สั่งเร่งแก้ปัญหาหาบเร่แผงลอย หยุด ‘ผู้ว่าฯกทม.’ สัญจร รับเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544624

11 มี.ค. 2566

สั่งเร่งแก้ปัญหาหาบเร่แผงลอย หยุด 'ผู้ว่าฯกทม.' สัญจร รับเลือกตั้ง

ใกล้เลือกตั้ง ชัชชาติ หยุดโครงการ ‘ผู้ว่าฯกทม.’ สัญจร พร้อมสั่งเร่งแก้ปัญหา หาบเร่แผงลอยที่ดาวคะนองและแยกบ้านแขก

กิจกรรม ผู้ว่าฯ สัญจร ณ สำนักงานเขตธนบุรีวันนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตลาดพลู เพื่อตรวจสอบลักษณะทางกายภาพและสภาพแวดล้อมของตลาดพลูก่อนการปรับปรุงของสำนักงานตลาด และปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอสำหรับบริการประชาชน รวมถึงความเป็นไปได้ในการปรับลานกีฬาเป็นที่จอดรถ  และได้เดินเท้าไปยังอุโมงค์รัชดา-ท่าพระ และบริเวณโดยรอบ ติดตามประเด็นที่มีการร้องเรียนใน Traffy Fondue ตรวจความคืบหน้าการดำเนินงานและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

โดยจุดสุดท้ายเดินทางไปย่านกะดีจีน เลียบทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าชุมชนกุฎีจีนและชุมชนวัดกัลยาณ์ เพื่อตรวจจุดก่อสร้างศาลาประชาคมริมแม่น้ำเจ้าพระยาตามข้อเสนอของผู้แทนชุมชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นข้อดีและข้อเสีย กรณีย้ายที่ตั้งสำนักงานเขตธนบุรี มาอยู่ที่สำนักเทศกิจ ตลอดจนเยี่ยมชมความคืบหน้าในการก่อสร้างทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา หารือแนวทางการดูแลรักษาเมื่อพ้นระยะประกันและการบริหารจัดการ พบปะพูดคุยกับประชาชนในชุมชน เยี่ยมชมเส้นทางการท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อกันระหว่าง เขตคลองสาน เขตธนบุรี และเขตบางกอกใหญ่

มอบหมายรองผู้ว่าฯ แก้ปัญหาหาบเร่แผงลอย

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ บอกว่า เขตธนบุรี เป็นเขตเก่าแก่ที่มีความสำคัญในพื้นที่ฝั่งธน มีพื้นที่ 8.5 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอยู่อาศัย 99,296 คน มีวัด 25 แห่ง ปัญหาหลักๆ ในพื้นที่เขตธนบุรีคือ ที่ทำการเขตซึ่งมีขนาดเล็กและคับแคบมาก พื้นที่อยู่ติดกับวัดเวฬุราชิณ ในอนาคตคงต้องมีการขยับขยายพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่สะดวกยิ่งขึ้น ขณะนี้ได้พิจารณาอยู่หลายพื้นที่ แต่มีจุดที่น่าสนใจคือสำนักเทศกิจ เดิมเป็นศาลากลางจังหวัดธนบุรี


ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯ วิศณุ กับรองผู้ว่าฯ จักกพันธุ์ ติดตามดูแลในเรื่องนี้ ปัญหาต่อมาคือ เรื่องหาบเร่แผงลอย ซึ่งจะมี 2 จุดที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน คือบริเวณดาวคะนอง กับบริเวณสี่แยกบ้านแขก มีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งได้ให้นโยบายไปว่าให้เน้นเรื่องการเดินทางของประชาชนเป็นหลัก การเดินทางให้ดีต้องจัดระเบียบพื้นที่ให้เรียบร้อย

ปัญหาต่อมาเรื่องคลอง ซึ่งเขตธนบุรี มีคลองจำนวนมากถึง 65 คลอง และมีสภาพน้ำเน่าเสียหลายจุด ในพื้นที่เขตธนบุรียังมีจุดแข็ง เพราะว่าเป็นจุดที่มีวัฒนธรรมมากมาย ทั้งมัสยิด วัด โบสถ์ ในอนาคตสามารถส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญต่อไปได้

ใกล้เลือกตั้งหยุดกิจกรรมผู้ว่าฯสัญจร

“ในช่วงนี้ อาจจะมีการยุบสภา เริ่มมีการหาเสียงเลือกตั้ง กิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจร ตามสำนักงานเขต คงจะต้องงดไปก่อน แต่เปลี่ยนไปเป็นผู้ว่าฯ สัญจร ตามสำนักแทน จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการลงพื้นที่ของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่มาร่วมกิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจร สำนักงานเขตในพื้นที่” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวในตอนท้าย

‘ก้าวไกล’ แถลงนโยบายสุขภาพ ลดปริมาณคนไข้ มีกองทุนผู้ป่วยติดเตียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544621

