กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เตรียมส่ง สลค. ประกาศราชกิจจาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544160

04 มี.ค. 2566

กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เตรียมส่ง สลค. ประกาศราชกิจจาฯ

กกต.กำหนดแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ สส. 1 คน ต้องมีราษฎร 162,966 คน พร้อมเตรียมส่งสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเร็วๆนี้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษกร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่จะพึงมีของแต่ละจังหวัด หลังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย กำหนดให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง นั้น คำว่า “ราษฎร” ไม่หมายความรวมถึงผู้ไม่ได้สัญชาติไทย

กรณีใช้จำนวนราษฎรสัญชาติไทย โดยพิจารณาจากจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31ธันวาคม 2565 ซึ่งมีจำนวน 65,106,481คน จึงมีจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ยประมาณ 162,966 คน ต่อจำนวนสส.หนึ่งคน

โดย กกต. พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอ การกำหนดจำนวน สส. แต่ละจังหวัด เพื่อส่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยเร็วต่อไป

รวมถึงจัดทำและประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัดเป็นเวลา 10 วัน นับแต่วันปิดประกาศ ในระหว่างวันที่ 4 – 13มีนาคม 2566

สำหรับการกำหนดจำนวนสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่จะพึงมีของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ดังนี้

จำนวนสส.แบบแบ่งเขตจำนวนสส.แบบแบ่งเขต

จำนวนสส.แบบแบ่งเขตจำนวนสส.แบบแบ่งเขต

จำนวนสส.แบบแบ่งเขตจำนวนสส.แบบแบ่งเขต

กกต.ประกาศจำนวนส.ส.พึงมีทั่วประเทศใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544144

03 มี.ค. 2566

กกต.ประกาศจำนวนส.ส.พึงมีทั่วประเทศใหม่

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต พึงมีทั่วประเทศใหม่แล้ว หลังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่นับคนไม่มีสัญชาติไทยเป็นราษฎร

นายอิทธิพร  บุญประคอง  ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้ลงนามประกาศ  เรื่องยกเลิกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส 2566 ลงวันที่ 31 ม.ค.2566 

ประกาศ กกต.ประกาศ กกต.

โดยอ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการกำหนดจำนวนส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 86(1) ที่กำหนดให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร์ที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง ว่าคำว่า”ราษฎร”ไม่หมายรวมถึงผู้ไม่ได้สัญชาติไทย  

การแสดงจำนวนส.ส.พึงมีทั่วประเทศการแสดงจำนวนส.ส.พึงมีทั่วประเทศ

ขณะเดียวกันก็ได้ลงนามในประกาศกกต.เรื่อง จำนวนส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมีแล้วโดยยึดจำนวนราษฎรสัญชาติไทยทั่วราชอาณาจักรณวันที่ 31 ธ.ค 65 มีจำนวน 65,106,581 คน จำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 162, 766 คนต่อส.ส. 1 คน  และจำนวนส.ส.และเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ทางสำนักงานจะประสานไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อนำประกาศทั้ง 2 ฉบับลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้บังคับต่อไป


สำหรับจำนวนส.สและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร 33 คน  ตามมาด้วยนครราชสีมา มีส.ส.16 คน

ส่วนที่มีส.ส. 11คน มี 2 จังหวัด คือขอนแก่น และอุบลราชธานี 

ที่มีส.ส. 10 คนมี 5 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช ชลบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี และบุรีรัมย์ 

ที่มีส.ส.9 คนมี 2จังหวัด คือศรีสะเกษ และสงขลา 

ที่มีส.ส. 8 คนมี 4 จังหวัดคือ นนทบุรี ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ และสุรินทร์ 

ที่มีส.ส 7 คนมี 5 จังหวัด คือ เชียงราย ชัยภูมิ​ ปทุมธานี สกลนคร และสุราษฎร์ธานี

ที่มีส.ส. 6 คนมี 5 จังหวัดคือ กาฬสินธุ์ นครปฐม นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และมหาสารคาม

ที่มีส.ส. 5 คนมี 9 จังหวัด คือ ปัตตานี ลพบุรี กาญจนบุรี นราธิวาส พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก ระยอง ราชบุรี และสุพรรณบุรี

ที่มีส.ส. 4 คน มี 8 จังหวัด คือกำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา ตรัง นครพนม  ลำปาง เลย  สระบุรี และสุโขทัย

ที่มีส.ส .3 คนมี 21 จังหวัด คือ ตาก กระบี่ จันทบุรี ชุมพร น่าน บึงกาฬ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พะเยา พัทลุง พิจิตร เพชรบุรี แพร่ ภูเก็ต ยโสธร ยะลา สระแก้ว หนองคาย หนองบัวลำภู สมุทรสาคร และอุตรดิตถ์

