‘ธนกร’ แจง ป้าบุกด่าทอนายกฯ จนท. ทำตามหลักสากล เห็นต่างได้ต้องให้เกียรติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544780

14 มี.ค. 2566

'ธนกร' แจง ป้าบุกด่าทอนายกฯ จนท. ทำตามหลักสากล เห็นต่างได้ต้องให้เกียรติ

‘ธนกร’ ชี้แจงเหตุการณ์ตำรวจคุมตัวป้าที่จ.ราชบุรี เห็นต่างได้ต้องให้เกียรติ ไม่หวั่นกระทบภาพลักษณ์นายกฯ ด้าน ‘ผบ.ตร.’ เผย จนท.หวั่นเกิดเหตุปะทะ หลัง 2 ฝ่าย เผชิญหน้า กำลังตรวจสอบเป็นไปตามสากลหรือไม่

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ตำรวจหญิงนำตัวหญิงสูงวัยออกจากพื้นที่ขณะนายกรัฐมนตรีกำลังตรวจราชการจ.ราชบุรี ว่า ในระบอบประชาธิปไตย สามารถเห็นต่างได้ แต่ว่าต้องเป็นไปตามกฎหมาย มีประชาชนมาต้อนรับ 4,000-5,000 คน แต่มี 3-4 คน เห็นต่าง บางทีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงอาจจะมีการกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้นได้ แต่การปฏิบัติก็ต้องเป็นตามหลักกฎสากล

หลังจากนี้การลงพื้นที่ก็เจอแบบนี้บ้าง ทางนายกรัฐมนตรีก็เข้าใจอยู่แล้ว แต่ต้องว่าไปตามกฎหมาย ทุกคนเป็นคนไทย คิดว่าทำอะไรต้องอะลุ่มอล่วยกันและพูดจาทำความเข้าใจกันดีกว่า

สังคมมองเป็นฝ่ายเห็นต่างจึงถูกกระทำเช่นนี้ นายธนกร กล่าวว่า ต้องฟังคำชี้แจงจากทางตำรวจ สิ่งที่ปฏิบัติเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ หากปล่อยให้บางส่วนมีการดำเนินการเช่นนี้ต่อ จะทำให้ส่วนใหญ่ไม่พอใจและเกิดการกระทบกระทั่งกันเหมือนในอดีต

ส่วนจะทำให้ภาพลักษณ์นายกรัฐมนตรีเสียหายหรือไม่ นายธนกร มองว่า คนละส่วนกันและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน ซึ่งวันนี้ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ท่านอย่างเต็มที่ แต่สิ่งหนึ่งที่ตนอยากฝากไว้ คือ การแสดงออกทำได้ ภายใต้กฎหมาย แต่การใช้ถ้อยคำที่รุนแรงด่าทอนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำประเทศ ตนคิดว่าตรงนี้ต้องดูด้วยและไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมือง การลงพื้นที่หรือหาเสียง ไม่ว่าพรรคไหน คนที่เห็นต่างต้องเข้าใจและไม่ควรที่ไปปฏิบัติเช่นนี้ ทั้งกับนายกหรือหัวหน้าพรรค 

นายธนกร กล่าวว่า เราแข่งกันด้านนโยบาย ถ้าไม่ชอบหรือเห็นว่าเป็นนโยบายที่ไม่ดีก็ไปตัดสินในการเลือกตั้งซึ่งเป็นระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว

ด้านพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ตำรวจทำหน้าที่ดูแลทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะกลุ่มไหน ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล รวมถึงนายกระฐมนตรี เป็นผู้นำรัฐบาล เราก็ต้องเข้มข้น ดูแลรักษาความปลอดภัย ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

ความเห็นต่างมีได้แต่ไม่อยากให้มีถ้อยคำด่าทอรุนแรง สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ซึ่งได้รับรายงานจากผู้บังคับการจังหวัดราชบุรี ว่า เป็นเหตุการณ์ที่จะวิ่งเข้าไปตัวรถของนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นอันตราย จึงต้องดำเนินการโดยตำรวจหญิง และตำรวจหญิงเองก็ถูกหักนิ้วเช่นกัน จึงอยากให้เน้นการใช้สิทธิ์เชือกตั้ง เพราะรัฐบาลเหลือเวลาอีกไม่นานก้ครบวาระ  รักใครชอบใครก็ขอให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 

หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าตำรวจทำเกินหน้าที่หรือไม่ เมื่อถามว่า รุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ ผบ.ตร. ยังไม่กล้ายืนยัน ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน ซึ่งภาพที่ปรากฎ เป็นแค่ส่วนเดียว ต้องมีภาพตั้งแต่ต้นด้วยว่า มีการกระทำอะไรไปก่อนหน้านั้นหรือไม่ 

ส่วนการป้องกันหลังจากนี้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะเจ้าหน้าที่พยายามที่จะไม่ทำให้สองฝ่ายปะทะกัน ต้องพยายามทำให้เกิดความเรียบร้อยขึ้นมาให้ได้ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เป็นคนไทยด้วยกัน ความเห็นต่างมีได้ แต่ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงและไม่อยากให้เกิดการด่าทอด้วยคำที่ไม่สุภาพ

‘กกต.’ พิจารณา ‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ บ่ายวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544774

14 มี.ค. 2566

'กกต.' พิจารณา 'แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่' บ่ายวันนี้

‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ อยู่ในมือ ‘กกต.’ ทั้ง 77 จังหวัดแล้ว นัดพิจารณาบ่ายวันนี้ ดูจากผลงานที่ผ่านมา คาด พรุ่งนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้

