ราเมศ ‘โฆษกปชป.’ ลุย แก้ปัญหา ‘ที่ดินทำกิน’ จ.พังงา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544219

05 มี.ค. 2566

ราเมศ ‘โฆษกปชป.' ลุย แก้ปัญหา ‘ที่ดินทำกิน’ จ.พังงา

ราเมศ ‘โฆษกปชป.’ ลุย แก้ปัญหา ‘ที่ดินทำกิน’ จ.พังงา ชี้ กรมที่ดิน ต้องจริงใจในการพิสูจน์สิทธิ ชาวบ้านบางรายต่อสู้มานานถึง 30 ปี พร้อมชูนโยบาย โฉนดล้านแปลง ใน 4 ปี

5 มี.ค.2566 นายราเมศ รัตนะเชวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (โฆษกปชป.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้กับประชาชนว่า เรื่องปัญหาที่ดินทำกิน ถือเป็นปัญหาลำดับต้น ๆ ของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ เป็นปัญหาที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ได้สนใจในปัญหานี้เท่าที่ควร

สำหรับในพื้นที่จังหวัดพังงา ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันดับแรกที่พี่น้องประชาชนต้องการให้มีการแก้ไข พร้อมกับได้ยกตัวอย่างจากการลงพื้นที่ใน หมู่ที่ 3 ตำบล เหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา พบว่าที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย และทำสวน เป็นที่ดินที่ไม่ได้อยู่ในเขตป่า

“แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปสำรวจก็จะเกิดข้ออ้างหลากหลายประการที่ทำให้ชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่สามารถที่จะออกโฉนดได้ ซึ่งชาวบ้านได้ต่อสู้เรื่องนี้มานานกว่า 30 ปี ทั้ง ๆ ที่มีหลักฐานสิทธิในที่ดิน นส. 3 และเอกสารอื่นๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงการถือครองที่ชอบ”โฆษกปชป. กล่าว

ซึ่งจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลด้วยตัวเอง ก็เชื่อมั่นว่า มีหลายแปลงสามารถออกเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนดได้ เพียงแต่เจ้าหน้าที่รัฐที่เดินสำรวจ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับชาวบ้าน และไม่คิดที่จะช่วยกันหาทางพิสูจน์สิทธิด้วยความจริง ด้วยการรับฟัง รวมถึงการให้ชาวบ้าน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วม

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ตนจะได้นำเรื่องนี้เสนอต่อให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย เพื่อใช้กลไกของฝ่ายนิติบัญญัติช่วยแก้ปัญหาในช่วงท้ายของวาระสภาสมัยนี้ และจะได้นำเสนอต่อ นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกช่องทาง เพื่อให้ช่วยสั่งการกรมที่ดินรวมรวมข้อเท็จจริง รายงานต่อรัฐมนตรีสำหรับหาแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อไป

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกปชป. ลุย แก้ปัญหาที่ดินทำกิน จ.พังงานายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกปชป. ลุย แก้ปัญหาที่ดินทำกิน จ.พังงา

นายราเมศ กล่าวตอนท้ายว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญปัญหาที่ดินทำกิน จึงเป็นที่มาของนโยบายที่พรรค ตั้งเป้าหมายไว้ คือ ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี ซึ่งพรรคได้ดำเนินการสำเร็จมาแล้วส่วนหนึ่ง และจะนำมาสานต่อเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นให้มากที่สุด

รวมไปถึงการแก้ปัญหาของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ พรรคก็มีนโยบายออกกรรมสิทธิ์ทำกินให้ประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน โดยไม่ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความกังวล และเกิดความทุกข์ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่

“ปัญหาเหล่านี้ไม่ควรส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์มี นโยบายที่ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาให้จบอย่างเป็นระบบ มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งพรรคได้ทำสำเร็จมาแล้วจากนโยบาย “โฉนดชุมชน” ซึ่งพี่น้องประชาชนมีความพึงพอใจและเรียกร้องให้สานต่อนโยบายเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นพรรคยืนยันที่จะทำเรื่องนี้ต่อไป” โฆษกปชป.กล่าว

โฆษกปชป.พบชาวบ้านจังหวัดพังงา ที่เดือดร้อนจากที่ดินทำกิน บางรายต่อสู้มานานถึง 30 ปีโฆษกปชป.พบชาวบ้านจังหวัดพังงา ที่เดือดร้อนจากที่ดินทำกิน บางรายต่อสู้มานานถึง 30 ปี

‘ประเสริฐ’ ลั่น สู้ศึกบุรีรัมย์ เพื่อไทยเอาจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544218

05 มี.ค. 2566

‘ประเสริฐ’ ลั่น สู้ศึกบุรีรัมย์ เพื่อไทยเอาจริง

‘ประเสริฐ’ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผย ลงพื้นที่บุรีรัมย์เอาจริง รับ ภูมิใจไทย เป็นคู่แข่ง พร้อมส่ง พรเทพ น้องชาย ตี๋ใหญ่ รักษาแชมป์สุรินทร์ และส่งผู้สมัครครบทั้ง 8 เขต