ที่มีส.ส. 2 คน มี 10 จังหวัด คือชัยนาท นครนายก พังงา มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ลำพูน สตูล อ่างทองอำนาจเจริญ และอุทัยธานี

และที่มีส.ส.1 คนมี 4 จังหวัด คือ ตราด ระนอง สมุทรสงคราม และสิงห์บุรี

ทั้งนี้หากคิดจำนวนส.ส.เป็นรายภาคโดยตามประกาศกกต.เรื่องบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัด 2560 ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและ 26 จังหวัด จะมีส.ส. 122  คน ภาคใต้ 14 จังหวัดจะมีส.ส. 60 คน ภาคเหนือ 16 จังหวัดจะมีส.ส. 37 คน ภาคอีสาน 133 ภาคตะวันออกจะมีส.ส. 29 คน และภาคตะวันตกจะมีส.ส. 19 คน

‘ทสท.’ ชูนโยบายกฎหมายอากาศสะอาด หนุนแลกรถเก่าเป็นรถEV แก้PM2.5 เชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544141

03 มี.ค. 2566

'ทสท.' ชูนโยบายกฎหมายอากาศสะอาด หนุนแลกรถเก่าเป็นรถEV แก้PM2.5 เชียงใหม่

‘ทสท.’ ลงพื้นที่เชียงใหม่ เตรียมดันกฎหมายอากาศสะอาดวาระเร่งด่วนเข้าสภา แก้PM2.5 เสี่ยงมะเร็งปอด 1-1.4 เท่า หนุนใช้รถEV โดยนำรถยนต์เก่าแลกคันใหม่

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย นายการุณ โหสกุล นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ เพื่อพบป่ะพี่น้องประชาชน พร้อมแนะนำว่าที่ผู้สมัครของพรรคไทยสร้างไทย จำนวน 10 เขต 


คุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นปราศรัยพร้อมย้ำผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ว่า ขอให้ทำงานหนัก เพื่อให้พี่น้องทุกคนมั่นใจ พรรคไทยสร้างไทย สามารถทำนโยบายที่ได้ประกาศไว้สำเร็จ เป็นรูปธรรมได้ภายใน 3 ปีหากได้รับโอกาสเป็นรัฐบาล ต้องให้ประชาชนเข้าใจนโยบายของพรรคและกฎหมายต่างๆที่ร่างเตรียมรอเข้าในสภาแล้ว เหมือนรถไปจอดรอแล้ว เหลือแค่คนขับ คือผู้สมัครทุกคน ที่จะเข้าสภาไปยกมือให้กฎหมายฉบับนี้ 

พรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร เชียงใหม่พรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร เชียงใหม่

รวมถึงชู พ.ร.บ.อากาศสะอาด จึงเป็นวาระเร่งด่วนที่พรรคไทยสร้างไทย จะผลักดันเป็นกฎหมายฉบับแรกๆ เมื่อได้เป็นรัฐบาล เนื่องจากปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของพี่น้องชาวเชียงใหม่และพี่น้องภาคเหนือต้องพบเจอมานานหลายปี คือ “ฝุ่นพิษ” โดยเฉพาะค่าอากาศ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน สูงถึง 210 AQI และ PM2.5 สูงถึง 100 ซึ่งถือเป็นตัวเลข เมืองที่มีมลพิษสูงอันดับ 1 ของโลก 


ปัญหาดังกล่าวจะกลายเป็นสาเหตุที่อาจนำไปสู่โรคมะเร็งปอดโดยภาวะที่มี PM 2.5 จะทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอด ได้มากถึง 1-1.4 เท่า ซึ่งเมื่อ PM 2.5 ลอยเข้าไปในหลอดลมจนถึงปอด จะไม่รู้สึกตัวและป้องกันไม่ได้เมื่อเข้าไปภายในปอดแล้ว อาจทำให้เกิดการอักเสบมีการกลายพันธุ์ของ DNA RNA หากร่างกายได้รับสาร PM 2.5 ในปริมาณมากและยาวนานเกินไปก็จะทำให้กลายเป็นมะเร็งปอดได้