ความคืบหน้า การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ หลังปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนทั่วประเทศไปเมื่อวานนี้ ขณะนี้ ผอ.กกต. ทั้ง 77 จังหวัดได้ส่ง ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัดประกอบการพิจารณาเสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของจังหวัด  รวบรวมสรุปความเห็นและข้อเสนอแนะของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัด  พร้อมผลการพิจารณาข้อเสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของจังหวัดอย่างน้อยสามรูปแบบเรียงตามลำดับความเหมาะสมต่อ กกต. ตามระเบียบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ข้อ 46 แล้ว   โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีกำหนดพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ช่วงบ่ายวันนี้

แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุว่ามีความเป็นไปได้ ที่ กกต. จะประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ในราชกิจจานุเบกวันพรุ่งนี้ แม้ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แม้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาเอาไว้  แต่ดูจากผลงาน ที่สามารถประกาศ จำนวนสส.ได้ ในวันเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย  ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นกังวล เมื่อประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ได้ครบทั้ง 400 เขตแล้ว การยุบสภาในวันที่ 15 มีนาคม จะทำให้การเลือกตั้ง เป็นไปตามไทม์ไลน์ ที่กกต.เคยวางไว้ก่อนหน้านี้

หากมีการยุบสภา ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้15 มีนาคม 2566 และมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาแล้ว ขั้นที่จะตามมาคือ

  • กกต. ต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป กรณีมีการยุบสภา  ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 45 วัน และไม่ช้าเกิน 60 วัน  ( 7 พฤษภาคม 2566 )
  • กำหนดวันรับสมัคร ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา หรือไม่เกิน 20 มีนาคม 2566
  • หลังจากนั้น จะมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 5 วัน
  • ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ม.46) ภายใน 7 วัน นับแต่มีการปิดรับสมัคร
  • กกต.ต้องประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง(ม.30) และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ม.36 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า  25 วัน
  • ส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน(ม.36)/สรรหา,แต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(ม.19) ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
  • ส่วนการแจ้งเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง (ม.30) , แจ้งเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ ( ม.37, ม.38 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (ม. 33 ) ภายใน 7 วัน ก่อนการเลือกตั้ง
  • ต้องกำหนดให้มีวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง 1 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ภายในทำเนียบรัฐบาล ต้องเตรียมงาน กันหลายอย่าง ทำให้คาดการกันไปต่างๆ นาๆ  ทั้งเรื่องเอกสารที่จะตามมาหลัง ประชุม ครม.วันนี้ และอาจมีการยุบสภาหลังแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เรียบร้อยแล้ว

จี้ ‘กกต.’ ยุบพรรค รวมไทยสร้างชาติ เพราะความผิด ไตรรงค์ สำเร็จแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544765

14 มี.ค. 2566

จี้ 'กกต.' ยุบพรรค รวมไทยสร้างชาติ เพราะความผิด ไตรรงค์ สำเร็จแล้ว

ไม่ควรจบแค่ตักเตือน สมชัย จี้ ‘กกต.’ พิจารณาคำร้อง ‘ยุบพรรค’ รวมไทยสร้างชาติ เหตุเพราะ ไตรรงค์ อ้างสถาบันพระมหากษัตริย์หาเสียง

การลงนามในหนังสือกกต.ของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตักเตือน นาย ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค ไม่ให้นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการลงโทษที่ไม่เพียงพอ ในความเห็นของ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.

สมชัย ระบุไว้ในเฟซบุ๊กว่าคำร้องกรณี นายไตรรงค์ กล่าวปราศรัยในเวทีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 และ ในเวทีหาเสียงที่หน้าศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566  ที่ ร้องต่อ กกต. มีผลคือ เลขาธิการ กกต.ลงนามเอกสาร ถึงทุกพรรคเพื่อให้ระมัดระวังการหาเสียงที่พาดพิงสถาบัน และ มีหนังสือเตือนไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อกำกับคุณไตรรงค์ ไม่ให้กระทำการที่อาจเข้าข่ายดังกล่าวอีกนั้น

ต้องชื่นชมท่านเลขา ที่ ออกหนังสือ 2 ฉบับ แต่เท่านี้ ยังไม่สมควรจบ  เพราะเป็นความผิดสำเร็จที่กระทำขึ้นแล้วถึง 2 ครั้ง 2 ครา และ เป็นข้อหาที่เชื่อมโยงถึงการทำความผิดตามมาตรา 92(2) ของ พรป. พรรคการเมืองถึงขั้นยุบพรรค

สมชัยบอกว่า สิ่งที่เลขาฯ กกต. พึงกระทำ คือ การมีคำสั่งรับหรือไม่รับคำร้อง หากรับคำร้องต้องตั้งกรรมการเก็บรวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริง เสนอ กกต. ภายใน 30 วัน  เพื่อให้กกต.วินิจฉัย หาก กกต.เห็นว่าผิด ก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคต่อไป

ส่วน กรณี กกต.ปัดตกคำร้อง กรณีพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อวันเปิดตัวประยุทธ์อีก 4 เรื่อง จะยื่นเรื่องต่อ ปปช. เร็วๆ นี้

สะพัด ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ เข้าที่ ‘ประชุมครม.’ วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544762

14 มี.ค. 2566

สะพัด 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม' เข้าที่ 'ประชุมครม.' วันนี้