11 มี.ค. 2566

'ก้าวไกล' แถลงนโยบายสุขภาพ ลดปริมาณคนไข้ มีกองทุนผู้ป่วยติดเตียง

ลดปริมาณคนไข้ แก้ปัญหาผู้ป่วยล้นเตียง ‘ก้าวไกล’ อึ้ง หมอทำงานหนักหย่อนประสิทธิภาพ เหมือนมีปริมาณแอลกอฮอร์ในเลือดที่บางประเทศ ห้ามขับรถ

พรรคก้าวไกล แถลงนโยบายสุขภาพไทยก้าวหน้า ชี้ความเสี่ยงสาธารณสุขไทยพังทลาย บุคลากรทางการแพทย์งานหนัก-พักน้อย โรงพยาบาลคนไข้ล้น ชูนโยบายก้าวไกล ‘2 เพิ่ม – 2 ลด’ ลดปริมาณงานบุคลากร ควบคู่เพิ่มช่องทางการรักษานอกโรงพยาบาล กำหนดชั่วโมงทำงาน-ส่งต่อหาเตียงไร้รอยต่อ-สุขภาพดีมีรางวัล-ดูแลสุขภาพจิตครบวงจร



พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมพูดคุยกับบุคคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลเขาพนม จังหวัดกระบี่  สอบถามถึงสภาพการทำงานและการให้บริการของโรงพยาบาล พบว่ามีพยาบาลทำงานต่อเนื่องกัน 16 ชั่วโมง และโรงพยาบาลนี้มีขนาดรองรับได้ 30 เตียง แต่ปัจจุบันมีเตียงเสริมล้นไปถึง 45 เตียง เกินกว่าศักยภาพที่ตั้งไว้ 50% อีกทั้งไม่มีน้ำประปาสะอาดใช้ในหน้าแล้ง ทั้งที่โรงพยาบาลตั้งอยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำ



ปัญหาใหญ่ของระบบสาธารณสุขไทยในปัจจุบัน คือการที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนักและมีเวลาพักผ่อนน้อย สาเหตุสำคัญเพราะจำนวนผู้ป่วยที่นับวันมีแต่เพิ่มขึ้นจนล้นโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลเขาพนมแห่งนี้ มีผู้ป่วย 300-400 คนต่อวัน สถานการณ์นี้ที่ต้องเผชิญเกือบทุกวัน ทำให้สุขภาพกายของบุคลากรทางการแพทย์ย่ำแย่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน โดยจากสถิติพบว่าการทำงานต่อเนื่องกัน 17 ชั่วโมง ซึ่งเป็นจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวันโดยเฉลี่ยของแพทย์โรงพยาบาลรัฐนั้น กระทบต่อสมรรถภาพร่างกายเทียบเท่าการมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 0.05% ซึ่งในบางประเทศเป็นระดับแอลกอฮอล์ที่ห้ามขับรถ

พิธา ลิ้มเจริญ หัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

พิธา บอกว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ระบบสาธารณสุขของประเทศเราจะพังทลาย ทั้งผู้ป่วยและผู้มีหน้าที่รักษาพยาบาล จะเกิดวิกฤติสุขภาพด้วยกันทุกฝ่าย การออกแบบนโยบายสาธารณสุขเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดจึงสำคัญมาก เพราะต่อให้เรามีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ดีเลิศแค่ไหน แต่ประเทศไทยที่เข้มแข็งและที่พร้อมเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ไม่สามารถสร้างได้หากคนไทยมีสุขภาพอ่อนแอ



ทางออกของเรื่องนี้ จำเป็นต้องใช้หลักการ ‘2 ลด 2 เพิ่ม’ ประกอบด้วย ลดที่ 1 คือลดความเหลื่อมล้ำ เพราะปัจจุบันแพทย์ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วยสัดส่วนแพทย์ต่อคนไข้ 1:600 คน ขณะที่แพทย์ในจังหวัดอื่นๆ เช่น จ.บึงกาฬ มีสัดส่วนแพทย์ต่อคนไข้ถึง 1:5,000 คน หรือ จ.กระบี่ มีสัดส่วนแพทย์ต่อคนไข้ 1:3,000 คน สะท้อนความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรทรัพยากรอย่างชัดเจน ประชาชนแต่ละพื้นที่ไม่สามารถเข้าถึงคุณภาพการให้บริการที่ใกล้เคียงกัน



ลดที่ 2 คือลดชั่วโมงการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่เช่นนั้น ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าแพทย์ที่ต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความผิดพลาด ส่วนการแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มคนเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ลดชั่วโมงทำงาน จะทำให้บุคลากรไหลออกจากระบบอยู่ดี