5 มี.ค. 2566 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคเพื่อไทยไม่มี สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากครั้งก่อนมีการส่งผู้สมัครในนามพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบก่อนการเลือกตััง

อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครหลายคนก็ได้รับคะแนนเสียงมา โดยในตอนนี้พรรคเพื่อไทยได้ทำทีมบุรีรัมย์มาระยะหนึ่งแล้ว จึงเชื่อว่ามีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง2566 ที่จะถึงนี้

นายประเสริฐ กล่าวยอมรับว่า ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทยก็มีกระแสของเขาเอง แต่ก็เช่นเดียวกันกับพรรคเพื่อไทยที่มีกระแสในพื้นที่ต่างจังหวัดแบบยกจังหวัด

“การลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงในจังหวัดบุรีรัมย์ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเอาจริง จะประกาศนโยบายของพรรค โดยที่ประชาชนก็มีความต้องการให้พรรคเพื่อไทยไปปราศรัยหาเสียงด้วย” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวยอมรับด้วยว่า คู่แข่งของพรรคเพื่อไทยคือพรรคภูมิใจไทย ที่มีความหวังจะกวาดที่นั่ง ส.ส. ยกจังหวัดบุรีรัมย์ แต่พรรคเพื่อไทยก็มีความหวังเช่นเดียวกัน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงสนามเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ว่า พรรคเพื่อไทยส่งว่าที่ผู้สมัครครบทั้ง 8 เขตเลือกตั้งในจังหวัดสุรินทร์ ส่วนพื้นที่ของนายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล อดีต ส.ส. สุรินทร์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย ที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2566 พรรคเพื่อไทยเตรีนมจะส่งน้องชายของนายตี๋ใหญ่ลงสมัครแทน คือ นายพรเทพ พูนศรีธนากูล เพื่อรักษาพื้นที่ทางการเมืองในอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีฐานเสียงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเป็นจำนวนกว่า100,000 คน

‘ประเสริฐ’ ลั่น สู้ศึกบุรีรัมย์ เพื่อไทยเอาจริง

คนสงขลา หนุน ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯต่อ แต่ยังเชียร์ สส. ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544214

05 มี.ค. 2566

คนสงขลา หนุน ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯต่อ แต่ยังเชียร์ สส. ปชป.

นิด้าโพล เผย ผลสำรวจคนสงขลาเลือกพรรคไหน ผลปรากฏ หนุน ‘ประยุทธ์-อุ๊งอิ๊ง-พิธา’ เป็นนายกฯ เรียงตามลำดับ แต่ยังเชียร์ประชาธิปัตย์ ทั้งสส.เขต-สส.ปาร์ตี้ลิสต์ มาเป็นอันดับหนึ่ง

5 มี.ค. 2566 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนสงขลาเลือกพรรคไหน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดสงขลา กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,100 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนจังหวัดสงขลาเลือกพรรคไหน 

การสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนสงขลาจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.00 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ ซื่อสัตย์สุจริต มีความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง อันดับ 2 ร้อยละ 18.46 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ไขปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรได้ 

ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานของตระกูลชินวัตร อันดับ 3 ร้อยละ 11.36 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ เป็นคนมีวิสัยทัศน์ ชื่นชอบนโยบายและอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคก้าวไกล

อันดับ 4 ร้อยละ 10.36 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 7.18 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และชื่นชอบนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อันดับ 6 ร้อยละ 6.73 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นคนใต้เหมือนกัน อันดับ 7 ร้อยละ 4.64 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีผลงานชัดเจน มีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ และชื่นชอบนโยบายพรรคภูมิใจไทย

อันดับ 8 ร้อยละ 4.18 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนพูดจริงทำจริง ตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน อันดับ 9 ร้อยละ 3.18 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ มีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย 

อันดับ 10 ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 11 ร้อยละ 1.27 ระบุว่าเป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) เพราะ มีประสบการณ์ในการทำงาน และช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง อันดับ 12 ร้อยละ 1.09 ระบุว่าเป็น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต และตรงไปตรงมา

และร้อยละ 3.64 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์(พรรคสร้างอนาคตไทย) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคพลังประชารัฐ) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) และดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สำหรับพรรคการเมืองที่คนสงขลามีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น สส. แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 23.46 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) อันดับ 2 ร้อยละ 19.00 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย(พท.) อันดับ 3 ร้อยละ 15.91 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) อันดับ 4 ร้อยละ 13.45 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 5 ร้อยละ 7.55 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 6 ร้อยละ 4.73 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 7 ร้อยละ 4.64 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า อันดับ 8 ร้อยละ 3.18 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 9 ร้อยละ 2.45 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 

