‘ดร.เอ้’ ถอดบทเรียน ‘ซีเซียม-137’ หาย อันตรายถึงชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545319

22 มี.ค. 2566

'ดร.เอ้' ถอดบทเรียน 'ซีเซียม-137' หาย อันตรายถึงชีวิต

‘ดร.เอ้’ จี้หน่วยงานรัฐถอดบทเรียน ‘ซีเซียม-137’ หาย ชี้ชีวิตคนไทยบนเส้นดาย แนะทุกโรงงานต้องมีมาตรฐานตรวจสอบวัสดุอันตราย

ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเตือนความอันตรายของสีซีเซียม-137 หายจากโรงไฟฟ้า จ.ปราจีนบุรี ระบุว่า

ชีวิตคนไทยบนเส้นด้าย
เมื่อซีเซียม-137 หายไป อันตรายถึงตาย
เพราะท่านและผมคงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงกับประเทศนี้ เรื่องมาตรฐานคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ใครก็รู้ กัมมันตภาพรังสี ก่อ “โรคมะเร็ง” และมันออกมาแล้ว ต้องใช้เวลานานชั่วชีวิตกว่าจะจางหายไป 
เมื่อฝุ่นโลหะที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีในโรงงานหลอมแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ที่คาดว่าเป็นวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ไม่รู้ไปอยู่ไหน? สะท้อนสังคมไทยอย่างไร?

นี่เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนชัด ถึง “ปัญหาคุณภาพชีวิตคนไทย” ที่ขาดการดูแล ใส่ใจ ทั้งที่เป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิตคน

น่าตกใจมาก เราควรถอดบทเรียนและเรียนรู้ เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รูปแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต #เรียนรู้ไว้ไม่เสียหาย 

1.”ต้องมีมาตรฐาน ต้องรัดกุม และต้องเข้มงวด” กับวัตถุอันตราย
     จากรายงานข่าวคาดว่าวัสดุอันตรายได้มีการสูญหายจากโรงงานก่อนหน้าที่มีการแจ้งหลายวัน แสดงให้เห็นถึงการดูแลความปลอดภัย และ ตรวจสอบวัสดุอันตรายในโรงงานแห่งนั้นยังมีปัญหา ขาดการตรวจเช็คเป็นประจำ มีช่องโหว่ด้านการรักษาความปลอดภัย จนวัสดุกัมมันตรังสี สูญหายออกจากโรงงาน และโรงงานยังไม่ได้แจ้งวัสดุกัมมันตรังสีสูญหายโดยทันที ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ 

2.”ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสียที”
     เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำเดิมอีก ทุกโรงงานที่มีการครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี หรือ วัสดุอันตรายอื่น ๆ ควรมีการตรวจสอบ และดูแลวัสดุอันตรายให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อวัสดุอันตรายถ้าเกิดสูญหายไป อาจสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ และชีวิตของประชาชนโดยรอบได้ 

3.”กระบวนการทำงานของโรงงานไทย ต้องยึดหลักสากลอย่างเคร่งครัด”
     มีการคาดการณ์กันว่าฝุ่นโลหะที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่คาดว่ามาจากวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ที่สูญหายไป ได้ถูกหลอมในโรงงานหลอมแห่งหนึ่งที่เป็นโรงงานระบบปิด เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจ จึงตรวจพบกัมมันตรังสีที่ปนเปื้อนกับฝุ่นโลหะที่โรงงานหลอมได้รวบรวมใส่ถุงไว้
     ถึงแม้ว่าโรงงานหลอมเป็นระบบปิด แต่แสดงให้เห็นถึงมาตรการการตรวจสอบวัตถุที่เป็นอันตรายก่อนการหลอมโลหะในประเทศยังบกพร่อง โรงงานบางแห่งไม่ได้มีเครื่องมือ หรือ อุปกรณ์ตรวจจับกัมมันตรังสีก่อนการหลอม อย่างมีมาตรฐานสากล
    ตรงจุดนี้อาจจะสร้างอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเด็ก ถ้ามีเหตุการณ์ซ้ำเดิม ฉะนั้นควรมีมาตรการตรวจสอบวัตถุดิบในโรงงานหลอมโลหะที่รัดกุมมากกว่านี้ 

4.”หน่วยงานรัฐต้องรายงานผลอย่างซื่อตรง ชัดเจน ไม่หมกเม็ด”
   ประชาชนทุกคนรวมถึงตัวผม ต่างกังวลถึงอันตรายจากกัมมันตรังสี แม้จะมีรายงานออกมาว่ากัมมันตรังสีไม่ได้ฟุ้งกระจายออกมาเนื่องจากโรงงานเป็นระบบปิด และยังกังวลถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น ปริมาณกัมมันตรังสีตกค้าง หรือ การกระจายตัวของฝุ่นกัมมันตรังสีออกมาโดยรอบ การรายงานข้อมูลที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และน่าเชื่อถือ จะช่วยให้ประชาชนคลายกังวลได้ 

5.”กัมมันตรังสี และนิวเคลียร์ อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด” 
     แต่เราควรจะเรียนรู้เพื่อใช้งานอย่างปลอดภัย ปัจจุบันวัสดุกัมมันตรังสีอยู่ใกล้กับตัวเรา มีหลายอย่างที่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์เป็นอย่างมาก ฉะนั้นเราจึงควรเรียนรู้เพื่อใช้งานได้อย่างปลอดภัย ยกตัวอย่าง เครื่องเอกซเรย์ เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งในโรงพยาบาล การใช้ธาตุกัมมันตรังสีในการตรวจหารอยตำหนิในอุตสาหกรรม หรือ การฉายรังสีเพื่อถนอมอาหาร 

   ฉะนั้นเราจึงควรศึกษาและเรียนรู้เพื่อใช้ประโยชน์จากกัมมันตรังสี และนิวเคลียร์อย่างปลอดภัย ปรับปรุงมาตรการและกฎหมายให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคตครับ 

   ผมจึงตั้งใจ ขอเป็นหนึ่งกำลังใหัท่าน ไปแก้ไขเรื่องเหล่านี้เสียที อย่าให้ชีวิตของลูกหลานเรา แขวนไว้บนเส้นด้าย ที่กำลังจะขาดแบบนี้เลยครับ