ส่วน ‘2 เพิ่ม’ คือการทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีตั้งแต่ต้น และเพิ่มช่องทางอื่นๆ ในการรักษา เพื่อลดความแออัดและลดการรอคอยที่โรงพยาบาล ด้วยการเพิ่มความครอบคลุมในการรักษา ไม่ใช่เพียงการรักษาสุขภาพทางกายเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงสุขภาพทางใจ  เพิ่มแนวทางป้องกัน-รักษา-ประคับประคอง เช่น การคัดกรองมะเร็งให้ครอบคลุมและทำได้ทันที

ชุดนโยบาย สุขภาพไทยก้าวหน้า ของพรรคก้าวไกล ต้องการลดปริมาณงานของบุคลากรทางการแพทย์ ควบคู่กับการลดจำนวนคนไข้ที่ไปรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อลดปริมาณงาน ต้องกำหนดชั่วโมงการทำงานบุคลากรทางการแพทย์ไม่เกิน 60 ชม./สัปดาห์ เพิ่มค่าตอบแทน ค่าเวร ค่าโอทีบุคลากรทางการแพทย์เป็นธรรม สร้างแนวหน้าสาธารณสุข ต่อยอดจากงาน อสม. เป็น อสม. เฉพาะทางโดยจ่ายค่าตอบแทนตามชิ้นงาน

มีนโยบายตรวจสุขภาพประจำปี ฟรี! ทั้งค่าตรวจและค่าเดินทาง รวมคัดกรองมะเร็ง 6 ชนิดฟรี สำหรับกลุ่มเสี่ยง เพิ่มวัคซีนฟรี ลดการป่วยทั้งเด็กและผู้สูงวัย เช่น วัคซีนไข้เลือดออกและปอดอักเสบ สิทธิ 30 บาทครอบคลุมแว่นตาฟรีถึง 18 ปี ประชาชนที่รักษาสุขภาพดี มีรางวัล โดยการสะสมแต้มแลกของรางวัล

เพิ่มทางเลือกในการรักษาใกล้บ้าน ต้องยกระดับ รพ.สต. และศูนย์สาธารณสุขชุมชน Primary Care Unit (PCU) และปลดล็อกระบบการแพทย์ออนไลน์ Telemedicine



ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงพยาบาล ลดความแออัดในโรงพยาบาล มีห้องฉุกเฉิน (ER) กันไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน ส่งต่อ-หาเตียงแบบไร้รอยต่อด้วยศูนย์รวมเตียง-ระบบเชื่อมข้อมูลสุขภาพ เพิ่มยอดบริจาคอวัยวะเชิงรุก

มีกองทุนดูแลผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยติดเตียง งบประมาณเฉลี่ย 9,000 บาท/คน/เดือน ตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองในชุมชน อย่างน้อยอำเภอละหนึ่งแห่ง ตั้งธนาคารอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน นอกจากนี้ยังมีนโยบาย ‘ลาไปบอกลา’ เพิ่มสิทธิวันลาดูแลพ่อ-แม่ที่ป่วยระยะสุดท้าย และนโยบาย ‘ตายดี’ – สิทธิจบชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี สำหรับคนป่วยทางกายที่รักษาไม่ได้

นายกฯตรวจราชการ ‘สงขลา’ พร้อมอาสา สานต่อโครงการค้างเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544618

11 มี.ค. 2566

นายกฯตรวจราชการ 'สงขลา'  พร้อมอาสา สานต่อโครงการค้างเก่า

ล่องใต้ ตรวจราชการ ‘สงขลา’ พล.อ.ประยุทธ์ อาสาสานต่อหลายโครงการ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านๆมา ทำค้างคาเอาไว้ ให้แล้วเสร็จ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ สักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ก่อนไปตรวจราชการ พื้นที่โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบเชื่อมอำเภอเมืองกับอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเดินทาง 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีโอกาสมาเยือนจังหวัดสงขลาอีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะสิงหนครและพื้นที่ใกล้เคียง ได้พบประชาชนมาตั้งแต่เช้าทุกคนมีรอยยิ้ม ได้สักการะศาลหลักเมืองเป็นสิริมงคล ได้ขอพรเพื่อให้ประเทศชาติ ประชาชนมีความสุขปลอดภัยให้เราได้ทำงานได้สำเร็จเพื่อประชาชนทั้งประเทศรวมทั้งชาวสงขลา

ส่วนการดำเนินงานหลายอย่างช่วงนี้อาจจะมีปัญหาเพราะระยะเวลาของรัฐบาลมีจำกัด ภาคใต้เป็นภาคที่ให้ความสำคัญมากที่สุด  หลายโครงการก่อนหน้ารัฐบาลนี้ ทำแล้วทำอีกทำซ้ำอยู่หลายครั้ง ไม่เดินไปข้างหน้า  แต่ไม่อยากจะไปว่าใคร เช่นเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งที่ทำมาบ้างแล้วแต่ไม่ครบ



