรษณีย์
  • การเลือกตั้งแบบอื่นๆ

ส่วนการที่สถานทูตและสถานกงสุลจะตัดสินใจจัดการเลือกตั้งแบบไหนขึ้นอยู่กับปัจจัยและความแตกต่างในแต่ละประเทศและพื้นที่

ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทางอินเทอร์เน็ต ได้ที่ https://stat.bora.dopa.go.th/Election/popout/#/popout  หากท่านใดมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสถานทูตและสถานกงสุลได้ตลอดผ่านช่องทางต่างๆ ” นางสาวรัชดา กล่าว

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ ดีเบตเนชั่น ‘เมืองพัทยา’ ฟังนโยบายภาคตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546433

08 เม.ย. 2566

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ ดีเบตเนชั่น 'เมืองพัทยา' ฟังนโยบายภาคตะวันออก

ห้ามพลาดชม เวทีการดีเบตเลือกตั้ง66 โดยเครือเนชั่น “นโยบายภาคตะวันออก” ถ่ายทอดสดจากศาลากลางเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เย็นวันนี้

ห้ามพลาดชม เวทีดีเบตนโยบายหาเสียง ซึ่งจัดโดยเครือเนชั่นในช่วงเย็นวันนี้(8เม.ย.66) เชิญแกนนำพรรคการเมืองร่วมเวทีที่ศาลากลางเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี  ภายใต้โครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” 

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ ดีเบตเนชั่น 'เมืองพัทยา' ฟังนโยบายภาคตะวันออก

โดยแกนนำ 8 พรรคการเมืองที่ตอบรับร่วมเวทีนี้ได้แก่

  1. นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
  2. นายประวัฒน์ อุตตะโมช รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย
  3. นายพณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า
  4. ผศ.ดร. สันติ กีระนันท์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา
  5. นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ
  6. นายสนธยา คุณปลื้ม สมาชิกพรรคเพื่อไทย
  7. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล
  8. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

โดยเวทีดีเบตดังกล่าวจะดำเนินรายการโดย 2บก.เครือเนชั่น คือ นายบากบั่น บุญเลิศ และนายวีรศักดิ์ พงศ์อักษร

เริ่มเปิดงานเวลา 16.30 น. เป็นต้นไป เริ่มถ่ายทอดสดเวลา 17.30น. ทาง “Nation online” แฟนเพจ “คมชัดลึก” และถ่ายทอดสดทางเนชั่นทีวีช่อง 22 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ไปจนถึงปิดเวทีประมาณ 20.30 น. 

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ ดีเบตเนชั่น 'เมืองพัทยา' ฟังนโยบายภาคตะวันออก

ทั้งนี้เวทีดีเบต เป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์เครือเนชั่น ร่วมกับ ภาคีพันธมิตรชั้นนำระดับประเทศ ภายใต้โครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” 

โดยเปิดเวทีดีเบตไปแล้วหลาย เวทีได้แก่ เวทีอนาคตประเทศไทย “Economic Drives” เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2566 เวทีอนาคตประเทศไทย “SME จะไปทางไหน?” วันที่ 15 ก.พ. 2566

เวทีอนาคตประเทศไทย “นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศ” วันที่ 7 มี.ค. 2566 เวทีอนาคตประเทศไทย “Soft Power ความฝัน หรือ ความจริง?” วันที่ 14 มี.ค. 2566

และเริ่มเปิดเวทีดีเบตในต่างจังหวัดที่ ลานโอเปร่า จ.นครราชสีมา วันที่ 11 มี.ค. 2566 เวทีดีเบต ณ สวนสาธารณะ เมืองสงขลา จ.สงขลา วันที่ 25 มี.ค. 2566และวันนี้เวทีดีเบต ณ ศาลากลางเมืองพัทยา จ.ชลบุรี วันที่ 8 เม.ย. 2566

และยังเหลืออีก 2 เวที คือ เวทีดีเบต ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่ วันที่ 22 เม.ย. 2566

และเวทีสุดท้ายเวทีดีเบต ณ ลานพาร์ค พารากอน กรุงเทพมหานคร วันที่ 11 พ.ค. 2566 ซึ่งจะเป็นการเชิญเฉพาะผู้ที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเท่านั้นขึ้นเวทีดีเบต

ชมถ่ายทอดสดทาง คมชัดลึก Nation online และ Nation TV

ไพศาล ประเมิน เพื่อไทย ลุ้นตั้งรัฐบาลยาก หากไม่จับมือ ลุงป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546431