‘ประชุมครม.’วันนี้ นอกจากกระทรวงคมนาคมขออนุมัติก่อสร้างทางพิเศษส่วนต่อชยายแล้ว ยังต้องลุ้นว่าจะเสนอโครงการ ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ เข้าพิจารณาในวาระจร หรือไม่

ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีวาระพิจารณากว่า 20 วาระ ที่น่าสนใจคือวาระปกติ เพื่อทราบ แฟ้มสีส้ม ในความรับผิดชอบของ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นร่างพระราชกฤษฎีกา เวนคืนที่ดิน ประกอบด้วย

1.ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลป่างิ้ว ตำบลศาลาแดง ตำบลย่านซื่อ ตำบล
ลาดกรวด ตำบลบ้านรี อำเภอเมืองอ่างทอง และตำบลชัยฤทธิ์ อำเภอไขโย จังหวัดอ่างทอง พ.ศ…

2.ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลฝั่งแดง ตำบลน้ำต่ำ ตำบลธาตุพนม ตำบลธาตุ
พนมเหนือและตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พ.ศ…

3.ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลศรีบุญเรือง ตำบลหันนางาม และตำบลเมือง
ใหม่ อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู พ.ศ…

นอกจากนี้ยังการขออนุมัติดำเนินโครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย (ช่วงจตุโชติ – ถนนลำลูกกา) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมรวมอยู่ด้วย

เรื่องที่น่าจับตาในการประชุม ครม.อีกเรื่องคือ การเสนอโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มเข้าพิจารณา หลังศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้นาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่รักษาการอาจเสนอเป็นวาระจร แม้จะมีคำเตือนว่า มีเวลาในการศึกษาการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มซึ่งมีรายละเอียดมากมาย และสลับซับซ้อนในช่วงเวลาจำกัด อาจไม่สามารถทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้

หากจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ ครม. แล้วถ้าต่อมาศาลฯ มีคำพิพากษาว่าการยกเลิกการประมูลครั้งที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ/หรือ การประมูลครั้งที่ 2 มีการกีดกันและเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง นายอธิรัฐจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การแก้ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มทำได้ยากขึ้น

เลือกตั้ง66 ‘อุบลราชธานี’ ลุกเป็นไฟ ทั้ง ‘ศึกสายเลือด’ และรักหลายเส้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544758

14 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง66 'อุบลราชธานี' ลุกเป็นไฟ ทั้ง 'ศึกสายเลือด' และรักหลายเส้า

11 เขตเลือกตั้งของ ‘อุบลราชธานี’ เป็นที่หมายปองของพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรค จนทำให้เกิด ‘ศึกสายเลือด’ ในบางเขต

อุบลราชธานี  อีกหนึ่งพื้นที่ ที่คอการเมืองต้องโฟกัส เพราะแข่งขันกันดุเดือดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

การเลือกตั้งปี 62 พรรคเพื่อไทย กวาด สส.มาได้ 7 เก้าอี้ จากทั้งหมด 10 ที่นั่ง ที่เหลือถูกแบ่งให้พรรคประชาธิปัตย์ 2 ที่นั่ง และพรรคพลังประชารัฐ 1 ที่นั่ง

แต่ในการเลือกตั้ง66 อุบลราชธานี เพิ่มเป็น 11 เขต ทำให้หลายพรรคหวังช่วงชิงเก้าอี้ สส.มาครอบครอง จึงกลายเป็นงานหนักสำหรับพรรคตราดูไบ ซึ่งมี เกรียง กัลป์ตินันท์ แม่ทัพอุบลฯ รับภารกิจแลนด์สไลด์

แน่นอนว่าคู่ต่อกรสำคัญของเพื่อไทย คือ พรรคภูมิใจไทย หลัง เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ประกาศตอกเสาเข็มทั่วประเทศ และล่าสุดได้บ้านใหญ่ตระกูล ฟองงาม จากพลังประชารัฐ และสร้างอนาคตไทยมาเสริมทัพ จึงทำให้สนามนี้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น

เขตชนช้าง-แข่งเดือด อยู่ที่เขต 3 ซึ่งมี สส.เปิ้ล กิตติ์ธัญญา วาจาดี จากพรรคเพื่อไทย เป็นเจ้าของพื้นที่ และยังคงปักหลักสู้ต่อ

หากย้อนไปดูผลเลือกตั้งปี 62 สส.เปิ้ล เอาชนะคู่แข่ง คือ แมงปอ โยธากาญจน์ ฟองงาม ลูกสาว สุพล ฟองงาม ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ด้วยคะแนนห่างกันเกือบครึ่งต่อครึ่ง ทิ้งกันเกือบ 2 หมื่นคะแนน 

แต่หลังจากพ่ายแพ้ในศึกครั้งก่อน แมงปอ ได้เดินสายพบปะประชาชนในพื้นที่ต่อเนื่องตามคำแนะนำของพ่อ เพื่อเก็บแต้มรอวันล้างตา แต่งานนี้ก็ไม่ง่าย เพราะต้องฝ่ากระแสแลนด์สไลด์ของเพื่อไทย ทว่า หากล้มช้างได้ ก็ดังกระหึ่มแน่นอน

อีกหนึ่งเขตที่น่าสนใจคือ เขต 4 ซึ่งในการเลือกตั้งปี 62 ถูกจับจ้องว่าเป็น ศึกสายเลือดของครอบครัว จินตะเวช เพราะสองพี่น้อง คือ สจ.หนุ่ย อัครพล จินตะเวช พี่ชาย ลงสู้ศึกกับ บิว ตวงทิพย์ จินตะเวช โดยทั้งคู่เป็นลูกของ ตุ่น จินตะเวช อดีต สส. 8 สมัย พรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ล่วงลับจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