นายกรัฐมนตรี บอกอีกว่า มารับฟังความเดือดร้อนวันนี้ เห็นว่ามีงานค้างอยู่อีกมาก เช่น การเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งถนนและอื่นๆ ที่ต้องเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านทางทิศใต้ เรื่องการขนส่งยังต้องมองในทุกมิติ เป็นหัวใจของการพัฒนาตามที่ประชาชนขอ ให้พัฒนาถนน เพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงการค้า รวมจะต้องศึกษาเรื่องอื่นๆ ทั้งด้านการศึกษาการสาธารณสุขที่จะได้พิจารณางบประมาณรวมกันไป

“วันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรเพราะเรารู้ใจกันอยู่แล้ว จะรับดูแลและตอนนี้ก็เป็นช่วงท้ายของรัฐบาลและต้องเดินไปสู่การเลือกตั้งหลายอย่างยังไม่สามารถทำได้เพราะไม่ได้อยู่ในช่วงปกติ แต่ก็จะพยายามหาแนวทางทำให้ได้ โดยจะดูแลในทุกจังหวัดเพราะงบประมาณมีจำนวนจำกัด ดังนั้นจึงต้องพยายามบริหารจัดการให้ได้เพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเท่าเทียม” นายกรัฐมนตรีกล่าว

‘ประชาธิปัตย์ ‘ ‘แถลงนโยบาย’ครบ ครอบคลุมทุกด้านแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544616

11 มี.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์ ' 'แถลงนโยบาย'ครบ ครอบคลุมทุกด้านแล้ว

‘ประชาธิปัตย์’ พร้อมขายของ หาเสียงเลือกตั้งแล้ว หลัง ‘แถลงนโยบาย’ หลักครบ ครอบคลุมทุกด้าน 16 ข้อ เอาใจผู้คนทุกชนชั้น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะกรรมการนโยบายของพรรค ร่วมกันแถลงนโยบาย ชุดที่ 2 เพิ่มเติม หลังจากเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการเปิดนโยบายไปแล้ว 8 นโยบาย เพื่อใช้ในการหาเสียงสู้ศึกการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น เป็นนโยบายหลัก รวม 16 นโยบาย


8 นโยบายใหม่ ที่ได้ประกาศในวันนี้ ประกอบด้วย

  • นโยบายที่ 1 “อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน”ซึ่งหมู่บ้านดังกล่าว หมายถึงชุมชนในเขตเมือง เขตเทศบาล เขตหน่วยการปกครองท้องถิ่น รวมทั้งในพื้นที่ชุมชนของกรุงเทพมหานครด้วย
  • นโยบายที่ 2 “เรียนฟรี ถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ”จากการสำรวจเบื้องต้น โดย อว. พบว่ามีสาขาที่ตลาดต้องการ มีอยู่อย่างน้อยจำนวน 1.8 แสนคน โดยประมาณ ใน 12 สาขาสำคัญ หากประชาธิปัตย์เป็นแกนตั้งรัฐบาล จะสนับสนุนให้มีการเรียนฟรีถึงปริญญาตรีในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาด เพื่อให้เรียนจบแล้วมีงานทำ สนองตลาดนำการผลิตทางการศึกษาได้ทันที
  • นโยบายที่ 3 “ตรวจสุขภาพฟรี รักษาฟรี โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียว”นโยบายนี้มี 2 เรื่องอยู่ในนโยบายเดียวกัน เรื่องที่ 1 คือ รักษาฟรี ที่เป็นมาตรการในการรักษาพยาบาล เรื่องที่ 2 คือตรวจสุขภาพฟรี เป็นมาตรการในการป้องกัน ดังนั้นถ้าพบว่ามีปัญหาสุขภาพก็จะทำการตรวจรักษาได้ทันท่วงที ถือเป็นการต่อยอดนโยบายเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ทำมาตั้งแต่อดีต
  • นโยบายที่ 4 “ชมรมผู้สูงอายุรับ 30,000บาท ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน”ปัจจุบันประเทศไทยมีชมรมผู้สูงอายุที่จดทะเบียนอยู่ประมาณ 30,000 ชมรม
  • นโยบายที่ 5 “SME ต้องมีแต้มต่อ 3 แสนล้าน”ประกอบด้วยแต้มต่อทางด้านการผลิต ซึ่งจะมีการจัดการในองค์ความรู้ทุกด้าน ทั้งการผลิต ตลาด การบริหารจัดการ ระบบบัญชี ระบบภาษี ทั้งหมดที่ SME ควรมี เพื่อแข่งกับธุรกิจขนาดใหญ่ต่อไปในอนาคตได้  แต้มต่อทางด้านการตลาด ที่ SME ควรจะได้รับโอกาสในการได้สิทธิ์เพื่อเดินหน้าเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไปภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล และจะตั้งกองทุน 300,000 ล้านบาท เพื่อให้ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน แหล่งทุน สำหรับนำมาขยายกิจการ ต่อลมหายใจ หรือนำมาเพิ่มทุนสำหรับเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้กับประเทศต่อไปได้

