‘กกต.’ ออกหนังสือแจง ‘ยุบพรรค’ การเมือง เป็นอำนาจของ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544564

10 มี.ค. 2566

'กกต.' ออกหนังสือแจง 'ยุบพรรค' การเมือง เป็นอำนาจของ 'ศาลรัฐธรรมนูญ'

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกหนังสือชี้แจงอำนาจการ ‘ยุบพรรค’ เป็นของ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ‘กกต.’ แค่รวบรวมหลักฐาน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกหนังสือชี้แจงเรื่องการยุบพรรคการเมือง หลังหลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกต เรื่องการยุบพรรคการเมืองว่า เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ  กกต.เพียงแต่ปฏิบัติงานตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2566   

เนื้อหาของหนังสือดังกล่าว ระบุว่า ตามที่นักการเมือง นักวิชาการ และสื่อมวลชนได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมืองพ.ศ. 2566นั้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งรับฟังด้วยความขอบคุณยิ่ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอเรียนว่า ระเบียบดังกล่าวได้ออกเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2565 โดยได้กำหนดระยะเวลาการปฏิบัติงานทุกขั้นตอนให้ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า

อย่างไรก็ตามแม้จะกำหนดให้ผู้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ต้องดำเนินการพร้อมมีความเห็นโดยเร็ว แต่ กกต. ก็ต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่ต้องให้ผู้ถูกร้องหรือพรรคการเมืองที่ถูกร้องมีโอกาสทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนอย่างเต็มที่จึงอาจมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาบางขั้นตอน แต่ทั้งนี้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายทะเบียนพรคการเมืองอย่างใกล้ชิดและรอบคอบ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตระหนักถึงความสำคัญของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญยิ่งในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีเรื่องการยุบพรรค การเมือง นายทะเบียนพรรคการเมือง

เอกสารข่าว กกต.เอกสารข่าว กกต.

คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. จึงมีหน้าที่และอำนาจต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้อำนาจในการสั่งยุบพรรคเป็นดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ

เปิดโมเดล ‘เนชั่นโพล’ ACT ร่วมจับโกงเลือกตั้ง 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544565

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

10 มี.ค. 2566

เปิดโมเดล 'เนชั่นโพล'  ACT ร่วมจับโกงเลือกตั้ง 66

‘นักวิชาการ’ ผนึก ‘เนชั่น’ ‘เจาะลึก เกาะติด’ ศึก ‘เลือกตั้ง’ ส่งทีมอาสาสมัครมากกว่า 1,000 คน ครอบคลุม 400 เขตเลือกตั้ง รางยงานข้อมูลให้มากที่สุด ช่วยประชาชนตัดสินใจก่อนลงคะแนน

การ “เลือกตั้ง” ครั้งนี้อาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนประเทศไทย หรือกลับคืนสู่ยุคอำนาจเดิม “เนชั่น” ได้ผสานความร่วมมือกับคณาจารย์ นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์องค์กรอิสระ และภาคเอกชน “เกาะติด” และหาคำตอบแบบ “เจาะลึก” เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลเลือกตั้งน่าเชื่อถือมากที่สุด ลึกที่สุด เข้าถึงสาธารณชนมากที่สุด ภายใต้ความร่วมมือในงาน “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” นำทัพโดย นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (นมร.) และผู้อำนวยการเนชั่นโพล ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

แถลงข่าวความร่วมมือในงาน “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”แถลงข่าวความร่วมมือในงาน “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี นมร. เปิดเผยว่า “เนชั่น” โพลเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีที่ผานมา ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชกาากรุงเทพมหานคร ซึ่งผลโพลตอนนั้นมีความแม่นยำสูงมาก สามารถชี้ได้เลยว่าใครจะเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี นมร.ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี นมร.

การ “เลือกตั้ง” ครั้งนี้ไม่อยากให้ประชาธิปไตยอยู่แค่ 3 นาที เนชั่นโพลจึงได้ส่งอาสาสมัครมากกว่า 1,000 คน ทั้ง นมร.  สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) บุญมีแล็บ วีวิส ไวซ์ไซท์ และ แพลนบี 
 

หัวเรือใหญ่งานใน  “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”หัวเรือใหญ่งานใน “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

ทั้งหมดลงสนามเกาะติดเขต “เลือกตั้ง” ทั้ง 400 เขต เก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง 1.5 แสนคน พัฒนาโปรแกรมมาตราฐานในการคำนวณผลที่มีความแม่นยำ โดยเฉพาะ 33 เขตเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครที่มีการแข่งขันสูง ใช้กลุ่มตัวอย่างถึง 4 หมื่นคน ความแม่นยำจึงต้องมีสูง ค่าความผิดพลาดต้องไม่เกินร้อยละ 3 ส่วนเขตอื่นๆ จะพยายามให้ค่าความผิดพลาดน้อยที่สุด 

“โพลไม่ได้เป็นการชี้นำ แต่คือการให้ข้อมูลที่ดีมาก เรามีอาสาสมัครมากกว่า 1,000 คน เจาะ 400 เขต “เลือกตั้ง” กลุ่มตัวอย่าง 1.5 แสนคน กระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวด้วยข้อมูลที่แม่นยำสูงจากเนชั่นโพล” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว 


ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวต่ออีกว่า การส่งคนลงไปในพื้นที่จะมีความแม่นยำสูงมาก โพลนี้จึงสามารถพยากรณ์ ดูทิศทางได้เลยว่าใครจะได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขตไหน แล้วถ้าวันสุดท้ายผลการ “เลือกตั้ง” เกิดมีความเปลี่ยนแปลง แสดงว่ามีปัจจัยอื่น อาจมีประเด็นเรื่องธนกิจการเมือง ความแตกต่าง เห็นช่องว่างการแข่งขันดุเดือดแค่ไหนในการใช้เงิน


ด้าน ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุด้วยว่า สถานการณ์คอร์รัปชันในประเทศไทยเลวร้ายมาก นักการเมืองคือยอดปิรามิดของประเทศ เวลานี้เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวพ้นยุคนักการเมืองเอาเปรียบบ้านเมือง การ “เลือกตั้ง” มีความหวังจะได้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันมีความหวังว่าเนชั่นจะนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริง และให้ข้อมูลมากที่สุด เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจก่อนการเลือกตั้ง

ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)ดร. มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