อันดับ 10 ร้อยละ 1.45 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 11 ร้อยละ 1.27 ระบุว่าเป็น พรรคกล้า อันดับ 12 ร้อยละ 1.00 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชาติ และร้อยละ 1.91 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคไทยภักดี พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจไทย และไม่ตอบ/ไม่สนใจ

อุ๊งอิ๊งค์ น.ส.แพทองธาร  ชินวัตร  หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยอุ๊งอิ๊งค์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

‘วราวุธ’ ชูแนวทางแก้รัฐธรรมนูญต้องตั้ง สสร. ระบุ นโยบายสิ่งแวดล้อมสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544208

05 มี.ค. 2566

'วราวุธ' ชูแนวทางแก้รัฐธรรมนูญต้องตั้ง สสร. ระบุ นโยบายสิ่งแวดล้อมสำคัญ

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ ชูธงแก้รัฐธรรมนูญ ระบุชัดยังมีความไม่สมบูรณ์ มัดมือเท้าส.ส.จนทำงานให้ประชาชนไม่ได้ ย้ำชัดเรื่องสิ่งแวดล้อม แนวทางแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้พูดคุยผ่านยรายการ เนชั่นสุดสัปดาห์ เนชั่นทีวี ถึงแนวทาง นโยบาย ที่ใช้ในการหาเสียง การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง แนวทางต่อท่าทีในการร่วมรัฐบาล รวมทั้งความน่าสนใจในเรื่องของการชูธงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถูกมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย 

นายวราวุธให้สัมภาษร์รายการเนชั่นสุดสัปดาห์นายวราวุธให้สัมภาษร์รายการเนชั่นสุดสัปดาห์

ในเรื่องของท่าทีการร่วมจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องดูเสียงข้างมาก เพราะว่า เวลาการบริหารงานแผ่นดิน ส.ว. ไม่ได้เข้ามาบริหารด้วย เพราะถ้าเป็นเสียงข้างน้อย มันจะไม่เหมือนกับสมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แต่ก็อยู่ไม่รอด ด้วยกฎหมายสมัยนั้น กับกฎหมายสมัยนี้ก็ไม่เหมือนกัน แค่เสนองบประมาณแผ่นดินวาระแรก ถ้าท่านเป็นเสียงข้างน้อย แล้วไม่ผ่านความเห็นชอบ ก็ต้องเลือกตั้งกันอีก

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

ซึ่งดูจากสภาพแล้ว  วันนี้กว่าจะตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เข้ามาก็ต้องรีบพิจารณางบประมาณ ปี 2567 แล้วถ้าเป็นเสียงข้างน้อย มันก็ล่มตลอด พอล่มเสร็จ ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ งบประมาณของประเทศมันก็จะล่าช้าไปเรื่อย ๆ ประเทศก็เสียหายไปเรื่อย ๆ มันต้องคิดถึงบริบทว่า จะบริหารประเทศกันอย่างไร 
 

เมื่อถามถึงว่า พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมที่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล นายวราวุธ บอกว่า  ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมานั่งดูกันว่า เราจะได้กี่เสียง เราเกิดเราได้เยอะเราจะเลือกเขา แต่ถ้าเราได้น้อย เขาจะเลือกเราหรือเปล่า 

การพูดคุยในรายการการพูดคุยในรายการ
ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่พรรคชาติไทย เคยมีบทบาทในการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 แล้วคิดว่าจะจัดการอย่างไรกับรัฐธรรมนูญ ที่คิดว่ายังไม่เป็นประชาธิปไตย นโยบายที่ออกมาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวราวุธ บอกในรายการว่า เป็นนโยบายแรกในสิบนโยบายของพรรค เพราะเรายังเชื่อว่า ปี 2538 ปีที่นายบรรหาร ศิลปะอาชา แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 211 จนเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2540 เรายังเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากเสียงของประชาชนจริงๆ เพราะสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากคนที่หลากหลาย ทุกสถานะเข้ามารวมกัน แต่ฉบับถัด ๆ มา มันมีความไม่สมบูรณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

จนแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สภาผู้แทนราษฎร เหมือนถูกมัดมือมัดขา ทำอะไรให้พี่น้องประชาชนไม่ได้เลย เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงานที่เกี่ยวกับงบประมาณแทบจะไม่ได้เลย พอทำแบบนี้แล้ว ถามว่า คุณเป็น ส.ส. แล้ว จะเป็นไปเพื่ออะไร 


แม้ตามกฎหมาย ส.ส.จะมีหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ความเป็นจริง บริบทของประเทศไทยมันไม่ใช่ ส.ส.เป็นคนที่น้ำไม่ไหล ไฟไม่ติด ทำอะไรไม่ได้คนวิ่งมาหาหมด แล้วถ้าส.ส.โดนมัดมือมัดขา ไม่สามารถไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการอะไรต่าง ๆ ได้ จะมาดูแลความเป็นอยู่ประชาชนได้อย่างไร นี่คือหัวใจสำคัญ มันมีข้อดีและข้อด้อย 