  • นโยบายที่ 6 “ปลดล็อค กบข. และกองทุนเลี้ยงชีพ ให้ซื้อบ้านได้”ทำให้สมาชิกจากทั้ง 2 กองทุนสามารถนำเงินส่วนหนึ่งมาซื้อบ้านได้ หรือนำมาลดหนี้บ้าน  เพื่อให้ยอดเงินต้นลดลง สามารถผ่อนบ้านได้ครบถ้วน และมีบ้านเป็นของตัวเองได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยทั้งข้าราชการและผู้ที่ทำประกันสังคม รวมไปถึงผู้ใช้แรงงานด้วย
  • นโยบายที่ 7 “3 ล้านบาทต่อยอดเกษตรแปลงใหญ่”เกษตรแปลงใหญ่ในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 10,000 แปลง มีเกษตรกรเข้าร่วม 5 แสนราย ในพื้นที่กว่า 8 ล้านไร่ ถือว่าเกษตรแปลงใหญ่ เป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาการเกษตรของประเทศ เป็นการลดต้นทุน เป็นการร่วมกันใช้เทคโนโลยี
  • นโยบายที่ 8 “ค่าตอบแทน อกม. (อาสาสมัครเกษตรประจำหมู่บ้าน) 1,000 บาทต่อเดือน”เพื่อที่จะช่วยให้กระทรวงเกษตรฯ ได้มีอาสาสมัครที่จะเป็นผู้ไปช่วยดูข้อมูล และประสานงานลึกลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ครัวเรือน ที่ทำการเกษตร


ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ แถลงนโยบาย 8 ชุดแรกไป เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นั้น ประกอบด้วย

  • นโยบายที่ 1 นโยบาย การประกันรายได้จ่ายเงินส่วนต่าง ข้าว มัน ยาง ปาล์ม และข้าวโพด
  • นโยบายที่ 2 ชาวนารับ 30,000 บาทต่อ 1 ครัวเรือน
  • นโยบายที่ 3 ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน
  • นโยบายที่ 4 ให้เงินอุดหนุนกลุ่มเกษตรกรประมง กลุ่มละ 100,000 บาทต่อปีทุกกลุ่ม
  • นโยบายที่ 5 ปลดล็อกประมงพาณิชย์ ภายใต้ IUU
  • นโยบายที่ 6 ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี
  • นโยบายที่ 7 ให้กรรมสิทธิ์ทำกินให้กับผู้ทำกินในที่ดินของรัฐ
  • นโยบายที่ 8 ธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท

‘เพื่อไทย’ เตือน กระบวนการ ‘ยุบพรรค’ ระวังวิกฤตการเมืองรอบใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544614

11 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' เตือน กระบวนการ 'ยุบพรรค' ระวังวิกฤตการเมืองรอบใหม่

‘เพื่อไทย’ ชี้ ยื่น ‘ยุบพรรค’ ไร้เหตุผล เกมการเมืองแบบเก่าเป็นภัยต่อประชาธิปไตย ก่อให้เกิดวิกฤตการเมืองรอบใหม่ ที่ยากเกินเยียวยา

นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย มองว่าความพยายาม ยุบพรรคการเมือง จะทำให้ ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤติ และเป็นการเมืองแบบเก่า ที่ใช้ตุลาการมาทำลายคู่แข่งขัน ทั้งที่ประเทศไทย กำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งในอีกสองเดือนข้างหน้า

การยุบพรรคการเมืองไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย ไม่เคารพสิทธิของประชาชน ไม่ใช่พลวัฒน์ของระบอบการปกครอง และไม่ควรมีพรรคการเมืองใด ต้องถูกยุบ หากไม่ได้กระทำความผิด

เหตุแห่งการยุบพรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองฯ ประกอบด้วย

  1. กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
  2.  กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  3. กระทําการฝ่าฝืนมาตรา 20 วรรคสอง มาตรา 28 มาตรา 30 มาตรา 36 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 72 หรือมาตรา 74 ซึ่งว่าด้วยการดำเนินการของพรรค ว่าจะต้องไม่แสวงหากำไร ไม่ถูกครอบงำ ต้องยึดหลักประธิปไตย และปฏิบัติตามข้อบังคับเรื่องการเงิน
  4. มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกําหนด



จะเห็นได้ว่าขณะนี้ไม่มีพรรคการเมืองใดที่เป็นภัยต่อการล้มล้างการปกครอง เว้นเสียแต่ว่าเหตุผลเดียวที่ต้องการยุบพรรค เป็นไปเพื่อต้องการสกัดกั้นเป้าหมายแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ จึงมีความพยายามทุกวิถีทางที่สร้างประเด็น เพื่อให้เกิดภาวะชะงักงันในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยละเลยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยนับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มี 110 พรรคถูกยุบพรรค และทุกครั้งที่มีการยุบพรรคมักจะเกิดวิกฤตทางการเมืองที่ยากจะหาทางออก 

รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย มองว่า สังคมไทยหรือนักการเมืองไทยควรเรียนรู้ได้แล้วว่าการยุบพรรคการเมืองไม่เป็นผลดี ไม่เคารพต่อเสียงของประชาชน ไม่มีประโยชน์ต่อพลวัตน์ของการเมืองไทย ดังนั้นพรรคเพื่อไทยหรือพรรคการเมืองอื่นที่ไม่มีความผิดไม่สมควรที่จะต้องถูกยุบพรรค เพื่อดำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนตั้งตาตั้งตารอคอย กระบวนการยุบพรรคที่ไม่ว่าเกิดจากใคร ที่พยายามสกัดกั้นขัดขวางพรรคอื่นโดยพยายามใส่ร้าย  ถือเป็นการเมืองแบบเก่า เป็นภัยต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเสียเอง”
นางสาวลิณธิภรณ์ กล่าว

พรรค ‘ประชาธิปัตย์’ ทวงคืนพื้นที่สีเขียว เตรียมปราศรัยใหญ่ 3 ครั้ง ใน ‘กทม.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544613

11 มี.ค. 2566

พรรค 'ประชาธิปัตย์' ทวงคืนพื้นที่สีเขียว เตรียมปราศรัยใหญ่ 3 ครั้ง ใน 'กทม.'

ทีม ‘กทม.’ พรรค ‘ประชาธิปัตย์’ ประกาศสงครามกับ PM2.5 ทวงคืนพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงเทพฯ พร้อมเตรียมปราศรัยใหญ่สามครั้ง หลัง แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และทีมว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. อาทิ น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ เขตปทุมวัน-สาทร-บางรัก นายอภิมุข ฉันทวานิช เขตยานนาวา-บางคอแหลม น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร เขตพญาไท-ราชเทวี นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย เขตบางกะปิ นายจักรวี วิสุทธิผล เขตสวนหลวง น.ส.ณัฐิดา เตาเฟ็ส เขตหนองจอก น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ เขตบางบอน-หนองแขม นายธีรวิทย์ ภูมิดิษฐ์ เขตจตุจักร ลงพื้นที่สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย พบปะพูดคุยและร่วมออกกำลังกายกับประชาชน

ทีม กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งทีม กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง

น.ส.วทันยา กล่าวว่า สวนนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับรัฐเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้ามาใช้สอย แต่โดยภาพรวมแล้วพื้นที่ กทม. ยังมีความแออัดและพื้นที่สีเขียวที่ต่ำกว่ามาตรฐานโลกเฉลี่ย 6.1 ตร.ม./คน แต่ประชาชนกรใน กทม. เองยังมีประชากรแฝงที่ไม่ได้ถูกรวมไปในผลสำรวจ ทำให้ความเป็นจริงพื้นที่สีเขียวต่ำกว่ามาตรฐานมาก พรรคจึงมีแนวทางเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดฝุ่น ลดอุณหภูมิโลก และเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมให้ประชาชน

วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม.  พรรคประชาธิปัตย์วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์


ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ทีมประชาธิปัตย์ กทม. ประกาศสงครามชัดเจนกับ PM 2.5 ทุกวันนี้หายใจไม่ได้แล้วจริงๆ เราจะผลักดันอากาศกฎหมายสะอาดให้เร็วที่สุด และกำหนดเขตพื้นที่มลพิษต่ำ ซึ่งต้องได้รับพลังจากประชาชนร่วมสนับสนุนผู้สมัคร สส. ของพรรค เพื่อที่จะเข้าไปสภาปกป้องประชาชนจากฝุ่น ให้คุณให้โทษกับคนที่ไม่รับผิดชอบ และดูแลภาษีให้คนที่ช่วยป้องกันการเกิดฝุ่นพิษ รวมถึงย้ายโรงงานอุตสาหกรรมออกจากเขตเมือง

นายองอาจกล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ใน กทม. ที่ล่าช้า ก็ไม่เป็นปัญหาของพรรค เพราะพรรคทำพื้นที่มาโดยตลอด ทั้งอดีต ส.ข. อดีต ส.ก. หรือ ส.ก. ปัจจุบัน และว่าที่ผู้สมัคร สส. ดังนั้นไม่ว่าจะปรับการแบ่งเขตอย่างไร พรรคก็พร้อมจะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งตามปกติแล้วพรรคจะเตรียมเวทีปราศรัยใหญ่อย่างน้อย 3 ครั้ง

‘ยุบสภา’ อาจขัด ‘รัฐธรรมนูญ’ หากทำลายการปกครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544603