“พรรคใด นักการเมืองคนไหนสัญญาอะไรไว้กับประชาชน เราจะบันทึกทุกนโยบายต้านโกงลงใน ACT Ai ระบบจะเก็บข้อมูล ถึงวันที่ได้รัฐบาลใหม่ มาดูกันว่าใครจะโกหก ฝ่ายค้านมาร่วมกันแฉ ใครจะทำจริง ประชาชนสามารถดูในระบบ ACT Ai ได้เลยตลอดเวลา นักการเมืองเวลาเข้าไปมีอำนาจแล้ว ตัวเองไม่โกง แต่ให้พรรคพวกโกง คนโกงคือคนไม่ดี อย่าให้คนโกงเข้ามาบริหารบ้านเมือง” ดร. มานะ กล่าว 

‘เศรษฐา’ มุ่งเป้าเพิ่มราคาข้าว โกยเงินเข้ากระเป๋าชาวนา 3 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544560

10 มี.ค. 2566

'เศรษฐา' มุ่งเป้าเพิ่มราคาข้าว โกยเงินเข้ากระเป๋าชาวนา 3 เท่า

‘เศรษฐา’ ตั้งเป้าช่วยชาวนา อัพราคาข้าว ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มผลิตผล โดยเงินเข้ากระเป๋า 3 เท่า ชี้ไม่ซ้ำจำนำข้าว จับตา 17 มี.ค. เปิดนโยบายฮือฮาแน่นอน

วันที่ 10 มี.ค.หลังได้รับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย  นายเศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นครั้งแรก เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ อาทิ ประตูระบายน้ำบางจุดขวางทางน้ำ , ราคาปุ๋ยแพง , ราคาข้าวตกต่ำ เป็นต้น

โดยมั่นใจว่า หากเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยได้สส.ทั้งจังหวัด 5 เขต จะเป็นถนนกรุยทางให้เราไปสู่ทำเนียบรัฐบาล จัดการเรื่องการค้ากับต่างประเทศ ซึ่งเรามีนวัตกรรมที่ถูกต้อง ตรงจุด สามารถเพิ่มค่าข้าวได้ถึง 1200 กิโลกรัมต่อไร่ 

โดยภาคประชาชน ระบุถึงปัญหาเรื่องช่วงเวลาการทำนา ไม่ใช่คอยหยุดสั่งให้ทำนา แต่ให้บริหารจัดการช่วยให้เราทำนาได้ ราคาข้าวอย่างน้อยอยู่ที่ 1 หมื่นบาทต่อตัน ขออย่าให้ต่ำไปมากกว่านี้ ซึ่งนายเศรษฐา ระบุว่า หน้าที่ของพรรคเพื่อไทยคือทำให้จำนวนเงินที่สุทธิที่จะเข้ากระเป๋าเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในช่วงเวลาที่เราเป็นรัฐบาล จาก 1,000 บาท ให้เป็น 3,000 บาท จะต้องทั้งอัพราคาข้าว ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มผลิตผล ไปด้วยกัน 

'เศรษฐา' มุ่งเป้าเพิ่มราคาข้าว โกยเงินเข้ากระเป๋าชาวนา 3 เท่า

ปัญหาราคาปุ๋ยแพง พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ สร้างผลผลิตในท้องถิ่นมาทดแทนปุ๋ยเคมีที่ราคาขึ้นลงตามราคาตลาดโลก 

ปัญหาน้ำท่วม พรรคเพื่อไทยเรามีแผนงานที่จะทำซับเวย์กักเก็บน้ำ ขุดบ่อน้ำใช้ในหน้าแล้ง จัดหาปั๊มน้ำให้ชาวนาใช้สำหรับทำนา 

ปัญหาหนี้สิน ต้องจัดการให้หมดไป มีหนี้สินชาวนาทำนาเท่าไหร่ก็ต้องเอาเงินไปใช้หนี้หมด เงินไม่พอใช้จ่าย 

ปัญหาสุขภาพ มีแนวคิดที่จะยกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ดีและครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อพี่น้องชาวนาจะสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึง โดยเรามีความจริงใจ และมีความตั้งใจจริงแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวนาอย่างแท้จริง

'เศรษฐา' มุ่งเป้าเพิ่มราคาข้าว โกยเงินเข้ากระเป๋าชาวนา 3 เท่า

นายเศรษฐา ยังพูดถึงนโยบายแก้ปัญหาราคาข้าวจะเหมือนกับสมัยจำนำข้าวหรือไม่นั้น เรามุ่งที่รายได้สุทธิที่จะเข้ากระเป๋าของชาวนา แต่จำนำข้าวเป็นเรื่องที่มุ่งไปที่ราคาพืชผล นโยบายของเราวันนี้คือ ภาพรวมที่จะทำให้ชาวนามีเงินในกระเป๋าสูงกว่าเดิม 3 เท่า 

นอกจากนี้ไม่ขอพูดถึง 8 ปี ที่ผ่านมา แต่รับรู้ถึงความคับแค้น ความอัดอั้นตันใจ แต่ตนมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยสามารถทำได้ เพราะมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ และวันที่ 17 มีนาคม จะประกาศนโยบายใหม่และใหญ่ ซึ่งจะฮือฮาและกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งมโหราฬ

เมื่อถามถึงการโอนหุ้นเพื่อเข้าสู่เวทีการเมือง นายเศรษฐาได้โอนหุ้นให้ลูกวาวที่บรรลุนิติภาวะแล้ว เพื่อเดินเข้าสู้เวทีการเมือง ก็อยากแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยที่จะไม่เอาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือของบริษัทมาเกี่ยวข้องด้วยและผู้ที่ได้รับไปก็ต้องทำหน้าที่เสียภาษีตามกฏหมาย

'เศรษฐา' มุ่งเป้าเพิ่มราคาข้าว โกยเงินเข้ากระเป๋าชาวนา 3 เท่า

ช้างชนช้างที่ ‘อยุธยา’ ‘เลือกตั้ง66’ ศึกระหว่างคนคุ้นเคย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544561

10 มี.ค. 2566

ช้างชนช้างที่ 'อยุธยา' 'เลือกตั้ง66' ศึกระหว่างคนคุ้นเคย

จากคนร่วมชายคา แต่ต้องมาแข่งขัน ‘เลือกตั้ง66’ จังหวัดพระนครศรี ‘อยุธยา’ ยอมกันไม่ได้ ระหว่างแลนด์สไลด์ ตอกเสาเข็ม