08 เม.ย. 2566

ไพศาล ประเมิน เพื่อไทย ลุ้นตั้งรัฐบาลยาก หากไม่จับมือ ลุงป้อม

ไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผุ้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ประเมินสถานการณ์หลังเลือกตั้ง แลนด์สไลด์ 310 เสียงยาก เชื่อต้องจับมือพลังประชารัฐ ชี้ ก้าวไกล ยกโหวตให้เพื่อไทย

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกับ นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผุ้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ในประเด็น อดีต กุนซือ “บิ๊กป้อม” เปิดดีลลับ ตั้งรัฐบาล เริ่มต้นรายการเปิดด้วยคำถามว่า ทิศทางการตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร

ไพศาล ประเมิน เพื่อไทย ลุ้นตั้งรัฐบาลยาก หากไม่จับมือ ลุงป้อม

นายไพศาล ตอบว่า คำพูดนักการเมืองในช่วงเวลานี้ เชื่อถืออะไรไม่ได้ ใครจะร่วมกับใครจับมือกับใคร เชื่อถือไม่ได้ แต่ความเป็นไปได้ในการจะจัดตั้งรัฐบาล การเมืองเป็น 2 ขั้วชัดเจน ขั้วที่เป็นฝ่ายค้านเดิม พรรคเพื่อไทยเป็นกระแสที่ฮือฮามากว่าจะเป็นแลนด์สไลด์ ปัญหามีเพียงว่าจะแลนด์สไลด์ถึง250 เสียงหรือจะไปถึง 310 เสียง ซึ่งความหมายมันต่างกัน

ไพศาล ประเมิน เพื่อไทย ลุ้นตั้งรัฐบาลยาก หากไม่จับมือ ลุงป้อม

กับขั้วที่2 พวกที่มีอำนาจเดิม คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วันนี้เราก็เห็นอาการพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมเป็นหัวหน้าพรรค และไม่ยอมลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งแบ่งเขต หรือปาร์ตี้ลิสต์ เอาเรื่องเดียวคือเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ฝั่งนี้จะเรียกว่าขั้วเก่าก็ได้ ไม่ใช่ขั้วเก่าในปี 2562 อีกแล้ว แต่เป็นขั้วใหม่ในปี 2566 พลังประชารัฐได้สถาปนาตัวเองขึ้นหลังประกาศเอกราช แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมายังมีการสร้างภาพว่า 3 ป.ยังเป็นพวกเดียวกัน ถัดมาก็มาเปลี่ยนว่าใครมีเสียงมากคนนั้นเป็นนายกฯ 

ตอนนี้ พล.อ.ประวิตรประกาศชัดเจน 2-3 เรื่อง อย่างแรก แตกต่างกับพล.อ.ประยุทธ์ คือต้องการให้มีความสมานฉันท์ ก้าวข้ามความขัดแย้ง เป็นทิศทางการเมืองใหม่ ที่ทำให้การแยกตัวเห็นชัดเจน ต่อมาเรื่องประกาศความพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 คำนี้ไม่มีใครได้ยินจากปากพล.อ.ประวิตร ส่วนมากจะเป็นคำว่า ไม่รู้ แต่ในความเป็นจริงรู้ทุกเรื่อง และความพร้อมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คนที่พูดแต่ไม่รู้ แต่มาประกาศความพร้อมต้องคิดบวกเพิ่มขึ้นไปด้วย การเมืองเวลานี้มีความชัดเจน ในการพร้อมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อไทย พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ 


ในเรื่องของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน3 ป. ที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าขณะนี้อยู่ฝ่ายไหน นายไพศาล บอกว่า พล.อ.อนุพงษ์มีความใกล้ชิดกับพล.อ.ประยุทธ์มากกว่า และเป็นกุนซือตัวจริง เป็นผุ้มีบทบาทหลักในรัฐบาลประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ดูมหาดไทยมาตลอด เดิมมหาดไทยดูแลการเลือกตั้ง ก่อนสำนักงานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกกต.ไม่มีคนจัด ก็ต้องอาศัยมหาดไทยสนับสนุน และตำแหน่งของพล.อ.อนุพงษ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวคิดว่าพล.อ.อนุพงษ์ไม่วางมือตามที่เป็นข่าว ใครจะตั้งรัฐบาลได้จะต้องประกอบด้วยเงื่อนไข 2 ข้อ อย่างแรก จะต้องมีเสียงหรือรวบรวมเสียงข้างมากในสภา ต้องมีอย่างน้อย 253 คน ความจริงก็ประมาณ 251 เสียง แต่ต้องมีคนไปทำหน้าที่ประธาน รองประธาน 3 คน โดยมารยาทลงเสียงไม่ได้ ถ้าไม่มีตัวนี้จะบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ นอกจากแอบไปซื้อกล้วย ต่อมา ต้องได้รับเสียงจาก 2 สภา จำนวน 376 เสียง พอหลังเลือกตั้งก็ต้องเลือกประธานสภา ตามหลักพรรคเสียงข้างมากก็เป็นประธานสภาไป จากนั้นก็เป็นการประชุมสภา เลือกนายกฯ ตรงนี้จึงต้องการเสียง 376 เสียง ในการรวบรวมเสียง เช่น เพื่อไทยรวมได้ ถึง 310 เสียง เหลืออีกไม่มาก 