ที่มา : เอ้ สุชัชวีร์

'ดร.เอ้' ถอดบทเรียน 'ซีเซียม-137' หาย อันตรายถึงชีวิต

อดีตขุนพล ‘อีสาน’ พรรค ‘ประชาธิปัตย์’ คืนสู่รัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545316

22 มี.ค. 2566

อดีตขุนพล 'อีสาน' พรรค 'ประชาธิปัตย์' คืนสู่รัง

แบกภารกิจ ทวงคืนเก้าอี้สส. ‘อีสาน’ ในโอกาสคืนรังเก่า ‘วิฑูรย์’ นามบุตร ควงหลายชาย สมัครเป็นสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ

อดีตขุนพลภาคอีสานพรรคประชาธิปัตย์ ย้อนกลับรังเก่า หลังอัปเปหิตัวเอง ออกไปในปี 2564 เพราะไม่มีตำแหน่งใดๆภายในพรรค  กลับมารอบนี้ แบกภารกิจ ทวงคืนเก้าอี้สส.อีสาน ซึ่งเป้นงานที่ท้าทาย  เพราะไม่ใช่พื้นที่เป้าหมายของพรรค

นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต สส. อีสาน 6 สมัย พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ได้เดินทางมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าพบนายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  เลขาธิการพรรค พร้อมกับได้สมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แบบตลอดชีพ

วิฑูรย์ นามบุตร กลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์วิฑูรย์ นามบุตร กลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์

โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ร่วมให้การต้อนรับภายใต้บรรยากาศการกลับบ้านที่อบอุ่น โดยนายวิฑูรย์ กล่าวว่า การกลับมาครั้งนี้ ตนมีความมั่นใจว่าจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีที่นั่ง สส. ในภาคอีสาน เพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

วิฑูรย์ เป็นอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2533ป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีเพียงไม่กี่คนในพื้นที่ ภาคอีสาน ปัจจุบัน เป็น 1 ใน 2 สส.ภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ ที่สามารถชนะการเลือกตั้งเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ได้เป็น สส.อุบลราชธานี เขต 3 (นายอิสสระ สมชัย กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นสส.อุบลราชธานี เขต 8 )

วิฑูรย์ ยังเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเงา ในสมับรัฐบาล สมัคร สุนทราเวช ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งรัฐบาลเงา

ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในลำดับที่ 40 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ในปี 2562   และลาออกจากพรรคในปี2564  โดยให้เหตุผลว่าพรรคไม่ให้ดำรงตำแหน่งใดๆ

เปิดใจ ‘อภิสิทธิ์’ ไม่ลงเลือกตั้ง เพื่อความเป็นเอกภาพ ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545311

22 มี.ค. 2566

เปิดใจ 'อภิสิทธิ์' ไม่ลงเลือกตั้ง เพื่อความเป็นเอกภาพ ปชป.

‘อภิสิทธิ์’ ยันชัด ไม่ลงเลือกตั้ง2566 เพื่อความเป็นเอกภาพ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมช่วยหาเสียง ระบุความเห็นตนยังไม่สอดคล้องกับพรรค

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็น เบื้องหลัง “อภิสิทธิ์” ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.  หลังมีความชัดเจนที่ไม่ลงเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อของพรรค จะเป็นผู้ช่วยหาเสียง ไม่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในการสนทนา นายอภิสิทธิ์ บอกเล่าถึงการตัดสินครั้งนี้ว่า ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อน เมื่อพิจารณาสภาพแวดล้อม เบื้องต้นตนเป็นอดีตสส.และหัวหน้าพรรค ที่ลาออกจากผลการเลือกตั้งปี2562

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็น เบื้องหลัง “อภิสิทธิ์” ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.  รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประเด็น เบื้องหลัง “อภิสิทธิ์” ไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ปชป. 

รวมทั้งการลงมติเข้าร่วมกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้หาเสียงไว้ว่าจะไม่เข้าร่วม ส่วนตัวต้องรักษาคำพูด ผ่านมาเกือบ4ปี ยืนยันยังคงเป็นสมาชิกพรรคไม่ได้ลาออก และเมื่อมีการยุบสภา ทางหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชน เชิญบุคลากรของพรรค อดีตหัวหน้าพรรค ร่วมลงสมัครรับเลือกตั้ง ได้มีการพูดคุยกับทางนายจุรินทร์ และอดีตหัวหน้าพรรค 2 ท่าน คือ นายชวน หลีกภัย กับ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อะไรจะดีที่สุด แนวคิดของตนในหลายๆอย่างไม่ตรงกับพรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ถ้าลงรับเลือกตั้งอาจจะเกิดความสับสนและไม่เป็นเอกภาพ ครัง้นี้การแข่งขันเป็นศึกหนัก พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพื่อความเป็นเอกภาพ จึงตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้ง ส่วนการจะไปช่วยหาเสียงในพื้นที่ใด ก็จะเป็นไปตามความต้องการของผู้สมัครสส.แต่ละคน ว่าจะไปช่วยเหลือได้ไหม รวมทั้งไม่ให้กระทบกระเทือนต่อการทำงานของการทำงานของพรรค ซึ่งผู้บริหารพรรคปัจจุบันจะต้องเป็นผู้กำหนดทิศทาง 

ต่อคำถามว่าการตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งครั้งนี้ มีแรงกดดันอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ บอกว่า การที่ตัดสินใจร่วมกัน ไม่มีความประสงค์ที่จะขัดแย้งกับพรรค ข้อยุติอะไรก็ตามอยากให้เป็นข้อสรุปที่ตรงกัน ถ้าถามว่าอยากเป็นสส.ไหม ชีวิตการทำงานส่วนใหญ่ก็เป็นสส.ถ้าลงบัญชีรายชื่อก็เชื่อว่าอยู่ในอันดับที่ได้เป็นสส. แต่คิดว่าตนมีหน้าที่ที่ต้องคิดถึงภาพรวมของพรรค 