นอกจากพ.ร.บ.อากาศสะอาดแล้ว ยังสร้างมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเพื่อไม่ให้ไปเผาตอซังต่างๆ โดยจะใช้เครื่องมือาจากมหาวิทยาลัยผลิตได้ เก็บตอซังเหล่านี้ขึ้นมาและยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นวัสดุ Bio Plastic เช่น จาน แก้ว และกระดาษต่างๆ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย และจะไปเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้มีการเผา รวมถึงไฟป่าที่ต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง โดยจัดสรรงบประมาณให้กับภาคประชาชน เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตาในการป้องกันและสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกันพื้นที่ในตัวเมืองจะต้องสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV ให้มากขึ้น ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยมีนโยบายและแผนงานเตรียมพร้อมไว้แล้ว โดยเฉพาะการนำรถยนต์เก่ามาแลกรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ โดยมีสิทธิพิเศษต่างๆให้มากมาย

พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่เชียงใหม่พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่เชียงใหม่

พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่เชียงใหม่พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่เชียงใหม่

‘บิ๊กตู่’ ลุย 5 วัด เมืองกรุงเก่าเตรียมบูรณะวิหาร-เจดีย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544135

03 มี.ค. 2566

'บิ๊กตู่' ลุย 5 วัด เมืองกรุงเก่าเตรียมบูรณะวิหาร-เจดีย์

‘บิ๊กตู่’ ตรวจราชการ 5 วัด จ.พระนครศรีอยุธยา เตรียมบูรณะวิหาร-เจดีย์ ต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ลั่นจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ในฐานะ ‘นายกรัฐมนตรี’

วันนี้ 3 มี.ค. ภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการ 5 จุดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยสำรวจสภาพวิหารและเจดีย์หลายจุด เพื่อเตรียมบูรณะต้อนรับนักท่องเที่ยวและต่างชาติ เพราะติด 1 ใน 50 สถานที่ที่ทั่วโลกควรจะเดินทางมาหลังสถานการณ์โควิด และดัน Soft Power สู่สายตาชาโลก รวมถึงส่งเสริมสินค้า OTOP พัฒนารูปแบบใหม่ให้เป็นอัตลักษณ์กับพื้นที่ 


จุดแรก วัดใหญ่ชัยมงคล ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเดินทางถึงได้เข้ากราบสักการะพระประธานในพระอุโบสถ และเข้านมัสการพระครูสิริชัยมงคล ชยธมฺโม เจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล พร้อมกับสักการะพระเจดีย์ชัยมงคลตรวจดูสภาพเจดีย์ชัยมงคล ที่ชำรุดเสียหาย เพื่อเตรียมการบูรณะ และสักการะถวายผ้าห่มองค์พระพุทธรูปปางไสยาสน์หรือพระนอนบบริเวณวิหารเก่า

จากนั้นเดินทางไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของวัดใหญ่ชัยมงคล ระหว่างทางมีชาวบ้านมาให้กำลังใจพร้อมตะโกน “ลุงตู่สู้ๆ” และมีการทำป้ายข้อความให้กำลังใจจำนวนมาก เช่น “โดนัทยังมีรู ลุงตู่ยังมีเรา” เป็นต้น

จุดสอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

จุดสาม วัดศาลาปูนวรวิหาร ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

จุดสี่ วิหารพระมงคลบพิตร และวัดพระศรีสรรเพชญ์ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมการบูรณะให้เป็นแหล่งการเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดยเข้ากราบสักการะพระมงคลบพิตร ถวายพวงมาลัย ผ้าห่มพระมงคลบพิตรและรับฟังประวัติและสถานที่สําคัญภายในวัดพระศรีสรรเพชญ์ 

จุดห้า วัดใหม่หญ้าไทร ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยพบปะประชาชน เพื่อติดตามการดำเนินโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก 
นายกรัฐมนตรีตรวจราชการ จ.พระนครศรีอยุธยานายกรัฐมนตรีตรวจราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลทุ่มงบประมาณจำนวนมาก เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จนสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ วันนี้มาดูการท่องเที่ยวเศรษฐกิจระดับฐานราก อย่าให้คนมาเรียกเราว่าเป็นรากหญ้า แต่คือเศรษฐกิจฐานราก เพราะบ้านทุกหลังต้องมีฐาน ถ้าชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนเข้มแข็ง บ้านก็มั่นคง ดังนั้นต้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง ด้วยการสร้างรายได้ในท้องถิ่นในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด อยุธยาได้เปรียบเพราะมีพื้นที่ที่อยู่ในเขตชลประทานแม่น้ำเยอะ แต่บางทีน้ำอาจจะเยอะเกินไปด้วย ตนเห็นใจแต่สิ่งนี้ก็เกิดมาตั้งแต่โบราณ รัฐบาลได้ดูแลมาโดยตลอดแต่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล คือ สิ่งที่รัฐบาลพยายามตามเก็บมาโดยตลอด ไม่ใช่เฉพาะจ.พระนครศรีอยุธยา แต่ต้องทำเรื่องเหล่านี้ต่อไป 