นอกจากเคยเป็นเมืองหลวงของสยามประเทศมาแต่ครั้งโบราณ มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับด้านประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ยังเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นแลนด์มาร์ค เป้าหมายทางการเมือง หลายพรรคต่างมุ่งหวังส่งคนเข้ายึดครอง

หากย้อนกลับไปยังดูผลการเลือกตั้งราว 20 ปี ก่อน อยุธยา ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของไทยรักไทย หรือ พรรคเพื่อไทย ในปัจจุบัน ก่อนค่อยๆ ถูกแทรกซึมจากพรรคอื่นเข้ามา จนกระทั่งการเลือกตั้งปี 62 ถูกค่ายสีน้ำเงินเจาะไปได้ถึง 2 เก้าอี้ จากทั้งหมด 4 เขตเลือกตั้ง

โดยการเลือกตั้ง 66  อยุธยา แบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 5 เขต เนื่องด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้น เพื่อไทยเตรียมล้างตาขอเอาคืนแบบแลนด์สไลด์ แต่ต้องมาเสียขุนพลบ้านใหญ่คนสำคัญ อย่าง วิทยา บุรณศิริ อดีต รมว.สาธารณสุข สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2565

แน่นอนว่าทุกตารางนิ้ว  อยุธยา น่าจับตา แต่หากให้โฟกัส เป็นการวัดพลังของบ้านใหญ่วังน้อย อย่างตระกูล พันธ์เจริญวรกุล โดยการเลือกตั้งปี 62  สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จากภูมิใจไทย ลูกชาย ซ้อสมทรง สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ. พระนครศรีอยุธยา เอาชนะ วิทยา บุรณศิริ ของเพื่อไทย ไปด้วยคะแนนห่างกันครึ่งต่อครึ่ง

โดยอาศัยพลังของคนในตระกูล พันธ์เจริญวรกุล ที่อยู่แวดวงการเมืองท้องถิ่นมาเป็นพลังขับ ส่ง สส.เอ เข้าสภาหินอ่อน เป็นสมัยที่ 3 ซึ่งตระกูล พันธ์เจริญวรกุล ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเคยร่วมงานกับคนแดนไกลมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย

แต่เมื่อเลือกยืนขั้วตรงข้ามคนดูไบ ตั้งแต่ศึกเลือกตั้งคราวที่แล้ว ดังนั้น การเลือกตั้ง66  สส.เอ ที่ยังคงปักหลักนามผู้สมัครค่ายสีน้ำเงิน อาจต้องเจองานหนัก ที่เขต 3

แม้จะสิ้น วิทยา ประธานโซนภาคกลางไป แต่เพื่อไทยเตรียมไม้เด็ด ส่ง สจ.แบงค์ อาทิตย์ ภาคอินทรีย์ มารับภารกิจแลนด์สไลด์ บนเวทีการเมืองระดับชาติครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้ สจ.แบงค์ ถูกวางตัวไว้ลงเขต 4 แต่ให้โยกมาลงเขต 3 เพื่อแย่งเก้าอี้ สส.เอ แชมป์ปัจจุบัน จึงต้องมาดูกันว่าจะสามารถล้มช้าง ในการเลือกตั้ง 66 ได้หรือไม่

ถัดมาเขต 2 แชมป์เป็นของ นพ ชีวานันท์ จากเพื่อไทย ลูกชาย พ้อง ชีวานันท์ อดีต รมช.คมนาคม ในรัฐบาลนารีขี่ม้าขาว ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว สส. นพ ได้รับปูนบำเหน็จจากเพื่อไทย ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค

ทว่า ล่าสุดได้โอนย้ายสำมะโนครัวไปเรียบร้อย เพราะ สส.นพ ได้เสียบบัตรแสดงตนในงานวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 64 ปี  ครูใหญ่การเมือง ถึงถิ่นบุรีรัมย์ เมื่อช่วงเดือน ต.ค. 2565 เท่ากับส่งสัญญาณชัดเจนว่า สส.นพ จะลงป้องพื้นที่ในศึกเลือกตั้ง66 กับค่ายภูมิใจไทย

เมื่อมีการแปรพักตร์ เพื่อไทย จึงส่ง สุรเชษฐ์ ชัยโกศล อดีตผู้สมัคร สส. เขต 1 ซึ่งเคยพ่าย ให้กับ เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร จากภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งปี 62 ขยับมาชน เพราะคร่ำหวอดการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน อีกทั้ง ยังเคยเป็นถึงอดีตแกนนำคนเสื้อแดงอยุธยา มารับงานแลนด์สไลด์ จึงกลายเป็นศึกคนเคยๆ มางัดกันเอง

การเมืองกรุงเก่าจึงถือแม้จะเป็นคนรู้จักมักจี่  แต่ก็ต้อง จัดหนัก จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร แม้เคยร่วมชายคาเดียวกันมาก่อน  เชื่อว่าจะไม่มีใครยอมใคร ในศึกเลือกตั้ง 66  ที่กำลังจะมาถึงนี้

‘เนชั่นกรุ๊ป’ ระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่ จัด “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544552

10 มี.ค. 2566

‘เนชั่นกรุ๊ป’ ระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่ จัด “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

‘เนชั่นกรุ๊ป’ ยกทัพ 10 สื่อในเครือ ร่วมเกาะติดวันชี้ชะตาอนาคตประเทศ กางโรดแมปจัดโครงการใหญ่ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” จัดทำโพลเจาะลึก 400 เขตเลือกตั้ง ปูพรม 360 องศา รวมทุกองคาพยพ ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย

10 มี.ค. 2566 เครือเนชั่น ประกาศความพร้อม กางยุทธศาสตร์ผนึกกำลังสื่อในเครือ ร่วมกับ ภาคีพันธมิตรชั้นนำระดับประเทศ แถลงข่าวความร่วมมือโครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” 
 

เพราะ ‘การเลือกตั้ง’ ของประเทศไทย ที่จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ค. นี้ ถือว่าเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย ทั้งนี้ หลังจากทั่วโลกเพิ่งผ่านจุดวิกฤติมหตภัยโรคร้าย ‘โควิด -19’ ส่งผลให้ โครงสร้างสังคม เศรษฐกิจและวิถีชีวิต เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ประเทศไหน เข้าใจ ปรับตัว วางกลยุทธ์ ได้เร็ว และตรงจุด ย่อมได้เปรียบในการแข่งขัน บ่งชี้ความอยู่รอดของประเทศ