แนวคิดส่วนตัวสังคมรับรู้รับทราบมาตลอด4ปี ซึ่งก็ยังไม่เปลี่ยน สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดสำหรับฐานะสมาชิกพรรคก็คือสนับสนุนเท่าที่ทำได้ การที่จะนำตนไปเป็นผู้สมัคร คิดว่าน่าจะมีปัญหาในเชิงเอกภาพ และดูจะไม่เป็นธรรมกับผู้เลือกตั้งเท่าไหร่  ถ้าตัดสินใจให้ตนลงเลือกตั้ง พรรคก็จะถูกตั้งคำถาม ซึ่งไม่เป็นผลดีกับพรรค


การที่ตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้ง เพราะมองสถานการณ์ว่ามีโอกาสประชาธิปัตย์จะจับกับขั้วเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยเงื่อนไขความเป็นจริงก็ยังเป็นพรรคร่วมรับบาลจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา และหัวพรรคปัจจุบันก็กล่าวชัดว่าขอดูตัวเลขก่อน ตนจึงไม่อยากให้เป็นปัญหา อุปสรรค เงื่อนไข ไม่ให้พรรคไม่เดินไปอย่างทีผู้บริหารพรรคต้องการ 

การทำงานการเมือง ตนคิดเสมอว่าไม่ได้เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง เป็นแค่นักการเมืองคนหนึ่งที่อยู่ในระบบ และยังสนับสนุนพรรคการเมือง และยืนยันที่จะอยู่กับประชาธิปัตย์ ด้วยประวัติศาสตร์โครงสร้าง เป็นพรรคการเมืองที่เป็นพรรคการเมืองจริงๆ ในมาตรฐานสากล ในพรรคการเมืองก็ต้องมีความคิดเห็นที่หลากหลาย ก็ต้องให้ผู้บริหารพรรคที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นผู้กำหนดแนวทาง ใครไม่สนิทใจต่างๆ ไม่ได้แปลว่า ต้องออกจากพรรค ย้ายพรรค ตั้งพรรคใหม่ ระบบการเมืองก็จะไม่เป็นระบบ จึงใช้วิธีแบบสากล ใครที่ไม่สนิทใจในพรรค ก็ปรับบทบาทของตัวเองลงมา เหมือนสมาชิกพรรคทั่วไป 


ส่วนที่เวลามีปัญหาภายในพรรค มักจะถูกกล่าวว่าเป็นสายอภิสิทธิ์หรือไม่ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สมาชิกพรรคก็มีความหลากหลายในทางคาวมคิด เวลามีข่าวคราวล่ารายชื่อผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลง ทุกครั้งจะมีสมาชิกโทรมาสอบถามในเรื่องการเคลื่อนไหว ตนจะกลับไปไหม

ซึ่งก็ตอบทุกครั้งว่าไม่กลับ ด้วยเหตุผลในการตัดสินใจร่วมรัฐบาล การจะเปลี่ยนแปลงในพรรค เพื่อนำตนกลับเข้าไป ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในพรรค แต่ส่งผลกระทบกว่างขวางกว่านั้น จึงคิดว่าไม่ใช่วิธีการที่จะทำแบบนั้น ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังในทุกการเคลื่อนไหวภายในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะหากเป็นจริงตามการตั้งข้อสังเกต คงจะมีความเปลี่ยนแปลงไปแล้ว 


ในเรื่องความนิยมในตัวบุคคล มีการประเมินว่าถ้านายอภิสิทธิ์กลับมาคะแนนนิยมในประชาธิปัตย์จะคืนมา นายอภิสทธิ์ บอว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะวิเคราะห์ได้ แต่การบริหารพรรคก็ต้องเดินไปตามระบบ ผู้บริหารชุดปัจจุบัน แสดงความมั่นอกมั่นใจในแนวทางที่เดินอยู่ ยุทธศาสตร์ที่เดินอยู่ กระแสตอบรับ ก็ยืนยันว่าเป็นเป้าหมายที่ทำได้ จึงต้องให้โอกาสดำเนินการมากกว่าที่จะไปทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคโดยไม่จำเป็น 


การประเมินสถานการณ์ความนิยมของประชาธิปัตย์จะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไหมในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเมืองจากปี 2562 ถึง 2566 แม้สถานการณ์ดูสงบ รัฐบาลอยู่จนเกือบครบวาระ แต่การแบ่งขั้วทางการเมืองก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ มีปัจจัยเดียวที่เปลี่ยนแปลงคือกรณีพรรคพลังประชารัฐ ที่พร้อมจับมือได้กับทุกขั้ว

แต่แง่ผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ คนสนับสนุนนายทักษิณ ไม่เปลี่ยนแปลง จังกลายเป็นเรื่องที่ประเมินกันว่า การหาเสียงหรือการแข่งขัน จึงไม่หวังที่จะไปดึงฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะฝ่ายค้าน 4 ปีของรัฐบาล สำรวจความนิยมมาโดยลำดับ ความไม่พอใจรัฐบาลมีเพิ่มขึ้น คะแนนก็ไหลไปอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ จากการที่มีผลสำรวจความเห็นประชาชน พบว่าการไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครมีค่อนข้างน้อย อย่างน้อยที่สุดพอจะเห็นเค้าลางแล้วว่าจะเลือกใคร

ถ้าจะเปลี่ยนใจโอกาสเปลี่ยนข้างขั้วมีน้อยมาก จึงเป็นการแข่งขันในขั้วเดียวกัน และมีมากเป้นพิเศษในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ความต่างกันระหว่างการเลือกตั้ง 2ครั้งจึงมีไม่มาก แต่คะแนนฝ่ายค้านเพิ่มขึ้น จากนี้ถึงเลือกตั้ง การหาเสียงก็จะเป็นการขยายส่วนของตัวเอง ในขั้วเดียวกันมากกว่าที่จะไปกินขั้วฝ่ายตรงข้าม