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า วันนี้ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาในนามของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องดูแลประชาชน 70 ล้านคน สิ่งสำคัญที่สุด คือ อนาคตของลูกหลาน การศึกษาต้องเรียนต้องมีงานทำ แต่คนแต่งงานน้อยลงจะมีปัญหาเรื่องแรงงานในอนาคต ด้านสุขภาพรัฐบาลก็ดูแลเต็มที่ เรื่องบัตรทองดีกว่าเดิมหมด วันนี้ทุกคนเข้าถึงการบริการภาครัฐเกือบทั้งหมดแล้ว ทุกคนกดเงินทางโทรศัพท์ได้แล้ว รัฐบาลพยายามจะเติมตรงนี้ให้มากขึ้น 


นอกจากนี้ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมเชื่อมโยงทุกคนเข้าสู่ด้วยกันได้สะดวก ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย กฎหมายเท่าเทียม ความเป็นธรรมเรื่องรายได้ เท่าเทียมทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก-ผู้สูงวัย รวมถึงจะต้องแก้ปัญหาเรื่องความยากจน 

“วันนี้อย่าไปเครียดถ้าเครียดก็คิดอะไรไม่ออก มันต้องสู้ รัฐบาลมีลูก 70 ล้านคน มันเหนื่อย แต่คนก็พูดว่าถ้าเหนื่อยก็ออกไปสิ พูดได้แค่นี้ว่า จะทำให้ถึงวันสุดท้ายที่จะทำให้ได้ ยืนยันว่าเวลานี้เหลือไม่มากแต่ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุด วันนี้เจ็บมือแต่ไม่เจ็บใจเพราะได้มาเจอกับทุกคน วันนี้สู้ทุกอย่างเพราะนี่คือ ตนไม่ยอมไป จะต้องดูแลให้ดีที่สุดในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้”
 

นายกรัฐมนตรีตรวจราชการ จ.พระนครศรีอยุธยานายกรัฐมนตรีตรวจราชการ จ.พระนครศรีอยุธยานายกรัฐมนตรีตรวจราชการ จ.พระนครศรีอยุธยานายกรัฐมนตรีตรวจราชการ จ.พระนครศรีอยุธยาชาวพระนครศรีอยุธยาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีชาวพระนครศรีอยุธยาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี

ก้าวไกลขอให้ ครม. หยุดทุกโครงการในความรับผิดชอบของ ‘ศักดิ์สยาม’ ไว้ก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544132

03 มี.ค. 2566

ก้าวไกลขอให้ ครม. หยุดทุกโครงการในความรับผิดชอบของ 'ศักดิ์สยาม' ไว้ก่อน

เรียกร้อง ครม. หยุดพิจารณาทุกโครงการคมนาคม หลังศาลรัฐธรรมนูญสั่ง ‘ศักดิ์สยาม’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ประชาชน

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรียกร้องไปยังคณะรัฐมนตรี ที่อาจจะกำลังอนุมัติงบประมาณทิ้งทวน ก่อนยุบสภาฯ ว่า ขอให้ระงับโครงการที่เสนอเข้า ครม. โดยศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทั้งหมด  หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้อง กรณีที่ขอให้ศาลฯ วินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

สืบเนื่องจากการคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยศาลฯ พิจารณาให้ศักดิ์สยาม ผู้ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี จนกว่าศาลฯ จะวินิจฉัยเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ประชาชนจะตัดสินในคูหาเลือกตั้ง ว่าใครควรที่จะเข้ามาบริหารเงินภาษีของพวกเขาในรัฐบาลชุดต่อไป

ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นการยื่นคำร้องร่วมกันของ สส. พรรคฝ่ายค้าน 54 คน ตั้งประเด็นหลักมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของตนเมื่อกลางปี 2565 โดยจากข้อมูลเอกสารที่ตนได้รับมานั้น พบว่าการโอนหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่งเคยเป็นของศักดิ์สยาม และได้โอนหุ้นออกไปก่อนจะรับตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น มีพิรุธอยู่ในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น ผู้ที่รับโอน ซึ่งปรากฏว่ามีความพัวพันกับครอบครัวชิดชอบมาอย่างยาวนาน

การให้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ( หจก.) ใช้ที่อยู่บ้านของตระกูลตนเองต่อยาวนานเป็นปี ทั้งๆ ที่ไม่มีสถานะผู้ถือหุ้น หรือกรรมการใน หจก.แล้ว, การยื่นทรัพย์สินของศักดิ์สยาม ที่น้อยจนผิดปกติ หากมีการขายหุ้นครั้งนี้จริง, ตัวเลขในงบการเงิน ที่มีความขัดแย้งกันในตัวเอง, ราคาในการซื้อขายซึ่งไม่สมเหตุสมผลกับรายได้ของธุรกิจ และไม่ปรากฎหลักฐานการโอนเงินการซื้อขายหุ้นครั้งนี้

คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ พิสูจน์ว่า ถึงแม้จะเป็นเสียงข้างน้อยในสภาฯ ไม่สามารถล้มรัฐมนตรีกลางสภาฯ ได้ แต่หากมีข้อมูลหลักฐานที่แน่นหนาพอ ผู้แทนราษฎร ก็ยังสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบจนอาจดึงรัฐมนตรี อย่างศักดิ์สยาม ลงจากเก้าอี้ได้จริงๆ

เขต 7 ‘ปากน้ำ’ ระอุ ‘เลือกตั้ง66’ อัศวเหม – เทียนสุวรรณ ยอมกันไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544128

03 มี.ค. 2566

เขต 7 'ปากน้ำ' ระอุ 'เลือกตั้ง66' อัศวเหม - เทียนสุวรรณ ยอมกันไม่ได้

‘เลือกตั้ง66’ พลังประชารัฐ – รวมไทยสร้างชาติ ฟาดกันแน่ บ้านใหญ่ อัศวเหม – เทียนสุวรรณ ไม่ยอมกันที่เขต 7 สมุทรปราการ

สมุทรปราการ ถือเป็นอีกพื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เตรียมลงพื้นที่เพื่อกระชับความสัมพันธ์บ้านใหญ่อัศวเหม เพื่อกอดคอร่วมกันทำศึกเลือกตั้งครั้งหน้า หลังจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เอาชนะเพื่อไทยได้มา 6 เก้าอี้

แต่ถ้าย้อนกลับไปยังช่วงกลางปี 65 กลุ่ม 6 สส. สมุทรปราการ เด็กในคาถาบ้านใหญ่ อัศวเหม ได้สร้างปรากฏการณ์ โหวตสวนมติพลังประชารัฐ ไม่ไว้วางใจ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เสนาบดีกระทรวงคลองหลอด ในศึกภิปรายไม่ไว้วางใจ จนทำให้ บิ๊กป๊อกมีคะแนนต่ำสุดในเหล่าบรรดารัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปราย และเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร มานั่งเก้าอี้ มท.1 แทน

จากนั้นไม่นาน บิ๊กป้อม ก็ลงพื้นที่ตรวจราชการสมุทรปราการ ในวันที่ 25 ก.ค. 65 โดยมีบรรดา สส. ปากน้ำ รอต้อนรับ และรับปากจะจัดสรรเก้าอี้ให้ กระทั่งการปรับคณะรัฐมนตรีล่าสุด  ปันเก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทวงเกษตรและสหกรณ์ให้ สุนทร ปานแสงทอง เด็กในคาถา บ้านใหญ่ปากน้ำ

การเลือกตั้ง 66 สมุทรปราการ มีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 1 เขต รวมเป็น 8 เขต โดย พลังประชารัฐ เตรียมส่งกลุ่ม สส. จากบ้านใหญ่ อัศวเหม ลงชนครบทุกพื้นที่ แต่ที่น่าจับตา ชนิดห้ามกระพริบ คือ เขต 7 ซึ่งแชมป์เป็นของ ไพลิน เทียนสุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ปัจจุบันเปลี่ยนโปรย้ายข่าย ไปเข้าร่วม “พรรคลุงตู่ ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

สาเหตุที่ต้องโฟกัส เขต 7 เพราะเป็นการต่อสู้กันระหว่าง 2 ตระกูลการเมืองใหญ่ คือ อัศวเหม และ เทียนสุวรรณ เพราะการเลือกตั้งปี 62 พื้นที่นี้อยู่ระหว่างเลือกว่าจะเอาใคร เพราะบ้านใหญ่ อัศวเหม ต้องการจะส่งลูกพี่ลูกน้อง คือ ต่อศักดิ์ อัศวเหม เข้ายึดพื้นที่

แต่ติดตรง เสธ.อ้น พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา น้องรักลุงตู่ ซึ่งเป็นเตรียมทหารรุ่น 19 มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง ต้องการดันบ้านใหญ่ เทียนสุวรรณ ลงแข่งขัน เพราะถือเป็นหนึ่งตระกูลการเมืองท้องถิ่น ก่อนจะจบลงด้วยการส่ง ไพลิน เทียนสุวรรณ ลูกสาว สมัคร เทียนสุวรรณ อดีต สจ. สมุทรปราการ ได้สมใจ