แต่คงต้องมาชั่งน้ำหนักกันว่า สิ่งที่ทำให้ ส.ส. ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ มันก็น่าเป็นห่วงมากกว่า เป็นที่มาว่าเราก็อยากจะให้มีการเปลี่ยนแปลง ไปแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง  ควรจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็ก่อนจะร่างใหม่ ควรจะตั้งกลไกในการสรรหา สสร. และไม่ใช่สักแต่ว่าให้มีแต่จะต้องมีองค์ประกอบ และรายละเอียด ให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่มทุกเพศ ทุกวัย แล้วก็บริบทสังคมไทยสมัยนี้ มันต่างกับเมื่อปี 2538 ต้องเป็นการยกร่างฯที่มาจากประชาชนทุกคนจริงๆ 

การพูดคุยในรายการการพูดคุยในรายการ
ในเรื่องของความยั่งยืนนายวราวุธ อธิบายในเรื่องนี้ว่า  เป็นนโยบายสำคัญของพรรคชาติไทยพัฒนา จากที่ได้ทำงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกือบ 4 ปี ได้เห็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วเราต้องการทำให้ประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีจากนี้ไป จะต้องสู้กับต่างประเทศได้

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

“เพราะเรากำลังเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมคิดถึงความยั่งยืน วันนี้เราต้องเร่งคิดเร่งแก้ไขปัญหาเสียก่อน จะโยนให้เป็นภาระของลูกหลาน ไม่เห็นด้วย แนวทางการทำนโยบายของพรรค อย่างการเปิดตัว คาร์บอน เครดิต เซ็นเตอร์ เป็นการวางแนวทางแก้ปัญหาตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนถึงระดับสากล ไม่ใช่อะไรที่เพ้อฝัน เรื่องสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นเรื่องที่เป็นความสนใจระดับโลกอยู่ เกษตรกร เช่น สุพรรณบุรี อยุธยา ก็เริ่มต้นทำแล้ว ในการขายคาร์บอนเครดิต ยอมรับว่านโยบายของชาติไทยพัฒนา อาจจะไม่หวือหวาแบบพรรคการเมืองอื่น ๆ แต่จะอยู่ได้ในระยะยาว เพราเป็นแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหา ทั้งในขณะนี้และในอนาคต ไปพร้อม ๆ กัน” นายวราวุธ กล่าว

ชาติไทยพัฒนาจะไม่เพียงแก้ไขปัญหาในขณะนี้ แล้วทิ้งปัญหาในอนาคตช่างมัน จะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ แล้วค่อยไปแก้ปัญหาเอาข้างหน้า จะไม่เอาแบบนั้น เบื่อกับการที่เมื่อถึงเวลาก็ไปสัญญาแบบนั้นแบบนี้ แล้วสร้างปัญหาให้กับเขาในอนาคต ตนต้องการแก้ปัญหา เช่น เปลี่ยนวิธีการทำนา ในแนวคิดการแก้ปัญหาเรื่องคาร์บอน ถ้าเราไม่รีบเปลี่ยนตั้งแต่ตอนนี้ อีกสิบปีเราจะส่งออกไม่ได้ เพราะในอนาคตจะมีการตั้งกำแพงภาษีและเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แม้การจะเปลี่ยนความคิดไม่ใช่เรื่องง่าย 

4 ตระกูลดังดัน ‘ปชป.’ สู้เลือกตั้งพัทลุง ‘จุรินทร์’ พร้อมกู้ศักดิ์ศรีคนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544195

04 มี.ค. 2566

4 ตระกูลดังดัน 'ปชป.' สู้เลือกตั้งพัทลุง 'จุรินทร์' พร้อมกู้ศักดิ์ศรีคนใต้

‘ปชป.’ ลุยพัทลุง มีกองหนุนจาก 4 ตระกูลดัง ดัน 3 ผู้สมัครกวาดยกจังหวัด ‘นิพนธ์’ ยก ‘จุริทน์’ เหมาะ ‘นายกฯ’ ด้าน ‘มาดามเดียร์’ ยกเคส รมว.ทุจริต หาเงินซื้อเสียง ขอคนใต้สั่งสอน เงินซื้อไม่ได้

พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย, นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค, นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค, นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย, น.ส.วทันยา บุนนาค ขึ้นเวทีปราศรัยที่สนามหน้าโรงเรียนพัทลุง จ.พัทลุง “ประชาธิปัตย์ ยุคใหม่ โอกาสใต้บ้านเรา” 

พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง 2 สมัย ผู้สมัครเขต 1 , ดร.เดย์ ปิยะกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี ผู้สมัครเขต 2 , นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ผู้สมัครเขต 3

พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัว 3 ผู้สมัคร จ.พัทลุงพรรคประชาธิปัตย์เปิดตัว 3 ผู้สมัคร จ.พัทลุง

นายจุรินทร์ ปราศรัยช่วงหนึ่งถึงความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งของ จ.พัทลุง มั่นใจประชาธิปัตย์ยกทีม เพราะได้รับการผนึกกำลังจาก 4 ตระกูลสำคัญท้องถิ่น คือ ตระกูลธรรมเพชร ตระกูลขำนุรักษ์  ตระกูลสุพรรณชนะบุรี และ ตระกูลพัทลุงสามัคคี 

เลือกตั้งครั้งหน้าเป็นการกู้ศักดิ์ศรีของคนพัทลุงคืนมา เพื่อพิสูจน์ว่าคนพัทลุงไม่เลือกเงิน คนพัทลุงจะกินเหยื่อแต่ไม่กินเบ็ด เพราะถ้าเลือกเงิน ก็จะได้แต่เงิน ไม่มีวันได้ผู้แทนที่มีคุณภาพ ได้การเมืองแบบถอนทุนคืน เกิดคอร์รัปชั่นทำลายประเทศและทำลายพัทลุง จึงขอให้ช่วยสนับสนุนนักการเมืองคุณภาพทั้ง 3 คน ช่วยกันสนับสนุนการเมืองสะอาด ประชาธิปไตยสุจริต ด้วยการเลือกทั้งคนทั้งพรรคของประชาธิปัตย์ ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์คุณภาพคับแก้ว เหนือกว่าพรรคอื่น เพราะคัดมาอย่างดี

ด้านนายนิพนธ์ ยกนายจุริทน์เหมาะสมที่สุดในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ใครจะสู้ได้ เป็น ส.ส.มา 11 สมัย เป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง มีผลงานมากมาย นอกจากนี้แสดงท่าเดินเซ สื่อถึงหัวหน้าพรรคบางพรรค จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร พรรคที่แข่งกับเราล้มหายไปหมดแล้ว เหลือแต่พรรคประชาธิปัตย์ อยู่มา 77 ปี เป็นสถาบันการเมือง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ

น.ส.วทันยา บุนนาคน.ส.วทันยา บุนนาค

ด้านน.ส.วทันยา ให้ความมั่นใจแม้ช่วงนี้จะมีเลือดไหลออก หลายคนอาจจะรู้สึกกังวล แต่การมายืนอยู่ของตน เป็นสิ่งที่จะบอกว่า “เลือดเก่าที่ไหลออก แต่เลือดใหม่ที่ไหลเข้า” พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่อาสามาดูแลพี่น้องชาวพัทลุง คับแน่นด้วยคุณภาพและอุดมการณ์ หวังว่าคนพัทลุงจะให้โอกาสคนรุ่นใหม่อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน

น.ส.วทันยา ยังกล่าวถึงกรณีที่มีรัฐมนตรีจากบางพรรคถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างพิจารณาคดี เกิดจากการทุจริตคอรัปชั่น ส่วนทำไมถึงต้องทุจริต ก็เพราะต้องนำเงินมาซื้อสิทธิขายเสียงประชาชน ขอให้ชาวภาคใต้ช่วยกันทำให้เห็นว่า คนใต้อุดมการร์แรง ซื้อไม่ได้ ซึ่งตลอด 4 ปีทางการเมือง มีโอกาสพบประชาชนทุกภาค แต่ไม่มีภาคไหนอุดมการณ์แรงเท่าคนภาคใต้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้งปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ได้มาเพียง 1 เขต จากทั้งหมด 3 เขต อีก 2 เขตพ่ายแพ้ให้พรรคภูมิใจไทย

พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยจ.พัทลุงพรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยจ.พัทลุง

แพทย์ขอ’พล.อ.ประยุทธ์’ อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์ ร่วมให้กำลังใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544192

04 มี.ค. 2566

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจ

แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ได้ให้”พล.อ.ประยุทธ์” พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลติดตามอาการ   หลังจากนายกรัฐมนตรีเกิดอาการปวดมือ โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาขอเวลา 1  วัน   หากไม่พบความผิดปกติเพิ่มเติมจะอนุญาตให้ไปรักษาตัวที่บ้าน  ด้าน”จุรินทร์” ส่งไลน์อวยพรให้หายโดยเร็ว

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เข้าทำการรักษาอาการปวดที่มือข้างขวา  กับแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าในช่วงเช้าที่ผ่านมา   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเริ่มมีปวดมือข้างขวา โดยมีอาการมา 2-3 วัน  ขณะที่ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลำภู และล่าสุดการลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   โดยอาการบวมที่มือข้างขวาไม่ลดลง มีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น   กระทั่ง  พล.อ.ประยุทธ์  ปรารภกับคนใกล้ชิดว่าปวดมากขึ้น  และเช้าวันนี้ พล.อ. ประยุทธ์   ได้เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอาการอย่างละเอียด