แม้ก้าวไกลจะมีท่าทีไม่ร่วมรัฐบาล แต่จากการตรวจสอบเชื่อว่า ก้าวไกลจะโหวตให้เพื่อไทยเป็นนายกฯ แต่จะไม่ร่วมรัฐบาล ซึ่งจะทำให้ได้การเมืองมาก แม้จะไม่มีสิทธิมีส่วนในการร่วมรัฐบาล แต่เคารพในฉันทามติของประชาชน เคารพระบอบประชาธิปไตย และเพื่อเป็นการสั่งสอน สว.บางคน ที่ออกมาพูดว่า ต่อให้เพื่อไทยได้เสียงข้างมาก แต่จะตั้งรัฐบาลไม่ได้ แม้ตนจะเอื้อเฟื้อกับทางรัฐบาล แต่ได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกไม่ดี เหมือนเหยียบย่ำหัวใจประชาชน 


และอย่ามองข้ามภูมิใจไทย หลังจากแกนนำสำคัญถูกพักหน้าที่ในการทำงานกระทรวงคมนาคม ก็มีการประสานเข้าไปกินข้าวที่บ้านป่ารอยต่อ และมีการจับมือพร้อมเป็นขั้วจับตั้งรัฐบาล มีแรงหนุนทั้งบ้านใหญ่บุรีรัมย์ และ บ้านใหญ่กรุงเทพ ในการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าเสียงเพื่อไทยไม่ถึง 310 เสียง การจัดตั้งจะอยู่ที่พล.อ.ประวิตร รวมกับภูมิใจไทย ประเมินตัวเลข 120 เสียง ส่วนตัวเชื่อว่า เพื่อไทย ปากแข็งไปอย่งานั้น เพราะต้องรู้ดีในสถานการณ์ มีสิ่งที่แข็งตัวอยู่หลายอย่าง ถ้ามาเป็นรัฐบาลถามว่า ความขัดแย้งจะสิ้นสุดไหม ทันทีที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็จะเกิดขบวนการต่อต้านขึ้นมา ดังนั้นก็ต้องทำให้ไฟที่ร้อนแรงลดลงชั่วคราว จึงต้องเป็นพล.อ.ประวิตร 

มาดามเดียร์ ตีแสกหน้าสส.ขายตัว การันตี คน ‘ประชาธิปัตย์’ ที่พึ่งปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546421

07 เม.ย. 2566

มาดามเดียร์ ตีแสกหน้าสส.ขายตัว การันตี คน 'ประชาธิปัตย์' ที่พึ่งปชช.

ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง วทันยา บุนนาค ใช้เวทีปราศรัยใหญ่”ประชาธิปัตย์” สับแหลกประเทศไทยไม่พัฒนา ติดหล่มเลือกนักการเมือง ขายอุดมการณ์ ขายจิตวิญญาณ เห็นเงินเป็นที่ตั้ง มั่นใจผู้สมัครสส. 33 คน ประชาธิปัตย์ในเขต กทม และทั่วประเทศคือของจริง ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์  วิพากษ์อย่างเผ็ดร้อน  การเมืองไทย ที่ไม่พัฒนา จมอยู่กับความขัดแย้ง บ้านเมืองไม่ไปไหน วนเวียนซ้ำแบบเดิม  เป็นเพราะนักการเมือง ถึงเวลาเริ่มต้นเปลี่ยนด้วยการเลือกตั้ง   เรียกร้องประชาชนหันมาเลือกคน“ประชาธิปัตย์” ที่พร้อมจะทำหน้าที่เพื่อปากเสียงประชาชน