‘Geopolitics’ เป็นอีกตัวแปร และความท้าทายของผู้นำทั่วโลก ว่าจะวางกลยุทธ์อย่างไร ในภาวะภูมิรัฐศาสตร์ โลกแบ่งขั้ว

‘Sustainability’ ทั้งโลกกำลังเคลื่อนมาทางนี้ ทุกประเทศ ถูกกดดัน ให้ปรับตัว วางกติกา ซึ่งเป็นพันธกิจของภาครัฐและเอกชน ต้องเข้าใจและทำงานร่วมกัน

“Road to The Future: เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” จึงเป็นมากกว่าการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้ง ครั้งนี้ เป็นการกำหนดอนาคตประเทศ

ทั้งนี้ จะเป็นความร่วมมือระหว่าง สถาบันสื่อมืออาชีพ สถาบันวิชาการชั้นนำของประเทศ คณาจารย์และนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญในด้านการวิเคราะห์บิ๊กเดต้า องค์กรอิสระ และภาคเอกชน ที่เล็งเห็นปัญหาและตระหนักถึงผลลัพธ์ของการเลือกตั้งครั้งนี้ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง พร้อมแสดงเจตนารมย์ในการเป็นสื่อกลางสนับสนุนการเมืองสุจริต รวมพลังขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทยให้ดียิ่งกว่า

ฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า หมุดหมายสำคัญในโครงการ ‘Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย’ เป้าหมายไม่ใช่แค่รายงานข่าวว่าการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แต่เนชั่นต้องการสื่อให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตประเทศ สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

เราในฐานะองค์กร ‘สื่อ’ ที่มีศักยภาพในด้านการสื่อสาร จึงต้องทำหน้าที่อย่างเข็มแข็ง นำเสนอข้อมูลให้หลากหลาย ข่าวสารที่ถูกต้องที่สุด และออกสู่สาธารณชนมากที่สุด ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจของสังคม อันมีหน้าที่ ‘ร่วมกัน’ กำหนดชะตากรรมของตัวเองและประเทศชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างแนวร่วมอันเข้มแข็ง จับมือกับภาคีพันธมิตรผนึกกำลังขับเคลื่อนให้การเลือกตั้งสุจริต อยู่ภายใต้กฎกติกา เพราะถ้าการเลือกตั้งไม่อยู่ในกติกา ไม่ยุติธรรม มีการเล่นนอกระบบประชาธิปไตย อาจก่อให้เกิดเหตุอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้ประเทศถอยหลัง ไม่พัฒนาไปข้างหน้า

‘เนชั่นกรุ๊ป’ ระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่ จัด “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”
‘เนชั่นกรุ๊ป’ ระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่ จัด “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

“การเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนพึงตระหนักรู้ ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมชีวิตของตนเองและอนาคตของประเทศชาติ รวมถึงลูกหลานของเราในภายภาคหน้า” ฉาย ทิ้งท้าย

‘เนชั่นกรุ๊ป’ ระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่ จัด “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

โครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” ได้รับความร่วมมือจาก สถาบันพระปกเกล้า องค์กรพันธมิตรที่สนับสนุนข้อมูลการเลือกตั้ง งานวิจัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง “ตระกูลการเมือง” และทำรายการร่วมกันในคอลัมน์ “สแกนบ้านใหญ่” รวมถึงมีผลสำรวจ Pre-Election ที่จะเปิดเผยกับเนชั่นเป็นที่แรก, คณาจารย์และสถาบันที่ร่วมจัดทำ ‘เนชั่นโพล’ ได้แก่ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (นมร.), สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD), มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์, ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.), คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) พันธมิตรผู้เป็นแกนหลักสำคัญ ในการสร้างความตื่นตัวและความเข้าใจในภาคประชาชน สนับสนุนประชาธิปไตยสีขาว, บุญมีแล็บ,และ วีวิส

‘เนชั่นกรุ๊ป’ ระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่ จัด “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

โดยวางยุทธศาสตร์ ปูพรมสื่อทุกแพลตฟอร์ม ผ่านการซินเนอร์ยีของสื่อในเครือและพันธมิตรอย่างสมบูรณ์แบบ

1. กิจกรรม:  เวทีดีเบตนโยบายของผู้นำหรือตัวแทนของพรรคการเมืองต่างๆ รวม 9 เวที

  • อนาคตประเทศไทย “Economic Drives” วันที่ 9 ก.พ. 2566
  • อนาคตประเทศไทย “SME จะไปทางไหน?” วันที่ 15 ก.พ. 2566
  • อนาคตประเทศไทย “นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศ” วันที 7 มี.ค. 2566
  • อนาคตประเทศไทย “Soft Power ความฝัน หรือ ความจริง?” วันที่ 14 มี.ค. 2566
  • เวทีดีเบต ณ ลานโอเปร่า จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 11 มี.ค. 2566
  • เวทีดีเบต ณ สวนสาธารณะ เมืองสงขลา จังหวัดสงขลา วันที่ 25 มี.ค. 2566
  • เวทีดีเบต ณ ศาลากลางเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี วันที่ 8 เม.ย. 2566
  • เวทีดีเบต ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 22 เม.ย. 2566
  • เวทีดีเบต ณ ลานพาร์ค พารากอน กรุงเทพมหานคร เดือนพฤษภาคม 2566

2. เนชั่นวิเคราะห์ และ เนชั่นโพล

  • ‘เนชั่นวิเคราะห์’ เป็นการวิเคราะห์แบบเจาะลึก โอกาสของพรรคการเมือง 400 เขตเลือกตั้ง พรรคไหนจะมี ส.ส.แต่ละจังหวัด แต่ละพรรคจะมี ส.ส.เขต รวมกี่ที่นั่ง จะมีการรายงานออกมา 2 ครั้ง ในเดือนเมษายน ดำเนินการโดยกองบรรณาธิการเครือเนชั่น ซึ่งมีจำนวน 10 สื่อ ซึ่งเป็น ‘คณะทำงาน’ ที่มีประสบการณ์ เข้าใจการเมืองเป็นอย่างดี มาประเมินและวิเคราะห์
  • ‘เนชั่นโพล’ เป็นการสำรวจ 400 เขตเลือกตั้ง ตามหลักวิชาการ เป็นความร่วมมือระหว่าง เนชั่น กรุ๊ป และ คณาจารย์ สถาบันวิชาการ และนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านการทำโพลเลือกตั้ง จัดทำโพลรายงานทั้งหมด 2 ครั้ง เป็นโพลที่มีความน่าเชื่อถือ แม่นยำที่สุด และ Sample size ที่ใหญ่ที่สุดมากกว่า 150,000 ตัวอย่าง
‘เนชั่นกรุ๊ป’ ระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่ จัด “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