ครั้งนั้น สจ.หนุ่ย ลงสนามในนามพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเดียวกับพ่อ ส่วน บิว สังกัดพรรคพลังประชารัฐ แม้สองพี่น้องจะพ่ายเลือกตั้งรอบที่แล้วให้กับ เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ จากเพื่อไทย แต่ บิว ก็มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 

การเลือกตั้ง66  บิว ขอไปต่อ แต่ย้ายจากค่าย ลุงป้อม ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย งานนี้ต้องรอดูว่าใครจะเป็นฝ่ายเข้าวิน

ปิดท้ายด้วยเขต 6 อีกหนึ่งพื้นที่ศึกสายเลือด ระหว่าง เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ จากพรรคพลังประชารัฐ กับ เสี่ยต๋อง พิสิษฐ์ สันตพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย

โดยการเลือกตั้งปี 62  เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ เบียดชนะไปได้แบบเฉียดฉิว 300 กว่าคะแนน

แต่ที่บอกว่าเป็นศึกสายเลือด เพราะ เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ แชมป์เก่า เป็นพี่ชายของ เสี่ยอี๊ด สิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย ซึ่งมีพี่เขยชื่อ เสี่ยต๋อง พิสิษฐ์ คู่แข่งในสนามเลือกตั้งอุบลฯ เขต 6 นั่นเอง

เลือกตั้ง66 เสี่ยต๋อง พิสิษฐ์  ส่ง แพร ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ ลูกสาว ลงแก้มือในสีเสื้อเพื่อไทย ขณะที่ เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ แชมป์เก่า ย้ายค่ายจากพลังประชารัฐ ไปอยู่ภูมิใจไทย

ส่วน เสี่ยอี๊ด สิทธิชัย ไม่สนับสนุน เสี่ยอู๊ด ธนะสิทธิ์ พี่ชาย เนื่องจากปัญหาภายในครอบครัว จึงส่ง บุญธรรม ภาคโพธิ์ หรือ เชฟบุญธรรม เชฟกระทะเหล็กอาหารญี่ปุ่นชื่อก้อง ลงสวมเสื้อพรรคไทยสร้างไทย สู้ศึกเลือกตั้ง

เขต 6 อุบลราชธานี จึงกลายเป็นศึกสามเส้าของคนกันเอง

เพื่อไทย ลั่นเกินใจรับได้ ล็อกคอปิดปากป้าโวย’ประยุทธ์’ชี้ใช้ความรุนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544746

13 มี.ค. 2566

เพื่อไทย ลั่นเกินใจรับได้ ล็อกคอปิดปากป้าโวย'ประยุทธ์'ชี้ใช้ความรุนแรง

เกินใจรับได้ เพื่อไทย สับทำเกินกว่าเหตุ เจ้าหน้าที่ล็อกคอปิดปากป้าโวย ‘ประยุทธ์’ ฉะปากบอกลงพื้นที่ไปติดตามนโยบายให้ประชาชน แต่กลับไปใช้ความรุนแรงกับประชาชนเสียเอง

13 มี.ค. 2566 เจ้าหน้าที่บุกล็อกคอปิดปากหญิงสูงวัย ที่ตะโกนตำหนิการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระหว่างลงพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แล้วใช้ร่มบังไม่ให้สื่อจับภาพ อ้างจะพาป้าไปหาหมอ พร้อมขอดูบัตรสื่อที่ถ่ายภาพ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหว

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่า ไม่ให้ความสำคัญ จะเห็นต่างสักกี่คน มากันแค่ 3 คน ปกป้องเจ้าหน้าที่ทำถูกแล้ว เพราะเขาห้ามแล้วไม่เชื่อฟัง และไม่ได้ใช้วิธีรุนแรงอะไร

ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา การเสนอแนะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เป็นไปด้วยความยากลำบากและมีข้อจำกัดอย่างมาก การบุกล็อกคอปิดปากหญิงสูงวัยในครั้งนี้ ยากเกินกว่าที่ประชาชนจะทำใจรับได้

ปากบอกลงพื้นที่ไปติดตามนโยบายให้ประชาชน แต่กลับไปใช้ความรุนแรงกับประชาชนเสียเอง ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ทนรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ก็ควรนอนอยู่บ้าน ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพลงพื้นที่หาคะแนนเสียง ไปเป็นภาระของประชาชน 

หญิงสูงวัยรายนี้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว หลังตะโกนด่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อครั้งลงพื้นที่จ.ราชบุรีหญิงสูงวัยรายนี้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว หลังตะโกนด่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อครั้งลงพื้นที่จ.ราชบุรี

8 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยกลัวใคร ทำไมกับเพียงหญิงสูงวัยถึงใช้ความรุนแรงถึงเพียงนี้ การใช้ความรุนแรงกับประชาชนในครั้งนี้ เป็นการเปลือยตัวตนอีกครั้งของพล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีทัศนคติอย่างไรต่อประชาชน
 