11 มี.ค. 2566

'ยุบสภา' อาจขัด 'รัฐธรรมนูญ' หากทำลายการปกครอง

ยุบสภา เพื่อให้สส.ย้ายพรรคในช่วงโค้งสุดท้าย อาจขัดรัฐธรรมนูญ หากเข้าข่ายทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

นาย สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทยและอดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึงการยุบสภา ที่มีข่าวว่าจะดำเนินการวันที่ 15 มีนาคมว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด เหตุแห่งการยุบสภาไว้ แต่ในอดีตที่ผ่านมา ล้วนมีเหตุผลอันควร

เหตุแห่งการยุบสภาซึ่งมาตรา 103 ของรัฐธรรมนูญ 2560 กล่าวถึงการยุบสภา ว่าเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์  แต่ไม่ระบุถึงสาเหตุของการยุบสภาว่าเกิดจากเรื่องใด

แต่จากธรรมเนียมปฏิบัติ การยุบสภา จะเกิดจากที่รัฐบาลมีความขัดแย้งกับสภาผู้แทนราษฏร หรือขัดแย้งกันเองภายใน จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินโดยราบรื่น

การยุบสภาในอดีตที่บันทึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ล้วนแต่มีเหตุระบุเช่น รัฐบาลแพ้การลงมติในสภา  เกิดความขัดแย้งกับสภา เกิดความขัดแย้งภายในรัฐบาล เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง เป็นต้น

การยุบสภาที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ อาจไม่มีเหตุผลอันควร  แต่เป็นเพื่อเปิดโอกาสให้ สส.ย้ายพรรคกันในนาทีสุดท้ายก่อนเลือกตั้งเท่านั้น

มีคำถามว่าการยุบสภา ที่อาจเป็นการดำเนินการตามอำเภอใจของคนชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อส่งเสริมให้มีการซื้อขายตัวผู้สมัคร สส.ย้ายพรรคในนาทีสุดท้าย ในครั้งนี้ เป็นการทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย   แบบนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

‘อุ๊งอิ๊ง’ ควง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ บุกถ้ำชาละวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544601

11 มี.ค. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' ควง 'เศรษฐา ทวีสิน' บุกถ้ำชาละวัน

พรรคเพื่อไทยขนทัพใหญ่ บุกถ้ำชาละวันพิจิตร และ พิษณุโลกเมืองสองแคว ครบทีม ‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร ควง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ชิมลางปราศรัย สองเวทีใหญ่

พรรคเพื่อไทยและครอบครัวเพื่อไทย แจ้งกำหนดการลงพื้นที่ปราศรัยพรรคเพื่อไทย จ.พิจิตร และพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 11 – 12 มีนาคมนี้  ประเดิมวันแรก ด้วยการสักการะ หลวงพ่อเพชร พระคู่บ้านคู่เมืองชาวพิจิตร ก่อนเปิดปราศรัยใหญ่ ที่วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร อ.เมือง จ.พิจิตร โดยครอบครัวเพื่อไทยน.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย     นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย สมทบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุธรรม แสงประทุม คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเพื่อไทยและ     นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย



กิจกรรมวันที่สอง เริ่มด้วยสักการะหลวงพ่อพระพุทธชินราช ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ก่อนเปิดเวทีปราศรัยในช่วงเย็น  ที่ อาคารวังเป็ดร่วมใจ วัดวังเป็ด อ.บางระกำ

จังหวัดพิจิตร แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ มี 3 เขตเลือกตั้ง  พรรคเพื่อไทย มีเคยมี สส. ที่จังหวัดนี้ แต่เป็นพื้นที่ อิทธิพลของอดีตบ้านใหญ่ค่ายประชาธิปัตย์ อย่างประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันอาสานำทัพภูมิใจไทย ตอกเสาเข็มเมืองชาละวัน



ขณะที่ จังหวัดพิษณุโลก แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ มี 5 เขตเลือกตั้งประชาธิปัตย์ ครองส่วนแบ่งมากที่สุด เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพื่อไทยไม่มี สส. ในจังหวัดนี้

หนีพายุฤดูร้อน ‘พปชร.’ เลื่อนปราศรัยเชียงราย 12 มี.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544588

10 มี.ค. 2566

หนีพายุฤดูร้อน 'พปชร.' เลื่อนปราศรัยเชียงราย 12 มี.ค.นี้

‘วิรัช’ แจ้ง ‘บิ๊กป้อม’ และ พปชร. ขอเลื่อนปราศรัย จ.เชียงราย ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ เพราะอยู่ในช่วงพายุฤดูร้อน เกรงความปลอดภัย

เลื่อนแล้ว สำหรับการปราศรัยจ.เชียงราย ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ในวันอาทิตย์ 12 มี.ค.นี้

นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพปชร. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ในขณะนี้ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า มี “พายุฤดูร้อน” บริเวณภาคเหนือของประเทศไทย กินพื้นที่ตั้งแต่ จังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์

ซึ่งส่งผลให้การทำกิจกรรมปราศรัย ไม่สามารถดำเนินการได้ ในช่วงระหว่างวันที่ 12 –14 มี.ค.นี้ ทำให้ทางพรรคต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางของพี่น้องประชาชนเป็นไปด้วยความเหมาะสม 

นายวิรัช ได้ขอโทษพี่น้องชาวเชียงรายทุกท่านที่ไม่สามาถไปพบปะได้ ด้วยสภาวะอากาศไม่เอื้ออำนวย ในการจัดเวทีกลางแจ้ง ทำให้พรรคจำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่ขอให้มั่นใจว่า ในเร็ว ๆ นี้เราจะลงไปพบกับทุกคนอย่างแน่นอน ทั้งนี้ขอให้ประชาชนในจ.เชียงราย รวมไปถึงภาคเหนือทุกท่านระมัดระวังพายุฤดูร้อนดังกล่าว และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางภาครัฐอย่างใกล้ชิดด้วย

ส่วนเวทีปราศรัยทั้ง 4 ภาคในจังหวัด จ.นราธิวาส กรุงเทพมหานคร และที่จ.เชียงใหม่ ยังเป็นไปตามกำหนดการเดิมอยู่

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา

นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

คทช. เห็นชอบ แก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติฯทับลาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544580

10 มี.ค. 2566

คทช. เห็นชอบ แก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติฯทับลาน

คทช. เห็นชอบ แนวทางการใช้เส้นปรับการสำรวจแนวเขตปี พ.ศ. 2543 ตรวจสอบพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่ชาติฯทับลาน ภายใน 3 เดือน ก่อนเสนอ ครม.พิจารณา จี้เร่งจัดแนวเขตกันชน นอกเขตส่งมอบ ส.ป.ก. จัดที่ดินทำกินให้ปชช.

วันนี้ 10 มี.ค. 66 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ครั้งที่ 2/2566 ร่วมกับ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ


นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมได้มีการพิจารณาและเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ดังนี้

ที่ประชุม คทช. มีมติเห็นชอบแนวทางการใช้เส้นปรับการสำรวจแนวเขตปี พ.ศ. 2543 เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐซ้อนทับกันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน 

-ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ที่ไม่ชัดเจนภายหลังจากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน 
-เร่งรัดดำเนินการสำรวจเพื่อจัดทำแนวกันชน (Buffer Zone) ที่ชัดเจน 
-ส่วนการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม 

สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ที่กันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลานให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้ ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก. ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนอยู่อาศัยทำกินตามแนวทาง คทช. โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และระเบียบ 
สำหรับพื้นที่ผนวกเพิ่มเป็นอุทยานประมาณ 110,000 ไร่ ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ พิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป โดยให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และมีส่วนร่วมในการดำเนินการและมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ ครม. ต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมยังพิจารณาการแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่กองทัพภาคที่ 3 ส่งคืนกรมป่าไม้ ท้องที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ดังนี้
-เห็นชอบให้กรมป่าไม้ดำเนินการเพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่กองทัพภาคที่ 3 ส่งคืนกรมป่าไม้ ท้องที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่ประมาณ 75,675 ไร่ ให้กรมธนารักษ์ไปดำเนินการตามกฎหมายที่ราชพัสดุและระเบียบที่เกี่ยวข้อง สำหรับพื้นที่ที่คงสภาพป่าไม้ เนื้อที่ประมาณ 12,688 ไร่ ให้กรมป่าไม้เร่งรัดดำเนินการเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของสภาพพื้นที่ป่าไม้ รวมทั้งการสำรวจเพื่อจัดทำแนวกันชน (Buffer Zone) ที่ชัดเจนต่อไป

-เห็นชอบการมอบหมายให้กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์พิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562 ในการแต่งตั้งคณะกรรมการการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุที่รับมอบจากกรมป่าไม้ ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุที่รับมอบ ร่วมกับกรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินการ โดยตรวจสอบและจำแนกกลุ่มราษฎร ประกอบด้วย ราษฎรรายเดิมที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ราษฎรที่อยู่มาก่อนและหลังมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เพื่อใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นแนวทางในการกำหนดอัตราค่าเช่าพื้นที่ และจัดทำแผนการบริหารจัดการพื้นที่ที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการอนุรักษ์และรักษาความสมดุลทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสถูกต้อง เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ
 
-เห็นชอบการดำเนินงานในพื้นที่ที่ตรวจยึดดำเนินคดีให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและไม่ตัดสิทธิบุคคลในพื้นที่ที่ต้องการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดินของรัฐตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่ คทช. กำหนด และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการคลังดำเนินการต่อไป

ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