3. รื้อผัง ปรับเนื้อหา ‘Nation TV ช่อง 22’

ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป เนชั่นทีวี จะมีการเพิ่มช่วงเวลา บทวิเคราะห์ และ ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ในรายการข่าวต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางให้ข้อมูล แก่ประชาชนมากที่สุด

1 เดือนสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง จะเพิ่มรายการพิเศษ Nation Insight: Special ออกอากาศจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30-08.00น. ดำเนินรายการ โดย 3 บรรณาธิการข่าวอาวุโส วีระศักดิ์ พงษ์อักษร บากบั่น บุญเลิศและ สมชาย มีเสน เริ่มวันที่ 3 เม.ย. – 12 พ.ค. 2566

7 พ.ค. 2566 ‘วันเลือกตั้ง’ จะมีการปรับผังใหม่ ‘Nation Election’ รองรับการเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00น. เพื่อเกาะติดทุกความเคลื่อนไหว รายงานผลคะแนน และ บทวิเคราะห์เจาะลึกแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

‘เนชั่นกรุ๊ป’ ระดมสรรพกำลังครั้งใหญ่ จัด “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

4. ปูพรม 10 สื่อในเครือ ปรับเนื้อหา เพิ่มช่องทาง สื่อออนไลน์ และ หนังสือพิมพ์ จะมีหน้า ‘พิเศษ’ เพิ่มเนื้อหารองรับการเลือกตั้ง

5. Nation Group x Boonmee Lab จัดทำ Data Visualization รายงานข้อมูลการเลือกตั้ง โพล และผลเลือกตั้ง ย่อยข้อมูลระดับประเทศให้เห็นชัด สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ฉับไวผ่าน Infographic เพิ่มการเข้าถึง และการมีส่วนร่วมทุกช่วงวัยของคนในสังคม

มารวมพลังเดินหน้าขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย เกาะศึกการเลือกตั้งครั้งสำคัญ

ใน “Road to The Future: เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย”

ติดตามข่าวสารแม่นยำ ฉับไว เชื่อถือได้ ผ่านทุกสื่อในเครือเนชั่น

ระทึก สามพรรคการเมือง เข้าสู่กระบวนการ ‘ยุบพรรค’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544549

10 มี.ค. 2566

ระทึก สามพรรคการเมือง เข้าสู่กระบวนการ 'ยุบพรรค' แล้ว

‘ยุบพรรค’ ตามหลอนเลือกตั้ง สามพรรคการเมืองเข้าสู่กระบวนการ แค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ กกต.

การยุบพรรคการเมืองถูกกำหนดให้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 92 ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อ กกต. ยื่นให้ศาลรัฐธรรมสั่งยุบพรรคการเมือง  การยุบพรรคการเมืองถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่แค่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดตามที่บัญญัติ พรรคการเมืองที่ตกเป็นเป้าหมายเหล่านั้นก็ตกอยู่ในความเสี่ยงทันทีและขณะนี้ มี 3 พรรคการเมืองถูกส่งเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว

พรรคพลังประชารัฐ ถูกนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นขอให้ กกต. ตรวจสอบกรณีที่พลังประชารัฐรับเงินบริจาค 3 ล้านบาท จากนายทุนชาวจีนเจ้าของบ่อนการพนันในรูปสถานบันเทิงย่านยานนาวา ซึ่งอาจขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ใน 3 มาตรา คือ มาตรา 44  ห้ามพรรคการเมืองรับเงินหรือรับประโยชน์อื่นใดจากบุคคลที่ให้การสนับสนุนการทำลายความมั่นคงและทำลายเศรษฐกิจของชาติ มาตรา 72 ห้ามพรรคการเมืองรับเงินหรือทรัพย์สินประโยชน์อื่นใดโดยรู้หรือควรรู้ว่าแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมาตรา 74
ห้ามพรรคการเมืองรับเงินจากบุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย

พรรคเพื่อไทย ถูกนักร้องคนเดียวกันกล่าวหากรณีกรณีมีกลุ่มสส.อีสาน เดินทางไปพบ ทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาประเทศสิงคโปร์ ในช่วง 6-12 มี.ค. 65 ที่ผ่านมา เข้าข่ายถูกชี้นำ/ครอบงำ ตาม ม.28 ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560  หรือไม่

พรรคก้าวไกล ถูกพรรคไทยภักดี ยื่นให้ กกต.ตรวจสอบและดำเนินการยุบพรรค เหตุเพราะพรรคก้าวไกลนำเสนอนโยบายเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 116 ซึ่งอาจขัดต่อ พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ เนื่องจากมาตรา 112 เป็นกฎหมายที่คุ้มครองพระประมุขของรัฐ

แค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองเหล่านี้กระทำผิด กกต.ก็สามารถส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคได้แล้ว  ทำให้หลายฝ่ายวิตกกันว่า การยุบพรรคอาจทำให้ประเทศติดกับดักทางการเมืองอีกครั้ง  โดยมีตัวอย่างพรรคที่ถูกยุบหลังบังคับใช้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2561  ไม่ว่าจะเป็นพรรคไทยรักษาชาติ หรือ พรรคอนาคตใหม่ ขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูเลือกตั้ง แย่งชิงอำนาจทางการเมือง

‘อ.ไข่’ ยื่นหนังสือ ‘ปชป.’ หนุนร่างกฎหมายตั้งสภาศิลปิน ศิลปวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544547

10 มี.ค. 2566

'อ.ไข่' ยื่นหนังสือ 'ปชป.' หนุนร่างกฎหมายตั้งสภาศิลปิน ศิลปวัฒนธรรม

‘อ.ไข่’ ยื่นหนังสือ ‘ปชป.’ หนุนร่างกฎหมายตั้งสภาศิลปิน ศิลปวัฒนธรรม ‘จุรินทร์’ ไม่ขัด ยินดีผลักดันเข้าสภา เพราะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2566 อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า และคณะ ยื่นหนังสือที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.สภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งชาติ 

โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. คุณวทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง เป็นผู้ร่วมรับหนังสือ 

นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยินดีที่จะสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ที่ถือว่าเป็นการรวมตัวเพื่อตั้งให้เป็นสภาวิชาชีพ รวมศิลปินและด้านศิลปวัฒนธรรมเข้ามาด้วย โดยร่างพ.ร.บ.ที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมไว้ เป็นร่างที่มีลักษณะไม่แตกต่างกันแบบฟ้ากับดิน แต่มีหลักการใหญ่ คือ ต้องการให้มีสภาวิชาชีพทางด้านนี้ สอดดคล้องกับแนวนโยบายของพรรคและจะช่วยดำเนินการทุกวิถีทางให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาให้ได้ต่อไปในอนาคต 

เมื่อถึงเวลาหากสภารับหลักการ ก็จะมีการตั้ง กรรมาธิการ(กมธ.)เข้าไปพิจารณาอยู่แล้ว ซึ่ง กมธ. ชุดดังกล่าวก็จะประกอบด้วย ผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆ ตัวเจ้าของร่าง ศิลปินทั้งหลายที่จะต้องเข้าไปร่วมเป็น กมธ. 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์ทุกด้านของประเทศไทย สิ่งนี้ถือว่าเป็นผู้ทั้งสร้างสรรค์ และสรรสร้างซอฟต์พาวเวอร์ รวมทั้งเจียระไนซอฟต์พาวเวอร์ดั้งเดิมของเราให้โดดเด่นขึ้นมาอีกในเวทีโลก ตลาดโลกด้วย ซึ่งต้องอาศัยมือศิลปินทุกคนช่วยกันทุกแขนง 

ด้านอ.ไข่ มาลีฮวนน่า ระบุว่า ช่วงโควิด 3 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่สาหัสมาก ดังนั้นเมื่อมีพัฒนาการมาถึงวันนี้ หากจะมีบ้านสักหลังที่จะเป็นการรวบรวมเครือข่ายของศิลปิน ศิลปะ และคนบันเทิงทั้งระบบ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ล้านกว่าคน ตนจึงอยากให้พรรคการเมืองต่างๆ มีนโยบายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.สภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งชาติ พร้อมกับได้จัดทำนโยบายในเรื่องที่เกี่ยวกับการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมต่อไป และมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำเรื่อง Creative Economy มาตั้งแต่ต้นด้วย ก็อยากให้สืบสานต่อยอดต่อไป 

อ.ไข่ มาลีฮวนน่า อ.ไข่ มาลีฮวนน่าอ.ไข่ มาลีฮวนน่า ยื่นหนังสือ พรรคประชาธิปัตย์อ.ไข่ มาลีฮวนน่า ยื่นหนังสือ พรรคประชาธิปัตย์

ระบบ ‘บ้านใหญ่’ จะเป็นปัจจัยชี้ขาด การ ‘เลือกตั้ง66’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544544

10 มี.ค. 2566

ระบบ 'บ้านใหญ่' จะเป็นปัจจัยชี้ขาด การ 'เลือกตั้ง66'

ตัวแทนสถาบันพระปกเกล้าฯ มองว่าการ ‘เลือกตั้ง66’ มีปัจจัยสำคัญอยู่ที่ระบบ ‘บ้านใหญ่’ ซึ่งมีรากที่มาและรีโนเวทใหม่ให้เป็นปัจจุบัน

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเข้าร่วมแคมเปญ “Road to The Future: เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” กับเนชั่นกรุ๊ป กล่าวบนเวทีว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญกับบ้านใหญ่ เพราะมีความหมายในการชี้ชะตาอนาคตพรรคการเมือง แม้จะถูกมองว่าเป็นการเมืองแบบเก่า แต่หากสแกนลงไปในพื้นที่จะพบว่าบ้านใหญ่เองก็มีการปรับตัวแล้วเช่นกัน

การเลือกตั้งครั้งนี้ บ้านใหญ่กลับมาโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่แสดงความมั่นใจเพราะมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มบ้านใหญ่ตระกูลดังที่ต้องการเข้าสู่การเมือง บ้านใหญ่จำนวนไม่น้อยดูรกร้างเงียบเหงา บ้านใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง ปรับปรุงได้ทันสมัย เป็นที่เย้ายวนของพรรคการเมืองที่จะเข้าไปดีลด้วย ทำให้คาดการผลการเลือกตั้งล่วงหน้าได้

ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมฯสถาบันพระปกเกล้า เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างสื่อกับภาควิชาการทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มหาศาลเกื้อกูลซึ่งกันและกัน วันนี้สถาบันพระปกเกล้าฯขนข้อมูลทุกอย่างที่มี  ลงมาให้เนชั่นฯนำเสนอ และพร้อมสกัดข้อมูลที่สำคัญเผยแพร่สู่ประชาชน

 สถาบันพระปกเกล้าฯก่อตั้งมา 25 ปี มีภาระกิจเพื่อประชาธิปไตย ประตูบานแรก ที่ประชาชนจะเข้าถึงได้  คือการเลือกตั้ง การเมืองมีพลวัติ จากการเปรียบเทียบการเมืองไทยที่ผ่านมา มีปัจจัยที่เข้ามากระแทกแตกต่างกันไป  เมื่อศึกษาก็ทำให้รู้ความเป็นมาเป็นไป ทำให้รู้รากที่มาของบ้านใหญ่ จากนักวิจัยประจำจังหวัดต่างๆ สะสมประวัติคนเหล่านี้ มาวิเคราะห์ ทำความเข้าใจ ประมวลภาพให้เห็นความเป็นมา เป็นข้อมูลในการเลือกตั้ง

‘จูรี’ สุดทน ร้อง’นายกฯ’ ชายฝั่งถูกกัดเซาะที่ดินหายลงทะเลทั้งแปลง (มีคลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544539

10 มี.ค. 2566

'จูรี' สุดทน ร้อง'นายกฯ' ชายฝั่งถูกกัดเซาะที่ดินหายลงทะเลทั้งแปลง (มีคลิป)

‘จูรี นุ่มแก้ว’ สุดทน ยืนอัดคลิปริมชายฝั่ง เรียกร้อง’นายกฯ’ แก้ปัญหามรสุมถูกกัดเซาะที่ดินหายลงทะเลทั้งแปลง เรื้อรัง 10 ปี ไร้การเหลียวแล

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2566 นายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคชาติพัฒนากล้า ในฐานะชาว อ.ระโนด ได้อัดคลิปวีดีโอขณะอยู่ริมชายหาด แต่ปรากฎว่า พื้นที่ซึ่งเป็นของชาวบ้านและมีโฉนด กลับถูกซัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นปัญหามานานนับสิบปี แต่ไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 


โดยเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สงขลา รวมถึงตรวจติดตามแนวทางการแก้ปัญหาพื้นที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณ หมู่ที่ 2 ต.นาบอน ในวันพรุ่งนี้ (11 มี.ค.)นั้น ดูแลติดตามอย่างจริงจัง เพราะบางจุดมีศาลาและโกฐบรรจุอัฐิของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ถูกกัดเซาะจนพังทลายได้รับความเสียหายอย่างหนัก บ้านบางหลังพังและจมหายลงไปในทะเล 

ทั้งที่ชาวบ้านจ่ายภาษีบำรุงท้องที่ทุกปี แต่พอมาดูโฉนดบางพื้นที่หายไปกว่าครึ่งแปลง บางพื้นที่จมหายไปทั้งแปลงก็มี เหลือแต่โฉนดที่เป็นกระดาษ ปีที่แล้วต่อเนื่องถึงปีนี้หนักมาก และหนักขึ้นทุกปี จึงเรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กรมเจ้าท่า ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยดูแล จัดหาที่อยู่ใหม่และซ่อมแซมที่อยู่อาศัยโดยด่วน ก่อนที่ชาวบ้านจะต้องย้ายที่อยู่ลงไปในทะเล 

ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากการสร้างกำแพงกันคลื่นของกรมเจ้าท่า เป็นปัญหามานานและไม่ได้รับการดูแลแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด 

นายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคชาติพัฒนากล้า นายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคชาติพัฒนากล้า

กำหนดการของพรรคชาติพัฒนากล้า ระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคม 2566  นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคพร้อมทีมงาน จะลงพื้นที่ จ.สงขลา เช่นกัน

วันที่ 10 มีนาคม ช่วงบ่ายพบปะพี่น้องประชาชนในเขตเมืองเก่าสงขลาและเข้าร่วมกิจกรรมงานวันสงขลาครบรอบ 181 ปี ณ ถ.นางงาม นครใน นครนอก ร่วมกับนายกัณฑ์ นวกัณฑ์ ว่าที่ผู้สมัคร เขต1 จากนั้นในช่วงเย็นร่วมทอล์คเศรษฐกิจ ณ ไมอามี่ สงขลา 

วันเสาร์ที่ 11 มี.ค. ลงพื้นที่เขตอำเภอหาดใหญ่ เริ่มด้วยการพบกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์ และรับหนังสือแก้ปัญหากลิ่นขยะเน่าเหม็นที่ตำบลควนลัง ร่วมกับนายพงศธร สุวรรณรักษา หรือ ทนายอาร์ม เขต 9 และลงพื้นที่ในใจกลางเมืองหาดใหญ่ บริเวณตลาดคลองเรียนร่วมกับนายจูรี นุ่มแก้ว เขต 2 เนื่องจากการลงพื้นที่ล่าสุดได้รับเสียงตอบรับจากโซนพื้นที่ค้าขาย ธุรกิจเป็นอย่างมาก และในช่วงเย็นลงพื้นที่ต่อเนื่องที่ตลาดน้ำคลองแห เพื่อทำกิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนกับ ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 อาจารย์อ๊อด นายประสิทธิ์ รัตนพันธ์

วันอาทิตย์ 12 มี.ค. เข้าร่วมกิจกรรมว่ายน้ำข้ามทะเลสาบสงขลา 2 กิโลเมตร เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองเก่า-หัวเขา เริ่มจากจุดปล่อยตัวที่ โรงสีแดง ถนนนครนอก จนถึงเส้นชัย ที่ Songkhla Pier ฝั่งหัวเขา โดยความพิเศษของรอบนี้คือ ผู้จัดจะมีการร่วมระดมทุนช่วยเครื่องมือแพทย์ขาดแคลนที่ รพ.สต.หัวเขา ด้วย

นายจูรี นุ่มแก้ว(ซ้าย) และ นายกรณ์ จาติกวณิช(ขวา)นายจูรี นุ่มแก้ว(ซ้าย) และ นายกรณ์ จาติกวณิช(ขวา)

‘รังสิมันต์ โรม’ เดินหน้าสู้ ‘ส.ว.ทรงเอ’ ปมศาลถอนหมายจับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544531

10 มี.ค. 2566

'รังสิมันต์ โรม' เดินหน้าสู้ 'ส.ว.ทรงเอ' ปมศาลถอนหมายจับ

‘รังสิมันต์ โรม’ เดินหน้าสู้ ร้องเรียน ปมถอนหมายจับ ‘ส.ว.ทรงเอ’ ลั่น กฎหมายต้องเท่าเทียม ย้ำ ก้าวไกล ไม่ใช่พรรคที่น่ากลัว ทำงานแบบตรงไปตรงมา


ควันหลงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ ตามที่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายมาตรา 152 เมื่อวันที่ 16ก.พ.ที่ผ่านมา  ที่เปิดข้อมูลว่ามีสมาชิกวุฒิสภา ที่มีการเรียกขานกันว่า ส.ว.ทรงเอ เข้าเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงินยาเสพติด และให้ตึกเป็นที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 
จากนั้นวันที่ 8 มี.ค. นายรังสิมันต์ ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เพื่อให้ตรวจสอบอธิบดีผู้พิพากษา, รองอธิบดีผู้พิพากษา และผู้พิพากษา ที่นั่งบัลลังก์ในการพิจารณาเพิกถอนหมายจับสมาชิกวุฒิสภาคนดังที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด  ซึ่งตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ได้มีการมาขอศาลออกหมายจับ หลังจากมาขอและศาลออกหมายจับในตอนเช้า ปรากฏว่าในช่วงบ่ายมีการยกเลิกหมายจับ สาเหตุสำคัญที่ศาลอธิบายคือได้รับฟังคำแนะนำจากอธิบดีของศาล ว่าบุคคลนี้เป็นบุคคลที่มีความสำคัญ ซึ่งศาลไม่ทราบก่อน จึงขอให้ถอนหมายจับและบอกกับเจ้าพนักงานตำรวจที่มาขอออกหมายจับว่า ให้ไปดำเนินการออกหมายเรียกก่อน

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกับ รังสิมันต์ โรม รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี พูดคุยกับ รังสิมันต์ โรม
รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ได้พูดคุยกับนายรังสิมันต์ ในประเด็น “โรม” 200 ล้านเปิดหน้าชน ส.ว.ทรงเอ