“สโลแกน ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ของพล.อ.ประยุทธ์ หวังว่าคงไม่รวมไปถึงการใช้ความรุนแรงกับประชาชนแบบ รุนแรงแล้ว รุนแรงอยู่ รุนแรงต่อ” นายอนุสรณ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  คลิปเจ้าหน้าที่บุกล็อกคอปิดปากหญิงสูงวัย ที่ตะโกนตำหนิการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระหว่างลงพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แล้วใช้ร่มบังไม่ให้สื่อจับภาพ อ้างจะพาป้าไปหาหมอ พร้อมขอดูบัตรสื่อที่ถ่ายภาพ ล่าสุด #ประยุทธ์ ติดเทรนทวิตเตอร์ 

‘นรุตม์ชัย’ ดึงสติ หยุดบูลลี่คนมีรอยสัก เปิดโอกาสทำงานทุกอาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544740

13 มี.ค. 2566

'นรุตม์ชัย' ดึงสติ หยุดบูลลี่คนมีรอยสัก เปิดโอกาสทำงานทุกอาชีพ

‘นรุตม์ชัย’ กระตุกสังคมไทย หยุดทัศนคติคนมีรอยสัก คือ คนไม่ดี เดินหน้าเปิดโอกาสทำงานทุกอาชีพ พร้อมยกระดับเป็นอุตสาหกรรมการสัก ดึงต่างชาติเข้ามาใช้บริการ

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 นายนรุตม์ชัย บุนนาค ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตยานนาวา บางคอแหลม กทม. พรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยการสนุบสนันให้คนสักสามารถทำงานได้ทุกอาชีพว่า ตนเป็นคนมีรอยสักที่แขนและเป็นคนที่ชื่นชอบงานศิลปะมาก ปัจจุบันประเทศไทยยังมีค่านิยมที่ยังไม่ยอมรับและอาจมองว่า คนสักเป็นคนไม่ดี แต่ในต่างประเทศ มองเป็นเรื่องศิลปะและความสวยงาม ที่สามารถสร้างมูลค่าได้ด้วยซ้ำ 

นายนรุตม์ชัย ยอมรับ ที่ผ่านมาเวลาคนเห็นรอยสักที่แขนทั้งสองข้างของตน ก็มักจะถูกมองในแง่ไม่ดี แต่เมื่อรู้จักตัวตนและประวัติการศึกษาที่จบกฎหมายมาจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย(USC) และมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell) สหรัฐอเมริกา ถึงจะได้รับโอกาสต่างๆ ชี้ให้เห็นว่า การสักแบบเปิดเผย ยังเป็นอุปสรรคในการทำงานอยู่ ทั้งในการรับราชการและภาคเอกชนบางแห่ง 
 

ตนจึงอยากเป็นตัวแทน เป็นกระบอกเสียง หากได้เป็นผู้แทนราษฎรจะทำให้วงการสักเป็นที่ยอมรับ เปลี่ยนมุมมองคนไทย ลบคำสบประมาท คนสัก คือ คนไม่ดี ไม่มีศักยภาพ แต่เป็นผู้ที่ชื่นชอบในงานศิลปะ รวมถึงจะผลักดันให้กลายเป็นอุตสาหกรรมการสัก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสักในประเทศไทย สร้างรายได้เข้าประเทศ หลังจากนี้ตนจะเดินทางลงพื้นที่รับฟังความเห็นจากร้านสักต่างๆ เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น


“อยากให้ช่วยผลักดันเป็นนโยบายให้ผู้ที่สัก สามารถทำงานได้ทุกที่ ไม่ต้องมีข้อจำกัด เพราะการสักไม่ใช่สิ่งชี้วัดว่า จะไม่มีศักยภาพในการทำงาน รวมถึงเสนอให้การสักเป็นเรื่องปกติในสังคม เพราะผู้ที่สักไม่ใช่คนที่มีประวัติอาชญากรรม ดังนั้นผมจะอาสาผลักดันเรื่องนี้ เพราะมีผู้ที่ชื่นชอบการสัก ต้องเสียโอกาสในการทำงานเลี้ยงดูครอบครัวไปจำนวนมากแล้ว” นายนรุตม์ชัยกล่าว

นายนรุตม์ชัย บุนนาคนายนรุตม์ชัย บุนนาค

‘ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน’ เปิดใจเลือกสนามการเมือง ‘พรรคเพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544730

13 มี.ค. 2566

'ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน' เปิดใจเลือกสนามการเมือง 'พรรคเพื่อไทย'

เปิดใจ’ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน’ เผยสาเหตุเลือก ‘พรรคเพื่อไทย’ อยากเห็นเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น ด้าน ‘ภูมิธรรม’ เชื่อโปรไฟล์ดีตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 นายอรรฆรัตน์ นิติพน หรือ ก้อง เจ้าของและผู้ดำเนินรายการอายุน้อยร้อยล้าน เปิดเผยถึงสาเหตุตัดสินใจลงว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. พรรคเพื่อไทย ว่า ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ มีความเชื่อการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน นึกถึงบรรยากาศการทำธุรกิจในสมัยพรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เชื่อว่าสิ่งนั้นจะกลับมาในเวลาอีกไม่กี่เดือนนี้ และตนชื่นชอบนโยบายที่พรรคเพื่อไทยทำเพื่อ SME มีกองทุน SML รวมถึง OTOP ซึ่งอยากเห็นความเป็นผู้นำของประเทศไทยกลับมาอีกครั้ง 

“การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญ เป็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง อยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่ทุกคนใช้สิทธิ์ในครั้งนี้และคนที่รักพรรคเพื่อไทย โปรดกาเพื่อไทยทั้งผู้สมัครและพรรค อยากให้ทุกคนเป็นส่วนร่วมกับคำว่าแลนด์สไลด์ด้วย” นายอรรฆรัตน์ กล่าว
 