‘อนันต์ชัย’ ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545299

21 มี.ค. 2566

'อนันต์ชัย' ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

‘อนันต์ชัย’ พา 2 โยมอุปัฏฐากแจ้งความเจ้าอาวาสวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดินโดยมิชอบ รวมถึงสร้างกุฏิรุกล้ำลำคลอง สร้างโรงครัวไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม นำนายสามารถ และนายมานวรรธน์ สุธรรมพิทักษ์ โยมอุปัฏฐากวัดธรรมปัญญาราม (บางม่วง) เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ขอให้ดำเนินคดีกับเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดสมณานัมบริหาร และองพจนกรโกศล หรือพระพิสิษฐ์ ศรีวิชา ผู้ช่วยปลัดขวาอนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญาราม (บางม่วง) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และ 157 ประกอบด้วย มาตรา 86  
 

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า นายสามารถแจ้งว่า องพจนกรโกศล เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญาราม (บางม่วง) สร้างกุฏิรุกล้ำลำคลองสาธารณะ สร้างโรงครัวโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังนำเงินวัดไปซื้อที่ดินใส่ชื่อของเจ้าอาวาส ก่อนนำไปขายต่อให้บุคคลที่สาม เนื้อที่ 2ไร่ 2 งาน ราคา 1.5 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิทนายกองทัพธรรมได้ตรวจสอบแล้ว น่าจะเป็นเรื่องจริง จึงได้พานายสามารถกับนายมานวรรธน์มาแจ้งความวันนี้

นายมานวรรธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2565 ได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบ  ต่อมา ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม มีหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้เป็นผู้พิจารณาดำเนินการ กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์อนัมนิกาย เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ จึงส่งต่อเรื่องให้กับพระคณานัมธรรมเมธาจารย์ เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย เจ้าอาวาสวัดสมณานัม เป็นผู้พิจารณา

แต่ปรากฏว่า เจ้าคณะใหญ่ กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ยอมตั้งอธิกรณ์หรือตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตาม พรบ.คณะสงฆ์ 2505 และตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 พ.ศ.2521 

'อนันต์ชัย' ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

โดยนายมานวรรธ์ได้สอบถามต่อ ป.ป.ช. และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหลายครั้ง แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ และบอกว่า ให้ไปดำเนินคดีกับเจ้าคณะใหญ่เอง แต่ตนได้ยินมาว่ามีการไปฉันข้าวร่วมกันที่ต่างจังหวัด และได้พูดถึงคดีดังกล่าวว่า “จะไม่ดำเนินการใดๆ หากพระคณานัมธรรมเมธาจารย์ ยังเป็นเจ้าคณะใหญ่ จะไม่มีใครทำอะไร องพจนกรโกศลได้” 
 
ส่วนคดีซื้อขายที่ดิน องพจนกรโกศล ซื้อที่ดินเมื่อปี 2555 โดยมีใส่ชื่อตนเองร่วมกับสีกาคนหนึ่ง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ซึ่งคาดว่าจะนำเงินวัดธรรมปัญญารามไปซื้อและได้มีการรังวัดแบ่งแยกโฉนดคนละครึ่ง แต่ปรากฎว่าปี 2559 ได้ขายที่ดินในส่วนของตนเองให้กับสีกาคนเดิมในราคา 4 แสนบาท และคาดว่าไม่ได้นำเงินจำนวนนี้เข้าวัดธรรมปัญญาราม จึงอยากให้ตรวจสอบซึ่งตนตรวจสอบเพบื้องพบว่า มีการซื้อขายกันจริง 
 
การกระทำดังกล่าวขององพจนกรโกศล นั้น อาจจะเข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 และอาจขัดต่อมติของมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 15/2542 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 เรื่อง คำแนะนำการถือกรรมสิทธิ์และการถือครองที่ดินของวัด ข้อ 4 ระบุว่า “กรณีเจ้าอาวาสนำเงินของวัดไปซื้อที่ดินโดยเจตนาให้เป็นของตน หรือของบุคคลอื่น ถือเป็นการเบียดบังทรัพย์สินของวัด มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์สินของวัดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147”
 'อนันต์ชัย' ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

'อนันต์ชัย' ร้อง ปปป. สอบสมภารวัดบางม่วง อ้างใช้เงินวัดซื้อ-ขายที่ดิน

‘วิษณุ’ เผย รมต.ใช้รถหลวง-นั่งฮ.ได้ เตือนออกงานห้ามแสดงตนเป็นนักการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545295

21 มี.ค. 2566

'วิษณุ' เผย รมต.ใช้รถหลวง-นั่งฮ.ได้ เตือนออกงานห้ามแสดงตนเป็นนักการเมือง

‘วิษณุ’ เผย รมต.ยังใช้รถหลวง-นั่งฮ.ตรวจราชการได้ ห้ามออกนอกเส้นทางกำหนดการ เตือนออกงาน พูดอวยพรได้ แต่ห้ามแสดงตนเป็นนักการเมือง

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า วันนี้ได้ชี้แจงรายละเอียดสิ่งทำได้และไม่ได้  ย้ำเป็นครั้งสุดท้าย ข้าราชการการเมืองและรัฐมนตรียังไม่ต้องนำรถยนต์หลวงส่งคืน เพราะปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีอยู่ และยังได้เงินเดือนอยู่ 
ซึ่งใช้รถได้ แต่ต้องเติมน้ำมันเอง รวมถึงต่อให้ใช้เฮลิคอปเตอร์ไปตรวจราชการ และมีกำหนดการหาเสียงต่อก็สามารถทำได้ เพราะถือว่าไปตรวจราชการ แต่ห้ามออกนอกเส้นทางและไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เช่น บินไปแจกโฉนดชุมชนที่จ.ลพบุรี จากนั้นไปหาเสียงต่อที่จ.นครราชสี แบบนี้ออกนอกเส้นทางทำไม่ได้ 
 