นายรังสิมันต์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า คดีนี้มีพิรุธหลายอย่าง หนึ่งในข้อกังขา เดิมจะมีการออกหมายจับ ส.ว.ทรงเอ ท่านนี้ แต่ผ่านไปในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ได้เรียกตำรวจที่ขอออกหมายจับ และไม่อนุมัติหมายจับ โดยให้เหตุผลว่า ส.ว.ท่านนี้เป็นบุคคลสำคัญ ตอนออกหมายจับไม่ทราบว่าเป็น ส.ว. จึงขอถอนหมายจับ และให้ไปออกหมายเรียกก่อน การจะออกหมายเรียกนั้น ต้องให้ตำรวจเจ้าของสำนวนออกหมายเรียก ตั้งแต่ 3 ต.ค. 2565 ก็ไม่มีกระบวนการทางกฎหมายใด ด้วยมีเอกสิทธิคุ้มครองอยู่ 

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
ตนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน แล้วนำไปเสนอต่อ คณะกรรมการศาล ตุลาการ ที่มีมูลว่ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมต่อไปก็จะร้อง ป.ป.ช. ด้วยในเรื่องเดียวกัน ซึ่งก็จะส่งเรื่องกลับมาที่ กต. 
ในเรื่องการถอนหมายจับ กฎเกณฑ์ในการถอนหมายขึ้นิอยู่กับอะไรกันแน่ แต่ตามกฎหมายการบังคับใช้ต้องเหมือนกัน ไม่ควรมีข้อยกเว้น และในกรณีส.ว.ทรงเอนั้น ด้วยอัตราโทษที่สูง สามารถออกหมายจับได้เลย ไม่ต้องมีการออกหมายเรียกก่อน เพราะเกรงเรื่องการหลบหนี และยิ่งมีตำแหน่งระดับสูง โทษก็จะสูงตาม ขนาดคนธรรมดา ก็โทษสูงระดับประหารชีวิตอยู่แล้ว ในฐานความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะด้วยความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ในการดำเนินการเหมือนกับคนทั่วไป สิทธิพิเศษมีเรื่องเดียวแค่ในระหว่างสมัยประชุมสภา ไม่สามารถดำเนินคดีได้ การที่ศาลให้คำแนะนำว่าเป็นบุคคลสำคัญ ซึง่ในความเป็นจริงทำไม่ได้ 

'รังสิมันต์ โรม' เดินหน้าสู้ 'ส.ว.ทรงเอ' ปมศาลถอนหมายจับ
ขณะเดียวกันในเรื่องการเมืองที่กำลังเข้มข้นทุกขณะ เส้นทางของ พรรคก้าวไกล ในความเห็นของ นายรังสิมันต์ บอกว่า ไม่ได้มองพรรคเพื่อไทยเป็นศัตรู เอานโยบายมาว่ากัน เพื่อได้คะแนนจากประชาชน ในทางการเมือง เราพยายามเอามรดก และพรรคการเมืองที่เป็นทหารจำแลงมา ออกไปจากการเมือง คนที่ได้รับผลกระทบจากยุทธศสตร์ของก้าวไกล คือ พลังประชารัฐ 

กับ รวมไทยสร้างชาติ ที่ชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตนไม่คิดว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อเพื่อไทย และถ้าเพื่อไทยนมีความชัดเจนวนการเป็นพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย เป็นพรรคกรเมืองที่ไม่เอามรดก คสช. ไม่มีทางที่ทั้ง 2 พรรคจะมีเป้าหมายที่ขัดแย้งกัน  ในเรื่องการจะร่วมงานของพรรคเพื่อไทย ในเรื่องการไม่ลงรอยกันบ้าง ไม่มีผลต่อการทำงาน ต้องถามว่าถ้าเป้าหมายเดียวกันไม่มีทางที่จะสู่ความขัดแย้งกัน 

'รังสิมันต์ โรม' เดินหน้าสู้ 'ส.ว.ทรงเอ' ปมศาลถอนหมายจับ
และเมื่อมองที่เรื่องฐานเสียง คนจะมองกันว่าทั้ง 2 พรรคนั้นมีฐานเสียงที่ใกล้เคียงกัน ส่วนตัวไม่ค่อยเห็นด้วยกันวิธีคิดนี้ เหตุที่ว่า อาจจะมีบ้างบางส่วนที่ให้คะแนน แต่ใครที่เป็นแฟนคลับแบบเหนียวแน่นของก้าวไกล ก็ไม่เทคะแนนให้เพื่อไทย เช่นกันใครที่เหนียวแน่นกับเพื่อไทย ก็ไม่เทคะแนนให้ก้าวไกล ซึ่งที่เห็นต่อไป มีความพยายามมุ่งไปสู่คนรุ่นใหม่ ที่แข่งกับก้าวไกล แต่ดูภูมิใจไทย ที่ดึงส.ส.ต่างจังหวัดไปจำนวนมาก ในความเป็นจริงฐานเสียงกับเพื่อไทยแยกกันพอสมควร ในทุกวันนี้ มีความพยายามที่จะแยกพรรคก้าวไกลออกไป ส่วนข่าวลือที่เพื่อไทยจะจับมือพลังประชารัฐ เรื่องนี้ก็พยายามหาคำตอบ แต่โดยธรรมชาติของก้าวไกล เราเป็นพรรคการเมืองที่ตรงไปตรงมาที่สุด อะไรเป็นปัญหา เราก็พยายามออกนโยบายแก้ไขตรงนั้น ในแวดวงการเมือง กังวลที่สุดคือเรื่อง 112 แต่ก็ต้องกลับมาคดว่าแล้ว 112 มีปัญหาหรือไม่ การที่มีคนถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 จำนวนมากมันไม่เป็นปัญหาหรืออย่างไร เราจึงพยายามออกนโยบายแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยมาคุยกัน แต่มีความพยามยามที่จะผลักก้าวไกล ให้เป็นแกะดำ เป็นพรรคการเมืองที่ไม่สามารถสังฆกรรมกับพรรคการเมืองอื่นได้ ทำไมเราไม่คิดใหม่ ที่จะผลักแก๊ง 3 ป.ออกไป ตนยืนยันว่า ก้าวไกล ไม่ใช่พรรคที่น่ากลัว และไม่ควรปล่อยให้ประชาชนไปลงถนนกันเอง ท้ายที่สุดมันก็จะนำพาประเทศไปในจุดที่เรียกว่า ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งมีนมีบทเรียนมาแล้วหลายครั้ง