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า เชื่อมั่นในตัวของคุณก้อง เป็นคนหนุ่ม มีศักยภาพ ความสามารถ มีประสบการณ์การทำงานด้านมีเดียและสื่อมวลชน ให้ความสำคัญการสร้างอาชีพ การทำธุรกิจของคนรุ่นใหม่ รวมถึงมีผู้ติดตามจำนวนมาก 

นอกจากนี้ยังมีจิตใจยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยสอดคล้องกับจุดยืนของพรรค จึงชวนมาเป็นตัวแทนในเขต กทม. เบื้องต้นมองว่าสามารถลงได้หลายเขต ไม่กังวลการสร้างความรู้จักในพื้นที่ เพราะขณะนี้ร่วมทำงานกับสก.ของพรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิด จะมาเสริมความเข้มแข็งให้กับพรรคเพื่อไทยได้

 ก้อง-อรรฆรัตน์ อายุน้อยร้อยล้านก้อง-อรรฆรัตน์ อายุน้อยร้อยล้าน

‘พลังประชารัฐ’ – ‘ไทยสร้างไทย’ คิดกันไปคนละทาง บนเวทีนโยบายเครือมติชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544733

13 มี.ค. 2566

'พลังประชารัฐ' - 'ไทยสร้างไทย' คิดกันไปคนละทาง บนเวทีนโยบายเครือมติชน

ก้าวข้ามความขัดแย้ง จุดร่วมพรรค ‘พลังประชารัฐ’ และ ‘พรรคไทยสร้างไทย’ บนเวทีประชันนโยบายพรรคการเมืองเครือมติชน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ ร่วมแสดงนโยบาย ในงาน มติชนเลือกตั้ง66 บทใหม่ประเทศไทย ประชันนโยบาย ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง โดยกล่าวถึงจุดยืนของพรรคว่าไม่ใช่พรรคของการสืบทอดอำนาจอย่างที่หลายคนกล่าวถึง สิ่งที่พรรคยึดมั่นได้แสดงออกผ่านจดหมายน้อยของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ว่าเคารพในหลักการของประชาธิปไตย และเคารพเรื่องของประเทศต้องมีการเปลี่ยน

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ

สิ่งที่พรรคเป็นห่วงมากที่สุดคือไม่อยากเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการหยิบจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ และพรรคการเมืองมาสร้างความแตกแยก ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งไปสู่ความขัดแย้ง พรรคจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง หากเลือกพรรคพลังประชารัฐ ได้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ ประเทศไทยจะไม่มีความขัดแย้ง ลดค่าครองชีพลดทันที มีการปรับโครงสร้างราคาแก๊ส ประชาชนจะมีรายได้เพิ่มจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  700 บาท เบี้ยยังชีพ 3,000 – 5,000 บาท ตามช่วงอายุ 60 – 80 ปี และฟื้นฐานรากเศรษฐกิจ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยกล่าวาบนเวทีเดียวกันว่า ไทยสร้างไทยขอเป็นทางรอดของประเทศไทย ยุติความขัดแย้งทางการเมืองสองขั้ว ต้องช่วยกันจุดไม้ขีดคนละก้านเพื่อแสงสว่าง เผาไล่ความมืดมิด กำจัดการสืบทอดอำนาจเผด็จการ คอร์รัปชั่น อำนาจนิยมที่กดหัวคนไทย มาสร้างให้คนไทยชนะ ไม่อยากเห็นว่าหลังการเลือกตั้งคือจุดเริ่มต้นใหม่ของวิกฤต

คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

พรรคไทยสร้างไทย คิดเพื่อคนตัวเล็ก เพราะคนตัวเล็กตั้งแต่ SMEs ไปจนถึงเกษตรกร คือคนส่วนใหญ่ของประเทศ คนตัวเล็กคือสเปคของพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งเราจะ Empower และ Liberate ให้คนเหล่านี้หายจนจะเปลี่ยนทิศทางของเศรษฐกิจ จากรูปร่างสามเหลี่ยมที่รวยกระจุกจนกระจายให้เป็นลูกรักบี้รวยไม่มากจนไม่มาก ที่เหลือทั้งหมดพอมีพอกินทำให้ประเทศไทยยืนหนึ่งบนแผนที่โลก

ที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศเติบโตช้ากว่าประเทศอื่นๆ สร้าง New Engine ใหม่เพื่อมารีสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่ง โปรเจ็กต์แรกที่เราจะดำเนินการ คือ Global Gateway เพื่อทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางและขนส่งของภูมิภาคและของโลก และจะทำสงครามกับคอร์รัปชั่น ลากคนโกงทั้งนักการเมืองและข้าราชการ ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใดให้มาติดคุก พรรคไทยสร้างไทย คิดแล้วเราทำทันที แม้พรรคยังไม่มี สส.ในสภา แต่พรรคได้เสนอกฎหมายเข้าสภาไปแล้ว 4 ฉบับที่เกี่ยวกับการสร้างแต้มต่อและการสร้างพลังให้กับประชาชน

เลือกตั้ง66 ‘สุวัจน์’ ชูนโยบาย สร้างเศรษฐกิจใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544727