เมื่อ สส.ริน ย้ายไปรวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ จึงส่ง ต่อศักดิ์ อัศวเหม สส.บัญชีรายชื่อของพรรค เข้าลงแข่งขันเขตนี้

เขต 7 สมุทรปราการ จึงกลายเป็น ศึกชนช้าง ในการเลือกตั้ง 66 กับสมรภูมิของ 2 ตระกูลการเมืองใหญ่ ที่เตรียมรอเวลาเปิดหีบ ขณะที่คู่แข่ง อย่าง เพื่อไทย หวังพลังคนเสื้อแดงทุกตารางนิ้วในปากน้ำร่วมแลนด์สไลด์ กลับมาเป็นของเพื่อไทยตามเดิม  

‘กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ’ ลั่นตลอด 20 ปี ทำงานไม่หยุดแก้ไขปัญหาคนในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544117

03 มี.ค. 2566

'กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ' ลั่นตลอด 20 ปี ทำงานไม่หยุดแก้ไขปัญหาคนในพื้นที่

“กานต์กนิษฐ์  แห้วสันตติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย” ฟีเวอร์ แฟนคลับแห่มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ย้ำประชาชนอยากได้ ส.ส. ที่มีความสามารถ และใกล้ชิดประชาชนอย่างไม่ถือตัว ยืนยันตลอด 20 ปีทำงานไม่หยุดแก้ไขปัญหาคนในพื้นที่

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 1 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ต่อเนื่อง นำเสนอนโยบายพรรคเพื่อไทยให้กับคนในพื้นที่ พร้อมระบุว่าตั้งแต่เข้าร่วมงานทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย

นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 1 พรรคเพื่อไทยนางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 1 พรรคเพื่อไทย

ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่ติดตามการลงพื้นที่ มอบดอกไม้ ให้กำลังใจตนเองมาอย่างต่อเนื่อง 

“โดยเฉพาะในวันวาเลน์ไทน์มีแฟนด้อมแห่ร่วมให้กำลังใจ ส่งดอกไม้และของขวัญ ให้ ตนเองที่พรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนล้นหลามไม่ขาดสาย และตลอดการลงพื้นที่หาเสียงยังมีน้องๆ ติดตามลงพื้นที่ให้กำลังใจด้วย

'กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ' ลั่นตลอด 20 ปี ทำงานไม่หยุดแก้ไขปัญหาคนในพื้นที่

ซึ่งน้องๆบอกว่าอยากได้ ส.ส. ที่มีความสามารถ และใกล้ชิดประชาชนอย่างไม่ถือตัว ทำให้เห็นว่าประชาชนต้องการ ส.ส.ในพื้นที่ใกล้ชิด และทำงานเพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาติ

 ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่ตนเองเข้าสู่วงการการเมืองได้ทำงานเพื่อคนในพื้นที่ ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ไม่หยุดแก้ไขปัญหา”

แนะ ‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ จาก ‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544112

03 มี.ค. 2566

แนะ 'แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่' จาก 'คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ'

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง สมชัย ศรีสุทธิยากร แนะ กกต. ประกาศเขตเลือกตั้งที่ไม่ได้รับผลจาก ‘คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ’ ก่อน ‘แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่’ 8 จังหวัด ที่เหลือ

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เชื่อว่าให้สั่งการคำนวณจำนวน สส. พึงมี ทั้งประเทศ และ การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่บางจังหวัด  จะใช้เวลาไม่นาน ในการคำนวณผ่านระบบเอ็กเซล จากนั้น จะพบว่ามีจังหวัดที่ไม่เปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง 69 จังหวัด มี 8 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมีจำนวน สส.ลดลง 4 จังหวัด คือ ตาก เชียงใหม่ เชียงราย สมุครสาคร และเพิ่มขึ้น  4 จังหวัด ได้แก่อุดรธานี ลพบุรี ปัตตานี และ นครศรีธรรมราช

ส่วน 69 จังหวัดที่ไม่ได้รับผลกระทบ กกต. สามารถประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาทันที เพื่อให้พรรคการเมืองมีเวลาทำไพรมารี่โหวต และในพื้นที่ 8 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ต้องการให้ กกต.ประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่อย่างน้อย 3 รูปแบบให้ประชาชน และพรรคการเมืองแสดงความคิดเห็น ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคมเป็นต้นไป เชื่อว่า กกต.เตรียมการไว้แล้ว ขณะเดียวกันต้องลดเวลาในการรับฟังความคิดเห็นจาก 10 วันเหลือ 5 วัน