ในที่ประชุมส่วนใหญ่ไม่ได้มีข้อกังวลอะไรเป็นพิเศษ เพียงห่วงว่า การที่ไม่ได้พูดอะไร ทำอะไร หรือไม่ได้ลงไปหาเสียง แต่ไปร่วมงานมงคลได้ ซึ่งสามารถไปร่วมงานในฐานะแขกได้ ขึ้นอวยพรได้ แต่ห้ามพูดและแสดงตัวในฐานะนักการเมืองหรือผู้สมัคร ส่วนใหญ่ไม่ใช่การพูดหาเสียงให้ตัวเอง แต่มักจะเป็นการไปแขวะพรรคอื่น นอกจากนี้เวลาที่ไปตรวจราชการและมีประชาชนมารอต้อนรับ ให้กำลังใจ รุมหอมแก้ม มอบดอกไม้ ซึ่งเรื่องนี้กกต. สามารถรับไว้ได้แต่ไม่ให้ตอบอะไรทั้งสิ้น ให้เป็นเรื่องของการตรวจราชการเพียงอย่างเดียว 

ส่วนป้ายต่างๆ ที่มีรัฐมนตรีอยู่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ในคู่มือที่ได้แจกวันนี้ระบุว่า ให้ปลดออกทั้งหมด แต่หากมีเพียงชื่อโดยไม่มีตำแหน่งไม่เป็นไร เพราะกกต.ระบุว่า ป้ายหาเสียงติดรูปผู้สมัครกับหัวหน้าพรรคได้ และผู้สมัครกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 1 ใน 3 ได้ และสามารถติดรูปคู่กับสมาชิกได้ แต่ติดรูปกับบุคคลอื่นที่ไม่ได้ และเมื่อติดรูปคู่กับคนอื่นขออย่าไปใส่ตำแหน่งทางการเมือง เช่น ติดรูปกับนายชวน หลีกภัย สามารถใส่อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตประธานรัฐสภาได้ หรืออย่าติดโยงเป็นการหาประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ ทั้งในข้าราชการทางการเมืองและข้าราชการประจำด้วย 

ส่วนการหาเสียงที่ถูกโยงไปถึงบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค หากเป็นการพูดถึงนโยบายมาจากบุคคลดังกล่าวจริงสามารถทำได้ แต่ติดรูปไม่ได้ เช่น นโยบายมาจากนายทักษิณ ชินวัตร เคยทำเอาไว้แล้วจะทำต่อ ถือว่าไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์แต่เป็นการอ้างที่มาที่ไป

ดูประกาศกกต.ชัดๆ ‘วิธีติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งส.ส.’ อะไรทำได้-ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545292

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

21 มี.ค. 2566

ดูประกาศกกต.ชัดๆ 'วิธีติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งส.ส.' อะไรทำได้-ไม่ได้

ตรวจสอบประกาศกกต. หลักเกณฑ์ วิธีการปิดประกาศ ติดแผ่นป้ายหาเสียงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ดูรายละเอียดได้ที่นี่

“ป้ายหาเสียงเลือกตั้ง” ช่องทางอะนาล็อกแบบบ้านๆที่สัมผัสจับต้องได้ ในการหาเสียงเลือกตั้งของนักการเมืองในทุกระดับทั้งเลือกประธานนักเรียนยันการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อหาผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล

การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566 ป้ายหาเสียงพรึ่บเต็มฟุตบาท เสาไฟฟ้า ต้นไม้ตามข้างถนนจำนวนมากตั้งแต่ยังไม่ทันได้ยุบสภาด้วยซ้ำ 

แต่รู้ไหมว่า “ป้ายหาเสียงเลือกตั้งส.ส.” รอบนี้ มีเงื่อนไข วิธีการติดตั้ง อะไรทำได้ ไม่ได้อย่างไรบ้าง

คมชัดลึก หาคำตอบมาให้จาก “ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำสถานที่ปิดประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และสถานที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566” โดยแยกออกเป็นในส่วนของประกาศ และ ป้าย ดังนี้ 

การจัดทำประกาศ
 

  1. ให้จัดทำประกาศโดยกำหนดเป็นแนวตั้งมีขนาดความกว้างไม่เกิน 30 เซนติเมตร และขนาดความสูงไม่เกิน 42 เซนติเมตร พร้อมระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวนและวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่เห็นได้ชัดเจนของประกาศ
  2. ให้ผู้สมัครจัดทำประกาศได้ไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น
  3. ให้พรรคการเมืองจัดทำประกาศได้ไม่เกิน 2 เท่าของจจำนวนหน่วยเลือกตั้งในจังหวัดนั้น
  4. ให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองปิดประกาศตามที่ทำการพรรคการเมืองหรือสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง ได้สถานที่ละ 1 แผ่น
  5. วิธีการปิดประกาศให้เป็นไปตามที่หัวหน้าหน่วยงานกำหนด ทั้งนี้ การปิดประกาศจะต้องไม่ปิดทับซ้อนกับประกาศของผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองอื่น 

นอจากนี้ประกาศกกต. ยังระบุด้วยว่า การจัดทำประกาศสามารถระบุ

  • ชื่อ
  • รูปถ่าย
  • หมายเลขประจำของตัวผู้สมัคร
  • ชื่อของพรรคการเมือง
  • สัญลักษณ์ของพรรคการเมือง
  • นโยบายของพรรคการเมือง
  • คติพจน์ คำขวัญ
  • ข้อมูลประวัติเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง ทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือคิวอาร์โค้ด เป็นต้น
  • นอกจากภาพของผู้สมัครแล้วสามารถใส่ภาพของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองได้เท่านั้น

การกำหนดสถานที่และจัดสถานที่ปิดประกาศ

  1. ให้นายอำเภอกำหนดสถานที่และจัดสถานที่ปิดประกาศให้แก่ผู้สมัครทุกคนในเขตเลือกตั้งและพรรคการเมืองทุกพรรค ณ ที่ว่าการอำเภอ
  2. ให้ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนดสถานที่และจัดสถานที่ปิดประกาศให้แก่ผู้สมัครทุกคนในเขตเลือกตั้งและพรรคการเมืองทุกพรรค ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเขต แขวงหมู่บ้าน หรือชุมชน
  3. ให้หัวหน้าหน่วยงานกำหนดสถานที่และจัดสถานที่ปิดประกาศให้แก่ผู้สมัครทุกคนในเขตเลือกตั้งและพรรคการเมืองทุกพรรค ณ ที่ตั้งของหน่วยงานตามความเหมาะสม