13 มี.ค. 2566

เลือกตั้ง66 'สุวัจน์' ชูนโยบาย สร้างเศรษฐกิจใหม่

เลือกตั้ง66 ‘สุวัจน์’ ชูนโยบายสร้างเศรษฐกิจใหม่ บนจุดแข็ง เกษตร ท่องเที่ยว อาหาร ใช้โคราชโนมิกส์ สร้างอีสานร่ำรวยด้วยระเบียงเศรษฐกิจใหม่

13 มี.ค. 2566 โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ เครือมติชน จัดเวทีเลือกตั้ง 2566 บทใหม่ประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” มีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองร่วมขึ้นเวทีประชันนโยบาย ประกอบด้วย “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

“วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)“สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” ประธานคณะกรรมการด้านนโยบายและเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย (พท.) “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)

เลือกตั้ง66 'สุวัจน์' ชูนโยบาย สร้างเศรษฐกิจใหม่

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่าพรรคชาติพัฒนากล้าจะให้ความสําคัญในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอยู่ในแนวคิดที่ว่า “มีงาน มีเงิน ของไม่แพง” จากนี้ไปจะใช้คําว่ “รบ” คือ 

  1. รบบนจุดแข็ง อะไรที่ไม่ใช่จุดแข็งไม่รบ เอาจุดแข็งมาเป็นเศรษฐกิจ จุดแข็งที่เห็นก็คือสินค้าเกษตร ประเทศไทยเป็นอํานาจทางเศรษฐกิจด้านเกษตร เรายังไม่ได้นํามาใช้ในเรื่องของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในการเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น
  2. เมืองไทย อุดมสมบูรณ์ ในการเป็นอาหารป้อนโลก
  3. เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ทั่วโลกยอมรับ 
  4. เมืองไทยเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วย Soft power ทั้ง 4 ข้อคือจุดแข็งที่จะเป็นพื้นฐานในการไปต่อยอดนโยบายภาพรวมของพรรคชาติพัฒนากล้า และสิ่งที่สองที่ต้องลบ คือ “ล” ลบสิ่งที่เป็นปัญหาอุปสรรคของประเทศ วันนี้มีอยู่สองเรื่อง คือ 1.ปัญหาความขัดแย้ง 

2.ปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง นอกเหนือจาก เศรษฐกิจแล้วพรรคชาติพัฒนากล้าก็จะต้องเข้าไปมีส่วนในการเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมือง และลดปัญหาความขัดแย้งในสังคม

นายสุวัจน์ กล่าวว่าสําหรับนโยบายเศรษฐกิจของพรรคชาติพัฒนากล้ามีอยู่ 8 เรื่อง คือ 

1.สร้างเศรษฐกิจใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานของความเข้มแข็งคือ เศรษฐกิจเฉดสี ซึ่งวันนี้เราได้แบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชนไปเยอะ และก็สร้างเศรษฐกิจใหม่ที่จะมาสร้างเงินสร้างงานไม่ต่ํากว่า 5 ล้านล้านบาท 

2.ให้ความสําคัญกับนโยบายเรื่องการท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวเป็นจุดแข็ง ทําได้ทันที มั่นใจพวกนี้บินมาเลย ขอให้ปลอดภัย แล้ววันนี้ เรามีศักยภาพอยู่แล้ว นโยบายการท่องเที่ยวเป็นนโยบายที่ลดความเหลื่อมล้ํา รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายไปทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ทุกอาชีพ ไม่กระจุก อันนี้คือ จุดแข็งที่เราจะบูมการท่องเที่ยวให้เป็นสองเท่าใน 4 ปีข้างหน้า

3.พัฒนาภาคอีสานและโคราช ด้วยนโยบาย โคราชโนมิกส์ Koratnomics ใช้ภูมิรัฐศาสตร์ของความได้เปรียบของอีสานที่เชื่อมโยงสู่ลาวสู่จีนสู่เส้นทางสายใหม่ ยุโรป แอฟริกา สร้างอีสานให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ คล้ายคล้ายกับ EEC มีเศรษฐกิจพิเศษ แล้วใช้ความเข้มแข็งศักยภาพของคน มหาวิทยาลัย สนามบิน โครงสร้างพื้นฐานทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ใต้ดินทั้งหมดมาสร้างอีสานให้เป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ เป็นเมืองอุตสาหกรรมใหม่ เป็นเมืองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่โคราชมีของดีอยู่ชิ้นหนึ่งที่ยูเนสโก กําลังจะประกาศให้โคราชเป็นอุทยานธรณีโลก วันนี้เขาใหญ่ก็เป็นมรดกโลก,เขตพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราชก็เป็นมรดกโลก

ฉะนั้น ถ้าเดือนพฤษภาคมนี้ โคราชได้รับการรับรองให้เป็นอุทยานธรณีโลก โคราชจะเป็นหนึ่งในสามจังหวัดของโลก ที่มี Triple Crown (ทริปเปิ้ลคราวน์) มีสามมงกุฎของยูเนสโกอยู่ที่นี่ เราจะดีไซน์การเชื่อมโยงสามมงกุฎนี้ด้วยถนนยูเนสโก้รูท แล้วพัฒนาให้เป็นถนนท่องเที่ยวระดับโลก เป็นพื้นฐานในการสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้ยิ่งใหญ่ต่อไป

4. คือ สร้างมอเตอร์เวย์ทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนได้ใช้มอเตอร์เวย์ลดความเหลื่อมล้ําและเป็นอินฟราสตรัคเจอร์ และมอเตอร์เวย์ ไม่จําเป็นจะต้องออกจากกรุงเทพ มาจากปลายทางก็ได้ มาจากภาคใต้ มาจากภาคเหนือ มาจากอีสานเข้ามาก็ได้ในการที่จะกระจายความเจริญให้ทั่วถึง 