ขณะเดียวกันจากผลการตรวจ   แพทย์ได้ให้คำแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน เพื่อติดตามอาการ หากไม่พบความผิดปกติ อาจจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันพรุ่งนี้  มีรายงานว่า  อาการมือข้างขวาบวมทวีความรุนแรงขึ้น ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากการลงพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วานนี้(3 มี.ค.) โดยมีรายงานว่าเมื่อเดินทางกลับถึงบ้านพัก ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต  พล.อ.ประยุทธ์  ได้ให้แพทย์ประจำตัวเข้ามาตรวจอาการที่บ้านพัก

แพทย์วินิฉัย ว่า มีอาการมือขวาอักเสบ และพบอาการผิดปกติ จึงขอให้เข้าตรวจอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นพบว่ามีอาการอักเสบรุนแรงที่บริเวณมือด้านขวาในการรักษาจึงต้องให้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งแพทย์ได้ให้งดภารกิจก่อนโดยเฉพาะการใช้มือ  เพื่อลดอาการอักเสบและบวม  ขณะเดียวกันสำหรับแผนการลงพื้นที่ ของของพล.อ.ประยุทธ์ ที่วางเอาไว้ ในสัปดาห์หน้าจนถึงวันที่ 17 มี.ค.  ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่คณะทำงานนายกรัฐมนตรี กำลังพิจารณาทบทวนถึงความเหมาะสมอีกครั้ง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่สนามบินหาดใหญ่ ว่า  รับทราบข่าวอาการป่วยของนายกรัฐมนตรี  กระทั่งต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล   และได้ส่งข้อความทางไลน์ส่วนตัว ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กำลังใจ เพราะนายกรัฐมนตรีถือว่าเป็นบุคคลสำคัญ  ขอให้นายกรัฐมนตรีหายป่วย กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว 

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจแพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจอาการมือบวมที่เกิดขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจ

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า

แพทย์ขอ'พล.อ.ประยุทธ์' อยู่รพ.ติดตามอาการปวดมือ -จุรินทร์  ร่วมให้กำลังใจ

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่สนามบินหาดใหญ่ ทราบถึงอาการปวดมือซึ่งเกิดขึ้นกับนายกรัฐมนตรี

‘ก้าวไกล’ ขอโอกาสทำงานฝ่ายบริหารบ้าง ย้ำเป็นพรรคของทุกรุ่นทุกวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544190

04 มี.ค. 2566

'ก้าวไกล' ขอโอกาสทำงานฝ่ายบริหารบ้าง ย้ำเป็นพรรคของทุกรุ่นทุกวัย

‘ศิริกัญญา’ เชื่อ ‘พรรคก้าวไกล’ ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารได้ดีไม่แพ้สมัยเป็นฝ่ายค้าน ย้ำไม่ใช่พรรคเฉพาะคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสทุกรุ่นทุกวัย ประกาศไม่จับมือ 2 พรรคทหารจำแลง

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยกับ คมชัดลึก ถึงความหวังการเลือกตั้งปี 2566 ว่า ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้ตรวจสอบ หรือ การอภิปรายต่างๆ พรรคก้าวไกล มักจะมีหลักฐานแน่น เราทำได้ดีมาก วิธีการนำเสนอใช้ข้อมูลหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหมดมาประกอบการอภิปราย

ชี้ให้เห็นว่า ผลงานของพรรคก้าวไกล 4 ปีที่ผ่านมา แม้จะเป็นฝ่ายค้านที่ไม่ได้มีอำนาจรัฐ แต่สามารถทำอะไรได้มาก สำคัญที่สุด เราไม่เคยหยุดเรียนรู้ แค่เราเรียนรู้อย่างรวดเร็ว สามารถปรับตัวได้ ไม่ว่าจะทำงานในบทบาทไหนก็ตาม 

เลือกตั้งปี 2566 ครั้งหน้าหากได้เป็นฝ่ายบริหาร เชื่อว่า สามารถทำผลงานได้โดนใจประชาชนมากขึ้นไปอีก เพราะขนาดเป็นฝ่ายค้านยังทำหน้าที่ได้ขนาดนี้ 

เมื่อถามว่า กลัวจะถูกกล่าวหา ทำงานเก่งเฉพาะฝ่ายค้านหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ตอบสั้นๆว่า “อันนี้ต้องลองดู”