หรือหลังจากประกาศการรับฟังความเห็น 4 มีนาคมแล้ว สรุปการรับฟังความเห็น 9 มีนาคม   ต่อจากนั้น 10  มีนาคม เสนอ กกต. เพื่อลงมติ รูปแบบการแบ่งเขต ใน 8 จังหวัดที่เหลือ พร้อมประกาศลงเวปราชกิจจานุเบกษาคืนวันดังกล่าว และให้พรรคการเมืองไปทำไพรมารี่โหวตใน 8 จังหวัด คาดว่าไม่เกิน 5 วันพรรคจะดำเนินการเสร็จ

แนะ ยุบสภา 22 มีนาคม

หากทำเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีจะยุบสภา 15 มีนาคม ก็ยังทันและมีเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินการ แต่หากไม่ต้องการให้ตึงจึงมีข้อเสนอ ต่อนายกรัฐมนตรีว่าต้องรอ กกต. ในการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ก่อนจะตัดสินใจยุบสภา ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า วันที่เหมาะสมต่อการยุบสภาคือวันที่ 22 มีนาคม และวันเลือกตั้งที่เหมาะสมก็ควรเป็นวันที่ 21 พฤษภาคม ซึ่งเห็นว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อาจจะไม่ตรงกับวันธงชัยหรือวันฤกษ์ดีของใคร แต่ย้ำว่าเป็นกรอบเวลาปฏิบัติที่เป็นไปได้ที่ทำให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานได้อย่างรอบคอบครบถ้วนสมบูรณ์

‘หมอสุภัทร’ ปลุกข้าราชการสู้อยุติธรรม ‘สาธารณสุข’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544108

03 มี.ค. 2566

'หมอสุภัทร' ปลุกข้าราชการสู้อยุติธรรม 'สาธารณสุข'

เชื่อถูกกลั่นแกล้ง กล่าวหาทุจริตโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ‘หมอสุภัทร’ ขอสู้ตามขั้นตอน ชี้ทีมตรวจสอบกระทรวง ‘สาธารณสุข’ มีธง

ตามสูตร หลังโยกย้ายก็ต้องยัดข้อหาทุจริต  เป็นข้อความล่าสุด บนเฟซบุ๊กของ นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ หมอสุภัทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ประธานชมรมแพทย์ชนบทหลังถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตในการทำหน้าที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะจากทีม ตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุข
 

หมอสุภัทร ตั้งข้อสังเกตว่า

ทีมตรวจสอบภายในจากสาธารณสุขชุดใหญ่ที่เข้ามาตรวจสอบ 4 วันนั้น มีท่าทีที่ไม่เป็นมิตรกับเจ้าหน้าที่อย่างมาก ดุด่าพูดจาข่มขู่ใช้คำรุนแรง ซึ่งผิดวิสัยปกติของการทำงาน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสามารถเป็นพยานได้ และหลังตรวจสอบเสร็จก็ไม่มีการ exit คือการสรุปผลการตรวจเบื้องต้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีการชี้แจง การตรวจสอบครั้งนี้ ไม่มีการเชิญเขาไปให้ข้อมูลใดๆด้วย จนวันนี้เองก็ยังไม่ทราบว่า ทางกระทรวงมองว่าทุจริตในกรณีใด


การที่เปลวสีเงินได้ลงข่าวเผยแพร่เรื่องนี้ก่อนใคร รวมทั้งการที่นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ออกมาแถลง ก็เป็นอีกข้อสังเกต เป็นความผิดปกติที่ตัควเขาเองยังไม่ทราบข้อมูลใดๆเลย เป็นความไม่เป็นธรรมกับเขาอย่างยิ่ง และเป็นการชกใต้เข็มขัดที่น่ารังเกียจที่สุด

การเปิดเผยข่าวเช่นนี้คือวิถีของการเมือง เพื่อมุ่งทำลายตัวตนของเขาด้วยวิชามาร ไม่ใช่วิธีราชการที่เน้นเพื่อการให้ความเป็นธรรมของทุกฝ่าย จึงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า ทำไมข้าราชการจึงไม่กล้าที่จะยืนข้างความถูกต้องยืนข้างประชาชน เพราะเขาจะโดนกลั่นแกล้งแบบนี้

หมอสุภัทร ระบุอีกว่าไม่ได้คาดหวังอะไรกับความเป็นธรรมสำหรับในยุคนี้ แต่ก็จะสู้เต็มที่ตามวิถีราชการ ชมรมแพทย์ชนบทและยืนยันเดินหน้าวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ปกติของกระทรวงสาธารณสุขอันเป็นที่รักเป็นบ้านหลังที่2ของเราต่อไปอย่างไม่ลดละ