การจัดทำแผ่นป้ายให้ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง

  1. ให้จัดทำแผ่นป้ายที่มีขนาดความกว้างไม่เกิน 130 เซนติเมตร และขนาดความยาวไม่เกิน 245 เซนติเมตร พร้อมระบุชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวน และวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่เห็นได้ชัดเจนของแผ่นป้าย
  2. ให้ผู้สมัครจัดทำแผ่นป้ายได้ไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น
  3. ให้พรรคการเมืองจัดทำแผ่นป้ายได้ไม่เกิน 1 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในจังหวัดนั้น
  4. ให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองติดแผ่นป้ายตามสถานที่ที่กำหนด
  5. การติดแผ่นป้ายจะต้องไม่ติดทับซ้อนหรือปิดบังแผ่นป้ายของผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมืองอื่น

สถานที่ที่จะติดแผ่นป้าย

  • ต้องเป็นบริเวณพื้นที่อันเป็นสาธารณสถาน เช่น บริเวณถนนสาธารณะ ที่สาธารณะ หรือสาธารณสถานอื่นของรัฐที่เห็นสมควรเพื่อติดแผ่นป้ายให้พอเพียงและเท่าเทียมกัน
  • คำนึงถึงความเหมาะสม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด ความปลอดภัย ความมั่นคง แข็งแรง
  • ไม่บดบังทัศนียภาพและทัศนวิสัยที่ดีไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน หรือยานพาหน
  • จะต้องไม่เป็นการกีดขวางทางสัญจร หรือการจราจร รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการหรือทรัพย์สินของประชาชน เช่น ตอกหรือยึดแผ่นป้ายหรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้เกิดความเสียหายหรือน่าจะเป็นอันตรายแก่ต้นไม้หรือทรัพย์สินอื่นใด  
  • ผู้สมัครและพรรคการเมืองอาจติดตั้งแผ่นป้ายได้ ณ ที่ทำการพรรคการเมืองหรือสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด หรือศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งได้เขตเลือกตั้งละ 1 แผ่น  ให้มีขนาดความกว้างไม่เกิน 400 เซนติเมตร และขนาดความยาวไม่เกิน 750 เซนติเมตร

บทลงโทษเมื่อติดปิดประกาศ-แผ่นป้ายไม่ถูกต้อง

  • กรณีผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองติดปิดประกาศและแผ่นป้ายไม่ถูกต้องหรือเกินขอบเขตที่กำหนดตามประกาศนี้ให้หัวหน้าหน่วยงานมีอำนาจสั่งผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และแจ้งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบโดยเร็ว
  • ในกรณีผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไม่ดำเนินการแก้ไขภายในกำหนดเวลาให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีอำนาจรื้อถอน หรือปลดออก หรือสั่งให้หน่วยงานอื่นดำเนินการโดยให้คิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองนั้น และรายงานให้คณะกรรมการทราบ 
  • ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจนำมาเป็นเหตุในการสืบสวนหรือไต่สวนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาดได้

คลิก อ่านรายละเอียดฉบับเต็มที่นี่

ข้อปฏิบัติ ครม. รักษาการ ระหว่างรอชุดใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545285

21 มี.ค. 2566

ข้อปฏิบัติ ครม. รักษาการ ระหว่างรอชุดใหม่

ครม. เห็นชอบ ข้อปฏิบัติระหว่างรักษาการ ไม่อนุมัติงาน ไม่แต่งตั้งโยกย้าย ไม่อนุมัติงบ ต้องขออนุญาตกกต.ก่อน ห้ามหาเสียงเวลาราชการ เตือนระวังการให้สัมภาษณ์เป็นพิเศษ

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางปฏิบัติอันเนื่องมาจากการยุบสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้องกับคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 

-คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป  ไม่เรียกว่า “รักษาการ” การลงชื่อตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรียังคงลงชื่อในตำแหน่งเดิม มิใช่เป็นการรักษาการหรือรักษาการในตำแหน่ง และยังคงได้รับเงินเดือนแต่ยังไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน 

-คณะรัฐมนตรียังคงมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศเท่าที่จำเป็นทุกประการ กรณีมีสถานการณ์คุกคามความมั่นคงของชาติ  มีอำนาจหน้าที่ที่จะประกาศ มาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติได้  เช่น ประกาศภาวะฉุกเฉินหรือประกาศกฎอัยการศึก เป็นต้น 

การปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี

(1) การประชุมคณะรัฐมนตรี : ประชุมต่อไปได้ตามปกติจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เรื่องที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการหรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะกลั่นกรองแล้วเสนอคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี เพื่อมีมติหรือคำสั่งให้เสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต่อไป

(2) การอนุมัติงานหรือโครงการ : ไม่อนุมัติงานหรือโครงการหรือมีผลสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป เว้นแต่ที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่กระทำการใด ๆที่มีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป เช่น การกำหนดนโยบายหรือแนวทางปฏิบัติ ที่มีผลต้องดำเนินการต่อเนื่อง

(3) การแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง  
-ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำหรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน
-การแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องกระทำเท่าที่จำเป็นและเพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ  รักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ ป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

(4) การอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น  
-ไม่อนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน  หรือทำเท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ รักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการหรือเป็นการบรรเทาภัยพิบัติแก่ประชาชน และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน ซึ่งจะกระทำได้เฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ที่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณนอกเหนือจากที่ได้รับการจัดสรร หรือที่ได้รับการจัดสรรไปแล้วแต่ไม่เพียงพอและมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

(5) การใช้ทรัพยากรหรือบุคลากรของรัฐ
-ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง และไม่กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

(6) การปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้แก่  – พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ. 2560 เช่น  ห้ามมิให้ข้าราชการการเมืองใช้สถานะหรือตำแหน่งการเมือง เรี่ยไร หรือชักชวนให้มีการบริจาคให้พรรคการเมืองหรือผู้รับสมัครการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  แต่ไม่รวมที่ข้าราชการการเมือง ผู้นั้นเข้าร่วมกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง

-พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2561
ห้ามไม่ให้กระทำการใด ๆ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรืองดเว้นการลงคะแนนให้ผู้สมัคร หรือชักชวนไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใด เป็นสมาชิกผู้แทนราษฎร ด้วยการจัดทำให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันเป็นคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด หรือให้โดยตรงและโดยอ้อมแก่ ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์หรือสถาบันอื่นใด  โฆษณาหาเสียงด้วยการจัดมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด 

(7) การออกกฎหมาย
-การเสนอร่างกฎหมายใหม่โดยเฉพาะพระราชบัญญัติ ซึ่งเป็นนโยบายไม่สมควรดำเนินการเสนอในระหว่างยุบสภา ร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีเคยมีมติอนุมัติหลักการและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรี ตรวจพิจารณา

(8) การแต่งตั้งคณะกรรมการ
-สามารถดำเนินการจัดหาและแต่งตั้งคณะกรรมการตามกฎหมายได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข กระบวนการที่กฎหมายบัญญัติ  เมื่อแต่งตั้งแล้วคณะกรรมการตามกฎหมายดังกล่าว สามารถปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแต่ละฉบับ อันเป็นงานประจำตามปกติได้

(9) การปฏิบัติเรื่องอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรี 
-กรณีการประชุมสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการ การประชุมทางวิชาการ หากนัดหมายล่วงหน้าก่อนพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรมีผลบังคับใช้ และเป็นการปฏิบัติตามปกติตามที่เคยปฏิบัติรัฐมนตรีสามารถเข้าร่วมประชุมดังกล่าวได้ ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการหาเสียงเลือกตั้ง
-รัฐมนตรีที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ห้ามใช้เวลาราชการในการหาเสียงเลือกตั้ง หากประสงค์จะใช้เวลาหาเสียงเลือกตั้งให้ลากิจต่อนายกรัฐมนตรี และกรณีนายกรัฐมนตรีมีความประสงค์จะลากิจ ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแจ้งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 หมวดการลาของข้าราชการการเมือง
-การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของรัฐมนตรี ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกรณีการได้รับเชิญไปสัมภาษณ์ออกโทรทัศน์ ในฐานะของตำแหน่งรัฐมนตรีจะให้สัมภาษณ์ได้เฉพาะหน้าที่รัฐมนตรีเท่านั้น

นอกจากนี้  รัฐมนตรีระมัดระวังในการดำเนินการระหว่างที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรมีผลบังคับใช้ ได้แก่ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีรูปภาพของรัฐมนตรีปรากฏอยู่  ป้ายโฆษณาหรือการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางวิทยุโทรทัศน์ ควรปลดป้ายหรือยกเลิกการโฆษณาประชาสัมพันธ์ดังกล่าวทั้งหมดเว้นแต่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ใช้เงินของพรรคการเมืองที่ตนสังกัด การใช้รถประจำตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของราชการ ที่ไม่ได้ใช้ในการปฏิบัติภารกิจและหน้าที่ของในฐานะรัฐมนตรี การให้สัมภาษณ์รายการวิทยุและโทรทัศน์และการรับเชิญไปบรรยายตามสถานที่ต่าง ๆ ในรายการที่ทางหน่วยงานราชการซื้อเวลาไว้หรือจัดขึ้นยกเว้นรายการที่สถานีวิทยุหรือโทรทัศน์ที่ไม่ใช่กิจการของรัฐบาลจัดขึ้นเอง

(10)  การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
-คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันจะยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อคณะกรรมการป.ป.ช. ดังนี้ กรณีรัฐมนตรีมีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายใน 60 วัน  นับตั้งแต่วันถัดจากวันพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (วันที่ยุบสภาผู้แทนราษฎร) และต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอีกครั้งภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันถัดจากวันพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี (วันที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ) 

– กรณีรัฐมนตรีไม่มีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี (วันที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ)

สำหรับระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2563 ตามข้อ (5) กำหนด มีดังนี้ 
-ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐ ในลักษณะสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง 
-จัดให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่นอกเหนือจากการประชุมตามปกติ เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง
-กำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการประชุม อบรม หรือสัมมนาบุคลากรของรัฐหรือเอกชน โดยใช้เงินงบประมาณของหน่วยงานของรัฐหรือเงินของกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ โดยอาจให้มีการแจกจ่ายทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการประชุมตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐหรือประชาชน แต่ต้องมิใช่เป็นการสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง
-กำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการอนุมัติ โอนหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้หน่วยงานของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่แจกจ่ายทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ประชาชน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐหรือประชาชน แต่ต้องไม่ใช่เป็นการสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง
-กำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการแจกจ่ายหรือจัดสรรทรัพยากรของรัฐให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด โดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่เป็นกรณีต้องดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐหรือประชาชน แต่ต้องไม่ใช่เป็นการสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง

สำหรับการใช้ทรัพยากรของรัฐ เช่น คลื่นความถี่หรือเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรืองบประมาณประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานของรัฐ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ เพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่จะเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง

‘ครม.’ แบ่งงาน หลัง สมศักดิ์-สุริยะ ลาออกกลับเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545282

21 มี.ค. 2566

'ครม.' แบ่งงาน หลัง  สมศักดิ์-สุริยะ ลาออกกลับเพื่อไทย

‘ครม.’ แบ่งงานใหม่ หลัง สมศักดิ์- สุริยะ ลาออกกลับเพื่อไทย มีมติแต่งตั้ง ‘วิษณุ’ รักษาการ รมว.อุตสาหกรรม พร้อมตั้ง อนุชา-ธนกร รักษาการแทน ถ้ารองนายกฯไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

21 มี.ค.2566 : ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า การประชุมวันนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น เนื่องจากเป็นวันเกิดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีว่าการกระทรวงกลาโหม ครบรบ 69 ปีโดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี อวยพรวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์

ทั้งนี้วาระการพิจารณาส่วนใหญ่เป็นเรื่องรับทราบ และในที่ประชุมรัฐมนตรี แต่ละคนไม่ได้แสดงความคิดเห็น โดยประเด็นสำคัญคือกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ชี้แจงแนวทางปฏิบัติอันหลังจากยุบสภาฯ