ส่วนคนติดภาพจำเป็นพรรคฝ่ายค้านอย่างเดียวหรือไม่ เขาอาจจะเห็นบทบาทด้านเดียวของเรามากกว่า ซึ่งทุกวันนี้มีแฟนคลับเชียร์เหมือนกันว่า ลองเป็นฝ่ายค้านต่อ แต่มั่นใจว่า ถ้าได้เป็นเปลี่ยนบทบาทเป็นอีกขั้วหนึ่ง (ฝ่ายบริหาร) ก็สามารถทำได้ดีไม่แพ้กัน เพียงให้โอกาสพรรคก้าวไกล

“ยืนยัน จะไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติแน่นอน เพราะเป็นพรรคทหารจำแลง มี 2 ป.เป็นแกนนำและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 พรรค”

ส่วนภาพจำพรรคก้าวไกล คือ พรรคคนรุ่นใหม่นั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า อาจจะเพราะคนในพรรคส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ คิดนโยบายต่างๆสื่อสารได้โดนใจคนในวัยเดียวกัน แต่ยืนยันว่า ทั้งนโยบาย สมาชิก และผู้สมัคร ไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะคนรุ่นใหม่อยากเดียวอีกต่อไป เปิดรับทุกรุ่นทุกวัย และพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นหน้าใหม่ของวงการการเมืองแล้ว มีนโยบายที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม 

ยอมรับว่า พรรคก้าวไกลได้เปรียบคะแนนค่อนข้างดีในพื้นที่เขตเมือง เช่น กทม. เชียงใหม่ เป็นต้น ทั้งจากการเลือกตั้งต่างๆและระดับท้องถิ่นที่ผ่านมา สำหรับพื้นที่อื่น ก็ไม่ได้ละเลยหรือไม่ใส่ใจ แต่เรายังต้องทำงานหนักในพื้นที่ชนบท เพื่อขยายฐานผู้สนับสนุนพรรคให้เยอะขึ้น

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

ภารกิจ ‘บิ๊กป้อม’ ลุยเมืองคอน หวังชิงแชมป์สส.จาก ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544175

04 มี.ค. 2566

ภารกิจ 'บิ๊กป้อม' ลุยเมืองคอน หวังชิงแชมป์สส.จาก ปชป.

‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช แวะดื่มชา ชมนก ชมสวน พบปะชาวบ้าน เตรียมส่งผู้สมัครทุกเขต หวังชิงแชมป์สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเป้าอย่างน้อยต้องได้ 8 เขต

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศชิงเก้าอี้ สส.นครศรีธรรมราช จากแชปม์เก่า อย่างน้อย เลือกตั้งปี 2566 นี้ จะต้องได้ไม่ต่ำกว่า 8 เขต จากทั้งหมด 10 เขต 


โดยภารกิจวันนี้ 4 มี.ค. ของพล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช เริ่มจากแวะจิบน้ำชา กินตี แลนก

ก่อนที่ช่วงบ่ายนี้จะเพื่อเดินทางไปทำกิจกรรมแห่ห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เนื่องในสัปดาห์วันมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุของจ.นครศรีธรรมราช 

จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังอ.ปากพนัง ถิ่นของนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สส.พปชร. โดยจะพบปะประชาชนที่ตลาด100ปี พบปะกับกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่และกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน ลงเรือข้ามฝากสาธารณะของเทศบาลเมืองปากพนัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เรือบาทเดียว ถูกที่สุดในโลก” ชมทิวทัศน์แม่น้ำปากพนัง ก่อนที่จะเป็นประธานในพิธีสมโภชผ้าพระบฏพระราชทาน ณ โรงเรียน ปากพนัง อ.ปากพนัง ประธานในพิธีสักการะพ่อท่านม่วง ไหว้สักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดนางพระยา ก่อนเดินทางกลับ กทม.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ทั้งนี้เลือกตั้งปี 2562 จ.นครศรีธรรมราช มี 8 เขต ประชาธิปัตย์ได้ 5 เขต พลังประชารัฐได้ 3 เขต ส่วนภูมิใจไทยเป็น 0 แต่เนื่องจากเลือกตั้งปี 2566 นี้ กกต. แบ่งเขตการเลือกตั้งใหม่ ลงตัวที่ 10 เขต  

โดยอับดับ1 พรรคประชาธิปัตย์ ก็พร้อมลุยรักษาแชมป์ทวงคืนพื้นที่ยกจังหวัดให้ได้ วางตัวไว้เกือบครบทุกเขตแล้ว นำโดยแม่ทัพ นายชัยชนะ เดชเดโช และ นายชินวรณ์ บุณยะเกียรติ์ 

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ เดิมที่วางไว้ 9 เขต ประกอบด้วย รศ.ดร. รงค์ บุญสวยขวัญ เขต 1 (สส.พปชร.ปัจจุบัน) นางสุภาพ ขุนศรี เขต 2 (ส.อบจ.นครศรีธรรมราช) นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เขต 3 (สส. นายพปชร.ปัจจุบัน) นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เขต 4 (สส.พปชร.ปัจจุบัน) นายสุธรรม จริตงาม เขต 5 (ทนายความ) ดร.คมเดช มัชฌิมวง์ เขต 6 (อดีต นายก อบต.ยางค้อม) นายสุนทร รักษ์รงค์ เขต 7 (กรรมการบริหาร กยท ) รอ.ดร.นพ. พิชาญศักดิ์ บุญมาศ รน.เขต 8 (นายแพทย์ชื่อดัง) และ นายณัฐเดช กังสุกุล เขต 9 (ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช)