5.ใช้เทคโนโลยีใช้ดิจิทัล เพื่อสร้างความสะดวกสบายสร้างความทันสมัย และลดการทุจริต คอรัปชั่นทั้งหลายที่เกิดขึ้น 

6.รื้อโครงสร้างพลังงาน เพื่อลดต้นทุนในชีวิตให้กับคนไทยทั้งประเทศ

“สุดท้ายผมอยากจะบอก ว่าพรรคชาติพัฒนากล้าจะระดมสรรพกําลัง ผมเป็นประธานพรรค เป็นรองนายกมาแล้วสองครั้ง เป็นรัฐมนตรีว่าการไปแล้วเจ็ดกระทรวง คุณกรณ์ หัวหน้าพรรคเป็นรัฐมนตรีคลังมาแล้ว คุณเทวัญ เลขาธิการพรรคก็เป็นรัฐมนตรีสํานักนายกมาแล้ว นี่คือ พลังของประสบการณ์. บวกกับดีเอ็นเอของการทําการเมืองที่ไม่ขัดแย้งของท่านพลเอกชาติชายฯฉะนั้นจะตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาประเทศคือ ลดความขัดแย้งทางการเมือง สร้างความยิ่งใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศ ขอให้กําลังใจชาติพัฒนากล้า”

สำหรับประเด็นการหารายได้ทางอ้อม ด้วยการลดค่าใช้จ่ายนั้น นายสุวัจน์กล่าวว่าพรรคชาติหน้ากล้าเสนอการวิจัย การปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อที่จะลดค่าน้ํามัน ลดค่าแก๊ส ลดค่าไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชน ในเรื่องของค่าการกลั่น ค่าการตลาด ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า มาจากพลังงานทดแทน สิ่งต่างๆเหล่านี้ จะเป็นต้นทุนที่ลดให้กับพี่น้องประชาชนก็คือ เพิ่มรายได้ทางอ้อมและสองการปรับโครงสร้างภาษี 40,000บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงไม่ต้องเสียภาษี เพื่อแก้ทั้งปัญหาความเหลื่อมล้ํา และเอาเงินค่าภาษีใส่กลับเข้าไปในกระเป๋าของพี่น้องประชาชน

“พรรคชาติพัฒนากล้า ให้ความสําคัญในการแก้ไขปัญหาในเชิงนโยบาย อันนี้ถือว่าเป็นการสร้างความยั่งยืน ความมั่งคั่ง แล้วแก้ไขปัญหาทุกสิ่งไม่เป็นภาระต่อพี่น้องประชาชนในระยะยาว”

ส่วนประเด็นเรื่องการปฏิรูปกองทัพนั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่าโดยรัฐธรรมนูญในหมวดว่าด้วยการปฏิรูป มาตรา 258 ได้เขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่า รัฐบาลมีหน้าที่ในการที่จะปรับปรุงปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้เกิดความทันสมัยแล้วทันกับความเปลี่ยนแปลง ฉะนั้น พอพูดถึงการปฏิรูปกองทัพคิดว่ากองทัพก็เหมือนกับส่วนราชการทั่วไป ที่อาจจะมีข้อบกพร่องอะไรต่างๆ เราก็ปฏิรูปให้มันดี เช่น เรื่องการเกณฑ์ทหาร ว่าควรจะเกณฑ์ทหารหรือไม่จริงๆ แล้วปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหารอาจจะเป็นประเด็นที่เบาลงไปทันทีและทุกท่านอาจจะอยากเป็นทหารด้วยเพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรติได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องมาตุภูมิรักษาความมั่นคง 

เพียงแต่เราทําให้กระบวนการในการเกณฑ์ทหารเป็นเรื่องที่ทหารเกณฑ์มีรายได้ที่ดี มีต่ำแหน่งหน้าที่ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้ สร้าง Incentive สร้างรายได้ที่เพียงพอ ซึ่งสามารถจะปรับปรุงกระบวนการขั้นตอนต่างๆ หรือในเรื่องของการลงทุนของกองทัพก็ต้องคิดให้รอบคอบว่าอาวุธส่วนไหนที่ควรที่จะลงทุน แล้วคํานึงถึงงบประมาณว่ามีความเพียงพอหรือไม่ ถ้าเราสามารถบริหารแล้วชี้แจงให้สังคมได้รับทราบให้สังคมสบายใจ ขณะเดียวกันกองทัพก็มี asset อยู่มาก เป็น asset ที่เกิดจากภาษี งบประมาณต่างๆ เวลาที่มีอุทกภัย มีภัยสาธารณะทหารออกมาช่วย เครื่องจักร เครื่องมือของทหารที่ออกมาช่วย อันนั้น คือการใช้ asset ของประเทศอย่างคุ้มค่าใช้ในการช่วยเหลือสังคม รวมทั้งการนำ asset ของกองทัพให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มันก็จะเป็นเรื่องที่ดี

ฉะนั้น การปฏิรูปกองทัพเป็นเรื่องที่ดีที่ทําให้ทหารได้รับการยอมรับ และบทบาทของกองทัพนั้นก็จะไม่ใช่เรื่องความมั่นคงอย่างเดียว แต่มาช่วยส่วนรวม ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก็จะเป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีซึ่งกันและกัน

นายกรณ์ จาติกวณิชนายกรณ์ จาติกวณิช