ความเป็นธรรมในอนาคตอาจจะมี หากผลการเลือกตั้งออกมาว่า พรรคการเมืองนี้คะแนนลดตกต่ำ และไม่ได้กลับมาดูแลกระทรวงสาธารณสุขอีก

ประธานชมรมแพทย์ชนบทบอกอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องในกระทรวงสาธารณสุขและพี่น้องคนไทย ต้องลุกขึ้นมาช่วยปลดแอกกระทรวงสาธารณสุขจากพรรคภูมิใจไทย ที่นี่คือฐานที่มั่นในการดูแลสุขภาพประชาชน ไม่ใช่ที่ที่กลุ่มคนบางกลุ่มจะมาขยายฐานอำนาจ วางคนลิ่วล้อให้ครอบทุกจุด ร่องรอยปัจจุบันนั้นมีอยู่ แต่ใบเสร็จเช็คบิลนั้น ต้องรอให้หมดอำนาจก่อน มั่นใจครับว่า จะไม่รอดส่วนข้าราชการที่รับใช้จนลืมผิดชอบชั่วดี จะได้รับผลกรรม แน่นอน

ไม่รับตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่ยินดีเป็นที่ปรึกษา ‘อุ๊งอิ๊ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/544106

03 มี.ค. 2566

ไม่รับตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่ยินดีเป็นที่ปรึกษา 'อุ๊งอิ๊ง'

ยอมเป็นที่ปรึกษาให้ ‘อุ๊งอิ๊ง’ เท่านั้น ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ขอรับตำแหน่งอื่นทางการเมือง และไม่ได้กดดันพรรคเพื่อไทย

ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ นายเศรษฐา ทวีสิน อธิบายการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าต้องการเพียงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเพราะเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจว่า ไม่ใช่ความต้องการ และอาจจะมีความสับสนนิดหน่อย ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ส่วนตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต้องเข้าสู่กระบวนการของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนว่าจะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คน ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะได้รับความไว้วางใจจากกรรมการบริหารพรรค แต่สำหรับตัวเองขอทำหน้าที่ประธานที่ปรึกษา อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย 

เศรษฐา บอกว่า ความหมายที่สื่อสารออกไปตีความได้ว่าต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น นายเศรษฐา ย้ำว่ามันไม่ใช่ เพราะในฐานะคนไทยคนหนึ่งสามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ แต่ถ้าพูดถึงตำแหน่งที่ต้องไปขับเคลื่อนอะไร นายกรัฐมนตรีถือเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจมีอำนาจ และสามารถทำได้จริง  ส่านตำแหน่งอื่น ชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการ แต่ยังสามารถให้คำแนะนำอยู่เบื้องหลัง และยังเป็นประธานที่ปรึกษา อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยต่อไปได้ อีกทั้งก็ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หรือจะไปให้คำแนะนำกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจก็สามารถทำได้

ยืนยันว่าไม่เคยกดดันพรรคเพื่อไทย ให้มอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้ เพราะเรารู้จักกันมานาน  รู้ตัวตนกันเองมานาน เรื่องการกดดันหรืออ้อมค้อม ไม่ใช่นิสัย+เรื่องนี้ไม่มีแน่นอน

นอกจากนี้นายเศรษฐา ยังยกมือไหว้ขอบคุณรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เอ่ยปากชมตนว่าเป็นคนเก่ง มีความสามารถ และรู้สึกเป็นเกียรติ ซึ่งส่วนตัวไม่ได้รู้จักกับพลเอกประวิตรเป็นการส่วนตัว แต่พอรู้จักกับเพื่อนของพลเอกประวิตรบ้าง

ขณะที่ประธานสมาคมหอการค้าไทย-จีน นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล กล่าวภายหลังร่วมหารือกับพรรคเพื่อไทย โดยให้คำแนะนำให้ไทยเร่งดำเนินการรถไฟความเร็วสูงจากไทยไปลาว เชื่อมต่อจีน เพราะจะช่วยส่งเสริมการค้าการลงทุนไทย-จีนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เช่นนั้นนักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศจะเดินทางลำบาก อีกทั้งขณะนี้ยังติดปัญหาวีซ่า ที่ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวทั้งไทยและจีนนั้นยังติดขัด

ส่วนนโยบายของพรรคเพื่อไทยจากการพูดคุยกันนั้น มีหลายนโยบายที่น่าสนใจ และมีอีกหลายเรื่องที่ได้เสนอแนะกลับไปเช่นกัน พร้อมทั้งไม่ขอออกความเห็นว่าเชื่อมั่นในพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ แต่หากพรรคไหนที่ทำเพื่อพัฒนาประเทศก็พร้อมสนับสนุน