แม้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” น้องใหม่ แต่ถือว่ามาแรงอันดับต้นต้น จากการสำรวจนิด้าโพล (12 ก.พ. 2566) ชาวนครศรีธรรมราช ให้ความนิยมต่อผู้นำการเมือง คือ  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่วนความนิยมของพรรคยังคงเป็นของ ประชาธิปัตย์ แต่คะแนนทิ้งห่างจากพรรครวมไทยสร้างชาติไม่เท่าไร อาจจะเพราะ ได้หัวเรือใหญ่ นายวิทยา แก้วภราดัย มาดูแล บวกกับ มี สส.เก่า ย้ายเข้ามาหลายคน เช่น นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นายสายัณห์ ยุติธรรม

ดังนั้นการลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตรครั้งนี้ จะสามารถเรียกคะแนนกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน หลังต้องเสีย นายสายัณห์ ยุติธรรม เขต 7 ให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลงพื้นที่นครศรีธรรมราชพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลงพื้นที่นครศรีธรรมราชพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช

ราชกิจจาฯ ประกาศ กำหนดค่าใช่จ่ายเลือกตั้ง สส. ปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544165

04 มี.ค. 2566

ราชกิจจาฯ ประกาศ กำหนดค่าใช่จ่ายเลือกตั้ง สส. ปี 2566

ราชกิจจาฯ ประกาศ กำหนดค่าใช่จ่ายเลือกตั้ง สส. ปี 2566 กรณียุบสภา ต้องไม่เกิน1.9 ล้านต่อคน พรรคการเมืองส่งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องไม่เกิน 44 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เรื่อง กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 62 และมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมคณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกประกาศไว้ ดังนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566”
 

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

(1) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการยุบสภา หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ต้องใช้จ่าย ไม่เกิน 1,900,000 บาท 

ข้อ 6 พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

(1) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 163,000,000 บาท

(2) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการยุบสภา หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ต้องใช้จ่าย ไม่เกิน 44,000,000บาท 

ในกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อผู้ใดของพรรคการเมืองได้ใช้จ่ายไปเพื่อการเลือกตั้งเป็นจำนวนเท่าใด ให้นับรวมเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองด้วย
 

ข้อ 7 ในกรณีที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ในเขตเลือกตั้งใด ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคน ต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ ดังนี้

(1) ในเขตเลือกตั้งใดที่ต้องดำเนินการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่าย ไม่เกิน 950,000 บาท 

(2) ในเขตเลือกตั้งใดที่ไม่ต้องดำเนินการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่าย ไม่เกิน 630,000 บาท 

ข้อ 8 ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ในเขตเลือกตั้งใด ที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนเสียงมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งนั้นและต้องรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 126 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่เกิน950,000 บาท

ข้อ 9 ในกรณีที่มีการประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว และมีเหตุให้ต้องมีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคน ต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่เกิน 1,900,000 บาท

ที่มา : https://ratchakitcha.soc.go.th

กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในกาเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2566กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในกาเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2566

‘ราเมศ’ เลื่อนขึ้น สส.บัญชีรายชื่อ แทน ‘เจือ ราชสีห์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544161

04 มี.ค. 2566

'ราเมศ' เลื่อนขึ้น สส.บัญชีรายชื่อ แทน 'เจือ ราชสีห์'

เว็บไซต์ราชกิจจาฯ ประกาศ ‘ราเมศ’ เลื่อนขึ้น สส.บัญชีรายชื่อ แทน ‘เจือ ราชสีห์’ ที่ยื่นลาออกไปเมื่อ 1 มี.ค. 2566

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ เลื่อนนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเลขานุการประธานรัฐสภา (นายชวน หลีกภัย) และสส.บัญชีรายชื่อลำดับที่  36 เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทนนายเจือ ราชสีห์ ที่อยู่ลำดับ 29 หลังยื่นหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง

ทั้งนี้ นายรสเมศ เคยดำรงตำแหน่ง เลขานุการประธานรัฐสภา แต่ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป เพื่อลงสนามเลือกตั้ง จ.พังงา โดยเพิ่งเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2

โดยนายเรเมศ จะได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ และจะครบวาระรัฐบาลชุดนี้วันที่ 23 มีนาคม 2566 

'ราเมศ' เลื่อนขึ้น สส.บัญชีรายชื่อ แทน 'เจือ ราชสีห์'