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งในการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งจัดขึ้นที่ลานคนเมือง  แขวงเสาชิงช้า  เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร   เพื่อแนะนำผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขต 33  เขต ของกรุงเทพมหานคร  และสส.ในแบบบัญชีรายชื่อ   โดย  น.ส.วทันยา   ระบุว่า อยากให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ผู้สมัคร “ประชาธิปัตย์ “ทั้ง 33  เขต กรุงเทพมหานคร และผู้สมัครของพรรคทั่วประเทศ  คือกลุ่มคนที่เป็นตัวแทนอุดมการณ์ เพื่อประชาธิปไตย เป็นตัวแทนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง 

“การเมืองไทยวนเวียนอยู่กับความขัดแย้ง เป็นวงจรอุบาทว์ ทำให้การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยไม่เคลื่อนที่ไปไหน วนเวียนซ้ำแบบเดิม วันนี้เราถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องเปลี่ยน เราเริ่มต้นเปลี่ยนได้ด้วยการเลือกตั้ง โดยเข้าไปเลือก สส.ที่เห็นประชาชนเป็นที่ตั้ง เลือกสส.ที่เข้าไปทำงานเป็นปากเป็นเสียงให้พวกเราได้อย่างแท้จริง สส. ที่ถูกประมูลตัว ขายอุดมการณ์ ขายจิตวิญญาณ ตั้งแต่เลือกตั้งเห็นเงินเป็นที่ตั้ง เข้าไปในสภาแล้วเขาจะเห็นหัวประชาชนหรือไม่ เขาจะเข้าไปกอบโกยประโยชน์ ไม่ทำงาน มัวแต่วิ่งหาอำนาจ และประโยชน์ของตัวเอง แต่วันนี้ที่หน้าศาลาว่าการ กทม.แห่งนี้ ไม่ใช่กับ สส. ของพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน เพราะสส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มี ส.ส.ที่มาจากการประมูลตัว แต่ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ มาจากความตั้งใจและอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตย เพื่อประชาชน และนี่คือบทพิสูจน์ว่าทำไมพรรคถึงอยู่คู่คนไทยมาได้ 77 ปี เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ ไม่มีนายทุนที่คอยชี้นำ แต่เรามีเพียงประชาชน มีเพียงแค่ศรัทธาของประชาชนที่เป็นหลังพิงเท่านั้น” 


น.ส.วทันยา กล่าวว่า  ตลอด  17 ปี ที่ผ่านมาบนความขัดแย้ง  คำถามคือชีวิตมีอะไรดีขึ้นบ้างไหม ตนนั้นเหนื่อยใจทุกครั้งที่ได้รับคำถามจากลูกว่า ทำไมบ้านเราถึงไม่มีถนนเรียบ  ฟุตบาทสะอาด เหมือนต่างประเทศ ทำไมถึงไม่มีอากาศสะอาด คุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนต่างประเทศบ้าง ฟังแล้วรู้สึกเหนื่อยใจ เสียใจเพราะรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แต่เสียใจว่า ทำไมถึงแก้ไขมันไม่ได้สักที เสียใจที่ตลอดอายุ 14 ปีของลูก  ที่ผ่านมาไม่สามารถให้ชีวิตที่ดี  ๆ  เหมือนเด็กคนอื่นที่อยู่ในต่างประเทศได้  เกิดคำถามมากมาย เกิดคำถามว่าอนาคตของลูกหลานคนไทยจะดีขึ้นกว่านี้ได้บ้างไหม ทำไมถึงไปจุดนั้นเหมือนต่างประเทศไม่ได้

“เดียร์ อยากจะบอกกับพวกเราว่า วันนี้เรากลับมา กลับมาร่วมกันทำให้บ้านหลังนี้ สถาบันการเมืองหลังนี้ ที่มีจุดเริ่มมาจากประชาชน แข็งแรง เพื่อเป็นทางออกให้กับสังคม เพื่อสร้างอนาคตให้กับลูกหลานเรา เพื่อชดเชยให้กับ 17 ปี ที่ผ่านมาที่เราต้องสูญเสียไปกับความขัดแย้ง ที่เราไม่ได้อะไรกลับคืนมา ” น.ส.วทันยา กล่าว

มาดามเดียร์ ตีแสกหน้าสส.ขายตัว การันตี คน 'ประชาธิปัตย์' ที่พึ่งปชช.
มาดามเดียร์ ตีแสกหน้าสส.ขายตัว การันตี คน 'ประชาธิปัตย์' ที่พึ่งปชช.

วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง พรรคประชาธิปัตย์   ระหว่างการร่วมปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งจัดขึ้นที่ลานคนเมือง  แขวงเสาชิงช้า  เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร   เพื่อแนะนำผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขต 33  เขต ของกรุงเทพมหานคร  และสส.ในแบบบัญชีรายชื่อ