โดยรัฐมนตรีได้สอบถามรายละเอียดการปฏิบัติ มีการฉายสไลด์เกี่ยวกับข้อปฏิบัติต่างๆให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ เช่นการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีในงานตามตำแหน่งหน้าที่ สามารถแนะนำตัวได้แต่อย่าพ่วงตำแหน่งและประเด็นทางการเมือง กรณีงานประเพณี เช่น งานบวช งานศพ หากไปร่วมอย่าแนะนำตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานที่ประชุมกรณี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ลาออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และกลับไปพรรคเพื่อไทย โดยที่ประชุมได้แต่งตั้งให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ทำหน้าที่ผู้รักษาราชการรมว.ยุติธรรม 

ในกรณีรองนายกฯวิษณุไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ทำหน้าที่แทนและแต่งตั้งให้นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรนีประจำสำนักนายกฯ ทำหน้าที่ผู้รักษาการรมว.อุตสาหกรรม กรณีนายอนุชา ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ นายธนกร ทำหน้าที่แทน

กกต.เปิด ‘รับสมัครเลือกตั้งสส.’ 3-7 เม.ย. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545279

21 มี.ค. 2566

กกต.เปิด 'รับสมัครเลือกตั้งสส.' 3-7 เม.ย. นี้

กำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 กกต. เปิด ‘รับสมัครเลือกตั้งสส.’ 3-7 เม.ย.นี้ กำหนดเลือกตั้งล่วงหน้า 7 พ.ค. 2566

เปิดรับสมัครเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต 3-7 เมษายนนี้ สส.บัญชีรายชื่อพร้อมบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี 4-7 เม.ย. ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม. ลงคะแนนเลือกตั้ง 14 พ.ค.2566

กกต.ยังเห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและร่างประกาศ กกต. ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. จำนวน 5 ฉบับ เตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษาเร็วๆนี้

ตามที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 มีผลใช้บังคับในวันที่ 20มีนาคม 2566โดยกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปนั้น

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอร่างแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 5 ฉบับให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา โดยที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอ ดังนี้

  • เห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยมีภารกิจที่สำคัญ วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงคะแนนเสียงล่วงหน้าวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2566
  • วันรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 3-7 เมษายน 2566 แบบบัญชีรายชื่อ 4-7 เมษายน2566 และพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม.
  • กำหนดระยะเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ถึงวันที่ 13 เมษายน 2566
  • การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งในระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2566 และ 15-21 พฤษภาคม2566
     

กราฟฟิคประกอบข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกราฟฟิคประกอบข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

‘บิ๊กป้อม’ นำทัพครม.อวยพรวันเกิดนายกฯ ‘อนุทิน’ เข้าสวมกอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545277

21 มี.ค. 2566

'บิ๊กป้อม' นำทัพครม.อวยพรวันเกิดนายกฯ 'อนุทิน' เข้าสวมกอด

‘บิ๊กป้อม’ ตัวแทนครม.อวยพรวันเกิดนายกฯ ครบรอบ 69 ปี ด้าน ‘อนุทิน’ เข้าสวมกอด ยอมรับ 4 ปี มีความผูกพันธ์ แต่ไม่ผูกมัด

วันที่ 21 มี.ค. วันคล้าย วันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ครบรอบ 69 ปี โดยภายหลังจบการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนมอบกระเช้าดอกไม้และอวยพรด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 

ผู้สื่อข่าวถามอวยพรอะไร จะอยู่ช่วยนายกรัฐมนตรีต่อหรือพูดคุยการเมืองกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ตอบทุกคำถาม แต่มีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร อวยพรนายกรัฐมนตรีตามปกติและขอบคุณที่ทำงานร่วมรัฐบาลกันมาตลอด 4 ปี 

พล.อ.ประวิตร อวยพร พล.อ.ประยุทธ์พล.อ.ประวิตร อวยพร พล.อ.ประยุทธ์

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าอวยพรส่วนตัวที่ตึกไทยคู่ฟ้าเช่นกัน พร้อมกับมีภาพเข้าสวมกอดพล.อ.ประยุทธ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นการเคลียร์ใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้สื่อข่าวบอกให้กอด วันนี้วันเกิดนายกรัฐมนตรี ตนก็ทำตามที่บอกหมด จากนั้นโดนสื่อแซวกลับว่าไม่ได้ทำตามใจตัวเองใช่ไหม นายอนุทิน ตอบว่า นั่นแน่ะ

นอกจากนี้นายอนุทินยอมรับ ทำงานด้วยกันมา 4 ปี ต้องมีความสัมพันธ์และผูกพันธ์ต่องาน แต่อย่าไปผูกมัดอะไร การเมืองผูกมัดไม่ได้ และตอนนี้ยังไม่มีสูตรอะไร 

ส่วนจะดีลจับขั้วรัฐบาลหรือไม่ ตั้งรอผลการเลือกตั้ง ขณะนี้ยังทำงานเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันอยู่และไม่มีปัญหาอะไรในการทำงาน ไม่มีความแตกแยก มีความเห็นต่างบ้างเป็นเรื่องปกติ วิถีประชาธิปไตย หากขั้วเดิมจับกันได้ ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร

นายกรัฐมนตรี ขอบคุณครม.ที่อวยพรวันคล้ายวันเกิด ซึ่งพล.อ.ประวิตร เป็นผู้นำอวยพรวันเกิดให้กับตนในทุกปี ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมของคนไทยด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครม.ก็อยู่ด้วยกันมายาวนาน ความรัก ความผูกพันธ์ มันมีมามากกว่าอย่างอื่น หลายเรื่องก็อย่าให้เป็นเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง 

ส่วนการประชุมครม.วันนี้ พล.อ.ประยุทธื ระบุว่า วาระค่อยข้างน้อย เน้นการทำความเข้าใจและกฎระเบียบของกกต. และกฎหมายว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง หลายอย่างสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องขออนุญาตจาก กกต. ก่อน เพื่อขอความเห็นชอบ แต่ต้องระมัดระวังที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเข้าสู่การเลือกตั้ง

นายอนุทิน อวยพรวันเกิดนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน อวยพรวันเกิดนายกรัฐมนตรี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี